๔. โสณทณฺฑสุตฺตวณฺณนา

๓๐๐. สุนฺทรภาเวน สาติสยานิ องฺคานิ เอเตสํ อตฺถีติ องฺคา, ราชกุมาราติ อาห ‘‘องฺคา นาม องฺคปาสาทิกตายา’’ติอาทิ. อิธาปิ อธิปฺเปตา, น อมฺพฏฺฐสุตฺเต เอว. อาคนฺตุํ น ทสฺสนฺตีติ อาคมเน อาทีนวํ ทสฺเสตฺวา ปฏิกฺขิปนวเสน อาคนฺตุํ น ทสฺสนฺติ, นานุชานิสฺสนฺตีติ อธิปฺปาโย. นีลาโสกกณิการโกวิฬารกุนฺทราชรุกฺเขหิ สมฺมิสฺสตาย ตํ จมฺปกวนํ ‘‘นีลาทิปญฺจวณฺณกุสุมปฏิมณฺฑิต’’นฺติ ทฏฺฐพฺพํ. น จมฺปกรุกฺขานํเยว นีลาทิปญฺจกุสุมตายาติ วทนฺติ. ‘‘ภควา กุสุมคนฺธสุคนฺเธ จมฺปกวเน วิหรตี’’ติ อิมินา น มาปนกาเล เอว ตสฺมึ นคเร จมฺปกรุกฺขา อุสฺสนฺนา, อถ โข อปรภาเค ปีติ ทสฺเสติ. มาปนกาเล หิ จมฺปกานํ อุสฺสนฺนตาย สา นครี ‘‘จมฺปา’’ติ นามํ ลภิ. อิสฺสรตฺตาติ อธิปติภาวโต. เสนา เอตสฺส อตฺถีติ เสนิโก, เสนิโก เอว เสนิโย, อตฺถิตา เจตฺถ พหุภาววิสิฏฺฐาติ วุตฺตํ ‘‘มหติยา เสนาย สมนฺนาคตตฺตา’’ติ.

๓๐๑-๒. สํหตาติ สนฺนิปติตา, ‘‘สงฺฆิโน’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘สงฺฆี’’ติ ปุถุตฺเถ เอกวจนํ พฺราหฺมณคหปติกานํ อธิปฺเปตตฺตา, เตนาห ‘‘เอเตส’’นฺติ. ราชราชญฺญาทีนํ ภณฺฑธรา ปุริสา ขตา, เนสํ ตายนโต ขตฺตา. โส หิ เยหิ ยตฺถ เปสิโต, ตตฺถ เตสํ โทสํ ปริหรนฺโต ยุตฺตปตฺตวเสน ปุจฺฉิตมตฺถํ กเถติ, เตนาห ‘‘ปุจฺฉิตปเญฺห พฺยากรณสมตฺโถ’’ติ. กุลาปเทสาทินา มหตี มตฺตา เอตสฺสาติ มหามตฺโต.

โสณทณฺฑคุณกถาวณฺณนา

๓๐๓. วิสิฏฺฐํ รชฺชํ วิรชฺชํ, วิรชฺชเมว เวรชฺชํ ยถา ‘‘เวกตํ เวสย’’นฺติ, นานาวิธํ เวรชฺชํ นานาเวรชฺชํ, ตตฺถ ชาตาติอาทินา สพฺพํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อุตฺตมพฺราหฺมโณติ อภิชนสมฺปตฺติยา วิตฺตสมฺปตฺติยา วิชฺชาสมฺปตฺติยา อุคฺคตตโร, อุฬาโร วา พฺราหฺมโณ. อสนฺนิปาโตติ ลาภมจฺฉเรน นิปฺปีฬิตตาย อสนฺนิปาโต วิย ภวิสฺสติ.

‘‘องฺเคติ คเมติ ญาเปตีติ องฺคํ, เหตูติ อาห ‘‘อิมินาปิ การเณนา’’ติ. ‘‘อุภโต สุชาโต’’ติ เอตฺตเก วุตฺเต เยหิ เกหิจิ ทฺวีหิ ภาเคหิ สุชาตตา วิญฺญาเยยฺย. สุชาต-สทฺโท จ ‘‘สุชาโต จารุทสฺสโน’’ติอาทีสุ (เถรคา. ๘๑๘) อาโรหสมฺปตฺติปริยาโยติ ชาติวเสเนว สุชาตตํ วิภาเวตุํ ‘‘มาติโต จ ปิติโต จา’’ติ วุตฺตํ. อโนรสปุตฺตวเสนาปิ โลเก มาตุปิตุสมญฺญา ทิสฺสติ, อิธ ปนสฺส โอรสปุตฺตวเสเนว อิจฺฉิตาติ ทสฺเสตุํ ‘‘สํสุทฺธคหณิโก’’ติ วุตฺตํ. คพฺภํ คณฺหาติ ธาเรตีติ คหณี, คพฺภาสยสญฺญิโต มาตุกุจฺฉิปฺปเทโส. ยถาภุตฺตสฺส อาหารสฺส วิปาจนวเสน คณฺหนโต อฉฑฺฑนโต คหณี, กมฺมชเตโชธาตุ.

ปิตา จ มาตา จ ปิตโร, ปิตูนํ ปิตโร ปิตามหา, เตสํ ยุโค ทฺวนฺโท ปิตามหยุโค, ตสฺมา, ยาว สตฺตมา ปิตามหยุคา ปิตามหทฺวนฺทาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เอวญฺหิ ปิตามหคฺคหเณเนว มาตามโหปิ คหิโตติ. โส อฏฺฐกถายํ วิสุํ น อุทฺธโฏ. ยุค-สทฺโท เจตฺถ เอกเสสนเยน ทฏฺฐพฺโพ ‘‘ยุโค จ ยุโค จ ยุคา’’ติ. เอวญฺหิ ตตฺถ ตตฺถ ทฺวนฺทํ คหิตเมว โหติ, เตนาห ‘‘ตโต อุทฺธํ สพฺเพปิ ปุพฺพปุริสา ปิตามหคฺคหเณเนว คหิตา’’ติ. ปุริสคฺคหณญฺเจตฺถ อุกฺกฏฺฐนิทฺเทสวเสน กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวญฺหิ ‘‘มาติโต’’ติ ปาฬิวจนํ สมตฺถิตํ โหติ. อกฺขิตฺโตติ อปฺปตฺตเขโป. อนวกฺขิตฺโตติ สทฺธถาลิปากาทีสุ น อวกฺขิตฺโต น ฉฑฺฑิโต. ชาติวาเทนาติ เหตุมฺหิ กรณวจนนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘เกน การเณนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺถ จ ‘‘อุภโต…เป… ปิตามหยุคา’’ติ เอเตน พฺราหฺมณสฺส โยนิโทสาภาโว ทสฺสิโต สํสุทฺธคหณิกภาวกิตฺตนโต, ‘‘อกฺขิตฺโต’’ติ อิมินา กิริยาปราธาภาโว. กิริยาปราเธน หิ สตฺตา เขปํ ปาปุณนฺติ. ‘‘อนุปกฺกุฏฺโฐ’’ติ อิมินา อยุตฺตสํสคฺคาภาโว. อยุตฺตสํสคฺคมฺปิ หิ ปฏิจฺจ สตฺตา อกฺโกสํ ลภนฺติ.

อิสฺสโรติ อาธิปเตยฺยสํวตฺตนิยกมฺมพเลน อีสนสีโล, สา ปนสฺส อิสฺสรตา วิภวสมฺปตฺติปจฺจยา ปากฏา ชาตาติ อฑฺฒตาปริยายภาเวเนว วทนฺโต ‘‘อฑฺโฒติ อิสฺสโร’’ติ อาห. มหนฺตํ ธนํ อสฺส ภูมิคตญฺเจว เวหาสฏฺฐญฺจาติ มหทฺธโน. ตสฺสาติ ตสฺส ตสฺส. วทนฺติ ‘‘อนฺวยโต, พฺยติเรกโต จ อนุปสงฺกมนการณํ กิตฺเตมา’’ติ.

อธิกรูโปติ วิสิฏฺฐรูโป อุตฺตมสรีโร. ทสฺสนํ อรหตีติ ทสฺสนีโย, เตนาห ‘‘ทสฺสนโยคฺโค’’ติ. ปสาทํ อาวหตีติ ปาสาทิโก, เตนาห ‘‘จิตฺตปฺปสาทชนนโต’’ติ. วณฺณสฺสาติ วณฺณธาตุยา. สรีรนฺติ สนฺนิเวสวิสิฏฺฐํ กรจรณคีวาสีสาทิอวยวสมุทายํ, โส จ สณฺฐานมุเขน คยฺหตีติ ‘‘ปรมาย วณฺณโปกฺขรตายาติ…เป… สมฺปตฺติยา จา’’ติ วุตฺตํ. สพฺพวณฺเณสุ สุวณฺณวณฺโณว อุตฺตโมติ วุตฺตํ ‘‘เสฏฺเฐน สุวณฺณวณฺเณน สมนฺนาคโต’’ติ. ตถา หิ พุทฺธา, จกฺกวตฺติโน จ สุวณฺณวณฺณาว โหนฺติ. พฺรหฺมวจฺฉสีติ อุตฺตมสรีราโภ, สุวณฺณาโภ อิจฺเจว อตฺโถ. อิมเมว หิ อตฺถํ สนฺธาย ‘‘มหาพฺรหฺมุโน สรีรสทิเสเนว สรีเรน สมนฺนาคโต’’ติ วุตฺตํ, น พฺรหฺมุชุคตฺตตํ. อขุทฺทาวกาโส ทสฺสนายาติ อาโรหปริณาหสมฺปตฺติยา, อวยวปาริปูริยา จ ทสฺสนาย โอกาโส น ขุทฺทโก, เตนาห ‘‘สพฺพาเนวา’’ติอาทิ.

ยมนิยมลกฺขณํ สีลมสฺส อตฺถีติ สีลวา. ตํ ปนสฺส รตฺตญฺญุตาย วุทฺธํ วฑฺฒิตํ อตฺถีติ วุทฺธสีลี. เตน จ สพฺพทา สมฺมาโยคโต วุทฺธสีเลน สมนฺนาคโต. สพฺพเมตํ ปญฺจสีลมตฺตเมว สนฺธาย วทนฺติ ตโต ปรํ สีลสฺส ตตฺถ อภาวโต, เตสญฺจ อชานนโต.

ฐานกรณสมฺปตฺติยา, สิกฺขาสมฺปตฺติยา จ กตฺถจิปิ อนูนตาย ปริมณฺฑลปทานิ พฺยญฺชนานิ อกฺขรานิ เอติสฺสาติ ปริมณฺฑลปทพฺยญฺชนา. อถ วา ปชฺชติ อตฺโถ เอเตนาติ ปทํ, นามาทิ. ยถาธิปฺเปตมตฺถํ พฺยญฺเชตีติ พฺยญฺชนํ, วากฺยํ. เตสํ ปริปุณฺณตาย ปริมณฺฑลปทพฺยญฺชนา. อตฺถญาปเน สาธนตาย วาจาว กรณนฺติ วากฺกรณํ, อุทาหารโฆโส. คุณปริปุณฺณภาเวน ตสฺส พฺราหฺมณสฺส, เตน วา ภาสิตพฺพอตฺถสฺส. ปูเร ปุณฺณภาเว. ปูเรติ จ ปุริมสฺมึ อตฺเถ อาธาเร ภุมฺมํ, ทุติยสฺมึ วิสเย. ‘‘สุขุมาลตฺตเนนา’’ติ อิมินา ตสฺสา วาจาย มุทุสณฺหภาวมาห. อปลิพุทฺธาย ปิตฺตเสมฺหาทีหิ. สนฺทิฏฺฐํ สพฺพํ ทสฺเสตฺวา วิย เอกเทสํ กถนํ. วิลมฺพิตํ สณิกํ จิรายิตฺวา กถนํ. ‘‘สนฺทิทฺธวิลมฺพิตาที’’ติ วา ปาโฐ. ตตฺถ สนฺทิทฺธํ สนฺเทหชนกํ. อาทิ-สทฺเทน ทุกฺขลิตานุกฑฺฒิตาทึ สงฺคณฺหาติ. ‘‘อาทิมชฺฌปริโยสานํ ปากฏํ กตฺวา’’ติ อิมินา ตสฺสา วาจาย อตฺถปาริปูรึ วทนฺติ.

‘‘ชิณฺโณ’’ติอาทีนิ ปทานิ สุวิญฺเญยฺยานิ, เหฏฺฐา วุตฺตตฺถานิ จ. ทุติยนเย ปน ชิณฺโณติ นายํ ชิณฺณตา วโยมตฺเตน, อถ โข กุลปริวฏฺเฏน ปุราณตาติ อาห ‘‘ชิณฺโณติ โปราโณ’’ติอาทิ, เตน ตสฺส พฺราหฺมณสฺส กุลวเสน อุทิโตทิตภาวมาห. ชาติวุทฺธิยา ‘‘วโยอนุปฺปตฺโต’’ติ วกฺขมานตฺตา, คุณวุทฺธิยา ตโต สาติสยตฺตา จ ‘‘วุทฺโธติ สีลาจาราทิคุณวุทฺธิยา ยุตฺโต’’ติ อาห. ตถา ชาติมหลฺลกตาย วกฺขมานตฺตา ‘‘มหลฺลโก’’ติ ปเทน วิภวมหตฺตตา โยชิตา. มคฺคปฏิปนฺโนติ พฺราหฺมณานํ ปฏิปตฺติวีถึ อุปคโต ตํ อโวกฺกมฺม จรณโต. อนฺติมวยนฺติ ปจฺฉิมวยํ.

พุทฺธคุณกถาวณฺณนา

๓๐๔. ตาทิเสหิ มหานุภาเวหิ สทฺธึ ยุคคฺคาหวเสนปิ ทหนํ น มาทิสานํ อนุจฺฉวิกํ, กุโต ปน อุกฺกํสนนฺติ อิทํ พฺราหฺมณสฺส น ยุตฺตรูปนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘น โข ปน เมตํ ยุตฺต’’นฺติอาทิ. สทิสาติ เอกเทเสน สทิสา. น หิ พุทฺธานํ คุเณหิ สพฺพถา สทิสา เกจิปิ คุณา อญฺเญสุ ลพฺภนฺติ. อิตเรติ อตฺตโน คุเณหิ อสทิสคุเณ. อิทนฺติ อิทํ อตฺถชาตํ. โคปทกนฺติ คาวิยา ปเท ฐิตอุทกํ.

สฏฺฐิกุลสตสหสฺสนฺติ สฏฺฐิสหสฺสาธิกํ กุลสตสหสฺสํ กุลปริยาเยนาติ สุทฺโธทนมหาราชสฺส กุลานุกฺกเมน อาคตํ. เตสุปีติ เตสุปิ จตูสุ นิธีสุ. คหิตคหิตนฺติ คหิตํ คหิตํ ฐานํ ปูรติเยว ธเนน ปฏิปากติกเมว โหติ. อปริมาโณเยวาติ ‘‘เอตฺตโก เอโส’’ติ เกนจิ ปริจฺฉินฺทิตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย อปริจฺฉินฺโน เอว.

ตตฺถาติ มญฺจเก. สีหเสยฺยํ กปฺเปสีติ ยถา ราหุ อสุรินฺโท อายามโต, วิตฺถารโต อุพฺเพธโต จ ภควโต รูปกายสฺส ปริจฺเฉทํ คเหตุํ น สกฺโกติ, ตถา รูปํ อิทฺธาภิสงฺขารํ อภิสงฺขโรนฺโต สีหเสยฺยํ กปฺเปสิ.

กิเลเสหิ อารกตฺตา ปริสุทฺธฏฺเฐน อริยนฺติ อาห ‘‘อริยํ อุตฺตมํ ปริสุทฺธ’’นฺติ. อนวชฺชฏฺเฐน กุสลํ, น สุขวิปากฏฺเฐน. กตฺถจิ จตุราสีติปาณสหสฺสานิ, กตฺถจิ อปริมาณาปิ เทวมนุสฺสา ยสฺมา จตุวีสติยา ฐาเนสุ อสงฺเขฺยยฺยา อปริเมยฺยา เทวมนุสฺสา มคฺคผลามตํ ปิวึสุ, โกฏิสตสหสฺสาทิปริมาเณนปิ พหู เอว, ตสฺมา อนุตฺตราจารสิกฺขาปนวเสน ภควา พหูนํ อาจริโย. เตติ กามราคโต อญฺเญ ภควโต ปหีนกิเลเส. เกฬนาติ เกฬายนา ธนายนา.

อปาปปุเรกฺขาโรติ อปาเป ปุเร กโรติ, น วา ปาปํ ปุรโต กโรตีติปิ อปาปปุเรกฺขาโรติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปาเป นวโลกุตฺตรธมฺเม’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อปาเปติ ปาปปฏิปกฺเข, ปาปรหิเต จ. พฺรหฺมนิ เสฏฺเฐ พุทฺเธ ภควติ ภวา ตสฺส ธมฺมเทสนาวเสน อริยาย ชาติยา ชาตตฺตา, พฺรหฺมุโน วา ภควโต หิตา ครุกรณาทินา, ยถานุสิฏฺฐปฏิปตฺติยา จ, พฺรหฺมํ วา เสฏฺฐํ อริยมคฺคํ ชานาตีติ พฺรหฺมญฺญา, อริยสาวกสงฺขาตา ปชา, เตนาห ‘‘สาริปุตฺตา’’ติอาทิ. ปกติพฺราหฺมณชาติวเสนาปิ ‘‘พฺรหฺมญฺญาย ปชายา’’ติ ปทสฺส อตฺโถ เวทิตพฺโพติ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ติโรรฏฺฐา ติโรชนปทาติ เอตฺถ รชฺชํ รฏฺฐํ, ราชนฺติ ราชาโน เอเตนาติ, ตเทกเทสภูตา ปเทสา ปน ชนปโท,ชนา ปชฺชนฺติ เอตฺถ สุขชีวิกํ ปาปุณนฺตีติ. ปุจฺฉาย วา โทสํ สลฺลกฺเขตฺวาติ สมฺพนฺโธ. อสมตฺถตนฺติ อตฺตโน อสมตฺถตํ. ภควา วิสฺสชฺเชติ เตสํ อุปนิสฺสยสมฺปตฺตึ, ญาณปริปากํ, จิตฺตาจารญฺจ ญตฺวาติ อธิปฺปาโย.

‘‘เอหิ สฺวาคตวาที’’ติ อิมินา สุขสมฺภาสปุพฺพกํ ปิยวาทิตํ ทสฺเสติ, ‘‘สขิโล’’ติ อิมินา สณฺหวาจตํ, ‘‘สมฺโมทโก’’ติ อิมินา ปฏิสนฺธารกุสลตํ, ‘‘อภากุฏิโก’’ติ อิมินา สพฺพตฺเถว วิปฺปสนฺนมุขตํ, ‘‘อุตฺตานมุโข’’ติ อิมินา สุขาลาปตํ, ‘‘ปุพฺพภาสี’’ติ อิมินา ธมฺมานุคฺคหสฺส โอกาสกรณโต หิตชฺฌาสยตํ ภควโต วิภาเวติ.

ยตฺถ กิราติ กิร-สทฺโท อรุจิสูจนตฺโถ, เตน ภควตา อธิวุตฺถปเทเส น เทวตานุภาเวน มนุสฺสานํ อนุปทฺทวตา, อถ โข พุทฺธานุภาเวนาติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘อปิจา’’ติอาทิ.

อนุสาสิตพฺโพติ วิเนยฺยชนสมูโห คยฺหตีติ นิพฺพตฺติตํ อริยสงฺฆเมว ทสฺเสตุํ ‘‘สยํ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ, อนนฺตรสฺส วิธิ ปฏิเสโธ วาติ กตฺวา. ‘‘ตาทิโสวา’’ติ อิมินา ‘‘สยํ วา’’ติอาทินา วุตฺตวิกปฺโป เอว ปจฺจามฏฺโฐติ. ‘‘ปุริมปทสฺเสว วา’’ติ วิกปฺปนฺตรคฺคหณํ. พหูนํ ติตฺถกรานนฺติ ปูรณาทีนํ อเนเกสํ ติตฺถกรานํ, นิทฺธารเณ เจตํ สามิวจนํ. การเณนาติ อปฺปิจฺฉสนฺตุฏฺฐตาทิสมาโรปนลกฺขเณน การเณน. อาคนฺตุกา นวกาติ อภินวา อาคนฺตุกา อพฺภาคตา. ปริยาปุณามีติ ปริจฺฉินฺทิตุํ ชานามิ สกฺโกมิ, เตนาห ‘‘ชานามี’’ติ. ‘‘กปฺปมฺปิ เจ อญฺญมภาสมาโน’’ติ อภูตปริกปฺปนวจนเมตํ ตถา ภาสมานสฺส อภาวโต.

๓๐๕. อลํ-สทฺโท อรหตฺโตปิ โหติ ‘‘อลเมว นิพฺพินฺทิตุ’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๑๒๔) วิยาติ อาห ‘‘อลเมวาติ ยุตฺตเมวา’’ติ. ปุเฏน เนตฺวา อสิตพฺพโต ปริภุญฺชิตพฺพโต ปุโฏสํ วุจฺจติ ปาเถยฺยํ. ปุฏํเสน ปุริเสน.

โสณทณฺฑปริวิตกฺกวณฺณนา

๓๐๗. อุภโตปกฺขิกาติ มิจฺฉาทิฏฺฐิสมฺมาทิฏฺฐีนํ วเสน อุภยปกฺขิกา. เกราฏิกาติ สฐา.

พฺราหฺมณปญฺญตฺติวณฺณนา

๓๐๙. วิฆาตนฺติ จิตฺตทุกฺขํ.

๓๑๑-๓. สุชนฺติ โหมทพฺพึ ปคฺคณฺหนฺเตสูติ ชุหนตฺถํ คณฺหนเกสุ, อิรุพฺพิชฺเชสูติ อตฺโถ. ปฐโม วาติ ตตฺถ สนฺนิปติเตสุ ยชนกิริยายํ สพฺพปธาโน วา. ทุติโย วาติ ตทนนฺตโร วา. ‘‘สุช’’นฺติ กรเณ เอตํ อุปโยควจนนฺติ อาห ‘‘สุชายา’’ติ. อคฺคิหุตฺตปมุขตาย ยญฺญสฺส ยญฺเญ ทิยฺยมานํ สุชามุเขน ทียตีติ อาห ‘‘สุชาย ทิยฺยมาน’’นฺติ. โปราณาติ อฏฺฐกถาจริยา. วิเสสโตติ วิชฺชาจรณวิเสสโต, น พฺราหฺมเณหิ อิจฺฉิตวิชฺชาจรณมตฺตโต. อุตฺตมพฺราหฺมณสฺสาติ อนุตฺตรทกฺขิเณยฺยตาย อุกฺกฏฺฐพฺราหฺมณสฺส. พฺราหฺมณสมยนฺติ พฺราหฺมณสิทฺธนฺตํ. มา ภินฺทิ มา วินาเสสิ.

๓๑๖. สมสโมติ สโมเยว หุตฺวา สโม. หีโนปมวเสนปิ สมตา วุจฺจตีติ ตํ นิวตฺเตนฺโต ‘‘ฐเปตฺวา เอกเทสสมตฺต’’นฺติอาทิมาห. กุลโกฏิปริทีปนนฺติ กุลอาทิปริทีปนํ อถาปิ สิยาติ อถาปิ ตุมฺหากํ เอวํ ปริวิตกฺโก สิยา. พฺราหฺมณภาวํ สาเธติ วณฺโณ. มนฺตชาตีสุปิ เอเสว นโย. สีลเมว สาเธสฺสติ พฺราหฺมณภาวํ. กสฺมาติ เจ? อาห ‘‘ตสฺมิญฺหิสฺสา’’ติอาทิ. สมฺโมหมตฺตํ วณฺณาทโยติ วณฺณมนฺตชาติโย หิ พฺราหฺมณภาวสฺส องฺคนฺติ สมฺโมหมตฺตเมตํ อสมเวกฺขิตาภิมานภาวโต.

สีลปญฺญากถาวณฺณนา

๓๑๗. กถิโต พฺราหฺมเณน ปโญฺหติ ‘‘สีลวา จ โหตี’’ติอาทินา ทฺวินฺนเมว องฺคานํ วเสน ยถาปุจฺฉิโต ปโญฺห ยาถาวโต วิสฺสชฺชิโต เอตฺถาติ เอตสฺมึ ยถาวิสฺสชฺชิเต อตฺเถ. ตสฺสาติ โสณทณฺฑสฺส. สีลปริสุทฺธาติ สีลสมฺปตฺติยา สพฺพโส สุทฺธา อนุปกฺกิลิฏฺฐา. กุโต ทุสฺสีเล ปญฺญา อสมาหิตตฺตา ตสฺส. ชเฬ เอฬมูเค กุโต สีลนฺติ ชเฬ เอฬมูเค ทุปฺปญฺเญ กุโต สีลํ สีลวิภาคสฺส, สีลปริโสธนูปายสฺส จ อชานนโต. ปกฏฺฐํ อุกฺกฏฺฐํ ญาณํ ปญฺญาณนฺติ, ปากติกํ ญาณํ นิวตฺเตตุํ ‘‘ปญฺญาณ’’นฺติ วุตฺตนฺติ ตยิทํ ปกาเรหิ ชานนโต ปญฺญาวาติ อาห ‘‘ปญฺญาณนฺติ ปญฺญา เยวา’’ติ.

สีเลนโธตาติ สมาธิปทฏฺฐาเนน สีเลน สกลสํกิเลสมลวิสุทฺธิยา โธตา วิสุทฺธา, เตนาห ‘‘กถํ ปนา’’ติอาทิ. ตตฺถ โธวตีติ สุชฺฌติ. มหาสฏฺฐิวสฺสตฺเถโร วิยาติ สฏฺฐิวสฺสมหาเถโร วิย. เวทนาปริคฺคหมตฺตมฺปีติ เอตฺถ เวทนาปริคฺคโห นาม ยถาอุปฺปนฺนํ เวทนํ สภาวรสโต อุปธาเรตฺวา ‘‘อยํ เวทนา ผสฺสํ ปฏิจฺจ, โส ผสฺโส อนิจฺโจ ทุกฺโข วิปริณามธมฺโม’’ติ ลกฺขณตฺตยํ อาโรเปตฺวา ปวตฺติตวิปสฺสนา. เอวํ วิปสฺสนฺเตน ‘‘สุเขน สกฺกา สา เวทนา อธิวาเสตุํ ‘‘เวทนา เอว เวทิยตี’’ติ. เวทนํ วิกฺขมฺเภตฺวาติ ยถาอุปฺปนฺนํ ทุกฺขํ เวทนํ อนนุวตฺติตฺวา วิปสฺสนํ อารภิตฺวา วีถึ ปฏิปนฺนาย วิปสฺสนาย ตํ วิโนเทตฺวา. สํสุมารปติเตนาติ กุมฺภีเลน วิย ภูมิยํ อุเรน นิปชฺชเนน. ปญฺญาย สีลํ โธวิตฺวาติ อขณฺฑาทิภาวาปาทเนน สีลํ อาทิมชฺฌปริโยสาเนสุ ปญฺญาย สุวิโสธิตํ กตฺวา.

๓๑๘. ‘‘กสฺมา อาหา’’ติ อุปริเทสนาย การณํ ปุจฺฉติ. ลชฺชา นาม ‘‘สีลสฺส ชาติยา จ คุณโทสปกาสเนน สมเณน โคตเมน ปุจฺฉิตปญฺหํ วิสฺสชฺเชสี’’ติ ปริสาย ปญฺญาตตา. เอตฺตกปรมาติ เอตฺตกอุกฺกํสโกฏิกา ปญฺจ สีลานิ, เวทตฺตยวิภาวนํ ปญฺญญฺจ ลกฺขณาทิโต นิทฺธาเรตฺวา ชานนํ นตฺถิ, เกวลํ ตตฺถ วจีปรมา มยนฺติ ทสฺเสตีติ อาห ‘‘สีลปญฺญาณนฺติ วจนเมว ปรมํ อมฺหาก’’นฺติ. ‘‘อยํ ปน วิเสโส’’ติ อิทํ นิยฺยาตนาเปกฺขํ สีลนิทฺเทเส, เตนาห ‘‘สีลมิจฺเจว นิยฺยาติต’’นฺติ. สามญฺญผเล ปน ‘‘สามญฺญผล’’ มิจฺเจว นิยฺยาติตํ, ปญฺญานิทฺเทเส ปน ฌานปญฺญํ อธิฏฺฐานํ กตฺวา วิปสฺสนาปญฺญาวเสเนว ปญฺญานิยฺยาตนํ กตํ, เตนาห ‘‘ปฐมชฺฌานาทีนี’’ติ.

โสณทณฺฑอุปาสกตฺตปฏิเวทนากถาวณฺณนา

๓๒๑-๒. นตฺตาติ ปุตฺตปุตฺโต. อคารวํ นาม นตฺถิ, น จายํ ภควติ อคารเวน ‘‘อหญฺเจว โข ปนา’’ติอาทิมาห, อถ โข อตฺตลาภปริหานิภเยน. อยญฺหิ ยถา ตถา อตฺตโน มหาชนสฺส สมฺภาวนํ อุปฺปาเทตฺวา โกหญฺเญน ปเร วิมฺหาเปตฺวา ลาภุปฺปาทํ นิชิคิสนฺโต วิจรติ, ตสฺมา ตถา อโวจ, เตนาห ‘‘อิมินา กิรา’’ติอาทิ.

ตงฺขณานุรูปายาติ ยาทิสี ตทา ตสฺส อชฺฌาสยปฺปวตฺติ, ตทนุรูปายาติ อตฺโถ. ตสฺส ตทา ตาทิสสฺส วิวฏฺฏสนฺนิสฺสิตสฺส ญาณสฺส ปริปากสฺส อภาวโต เกวลํ อพฺภุทยนิสฺสิโต เอว อตฺโถ ทสฺสิโตติ อาห ‘‘ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกมตฺถํ สนฺทสฺเสตฺวา’’ติ, ปจฺจกฺขโต วิภาเวตฺวาติ อตฺโถ. กุสเล ธมฺเมติ เตภูมเก กุสเล ธมฺเม, ‘‘จตุภูมเก’’ติปิ วตฺตุํ วฏฺฏติเยว, เตเนวาห ‘‘อายตึ นิพฺพานตฺถาย วาสนาภาคิยา วา’’ติ. ตตฺถาติ กุสลธมฺเม ยถา สมาทปิเต. นนฺติ พฺราหฺมณํ สมุตฺเตเชตฺวาติ สมฺมเทว อุปรูปริ นิสาเนตฺวา ปุญฺญกิริยาย ติกฺขวิสทภาวํ อาปาเทตฺวา. ตํ ปน อตฺถโต ตตฺถ อุสฺสาหชนนํ โหตีติ อาห ‘‘สอุสฺสาหํ กตฺวา’’ติ. เอวํ ปุญฺญกิริยาย สอุสฺสาหตา, เอวรูปํ คุณสมงฺคิตา จ นิยมโต ทิฏฺฐธมฺมิกา อตฺถสมฺปาทนีติ เอวํ สอุสฺสาหตาย, อญฺเญหิ จ ตสฺมึ วิชฺชมานคุเณหิ สมฺปหํเสตฺวา สมฺมเทว หฏฺฐตุฏฺฐภาวํ อาปาเทตฺวา.

ยทิ ภควา ธมฺมรตนวสฺสํ วสฺสิ, อถ กสฺมา โส วิเสสํ นาธิคจฺฉตีติ อาห ‘‘พฺราหฺมโณ ปนา’’ติอาทิ. ยทิ เอวํ กสฺมา ภควา ตสฺส ตถา ธมฺมรตนวสฺสํ วสฺสีติ อาห ‘‘เกวลมสฺสา’’ติอาทิ. น หิ ภควโต นิรตฺถกา เทสนา โหตีติ.

โสณทณฺฑสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา.