๑๑. ปาริวาสิกสิกฺขาปทวณฺณนา
เอกาทสเม ปาริวาสิกฉนฺททาเนนาติ ปาริวาสิเยน ฉนฺททาเนน. ตตฺถ จตุพฺพิธํ ปาริวาสิยํ ปริสปาริวาสิยํ รตฺติปาริวาสิยํ ฉนฺทปาริวาสิยํ อชฺฌาสยปาริวาสิยนฺติ.
ตตฺถ ปริสปาริวาสิยํ นาม ภิกฺขู เกนจิเทว กรณีเยน สนฺนิปติตา โหนฺติ, อถ เมโฆ วา อุฏฺฐหติ, อุสฺสารณา วา กรียติ, มนุสฺสา วา อชฺโฌตฺถรนฺตา อาคจฺฉนฺติ, ภิกฺขู ‘‘อโนกาสา มยํ, อญฺญตฺร คจฺฉามา’’ติ ฉนฺทํ อวิสฺสชฺชิตฺวาว อุฏฺฐหนฺติ, อิทํ ปริสปาริวาสิยํ นาม, กิญฺจาปิ ปริสปาริวาสิยํ, ฉนฺทสฺส ปน อวิสฺสฏฺฐตฺตา กมฺมํ กาตุํ วฏฺฏติ.
ปุน ภิกฺขู ‘‘อุโปสถาทีนิ กริสฺสามา’’ติ รตฺตึ สนฺนิปติตฺวา ‘‘ยาว สพฺเพ สนฺนิปตนฺติ, ตาว ธมฺมํ สุณิสฺสามา’’ติ เอกํ อชฺเฌสนฺติ, ตสฺมึ ธมฺมกถํ กเถนฺเตเยว อรุโณ อุคฺคจฺฉติ. สเจ ‘‘จาตุทฺทสิกํ อุโปสถํ กริสฺสามา’’ติ นิสินฺนา, ‘‘ปนฺนรโส’’ติ กาตุํ วฏฺฏติ. สเจ ปนฺนรสิกํ กาตุํ นิสินฺนา, ปาฏิปเท อนุโปสเถ อุโปสถํ กาตุํ น วฏฺฏติ. อญฺญํ ปน สงฺฆกิจฺจํ กาตุํ วฏฺฏติ, อิทํ รตฺติปาริวาสิยํ นาม.
ปุน ภิกฺขู ‘‘กิญฺจิเทว อพฺภานาทิสงฺฆกมฺมํ กริสฺสามา’’ติ สนฺนิสินฺนา โหนฺติ, ตเตฺรโก นกฺขตฺตปาฐโก ภิกฺขุ เอวํ วทติ ‘‘อชฺช นกฺขตฺตํ ทารุณํ, มา อิทํ กมฺมํ กโรถา’’ติ. เต ตสฺส วจเนน ฉนฺทํ วิสฺสชฺเชตฺวา ตตฺเถว นิสินฺนา โหนฺติ, อถญฺโญ อาคนฺตฺวา ‘‘นกฺขตฺตํ ปติมาเนนฺตํ, อตฺโถ พาลํ อุปชฺฌคา (ชา. ๑.๑.๔๙), กึ นกฺขตฺเตน กโรถา’’ติ วทติ, อิทํ ฉนฺทปาริวาสิยญฺเจว อชฺฌาสยปาริวาสิยญฺจ. เอตสฺมึ ปาริวาสิเย ปุน ฉนฺทปาริสุทฺธึ อนาหริตฺวา กมฺมํ กาตุํ น วฏฺฏติ, อิทํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ปาริวาสิกฉนฺททาเนนา’’ติ. ปาจิตฺติยนฺติ เอวํ วุฏฺฐาเปนฺติยา วุตฺตนเยเนว กมฺมวาจาปริโยสาเน ปาจิตฺติยํ.
ราชคเห ถุลฺลนนฺทํ อารพฺภ เอวํ วุฏฺฐาปนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ. ฉนฺทํ อวิสฺสชฺเชตฺวาว อวุฏฺฐิตาย ปริสาย วุฏฺฐาเปนฺติยา, อุมฺมตฺติกาทีนญฺจ อนาปตฺติ. ปาริวาสิกฉนฺททานตา, วุฏฺฐาปนนฺติ อิมาเนตฺถ เทฺว องฺคานิ. สมุฏฺฐานาทีนิ คมฺภินิสิกฺขาปทสทิสาเนวาติ.
ปาริวาสิกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.