๑๐. ทนฺตโปนสิกฺขาปทวณฺณนา
ทสเม อทินฺนนฺติ กาเยน วา กายปฺปฏิพทฺเธน วา คณฺหนฺตสฺส หตฺถปาเส ฐตฺวา กายกายปฺปฏิพทฺธนิสฺสคฺคิยานํ อญฺญตเรน น ทินฺนํ, อปฺปฏิคฺคหิตกสฺเสตํ นามํ. อปฺปฏิคฺคหิตกญฺหิ ภิกฺขุโน อตฺตโน สนฺตกมฺปิ อชฺโฌหริตุํ น วฏฺฏติ. ปฏิคฺคหิตํ อนฺตมโส วิสฺสาสิกสนฺตกมฺปิ วฏฺฏติ, ตสฺส ลกฺขณํ วุตฺตวิปลฺลาเสน เวทิตพฺพํ. สเจ หิ โย โกจิ อนุปสมฺปนฺโน อนฺตมโส ติรจฺฉาโนปิ ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา หตฺถปาเส ฐิโต กายาทีนํ อญฺญตเรน เทติ, ตญฺเจ ภิกฺขุนา เยน เกนจิ สรีราวยเวน วา, ตปฺปฏิพทฺเธน วา, สํหาริเมน จ อนฺตมโส มญฺเจนาปิ, ธาเรตุํ สมตฺเถน จ อนฺตมโส อตตฺถชาตกรุกฺขปณฺเณนาปิ, สูจิยา ปรามฏฺฐมตฺเตนาปิ ปฏิคฺคหิตํ, ปฏิคฺคหิตเมว โหติ. ปฏิพทฺธปฺปฏิพทฺธํ นาม อิธ นตฺถิ, ยมฺปิ นตฺถุกรณิยา ทิยฺยมานํ นาสิกาย, อกลฺลโก วา มุเขน ปฏิคฺคณฺหาติ, สพฺพํ วฏฺฏติ, อาโภคมตฺตเมว เหตฺถ ปมาณํ. ปุพฺพาโภเค จ สติ ปจฺฉา นิทฺทายนฺตสฺส ปตฺเต ทินฺนมฺปิ หตฺถปาเส สติ ปฏิคฺคหิตเมว โหติ. ยมฺปิ ‘‘ปตฺเตน ปฏิคฺคณฺหิสฺสามี’’ติ นิสินฺนสฺเสว หตฺเถ ปตติ, ตํ วฏฺฏติเยว. อภิหฏภาชนโต ปติตรชมฺปิ วฏฺฏติ, ตตฺถ ฐิตนิสินฺนนิปนฺนานํ ปวารณาสิกฺขาปเท วุตฺตนเยเนว หตฺถปาโส เวทิตพฺโพ.
สเจ ปน ทายกปฺปฏิคฺคาหเกสุ เอโก อากาเส โหติ, เอโก ภูมิยํ, ภูมฏฺฐสฺส สีเสน อากาสฏฺฐสฺส จ ฐเปตฺวา ทาตุํ วา คเหตุํ วา ปสาริตหตฺถํ ยํ อาสนฺนตรํ องฺคํ, ตสฺส โอริมนฺเตน หตฺถปาสปฺปมาณํ ปริจฺฉินฺทิตพฺพํ. สเจปิ เอโก กูเป โหติ, เอโก กูปตเฏ, เอโก วา รุกฺเข, เอโก ปถวิยํ, วุตฺตนเยเนว หตฺถปาสปฺปมาณํ ปริจฺฉินฺทิตพฺพํ. ตสฺมึ ฐตฺวา สเจปิ เทฺว ตโย วา สามเณรา ยํ มชฺฌิโม ปุริโส อุกฺขิปิตุํ สกฺโกติ, เอวรูปํ ภารํ ปวฏฺเฏนฺตา ภิกฺขุโน ภูมิยํ ฐปิตหตฺถํ อาโรเปนฺติ, อุกฺขิปิตฺวา วา ภิกฺขุโน ปสาริตหตฺเถ เอกเทเสนาปิ ฐเปนฺติ, ตํ ปฏิคฺคหิตเมว โหติ. ยํ ปน ปิณฺฑาย จรนฺตสฺส ปตฺเต รชํ ปตติ, ตํ อปฺปฏิคฺคหิตเมว โหติ, ตสฺมา ปฏิคฺคเหตฺวาว ภิกฺขา คณฺหิตพฺพา. อปฺปฏิคฺคเหตฺวา คณฺหนฺตสฺส วินยทุกฺกฏํ, ตํ ปน ปุน ปฏิคฺคเหตฺวา ภุญฺชนฺตสฺส อนาปตฺติ. สเจ ‘‘ปฏิคฺคเหตฺวา เทถา’’ติ วุตฺเต วจนํ อสฺสุตฺวา วา อนาทิยิตฺวา วา ภิกฺขํ เทนฺติเยว, วินยทุกฺกฏา มุจฺจติ, ปุน ปฏิคฺคเหตฺวา อญฺญา ภิกฺขา ปฏิคฺคเหตพฺพา. สเจ มหาวาโต ตโต ตโต รชํ ปาเตติ, น สกฺกา โหติ ภิกฺขํ คเหตุํ, ‘‘อนุปสมฺปนฺนสฺส ทสฺสามี’’ติ สุทฺธจิตฺเตน อาโภคํ กตฺวา คณฺหิตุํ วฏฺฏติ. ตํ อนุปสมฺปนฺนสฺส ทตฺวา ปุน เตน ทินฺนํ วา ตสฺส วิสฺสาเสน วา ปฏิคฺคเหตฺวา ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. อสฺสุเขฬสิงฺฆาณิกาทีสุ ยํ ฐานโต จวิตฺวา หตฺเถ วา ปตฺเต วา ปตติ, ตํ ปฏิคฺคเหตพฺพํ, องฺคลคฺคํ ปฏิคฺคหิตเมว. ปตนฺตมฺปิ โวจฺฉินฺนญฺเจ อนฺตรา น คเหตพฺพํ, อุคฺคหิตกํ นาม โหติ, ตํ ปจฺฉา ปฏิคฺคหิตมฺปิ น วฏฺฏติ. ยํ ปน เภสชฺชํ วา มูลผลํ วา มาตาทีนํ อตฺถาย คเหตฺวา ฉายตฺถาย วา ผลินิสาขํ อุกฺขิปิตฺวา คจฺฉติ, ตโต ยํ อิจฺฉติ, ตํ ปุน ปฏิคฺคเหตฺวา ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. โย ปน ตตฺถ ชาตกผลินิสาขาย วา วลฺลิยา วา คเหตฺวา จาเลติ. ตสฺส ตโต ลทฺธํ ผลํ น วฏฺฏติ, ทุรุปจิณฺณทุกฺกฏญฺจ อาปชฺชติ, อญฺญสฺส ตํ วฏฺฏติ, ผลิรุกฺขํ ปน อปสฺสยิตุํ วา อาลมฺพิตุํ วา วฏฺฏติ, ปฏิคฺคเหตฺวา ฐปิเต ยํ อญฺญํ องฺกุราทิ อุปฺปชฺชติ, ปฏิคฺคหิตเมว ตํ. ยาว หิ หตฺถโต มุตฺเต นิรเปกฺโข น โหติ, นิรเปกฺขตาย วา หตฺถโต น มุจฺจติ, ตาว น ปฏิคฺคหณํ วิชหติ, อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน สมนฺตปาสาทิกายํ วุตฺโต.
มุขทฺวารนฺติ คลนาฬิกํ. มุเขน วา หิ ปวิฏฺฐํ โหตุ, นาสิกาย วา, คเลน อชฺโฌหรณียตาย สพฺพมฺปิ ตํ มุขทฺวารํ ปเวสิตเมว โหติ. อาหารนฺติ ยํกิญฺจิ ยาวกาลิกํ วา ยามกาลิกํ วา สตฺตาหกาลิกํ วา ยาวชีวิกํ วา. สพฺพเญฺหตํ อชฺโฌหรณียตฺตา ‘อาหาโร’ติ วุจฺจติ, ตตฺถ สพฺพมฺปิ ธญฺญํ วา ธญฺญานุโลมํ วา ตาลนาฬิเกรปนสลพุชอลาพุกุมฺภณฺฑปุสฺสผลติปุสผลเอฬาลุกสงฺขาตํ นววิธํ มหาผลญฺเจว อปรณฺณญฺจ, ยญฺจญฺญํ วนมูลปตฺตปุปฺผผลาทิ อาหารตฺถํ ผรติ, ตํ สพฺพํ ยาว มชฺฌนฺหิกกาโล, ตาว ปริภุญฺชิตพฺพโต ยาวกาลิกํ นาม. อมฺพปานํ ชมฺพุปานํ โจจปานํ โมจปานํ มธุกปานํ มุทฺทิกปานํ สาลูกปานํ ผารุสกปานนฺติ อิมานิ อฏฺฐ ปานานิ, ยานิ จ เตสํ อนุโลมานิ เวตฺตตินฺติณิกมาตุลุงฺคกปิฏฺฐโกสมฺพกรมนฺทาทิขุทฺทกผลปานานิ, เอตานิ สพฺพานิ อนุปสมฺปนฺเนหิ สีโตทเกน มทฺทิตฺวา กตานิ อาทิจฺจปากานิ วา ยาว รตฺติยา ปจฺฉิมยามํ นิทหิตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพโต ยามกาลิกานิ นาม. อวเสเสสุ อนุญฺญาตผลปตฺตปุปฺผรเสสุปิ เอเสว นโย. สปฺปิอาทีนิ ปญฺจ เภสชฺชานิ สตฺตาหํ นิทหิตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพโต สตฺตาหกาลิกานิ นาม. อิทํ ปน ยาวกาลิกาทิตฺตยํ กาลวิมุตฺตญฺจ อุทกํ ฐเปตฺวา อวเสสมูลผลาผลาทิ ยํ เนว ขาทนียตฺถํ น โภชนียตฺถํ ผรติ, ตํ ยาวชีวํ นิทหิตฺวา สติ ปจฺจเย ปริภุญฺชิตพฺพโต ยาวชีวิกํ นาม. อาหเรยฺยาติ ปเวเสยฺย. อญฺญตฺร อุทกทนฺตโปนาติ อิทํ อนาหาเรปิ อุทเก อาหารสญฺญาย, ทนฺตโปเน จ ‘‘มุขทฺวารํ อาหฏํ อิท’’นฺติ สญฺญาย กุกฺกุจฺจายนฺตานํ กุกฺกุจฺจวิโนทนตฺถํ วุตฺตํ. อุทกญฺหิ ยถาสุขํ ปาตุํ, ทนฺตกฏฺฐญฺจ ทนฺตโปนปริโภเคน ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. ฐเปตฺวา ปน อิทํ ทฺวยํ อวเสสํ อชฺโฌหรณตฺถาย คณฺหโต คหเณ ทุกฺกฏํ, อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร ปาจิตฺติยํ, สเจปิ ทนฺตกฏฺฐรโส อชานนฺตสฺส อนฺโต ปวิสติ, ปาจิตฺติยเมว.
เวสาลิยํ อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อารพฺภ อทินฺนํ อาหารํ อาหรณวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, ‘‘อญฺญตฺร อุทกทนฺตโปนา’’ติ อยเมตฺถ อนุปญฺญตฺติ, สาธารณปญฺญตฺติ, อนาณตฺติกํ, ติกปาจิตฺติยํ, ปฏิคฺคหิตเก อปฺปฏิคฺคหิตสญฺญิโน, เวมติกสฺส วา ทุกฺกฏํ. ปฏิคฺคหิตสญฺญิสฺส, อุทกทนฺตโปเน, จตฺตาริ มหาวิกฏานิ สติ ปจฺจเย อสติ กปฺปิยการเก สามํ คเหตฺวา ปริภุญฺชนฺตสฺส, อุมฺมตฺตกาทีนญฺจ อนาปตฺติ. เอตฺถ ทุพฺพโจปิ อสมตฺโถปิ กปฺปิยการโก อสนฺตปกฺเขเยว ติฏฺฐติ, ฉาริกาย อสติ สุกฺขทารุํ ฌาเปตฺวา, ตสฺมิญฺจ อสติ อลฺลทารุํ รุกฺขโต ฉินฺทิตฺวาปิ กาตุํ, มตฺติกตฺถาย จ ปถวึ ขณิตุมฺปิ วฏฺฏติ, อิทํ ปน จตุพฺพิธมฺปิ มหาวิกฏํ กาโลทิสฺสํ นาม สปฺปทฏฺฐกฺขเณเยว สามํ คเหตุํ วฏฺฏติ, อญฺญทา ปฏิคฺคาหาเปตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพํ. อปฺปฏิคฺคหิตกตา, อนนุญฺญาตตา, ธูมาทิอพฺโพหาริกาภาโว, อชฺโฌหรณนฺติ อิมาเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ. สมุฏฺฐานาทีนิ เอฬกโลมสทิสานีติ.
ทนฺตโปนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
โภชนวคฺโค จตุตฺโถ.