๕. สญฺจริตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา

ปญฺจเม สญฺจริตฺตนฺติ อิตฺถิปุริสานํ อนฺตเร สํจรณภาวํ. สมาปชฺเชยฺยาติ สมฺมา ปฏิคฺคณฺหนวีมํสนปจฺจาหรณานิ กโรนฺโต อาปชฺเชยฺย. อิตฺถิยา วาติอาทิ สมาปชฺชนาการทสฺสนํ. ตตฺถ อิตฺถิยา วา ปุริสมตินฺติ ปุริเสน วา ตสฺส มาตาปิตาทีหิ วา เปสิโต ปุริสสฺส มตึ อธิปฺปายํ อิตฺถิยา อาโรเจยฺยาติ อตฺโถ. ปุริสสฺส วา อิตฺถิมตินฺติ อิตฺถิยา วา ตสฺสา มาตาปิตาทีหิ วา เปสิโต อิตฺถิยา มตึ อธิปฺปายํ ปุริสสฺส อาโรเจยฺยาติ อตฺโถ. ชายตฺตเน วา ชารตฺตเน วาติ ชายภาเว วา ชารภาเว วา. ปุริสสฺส หิ มตึ อิตฺถิยา อาโรเจนฺโต ชายตฺตเน อาโรเจติ, อิตฺถิยา มตึ ปุริสสฺส อาโรเจนฺโต ชารตฺตเน อาโรเจติ. อปิจ ปุริสสฺเสว มตึ อิตฺถิยา อาโรเจนฺโต ชายตฺตเน วา อาโรเจติ นิพทฺธภริยภาเว, ชารตฺตเน วา มิจฺฉาจารภาเว, เตเนวสฺส ปทภาชเน (ปารา. ๓๐๒) ‘‘ชายตฺตเน วาติ ชายา ภวิสฺสสิ, ชารตฺตเน วาติ ชารี ภวิสฺสสี’’ติ วุตฺตํ. เอเตเนว อุปาเยน อิตฺถิยา มตึ ปุริสสฺส อาโรจเนปิ ‘‘ปติ ภวิสฺสสิ, ชาโร ภวิสฺสสี’’ติ วตฺตพฺพตา เวทิตพฺพา. อนฺตมโส ตงฺขณิกายปีติ สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทน ยา อยํ ตงฺขเณ มุหุตฺตมตฺเต สํวสิตพฺพโต ‘‘ตงฺขณิกา’’ติ วุจฺจติ, มุหุตฺติกาติ อตฺโถ. ตสฺสาปิ ‘‘มุหุตฺติกา ภวิสฺสสี’’ติ เอวํ ปุริสสฺส มตึ อาโรเจนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโส, เอเตเนว อุปาเยน ‘‘มุหุตฺติโก ภวิสฺสสี’’ติ เอวํ ปุริสสฺส อิตฺถิมตึ อาโรเจนฺโตปิ สงฺฆาทิเสสํ อาปชฺชตีติ เวทิตพฺโพ.

สาวตฺถิยํ อุทายิตฺเถรํ อารพฺภ สญฺจริตฺตสมาปชฺชนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, ‘‘อนฺตมโส ตงฺขณิกายปี’’ติ อยเมตฺถ อนุปญฺญตฺติ, สาธารณปญฺญตฺติ, ‘‘ปฏิคฺคณฺหาติ, วีมํสติ, อนฺเตวาสึ ปจฺจาหราเปตี’’ติอิมินา (ปารา. ๓๓๘) นเยน สาณตฺติกํ, อญฺญตฺร นาลํวจนียาย ยาย กายจิ อิตฺถิยา อนฺตมโส มาตุยาปิ ปุริสมตึ อาโรเจนฺโต ‘‘โหหิ กิร ภริยา ธนกฺกีตา’’ติ วตฺตุกาโม สเจปิ ฉนฺทวาสินีอาทีสุ อญฺญตรากาเรน อาโรเจตฺวา ตาย ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิเตปิ อสมฺปฏิจฺฉิเตปิ ปุน อาคนฺตฺวา เยน ปหิโต, ตสฺส ตํ ปวตฺตึ อาโรเจติ, สงฺฆาทิเสสํ อาปชฺชติ. สา ปน ตสฺส ภริยา โหตุ วา, มา วา, อการณเมตํ. สเจปิ ยสฺสา สนฺติกํ เปสิโต, ตํ อทิสฺวา อญฺญตรสฺส อวสฺสาโรจนกสฺส ‘‘อาโรเจหี’’ติ วตฺวา ปจฺจาหรติ, อาปชฺชติเยว. ‘‘มาตุรกฺขิตํ พฺรูหี’’ติ เปสิตสฺส ปน คนฺตฺวา อญฺญํ ปิตุรกฺขิตาทีสุ อญฺญตรํ วทนฺตสฺส วิสงฺเกตํ โหติ, ปุริสสฺส วา อิตฺถิยา วา วจนํ ‘‘สาธู’’ติ กาเยน วา วาจาย วา อุภเยน วา ปฏิคฺคณฺหิตฺวา ตสฺสา อิตฺถิยา วา ปุริสสฺส วา อาโรเจตฺวา วา อาโรจาเปตฺวา วา ปุน เยน เปสิโต, ตสฺส ตํ ปวตฺตึ สยํ อาโรเจนฺตสฺส วา อญฺเญน อาโรจาเปนฺตสฺส วา สงฺฆาทิเสโส. เอตฺตาวตา หิ ‘‘ปฏิคฺคณฺหาติ, วีมํสติ, ปจฺจาหรตี’’ติอิทํ องฺคตฺตยํ สมฺปาทิตเมว โหติ, อิโต ปน เยหิ เกหิจิ ทฺวีหิ องฺเคหิ, ปณฺฑเก จ องฺคตฺตเยนาปิ ถุลฺลจฺจยํ. เอเกน ทุกฺกฏํ. สงฺฆสฺส วา เจติยสฺส วา คิลานสฺส วา กิจฺเจน คจฺฉนฺตสฺส, อุมฺมตฺตกาทีนญฺจ อนาปตฺติ.

สีลวิปตฺติ, เยสุ สญฺจริตฺตํ สมาปชฺชติ, เตสํ มนุสฺสชาติกตา, น นาลํวจนียตา,

ปฏิคฺคณฺหนวีมํสนปจฺจาหรณานีติ อิมาเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ. ฉสมุฏฺฐานํ, ปณฺณตฺตึ วา อลํวจนียภาวํ วา อชานนฺตสฺส กายวิกาเรน สาสนํ คเหตฺวา ตเถว วีมํสิตฺวา ตเถว ปจฺจาหรนฺตสฺส กายโต สมุฏฺฐาติ. ‘‘อิตฺถนฺนามา อาคมิสฺสติ, ตสฺสา จิตฺตํ ชาเนยฺยาถา’’ติ เกนจิ วุตฺเต ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตํ อาคตํ วตฺวา ปุน ตสฺมึ ปุริเส อาคเต อาโรเจนฺตสฺส กาเยน กิญฺจิ อกตตฺตา วาจโต สมุฏฺฐาติ. วาจาย ‘‘สาธู’’ติ สาสนํ คเหตฺวา อญฺเญน กรณีเยน ตสฺสา ฆรํ คนฺตฺวา อญฺญตฺถ วา คมนกาเล ตํ ทิสฺวา วจีเภเทน วีมํสิตฺวา ปุนปิ อญฺเญเนว การเณน ตโต อปกฺกมฺม กทาจิเทว ตํ ปุริสํ ทิสฺวา อาโรเจนฺตสฺสาปิ วาจโต สมุฏฺฐาติ. ปณฺณตฺตึ อชานนฺตสฺส ปน ขีณาสวสฺสาปิ ปิตุวจเนน คนฺตฺวา อลํวจนียํ มาตรมฺปิ ‘‘เอหิ เม ปิตรํ อุปฏฺฐาหี’’ติ วตฺวา ปจฺจาหรนฺตสฺส กายวาจโต สมุฏฺฐาติ. อิมานิ ตีณิ อจิตฺตกสมุฏฺฐานานิ. ตทุภยํ ปน ชานิตฺวา เอเตเหว ตีหิ นเยหิ สมาปชฺชนฺตสฺส ตาเนว ตีณิ ตทุภยชานนจิตฺเตน สจิตฺตกานิ โหนฺติ, กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, กุสลาทิวเสน เจตฺถ ตีณิ จิตฺตานิ, สุขาทิวเสน ติสฺโส เวทนาติ.

สญฺจริตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.