๔. จตุตฺถปาราชิกวณฺณนา
จตุตฺเถ อนภิชานนฺติ สกสนฺตาเน อนุปฺปนฺนตฺตา อตฺตนิ อตฺถิภาวํ อชานนฺโต. อุตฺตริมนุสฺสธมฺมนฺติ อุตฺตริมนุสฺสานํ ฌายีนญฺเจว อริยานญฺจ ธมฺมํ. อตฺตุปนายิกนฺติ อตฺตนิ ตํ อุปเนติ ‘‘มยิ อตฺถี’’ติ สมุทาจรนฺโต, อตฺตานํ วา ตตฺถ อุปเนติ ‘‘อหํ เอตฺถ สนฺทิสฺสามี’’ติ สมุทาจรนฺโตติ อตฺตุปนายิโก, ตํ อตฺตุปนายิกํ. เอวํ กตฺวา สมุทาจเรยฺยาติ สมฺพนฺโธ. อลมริยญาณทสฺสนนฺติเอตฺถ มหคฺคตโลกุตฺตรปญฺญา ชานนฏฺเฐน ญาณํ, จกฺขุนา จ ทิฏฺฐมิว ธมฺมํ ปจฺจกฺขกรณโต ทสฺสนตฺเถน ทสฺสนนฺติ ญาณทสฺสนํ, อริยํ วิสุทฺธํ อุตฺตมํ ญาณทสฺสนนฺติ อริยญาณทสฺสนํ, อลํ ปริยตฺตํ กิเลสวิทฺธํสนสมตฺถํ อริยญาณทสฺสนเมตฺถ ฌานาทิเภเท อุตฺตริมนุสฺสธมฺเม, อลํ วา อริยญาณทสฺสนมสฺสาติ อลมริยญาณทสฺสโน, ตํ อลมริยญาณทสฺสนํ. สมุทาจเรยฺยาติ วุตฺตปฺปการเมตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อตฺตุปนายิกํ กตฺวา กาเยน วา วาจาย วา ตทุภเยน วา วิญฺญุสฺส มนุสฺสชาติกสฺส อาโรเจยฺย. อิติ ชานามิ อิติ ปสฺสามีติ สมุทาจรณาการทสฺสนเมตํ, อตฺตุปนายิกญฺหิ กตฺวา วินา อญฺญาปเทเสน สมุทาจรนฺโต เอวํ สมุทาจรติ, ตสฺมา ยฺวายํ ปทภาชเน (ปารา. ๒๐๙) ‘‘ปฐมํ ฌานํ สมาปชฺชึ, สมาปชฺชามิ, สมาปนฺโน’’ติอาทิเภโท วุตฺโต, โส สพฺโพ อิเธว สงฺคหํ คจฺฉตีติ เวทิตพฺโพ. ‘‘อิติ ชานามิ อิติ ปสฺสามี’’ติ หิ วทนฺโต น ยิทํ วจนมตฺตเมว วทติ, อถ โข ‘‘อิมินา จ อิมินา จ การเณน อยํ ธมฺโม มยิ อตฺถี’’ติ ทีเปติ, ‘‘สมาปชฺชิ’’นฺติอาทีนิ จ วทนฺเตน หิ สมาปชฺชนาทีหิ การเณหิ อตฺถิตา ทีปิตา โหติ, เตน วุตฺตํ ‘‘ยฺวายํ ปทภาชเน ปฐมํ ฌานํ สมาปชฺชึ, สมาปชฺชามิ, สมาปนฺโนติอาทิเภโท วุตฺโต, โส สพฺโพ อิเธว สงฺคหํ คจฺฉตี’’ติ. ตโต อปเรน สมเยนาติ ตโต อาโรจิตกาลโต อญฺญตรสฺมึ กาเล. อิติ อาปตฺติปฏิชานนกาลทสฺสนเมตํ, อยํ ปน อาโรจิตกฺขเณว อาปตฺตึ อาปชฺชติ. อาปตฺตึ ปน อาปนฺโน ยสฺมา ปเรน โจทิโต วา อโจทิโต วา ปฏิชานาติ, ตสฺมา ‘‘สมนุคฺคาหียมาโน วา อสมนุคฺคาหียมาโน วา’’ติ วุตฺตํ. อาปนฺโนติ อาโรจิตกฺขเณเยว ปาราชิกํ อาปนฺโน. วิสุทฺธาเปกฺโขติ อตฺตโน คิหิภาวาทิกํ วิสุทฺธึ อเปกฺขมาโน อิจฺฉมาโน. อยญฺหิ ยสฺมา ปาราชิกํ อาปนฺโน, ตสฺมา ภิกฺขุภาเว ฐตฺวา อภพฺโพ ฌานาทีนิ อธิคนฺตุํ, อิจฺจสฺส ภิกฺขุภาโว วิสุทฺธิ นาม น โหติ. ยสฺมา ปน คิหิ วา อุปาสการามิกสามเณรานํ วา อญฺญตโร หุตฺวา ทานาทีหิ สคฺคมคฺคํ วา ฌานาทีหิ โมกฺขมคฺคํ วา อาราเธตุํ ภพฺโพ โหติ, ตสฺมาสฺส คิหิอาทิภาโว วิสุทฺธิ นาม โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘คิหิภาวาทิกํ วิสุทฺธึ อเปกฺขมาโน’’ติ. เอวํ วเทยฺยาติ เอวํ ภเณยฺย, กถํ? ‘‘อชานเมวํ, อาวุโส’’ติอาทึ. ตตฺถ อชานนฺติ อชานนฺโต. อปสฺสนฺติ อปสฺสนฺโต. ตุจฺฉํ มุสา วิลปินฺติ อหํ วจนตฺถวิรหโต ตุจฺฉํ, วญฺจนาธิปฺปายโต มุสา วิลปึ อภณินฺติ วุตฺตํ โหติ. อญฺญตฺร อธิมานาติ ยฺวายํ ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา สงฺขาเร สมฺมสนฺตสฺส อารทฺธวิปสฺสกสฺส อปตฺเต ปตฺตสญฺญิตาสงฺขาโต อธิมาโน อุปฺปชฺชติ, ตํ อธิมานํ ฐเปตฺวา เกวลํ ปาปิจฺฉตาย โย สมุทาจเรยฺย, อยมฺปิ ปาราชิโก โหตีติ อตฺโถ.
เวสาลิยํ วคฺคุมุทาตีริเย ภิกฺขู อารพฺภ เตสํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาโรจนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, ‘‘อญฺญตฺร อธิมานา’’ติ อยเมตฺถ อนุปญฺญตฺติ, สาธารณปญฺญตฺติ, อนาณตฺติกํ, ‘‘ปฐมํ ฌานํ สมาปชฺชิ’’นฺติอาทินา นเยน วุตฺตปฺปการํ อสนฺตํ ฌานาทิธมฺมํ อาโรเจนฺตสฺส สเจ ยสฺส กสฺสจิ อาโรเจติ, โส มนุสฺสชาติโก โหติ, อนนฺตรเมว ‘‘อยํ ฌานลาภี’’ติ วา ‘‘อริโย’’ติ วา เยน เกนจิ อากาเรน ตมตฺถํ ชานาติ, ปาราชิกํ. สเจ น ชานาติ, ถุลฺลจฺจยํ. สเจ ปน ‘‘โย เต วิหาเร วสิ, โส ภิกฺขุ ปฐมํ ฌานํ สมาปชฺชี’’ติอาทินา (ปารา. ๒๒๐) นเยน อญฺญาปเทเสน อาโรเจนฺตสฺส ชานาติ, ถุลฺลจฺจยํ. สเจ น ชานาติ, ทุกฺกฏํ. อธิมาเนน อาโรเจนฺตสฺส, อนุลฺลปนาธิปฺปายสฺส, อุมฺมตฺตกาทีนญฺจ อนาปตฺติ. สีลวิปตฺติ, อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺส อตฺตนิ อสนฺตตา, ปาปิจฺฉตาย ตสฺส อาโรจนํ, อนญฺญาปเทโส, ยสฺส อาโรเจติ, ตสฺส มนุสฺสชาติกตา, ตงฺขณวิชานนนฺติ อิมาเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ. สมุฏฺฐานาทีนิ อทินฺนาทาเน วุตฺตสทิสาเนวาติ.
จตุตฺถปาราชิกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อุทฺทิฏฺฐา โข อายสฺมนฺโต จตฺตาโร ปาราชิกา ธมฺมาติอิทํ อิธ อุทฺทิฏฺฐปาราชิกปริทีปนเมว. สโมธาเนตฺวา ปน สพฺพาเนว จตุวีสติ ปาราชิกานิ เวทิตพฺพานิ. กตมานิ จตุวีสติ? ปาฬิยํ อาคตานิ ตาว ภิกฺขูนํ จตฺตาริ ภิกฺขุนีนํ อสาธารณานิ จตฺตารีติ อฏฺฐ, ตานิ เอกาทสนฺนํ ปณฺฑกาทีนํ อภพฺพภาวสงฺขาเตหิ เอกาทสหิ ปาราชิเกหิ สทฺธึ เอกูนวีสติ, คิหิภาวํ ปตฺถยมานาย ภิกฺขุนิยา วิพฺภนฺตภาวปาราชิเกน สทฺธึ วีสติ, อปรานิปิ ลมฺพี, มุทุปิฏฺฐิโก, ปรสฺส องฺคชาตํ มุเขน คณฺหาติ, ปรสฺส องฺคชาเต อภินิสีทตีติ อิเมสํ จตุนฺนํ วเสน ‘‘จตฺตาริ อนุโลมปาราชิกานี’’ติ วทนฺติ, อิติ อิมานิ จ จตฺตาริ, ปุริมานิ จ วีสตีติ สโมธาเนตฺวา สพฺพาเนว จตุวีสติ ปาราชิกานิ เวทิตพฺพานิ. น ลภติ ภิกฺขูหิ สทฺธึ สํวาสนฺติ อุโปสถาทิเภทํ สํวาสํ ภิกฺขูหิ สทฺธึ น ลภติ. ยถา ปุเร, ตถา ปจฺฉาติ ยถา ปุพฺเพ คิหิกาเล อนุปสมฺปนฺนกาเล จ, ปจฺฉา ปาราชิกํ อาปนฺโนปิ ตเถว อสํวาโส โหติ, นตฺถิ ตสฺส ภิกฺขูหิ สทฺธึ อุโปสถาทิเภโท สํวาโสติ. ตตฺถายสฺมนฺเต ปุจฺฉามีติ เตสุ จตูสุ ปาราชิเกสุ อายสฺมนฺเต ‘‘กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา’’ติ ปุจฺฉามิ. กจฺจิตฺถาติ กจฺจิ เอตฺถ, เอเตสุ จตูสุ ปาราชิเกสุ กจฺจิ ปริสุทฺธาติ อตฺโถ. อถ วา กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธาติ กจฺจิ ปริสุทฺธา อตฺถ, ภวถาติ อตฺโถ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.
กงฺขาวิตรณิยา ปาติโมกฺขวณฺณนาย
ปาราชิกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.