๖. จาริตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา

ฉฏฺเฐ นิมนฺติโตติ ปญฺจนฺนํ โภชนานํ อญฺญตเรน นิมนฺติโต. สภตฺโต สมาโนติ เตเนว นิมนฺตนภตฺเตน สภตฺโต สมาโน. สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉาติ อนฺโตอุปจารสีมาย ทสฺสนูปจาเร ภิกฺขุํ ทิสฺวา ยํ สกฺกา โหติ ปกติวจเนน อาปุจฺฉิตุํ, ตาทิสํ ‘‘อหํ อิตฺถนฺนามสฺส ฆรํ คจฺฉามี’’ติ วา ‘‘จาริตฺตํ อาปชฺชามี’’ติ วา อีทิเสน วจเนน อนาปุจฺฉิตฺวา. ปุเรภตฺตํ วา ปจฺฉาภตฺตํ วาติ เยน ภตฺเตน นิมนฺติโต, ตสฺมึ ภุตฺเต วา อภุตฺเต วา. กุเลสุ จาริตฺตํ อาปชฺเชยฺยาติ ยสฺมึ กุเล นิมนฺติโต, ตโต อญฺญานิ กุลานิ ปวิเสยฺย. อญฺญตฺร สมยา ปาจิตฺติยนฺติ สเจ โส ภิกฺขุ วุตฺตลกฺขณํ ทุวิธมฺปิ สมยํ ฐเปตฺวา อวีติวตฺเต มชฺฌนฺหิเก อญฺญํ กุลํ ปวิสติ, อถสฺส ฆรูปจาโรกฺกมเน ทุกฺกฏํ, ปฐมปาเทน อุมฺมารํ อติกฺกมนฺตสฺส อปรมฺปิ ทุกฺกฏํ, ทุติยปาเทน อติกฺกเม ปาจิตฺติยํ.

ราชคเห อุปนนฺทํ อารพฺภ จาริตฺตาปชฺชนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, ‘‘สนฺตํ ภิกฺขุํ, อนาปุจฺฉา, ปุเรภตฺตํ ปจฺฉาภตฺตํ, อญฺญตฺร สมยา’’ติ อยเมตฺถ จตุพฺพิธา อนุปญฺญตฺติ, สาธารณปญฺญตฺติ, อนาณตฺติกํ, ติกปาจิตฺติยํ, อนิมนฺติเต นิมนฺติตสญฺญิสฺส, เวมติกสฺส วา ทุกฺกฏํ. ตสฺมึ อนิมนฺติตสญฺญิสฺส, สมเย สนฺตํ ภิกฺขุํ อาปุจฺฉิตฺวา, อสนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉิตฺวา ปวิสโต, อญฺญสฺส ฆเรน วา ฆรูปจาเรน วา มคฺโค โหติ, เตน คจฺฉโต, อนฺตรารามภิกฺขุนุปสฺสยติตฺถิยเสยฺยปฏิกฺกมนภตฺติยฆรานิ คจฺฉโต, อาปทาสุ, อุมฺมตฺตกาทีนญฺจ อนาปตฺติ. ปญฺจนฺนํ โภชนานํ อญฺญตเรน นิมนฺตนสาทิยนํ, สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉนา, ภตฺติยฆรโต อญฺญฆรปฺปวิสนํ, มชฺฌนฺหิกานติกฺกโม, สมยสฺส วา อาปทานํ วา อภาโวติ อิมาเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ. สมุฏฺฐานาทีนิ ปฐมกถินสทิสาเนว, อิทํ ปน กิริยากิริยนฺติ.

จาริตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.