๗๕. อุทเกอุจฺจารสิกฺขาปทวณฺณนา

เอกูนวีสติเม น อุทเกติ เอตํ ปริโภคอุทกเมว สนฺธาย วุตฺตํ, วจฺจกุฏิสมุทฺทาทิอุทเกสุ ปน อปริโภเคสุ อนาปตฺติ. เทเว วสฺสนฺเต สมนฺตโต อุทโกเฆ ชาเต อนุทกฏฺฐานํ อลภนฺเตน อุทเก กาตุํ วฏฺฏติ, อิธาปิ ‘‘ถเล กโต อุทกํ โอตฺถรตี’’ติ (ปาจิ. ๖๕๔) อิทํ อนาปตฺติยํ อธิกํ, เสสํ สพฺพสิกฺขาปเทสุ อุตฺตานเมว.

สมุฏฺฐานาทิทีปนตฺถาย ปเนตฺถ อิทํ ปกิณฺณกํ – อุชฺชคฺฆิกอุจฺจาสทฺทปฺปฏิสํยุตฺตานิ จตฺตาริ, สกพเฬน มุเขน พฺยาหรณํ เอกํ, ฉมานีจาสนนิสินฺนฐิตปจฺฉโตคมนอุปฺปถคมนปฺปฏิสํยุตฺตานิ ปญฺจาติ อิมานิ ทส สิกฺขาปทานิ สมนุภาสนสมุฏฺฐานานิ, เอเกกเมตฺถ กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนํ. สูโปทนวิญฺญตฺติสิกฺขาปทํ เถยฺยสตฺถสมุฏฺฐานํ, กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนํ. ฉตฺตปาณิทณฺฑปาณิสตฺถปาณิอาวุธปาณิปาทุกาอุปาหนยานสยนปลฺลตฺถิกเวฐิตโอคุณฺฐิตนามกานิ เอกาทส ธมฺมเทสนาสมุฏฺฐานานิ, กิริยากิริยานิ, สญฺญาวิโมกฺขานิ, สจิตฺตกานิ, โลกวชฺชานิ, วจีกมฺมานิ, อกุสลจิตฺตานิ, ทุกฺขเวทนานิ. เสสานิ เตปณฺณาส ปฐมปาราชิกสมอุฏฺฐานาทิเภทานีติ.

เอกูนวีสติธมฺมเทสนาปฏิสํยุตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

กงฺขาวิตรณิยา ปาติโมกฺขวณฺณนาย

เสขิยวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อธิกรณสมถวณฺณนา

อธิกรณสมเถสุ สตฺตาติ เตสํ คณนปริจฺเฉโท. อธิกรณานิ สเมนฺติ วูปสเมนฺตีติ อธิกรณสมถา. อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺตีติ อาปตฺตาธิกรณสงฺขาตาสุ จ อวเสสาธิกรณตฺตยปจฺจยาสุ จ อาปตฺตีสุ ปริสุทฺธภาวํ ปุจฺฉนตฺถํ อุทฺทิสิตพฺพตํ อาคจฺฉนฺติ. อุปฺปนฺนุปฺปนฺนานนฺติ อุปฺปนฺนานํ อุปฺปนฺนานํ. อธิกรณานนฺติ วิวาทาธิกรณํ อนุวาทาธิกรณํ อาปตฺตาธิกรณํ กิจฺจาธิกรณนฺติ อิเมสํ จตุนฺนํ. สมถาย วูปสมายาติ สมนตฺถญฺเจว วูปสมนตฺถญฺจ สมฺมุขาวินโย ทาตพฺโพ…เป… ติณวตฺถารโกติ อิเม สตฺต สมถา ทาตพฺพา. ตตฺรายํ วินิจฺฉโย – อธิกรเณสุ ตาว ‘‘ธมฺโม’’ติ วา, ‘‘อธมฺโม’’ติ วา อฏฺฐารสหิ วตฺถูหิ วิวทนฺตานํ ภิกฺขูนํ โย วิวาโท, อิทํ วิวาทาธิกรณํ นาม. สีลวิปตฺติยา วา อาจารทิฏฺฐิอาชีววิปตฺติยา วา อนุวทนฺตานํ โย อนุวาโท อุปวทนา เจว โจทนา จ, อิทํ อนุวาทาธิกรณํ นาม. มาติกาย อาคตา ปญฺจ, วิภงฺเค เทฺวติ สตฺตปิ อาปตฺติกฺขนฺธา อาปตฺตาธิกรณํ, นาม. ยํ สงฺฆสฺส อปโลกนาทีนํ จตุนฺนํ กมฺมานํ กรณํ, อิทํ กิจฺจาธิกรณํ นาม.

ตตฺถ วิวาทาธิกรณํ (จูฬว. ๒๒๘) ทฺวีหิ สมเถหิ สมฺมติ สมฺมุขาวินเยน จ เยภุยฺยสิกาย จ, สมฺมุขาวินเยเนว สมฺมมานํ ยสฺมึ วิหาเร อุปฺปนฺนํ, ตสฺมึเยว วา, อญฺญตฺถ วูปสเมตุํ คจฺฉนฺตานํ อนฺตรามคฺเค วา, ยตฺถ คนฺตฺวา สงฺฆสฺส นิยฺยาติตํ, ตตฺถ สงฺเฆน วา วูปสเมตุํ อสกฺโกนฺเต ตตฺเถว อุพฺพาหิกาย สมฺมตปุคฺคเลหิ วา วินิจฺฉิตํ สมฺมติ, เอวํ สมฺมมาเน จ ปน ตสฺมึ ยา สงฺฆสมฺมุขตา ธมฺมสมฺมุขตา วินยสมฺมุขตา ปุคฺคลสมฺมุขตา อยํ สมฺมุขาวินโย นาม. ตตฺถ จ การกสงฺฆสฺส สงฺฆสามคฺคิวเสน สมฺมุขีภาโว สงฺฆสมฺมุขตา, สเมตพฺพสฺส วตฺถุโน ภูตตา ธมฺมสมฺมุขตา, ยถา ตํ สเมตพฺพํ, ตเถวสฺส สมนํ วินยสมฺมุขตา, โย จ วิวทติ, เยน จ วิวทติ, เตสํ อุภินฺนํ อตฺถปจฺจตฺถิกานํ สมฺมุขีภาโว ปุคฺคลสมฺมุขตา. อุพฺพาหิกาย วูปสมเน ปเนตฺถ สงฺฆสมฺมุขตา ปริหายติ, เอวํ ตาว สมฺมุขาวินเยเนว สมฺมติ.

สเจ ปเนวมฺปิ น สมฺมติ, อถ นํ อุพฺพาหิกาย สมฺมตา ภิกฺขู ‘‘น มยํ สกฺโกม วูปสเมตุ’’นฺติ สงฺฆสฺเสว นิยฺยาเตนฺติ, ตโต สงฺโฆ ปญฺจงฺคสมนฺนาคตํ ภิกฺขุํ สลากคฺคาหาปกํ สมฺมนฺนิตฺวา เตน คุฬฺหกวิวฏฺฏกสกณฺณชปฺปเกสุ ตีสุ สลากคฺคาเหสุ อญฺญตรวเสน สลากํ คาเหตฺวา สนฺนิปติตปริสาย ธมฺมวาทีนํ เยภุยฺยตาย ยถา เต ธมฺมวาทิโน วทนฺติ, เอวํ วูปสนฺตํ อธิกรณํ สมฺมุขาวินเยน จ เยภุยฺยสิกาย จ วูปสนฺตํ โหติ. ตตฺถ สมฺมุขาวินโย วุตฺตนโย เอว, ยํ ปน เยภุยฺยสิกกมฺมสฺส กรณํ. อยํ เยภุยฺยสิกา นาม, เอวํ วิวาทาธิกรณํ ทฺวีหิ สมเถหิ สมฺมติ.

อนุวาทาธิกรณํ (จูฬว. ๒๓๖) จตูหิ สมเถหิ สมฺมติ สมฺมุขาวินเยน จ สติวินเยน จ อมูฬฺหวินเยน จ ตสฺสปาปิยสิกาย จ. สมฺมุขาวินเยเนว สมฺมมานํ โย จ อนุวทติ, ยญฺจ อนุวทติ, เตสํ วจนํ สุตฺวา สเจ กาจิ อาปตฺติ นตฺถิ, อุโภ ขมาเปตฺวา, สเจ อตฺถิ, ‘‘อยํ นาเมตฺถ อาปตฺตี’’ติ เอวํ วินิจฺฉิตํ วูปสมฺมติ, ตตฺถ สมฺมุขาวินยลกฺขณํ วุตฺตนยเมว. ยทา ปน ขีณาสวสฺส ภิกฺขุโน อมูลิกาย สีลวิปตฺติยา อนุทฺธํสิตสฺส สติวินยํ ยาจมานสฺส สงฺโฆ ญตฺติจตุตฺเถน กมฺเมน สติวินยํ เทติ, ตทา สมฺมุขาวินเยน จ สติวินเยน จ วูปสนฺตํ โหติ, ทินฺเน ปน สติวินเย ปุน ตสฺมึ ปุคฺคเล กสฺสจิ อนุวาโท น รุหติ. ยทา อุมฺมตฺตโก ภิกฺขุ อุมฺมาทวเสน คเต อสฺสามณเก อชฺฌาจาเร ‘‘สรตายสฺมา เอวรูปึ อาปตฺติ’’นฺติ ภิกฺขูหิ โจทิยมาโน ‘‘อุมฺมตฺตเกน เม, อาวุโส, เอตํ กตํ, นาหํ ตํ สรามี’’ติ ภณนฺโตปิ ภิกฺขูหิ โจทิยมาโนว ปุน อโจทนตฺถาย อมูฬฺหวินยํ ยาจติ, สงฺโฆ จสฺส ญตฺติจตุตฺเถน กมฺเมน อมูฬฺหวินยํ เทติ. ตทา สมฺมุขาวินเยน จ อมูฬฺหวินเยน จ วูปสนฺตํ โหติ, ทินฺเน ปน อมูฬฺหวินเย ปุน ตสฺมึ ปุคฺคเล กสฺสจิ ตปฺปจฺจยา อนุวาโท น รุหติ.

ยทา ปน ปาราชิเกน วา ปาราชิกสามนฺเตน วา โจทิยมานสฺส อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรโต ปาปุสฺสนฺนตาย ปาปิยสฺส ปุคฺคลสฺส ‘‘สจายํ อจฺฉินฺนมูโล ภวิสฺสติ, สมฺมา วตฺติตฺวา โอสารณํ ลภิสฺสติ, สเจ ฉินฺนมูโล, สยเมวสฺส นาสนา ภวิสฺสตี’’ติ มญฺญมาโน สงฺโฆ ญตฺติจตุตฺเถน กมฺเมน ตสฺสปาปิยสิกํ กมฺมํ กโรติ, ตทา สมฺมุขาวินเยน จ ตสฺสปาปิยสิกาย จ วูปสนฺตํ โหติ, เอวํ อนุวาทาธิกรณํ จตูหิ สมเถหิ สมฺมติ.

อาปตฺตาธิกรณํ (จูฬว. ๒๓๙) ตีหิ สมเถหิ สมฺมติ สมฺมุขาวินเยน จ ปฏิญฺญาตกรเณน จ ติณวตฺถารเกน จ. ตสฺส สมฺมุขาวินเยเนว วูปสโม นตฺถิ, ยทา ปน เอกสฺส วา ภิกฺขุโน, นิสฺสคฺคิยวณฺณนายํ วุตฺตนเยน สงฺฆคณมชฺเฌสุ วา ภิกฺขุ ลหุกํ อาปตฺตึ เทเสติ, ตทา อาปตฺตาธิกรณํ สมฺมุขาวินเยน จ ปฏิญฺญาตกรเณน จ วูปสมฺมติ. ตตฺถ สมฺมุขาวินเย ตาว โย จ เทเสติ, ยสฺส จ เทเสติ, เตสํ สมฺมุขีภาโว ปุคฺคลสมฺมุขตา, เสสํ วุตฺตนยเมว. ปุคฺคลสฺส จ คณสฺส จ เทสนากาเล สงฺฆสมฺมุขตา ปริหายติ.

ยา ปเนตฺถ ‘‘อหํ, ภนฺเต, อิตฺถนฺนามํ อาปตฺตึ อาปนฺโน’’ติ จ, ‘‘ปสฺสสี’’ติ, ‘‘อาม ปสฺสามี’’ติ จ ปฏิญฺญา, ตาย ‘‘อายตึ สํวเรยฺยาสี’’ติ กรณํ ปฏิญฺญาตกรณํ นาม. สงฺฆาทิเสเส ปริวาสาทิยาจนา ปฏิญฺญา, ปริวาสาทีนํ ทานํ ปฏิญฺญาตกรณํ นาม. เทฺวปกฺขชาตา ปน ภณฺฑนการกา ภิกฺขู พหุํ อสฺสามณกํ อชฺฌาจารํ จริตฺวา ปุน ลชฺชิธมฺเม อุปฺปนฺเน ‘‘สเจ มยํ อิมาหิ อาปตฺตีหิ อญฺญมญฺญํ กริสฺสาม, สิยาปิ ตํ อธิกรณํ กกฺขฬตฺถาย วาฬตฺถาย สํวตฺเตยฺยา’’ติ อญฺญมญฺญํ อาปตฺติยา การาปเน โทสํ ทิสฺวา ยทา ติณวตฺถารกกมฺมํ กโรนฺติ, ตทา อาปตฺตาธิกรณํ สมฺมุขาวินเยน จ ติณวตฺถารเกน จ สมฺมติ. ตตฺร หิ ยตฺตกา หตฺถปาสูปคตา ‘‘น เมตํ ขมตี’’ติ เอวํ ทิฏฺฐาวิกมฺมํ อกตฺวา นิทฺทมฺปิ โอกฺกมนฺตา โหนฺติ, สพฺเพสํ ฐเปตฺวา ถุลฺลวชฺชญฺจ คิหิปฺปฏิสํยุตฺตญฺจ สพฺพาปตฺติโย วุฏฺฐหนฺติ, เอวํ อาปตฺตาธิกรณํ ตีหิ สมเถหิ สมฺมติ.

กิจฺจาธิกรณํ (จูฬว. ๒๔๒) เอเกน สมเถน สมฺมติ สมฺมุขาวินเยเนว. อิติ อิมานิ จตฺตาริ อธิกรณานิ ยถานุรูปํ อิเมหิ สตฺตหิ สมเถหิ สมฺมนฺติ, เตน วุตฺตํ ‘‘อุปฺปนฺนุปฺปนฺนานํ อธิกรณานํ สมถาย วูปสมาย สมฺมุขาวินโย ทาตพฺโพ…เป… ติณวตฺถารโก’’ติ. อยเมตฺถ วินิจฺฉยนโย, วิตฺถาโร ปน สมถกฺขนฺธเก อาคโตเยว, วินิจฺฉโยปิสฺส สมนฺตปาสาทิกายํ วุตฺโต.

ตตฺถายสฺมนฺเต ปุจฺฉามิ, กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธาติ เตสุ สตฺตสุ อธิกรณสมเถสุ กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา, นตฺถิ โว กิญฺจิ สมเถหิ วูปสเมตพฺพนฺติ ปุจฺฉามิ, เอเตน สพฺพาปตฺตีหิ ปริสุทฺธภาโว ปุจฺฉิโต โหติ.

อุทฺทิฏฺฐํ โข อายสฺมนฺโต นิทานนฺติอาทิ นิคมนวจนํ. ตตฺถ เอตฺตกนฺติ เอตฺตกํ สิกฺขาปทํ. สุตฺตาคตนฺติ สุตฺเต ปาติโมกฺเข อาคตํ. สุตฺตปริยาปนฺนนฺติ ตตฺเถว อนฺโตคธํ. อนฺวทฺธมาสํ อุทฺเทสํ อาคจฺฉตีติ อทฺธมาเส อทฺธมาเส อุโปสถวเสน อุทฺทิสิตพฺพตํ อาคจฺฉติ. สมคฺเคหีติ กายสามคฺคิวเสน สมคฺเคหิ. สมฺโมทมาเนหีติ จิตฺตสามคฺคิวเสน เอกชฺฌาสยตาย สุฏฺฐุ โมทมาเนหิ. อวิวทมาเนหีติ อฏฺฐารสสุ วิวาทวตฺถูสุ อญฺญตรวเสนาปิ อวิวทมาเนหิ. สิกฺขิตพฺพนฺติ ตํ ตํ สิกฺขาปทํ อวีติกฺกมนฺเตหิ อธิสีลสิกฺขา สมฺปาเทตพฺพา. อนฺตรนฺตรา ปน ยํ น วุตฺตํ, ตํ สพฺพํ ปุริเม ปุริเม สิกฺขาปเท วุตฺตตฺตา เจว อุตฺตานตฺถตฺตา จาติ.

อธิกรณสมถวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

กงฺขาวิตรณิยา ปาติโมกฺขวณฺณนาย

ภิกฺขุปาติโมกฺขวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมสมฺพุทฺธสฺส