๑. ปริมณฺฑลาทิสิกฺขาปทวณฺณนา
อิโต ปรํ ปน เสขิยานิ เจว อธิกรณสมถา จ สพฺพปการโต ภิกฺขุปาติโมกฺขวณฺณนายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพาติ.
กงฺขาวิตรณิยา ปาติโมกฺขวณฺณนาย
ภิกฺขุนิปาติโมกฺขวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นิคมนกถา
เอตฺตาวตา จ –
วณฺณนํ ปาติโมกฺขสฺส, โสณตฺเถเรน ยาจิโต;
วินเย ชาตกงฺขานํ, กงฺขาวิตรณตฺถิโก.
อารภึ ยมหํ สพฺพํ, สีหฬฏฺฐกถานยํ;
มหาวิหารวาสีนํ, วาจนามคฺคนิสฺสิตํ.
นิสฺสาย สา อยํ นิฏฺฐํ, คตา อาทาย สพฺพโส;
สพฺพํ อฏฺฐกถาสารํ, ปาฬิยตฺถญฺจ เกวลํ.
น เหตฺถ ตํ ปทํ อตฺถิ, ยํ วิรุชฺเฌยฺย ปาฬิยา;
มหาวิหารวาสีนํ, โปราณฏฺฐกถาหิ วา.
ยสฺมา ตสฺมา อกตฺวาว, เอตฺถ กงฺขํ หิเตสินา;
สิกฺขิตพฺพาว สกฺกจฺจํ, กงฺขาวิตรณี อยํ.
ยถา จ นิฏฺฐํ สมฺปตฺตา, กงฺขาวิตรณี อยํ;
ทฺวาวีสติ ภาณวารปอมาณาย ปาฬิยา.
เอวํ อนนฺตราเยน, นิฏฺฐํ กลฺยาณนิสฺสิตา;
อจิรํ สพฺพสตฺตานํ, ยนฺตุ สพฺเพ มโนรถาติ.
ปรมวิสุทฺธสทฺธาพุทฺธิวีริยปฺปฏิมณฺฑิเตน สีลาจารชฺชวมทฺทวาทิคุณสมุทยสมุทิเตน สกสมยสมยนฺตรคหนชฺโฌคาหณสมตฺเถน ปญฺญาเวยฺยตฺติยสมนฺนาคเตน ติปิฏกปริยตฺติปฺปเภเท สาฏฺฐกเถ สตฺถุสาสเน อปฺปฏิหตญาณปฺปภาเวน มหาเวยฺยากรเณน กรณสมฺปตฺติชนิตสุวินิคฺคตมธอุโรทารวจนลาวณฺณยุตฺเตน ยุตฺตมุตฺตวาทินา วาทีวเรน มหากวินา ปภินฺนปฏิสมฺภิทาปริวาเร ฉฬภิญฺญาทิปฺปเภทคุณปฺปฏิมณฺฑิเต อุตฺตริมนุสฺสธมฺเม สุปฺปติฏฺฐิตพุทฺธีนํ เถรวํสปฺปทีปานํ เถรานํ มหาวิหารวาสีนํ วํสาลงฺการภูเตน วิปุลวิสุทฺธพุทฺธินา พุทฺธโฆโสติ ครูหิ คหิตนามเธยฺเยน เถเรน กตา อยํ กงฺขาวิตรณี นาม ปาติโมกฺขวณฺณนา –
ตาว ติฏฺฐตุ โลกสฺมึ, โลกนิตฺถรเณสินํ;
ทสฺเสนฺตี กุลปุตฺตานํ, นยํ สีลวิสุทฺธิยา.
ยาว ‘‘พุทฺโธ’’ติ นามมฺปิ, สุทฺธจิตฺตสฺส ตาทิโน;
โลกมฺหิ โลกเชฏฺฐสฺส, ปวตฺตติ มเหสิโนติ.
กงฺขาวิตรณี-อฏฺฐกถา นิฏฺฐิตา.