๑๑. เภทานุวตฺตกสิกฺขาปทวณฺณนา
เอกาทสเม ตสฺเสว โข ปนาติ โย สงฺฆเภทาย ปรกฺกมติ, ตสฺเสว. อนุวตฺตกาติ ตสฺส ทิฏฺฐึ ขนฺตึ รุจึ คหเณน อนุปฏิปชฺชนกา. วคฺคํ อสามคฺคิปกฺขิยวจนํ วทนฺตีติ วคฺควาทกา. ยสฺมา ปน ติณฺณํ อุทฺธํ กมฺมารหา น โหนฺติ. น หิ สงฺโฆ สงฺฆสฺส กมฺมํ กโรติ, ตสฺมา ‘‘เอโก วา เทฺว วา ตโย วา’’ติ วุตฺตํ. ชานาติ โนติ อมฺหากํ ฉนฺทาทีนิ ชานาติ. ภาสตีติ ‘‘เอวํ กโรมา’’ติ อเมฺหหิ สทฺธึ ภาสติ. อมฺหากมฺเปตํ ขมตีติ ยํ โส กโรติ, เอตํ อมฺหากมฺปิ รุจฺจติ. สเมตายสฺมนฺตานํ สงฺเฆนาติ อายสฺมนฺตานํ จิตฺตํ สงฺเฆน สทฺธึ สเมตุ สมาคจฺฉตุ, เอกีภาวํ คจฺฉตูติ วุตฺตํ โหติ. เสสํ ปทตฺถโต อุตฺตานเมว. วินิจฺฉยกถาเปตฺถ ทสเม วุตฺตสทิสาเยว.
อยํ ปน วิเสโส – อิทํ ราชคเห สมฺพหุเล ภิกฺขู อารพฺภ เทวทตฺตสฺส สงฺฆเภทาย ปรกฺกมนฺตสฺส อนุวตฺตนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, องฺเคสุ จ ยถา ตตฺถ ปรกฺกมนํ, เอวํ อิธ อนุวตฺตนํ ทฏฺฐพฺพนฺติ.
เภทานุวตฺตกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.