๑. ปริมณฺฑลสิกฺขาปทวณฺณนา
เสขิเยสุ ปฐเม ปริมณฺฑลนฺติ สมนฺตโต มณฺฑลํ. สิกฺขา กรณียาติ ‘‘เอวํ นิวาเสสฺสามี’’ติ อาราเมปิ อนฺตรฆเรปิ สพฺพตฺถ สิกฺขา กาตพฺพา, เอตฺถ จ ยสฺมา วตฺตกฺขนฺธเก วุตฺตวตฺตานิปิ สิกฺขิตพฺพตฺตา เสขิยาเนว โหนฺติ, ตสฺมา ปาราชิกาทีสุ วิย ปริจฺเฉโท น กโต. จาริตฺตวินยทสฺสนตฺถญฺจ ‘‘โย ปน ภิกฺขุ โอลมฺเพนฺโต นิวาเสยฺย, ทุกฺกฏ’’นฺติ เอวํ อาปตฺตินาเมน อวตฺวา ‘‘สิกฺขา กรณียา’’ติ เอวํ สพฺพสิกฺขาปเทสุ ปาฬิ อาโรปิตา, ปทภาชเน (ปาจิ. ๕๗๖) ปน ‘‘อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ วุตฺตตฺตา สพฺพตฺถ อนาทริยกรเณ ทุกฺกฏํ เวทิตพฺพํ.
อิทานิ ปริมณฺฑลนฺติ เอตฺถ นาภิมณฺฑลํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา ชาณุมณฺฑลสฺส เหฏฺฐา ชงฺฆฏฺฐิกโต ปฏฺฐาย อฏฺฐงฺคุลมตฺตํ นิวาสนํ โอตาเรตฺวา นิวาเสนฺเตน ปริมณฺฑลํ นิวตฺถํ นาม โหติ, เอวํ อนิวาเสตฺวา อนาทริเยน ปุรโต วา ปจฺฉโต วา โอลมฺเพตฺวา นิวาเสนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. น เกวลญฺจ ตสฺเสว, เย จญฺเญ ‘‘เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา คิหินิวตฺถํ นิวาเสนฺติ, หตฺถิโสณฺฑกํ มจฺฉวาลกํ จตุกฺกณฺณกํ ตาลวณฺฏกํ สตวลิกํ นิวาเสนฺติ, สํวลฺลิยํ นิวาเสนฺตี’’ติ ขนฺธเก (จูฬว. ๒๘๐) นิวาสนโทสา วุตฺตา, ตถา นิวาเสนฺตสฺสปิ ทุกฺกฏเมว.
ตตฺถ หตฺถิโสณฺฑกํ นาม นาภิมูลโต หตฺถิโสณฺฑสณฺฐานํ โอลมฺพกํ กตฺวา นิวตฺถํ โจฬิกอิตฺถีนํ นิวาสนํ วิย. มจฺฉวาลกํ นาม เอกโตทสนฺตํ เอกโต ปาสนฺตํ โอลมฺเพตฺวา นิวตฺถํ. จตุกฺกณฺณกํ นาม อุปริ เทฺว, เหฏฺฐโต เทฺวติ เอวํ จตฺตาโร กณฺเณ ทสฺเสตฺวา นิวตฺถํ. ตาลวณฺฏกํ นาม ตาลวณฺฏากาเรน สาฏกํ โอลมฺเพตฺวา นิวตฺถํ. สตวลิกํ นาม ทีฆสาฏกํ อเนกกฺขตฺตุํ โอภุชิตฺวา โอวฏฺฏิกํ กโรนฺเตน นิวตฺถํ, วามทกฺขิณปสฺเสสุ วา นิรนฺตรํ วลิโย ทสฺเสตฺวา นิวตฺถํ. สเจ ปน ชาณุโต ปฏฺฐาย เอกา วา เทฺว วา วลิโย ปญฺญายนฺติ, วฏฺฏติ. สํวลฺลิยนฺติ มลฺลกมฺมการาทีหิ วิย กจฺฉํ พนฺธิตฺวา นิวตฺถํ. เอวํ นิวาเสตุํ คิลานสฺสาปิ มคฺคปฺปฏิปนฺนสฺสาปิ น วฏฺฏติ. ยมฺปิ มคฺคํ คจฺฉนฺตา เอกํ วา เทฺว วา กณฺเณ อุกฺขิปิตฺวา อนฺตรวาสกสฺส อุปริ ลคฺคนฺติ, อนฺโต วา เอกํ กาสาวํ ตถา นิวาเสตฺวา พหิ อปรํ นิวาเสนฺติ, สพฺพํ น วฏฺฏติ.
คิลาโน ปน อนฺโตกาสาวสฺส โอวฏฺฏิกํ ทสฺเสตฺวา อปรํ อุปริ นิวาเสตุํ ลภติ, อคิลาเนน เทฺว นิวาเสนฺเตน สคุณํ กตฺวา นิวาเสตพฺพานิ. อิติ อิมํ ขนฺธเก ปฏิกฺขิตฺตญฺจ โอลมฺพกญฺจ สพฺพํ วิวชฺเชตฺวา วุตฺตลกฺขณสมฺปนฺนํ นิพฺพิการํ ปริมณฺฑลํ นิวาเสตพฺพํ, ตถา อนิวาเสตฺวา ยํกิญฺจิ วิการํ กโรนฺตสฺส ทุกฺกฏํ.
‘‘นิทานํ ปุคฺคลํ วตฺถุ’’นฺติอาทิเก (กงฺขา. อฏฺฐ. ปฐมปาราชิกวณฺณนา ) ปน วินิจฺฉเย สุรุสุรุการกํ โกสมฺพิยํ ปญฺญตฺตํ, สามิเสน หตฺเถน ปานียถาลกสสิตฺถกปตฺตโธวนปฏิสํยุตฺตทฺวยํ ภคฺเคสุ สมฺพหุเล ภิกฺขู อารพฺภ, เสสานิ สพฺพาเนว สาวตฺถิยํ ฉพฺพคฺคิเย อารพฺภ โอลมฺเพตฺวา นิวาสนาทิวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตานิ. สูโปทนวิญฺญตฺติยํ ธมฺมเทสนาทีสุ จ คิลานวเสน เอกา อนุปญฺญตฺติ, สพฺพานิ สาธารณปญฺญตฺติโย, อนาณตฺติกานิ, สพฺเพสุ ทุกฺกฏเมว, อญฺโญ อาปตฺติเภโท นตฺถิ, วิปตฺติวิจารณา วุตฺตาเยว, สมุฏฺฐานาทีนิ สพฺเพสํ อวสาเน ทสฺสยิสฺสาม. อนาปตฺติมตฺตํ ปน องฺคญฺจ สพฺพตฺถ วตฺตพฺพํ, ตยิทํ วุจฺจติ. อิมสฺมึ ตาว สิกฺขาปเท อสญฺจิจฺจ, อสฺสติยา, อชานนฺตสฺส, คิลานสฺส, อาปทาสุ, อุมฺมตฺตกาทีนญฺจ อนาปตฺติ.
ตตฺถ อสญฺจิจฺจาติ ‘‘อปริมณฺฑลํ นิวาเสสฺสามี’’ติ เอวํ อสญฺจิจฺจ, อถ โข ‘‘ปริมณฺฑลํเยว นิวาเสสฺสามี’’ติ วิรชฺฌิตฺวา อปริมณฺฑลํ นิวาเสนฺตสฺส อนาปตฺติ. อสฺสติยาติ อญฺญาวิหิตสฺสาปิ ตถา นิวาเสนฺตสฺส อนาปตฺติ. อชานนฺตสฺสาติ ปริมณฺฑลํ นิวาเสตุํ อชานนฺตสฺส อนาปตฺติ, อปิจ นิวาสนวตฺตํ อุคฺคเหตพฺพํ. โย ปน สุกฺขชงฺโฆ วา โหติ มหาปิณฺฑิกมํโส วา, ตสฺส สารุปฺปตฺถาย อฏฺฐงฺคุลาธิกมฺปิ โอตาเรตฺวา นิวาเสตุํ วฏฺฏติ. คิลานสฺสาติ ยสฺส ชงฺฆาย วา ปาเท วา วโณ โหติ, ตสฺส อุกฺขิปิตฺวา วา โอตาเรตฺวา วา นิวาเสตุํ วฏฺฏติ. อาปทาสูติ วาฬา วา โจรา วา อนุพนฺธนฺติ, เอวรูปาสุ อาปทาสุ อนาปตฺติ. อุมฺมตฺตกาทโย วุตฺตนยา เอว. อนาทริยํ, อนาปตฺติการณาภาโว, อปริมณฺฑลนิวาสนนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ. ยถา เจตฺถ, เอวํ สพฺพตฺถ ปุริมานิ เทฺว ตตฺถ ตตฺถ วุตฺตปฺปฏิปกฺขกรณญฺจาติ ตีณิเยว โหนฺติ, ตสฺมา อิโต ปรํ ตานิปิ อวตฺวา อนาปตฺติมตฺตเมว วกฺขามาติ.