๑๓. กุลทูสกสิกฺขาปทวณฺณนา
เตรสเม คามํ วา นิคมํวาติ เอตฺถ นครมฺปิ คาเม อนฺโตคธเมว. อุปนิสฺสาย วิหรตีติตตฺถ ปฏิพทฺธจีวราทิปจฺจยตาย ตํ นิสฺสาย วสติ. ปุปฺผทานาทีหิ มนุสฺสานํ สทฺธํ วินาเสนฺโต กุลานิ ทูเสตีติ กุลทูสโก. มาลาวจฺฉโรปนาทโย ปาปกา สมาจารา อสฺสาติ ปาปสมาจาโร. โส ภิกฺขูติ โส กุลทูสโก ภิกฺขุ. อายสฺมา โข กุลทูสโก…เป… อลํ เต อิธ วาเสนาติ อิมินาสฺส ปพฺพาชนียกมฺมารหตํ ทสฺเสติ. ปพฺพาชนียกมฺมกโต ปเนส ยสฺมึ คาเม วา นิคเม วา กุลทูสกกมฺมํ กตํ, ยสฺมิญฺจ วิหาเร วสติ, เนว ตสฺมึ คาเม วา นิคเม วา จริตุํ ลภติ, น วิหาเร วสิตุํ. เอวญฺจ โส ภิกฺขูติเอตฺถ โสติ ปพฺพาชนียกมฺมกโต อธิปฺเปโต. ฉนฺเทน คจฺฉนฺตีติ ฉนฺทคามิโน, เอส นโย เสเสสุ. โส ภิกฺขูติ โส ‘‘ฉนฺทคามิโน’’ติอาทีนิ วทมาโน. ตสฺส วจนสฺส ปฏินิสฺสคฺคาย เอวํ วจนีโย, น กุลทูสนนิวารณตฺถาย. กุลทูสนกมฺเมน หิ โส อาปชฺชิตพฺพา อาปตฺติโย ปุพฺเพว อาปนฺโน, เอวํ ปนสฺส วิสุมฺปิ สงฺฆมชฺเฌปิ วุจฺจมานสฺส อปฺปฏินิสฺสชฺชโต อปรํ ทุกฺกฏํ. เอวญฺจ โสติอาทิ อิโต ปุพฺเพ วุตฺตญฺจ อวุตฺตญฺจ สพฺพํ อุตฺตานตฺถเมว. วินิจฺฉยกถาปิ ทสเม วุตฺตสทิสาเยว.
อยํ ปน วิเสโส – อิทํ สาวตฺถิยํ อสฺสชิปุนพฺพสุเก ภิกฺขู อารพฺภ ฉนฺทคามิตาทีหิ ปาปนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, องฺเคสุ จ ยถา ตตฺถ ปรกฺกมนํ, เอวํ อิธ ฉนฺทาทีหิ ปาปนํ ทฏฺฐพฺพนฺติ.
กุลทูสกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นิคมนวณฺณนา
อุทฺทิฏฺฐา โข…เป… เอวเมตํ ธารยามีติเอตฺถ ปฐมํ อาปตฺติ เอเตสนฺติ ปฐมาปตฺติกา, ปฐมํ วีติกฺกมนกฺขเณเยว อาปชฺชิตพฺพาติ อตฺโถ. อิตเร ปน ยถา ตติเย จ จตุตฺเถ จ ทิวเส โหตีติ เอตฺถ ‘‘ตติยโก, จตุตฺถโก’’ติ วุจฺจติ, เอวํ ยาวตติเย สมนุภาสนกมฺเม โหนฺตีติ ยาวตติยกาติ เวทิตพฺพา. ยาวตีหนฺติ ยตฺตกานิ อหานิ. ชานํ ปฏิจฺฉาเทตีติ ชานนฺโต ปฏิจฺฉาเทติ. ตตฺถายํ ปฏิจฺฉาทนลกฺขณสฺส มาติกา – อาปตฺติ จ โหติ, อาปตฺติสญฺญี จ, ปกตตฺโต จ โหติ, ปกตตฺตสญฺญี จ, อนนฺตรายิโก จ โหติ, อนนฺตรายิกสญฺญี จ, ปหุ จ โหติ, ปหุสญฺญี จ, ฉาเทตุกาโม จ โหติ, ฉาเทติ จาติ. ตตฺถ อาปตฺติ จ โหติ, อาปตฺติสญฺญี จาติ ยํ อาปตฺตึ อาปนฺโน, สา เตรสนฺนํ อญฺญตรา โหติ, โสปิ จ ตตฺถ วตฺถุวเสน วา ‘‘อิทํ ภิกฺขูนํ น วฏฺฏตี’’ติ นามมตฺตวเสน วา ‘‘อยํ อิตฺถนฺนามา อาปตฺตี’’ติ อาปตฺติสญฺญีเยว หุตฺวา ‘‘น ทานิ นํ กสฺสจิ อาโรเจสฺสามี’’ติ เอวํ ฉาเทตุกาโมว ธุรํ นิกฺขิปิตฺวา อรุณํ อุฏฺฐาเปติ, ฉนฺนา โหติ อาปตฺติ. สเจ ปเนตฺถ อนาปตฺติสญฺญี วา โหติ, อญฺญาปตฺติกฺขนฺธสญฺญี วา, เวมติโก วา, อจฺฉนฺนาว โหติ. ปกตตฺโตติ อนุกฺขิตฺโต สมานสํวาสโก. โส เจ ปกตตฺตสญฺญี หุตฺวา วุตฺตนเยเนว ฉาเทติ, ฉนฺนา โหติ. อนนฺตรายิโกติ ยสฺส ทสสุ ราชโจรอคฺคิอุทกมนุสฺสอมนุสฺสวาฬสรีสปชีวิตพฺรหฺมจริยนฺตราเยสุ เอโกปิ นตฺถิ, โส เจ อนนฺตรายิกสญฺญี ฉาเทติ, ฉนฺนา โหติ. ปหูติ โย สกฺโกติ ภิกฺขุโน สนฺติกํ คนฺตุญฺเจว อาโรเจตุญฺจ, โส เจ ปหุสญฺญี หุตฺวา ฉาเทติ, ฉนฺนา โหติ. ฉาเทตุกาโม จ โหติ, ฉาเทติ จาติอิทํ อุตฺตานเมว. สเจปิ หิ โส สภาคํ ทิสฺวา ‘‘อยํ เม อุปชฺฌาโย วา อาจริโย วา’’ติ ลชฺชาย นาโรเจติ, ฉนฺนาว โหติ. อุปชฺฌายาทิภาโว หิ อิธ อปฺปมาณํ, สภาคมตฺตเมว ปมาณํ. อยํ ‘‘ชานํ ปฏิจฺฉาเทตี’’ติปทสฺส สงฺเขปโต อตฺถวินิจฺฉโย.
ตาวตีหนฺติ ตตฺตกานิ อหานิ, ปฏิจฺฉาทิตทิวสโต ปฏฺฐาย ยาว อาโรจิตทิวโส, ตาว ทิวสปกฺขมาสสํวจฺฉรวเสน ยตฺตโก กาโล อติกฺกนฺโต, ตตฺตกํ กาลนฺติ อตฺโถ. อกามา ปริวตฺถพฺพนฺติ น กาเมน น วเสน, อถ โข อกาเมน อวเสน ปริวาสํ สมาทาย วตฺถพฺพํ. ตตฺถ ปฏิจฺฉนฺนปริวาโส สุทฺธนฺตปริวาโส สโมธานปริวาโส จาติ ติวิโธ ปริวาโส. ตตฺถ ปฏิจฺฉนฺนปริวาโส ตาว ยถาปฏิจฺฉนฺนาย อาปตฺติยา ทาตพฺโพ. กสฺสจิ หิ เอกาหปฺปฏิจฺฉนฺนา อาปตฺติ โหติ, กสฺสจิ ทฺวีหาทิปฺปฏิจฺฉนฺนา. กสฺสจิ เอกา อาปตฺติ โหติ, กสฺสจิ เทฺว วา ติสฺโส วา ตทุตฺตริ วา. ตสฺมา ปฏิจฺฉนฺนปริวาสํ เทนฺเตน ปฐมเมว วุตฺตนเยน ปฏิจฺฉนฺนภาวํ ญตฺวา ตโต ปฏิจฺฉนฺนทิวเส จ อาปตฺติโย จ สลฺลกฺเขตฺวา สเจ เอกา เอกาหปฺปฏิจฺฉนฺนา โหติ, ‘‘อหํ, ภนฺเต, เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชึ สญฺเจตนิกํ สุกฺกวิสฺสฏฺฐึ เอกาหปฺปฏิจฺฉนฺน’’นฺติ เอวํ ปริวาสํ ยาจาเปตฺวา ขนฺธเก (จูฬว. ๙๘) อาคตนเยน กมฺมวาจํ วตฺวา ปริวาโส ทาตพฺโพ. อถ ทฺวีหตีหาทิปฺปฏิจฺฉนฺนา โหติ, ทฺวีหปฺปฏิจฺฉนฺนํ ตีหปฺปฏิจฺฉนฺนํ จตูหปฺปฏิจฺฉนฺนํ ปญฺจาหปฺปฏิจฺฉนฺนํ…เป… จุทฺทสาหปฺปฏิจฺฉนฺนนฺติเอวํ ยาว จุทฺทสทิวสานิ ทิวสวเสน โยชนา กาตพฺพา, ปญฺจทสทิวสปฺปฏิจฺฉนฺนายํ ‘‘ปกฺขปฺปฏิจฺฉนฺน’’นฺติ โยชนา กาตพฺพา. ตโต ยาว เอกูนตึสติโม ทิวโส, ตาว ‘‘อติเรกปกฺขปฺปฏิจฺฉนฺน’’นฺติ, ตโต มาสปฺปฏิจฺฉนฺนํ อติเรกมาสปฺปฏิจฺฉนฺนํ เทฺวมาสปฺปฏิจฺฉนฺนํ อติเรกเทฺวมาสปฺปฏิจฺฉนฺนํ เตมาสปฺปฏิจฺฉนฺนํ…เป… อติเรกเอกาทสมาสปฺปฏิจฺฉนฺนนฺติ เอวํ โยชนา กาตพฺพา. สํวจฺฉเร ปุณฺเณ ‘‘เอกสํวจฺฉรปฺปฏิจฺฉนฺน’’นฺติ, ตโต ปรํ อติเรกสํวจฺฉรํ เทฺวสํวจฺฉรํ เอวํ ยาว สฏฺฐิสํวจฺฉรอติเรกสฏฺฐิสํวจฺฉรปฺปฏิจฺฉนฺนนฺติ, ตโต วา ภิยฺโยปิ วตฺวา โยชนา กาตพฺพา.
สเจ ปน เทฺว ติสฺโส ตทุตฺตริ วา อาปตฺติโย โหนฺติ, ยถา ‘‘เอกํ อาปตฺติ’’นฺติ วุตฺตํ, เอวํ ‘‘เทฺว อาปตฺติโย, ติสฺโส อาปตฺติโย’’ติ วตฺตพฺพํ. ตโต ปรํ ปน สตํ วา โหตุ, สหสฺสํ วา, ‘‘สมฺพหุลา’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. นานาวตฺถุกาสุปิ ‘‘อหํ, ภนฺเต, สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เอกํ สุกฺกวิสฺสฏฺฐึ เอกํ กายสํสคฺคํ เอกํ ทุฏฺฐุลฺลวาจํ เอกํ อตฺตกามํ เอกํ สญฺจริตฺตํ เอกาหปฺปฏิจฺฉนฺนาโย’’ติ เอวํ คณนวเสน วา, ‘‘อหํ, ภนฺเต, สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ นานาวตฺถุกาโย เอกาหปฺปฏิจฺฉนฺนาโย’’ติ เอวํ วตฺถุกิตฺตนวเสน วา, ‘‘อหํ, ภนฺเต, สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เอกาหปฺปฏิจฺฉนฺนาโย’’ติ เอวํ นามมตฺตวเสน วา โยชนา กาตพฺพา. ตตฺถ นามํ ทุวิธํ สชาติสาธารณํ สพฺพสาธารณญฺจ, ตตฺถ สงฺฆาทิเสโสติ สชาติสาธารณํ, อาปตฺตีติ สพฺพสาธารณํ, ตสฺมา ‘‘สมฺพหุลา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เอกาหปฺปฏิจฺฉนฺนาโย’’ติ เอวํ สพฺพสาธารณนามวเสนาปิ วตฺตุํ วฏฺฏติ. อิทญฺหิ ปริวาสาทิวินยกมฺมํ วตฺถุวเสน โคตฺตวเสน นามวเสน อาปตฺติวเสน จ กาตุํ วฏฺฏติเยว. ตตฺถ สุกฺกวิสฺสฏฺฐีติ วตฺถุ เจว โคตฺตญฺจ, สงฺฆาทิเสโสติ นามญฺเจว อาปตฺติ จ, ตตฺถ ‘‘สุกฺกวิสฺสฏฺฐึ กายสํสคฺค’’นฺติอาทิวจเนนาปิ ‘‘นานาวตฺถุกาโย’’ติวจเนนาปิ วตฺถุ เจว โคตฺตญฺจ คหิตํ โหติ, ‘‘สงฺฆาทิเสโส’’ติวจเนนาปิ ‘‘อาปตฺติโย’’ติวจเนนาปิ นามญฺเจว อาปตฺติ จ คหิตา โหติ, ตสฺมา เอเตสุ ยสฺส กสฺสจิ วเสน กมฺมวาจา กาตพฺพา.
กมฺมวาจาปริโยสาเน จ สเจ อปฺปภิกฺขุโก อาวาโส โหติ, สกฺกา รตฺติจฺเฉทํ อนาปชฺชนฺเตน วสิตุํ, ตตฺเถว ‘‘ปริวาสํ สมาทิยามิ, วตฺตํ สมาทิยามี’’ติ ติกฺขตฺตุํ วตฺตํ สมาทาตพฺพํ, สมาทิยิตฺวา ตตฺเถว สงฺฆสฺส อาโรเจตฺวา ปุน อาคตาคตานํ ภิกฺขูนํ อาโรเจนฺเตน วตฺตเภทญฺจ รตฺติจฺเฉทญฺจ อกตฺวา ปริวสิตพฺพํ. สเจ น สกฺกา โหติ ปริวาสํ โสเธตุํ, นิกฺขิตฺตวตฺเตน วสิตุกาโม โหติ, ตตฺเถว สงฺฆมชฺเฌ, เอกปุคฺคลสฺส วา สนฺติเก ‘‘ปริวาสํ นิกฺขิปามิ, วตฺตํ นิกฺขิปามี’’ติ ปริวาโส นิกฺขิปิตพฺโพ, เอกปเทนาปิ เจตฺถ นิกฺขิตฺโต โหติ ปริวาโส, ทฺวีหิ ปน สุนิกฺขิตฺโตเยว, สมาทาเนปิ เอเสว นโย. นิกฺขิตฺตกาลโต ปฏฺฐาย ปกตตฺตฏฺฐาเน ติฏฺฐติ, อถาเนน ปจฺจูสสมเย เอเกน ภิกฺขุนา สทฺธึ ปริกฺขิตฺตสฺส วิหารสฺส ปริกฺเขปโต, อปริกฺขิตฺตสฺส ปริกฺเขปารหฏฺฐานโต เทฺว เลฑฺฑุปาเต อติกฺกมิตฺวา มหามคฺคโต โอกฺกมฺม คุมฺเพน วา วติยา วา ปฏิจฺฉนฺนฏฺฐาเน นิสีทิตฺวา อนฺโตอรุเณเยว วตฺตํ สมาทิยิตฺวา อาโรเจตพฺพํ. ยมฺปิ อญฺญํ ภิกฺขุํ ปสฺสติ, ตสฺสาปิ อาโรเจตพฺพเมว. อรุเณ อุฏฺฐิเต ตสฺส สนฺติเก วตฺตํ นิกฺขิปิตฺวา วิหารํ คนฺตพฺพํ. สเจ โส ปุเร อรุเณเยว เกนจิ กรณีเยน คโต, วิหารํ คนฺตฺวา ยํ สพฺพปฐมํ ภิกฺขุํ ปสฺสติ, ตสฺส อาโรเจตฺวา นิกฺขิปิตพฺพํ. เอวํ สลฺลกฺเขตฺวา ยาว รตฺติโย ปูเรนฺติ, ตาว ปริวตฺถพฺพํ, อยํ สงฺเขปโต ปฏิจฺฉนฺนปริวาสวินิจฺฉโย, วิตฺถาโร ปน สมนฺตปาสาทิกาย วินยสํวณฺณนาย (จูฬว. อฏฺฐ. ๙๗) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.
อิตเรสุ ปน ทฺวีสุ ‘‘อาปตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ, รตฺติปริยนฺตํ น ชานาตี’’ติ (จูฬว. ๑๕๗) อิมสฺมึ วตฺถุสฺมึ ขนฺธเก อนุญฺญาโต สุทฺธนฺตปริวาโส นาม, โส ทุวิโธ จูฬสุทฺธนฺโต มหาสุทฺธนฺโตติ, ทุวิโธปิ เจส รตฺติปริจฺเฉทํ สกลํ วา เอกจฺจํ วา อชานนฺตสฺส จ อสฺสรนฺตสฺส จ ตตฺถ เวมติกสฺส จ ทาตพฺโพ. อาปตฺติปริยนฺตํ ปน ‘‘เอตฺติกา อหํ อาปตฺติโย อาปนฺโน’’ติ ชานาตุ วา, มา วา, อการณเมตํ. ตสฺส ทานวิธิ ขนฺธเก อาคโต, วินิจฺฉยกถา ปน วิตฺถารโต สมนฺตปาสาทิกายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒) วุตฺตา. อิตโร ปน สโมธานปริวาโส นาม, โส ติวิโธ โหติ โอธานสโมธาโน อคฺฆสโมธาโน มิสฺสกสโมธาโนติ. ตตฺถ โอธานสโมธาโน นาม อนฺตราปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา ปฏิจฺฉาเทนฺตสฺส ปริวุตฺถทิวเส โอธุนิตฺวา มกฺเขตฺวา ปุริมาย อาปตฺติยา มูลทิวสปริจฺเฉเท ปจฺฉา อาปนฺนํ อาปตฺตึ สโมทหิตฺวา ทาตพฺพปริวาโส วุจฺจติ. อคฺฆสโมธาโน นาม สมฺพหุลาสุ อาปตฺตีสุ ยา เอกา วา เทฺว วา ติสฺโส วา สมฺพหุลา วา อาปตฺติโย สพฺพจิรปฺปฏิจฺฉนฺนาโย, ตาสํ อคฺเฆน สโมธาย ตาสํ รตฺติปริจฺเฉทวเสน อวเสสานํ อูนตรปฺปฏิจฺฉนฺนานํ อาปตฺตีนํ ทาตพฺพปริวาโส วุจฺจติ. มิสฺสกสโมธาโน นาม นานาวตฺถุกาโย อาปตฺติโย เอกโต กตฺวา ทาตพฺพปริวาโส วุจฺจติ, อยํ ติวิเธปิ สโมธานปริวาเส สงฺเขปกถา, วิตฺถาโร ปน สมนฺตปาสาทิกายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒) วุตฺโต, อิทํ ‘‘ปริวตฺถพฺพ’’นฺติ ปทสฺส วินิจฺฉยกถามุขํ.
อุตฺตริ ฉารตฺตนฺติ ปริวาสโต อุตฺตริ ฉ รตฺติโย. ภิกฺขุมานตฺตายาติ ภิกฺขูนํ มานภาวาย, อาราธนตฺถายาติ วุตฺตํ โหติ. ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ วตฺติตพฺพํ. ภิกฺขุมานตฺตญฺจ ปเนตํ ปฏิจฺฉนฺนาปฏิจฺฉนฺนวเสน ทุวิธํ. ตตฺถ ยสฺส อปฺปฏิจฺฉนฺนาปตฺติ โหติ, ตสฺส ปริวาสํ อทตฺวา มานตฺตเมว ทาตพฺพํ, อิทํ อปฺปฏิจฺฉนฺนมานตฺตํ. ยสฺส ปฏิจฺฉนฺนา โหติ, ตสฺส ปริวาสปริโยสาเน ทาตพฺพํ มานตฺตํ ปฏิจฺฉนฺนมานตฺตนฺติ วุจฺจติ, อิทํ อิธ อธิปฺเปตํ. อุภินฺนมฺปิ ปเนเตสํ ทานวิธิ วินิจฺฉยกถา จ สมนฺตปาสาทิกายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒) วุตฺตนเยน เวทิตพฺพา, อยํ ปเนตฺถ สงฺเขโป. สเจ อยํ วตฺตํ นิกฺขิปิตฺวา ปจฺจูสสมเย สมาทาตุํ คจฺฉติ, สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทน จตูหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ปริวาเส วุตฺตปฺปการํ ปเทสํ คนฺตฺวา ‘‘มานตฺตํ สมาทิยามิ, วตฺตํ สมาทิยามี’’ติ สมาทิยิตฺวา เนสํ อาโรเจตฺวา ตโต เตสุ คเตสุ วา อคเตสุ วา ปุริมนเยน ปฏิปชฺชิตพฺพํ. ยตฺถ สิยา วีสติคโณติ เอตฺถ วีสติสงฺโฆ คโณ อสฺสาติ วีสติคโณ. ตตฺราติ ยตฺร สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทน วีสติคโณ ภิกฺขุสงฺโฆ อตฺถิ, ตตฺถ. อพฺเภตพฺโพติ อภิเอตพฺโพ, สมฺปฏิจฺฉิตพฺโพ, อพฺภานกมฺมวเสน โอสาเรตพฺโพติ วุตฺตํ โหติ. อวฺหาตพฺโพติ วา อตฺโถ. อพฺภานกมฺมํ ปน ปาฬิวเสน ขนฺธเก (จูฬว. ๑๐๐ อาทโย) วินิจฺฉยวเสน สมนฺตปาสาทิกายํ วุตฺตํ. อนพฺภิโตติ น อพฺภิโต อสมฺปฏิจฺฉิโต, อกตพฺภานกมฺโมติ วุตฺตํ โหติ. อนวฺหาโตติ วา อตฺโถ. เต จ ภิกฺขู คารยฺหาติ เย อูนภาวํ ญตฺวา อพฺเภนฺติ, เต ภิกฺขู จ ครหิตพฺพา, สาติสารา สโทสา ทุกฺกฏํ อาปชฺชนฺตีติ อตฺโถ. อยํ ตตฺถ สามีจีติ อยํ ตตฺถ อนุธมฺมตา โลกุตฺตรธมฺมํ อนุคตา โอวาทานุสาสนี สามีจิ ธมฺมตา. เสสเมตฺถ วุตฺตนยเมวาติ.
กงฺขาวิตรณิยา ปาติโมกฺขวณฺณนาย
สงฺฆาทิเสสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.