๘. ทุฏฺฐโทสสิกฺขาปทวณฺณนา

อฏฺฐเม ทุฏฺโฐ โทโสติ ทูสิโต เจว ทูสโก จ. อุปฺปนฺเน หิ โทเส ปุคฺคโล เตน โทเสน ทูสิโต โหติ, ปกติภาวํ ชหาปิโต, ตสฺมา ‘‘ทุฏฺโฐ’’ติ วุจฺจติ. ปรญฺจ ทูเสติ วินาเสติ, ตสฺมา ‘‘โทโส’’ติ วุจฺจติ. อิติ ‘‘ทุฏฺโฐ โทโส’’ติ เอกสฺเสเวตํ ปุคฺคลสฺส อาการนานตฺเตน นิทสฺสนํ. อปฺปตีโตติ นปฺปตีโต, ปีติสุขาทีหิ วิวชฺชิโต, น อภิสโฏติ อตฺโถ. อมูลเกนาติ ยํ โจทเกน จุทิตกมฺหิ ปุคฺคเล อทิฏฺฐํ อสฺสุตํ อปริสงฺกิตํ, อิทํ เอเตสํ ทสฺสนสวนปริสงฺกาสงฺขาตานํ มูลานํ อภาวโต อมูลกํ นาม. ตํ ปน โส อาปนฺโน วา โหตุ, อนาปนฺโน วา, เอตํ อิธ อปฺปมาณํ. เอตฺถ จ อทิฏฺฐํ นาม อตฺตโน ปสาทจกฺขุนา วา ทิพฺพจกฺขุนา วา อทิฏฺฐํ, อสฺสุตํ นาม ตเถว เกนจิ วุจฺจมานํ น สุตํ, อปริสงฺกิตํ นาม อตฺตโน วา ปรสฺส วา ทิฏฺฐสุตมุตวเสน เจตสา อปริสงฺกิตํ, อิติ เอวรูเปน อมูลเกน. ปาราชิเกนาติ ภิกฺขุโน อนุรูเปสุ เอกูนวีสติยา อญฺญตเรน, ปทภาชเน (ปารา. ๓๘๖) ปน ปาราชิกุทฺเทเส อาคตาเนว คเหตฺวา ‘‘จตุนฺนํ อญฺญตเรนา’’ติ วุตฺตํ. อนุทฺธํเสยฺยาติ ธํเสยฺย วิทฺธํเสยฺย ปธํเสยฺย อภิภเวยฺย. ตํ ปน อนุทฺธํสนํ ยสฺมา อตฺตนา โจเทนฺโตปิ ปเรน โจทาเปนฺโตปิ กโรติ, ตสฺมาสฺส ปทภาชเน ‘‘โจเทติ วา โจทาเปติ วา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ วตฺถุสนฺทสฺสนา อาปตฺติสนฺทสฺสนา สํวาสปฺปฏิกฺเขโป สามีจิปฺปฏิกฺเขโปติ สงฺเขปโต จตสฺโส โจทนา. ตาสุ วตฺถุสนฺทสฺสนา นาม ‘‘ตฺวํ เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวี’’ติอาทินา นเยน ปวตฺตา. อาปตฺติสนฺทสฺสนา นาม ‘‘ตฺวํ เมถุนธมฺมาปตฺตึ อาปนฺโน’’ติอาทินา นเยน ปวตฺตา. สํวาสปฺปฏิกฺเขโป นาม ‘‘นตฺถิ ตยา สทฺธึ อุโปสโถ วา ปวารณา วา สงฺฆกมฺมํ วา’’ติ เอวํ ปวตฺโต. เอตฺตาวตา ปน สีสํ น เอติ, ‘‘อสฺสมโณสี’’ติอาทีหิ วจเนหิ สทฺธึ ฆฏิเตเยว สีสํ เอติ. สามีจิปฺปฏิกฺเขโป นาม อภิวาทนปจฺจุฏฺฐานอญฺชลิกมฺมสามีจิกมฺมพีชนิกมฺมาทีนํ อกรณํ, ตํ ปฏิปาติยา วนฺทนาทีนิ กโรโต เอกสฺส อกตฺวา เสสานํ กรณกาเล เวทิตพฺพํ. เอตฺตาวตา จ โจทนา นาม โหติ, อาปตฺติ ปน สีสํ น เอติ. ‘‘กสฺมา มม วนฺทนาทีนิ น กโรสี’’ติ ปุจฺฉิเต ปน ‘‘อสฺสมโณสี’’ติอาทิวจเนหิ สทฺธึ ฆฏิเตเยว สีสํ เอติ, ตสฺมา โย ภิกฺขุ ภิกฺขุํ สมีเป ฐตฺวา ‘‘ตฺวํ เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวี’’ติ วา ‘‘อสฺสมโณสี’’ติ วา อาทีหิ วจเนหิ หตฺถมุทฺทาย เอว วา เอตมตฺถํ ทีเปนฺโต สยํ วา โจเทติ, คหฏฺฐปพฺพชิเตสุ วา อญฺญตเรน โจทาเปติ, อยํ อนุทฺธํเสติ นาม. อปฺเปว นาม นํ อิมมฺหา พฺรหฺมจริยา จาเวยฺยนฺติ อปิ เอว นาม นํ ปุคฺคลํ อิมมฺหา เสฏฺฐจริยา อปเนยฺยํ. ‘‘สาธุ วตสฺส สจาหํ อิมํ ปุคฺคลํ อิมมฺหา พฺรหฺมจริยา จาเวยฺย’’นฺติ อิมินา อธิปฺปาเยน อนุทฺธํเสยฺยาติ วุตฺตํ โหติ. เอเตน เอกํ จาวนาธิปฺปายํ คเหตฺวา อวเสสา อกฺโกสาธิปฺปาโย กมฺมาธิปฺปาโย วุฏฺฐานาธิปฺปาโย อุโปสถฏฺฐปนาธิปฺปาโย ปวารณฏฺฐปนาธิปฺปาโย อนุวิชฺชนาธิปฺปาโย ธมฺมกถาธิปฺปาโยติ สตฺต อธิปฺปายา ปฏิกฺขิตฺตา โหนฺติ. ตโต อปเรน สมเยนาติ ยสฺมึ สมเย อนุทฺธํสิโต โหติ, ตโต อญฺญสฺมึ สมเย. สมนุคฺคาหียมาโน วาติ อนุวิชฺชเกน กึ เต ทิฏฺฐนฺติอาทินา นเยน อนุวิชฺชิยมาโน อุปปริกฺขิยมาโน. อสมนุคฺคาหียมาโน วาติ ทิฏฺฐาทีสุ เกนจิ วตฺถุนาวา อนุวิชฺชกาทีสุ เยน เกนจิ ปุคฺคเลน วา อวุจฺจมาโน. อิเมสํ ปน ปทานํ ปรโต ‘‘ภิกฺขุ จ โทสํ ปติฏฺฐาตี’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. อิทญฺหิ วุตฺตํ โหติ – เอวํ สมนุคฺคาหียมาโน วา อสมนุคฺคาหียมาโน วา ภิกฺขุ จ โทสํ ปติฏฺฐาติ ปฏิจฺจ ติฏฺฐติ ปฏิชานาติ, สงฺฆาทิเสโสติ. อิทญฺจ อมูลกภาวสฺส ปากฏกาลทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. อาปตฺตึ ปน อนุทฺธํสิตกฺขเณเยว อาปชฺชติ. อมูลกญฺเจว ตํ อธิกรณํ โหตีติ เอตฺถ ปน ทิฏฺฐมูลาทีนํ อภาเวน อมูลกํ, สมเถหิ อธิกรณียภาเวน อธิกรณํ. ยญฺหิ อธิกิจฺจ อารพฺภ ปฏิจฺจ สนฺธาย สมถา ปวตฺตนฺติ, ตํ อธิกรณํ. อิธ ปน ปาราชิกสงฺขาตํ อาปตฺตาธิกรณเมว อธิปฺเปตํ. ยทิ หิ ตํ อธิกรณํ ทิฏฺฐาทีหิ มูเลหิ อมูลกญฺเจว โหติ, อยํ โจเทตุํ อาคโต ภิกฺขุ จ โทสํ ปติฏฺฐาติ ปฏิจฺจ ติฏฺฐติ, ‘‘ตุจฺฉกํ มยา ภณิต’’นฺติอาทีนิ (ปารา. ๓๘๖) วทนฺโต ปฏิชานาติ, ตสฺส ภิกฺขุโน อนุทฺธํสิตกฺขเณเยว สงฺฆาทิเสโสติ, อยํ สิกฺขาปทสฺส ปทานุกฺกเมน อตฺโถ.

ราชคเห เมตฺติยภูมชเก ภิกฺขู อารพฺภ อมูลเกน ปาราชิเกน อนุทฺธํสนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, สาธารณปญฺญตฺติ, สาณตฺติกํ, กตูปสมฺปทํ สุทฺธํ วา อสุทฺธํ วา ปุคฺคลํ เยน ปาราชิเกน โจเทติ, ตํ ‘‘อยํ อนชฺฌาปนฺโน’’ติ ญตฺวา จาวนาธิปฺปาเยน ‘‘กโรตุ เม อายสฺมา โอกาสํ, อหํ ตํ วตฺตุกาโม’’ติ เอวํ โอกาสํ อกาเรตฺวา โจเทนฺตสฺส สเจ โส ตงฺขเณเยว ชานาติ ‘‘มํ โจเทตี’’ติ, วาจาย วาจาย สงฺฆาทิเสโส เจว ทุกฺกฏญฺจ. โอกาสํ กาเรตฺวา โจเทนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโสเยว. หตฺถมุทฺทาย สมฺมุขา โจเทนฺตสฺสาปิ เอเสว นโย. ปรมฺมุขา โจเทนฺตสฺส ปน สีสํ น เอติ. อตฺตนา สมีเป ฐตฺวา อญฺญํ ภิกฺขุํ อาณาเปติ, โส ตสฺส วจเนน ตํ โจเทติ, โจทาปกสฺเสว วุตฺตนเยน อาปตฺติโย. อถ โสปิ ‘‘มยา ทิฏฺฐํ สุตํ อตฺถี’’ติ โจเทติ, ทฺวินฺนมฺปิ ชานานํ ตเถว อาปตฺติโย. อกฺโกสาธิปฺปาเยน ปน โอกาสํ อกาเรตฺวา วทนฺตสฺส วุตฺตนเยเนว ปาจิตฺติยญฺเจว ทุกฺกฏญฺจ. โอกาสํ กาเรตฺวา วทนฺตสฺส ปาจิตฺติยเมว. กมฺมาธิปฺปาเยน อสมฺมุขา สตฺตวิธมฺปิ กมฺมํ กโรนฺตสฺส ทุกฺกฏเมว. วุฏฺฐานาธิปฺปาเยน ‘‘ตฺวํ อิตฺถนฺนามํ อาปตฺตึ อาปนฺโน, ตํ ปฏิกโรหี’’ติ วทนฺตสฺส, อุโปสถํ วา ปวารณํ วา ฐเปนฺตสฺส จ โอกาสกมฺมํ นตฺถิ, ฐปนกฺเขตฺตํ ปน ชานิตพฺพํ, อนุวิชฺชกสฺสาปิ โอสเฏ วตฺถุสฺมึ ‘‘อตฺเถตํ ตวา’’ติ อนุวิชฺชนาธิปฺปาเยน วทนฺตสฺส โอกาสกมฺมํ นตฺถิ, ธมฺมกถิกสฺสาปิ ‘‘โย อิทญฺจ อิทญฺจ กโรติ, อยํ อสฺสมโณ’’ติอาทินา นเยน อโนทิสกํ ธมฺมํ กเถนฺตสฺส โอกาสกมฺมํ นตฺถิ. สเจ ปน โอทิสฺส นิยเมตฺวา ‘‘อสุโก จ อสุโก จ อสฺสมโณ อนุปาสโก’’ติ กเถติ, อาสนโต โอรุยฺห อาปตฺตึ เทเสตฺวา คนฺตพฺพํ. อุมฺมตฺตกาทีนญฺจ อนาปตฺติ, สีลวิปตฺติ, ยํ โจเทติ วา โจทาเปติ วา, ตสฺส ‘‘อุปสมฺปนฺโน’’ติ สงฺขฺยุปคมนํ, ตสฺมึ สุทฺธสญฺญิตา, เยน ปาราชิเกน โจเทติ, ตสฺส ทิฏฺฐาทิวเสน อมูลกตา, จาวนาธิปฺปาเยน สมฺมุขาโจทนา, ตสฺส ตงฺขณวิชานนนฺติ อิมาเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ. สมุฏฺฐานาทีนิ อทินฺนาทานสทิสานิ. เวทนา ปเนตฺถ ทุกฺขาเยวาติ.

ทุฏฺฐโทสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.