๘. สนฺนิธิการกสิกฺขาปทวณฺณนา

อฏฺฐเม สนฺนิธิการกนฺติ กาโร กรณํ กิริยาติ อตฺถโต เอกํ, สนฺนิธิ กาโร อสฺสาติ สนฺนิธิการํ, สนฺนิธิการเมว สนฺนิธิการกํ, ปฏิคฺคเหตฺวา เอกรตฺตึ วีตินามิตสฺเสตํ นามํ. ตสฺมา เอวํ สนฺนิธิกตํ ยํกิญฺจิ ยาวกาลิกํ วา ยามกาลิกํ วา ‘อชฺโฌหริสฺสามี’ติ คณฺหนฺตสฺส ปฏิคฺคหเณ ทุกฺกฏํ, อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร ปาจิตฺติยํ. สเจปิ ปตฺโต ทุทฺโธโต โหติ, ยํ องฺคุลิยา ฆํสนฺตสฺส เลขา ปญฺญายติ, คณฺฐิกปตฺตสฺส วา คณฺฐิกนฺตเร เสฺนโห ปวิฏฺโฐ โหติ, โย อุเณฺห โอตาเปนฺตสฺส ปคฺฆรติ, อุณฺหยาคุยา วา คหิตาย สนฺทิสฺสติ, ตาทิเส ปตฺเตปิ ปุนทิวเส ภุญฺชนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ. ยํ ปน ภิกฺขุ นิรเปกฺโข สามเณรานํ ปริจฺจชิตฺวา เตหิ นิหิตํ ลภิตฺวา ภุญฺชติ, ตํ วฏฺฏติ. สยํ ปฏิคฺคเหตฺวา อปริจฺจตฺตเมว หิ ทุติยทิวเส กปฺปิยโภชนํ ภุญฺชนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ. อกปฺปิเยสุ ปน มนุสฺสมํเส ถุลฺลจฺจเยน สทฺธึ ปาจิตฺติยํ, เสเสสุ ปน ทุกฺกเฏน สทฺธึ. ยามกาลิกํ สติ ปจฺจเย อชฺโฌหรโต ปาจิตฺติยํ, อาหารตฺถาย อชฺโฌหรโต ทุกฺกเฏน สทฺธึ. โย ปน ปวาริโต หุตฺวา อนติริตฺตกตํ อชฺโฌหรติ, ตสฺส สพฺพวิกปฺเปสุ อปรมฺปิ ปาจิตฺติยํ วฑฺฒติ. สเจ วิกาเล อชฺโฌหรติ, อนติริตฺตปจฺจยา สพฺพวิกปฺเปสุ อนาปตฺติ, สติ ปจฺจเย วิกาลปจฺจยา ยามกาลิกาทีสุ จ อนาปตฺติ. อวเสเสสุ วิกาลปจฺจยา ปาจิตฺติยํ วฑฺฒติเยว. ภิกฺขุสฺส ปน สนฺนิธิ ภิกฺขุนิยา วฏฺฏติ, ภิกฺขุนิยา จ สนฺนิธิ ภิกฺขุสฺส วฏฺฏติ, ภิกฺขุนิกฺขนฺธเก (จูฬว. ๔๒๑-๔๒๒) อนุญฺญาตตฺตา วฏฺฏตีติ.

สาวตฺถิยํ อายสฺมนฺตํ เพลฏฺฐสีสํ อารพฺภ สนฺนิธิการกโภชนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, สาธารณปญฺญตฺติ, อนาณตฺติกํ, ติกปาจิตฺติยํ, สตฺตาหกาลิก ยาวชีวิกานํ ปน อาหารตฺถาย ปฏิคฺคหเณ อชฺโฌหาเร จ ทุกฺกฏํ. ยถา เจตานิ อาหารตฺถาย น กปฺปนฺติ, เอวํ ยาวกาลิกาทีหิ สํสฏฺฐานิปิ, วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ยาวกาลิเกน, ภิกฺขเว, ยามกาลิกํ ตทหุปฏิคฺคหิตํ กาเล กปฺปติ, วิกาเล น กปฺปตี’’ติอาทิ (มหาว. ๓๐๕). ตสฺมา สเจปิ ตํ ตํ เตน เตน สทฺธึ สํสฏฺฐํ ลภติ, สเจ อสมฺภินฺนรสํ วา โหติ สุโธตํ วา, ยถา อิตเรน สํสคฺโค น ปญฺญายติ, อตฺตโน กาลานุรูเปน ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ.

สเจ ปน สมฺภินฺนรสํ วา โหติ ทุทฺโธตํ วา, น วฏฺฏติ. ยาวกาลิกญฺหิ อตฺตนา สทฺธึ สมฺภินฺนรสานิ ตีณิปิ ยามกาลิกาทีนิ อตฺตโน สภาวํ อุปเนติ, ยามกาลิกํ เทฺวปิ สตฺตาหกาลิกาทีนิ อตฺตโน สภาวํ อุปเนติ, สตฺตาหกาลิกํ ยาวชีวิกเมว อตฺตโน สภาวํ อุปเนติ. ตสฺมา เตน ตทหุปฏิคฺคหิเตน สทฺธึ ตทหุปฏิคฺคหิตํ วา ปุเร ปฏิคฺคหิตํ วา ยาวชีวิกํ สตฺตาหํ กปฺปติ, ทฺวีหปฺปฏิคฺคหิเตน ฉาหํ, ตีหปฺปฏิคฺคหิเตน ปญฺจาหํ…เป… สตฺตาหปฺปฏิคฺคหิเตน ตทเหว กปฺปตีติ เวทิตพฺพํ. ตสฺมาเยว หิ ‘‘สตฺตาหกาลิเกน, ภิกฺขเว, ยาวชีวิกํ ตทหุปฏิคฺคหิต’’นฺติ อวตฺวา ‘‘ปฏิคฺคหิตํ สตฺตาหํ กปฺปตี’’ติ วุตฺตํ. กาลยามสตฺตาหาติกฺกเมสุ เจตฺถ วิกาลโภชน สนฺนิธิเภสชฺชสิกฺขาปทานํ วเสน อาปตฺติโย เวทิตพฺพา, อิเมสุ ปน จตูสุ กาลิเกสุ ยาวกาลิกํ ยามกาลิกนฺติ อิมเมว ทฺวยํ อนฺโตวุฏฺฐญฺเจว สนฺนิธิการกญฺจ, สตฺตาหกาลิกํ ยาวชีวิกญฺจ อกปฺปิยกุฏิยํ นิกฺขิปิตุมฺปิ วฏฺฏติ, สนฺนิธิมฺปิ น ชเนติ. อกปฺปิยกุฏิยํ อนฺโตวุฏฺเฐน ปน เตน สทฺธึ อิตรทฺวยํ ตทหุปฏิคฺคหิตมฺปิ น วฏฺฏติ, มุขสนฺนิธิ นาม โหติ, มหาปจฺจริยํ ปน อนฺโตวุฏฺฐํ โหตีติ วุตฺตํ. ตตฺถ นามมตฺตเมว นานากรณํ, อาปตฺติ ปน ทุกฺกฏเมว. ตตฺถ อกปฺปิยกุฏิ นาม สงฺฆสฺส วา อุปสมฺปนฺนปุคฺคลสฺส วา สนฺตกํ วสนตฺถาย กตเคหํ, ตตฺถ สหเสยฺยปฺปโหนเก ปเทเส วุฏฺฐํ ยาวกาลิกญฺจ ยามกาลิกญฺจ สงฺฆิกํ วา อุปสมฺปนฺนปุคฺคลสฺส วา สนฺตกํ อนฺโตวุฏฺฐํ นาม โหติ, ตตฺถ ปกฺกํ อนฺโตปกฺกํ นาม, ยตฺถ กตฺถจิ ปน สยํ ปกฺกํ สามํ ปกฺกํ นาม, ตํ สพฺพํ อนชฺโฌหรณียํ. เตน เตน สทฺธึ สํสฏฺฐมฺปิ ตํคติกเมว, สพฺพํ อชฺโฌหรนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. ตสฺมา อนฺโตวุฏฺฐอนฺโตปกฺกโมจนตฺถํ ภควตา จตสฺโส กปฺปิยภูมิโย (มหาว. ๒๙๕) อนุญฺญาตา, ตาสํ วินิจฺฉโย สมนฺตปาสาทิกายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๒๙๕) วุตฺโต. ยตฺถ ปเนตา น สนฺติ, ตตฺถ อนุปสมฺปนฺนสฺส สนฺตกํ กตฺวา ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. สามํ ปากมฺปิ ปุนปากํ วฏฺฏติ, อสนฺนิธิการเก สนฺนิธิการกสญฺญิโน, เวมติกสฺส วา ทุกฺกฏํ. อสนฺนิธิการกสญฺญิโน, ยาวกาลิกาทีนิ ตีณิ นิทหิตฺวา สกํ สกํ กาลํ อนติกฺกมิตฺวา, ยาวชีวิกํ สทาปิ สติ ปจฺจเย ปริภุญฺชนฺตสฺส, อุมฺมตฺตกาทีนญฺจ อนาปตฺติ. อามิสํ, สนฺนิธิภาโว, ตสฺส อชฺโฌหรณนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ. สมุฏฺฐานาทีนิ เอฬกโลมสทิสาเนวาติ.

สนฺนิธิการกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.