๑. สุตฺตนฺตภาชนียํ

อุทฺเทสวารวณฺณนา

๒๒๕. ‘‘‘กึวาที ภนฺเต สมฺมาสมฺพุทฺโธ’ติ? ‘วิภชฺชวาที มหาราชา’’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.ตติยสงฺคีติกถา) โมคฺคลิปุตฺตติสฺสตฺเถเรน วุตฺตตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺธสาวกา วิภชฺชวาทิโน. เต หิ เวนยิกาทิภาวํ วิภชฺช วทนฺติ, จีวราทีนํ เสวิตพฺพาเสวิตพฺพภาวํ วา สสฺสตุจฺเฉทวาเท วา วิภชฺช วทนฺติ ‘‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จา’’ติอาทีนํ ฐปนียานํ ฐปนโต ราคาทิกฺขยสฺส สสฺสตสฺส ราคาทิกายทุจฺจริตาทิอุจฺเฉทสฺส จ วจนโต, น ปน เอกํสพฺยากรณียาทโย ตโย ปเญฺห อปเนตฺวา วิภชฺชพฺยากรณียเมว วทนฺตีติ. วิภชฺชวาทีนํ มณฺฑลํ สมูโห วิภชฺชวาทิมณฺฑลํ, วิภชฺชวาทิโน วา ภควโต ปริสา วิภชฺชวาทิมณฺฑลนฺติปิ วทนฺติ. อาจริเยหิ วุตฺตอวิปรีตตฺถทีปเนน เต อนพฺภาจิกฺขนฺเตน. ‘‘อวิชฺชา ปุญฺญาเนญฺชาภิสงฺขารานํ เหตุปจฺจโย โหตี’’ติอาทึ วทนฺโต กถาวตฺถุมฺหิ ปฏิกฺขิตฺเต ปุคฺคลวาทาทิเก จ วทนฺโต สกสมยํ โวกฺกมติ นาม, ตถา อโวกฺกมนฺเตน. ปรสมยํ โทสาโรปนพฺยาปารวิรเหน อนายูหนฺเตน. ‘‘อิทมฺปิ ยุตฺตํ คเหตพฺพ’’นฺติ ปรสมยํ อสมฺปิณฺเฑนฺเตนาติ เกจิ วทนฺติ.

‘‘ตถาหํ ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามิ, ยถา ตเทวิทํ วิญฺญาณํ สนฺธาวติ สํสรติ อนญฺญ’’นฺติอาทึ (ม. นิ. ๑.๓๙๖) วทนฺโต สุตฺตํ ปฏิพาหติ นาม, ตถา อปฺปฏิพาหนฺเตน. ‘‘ตถาหํ ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามิ, ยถา เยเม อนฺตรายิกา ธมฺมา วุตฺตา ภควตา, เต ปฏิเสวโต นาลํ อนฺตรายายา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๓๔; ปาจิ. ๔๑๘, ๔๒๙), ‘‘สุปินนฺเต กโต วีติกฺกโม อาปตฺติกโร โหตี’’ติ จ เอวมาทึ วทนฺโต วินยํ ปฏิโลเมติ นาม, ตพฺพิปริยาเยน ตํ อนุโลเมนฺเตน. ปฏิโลเมนฺโต หิ กมฺมนฺตรํ ภินฺทนฺโต ธมฺมตญฺจ วิโลเมติ. สุตฺตนฺเต วุตฺเต จตฺตาโร มหาปเทเส, อฏฺฐกถายญฺจ วุตฺเต สุตฺตสุตฺตานุโลมอาจริยวาทอตฺตโนมติมหาปเทเส โอโลเกนฺเตน. ตํโอโลกเนน หิ สุตฺเต วินเย จ สนฺติฏฺฐติ นาติธาวติ. ธมฺมนฺติ ปฏิจฺจสมุปฺปาทปาฬึ. อตฺถนฺติ ตทตฺถํ. เหตุเหตุผลานิ อิธ นาธิปฺเปตานิ. ‘‘ทุกฺขาทีสุ อญฺญาณํ อวิชฺชา’’ติ วุตฺตมตฺถํ ปริวตฺติตฺวา ปุน ‘‘ปุพฺพนฺเต อญฺญาณ’’นฺติอาทีหิ อปเรหิปิ ปริยาเยหิ นิทฺทิสนฺเตน. ‘‘สงฺขารา อิมินา ปริยาเยน ภโวติ วุจฺจนฺติ, ตณฺหา อิมินา ปริยาเยน อุปาทาน’’นฺติอาทินา นิทฺทิสนฺเตนาติ วทนฺติ.

สตฺโตติ สตฺตสุญฺญตาติ วทนฺติ, สตฺตสุญฺเญสุ วา สงฺขาเรสุ สตฺตโวหาโร. ปจฺจยาการเมว จาติ ปจฺจยากาโร เอว จ, ม-กาโร ปทสนฺธิกโร.

ตสฺมาติ วุตฺตนเยน อตฺถวณฺณนาย กาตพฺพตฺตา ทุกฺกรตฺตา จ.

ปติฏฺฐํ นาธิคจฺฉามีติ ยตฺถ ฐิตสฺส วณฺณนา สุกรา โหติ, ตํ นยํ อตฺตโนเยว ญาณพเลน นาธิคจฺฉามีติ อตฺโถ. นิสฺสยํ ปน อาจิกฺขนฺโต อาห ‘‘สาสนํ ปนิท’’นฺติอาทิ. อิธ สาสนนฺติ ปาฬิธมฺมมาห, ปฏิจฺจสมุปฺปาทเมว วา. โส หิ อนุโลมปฏิโลมาทินานาเทสนานยมณฺฑิโต อพฺโพจฺฉินฺโน อชฺชาปิ ปวตฺตตีติ นิสฺสโย โหติ. ตทฏฺฐกถาสงฺขาโต จ ปุพฺพาจริยมคฺโคติ.

‘‘ตํ สุณาถ สมาหิตา’’ติ อาทรชนเน กึ ปโยชนนฺติ ตํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทิ. อฏฺฐึ กตฺวาติ อตฺถํ กตฺวา, ยถา วา น นสฺสติ, เอวํ อฏฺฐิคตํ วิย กโรนฺโต อฏฺฐึ กตฺวา. ปุพฺพกาลโต อปรกาเล ภวํ ปุพฺพาปริยํ. ปฐมารมฺภาทิโต ปภุติ ขเณ ขเณ ญาณวิเสสํ กิเลสกฺขยวิเสสญฺจ ลภตีติ อตฺโถ.

กมฺมวิปากกิเลสวฏฺฏานํ มูลการณตฺตา อาทิโต วุตฺตตฺตา จ อวิชฺชา ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส มูลํ. ตตฺถ วลฺลิยา มูเล ทิฏฺเฐ ตโต ปภุติ วลฺลิยา หรณํ วิย ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส มูเล ทิฏฺเฐ ตโต ปภุติ ปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนาติ อุปมาสํสนฺทนา น กาตพฺพา. น หิ ภควโต ‘‘อิทเมว ทิฏฺฐํ, อิตรํ อทิฏฺฐ’’นฺติ วิภชนียํ อตฺถิ สพฺพสฺส ทิฏฺฐตฺตา. มูลโต ปภุติ ปน วลฺลิยา หรณํ วิย มูลโต ปภุติ ปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนา กตาติ อิทเมตฺถ สามญฺญมธิปฺเปตํ, โพธเนยฺยชฺฌาสยวเสน วา โพเธตพฺพภาเวน มูลาทิทสฺสนสามญฺญญฺจ โยเชตพฺพํ.

ตสฺสาติ –

‘‘ส โข โส, ภิกฺขเว, กุมาโร วุทฺธิมนฺวาย อินฺทฺริยานํ ปริปากมนฺวาย ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิโต…เป… รชนีเยหิ, โส จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา ปิยรูเป รูเป สารชฺชติ, อปิยรูเป รูเป พฺยาปชฺชติ, อนุปฏฺฐิตกายสตี จ วิหรติ ปริตฺตเจตโส. โส ตญฺจ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. ยตฺถสฺส เต อุปฺปนฺนา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อปริเสสา นิรุชฺฌนฺติ, โส เอวํ อนุโรธวิโรธํ สมาปนฺโน ยํ กิญฺจิ เวทนํ เวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา, โส ตํ เวทนํ อภินนฺทติ อภิวทติ อชฺโฌสาย ติฏฺฐตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๐๘) –

เอวํ วุตฺตสฺส. เอวํ โสตทฺวาราทีสุปิ. อภิวทโตติ ‘‘อโห สุขํ, อโห สุข’’นฺติ วจีเภทกรปฺปตฺตาย พลวตณฺหาย ‘‘อหํ มมา’’ติ อภิวทโต. ตโต พลวติยา โมเจตุํ อสกฺกุเณยฺยภาเวน อชฺโฌสาย ติฏฺฐโต. ตโตปิ พลวตี อุปาทานภูตา ตณฺหา นนฺที. เอตฺถ จ อภินนฺทนาทินา ตณฺหา วุตฺตา, นนฺทีวจเนน ตปฺปจฺจยํ อุปาทานํ จตุพฺพิธมฺปิ นนฺทิตาตทวิปฺปโยคตาหิ ตณฺหาทิฏฺฐาภินนฺทนภาเวหิ จาติ เวทิตพฺพํ. ‘‘ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติอาทิกญฺจ ตตฺเถว มหาตณฺหาสงฺขยวิมุตฺติสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๔๐๒-๔๐๓) วุตฺตํ.

วิปากวฏฺฏภูเต ปฏิสนฺธิปวตฺติผสฺสาทโย กมฺมสมุฏฺฐานญฺจ โอชํ สนฺธาย ‘‘จตฺตาโร อาหารา ตณฺหานิทานา’’ติอาทิ วุตฺตํ, วฏฺฏูปตฺถมฺภกา ปน อิตเรปิ อาหารา ตณฺหาปภเว ตสฺมึ อวิชฺชมาเน น วิชฺชนฺตีติ ‘‘ตณฺหานิทานา’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏนฺติ.

ตโต ตโตติ จตุพฺพิธาสุ เทสนาสุ ตโต ตโต เทสนาโต. ญายปฺปฏิเวธาย สํวตฺตตีติ ญาโยติ มคฺโค, โสเยว วา ปฏิจฺจสมุปฺปาโท ‘‘อริโย จสฺส ญาโย ปญฺญาย สุทิฏฺโฐ โหตี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๔๑) วจนโต. สยเมว หิ สมนฺตภทฺรกตฺตา ตถา ตถา ปฏิวิชฺฌิตพฺพตฺตา ตาย ตาย เทสนาย อตฺตโน ปฏิเวธาย สํวตฺตตีติ. สมนฺตภทฺรกตฺตํ เทสนาวิลาสปฺปตฺติ จ จตุนฺนมฺปิ เทสนานํ สมานํ การณนฺติ วิเสสการณํ วตฺตุกาโม อาห ‘‘วิเสสโต’’ติ. อสฺส ภควโต เทสนา, อสฺส วา ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส เทสนาติ โยเชตพฺพํ. ปวตฺติการณวิภาโค อวิชฺชาทิโกว, การณนฺติ วา คหิตานํ ปกติอาทีนํ อวิชฺชาทีนญฺจ อการณตา การณตา จ. ตตฺถ สมฺมูฬฺหา เกจิ อการณํ ‘‘การณ’’นฺติ คณฺหนฺติ, เกจิ น กิญฺจิ การณํ พุชฺฌนฺตีติ เตสํ ยถาสเกหิ อนุรูเปหิ การเณหิ สงฺขาราทิปวตฺติสนฺทสฺสนตฺถํ อนุโลมเทสนา ปวตฺตา, อิตราสํ ตทตฺถตาสมฺภเวปิ น ตาสํ ตทตฺถเมว ปวตฺติ อตฺถนฺตรสพฺภาวโต. อยํ ปน ตทตฺถา เอวาติ เอติสฺสา ตทตฺถตา วุตฺตา. ปวตฺติอาทีนวปฏิจฺฉาทิกา อวิชฺชา อาทิ, ตโต สงฺขารา อุปฺปชฺชนฺติ ตโต วิญฺญาณนฺติ เอวํ ปวตฺติยา อุปฺปตฺติกฺกมสนฺทสฺสนตฺถญฺจ.

อนุวิโลกยโต โย สมฺโพธิโต ปุพฺพภาเค ตํตํผลปฏิเวโธ ปวตฺโต, ตทนุสาเรน ตทนุคเมน ชรามรณาทิกสฺส ชาติอาทิการณํ ยํ อธิคตํ, ตสฺส สนฺทสฺสนตฺถํ อสฺส ปฏิโลมเทสนา ปวตฺตา, อนุวิโลกยโต ปฏิโลมเทสนา ปวตฺตาติ วา สมฺพนฺโธ. เทเสนฺโตปิ หิ ภควา กิจฺฉาปนฺนํ โลกํ อนุวิโลเกตฺวา ปุพฺพภาค…เป… สนฺทสฺสนตฺถํ เทเสตีติ. อาหารตณฺหาทโย ปจฺจุปฺปนฺนทฺธา, สงฺขาราวิชฺชา อตีตทฺธาติ อิมินา อธิปฺปาเยนาห ‘‘ยาว อตีตํ อทฺธานํ อติหริตฺวา’’ติ, อาหารา วา ตณฺหาย ปภาเวตพฺพา อนาคโต อทฺธา, ตณฺหาทโย ปจฺจุปฺปนฺโน, สงฺขาราวิชฺชา อตีโตติ. ปจฺจกฺขํ ปน ผลํ ทสฺเสตฺวา ตํนิทานทสฺสนวเสน ผลการณปรมฺปราย ทสฺสนํ ยุชฺชตีติ อาหารา ปุริมตณฺหาย อุปฺปาทิตา ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธา, ตณฺหาทโย อตีโต, สงฺขาราวิชฺชา ตโตปิ อตีตตโร สํสารสฺส อนาทิภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺโตติ ยาว อตีตํ อทฺธานนฺติ ยาว อตีตตรํ อทฺธานนฺติ อตฺโถ ยุตฺโต.

อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติอาหารกา วา จตฺตาโร อาหารา –

‘‘อาหาเรตีติ อหํ น วทามิ, อาหาเรตีติ จาหํ วเทยฺยุํ, ตตฺรสฺส กลฺโล ปโญฺห ‘โก นุ โข, ภนฺเต, อาหาเรตี’ติ. เอวํ จาหํ น วทามิ, เอวํ ปน อวทนฺตํ มํ โย เอวํ ปุจฺเฉยฺย ‘กิสฺส นุ โข, ภนฺเต, วิญฺญาณาหาโร’ติ. เอส กลฺโล ปโญฺห, ตตฺร กลฺลํ เวยฺยากรณํ, วิญฺญาณาหาโร อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติยา’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๒) –

วจนโต ตํสมฺปยุตฺตตฺตา ผสฺสเจตนานํ ตปฺปวตฺติเหตุตฺตา จ กพฬีการาหารสฺส. เตน หิ อุปตฺถมฺภิตรูปกายสฺส, ตญฺจ อิจฺฉนฺตสฺส กมฺมวิญฺญาณายูหนํ โหติ. โภชนญฺหิ สทฺธาทีนํ ราคาทีนญฺจ อุปนิสฺสโยติ วุตฺตนฺติ. ตสฺมา ‘‘เต กมฺมวฏฺฏสงฺคหิตา อาหารา ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธา’’ติ อิมสฺมึ ปริยาเย ปุริโมเยวตฺโถ ยุตฺโต. อตีตทฺธุโต ปภุติ ‘‘อิติ โข, ภิกฺขเว, อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๒.๓) อตีเต ตโต ปรญฺจ เหตุผลปฏิปาฏึ ปจฺจกฺขานํ อาหารานํ นิทานทสฺสนวเสน อาโรหิตฺวา นิวตฺตเนน วินา อพุชฺฌนฺตานํ ตํสนฺทสฺสนตฺถํ สา อยํ เทสนา ปวตฺตาติ อตฺโถ. อนาคตทฺธุโน สนฺทสฺสนตฺถนฺติ อนาคตทฺธุโน ทุปฺปฏิวิชฺฌนฺตานํ อปสฺสนฺตานํ ปจฺจกฺขํ ปจฺจุปฺปนฺนํ เหตุํ ทสฺเสตฺวา เหตุผลปรมฺปราย ตสฺส สนฺทสฺสนตฺถนฺติ อตฺโถ.

มูลการณสทฺทํ อเปกฺขิตฺวา ‘‘น อการณ’’นฺติ นปุํสกนิทฺเทโส กโต. อการณํ ยทิ สิยา, สุตฺตํ ปฏิพาหิตํ สิยาติ ทสฺเสนฺโต สุตฺตํ อาหรติ. วฏฺฏกถาย สีสภาโว วฏฺฏเหตุโน กมฺมสฺสปิ เหตุภาโว. ตตฺถ ภวตณฺหายปิ เหตุภูตา อวิชฺชา, ตาย ปฏิจฺฉาทิตาทีนเว ภเว ตณฺหุปฺปตฺติโตติ อวิชฺชา วิเสเสน สีสภูตาติ ‘‘มูลการณ’’นฺติ วุตฺตา. ปุริมาย โกฏิยา อปญฺญายมานาย อุปฺปาทวิรหโต นิจฺจตํ คเณฺหยฺยาติ อาห ‘‘เอวญฺเจตํ, ภิกฺขเว, วุจฺจตี’’ติอาทิ. เตน อิโต ปุพฺเพ อุปฺปนฺนปุพฺพตา นตฺถีติ อปญฺญายนโต ปุริมโกฏิอปญฺญายนํ วุตฺตนฺติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ.

อวิชฺชาตณฺหาเหตุกฺกเมน ผเลสุ วตฺตพฺเพสุ ‘‘สุคติทุคฺคติคามิโน’’ติ วจนํ สทฺทลกฺขณาวิโรธนตฺถํ. ทฺวนฺเท หิ ปูชิตสฺส ปุพฺพนิปาโตติ. สวรา กิร มํสสฺส อฏฺฐินา อลคฺคนตฺถํ ปุนปฺปุนํ ตาเปตฺวา โกฏฺเฏตฺวา อุโณฺหทกํ ปาเยตฺวา วิริตฺตํ สูนํ อฏฺฐิโต มุตฺตมํสํ คาวึ มาเรนฺติ. เตนาห ‘‘อคฺคิสนฺตาปิ’’จฺจาทิ. ตตฺถ ยถา วชฺฌา คาวี จ อวิชฺชาภิภูตตาย ยถาวุตฺตํ อุโณฺหทกปานํ อารภติ, เอวํ ปุถุชฺชโน ยถาวุตฺตํ ทุคฺคติคามิกมฺมํ. ยถา ปน สา อุโณฺหทกปาเน อาทีนวํ ทิสฺวา ตณฺหาวเสน สีตุทกปานํ อารภติ, เอวมยํ อวิชฺชาย มนฺทตฺตา ทุคฺคติคามิกมฺเม อาทีนวํ ทิสฺวา ตณฺหาวเสน สุคติคามิกมฺมํ อารภติ. ทุกฺเข หิ อวิชฺชํ ตณฺหา อนุวตฺตติ, สุเข ตณฺหํ อวิชฺชาติ.

เอวนฺติ อวิชฺชาย นิวุตตฺตา ตณฺหาย สํยุตฺตตฺตา จ. อยํ กาโยติ สวิญฺญาณกกาโย ขนฺธปญฺจกํ, ‘‘สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส’’ติ วจนโต ผสฺสการณญฺเจตํ วุจฺจตีติ อายตนฉกฺกํ วา. สมุทาคโตติ อุปฺปนฺโน. พหิทฺธา จ นามรูปนฺติ พหิทฺธา สวิญฺญาณกกาโย ขนฺธปญฺจกํ, สฬายตนานิ วา. อิตฺเถตนฺติ อิตฺถํ เอตํ. อตฺตโน จ ปเรสญฺจ ปญฺจกฺขนฺธา ทฺวาทสายตนานิ จ ทฺวารารมฺมณภาเวน ววตฺถิตานิ ทฺวยนามานีติ อตฺโถ. ‘‘ทฺวยํ ปฏิจฺจ ผสฺโสติ อญฺญตฺถ จกฺขุรูปาทีนิ ทฺวยานิ ปฏิจฺจ จกฺขุสมฺผสฺสาทโย วุตฺตา, อิธ ปน อชฺฌตฺติกพาหิรานิ อายตนานิ. มหาทฺวยํ นาม กิเรต’’นฺติ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒.๑๙) วุตฺตํ. อยเมตฺถ อธิปฺปาโย – อญฺญตฺถ ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณํ, ติณฺณํ สงฺคติ ผสฺโส’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๒.๔๓) ‘‘จกฺขุ เจว รูปา จ…เป… มโน เจว ธมฺมา จา’’ติ วุตฺตานิ ทฺวยานิ ปฏิจฺจ จกฺขุสมฺผสฺสาทโย วุตฺตา, อิธ ปน ‘‘อยญฺเจว กาโย’’ติ จกฺขาทินิสฺสเย เสสธมฺเม จกฺขาทินิสฺสิเต เอว กตฺวา วุตฺตํ, จกฺขาทิกายํ เอกตฺเตน ‘‘อชฺฌตฺติกายตน’’นฺติ คเหตฺวา ‘‘พหิทฺธา นามรูป’’นฺติ วุตฺตํ, รูปาทิอารมฺมณํ เอกตฺเตเนว พาหิรายตนนฺติ ตานิ อชฺฌตฺติกพาหิรานิ อายตนานิ ปฏิจฺจ ผสฺโส วุตฺโต, ตสฺมา มหาทฺวยํ นาเมตนฺติ. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘อตฺตโน จ ปรสฺส จ ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ฉหายตเนหิ จาปิ อยมตฺโถ ทีเปตพฺโพวา’’ติ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒.๑๙) วุตฺตํ. ‘‘อยํ กาโย’’ติ หิ วุตฺตานิ สนิสฺสยานิ จกฺขาทีนิ อตฺตโน ปญฺจกฺขนฺธา, ‘‘พหิทฺธา นามรูป’’นฺติ วุตฺตานิ รูปาทีนิ ปเรสํ. ตถา อยํ กาโย อตฺตโนว อชฺฌตฺติกานิ อายตนานิ, พหิทฺธา นามรูปํ ปเรสํ พาหิรานีติ. อญฺญถา อชฺฌตฺติกายตนมตฺเต เอว ‘‘อยํ กาโย’’ติ วุตฺเต น อชฺฌตฺติกายตนาเนว อตฺตโน ปญฺจกฺขนฺธา โหนฺตีติ อตฺตโน จ ปเรสญฺจ ปญฺจกฺขนฺเธหิ ทีปนา น สมฺภเวยฺยาติ. สเฬวายตนานีติ สเฬว สมฺผสฺสการณานิ, เยหิ การณภูเตหิ อายตเนหิ อุปฺปนฺเนน ผสฺเสน ผุฏฺโฐ พาโล สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทติ.

อาทิ-สทฺเทน ‘‘เอเตสํ วา อญฺญตเรน อวิชฺชานีวรณสฺส, ภิกฺขเว, ปณฺฑิตสฺส ตณฺหาย สํยุตฺตสฺสา’’ติอาทิ โยเชตพฺพํ. ตสฺมิญฺหิ สุตฺเต สงฺขาเร อวิชฺชาตณฺหานิสฺสิเต เอว กตฺวา กายคฺคหเณน วิญฺญาณนามรูปสฬายตนานิ คเหตฺวา เอตสฺมิญฺจ กาเย สฬายตนานํ ผสฺสํ ตํนิสฺสิตเมว กตฺวา เวทนาย วิเสสปจฺจยภาวํ ทสฺเสนฺเตน ภควตา พาลปณฺฑิตานํ อตีตทฺธาวิชฺชาตณฺหามูลโก เวทนานฺโต ปฏิจฺจสมุปฺปาโท ทสฺสิโต. ปุน จ พาลปณฺฑิตานํ วิเสสํ ทสฺเสนฺเตน –

‘‘ยาย จ, ภิกฺขเว, อวิชฺชาย นิวุตสฺส พาลสฺส ยาย จ ตณฺหาย สํยุตฺตสฺส อยํ กาโย สมุทาคโต, สา เจว อวิชฺชา พาลสฺส อปฺปหีนา, สา จ ตณฺหา อปริกฺขีณา. ตํ กิสฺส เหตุ? น, ภิกฺขเว, พาโล อจริ พฺรหฺมจริยํ สมฺมา ทุกฺขกฺขยาย, ตสฺมา พาโล กายสฺส เภทา กายูปโค โหติ, โส กายูปโค สมาโน น ปริมุจฺจติ ชาติยา…เป… ทุกฺขสฺมาติ วทามี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๙) –

เวทนาปภวํ สาวิชฺชํ ตณฺหํ ทสฺเสตฺวา อุปาทานภเว จ ตํนิสฺสิเต กตฺวา ‘‘กายูปโค โหตี’’ติอาทินา ชาติอาทิเก ทสฺเสนฺเตน ปจฺจุปฺปนฺนเหตุสมุฏฺฐานโต ปภุติ อุภยมูโลว ปฏิจฺจสมุปฺปาโท วุตฺโต, ตพฺพิปริยาเยน จ ปณฺฑิตสฺส ปจฺจุปฺปนฺนเหตุปริกฺขยโต ปภุติ อุภยมูลโก ปฏิโลมปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ.

ทุคฺคติคามิกมฺมสฺส วิเสสปจฺจยตฺตา อวิชฺชา ‘‘อวินฺทิยํ วินฺทตี’’ติ วุตฺตา, ตถา วิเสสปจฺจโย วินฺทิยสฺส น โหตีติ ‘‘วินฺทิยํ น วินฺทตี’ติ จ. อตฺตนิ นิสฺสิตานํ จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ ปวตฺตนํ อุปฺปาทนํ อายตนํ. สมฺโมหภาเวเนว อนภิสมยภูตตฺตา อวิทิตํ อญฺญาตํ กโรติ. อนฺตวิรหิเต ชวาเปตีติ จ วณฺณาคมวิปริยายวิการวินาสธาตุอตฺถวิเสสโยเคหิ ปญฺจวิธสฺส นิรุตฺติลกฺขณสฺส วเสน ตีสุปิ ปเทสุ อ-การ วิ-การ ช-กาเร คเหตฺวา อญฺเญสํ วณฺณานํ โลปํ กตฺวา ช-การสฺส จ ทุติยสฺส อาคมํ กตฺวา ‘‘อวิชฺชา’’ติ วุตฺตา. พฺยญฺชนตฺถํ ทสฺเสตฺวา สภาวตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห. จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ วตฺถารมฺมณานิ ‘‘อิทํ วตฺถุ, อิทมารมฺมณ’’นฺติ อวิชฺชาย ญาตุํ น สกฺกาติ อวิชฺชา ตปฺปฏิจฺฉาทิกา วุตฺตา. วตฺถารมฺมณสภาวจฺฉาทนโต เอว อวิชฺชาทีนํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทภาวสฺส, ชรามรณาทีนํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนภาวสฺส จ ฉาทนโต ปฏิจฺจสมุปฺปาทปฏิจฺจสมุปฺปนฺนฉาทนํ เวทิตพฺพํ.

สงฺขาร-สทฺทคฺคหเณน อาคตา สงฺขารา สงฺขาร-สทฺเทน อาคตสงฺขารา. ยทิปิ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราปิ สงฺขาร-สทฺเทน อาคตา, เต ปน อิมิสฺสา เทสนาย ปธานาติ วิสุํ วุตฺตา. ตสฺมา ‘‘ทุวิธา’’ติ เอตฺถ อภิสงฺขรณกสงฺขารํ สงฺขาร-สทฺเทนาคตํ สนฺธาย ตตฺถ วุตฺตมฺปิ วชฺเชตฺวา สงฺขารสทฺเทน อาคตสงฺขารา โยเชตพฺพา. ‘‘สงฺขาร-สทฺเทนาคตสงฺขารา’’ติ วา สมุทาโย วุตฺโต, ตเทกเทโส จ อิธ วณฺณิตพฺพภาเวน ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติ, ตสฺมา วณฺณิตพฺพสพฺพสงฺคหณวเสน ทุวิธตา วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. ปฐมํ นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโรติอาทินา วิตกฺกวิจารอสฺสาสปสฺสาสสญฺญาเวทนาวจีสงฺขาราทโย วุตฺตา, น อวิชฺชาสงฺขาเรสุ วุตฺตา กายสญฺเจตนาทโย.

ปริตสฺสตีติ ปิปาสติ. ภวตีติ อุปปตฺติภวํ สนฺธาย วุตฺตํ, ภาวยตีติ กมฺมภวํ. จุติ ขนฺธานํ มรณนฺติ ‘‘มรนฺติ เอเตนา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ทุกฺขา เวทนา อุปฺปาททุกฺขา ฐิติทุกฺขา’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๖๕) วจนโต เทฺวธา ขณติ. อายาโสติ ปริสฺสโม วิสาโท. เกวล-สทฺโท อสมฺมิสฺสวาจโก โหติ ‘‘เกวลา สาลโย’’ติ, นิรวเสสวาจโก จ ‘‘เกวลา องฺคมคธา’’ติ, ตสฺมา เทฺวธาปิ อตฺถํ วทติ. ตตฺถ อสมฺมิสฺสสฺสาติ สุขรหิตสฺส. น หิ เอตฺถ กิญฺจิ อุปฺปาทวยรหิตํ อตฺถีติ.

ตํสมฺปยุตฺเต, ปุคฺคลํ วา สมฺโมหยตีติ สมฺโมหนรสา. อารมฺมณสภาวสฺส ฉาทนํ หุตฺวา คยฺหตีติ ฉาทนปจฺจุปฏฺฐานา. ‘‘อาสวสมุทยา อวิชฺชาสมุทโย’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๐๓) วจนโต อาสวปทฏฺฐานา. ปฏิสนฺธิชนนตฺถํ อายูหนฺติ พฺยาปารํ กโรนฺตีติ อายูหนรสา, ราสิกรณํ วา อายูหนํ. นามรูปสฺส ปุเรจาริกภาเวน ปวตฺตตีติ ปุพฺพงฺคมรสํ. ปุริมภเวน สทฺธึ ฆฏนํ หุตฺวา คยฺหตีติ ปฏิสนฺธิปจฺจุปฏฺฐานํ. วิญฺญาเณน สห สมฺปยุชฺชตีติ สมฺปโยครสํ. อญฺญมญฺญํ สมฺปโยคาภาวโต รูปํ วิกิรตีติ วิกิรณรสํ. เอวญฺจ กตฺวา ปิสิยมานา ตณฺฑุลาทโย วิกิรนฺติ จุณฺณี ภวนฺตีติ. นามสฺส กทาจิ กุสลาทิภาโว จ อตฺถีติ ตโต วิเสสนตฺถํ ‘‘อพฺยากตปจฺจุปฏฺฐาน’’นฺติ อาห. ‘‘อเจตนา อพฺยากตา’’ติ เอตฺถ วิย อนารมฺมณตา วา อพฺยากตตา ทฏฺฐพฺพา. อายตนลกฺขณนฺติ ฆฏนลกฺขณํ, อายานํ ตนนลกฺขณํ วา. ทสฺสนาทีนํ การณภาโว ทสฺสนาทิรสตา. อกุสลวิปากุเปกฺขาย อนิฏฺฐภาวโต ทุกฺเขน อิตราย จ อิฏฺฐภาวโต สุเขน สงฺคหิตตฺตา ‘‘สุขทุกฺขปจฺจุปฏฺฐานา’’ติ อาห. ทุกฺขสมุทยตฺตา เหตุลกฺขณา ตณฺหา. ‘‘ตตฺรตตฺราภินนฺทินี’’ติ (ที. นิ. ๒.๔๐๐; ม. นิ. ๑.๑๓๓, ๔๖๐; วิภ. ๒๐๓) วจนโต อภินนฺทนรสา. จิตฺตสฺส, ปุคฺคลสฺส วา รูปาทีสุ อติตฺตภาโว หุตฺวา คยฺหตีติ อติตฺตภาวปจฺจุปฏฺฐานา. ตณฺหาทฬฺหตฺตํ หุตฺวา กามุปาทานํ, เสสานิ ทิฏฺฐิ หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺตีติ ตณฺหาทฬฺหตฺตทิฏฺฐิปจฺจุปฏฺฐานา. กมฺมุปปตฺติภววเสน ภวสฺส ลกฺขณาทโย โยเชตพฺพา.

อาทิ-สทฺเทน อนุโพธาทิภาวคฺคหณํ. ทุกฺขาทีสุ อญฺญาณํ อปฺปฏิปตฺติ, อสุภาทีสุ สุภาทิวิปลฺลาสา มิจฺฉาปฏิปตฺติ. ทิฏฺฐิวิปฺปยุตฺตา วา อปฺปฏิปตฺติ, ทิฏฺฐิสมฺปยุตฺตา มิจฺฉาปฏิปตฺติ. น อวิชฺชาย เอว ฉทฺวาริกตา ฉฬารมฺมณตา จ, อถ โข อญฺเญสุปิ ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺเคสุ อรูปธมฺมานนฺติ อาห ‘‘สพฺเพสุปี’’ติ. โนภยโคจรนฺติ มนายตนมาห. น หิ อรูปธมฺมานํ เทสวเสน อาสนฺนตา ทูรตา จ อตฺถิ อสณฺฐานตฺตา, ตสฺมา มนายตนสฺส โคจโร น มนายตนํ สมฺปตฺโต อสมฺปตฺโต วาติ วุจฺจตีติ.

โสกาทีนํ สพฺภาวา องฺคพหุตฺตปฺปสงฺเค ‘‘ทฺวาทเสวา’’ติ องฺคานํ ววตฺถานํ เวทิตพฺพํ. น หิ โสกาทโย องฺคภาเวน วุตฺตา, ผเลน ปน การณํ อวิชฺชํ มูลงฺคํ ทสฺเสตุํ เต วุตฺตาติ. ชรามรณพฺภาหตสฺส หิ พาลสฺส เต สมฺภวนฺตีติ โสกาทีนํ ชรามรณการณตา วุตฺตา. ‘‘สารีริกาย ทุกฺขาย เวทนาย ผุฏฺโฐ’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๕๒) จ สุตฺเต ชรามรณนิมิตฺตญฺจ ทุกฺขํ สงฺคหิตนฺติ ตํตํนิมิตฺตานํ สาธกภาเวน วุตฺตํ. ยสฺมา ปน ชรามรเณเนว โสกาทีนํ เอกสงฺเขโป กโต, ตสฺมา เตสํ ชาติปจฺจยตา ยุชฺชติ. ชรามรณปจฺจยภาเว หิ อวิชฺชาย เอกสงฺเขโป กาตพฺโพ สิยา, ชาติปจฺจยา ปน ชรามรณํ โสกาทโย จ สมฺภวนฺตีติ. ตตฺถ ชรามรณํ เอกนฺติกํ องฺคภาเวเนว คหิตํ, โสกาทโย ปน รูปภวาทีสุ อภาวโต อเนกนฺติกา เกวลํ ปากเฏน ผเลน อวิชฺชานิทสฺสนตฺถํ คหิตา. เตน อนาคเต ชาติยา สติ ตโต ปราย ปฏิสนฺธิยา เหตุเหตุภูตา อวิชฺชา ทสฺสิตาติ ภวจกฺกสฺส อวิจฺเฉโท ทสฺสิโต โหตีติ. สุตฺตญฺจ โสกาทีนํ อวิชฺชา การณนฺติ เอตสฺเสวตฺถสฺส สาธกํ ทฏฺฐพฺพํ, น โสกาทีนํ พาลสฺส ชรามรณนิมิตฺตตามตฺตสฺส. ‘‘อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๕๒) หิ วจเนน อวิชฺชา โสกาทีนํ การณนฺติ ทสฺสิตา, น จ ชรามรณนิมิตฺตเมว ทุกฺขํ ทุกฺขนฺติ.

อุทฺเทสวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อวิชฺชาปทนิทฺเทสวณฺณนา

๒๒๖. ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา ๙๒ สงฺขารา’’ติ หิ วุตฺตนฺติ เอเตน อวิชฺชาย วิเสสนภาเวน สงฺขารานญฺจ ปธานภาเวน วุตฺตตฺตา สงฺขารานํ นิทฺทิสิตพฺพภาวสฺส การณํ ทสฺเสติ. ปิตา กถียติ ‘‘ทีโฆ สาโม, มิตฺโต รสฺโส, โอทาโต ทตฺโต’’ติ.

รสิตพฺโพ ปฏิวิชฺฌิตพฺโพ สภาโว รโส, อตฺตโน รโส สรโส, ยาถาโว สรโส ยาถาวสรโส, โส เอว ลกฺขิตพฺพตฺตา ลกฺขณนฺติ ยาถาวสรสลกฺขณํ. ‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, อวิชฺชา? ทุกฺเข อญฺญาณ’’นฺติอาทินา (สํ. นิ. ๒.๒; ม. นิ. ๑.๑๐๓) สุตฺเต จตฺตาเรว วุตฺตานีติ ‘‘สุตฺตนฺติกปริยาเยนา’’ติ อาห. นิกฺเขปกณฺเฑ ปนาติอาทินา อิธ จตูสุ ฐาเนสุ กถิตาย เอว อวิชฺชาย นิกฺเขปกณฺเฑ อฏฺฐสุ ฐาเนสุ กิจฺจชาติโต ปญฺจวีสติยา ปเทหิ ลกฺขณโต จ กถิตตฺตา ตทตฺถสํวณฺณนาวเสน วิภาวนํ กโรติ. อหาเปตฺวา วิภชิตพฺพวิภชนญฺหิ อภิธมฺมปริยาโย.

ชายติ เอตฺถาติ ชาติ, อุปฺปตฺติฏฺฐานํ. ยทิปิ นิโรธมคฺเค อวิชฺชา อารมฺมณํ น กโรติ, เต ปน ชานิตุกามสฺส ตปฺปฏิจฺฉาทนวเสน อนิโรธมคฺเคสุ นิโรธมคฺคคฺคหณกอารณวเสน จ ปวตฺตมานา ตตฺถ อุปฺปชฺชตีติ วุจฺจตีติ เตสมฺปิ อวิชฺชาย อุปฺปตฺติฏฺฐานตา โหติ, อิตเรสํ อารมฺมณภาเวน จาติ. สงฺฆิกพลเทวโคณาทีนํ สงฺฆาฏินงฺคลาทีนิ วิย อญฺญเสตาทีนํ อวิชฺชาย ทุกฺขาทิวิสยานํ อนฺธตฺตกรานํ โลภาทีนํ นิวตฺตโก อญฺญาณาทิสภาโว ลกฺขณนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

อตฺถตฺถนฺติ ผลผลํ. อาเมฑิตวจนญฺหิ สพฺเพสํ อตฺถานํ วิสุํ วิสุํ ปากฏกรณภาวปฺปกาสนตฺถํ. อตฺโถ เอว วา อตฺโถ อตฺถตฺโถติ อตฺถสฺส อวิปรีตตาทสฺสนตฺถํ อตฺเถเนวตฺถํ วิเสสยติ. น หิ ญาณํ อนตฺถํ อตฺโถติ คณฺหาตีติ. เอวํ การณการณนฺติ เอตฺถาปิ ทฏฺฐพฺพํ. ตํ อาการนฺติ อตฺถตฺถาทิอาการํ. คเหตฺวาติ จิตฺเต ปเวเสตฺวา, จิตฺเตน ปุคฺคเลน วา คหิตํ กตฺวา. ปฏิวิทฺธสฺส ปุน อเวกฺขณา ปจฺจเวกฺขณา. ทุจฺจินฺติตจินฺติตาทิลกฺขณสฺส พาลสฺส ภาโว พาลฺยํ. ปชานาตีติ ปกาเรหิ ชานาติ. พลวโมหนํ ปโมโห. สมนฺตโต โมหนํ สมฺโมโห.

ทุกฺขารมฺมณตาติ ทุกฺขารมฺมณตาย, ยาย วา อวิชฺชาย ฉาเทนฺติยา ทุกฺขารมฺมณา ตํสมฺปยุตฺตธมฺมา, สา เตสํ ภาโวติ ทุกฺขารมฺมณตา, อารมฺมณเมว วา อารมฺมณตา, ทุกฺขํ อารมฺมณตา เอติสฺสาติ ทุกฺขารมฺมณตา.

ทุทฺทสตฺตา คมฺภีรา น สภาวโต, ตสฺมา ตทารมฺมณตา อวิชฺชา อุปฺปชฺชติ, อิตเรสํ สภาวโต คมฺภีรตฺตา ตทารมฺมณตา นุปฺปชฺชตีติ อธิปฺปาโย. อปิจ โข ปนาติ มคฺคสฺส สงฺขตสภาวตฺตา ตโตปิ นิโรธสฺส คมฺภีรตรตํ ทสฺเสติ.

อวิชฺชาปทนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สงฺขารปทนิทฺเทสวณฺณนา

ปุนาตีติ โสเธติ อปุญฺญผลโต ทุกฺขสํกิเลสโต จ, หิตสุขชฺฌาสเยน ปุญฺญํ กโรตีติ ตํนิปฺผาทเนน การกสฺสชฺฌาสยํ ปูเรตีติ ปุญฺโญ, ปูรโก ปุชฺชนิพฺพตฺตโก จ นิรุตฺติลกฺขเณน ‘‘ปุญฺโญ’’ติ เวทิตพฺโพ. สมาธิปจฺจนีกานํ อติทูรตาย น อิญฺชติ น จลตีติ อตฺโถ. กายสฺสาติ ทฺวารสฺส สามิภาเวน นิทฺเทโส กโต.

ปุญฺญุปคนฺติ ภวสมฺปตฺตุปคํ. ตตฺถาติ วิภงฺคสุตฺเต (สํ. นิ. ๒.๒). ตญฺหิ ปธานภาเวน คหิตนฺติ. สมฺมาทิฏฺฐิสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๑๐๒) ปน ‘‘ตโยเม, อาวุโส, สงฺขารา’’ติ อาคตนฺติ. สพฺพญฺญุชินภาสิโต ปน อยํ, น ปจฺเจกชินภาสิโต, อิมสฺสตฺถสฺส ทีปนตฺถํ เอเตสํ สุตฺตานํ วเสน เต คหิตา. กถํ ปเนเตน คหเณนายมตฺโถ ทีปิโต โหตีติ ตํทสฺสนตฺถมาห ‘‘อภิธมฺเมปิ หิ สุตฺเตปิ เอกสทิสาว ตนฺติ นิทฺทิฏฺฐา’’ติ. สพฺพญฺญุภาสิโตติ ปากเฏน สุตฺตนฺเตน สทิสตฺตา อยมฺปิ สพฺพญฺญุภาสิโตติ ญายตีติ วุตฺตํ โหตีติ.

‘‘เตรสาปี’’ติ วุตฺตํ, ตตฺถ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ น ภาวนามยตา ปากฏาติ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิมาห. ปถวี ปถวีติอาทิภาวนา จ กสิณปริกมฺมกรณํ มณฺฑลกรณญฺจ ภาวนํ ภชาเปนฺติ.

ทานวเสน ปวตฺตา จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา ทานํ. ตตฺถ พฺยาปารภูตา อายูหนเจตนา ทานํ อารพฺภ ทานํ อธิกิจฺจ อุปฺปชฺชตีติ วุจฺจติ, เอวํ อิตเรสุ. โสมนสฺสจิตฺเตนาติ อนุโมทนาปวตฺตินิทสฺสนมตฺตเมตํ ทฏฺฐพฺพํ. อุเปกฺขาสหคเตนปิ หิ อนุสฺสรติ เอวาติ.

อสริกฺขกมฺปิ สริกฺขเกน จตุตฺถชฺฌานวิปาเกน เวหปฺผลาทีสุ วินาปิ อสญฺเญสุ กฏตฺตารูปํ. รูปเมว สผนฺทนตฺตา ‘‘สอิญฺชน’’นฺติ วุตฺตํ อิญฺชนกรนีวรณาทีนํ อวิกฺขมฺภนโต, รูปตณฺหาสงฺขาตสฺส อิญฺชนกสฺส การณตฺตา วา. เตเนว รูปารมฺมณํ นิมิตฺตารมฺมณญฺจ สพฺพมฺปิ จตุตฺถชฺฌานํ นิปฺปริยาเยน ‘‘อนิญฺชน’’นฺติ น วุจฺจตีติ. มหาตุลาย ธารยมาโน นาฬิยา มินมาโน จ สมุทายเมว ธาเรติ มินติ จ, น เอเกกํ คุญฺชํ, เอเกกํ ตณฺฑุลํ วา, เอวํ ภควาปิ อปริมาณา ปฐมกุสลเจตนาโย สมุทายวเสเนว คเหตฺวา เอกชาติกตฺตา เอกเมว กตฺวา ทสฺเสติ. เอวํ ทุติยาทโยปีติ.

‘‘กายทฺวาเร ปวตฺตา’’ติ อวตฺวา ‘‘อาทานคฺคหณโจปนํ ปาปยมานา อุปฺปนฺนา’’ติปิ วตฺตุํ วฏฺฏตีติ วจนวิเสสมตฺตเมว ทสฺเสติ. กายทฺวาเร ปวตฺติ เอว หิ อาทานาทิปาปนาติ. ปุริเมน วา ทฺวารสฺส อุปลกฺขณภาโว วุตฺโต, ปจฺฉิเมน เจตนาย สวิญฺญตฺติรูปสมุฏฺฐาปนํ. ตตฺถ อากฑฺฒิตฺวา คหณํ อาทานํ, สมฺปยุตฺตสฺส คหณํ คหณํ, ผนฺทนํ โจปนํ.

เอตฺถาติ กายวจีสงฺขารคฺคหเณ, กายวจีสญฺเจตนาคหเณ วา. อฏฺฐกถายํ อภิญฺญาเจตนา น คหิตา วิญฺญาณสฺส ปจฺจโย น โหตีติ. กสฺมา ปน น โหติ, นนุ สาปิ กุสลา วิปากธมฺมา จาติ? สจฺจํ, อนุปจฺฉินฺนตณฺหาวิชฺชามาเน ปน สนฺตาเน สพฺยาปารปฺปวตฺติยา ตสฺสา กุสลตา วิปากธมฺมตา จ วุตฺตา, น วิปากุปฺปาทเนน, สา ปน วิปากํ อุปฺปาทยนฺตี รูปาวจรเมว อุปฺปาเทยฺย. น หิ อญฺญภูมิกํ กมฺมํ อญฺญภูมิกํ วิปากํ อุปฺปาเทตีติ. อตฺตนา สทิสารมฺมณญฺจ ติฏฺฐานิกํ ตํ อุปฺปาเทยฺย จิตฺตุปฺปาทกณฺเฑ รูปาวจรวิปากสฺส กมฺมสทิสารมฺมณสฺเสว วุตฺตตฺตา, น จ รูปาวจรวิปาโก ปริตฺตาทิอารมฺมโณ อตฺถิ, อภิญฺญาเจตนา จ ปริตฺตาทิอารมฺมณาว โหติ, ตสฺมา วิปากํ น อุปฺปาเทตีติ วิญฺญายติ. กสิเณสุ จ อุปฺปาทิตสฺส จตุตฺถชฺฌานสมาธิสฺส อานิสํสภูตา อภิญฺญา. ยถาห ‘‘โส เอวํ สมาหิเต จิตฺเต’’ติอาทิ (ที. นิ. ๑.๒๔๔-๒๔๕; ม. นิ. ๑.๓๘๔-๓๘๖). ตสฺมา สมาธิผลสทิสา สา, น จ ผลํ เทตีติ ทานสีลานิสํโส ตสฺมึ ภเว ปจฺจยลาโภ วิย สาปิ วิปากํ น อุปฺปาเทติ. ยถา จ อภิญฺญาเจตนา, เอวํ อุทฺธจฺจเจตนาปิ น โหตีติ อิทํ อุทฺธจฺจสหคเต ธมฺเม วิสุํ อุทฺธริตฺวา ‘‘เตสํ วิปาเก ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา’’ติ (วิภ. ๗๒๕) วุตฺตตฺตา วิจาเรตพฺพํ.

อยํ ปเนตฺถ อมตคฺคปถานุคโต วินิจฺฉโย – ทสฺสนภาวนานํ อภาเวปิ เยสํ ปุถุชฺชนานํ เสกฺขานญฺจ ทสฺสนภาวนาหิ ภวิตพฺพํ, เตสํ ตทุปฺปตฺติกาเล เตหิ ปหาตุํ สกฺกุเณยฺยา อกุสลา ‘‘ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ภาวนาย ปหาตพฺพา’’ติ จ วุจฺจนฺติ, ปุถุชฺชนานํ ปน ภาวนาย อภาวา ภาวนาย ปหาตพฺพจินฺตา นตฺถิ. เตน เตสํ ปวตฺตมานา เต ทสฺสเนน ปหาตุํ อสกฺกุเณยฺยาปิ ‘‘ภาวนาย ปหาตพฺพา’’ติ น วุจฺจนฺติ. ยทิ วุจฺเจยฺยุํ, ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ภาวนาย ปหาตพฺพานํ เกสญฺจิ เกจิ กทาจิ อารมฺมณารมฺมณาธิปติอุปนิสฺสยปจฺจเยหิ ปจฺจโย ภเวยฺยุํ, น จ ปฏฺฐาเน ‘‘ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ภาวนาย ปหาตพฺพานํ เกสญฺจิ เกนจิ ปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ วุตฺตา. เสกฺขานํ ปน วิชฺชมานา ภาวนาย ปหาตุํ สกฺกุเณยฺยา ภาวนาย ปหาตพฺพา. เตเนว เสกฺขานํ ทสฺสเนน ปหาตพฺพา จตฺตตฺตา วนฺตตฺตา มุตฺตตฺตา ปหีนตฺตา ปฏินิสฺสฏฺฐตฺตา อุกฺเขฏิตตฺตา สมุกฺเขฏิตตฺตา อสฺสาทิตพฺพา อภินนฺทิตพฺพา จ น โหนฺติ, ปหีนตาย เอว โสมนสฺสเหตุภูตา อวิกฺเขปเหตุภูตา จ น โทมนสฺสํ อุทฺธจฺจญฺจ อุปฺปาเทนฺตีติ น เต เตสํ อารมฺมณารมฺมณาธิปติภาวํ ปกตูปนิสฺสยภาวญฺจ คจฺฉนฺติ. น หิ ปหีเน อุปนิสฺสาย อริโย ราคาทิกิเลเส อุปฺปาเทติ.

วุตฺตญฺจ ‘‘โสตาปตฺติมคฺเคน เย กิเลสา ปหีนา, เต กิเลเส น ปุเนติ น ปจฺเจติ น ปจฺจาคจฺฉติ…เป… อรหตฺตมคฺเคน…เป… น ปจฺจาคจฺฉตี’’ติ (มหานิ. ๘๐; จูฬนิ. เมตฺตคูมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๒๗), น จ ปุถุชฺชนานํ ทสฺสเนน ปหาตุํ สกฺกุเณยฺยา อิตเรสํ น เกนจิ ปจฺจเยน ปจฺจโย โหนฺตีติ สกฺกา วตฺตุํ ‘‘ทิฏฺฐึ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตํ อารพฺภ ราโค อุปฺปชฺชติ, ทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา อุทฺธจฺจํ อุปฺปชฺชติ. วิจิกิจฺฉํ อารพฺภ วิจิกิจฺฉา ทิฏฺฐิ อุทฺธจฺจํ อุปฺปชฺชตี’’ติ ทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉานํ อุทฺธจฺจารมฺมณปจฺจยภาวสฺส วุตฺตตฺตา. เอตฺถ หิ อุทฺธจฺจนฺติ อุทฺธจฺจสหคตํ จิตฺตุปฺปาทํ สนฺธาย วุตฺตํ. เอวญฺจ กตฺวา อธิปติปจฺจยนิทฺเทเส ‘‘ทิฏฺฐึ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ, ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชตี’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๐๙) เอตฺตกเมว วุตฺตํ, น วุตฺตํ ‘‘อุทฺธจฺจํ อุปฺปชฺชตี’’ติ. ตสฺมา ทสฺสนภาวนาหิ ปหาตพฺพานํ อตีตาทิภาเวน นวตฺตพฺพตฺเตปิ ยาทิสานํ ตาหิ อนุปฺปตฺติธมฺมตา อาปาเทตพฺพา, เตสุ ปุถุชฺชเนสุ วตฺตมานา ทสฺสนํ อเปกฺขิตฺวา เตน ปหาตุํ สกฺกุเณยฺยา ทสฺสเนน ปหาตพฺพา, เสกฺเขสุ วตฺตมานา ภาวนํ อเปกฺขิตฺวา ตาย ปหาตุํ สกฺกุเณยฺยา ภาวนาย ปหาตพฺพา. เตสุ ภาวนาย ปหาตพฺพา สหายวิรหา วิปากํ น ชนยนฺตีติ ภาวนาย ปหาตพฺพเจตนาย นานากฺขณิกกมฺมปจฺจยภาโว น วุตฺโต, อเปกฺขิตพฺพทสฺสนภาวนารหิตานํ ปน ปุถุชฺชเนสุ อุปฺปชฺชมานานํ สกภณฺเฑ ฉนฺทราคาทีนํ อุทฺธจฺจสหคตจิตฺตุปฺปาทสฺส จ สํโยชนตฺตยตเทกฏฺฐกิเลสานํ อนุปจฺฉินฺนตาย อปริกฺขีณสหายานํ วิปากุปฺปาทนํ น สกฺกา ปฏิกฺขิปิตุนฺติ อุทฺธจฺจสหคตธมฺมานํ วิปาโก วิภงฺเค วุตฺโตติ.

ยทิ เอวํ, อเปกฺขิตพฺพทสฺสนภาวนารหิตานํ อกุสลานํ เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพตา อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ, อปฺปหาตพฺพานํ ‘‘เนว ทสฺสเนน น ภาวนาย ปหาตพฺพา’’ติ (ธ. ส. ติกมาติกา ๘) วุตฺตตฺตา, อปฺปหาตพฺพวิรุทฺธสภาวตฺตา จ อกุสลานํ. เอวมฺปิ เตสํ อิมสฺมึ ติเก นวตฺตพฺพตา อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ จิตฺตุปฺปาทกณฺเฑ ทสฺสิตานํ ทฺวาทสอกุสลจิตฺตุปฺปาทานํ ทฺวีหิ ปเทหิ สงฺคหิตตฺตา. ยถา หิ ธมฺมวเสน สงฺขตธมฺมา สพฺเพ สงฺคหิตาติ อุปฺปนฺนตฺติเก กาลวเสน อสงฺคหิตาปิ อตีตา นวตฺตพฺพาติ น วุตฺตา จิตฺตุปฺปาทรูปภาเวน คหิเตสุ นวตฺตพฺพสฺส อภาวา, เอวมิธาปิ จิตฺตุปฺปาทภาเวน คหิเตสุ นวตฺตพฺพสฺส อภาวา นวตฺตพฺพตา น วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. ยตฺถ หิ จิตฺตุปฺปาโท โกจิ นิโยคโต นวตฺตพฺโพ อตฺถิ, ตตฺถ เตสํ จตุตฺโถ โกฏฺฐาโส อตฺถีติ ยถาวุตฺตปเทสุ วิย ตตฺถาปิ ภินฺทิตฺวา ภชาเปตพฺเพ จิตฺตุปฺปาเท ภินฺทิตฺวา ภชาเปติ ‘‘สิยา นวตฺตพฺพา ปริตฺตารมฺมณา’’ติอาทินา. ตทภาวา อุปฺปนฺนตฺติเก อิธ จ ตถา น วุตฺตา.

อถ วา ยถา สปฺปฏิเฆหิ สมานสภาวตฺตา รูปธาตุยํ ตโย มหาภูตา ‘‘สปฺปฏิฆา’’ติ วุตฺตา. ยถาห ‘‘อสญฺญสตฺตานํ อนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา, เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เอกํ มหาภูต’’นฺติ (ปฏฺฐา. ๒.๒๒.๙). เอวํ ปุถุชฺชนานํ ปวตฺตมานา ภาวนาย ปหาตพฺพสมานสภาวา ‘‘ภาวนาย ปหาตพฺพา’’ติ วุจฺเจยฺยุนฺติ นตฺถิ นวตฺตพฺพตาปสงฺโค. เอวญฺจ สติ ปุถุชฺชนานํ ปวตฺตมานาปิ ภาวนาย ปหาตพฺพา สกภณฺเฑ ฉนฺทราคาทโย ปรภณฺเฑ ฉนฺทราคาทีนํ อุปนิสฺสยปจฺจโย, ราโค จ ราคทิฏฺฐีนํ อธิปติปจฺจโยติ อยมตฺโถ ลทฺโธ โหติ. ยถา ปน อโผฏฺฐพฺพตฺตา รูปธาตุยํ ตโย มหาภูตา น ปรมตฺถโต สปฺปฏิฆา, เอวํ อเปกฺขิตพฺพภาวนารหิตา ปุถุชฺชเนสุ ปวตฺตมานา สกภณฺเฑ ฉนฺทราคาทโย น ปรมตฺถโต ภาวนาย ปหาตพฺพาติ ภาวนาย ปหาตพฺพานํ นานากฺขณิกกมฺมปจฺจยตา น วุตฺตา, น จ ‘‘ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ภาวนาย ปหาตพฺพานํ เกนจิ ปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ วุตฺตา. เย หิ ทสฺสเนน ปหาตพฺพปจฺจยา กิเลสา, น เต ทสฺสนโต อุทฺธํ ปวตฺตนฺติ, ทสฺสเนน ปหาตพฺพปจฺจยสฺสปิ ปน อุทฺธจฺจสหคตสฺส สหายเวกลฺลมตฺตเมว ทสฺสเนน กตํ, น ตสฺส โกจิ ภาโว ทสฺสเนน อนุปฺปตฺติธมฺมตํ อาปาทิโตติ ตสฺส เอกนฺตภาวนาย ปหาตพฺพตา วุตฺตา. ตสฺมา ตสฺส ตาทิสสฺเสว สติ สหาเย วิปากุปฺปาทนวจนํ, อสติ จ วิปากานุปฺปาทนวจนํ น วิรุชฺฌตีติ.

สาปิ วิญฺญาณปจฺจยภาเว ยทิ อปเนตพฺพา, กสฺมา ‘‘สมวีสติ เจตนา’’ติ วุตฺตนฺติ ตสฺส การณํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา ปน สพฺพาเปตา โหนฺตี’’ติ. ยทิ เอวํ, อภิญฺญาเจตนาย สห ‘‘เอกวีสตี’’ติ วตฺตพฺพนฺติ? น, อวจนสฺส วุตฺตการณตฺตา, ตํ ปน อิตราวจนสฺสปิ การณนฺติ สมานเจตนาวจนการณวจเนน ยํ การณํ อเปกฺขิตฺวา เอกา วุตฺตา, เตน การเณน อิตรายปิ วตฺตพฺพตํ, ยญฺจ การณํ อเปกฺขิตฺวา อิตรา น วุตฺตา, เตน การเณน วุตฺตายปิ อวตฺตพฺพตํ ทสฺเสติ. อาเนญฺชาภิสงฺขาโร จิตฺตสงฺขาโร เอวาติ เภทาภาวา ปากโฏติ น ตสฺส สํโยโค ทสฺสิโต.

สุขสญฺญาย คเหตฺวาติ เอเตน ตณฺหาปวตฺตึ ทสฺเสติ. ตณฺหาปริกฺขาเรติ ตณฺหาย ปริวาเร, ตณฺหาย ‘‘สุขํ สุภ’’นฺติอาทินา สงฺขเต วา อลงฺกเตติ อตฺโถ. ตณฺหา หิ ทุกฺขสฺส สมุทโยติ อชานนฺโต ‘‘อโห วตาหํ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา ขตฺติยมหาสาลานํ วา สหพฺยตํ อุปปชฺเชยฺย’’นฺติ สงฺขาเร ปริกฺขโรตีติ. อมรณตฺถาติ คหิตา ทุกฺกรกิริยา อมรตโป, เทวภาวตฺถํ ตโป วา, ทุกฺขตฺตา วา มโร มารโก ตโป อมรตโป. ทิฏฺเฐ อทิฏฺฐ-สทฺโท วิย มเรสุ อมร-สทฺโท ทฏฺฐพฺโพ.

ชาติอาทิปปาตทุกฺขชนนโต มรุปปาตสทิสตา ปุญฺญาภิสงฺขารสฺส วุตฺตา. รมณียภาเวน จ อสฺสาทภาเวน จ คยฺหมานํ ปุญฺญผลํ ทีปสิขามธุลิตฺตสตฺถธาราสทิสํ, ตทตฺโถ จ ปุญฺญาภิสงฺขาโร ตํนิปาตเลหนสทิโส.

‘‘สุโข อิมิสฺสา ปริพฺพาชิกาย ตรุณาย มุทุกาย โลมสาย พาหาย สมฺผสฺโส’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๔๖๙) สุขสญฺญาย พาโล วิย คูถกีฬนํ กิเลสาภิภูตตาย โกธารติอภิภูโต อสวโส มริตุกาโม วิย วิสขาทนํ กรณผลกฺขเณสุ ชิคุจฺฉนียํ ทุกฺขญฺจ อปุญฺญาภิสงฺขารํ อารภติ. โลภสหคตสฺส วา คูถกีฬนสทิสตา, โทสสหคตสฺส วิสขาทนสทิสตา โยเชตพฺพา. กามคุณสมิทฺธิยา สภยสฺสปิ ปิสาจนครสฺส สุขวิปลฺลาสเหตุภาโว วิย อรูปวิปากานํ นิรนฺตรตาย อนุปลกฺขิยมานอุปฺปาทวยานํ, ทีฆสนฺตานตาย อคยฺหมานวิปริณามานํ, สงฺขารวิปริณามทุกฺขภูตานมฺปิ นิจฺจาทิวิปลฺลาสเหตุภาโวติ เตสํ ปิสาจนครสทิสตา, ตทภิมุขคมนสทิสตา จ อาเนญฺชาภิสงฺขารสฺส โยเชตพฺพา.

ตาวาติ วตฺตพฺพนฺตราเปกฺโข นิปาโต, ตสฺมา อวิชฺชา สงฺขารานํ ปจฺจโยติ อิทํ ตาว สิทฺธํ, อิทํ ปน อปรํ วตฺตพฺพนฺติ อตฺโถ. อวิชฺชาปจฺจยา ปน สพฺพาเปตา โหนฺตีติ วุตฺตนฺติ อภิญฺญาเจตนานํ ปจฺจยภาวํ ทสฺเสติ. เจโตปริยปุพฺเพนิวาสอนาคตํสญาเณหิ ปเรสํ อตฺตโน จ สโมหจิตฺตชานนกาเลติ โยเชตพฺพา.

อวิชฺชาสมฺมูฬฺหตฺตาติ ภวาทีนวปฏิจฺฉาทิกาย อวิชฺชาย สมฺมูฬฺหตฺตา. ราคาทีนนฺติ ราคทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉุทฺธจฺจโทมนสฺสานํ อวิชฺชาสมฺปยุตฺตราคาทิอสฺสาทนกาเลสุ อวิชฺชํ อารพฺภ อุปฺปตฺติ เวทิตพฺพา. ครุํ กตฺวา อสฺสาทนํ ราคทิฏฺฐิสมฺปยุตฺตาย เอว อวิชฺชาย โยเชตพฺพํ, อสฺสาทนญฺจ ราโค, ตทวิปฺปยุตฺตา จ ทิฏฺฐีติ อสฺสาทนวจเนเนว ยถาวุตฺตํ อวิชฺชํ ครุํ กโรนฺตี ทิฏฺฐิ จ วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. ราคาทีหิ จ ปาฬิยํ สรูเปน วุตฺเตหิ ตํสมฺปยุตฺตสงฺขารสฺส อวิชฺชารมฺมณาทิตํ ทสฺเสติ. อนวิชฺชารมฺมณสฺส ปฐมชวนสฺส อารมฺมณาธิปติอนนฺตราทิปจฺจยวจเนสุ อวุตฺตสฺส วุตฺตสฺส จ สพฺพสฺส สงฺคณฺหนตฺถํ ‘‘ยํ กิญฺจี’’ติ อาห. วุตฺตนเยนาติ สมติกฺกมภวปตฺถนาวเสน วุตฺตนเยน.

เอกการณวาโท อาปชฺชตีติ โทสปฺปสงฺโค วุตฺโต. อนิฏฺโฐ หิ เอกการณวาโท สพฺพสฺส สพฺพกาเล สมฺภวาปตฺติโต เอกสทิสสภาวาปตฺติโต จ. ยสฺมา ตีสุ ปกาเรสุ อวิชฺชมาเนสุ ปาริเสเสน จตุตฺเถ เอว จ วิชฺชมาเน เอกเหตุผลทีปเน อตฺโถ อตฺถิ, ตสฺมา น นุปปชฺชติ.

ยถาผสฺสํ เวทนาววตฺถานโตติ ‘‘สุขเวทนียํ, ภิกฺขเว, ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขา เวทนา’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๒.๖๒), ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ…เป… ติณฺณํ สงฺคติ ผสฺโส, ผสฺสปจฺจยา เวทนา’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๒.๔๓) จ สุขเวทนียาทิจกฺขุสมฺผสฺสาทิอนุรูเปน สุขเวทนาทิจกฺขุสมฺผสฺสชาเวทนาทีนํ ววตฺถานโต, สมาเนสุ จกฺขุรูปาทีสุ ผสฺสวเสน สุขาทิวิปริยายาภาวโต, สมาเนสุ จ รูปมนสิการาทีสุ จกฺขาทิสงฺฆฏฺฏนวเสน จกฺขุสมฺผสฺสชาทิวิปริยายาภาวโต, อญฺญปจฺจยสามญฺเญปิ ผสฺสวเสน สุขาทิจกฺขุสมฺผสฺสชาทีนํ โอฬาริกสุขุมาทิสงฺกราภาวโต จาติ อตฺโถ. สุขาทีนํ ยถาวุตฺตสมฺผสฺสสฺส อวิปรีโต ปจฺจยภาโว เอว ยถาเวทนํ ผสฺสววตฺถานํ, การณผลวิเสเสน วา ผลการณวิเสสนิจฺฉโย โหตีติ อุภยตฺถาปิ นิจฺฉโย ววตฺถานนฺติ วุตฺโต. กมฺมาทโยติ กมฺมาหารอุตุอาทโย อปากฏา เสมฺหปฏิกาเรน โรควูปสมโต.

‘‘อสฺสาทานุปสฺสิโน ตณฺหา ปวฑฺฒตี’’ติ วจนโตติ ‘‘สํโยชนีเยสุ, ภิกฺขเว, ธมฺเมสุ อสฺสาทานุปสฺสิโน วิหรโต ตณฺหา ปวฑฺฒติ, ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานํ, อุปาทานปจฺจยา ภโว’’ติ (สํ. นิ. ๒.๕๓-๕๔) อิมินา สุตฺเตน ตณฺหาย สงฺขารการณภาวสฺส วุตฺตตฺตาติ อตฺโถ. ปุน ตสฺสาปิ อวิชฺชา การณนฺติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘อวิชฺชาสมุทยา อาสวสมุทโยติ วจนโต’’ติ อาห. ตณฺหา วา จตุรุปาทานภูตา กามภวทิฏฺฐาสวา จ สงฺขารสฺส การณนฺติ ปากฏาติ สุตฺตทฺวเยนปิ อวิชฺชาย สงฺขารการณภาวเมว ทสฺเสติ. อสฺสาทานุปสฺสิโนติ หิ วจเนน อาทีนวปฏิจฺฉาทนกิจฺจา อวิชฺชา ตณฺหาย การณนฺติ ทสฺสิตา โหตีติ. ยสฺมา อวิทฺวา, ตสฺมา ปุญฺญาภิสงฺขาราทิเก อภิสงฺขโรตีติ อวิชฺชาย สงฺขารการณภาวสฺส ปากฏตฺตา อวิทฺทสุภาโว สงฺขารการณภาเวน วุตฺโต ขีณาสวสฺส สงฺขาราภาวโต อสาธารณตฺตา จ. ปุญฺญาภิสงฺขาราทีนํ สาธารณานิ วตฺถารมฺมณาทีนีติ ปุญฺญภวาทิอาทีนวปฏิจฺฉาทิกา อวิชฺชา ปุญฺญาภิสงฺขาราทีนํ อสาธารณํ การณนฺติ วา อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ฐานวิรุทฺโธติ อตฺถิตาวิรุทฺโธ. เกจิ ปน ‘‘ปฏิสนฺธิอาทีนิ ฐานานี’’ติ วทนฺติ, เอวํ สติ ปุริมจิตฺตํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ฐานวิรุทฺโธ ปจฺจโยติ น อิทํ เอกนฺติกํ สิยา. ภวงฺคมฺปิ หิ ภวงฺคสฺส อนนฺตรปจฺจโย, ชวนํ ชวนสฺสาติ, น จ สิปฺปาทีนํ ปฏิสนฺธิอาทิฐานํ อตฺถีติ น ตํ อิธ อธิปฺเปตํ. กมฺมํ รูปสฺส นมนรุปฺปนวิโรธา สารมฺมณานารมฺมณวิโรธา จ สภาววิรุทฺโธ ปจฺจโย, ขีราทีนิ ทธิอาทีนํ มธุรมฺพิลรสาทิสภาววิโรธา. อวิชานนกิจฺโจ อาโลโก วิชานนกิจฺจสฺส วิญฺญาณสฺส, อมทนกิจฺจา จ คุฬาทโย มทนกิจฺจสฺส อาสวสฺส.

โคโลมาวิโลมานิ ทพฺพาย ปจฺจโย, ทธิอาทีนิ ภูติณกสฺส. เอตฺถ จ อวีติ รตฺตา เอฬกา วุจฺจนฺติ. วิปากาเยว เต จ น, ตสฺมา ทุกฺขวิปากายปิ อวิชฺชาย ตทวิปากานํ ปุญฺญาเนญฺชาภิสงฺขารานํ ปจฺจยตฺตํ น น ยุชฺชตีติ อตฺโถ. ตทวิปากตฺเตปิ สาวชฺชตาย ตทวิรุทฺธานํ ตํสทิสานญฺจ อปุญฺญาภิสงฺขารานเมว ปจฺจโย, น อิตเรสนฺติ เอตสฺส ปสงฺคสฺส นิวารณตฺถํ ‘‘วิรุทฺโธ จาวิรุทฺโธ จ, สทิสาสทิโส ตถา. ธมฺมานํ ปจฺจโย สิทฺโธ’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา ตมตฺถํ ปากฏํ กโรนฺโต ‘‘อิติ อยํ อวิชฺชา’’ติอาทิมาห.

อจฺเฉชฺชสุตฺตาวุตาเภชฺชมณีนํ วิย ปุพฺพาปริยววตฺถานํ นิยติ, นิยติยา, นิยติ เอว วา สงฺคติ สมาคโม นิยติสงฺคติ, ตาย ภาเวสุ ปริณตา มนุสฺสเทววิหงฺคาทิภาวํ ปตฺตา นิยติสงฺคติภาวปริณตา. นิยติยา สงฺคติยา ภาเวน จ ปริณตา นานปฺปการตํ ปตฺตา นิยติสงฺคติภาวปริณตาติ จ อตฺถํ วทนฺติ. เอเตหิ จ วิกปฺปเนหิ อวิชฺชา อกุสลํ จิตฺตํ กตฺวา ปุญฺญาทีสุ ยตฺถ กตฺถจิ ปวตฺตตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘โส เอวํ อวิชฺชายา’’ติอาทิ.

อปริณายโก พาโลติ อรหตฺตมคฺคสมฺปฏิปาทกกลฺยาณมิตฺตรหิโตติ อตฺโถ. อรหตฺตมคฺคาวสานํ วา ญาณํ สมวิสมํ ทสฺเสตฺวา นิพฺพานํ นยตีติ ปริณายกนฺติ วุตฺตํ, เตน รหิโต อปริณายโก. ธมฺมํ ญตฺวาติ สปฺปุริสูปนิสฺสเยน จตุสจฺจปฺปกาสกสุตฺตาทิธมฺมํ ญตฺวา, มคฺคญาเณเนว วา สพฺพธมฺมปวรํ นิพฺพานํ ญตฺวา, ตํชานนายตฺตตฺตา ปน เสสสจฺจาภิสมยสฺส สมานกาลมฺปิ ตํ ปุริมกาลํ วิย กตฺวา วุตฺตํ.

สงฺขารปทนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

วิญฺญาณปทนิทฺเทสวณฺณนา

๒๒๗. ยถาวุตฺตสงฺขารปจฺจยา อุปฺปชฺชมานํ ตํกมฺมนิพฺพตฺตเมว วิญฺญาณํ ภวิตุํ อรหตีติ ‘‘พาตฺตึส โลกิยวิปากวิญฺญาณานิ สงฺคหิตานิ โหนฺตี’’ติ อาห. ธาตุกถายํ (ธาตุ. ๔๖๖) ปน วิปฺปยุตฺเตนสงฺคหิตาสงฺคหิตปทนิทฺเทเส –

‘‘สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาเณน เย ธมฺมา…เป… สฬายตนปจฺจยา ผสฺเสน, ผสฺสปจฺจยา เวทนาย เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา, เต ธมฺมา กติหิ ขนฺเธหิ…เป… สงฺคหิตา? เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา เอเกน ขนฺเธน เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา. กติหิ อสงฺคหิตา? จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา’’ติ –

วจนโต สพฺพวิญฺญาณผสฺสเวทนาปริคฺคโห กโต. ยทิ หิ เอตฺถ วิญฺญาณผสฺสเวทนา สปฺปเทสา สิยุํ, ‘‘วิปากา ธมฺมา’’ติ อิมสฺส วิย วิสฺสชฺชนํ สิยา, ตสฺมา ตตฺถ อภิธมฺมภาชนียวเสน สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณาทโย คหิตาติ เวทิตพฺพา. อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา จ อภิธมฺมภาชนีเย จตุภูมกกุสลสงฺขาโร อกุสลสงฺขาโร จ วุตฺโตติ โส เอว ธาตุกถายํ คหิโตติ ทฏฺฐพฺโพ. ภโว ปน ธาตุกถายํ กมฺมุปปตฺติภววิเสสทสฺสนตฺถํ น อภิธมฺมภาชนียวเสน คหิโต. เอวญฺจ กตฺวา ตตฺถ ‘‘อุปาทานปจฺจยา ภโว’’ติ อนุทฺธริตฺวา ‘‘กมฺมภโว’’ติอาทินาว นเยน ภโว อุทฺธโฏ. วิปากเญฺหตนฺติ วิญฺญาณสฺส วิปากตฺตา สงฺขารปจฺจยตฺตํ สาเธติ, ตสฺส ปน สาธนตฺถํ ‘‘อุปจิตกมฺมาภาเว วิปากาภาวโต’’ติ วุตฺตนฺติ ตํ วิวรนฺโต ‘‘วิปากญฺจา’’ติอาทิมาห.

เยภุยฺเยน โลภสมฺปยุตฺตชวนาวสาเนติ ชวเนน ตทารมฺมณนิยเม โสมนสฺสสหคตานนฺตรํ โสมนสฺสสหคตตทารมฺมณสฺส วุตฺตตฺตา โสมนสฺสสหคตาเนว สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ยสฺมา ปน ติเหตุกชวนาวสาเน จ กทาจิ อเหตุกํ ตทารมฺมณํ โหติ, ตสฺมา ‘‘เยภุยฺเยนา’’ติ อาห. สกึ วาติ ‘‘ทิรตฺตติรตฺตา’’ทีสุ วิย เวทิตพฺพํ. ทฺวิกฺขตฺตุเมว ปน อุปฺปชฺชนฺตีติ วทนฺติ. ‘‘ทิรตฺตติรตฺต’’นฺติ เอตฺถ ปน วา-สทฺทสฺส อภาวา วจนสิลิฏฺฐตามตฺเตน ทิรตฺตคฺคหณํ กตนฺติ ยุชฺชติ, ‘‘นิรนฺตรติรตฺตทสฺสนตฺถํ วา’’ติ. อิธ ปน วา-สทฺโท วิกปฺปนตฺโถ วุตฺโตติ สกึ เอว จ กทาจิ ปวตฺตึ สนฺธาย ‘‘สกึ วา’’ติ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เตเนว หิ สกึ ตทารมฺมณปฺปวตฺติยา วิจาเรตพฺพตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘จิตฺตปฺปวตฺติคณนายํ ปนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ จิตฺตปฺปวตฺติคณนายนฺติ วิปากกถายํ พลวรูปาทิเก อารมฺมเณ วุตฺตํ จิตฺตปฺปวตฺติคณนํ สนฺธายาห. ตตฺถ หิ เทฺวว ตทารมฺมณุปฺปตฺติวารา อาคตา. ชวนวิสยานุภวนญฺหิ ตทารมฺมณํ อาสนฺนเภเท ตสฺมึ วิสเย เอกจิตฺตกฺขณาวสิฏฺฐายุเก น อุปฺปชฺเชยฺยาติ อธิปฺปาโย. อนุรูปาย ปฏิสนฺธิยาติ อกุสลวิปากสฺส อปายปฏิสนฺธิ, กามาวจราทิกุสลวิปากานํ กามรูปารูปสุคติปฏิสนฺธิโย ยถากมฺมํ อนุรูปา.

ปฏิสนฺธิกถา มหาวิสยาติ กตฺวา ปวตฺติเมว ตาว ทสฺเสนฺโต ‘‘ปวตฺติยํ ปนา’’ติอาทิมาห. อเหตุกทฺวยาทีนํ ทฺวารนิยมานิยมาวจนํ ภวงฺคภูตานํ สยเมว ทฺวารตฺตา จุติปฏิสนฺธิภูตานญฺจ ภวงฺคสงฺขาเตน อญฺเญน จ ทฺวาเรน อนุปฺปตฺติโต นิยตํ อนิยตํ วา ทฺวารํ เอเตสนฺติ วตฺตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา. เอกสฺส สตฺตสฺส ปวตฺตรูปาวจรวิปาโก ปถวีกสิณาทีสุ ยสฺมึ อารมฺมเณ ปวตฺโต, ตโต อญฺญสฺมึ ตสฺส ปวตฺติ นตฺถีติ รูปาวจรานํ นิยตารมฺมณตา วุตฺตา. ตตฺรสฺสาติ ปวตฺติยํ พาตฺตึสวิธสฺส.

อินฺทฺริยปฺปวตฺติอานุภาวโต เอว จกฺขุโสตทฺวารเภเทน, ตสฺส จ วิญฺญาณวีถิเภทายตฺตตฺตา วีถิเภเทน จ ภวิตพฺพํ, ตสฺมิญฺจ สติ ‘‘อาวชฺชนานนฺตรํ ทสฺสนํ สวนํ วา ตทนนฺตรํ สมฺปฏิจฺฉน’’นฺติอาทินา จิตฺตนิยเมน ภวิตพฺพํ. ตถา จ สติ สมฺปฏิจฺฉนสนฺตีรณานมฺปิ ภาโว สิทฺโธ โหติ, น อินฺทฺริยปฺปวตฺติอานุภาเวน ทสฺสนสวนมตฺตสฺเสว, นาปิ อินฺทฺริยานํ เอว ทสฺสนสวนกิจฺจตาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ทฺวารวีถิเภเท จิตฺตนิยมโต จา’’ติ. ปฐมกุสเลน เจ ตทารมฺมณสฺส อุปฺปตฺติ โหติ, ตํ ปฐมกุสลานนฺตรํ อุปฺปชฺชมานํ ชนกํ อนุพนฺธติ นาม, ทุติยกุสลาทิอนนฺตรํ อุปฺปชฺชมานํ ชนกสทิสํ อนุพนฺธติ นาม, อกุสลานนฺตรํ อุปฺปชฺชมานญฺจ กามาวจรตาย ชนกสทิสนฺติ.

เอกาทส ตทารมฺมณจิตฺตานิ…เป… ตทารมฺมณํ น คณฺหนฺตีติ ตทารมฺมณภาวตาย ‘‘ตทารมฺมณ’’นฺติ ลทฺธนามานิ ตทารมฺมณภาวํ น คณฺหนฺติ, ตทารมฺมณภาเวน นปฺปวตฺตนฺตีติ อตฺโถ. อถ วา นามโคตฺตํ อารพฺภ ชวเน ชวิเต ตทารมฺมณํ ตสฺส ชวนสฺส อารมฺมณํ น คณฺหนฺติ, นาลมฺพนฺตีติ อตฺโถ. รูปารูปธมฺเมติ รูปารูปาวจเร ธมฺเม. อิทํ ปน วตฺวา ‘‘อภิญฺญาญาณํ อารพฺภา’’ติ วิเสสนํ ปริตฺตาทิอารมฺมณตาย กามาวจรสทิเสสุ เจว ตทารมฺมณานุปฺปตฺติทสฺสนตฺถํ. มิจฺฉตฺตนิยตา ธมฺมา มคฺโค วิย ภาวนาย สิทฺธา มหาพลา จาติ ตตฺถ ชวเนน ปวตฺตมาเนน สานุพนฺธเนน น ภวิตพฺพนฺติ เตสุ ตทารมฺมณํ ปฏิกฺขิตฺตํ. โลกุตฺตรธมฺเม อารพฺภาติ เอเตเนว สิทฺเธ ‘‘สมฺมตฺตนิยตธมฺเมสู’’ติ วิสุํ อุทฺธรณํ สมฺมตฺตมิจฺฉตฺตนิยตธมฺมานํ อญฺญมญฺญปฏิปกฺขาติ พลวภาเวน ตทารมฺมณสฺส อวตฺถุภาวทสฺสนตฺถํ.

เอวํ ปวตฺติยํ วิญฺญาณปฺปวตฺตึ ทสฺเสตฺวา ปฏิสนฺธิยํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยํ ปน วุตฺต’’นฺติอาทิมาห. เกน กตฺถาติ เกน จิตฺเตน กสฺมึ ภเว. เอกูนวีสติ ปฏิสนฺธิโย เตน เตน จิตฺเตน ปวตฺตมานา ปฏิสนฺธิกฺขเณ รูปารูปธมฺมาติ เตน เตน จิตฺเตน สา สา ตตฺถ ตตฺถ ปฏิสนฺธิ โหตีติ วุตฺตา. ตสฺสาติ จิตฺตสฺส.

อาคนฺตฺวาติ อาคตํ วิย หุตฺวา. โคปกสีวลีติ รญฺโญ หิตารกฺเข โคปกกุเล ชาโต สีวลินามโก. กมฺมาทิอนุสฺสรณพฺยาปารรหิตตฺตา ‘‘สมฺมูฬฺหกาลกิริยา’’ติ วุตฺตา. อพฺยาปาเรเนว หิ ตตฺถ กมฺมาทิอุปฏฺฐานํ โหตีติ. ‘‘ปิสิยมานาย มกฺขิกาย ปฐมํ กายทฺวาราวชฺชนํ ภวงฺคํ นาวฏฺเฏติ อตฺตนา จินฺติยมานสฺส กสฺสจิ อตฺถิตายา’’ติ เกจิ การณํ วทนฺติ, ตเทตํ อการณํ ภวงฺควิสยโต อญฺญสฺส จินฺติยมานสฺส อภาวา อญฺญจิตฺตปฺปวตฺตกาเล จ ภวงฺคาวฏฺฏนสฺเสว อสมฺภวโต. อิทํ ปเนตฺถ การณํ สิยา – ‘‘ตานิสฺส ตมฺหิ สมเย โอลมฺพนฺติ อชฺโฌลมฺพนฺติ อภิปฺปลมฺพนฺตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๔๘) วจนโต ตีสุ ชวนวาเรสุ อปฺปวตฺเตเสฺวว กมฺมาทิอุปฏฺฐาเนน ภวิตพฺพํ. อเนกชวนวารปฺปวตฺติยา หิ อชฺโฌลมฺพนํ อภิปฺปลมฺพนญฺจ โหตีติ. ตสฺมา กายทฺวาราวชฺชนํ อนาวฏฺเฏตฺวา มโนทฺวาราวชฺชนเมว กมฺมาทิอาลมฺพณํ ปฐมํ ภวงฺคํ อาวฏฺเฏติ, ตโต โผฏฺฐพฺพสฺส พลวตฺตา ทุติยวาเร กายวิญฺญาณวีถิ ปจฺจุปฺปนฺเน โผฏฺฐพฺเพ ปวตฺตติ, ตโต ปุริมชวนวารคหิเตเสฺวว กมฺมาทีสุ กเมน มโนทฺวารชวนํ ชวิตฺวา มูลภวงฺคสงฺขาตํ อาคนฺตุกภวงฺคสงฺขาตํ วา ตทารมฺมณํ ภวงฺคํ โอตรติ, ตทารมฺมณาภาเว วา ภวงฺคเมว. เอตสฺมึ ฐาเน กาลํ กโรตีติ ตทารมฺมณานนฺตเรน จุติจิตฺเตน, ตทารมฺมณาภาเว วา ภวงฺคสงฺขาเตเนว จุติจิตฺเตน จวตีติ อตฺโถ. ภวงฺคเมว หิ จุติจิตฺตํ หุตฺวา ปวตฺตตีติ จุติจิตฺตํ อิธ ‘‘ภวงฺค’’นฺติ วุตฺตนฺติ. มโนทฺวารวิสโย ลหุโกติ ลหุกปจฺจุปฏฺฐานํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อรูปธมฺมานํ…เป… ลหุโก’’ติ. อรูปธมฺมสฺส หิ มโนทฺวารสฺส วิสโย ลหุกปจฺจุปฏฺฐาโนติ. พลวติ จ รูปธมฺมสฺส กายทฺวารสฺส วิสเย อปฺปวตฺติตฺวา มโนทฺวารวิสเย กมฺมาทิมฺหิ ปฐมํ จิตฺตปฺปวตฺติทสฺสเนน อรูปธมฺมานํ วิสยสฺส ลหุกตา ทีปิตาติ. รูปานํ วิสยาภาเวปิ วา ‘‘อรูปธมฺมาน’’นฺติ วจนํ เยสํ วิสโย อตฺถิ, ตํทสฺสนตฺถเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ. เตน ลหุกมฺมาทีสุ จิตฺตปฺปวตฺติโต ลหุคหณียตา วิสยสฺส ลหุกตา.

กมฺมาทีนํ ภูมิจิตฺตุปาทาทิวเสน วิตฺถารโต อนนฺโต ปเภโทติ ‘‘สงฺเขปโต’’ติ อาห.

อวิชฺชาตณฺหาทิกิเลเสสุ อนุปจฺฉินฺเนเสฺวว กมฺมาทิโน อุปฏฺฐานํ, ตญฺจารพฺภ จิตฺตสนฺตานสฺส ภวนฺตรนินฺนโปณปพฺภารตา โหตีติ อาห ‘‘อนุปจฺฉินฺนกิเลสพลวินามิต’’นฺติ. สนฺตาเน หิ วินามิเต ตเทกเทสภูตํ ปฏิสนฺธิจิตฺตญฺจ วินามิตเมว โหติ, น จ เอกเทสวินามิตภาเวน วินา สนฺตานวินามิตตา อตฺถีติ. สพฺพตฺถ ปน ‘‘ทุคฺคติปฏิสนฺธินินฺนาย จุติยา ปุริมชวนานิ อกุสลานิ, อิตราย จ กุสลานี’’ติ นิจฺฉินนฺติ. ‘‘นิมิตฺตสฺสาทคธิตํ วา, ภิกฺขเว, วิญฺญาณํ ติฏฺฐมานํ ติฏฺฐติ อนุพฺยญฺชนสฺสาทคธิตํ วา. ตสฺมึ เจ สมเย กาลํ กโรติ, ฐานเมตํ วิชฺชติ, ยํ ทฺวินฺนํ คตีนํ อญฺญตรํ คตึ อุปปชฺเชยฺย นิรยํ วา ติรจฺฉานโยนึ วา’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๓๕) วุตฺตํ. ตสฺมา อาสนฺนํ อกุสลํ ทุคฺคติยํ, กุสลญฺจ สุคติยํ ปฏิสนฺธิยา อุปนิสฺสโย โหตีติ.

ราคาทิเหตุภูตํ หีนมารมฺมณนฺติ อกุสลวิปากสฺส อารมฺมณํ ภวิตุํ ยุตฺตํ อนิฏฺฐารมฺมณํ อาห. ตมฺปิ หิ สงฺกปฺปวเสน ราคสฺสปิ เหตุ โหตีติ. อกุสลวิปากชนกกมฺมสหชาตานํ วา ตํสทิสาสนฺนจุติชวนเจตนาสหชาตานญฺจ ราคาทีนํ เหตุภาโว เอว หีนตา. ตญฺหิ ปจฺฉานุตาปชนกกมฺมานมารมฺมณํ กมฺมวเสน อนิฏฺฐํ อกุสลวิปากสฺส อารมฺมณํ ภเวยฺย, อญฺญถา จ อิฏฺฐารมฺมเณ ปวตฺตสฺส อกุสลกมฺมสฺส วิปาโก กมฺมนิมิตฺตารมฺมโณ น ภเวยฺย. น หิ อกุสลวิปาโก อิฏฺฐารมฺมโณ ภวิตุมรหตีติ. ปญฺจทฺวาเร จ อาปาถมาคจฺฉนฺตํ ปจฺจุปฺปนฺนํ กมฺมนิมิตฺตํ อาสนฺนกตกมฺมารมฺมณสนฺตติยํ อุปฺปนฺนํ ตํสทิสญฺจ ทฏฺฐพฺพํ, อญฺญถา ตเทว ปฏิสนฺธิอารมฺมณูปฏฺฐาปกํ ตเทว จ ปฏิสนฺธิชนกํ ภเวยฺย, น จ ปฏิสนฺธิยา อุปจารภูตานิ วิย ‘‘เอตสฺมึ ตยา ปวตฺติตพฺพ’’นฺติ ปฏิสนฺธิยา อารมฺมณํ อนุปาเทนฺตานิ วิย จ ปวตฺตานิ จุติอาสนฺนานิ ชวนานิ ปฏิสนฺธิชนกานิ ภเวยฺยุํ. ‘‘กตตฺตา อุปจิตตฺตา’’ติ (ธ. ส. ๔๓๑) หิ วุตฺตํ. ตทา จ ตํสมานวีถิยํ วิย ปวตฺตมานานิ กถํ กตูปจิตานิ สิยุํ, น จ อสฺสาทิตานิ ตทา, น จ โลกิยานิ โลกุตฺตรานิ วิย สมานวีถิผลานิ โหนฺติ.

‘‘ปุพฺเพ วาสฺส ตํ กตํ โหติ ปาปกมฺมํ ทุกฺขเวทนียํ, ปจฺฉา วาสฺส ตํ กตํ โหติ ปาปกมฺมํ ทุกฺขเวทนียํ, มรณกาเล วาสฺส โหติ มิจฺฉาทิฏฺฐิ สมตฺตา สมาทินฺนา, เตน โส กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๓๐๓) –

อาทินา สุตฺเต มรณกาเล สมตฺตาย สมาทินฺนาย มิจฺฉาทิฏฺฐิยา สมฺมาทิฏฺฐิยา จ สหชาตเจตนาย ปฏิสนฺธิทานํ วุตฺตํ, น จ ทุพฺพเลหิ ปญฺจทฺวาริกชวเนหิ มิจฺฉาทิฏฺฐิ สมฺมาทิฏฺฐิ วา สมตฺตา โหติ สมาทินฺนา. วกฺขติ จ –

‘‘สพฺพมฺปิ เหตํ กุสลากุสลธมฺมปฏิวิชานนาทิจวนปริโยสานํ กิจฺจํ มโนทฺวาริกจิตฺเตเนว โหติ, น ปญฺจทฺวาริเกนาติ สพฺพสฺสเปตสฺส กิจฺจสฺส กรเณ สหชวนกานิ วีถิจิตฺตานิ ปฏิกฺขิตฺตานี’’ติ (วิภ. อฏฺฐ. ๗๖๖).

ตตฺถ หิ ‘‘น กิญฺจิ ธมฺมํ ปฏิวิชานาตีติ ‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา’ติ (ธ. ป. ๑-๒) เอวํ วุตฺตํ เอกมฺปิ กุสลํ วา อกุสลํ วา น ปฏิวิชานาตี’’ติ (วิภ. อฏฺฐ. ๗๖๖) จ วุตฺตํ. เยสํ ปฏิวิภาวนปฺปวตฺติยา สุขํ วา ทุกฺขํ วา อเนฺวติ, เตสํ สา ปวตฺติ ปญฺจทฺวาเร ปฏิกฺขิตฺตา, กุสลากุสลกมฺมสมาทานญฺจ ตาทิสเมวาติ. ตทารมฺมณานนฺตรํ ปน จวนํ, ตทนนฺตรา จ อุปปตฺติ มโนทฺวาริกา เอว โหติ, น สหชวนกวีถิจิตฺเต ปริยาปนฺนาติ อิมินา อธิปฺปาเยน อิธ ปญฺจทฺวาริกตทารมฺมณานนฺตรํ จุติ, ตทนนฺตรํ ปฏิสนฺธิ จ วุตฺตาติ ทฏฺฐพฺพํ. ตตฺถ อวเสสปญฺจจิตฺตกฺขณายุเก รูปาทิมฺหิ อุปฺปนฺนํ ปฏิสนฺธึ สนฺธาเยว ‘‘ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณํ อุปปตฺติจิตฺตํ ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณสฺส ภวงฺคสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ, อวเสเสกจิตฺตกฺขณายุเก จ อุปฺปนฺนํ สนฺธาย ‘‘ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณํ อุปปตฺติจิตฺตํ อตีตารมฺมณสฺส ภวงฺคสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๒.๑๙.๒๘) วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.

สุทฺธาย วาติ มหคฺคตกมฺมนิมิตฺตารมฺมณาย ชวนวีถิยา ตทารมฺมณรหิตายาติ อตฺโถ. สา ปน ชวนวีถิ มหคฺคตวิปากสฺส อุปจาโร วิย ทฏฺฐพฺพา. เกจิ ปน ตํ วีถึ มหคฺคตาวสานํ วทนฺติ. อตีตารมฺมณา เอกาทสวิธา, นวตฺตพฺพารมฺมณา สตฺตวิธา.

เอเตนานุสาเรน อารุปฺปจุติยาปิ อนนฺตรา ปฏิสนฺธิ เวทิตพฺพาติ อิทํ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ ‘‘ปถวีกสิณชฺฌานาทิวเสน ปฏิลทฺธมหคฺคตสุคติยํ ฐิตสฺสา’’ติ เอวมาทิเก เอว นเย อยมฺปิ ปฏิสนฺธิ อวรุทฺธาติ? น, ตตฺถ รูปาวจรจุติอนนฺตราย เอว ปฏิสนฺธิยา วุตฺตตฺตา. ตตฺถ หิ ‘‘ปถวีกสิณาทิกํ วา นิมิตฺตํ มหคฺคตจิตฺตํ วา มโนทฺวาเร อาปาถมาคจฺฉติ. จกฺขุโสตานํ วา’’ติอาทิเกน รูปาวจรจุติยา เอว อนนฺตรา ปฏิสนฺธิ วุตฺตาติ วิญฺญายติ. อถาปิ ยถาสมฺภวโยชนาย อยมฺปิ ปฏิสนฺธิ ตตฺเถว อวรุทฺธา, อรูปาวจรจุติอนนฺตรา ปน รูปาวจรปฏิสนฺธิ นตฺถิ, อรูปาวจเร จ อุปรูปริจุติยา เหฏฺฐิมา เหฏฺฐิมา ปฏิสนฺธีติ จตุตฺถารุปฺปจุติยา นวตฺตพฺพารมฺมณา ปฏิสนฺธิ นตฺถิ. เตน ตโต ตตฺเถว อตีตารมฺมณา กามาวจเร จ อตีตปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา ปฏิสนฺธิ อิตราหิ จ ยถาสมฺภวํ อตีตนวตฺตพฺพารมฺมณา อารุปฺปปฏิสนฺธิ, อตีตปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา จ กามาวจรปฏิสนฺธิ โยเชตพฺพาติ อิมสฺส วิเสสสฺส ทสฺสนตฺถํ วิสุํ อุทฺธรณํ กตํ.

เอวํ อารมฺมณวเสน เอกวิธาย กามาวจรสุคติจุติยา ทุวิธา ทุคฺคติปฏิสนฺธิ, ทุคฺคติจุติยา ทุวิธา สุคติปฏิสนฺธิ, กามาวจรสุคติจุติยา ทฺวิเอกทฺวิปฺปการานํ กามรูปารุปฺปานํ วเสน ปญฺจวิธา สุคติปฏิสนฺธิ, รูปาวจรจุติยา จ ตเถว ปญฺจวิธา, ทุวิธาย อารุปฺปจุติยา ปจฺเจกํ ทฺวินฺนํ ทฺวินฺนํ กามารุปฺปานํ วเสน อฏฺฐวิธา จ ปฏิสนฺธิ ทสฺสิตา, ทุคฺคติจุติยา ปน เอกวิธาย ทุคฺคติปฏิสนฺธิ ทุวิธา น ทสฺสิตา, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ทุคฺคติยํ ฐิตสฺส ปนา’’ติอาทิมาห. ยถาวุตฺตา ปน –

ทฺวิทฺวิปญฺจปฺปการา จ, ปญฺจาฏฺฐทุวิธาปิ จ;

จตุวีสติ สพฺพาปิ, ตา โหนฺติ ปฏิสนฺธิโย.

‘‘กามาวจรสฺส กุสลสฺส กมฺมสฺส กตตฺตา’’ติอาทินา (ธ. ส. ๔๓๑, ๔๕๕, ๔๙๘) นานากฺขณิกกมฺมปจฺจยภาโว ทสฺสิตปฺปกาโรติ อุปนิสฺสยปจฺจยภาวเมว ทสฺเสนฺโต ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทิมาห.

อาทินา สหาติอาทินา วิมิสฺสวิญฺญาเณน สห. โอมโต เทฺว วา ตโย วา ทสกา อุปฺปชฺชนฺตีติ คพฺภเสยฺยกานํ วเสน วุตฺตํ. อญฺญตฺถ หิ อเนเก กลาปา สห อุปฺปชฺชนฺติ. พฺรหฺมตฺตภาเวปิ หิ อเนกคาวุตปฺปมาเณ อเนเก กลาปา สหุปฺปชฺชนฺตีติ ตึสโต อธิกาเนว รูปานิ โหนฺติ คนฺธรสาหารานํ ปฏิกฺขิตฺตตฺตา จกฺขุโสตวตฺถุสตฺตกชีวิตฉกฺกภาเวปิ เตสํ พหุตฺตา. อฏฺฐกถายํ ปน ตตฺถปิ จกฺขุโสตวตฺถุทสกานํ ชีวิตนวกสฺส จ อุปฺปตฺติ วุตฺตา, ปาฬิยํ ปน ‘‘รูปธาตุยา อุปปตฺติกฺขเณ ฐเปตฺวา อสญฺญสตฺตานํ เทวานํ ปญฺจายตนานิ ปาตุภวนฺติ, ปญฺจ ธาตุโย ปาตุภวนฺตี’’ติ วุตฺตํ, ตถา ‘‘รูปธาตุยา ฉ อายตนานิ นว ธาตุโย’’ติ สพฺพสงฺคหวเสน ตตฺถ วิชฺชมานายตนธาตุโย ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. กถาวตฺถุมฺหิ จ ฆานายตนาทีนํ วิย คนฺธายตนาทีนญฺจ ตตฺถ ภาโว ปฏิกฺขิตฺโต ‘‘อตฺถิ ตตฺถ ฆานายตนนฺติ? อามนฺตา, อตฺถิ ตตฺถ คนฺธายตนนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ’’ติอาทินา (กถา. ๕๑๙), น จ อโผฏฺฐพฺพายตนานํ ปถวีธาตุอาทีนํ วิย อคนฺธรสายตนานํ คนฺธรสานํ ตตฺถ ภาโว สกฺกา วตฺตุํ ผุสิตุํ อสกฺกุเณยฺยตาวินิมุตฺตสฺส ปถวีอาทิสภาวสฺส วิย คนฺธรสภาววินิมุตฺตสฺส คนฺธรสสภาวสฺส อภาวา.

ยทิ จ ฆานสมฺผสฺสาทีนํ การณภาโว นตฺถีติ อายตนานีติ เตน วุจฺเจยฺยุํ, ธาตุ-สทฺโท ปน นิสฺสตฺตนิชฺชีววาจโกติ คนฺธธาตุรสธาตูติ อวจเน นตฺถิ การณํ, ธมฺมภาโว จ เตสํ เอกนฺเตน อิจฺฉิตพฺโพ สภาวธารณาทิลกฺขณโต อญฺญสฺส อภาวา, ธมฺมานญฺจ อายตนภาโว เอกนฺตโต ยมเก (ยม. ๑. อายตนยมก.๑๓) วุตฺโต ‘‘ธมฺโม อายตนนฺติ? อามนฺตา’’ติ. ตสฺมา เตสํ คนฺธรสายตนภาวาภาเวปิ โกจิ อายตนสภาโว วตฺตพฺโพ. ยทิ จ โผฏฺฐพฺพภาวโต อญฺโญ ปถวีธาตุอาทิภาโว วิย คนฺธรสภาวโต อญฺโญ เตสํ โกจิ สภาโว สิยา, เตสํ ธมฺมายตเน สงฺคโห. คนฺธรสภาเว ปน อายตนภาเว จ สติ คนฺโธ จ โส อายตนญฺจ คนฺธายตนํ, รโส จ โส อายตนญฺจ รสายตนนฺติ อิทมาปนฺนเมวาติ คนฺธรสายตนภาโว จ น สกฺกา นิวาเรตุํ, ‘‘ตโย อาหารา’’ติ (วิภ. ๙๙๓) จ วจนโต กพฬีการาหารสฺส ตตฺถ อภาโว วิญฺญายติ. ตสฺมา ยถา ปาฬิยา อวิโรโธ โหติ, ตถา รูปคณนา กาตพฺพา. เอวญฺหิ ธมฺมตา น วิโลมิตา โหตีติ.

ชาติอุณฺณายาติ คพฺภํ ผาเลตฺวา คหิตอุณฺณายาติปิ วทนฺติ. สมฺภวเภโทติ อตฺถิตาเภโท. นิชฺฌามตณฺหิกา กิร นิจฺจํ ทุกฺขาตุรตาย กามํ เสวิตฺวา คพฺภํ น คณฺหนฺติ.

รูปีพฺรเหฺมสุ ตาว โอปปาติกโยนิเกสูติ โอปปาติกโยนิเกหิ รูปีพฺรเหฺม นิทฺธาเรติ. ‘‘สํเสทโชปปาตีสุ อวกํสโต ตึสา’’ติ เอตํ วิวรนฺโต อาห ‘‘อวกํสโต ปนา’’ติอาทิ, ตํ ปเนตํ ปาฬิยา น สเมติ. น หิ ปาฬิยํ กามาวจรานํ สํเสทโชปปาติกานํ อฆานกานํ อุปปตฺติ วุตฺตา. ธมฺมหทยวิภงฺเค (วิภ. ๑๐๐๗) หิ –

‘‘กามธาตุยา อุปปตฺติกฺขเณ กสฺสจิ เอกาทสายตนานิ ปาตุภวนฺติ, กสฺสจิ ทสายตนานิ, กสฺสจิ อปรานิ ทสายตนานิ, กสฺสจิ นวายตนานิ, กสฺสจิ สตฺตายตนานิ ปาตุภวนฺตี’’ติ –

วุตฺตํ, น วุตฺตํ ‘‘อฏฺฐายตนานิ ปาตุภวนฺตี’’ติ. ตถา ‘‘ทสายตนานิ ปาตุภวนฺตี’’ติ ติกฺขตฺตุํ วตฺตพฺพํ สิยา, อฆานกอุปปตฺติยา วิชฺชมานาย ติกฺขตฺตุญฺจ ‘‘นวายตนานิ ปาตุภวนฺตี’’ติ, น จ ตํ วุตฺตํ. เอวํ ธาตุปาตุภาวาทิปเญฺหสุ ยมเกปิ ฆานชิวฺหากายานํ สหจาริตา วุตฺตาติ.

จุติปฏิสนฺธีนํ ขนฺธาทีหิ อญฺญมญฺญํ สมานตา อเภโท, อสมานตา เภโท. นยมุขมตฺตํ ทสฺเสตฺวา วุตฺตํ อวุตฺตญฺจ สพฺพํ สงฺคณฺหิตฺวา อาห ‘‘อยํ ตาว อรูปภูมีสุเยว นโย’’ติ. รูปารูปาวจรานํ อุปจารสฺส พลวตาย ตโต จวิตฺวา ทุคฺคติยํ อุปปตฺติ นตฺถีติ ‘‘เอกจฺจสุคติจุติยา’’ติ อาห. เอกจฺจทุคฺคติปฏิสนฺธีติ เอตฺถ เอกจฺจคฺคหณสฺส ปโยชนํ มคฺคิตพฺพํ. อยํ ปเนตฺถาธิปฺปาโย สิยา – นานตฺตกายนานตฺตสญฺญีสุ วุตฺตา เอกจฺเจ วินิปาติกา ติเหตุกาทิปฏิสนฺธิกา, เตสํ ตํ ปฏิสนฺธึ วินิปาตภาเวน ทุคฺคติปฏิสนฺธีติ คเหตฺวา สพฺพสุคติจุติยาว สา ปฏิสนฺธิ โหติ, น เอกจฺจสุคติจุติยา เอวาติ ตํนิวตฺตนตฺถํ เอกจฺจทุคฺคติคฺคหณํ กตํ. อปายปฏิสนฺธิ เอว หิ เอกจฺจสุคติจุติยา โหติ, น สพฺพสุคติจุติยา. อถ วา ทุคฺคติปฏิสนฺธิ ทุวิธา เอกจฺจสุคติจุติยา อนนฺตรา ทุคฺคติจุติยา จาติ. ตตฺถ ปจฺฉิมํ วชฺเชตฺวา ปุริมํ เอว คณฺหิตุํ อาห ‘‘เอกจฺจทุคฺคติปฏิสนฺธี’’ติ. อเหตุกจุติยา สเหตุกปฏิสนฺธีติ ทุเหตุกา ติเหตุกา จ โยเชตพฺพา. มณฺฑูกเทวปุตฺตาทีนํ วิย หิ อเหตุกจุติยา ติเหตุกปฏิสนฺธิปิ โหตีติ.

ตสฺส ตสฺส วิปรีตโต จ ยถาโยคํ โยเชตพฺพนฺติ ‘‘เอกจฺจสุคติจุติยา เอกจฺจทุคฺคติปฏิสนฺธี’’ติอาทีสุ เภทวิเสเสสุ ‘‘เอกจฺจทุคฺคติจุติยา เอกจฺจสุคติปฏิสนฺธี’’ติอาทินา ยํ ยํ ยุชฺชติ, ตํ ตํ โยเชตพฺพนฺติ อตฺโถ. ยุชฺชมานมตฺตาเปกฺขนวเสน นปุํสกนิทฺเทโส กโต, โยเชตพฺพนฺติ วา ภาวตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อมหคฺคตพหิทฺธารมฺมณาย มหคฺคตอชฺฌตฺตารมฺมณาติอาทีสุ ปน วิปรีตโยชนา น กาตพฺพา. น หิ มหคฺคตอชฺฌตฺตารมฺมณาย จุติยา อรูปภูมีสุ อมหคฺคตพหิทฺธารมฺมณา ปฏิสนฺธิ อตฺถิ. จตุกฺขนฺธาย อรูปจุติยา ปญฺจกฺขนฺธา กามาวจรปฏิสนฺธีติ เอตสฺส วิปริยาโย สยเมว โยชิโต. อตีตารมฺมณจุติยา ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา ปฏิสนฺธีติ เอตสฺส จ วิปริยาโย นตฺถิ เอวาติ. เภทวิเสโส เอว จ เอวํ วิตฺถาเรน ทสฺสิโต, อเภทวิเสโส ปน เอเกกสฺมึ เภเท ตตฺถ ตตฺเถว จุติปฏิสนฺธิโยชนาวเสน โยเชตพฺโพ ‘‘ปญฺจกฺขนฺธาย กามาวจราย ปญฺจกฺขนฺธา กามาวจรา…เป… อวิตกฺกอวิจาราย อวิตกฺกอวิจารา’’ติ, จตุกฺขนฺธาย ปน จตุกฺขนฺธา สยเมว โยชิตา. เอเตเนว นเยน สกฺกา ญาตุนฺติ ปญฺจกฺขนฺธาทีสุ อเภทวิเสโส น ทสฺสิโตติ. ตโต เหตุํ วินาติ ตตฺถ เหตุํ วินา.

องฺคปจฺจงฺคสนฺธีนํ พนฺธนานิ องฺคปจฺจงฺคสนฺธิพนฺธนานิ, เตสํ เฉทกานํ. นิรุทฺเธสุ จกฺขาทีสูติ อติมนฺทภาวูปคมนํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ปญฺจทฺวาริกวิญฺญาณานนฺตรมฺปิ หิ ปุพฺเพ จุติ ทสฺสิตา. ยมเก จ (ยม. ๑.อายตนยมก.๑๒๐) –

‘‘ยสฺส จกฺขายตนํ นิรุชฺฌติ, ตสฺส มนายตนํ นิรุชฺฌตีติ? อามนฺตา. ยสฺส วา ปน มนายตนํ นิรุชฺฌติ, ตสฺส จกฺขายตนํ นิรุชฺฌตีติ? สจิตฺตกานํ อจกฺขุกานํ จวนฺตานํ เตสํ มนายตนํ นิรุชฺฌติ, โน จ เตสํ จกฺขายตนํ นิรุชฺฌติ. สจกฺขุกานํ จวนฺตานํ เตสํ มนายตนญฺจ นิรุชฺฌติ, จกฺขายตนญฺจ นิรุชฺฌตี’’ติ –

อาทินา จกฺขายตนาทีนํ จุติจิตฺเตน สห นิโรโธ วุตฺโตติ. ลทฺโธ อวเสโส อวิชฺชาทิโก วิญฺญาณสฺส ปจฺจโย เอเตนาติ ลทฺธาวเสสปจฺจโย, สงฺขาโร. อวิชฺชาปฏิจฺฉาทิตาทีนเว ตสฺมึ กมฺมาทิวิสเย ปฏิสนฺธิวิญฺญาณสฺส อารมฺมณภาเวน อุปฺปตฺติฏฺฐานภูเต ตณฺหาย อปฺปหีนตฺตา เอว ปุริมุปฺปนฺนาย จ สนฺตติยา ปริณตตฺตา ปฏิสนฺธิฏฺฐานาภิมุขํ วิญฺญาณํ นินฺนโปณปพฺภารํ หุตฺวา ปวตฺตตีติ อาห ‘‘ตณฺหา นาเมตี’’ติ. สหชาตสงฺขาราติ จุติอาสนฺนชวนวิญฺญาณสหชาตเจตนา, สพฺเพปิ วา ผสฺสาทโย. ตสฺมึ ปฏิสนฺธิฏฺฐาเน กมฺมาทิวิสเย วิญฺญาณํ ขิปนฺติ, ขิปนฺตา วิย ตสฺมึ วิสเย ปฏิสนฺธิวเสน วิญฺญาณปติฏฺฐานสฺส เหตุภาเวน ปวตฺตนฺตีติ อตฺโถ.

ตนฺติ ตํ วิญฺญาณํ, จุติปฏิสนฺธิตทาสนฺนวิญฺญาณานํ สนฺตติวเสน วิญฺญาณนฺติ อุปนีเตกตฺตํ. ตณฺหาย นามิยมานํ…เป… ปวตฺตตีติ นมนขิปนปุริมนิสฺสยชหนาปรนิสฺสยสฺสาทนนิสฺสยรหิตปวตฺตนานิ สนฺตติวเสน ตสฺเสเวกสฺส วิญฺญาณสฺส โหนฺติ, น อญฺญสฺสาติ ทสฺเสติ. สนฺตติวเสนาติ จ วทนฺโต ‘‘ตเทวิทํ วิญฺญาณํ สนฺธาวติ สํสรติ อนญฺญ’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๓๙๖) อิทญฺจ มิจฺฉาคาหํ ปฏิกฺขิปติ. สติ หิ นานตฺตนเย สนฺตติวเสน เอกตฺตนโย โหตีติ. โอริมตีรรุกฺขวินิพทฺธรชฺชุ วิย ปุริมภวตฺตภาววินิพนฺธํ กมฺมาทิอารมฺมณํ ทฏฺฐพฺพํ, ปุริโส วิย วิญฺญาณํ, ตสฺส มาติกาติกฺกมนิจฺฉา วิย ตณฺหา, อติกฺกมนปโยโค วิย ขิปนกสงฺขารา. ยถา จ โส ปุริโส ปรตีเร ปติฏฺฐหมาโน ปรตีรรุกฺขวินิพทฺธํ กิญฺจิ อสฺสาทยมาโน อนสฺสาทยมาโน วา เกวลํ ปถวิยํ สพลปโยเคเหว ปติฏฺฐาติ, เอวมิทมฺปิ ภวนฺตรตฺตภาววินิพทฺธํ หทยวตฺถุนิสฺสยํ ปญฺจโวการภเว อสฺสาทยมานํ จตุโวการภเว อนสฺสาทยมานํ วา เกวลํ อารมฺมณสมฺปยุตฺตกมฺเมเหว ปวตฺตติ. ตตฺถ อสฺสาทยมานนฺติ ปาปุณนฺตํ, ปฏิลภมานนฺติ อตฺโถ.

ภวนฺตราทิปฏิสนฺธานโตติ ภวนฺตรสฺส อาทิสมฺพนฺธนโต, ภวนฺตราทโย วา ภวโยนิคติวิญฺญาณฏฺฐิติสตฺตาวาสนฺตรา, เตสํ ปฏิสนฺธานโตติ อตฺโถ. กมฺมนฺติ ปฏิสนฺธิชนกํ กมฺมํ. สงฺขาราติ จุติอาสนฺนชวนวิญฺญาณสหคตา ขิปนกสงฺขารา.

สทฺทาทิเหตุกาติ เอตฺถ ปฏิโฆโส สทฺทเหตุโก, ปทีโป ปทีปนฺตราทิเหตุโก, มุทฺทา ลญฺฉนเหตุกา, ฉายา อาทาสาทิคตมุขาทิเหตุกา. อญฺญตฺร อคนฺตฺวา โหนฺตีติ สทฺทาทิปจฺจยเทสํ อคนฺตฺวา สทฺทาทิเหตุกา โหนฺติ ตโต ปุพฺเพ อภาวา, เอวมิทมฺปิ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณํ น เหตุเทสํ คนฺตฺวา ตํเหตุกํ โหติ ตโต ปุพฺเพ อภาวา, ตสฺมา น อิทํ เหตุเทสโต ปุริมภวโต อาคตํ ปฏิโฆสาทโย วิย สทฺทาทิเทสโต, นาปิ ตตฺถ เหตุนา วินา อุปฺปนฺนํ สทฺทาทีหิ วินา ปฏิโฆสาทโย วิยาติ อตฺโถ. อถ วา อญฺญตฺร อคนฺตฺวา โหนฺตีติ ปุพฺเพ ปจฺจยเทเส สนฺนิหิตา หุตฺวา ตโต อญฺญตฺร คนฺตฺวา ตปฺปจฺจยา น โหนฺติ อุปฺปตฺติโต ปุพฺเพ อภาวา, นาปิ สทฺทาทิปจฺจยา น โหนฺติ, เอวมิทมฺปีติ วุตฺตนเยน โยเชตพฺพํ. เอส นโยติ พีชงฺกุราทีสุ สพฺพเหตุเหตุสมุปฺปนฺเนสุ ยถาสมฺภวํ โยชนา กาตพฺพาติ ทสฺเสติ. อิธาปิ หิ เหตุเหตุสมุปฺปนฺนวิญฺญาณานํ เอกนฺตเมกตฺเต สติ น มนุสฺสคติโก เทวคติภูโต สิยา, เอกนฺตนานตฺเต น กมฺมวโต ผลํ สิยา. ตโต ‘‘รตฺตสฺส พีชํ, รตฺตสฺส ผล’’นฺติอาทิกสฺส วิย ‘‘ภูตปุพฺพาหํ, ภนฺเต, โรหิตสฺโส นาม อิสี’’ติอาทิกสฺส (สํ. นิ. ๑.๑๐๗) โวหารสฺส โลโป สิยา, ตสฺมา เอตฺถ สนฺตานพนฺเธ สติ เหตุเหตุสมุปฺปนฺเนสุ น เอกนฺตเมว เอกตา วา นานตา วา อุปคนฺตพฺพา. เอตฺถ จ เอกนฺตเอกตาปฏิเสเธน ‘‘สยํกตํ สุขํ ทุกฺข’’นฺติ อิมํ ทิฏฺฐึ นิวาเรติ, เอกนฺตนานตาปฏิเสเธน ‘‘ปรํกตํ สุขํ ทุกฺข’’นฺติ, เหตุเหตุสมุปฺปนฺนภาววจเนน ‘‘อธิจฺจสมุปฺปนฺน’’นฺติ. เอตฺถาติ เอกสนฺตาเน.

จตุมธุรอลตฺตกรสาทิภาวนา อมฺพมาตุลุงฺคาทิพีชานํ อภิสงฺขาโร. เอตฺถ พีชํ วิย กมฺมวา สตฺโต, อภิสงฺขาโร วิย กมฺมํ, พีชสฺส องฺกุราทิปฺปพนฺโธ วิย สตฺตสฺส ปฏิสนฺธิวิญฺญาณาทิปฺปพนฺโธ, ตตฺถุปฺปนฺนสฺส มธุรสฺส รตฺตเกสรสฺส วา ผลสฺส วา ตสฺเสว พีชสฺส, ตโต เอว จ อภิสงฺขารโต ภาโว วิย กมฺมการกสฺเสว สตฺตสฺส, ตํกมฺมโต เอว จ ผลสฺส ภาโว เวทิตพฺโพ. พาลสรีเร กตํ วิชฺชาปริยาปุณนํ สิปฺปสิกฺขนํ โอสธปฺปโยโค จ น วุฑฺฒสรีรํ คจฺฉนฺติ. อถ จ ตํนิมิตฺตํ วิชฺชาปาฏวํ สิปฺปชานนํ อนามยตา จ วุฑฺฒสรีเร โหติ, น จ ตํ อญฺญสฺส โหติ ตํสนฺตติปริยาปนฺเน เอว วุฑฺฒสรีเร อุปฺปชฺชนโต, น จ ยถาปยุตฺเตน วิชฺชาปริยาปุณนาทินา วินา อญฺญโต โหติ ตทภาเว อภาวโต. เอวมิธาปิ สนฺตาเน ยํ ผลํ, เอตํ นาญฺญสฺส, น จ อญฺญโตติ โยเชตพฺพํ. น อญฺญโตติ เอเตน จ สงฺขาราภาเว ผลาภาวเมว ทสฺเสติ, นาญฺญปจฺจยนิวารณํ กโรติ.

ยมฺปิ วุตฺตํ, ตตฺถ วทามาติ วจนเสโส. ตตฺถ วา อุปภุญฺชเก อสติ สิทฺธา ภุญฺชกสมฺมุตีติ สมฺพนฺโธ. ผลตีติ สมฺมุติ ผลติสมฺมุติ.

เอวํ สนฺเตปีติ อสงฺกนฺติปาตุภาเว, ตตฺถ จ ยถาวุตฺตโทสปริหรเณ สติ สิทฺเธติ อตฺโถ. ปวตฺติโต ปุพฺเพติ กมฺมายูหนกฺขณโต ปุพฺเพ. ปจฺฉา จาติ วิปจฺจนปวตฺติโต ปจฺฉา จ. อวิปกฺกวิปากา กตตฺตา เจ ปจฺจยา, วิปกฺกวิปากานมฺปิ กตตฺตํ สมานนฺติ เตสมฺปิ ผลาวหตา สิยาติ อาสงฺกานิวตฺตนตฺถํ อาห ‘‘น จ นิจฺจํ ผลาวหา’’ติ. น วิชฺชมานตฺตา วา อวิชฺชมานตฺตา วาติ เอเตน วิชฺชมานตฺตํ อวิชฺชมานตฺตญฺจ นิสฺสาย วุตฺตโทเสว ปริหรติ.

ตสฺสา ปาฏิโภคกิริยาย, ภณฺฑกีณนกิริยาย, อิณคหณาทิกิริยาย วา กรณมตฺตํ ตํกิริยากรณมตฺตํ. ตเทว ตทตฺถนิยฺยาตเน ปฏิภณฺฑทาเน อิณทาเน จ ปจฺจโย โหติ, อผลิตนิยฺยาตนาทิผลนฺติ อตฺโถ.

อวิเสเสนาติ ‘‘ติเหตุโก ติเหตุกสฺสา’’ติอาทิกํ เภทํ อกตฺวาว สามญฺญโต, ปิณฺฑวเสนาติ อตฺโถ. สพฺพตฺถ อุปนิสฺสยปจฺจโย พลวกมฺมสฺส วเสน โยเชตพฺโพ. ‘‘ทุพฺพลญฺหิ อุปนิสฺสยปจฺจโย น โหตี’’ติ วกฺขมานเมเวตํ ปฏฺฐานวณฺณนายนฺติ. อวิเสเสนาติ สพฺพปุญฺญาภิสงฺขารํ สห สงฺคณฺหาติ. ทฺวาทสากุสลเจตนาเภโทติ เอตฺถ อุทฺธจฺจสหคตา กสฺมา คหิตาติ วิจาเรตพฺพเมตํ. เอกสฺส วิญฺญาณสฺส ตเถว ปจฺจโย ปฏิสนฺธิยํ, โน ปวตฺเตติ เอกสฺเสว ปจฺจยภาวนิยโม ปฏิสนฺธิยํ, โน ปวตฺเต. ปวตฺเต หิ สตฺตนฺนมฺปิ ปจฺจโยติ อธิปฺปาโย. ‘‘ตถา กามาวจรเทวโลเกปิ อนิฏฺฐา รูปาทโย นตฺถี’’ติ วุตฺตํ, เทวานํ ปน ปุพฺพนิมิตฺตปาตุภาวกาเล มิลาตมาลาทีนํ อนิฏฺฐตา กถํ น สิยา.

เสฺวว ทฺวีสุ ภเวสูติ เอตฺถ เอกูนตึสเจตนาเภทมฺปิ จิตฺตสงฺขารํ จิตฺตสงฺขารภาเวน เอกตฺตํ อุปเนตฺวา ‘‘เสฺววา’’ติ วุตฺตํ. ตเทกเทโส ปน กามาวจรจิตฺตสงฺขาโรว เตรสนฺนํ นวนฺนญฺจ ปจฺจโย ทฏฺฐพฺโพ. เอกเทสปจฺจยภาเวน หิ สมุทาโย วุตฺโตติ.

ยตฺถ จ วิตฺถารปฺปกาสนํ กตํ, ตโต ภวโต ปฏฺฐาย มุขมตฺตปฺปกาสนํ กาตุกาโม อาห ‘‘อาทิโต ปฏฺฐายา’’ติ. เตน ‘‘ทฺวีสุ ภเวสู’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตติยชฺฌานภูมิวเสนาติ เอเตน เอกตฺตกายเอกตฺตสญฺญีสามญฺเญน จตุตฺถชฺฌานภูมิ จ อสญฺญารุปฺปวชฺชา คหิตาติ เวทิตพฺพา. ยถาสมฺภวนฺติ เอกวีสติยา กามาวจรรูปาวจรกุสลวิปาเกสุ จุทฺทสนฺนํ ปฏิสนฺธิยํ ปวตฺเต จ, สตฺตนฺนํ ปวตฺเต เอว. อยํ ยถาสมฺภโว.

จตุนฺนํ วิญฺญาณานนฺติ ภวาทโย อเปกฺขิตฺวา วุตฺตํ, จตูสุ อนฺโตคธานํ ปน ติณฺณํ วิญฺญาณานํ ตีสุ วิญฺญาณฏฺฐิตีสุ จ ปจฺจยภาโว โยเชตพฺโพ, อวิญฺญาณเก สตฺตาวาเส สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาเณ อวิชฺชมาเนปิ ตสฺส สงฺขารเหตุกตฺตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห. เอตสฺมิญฺจ มุขมตฺตปฺปกาสเน ปุญฺญาภิสงฺขาราทีนํ ทุคฺคติอาทีสุ ปวตฺติยํ กุสลวิปากาทิวิญฺญาณานํ ปจฺจยภาโว ภเวสุ วุตฺตนเยเนว วิญฺญายตีติ น วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ.

วิญฺญาณปทนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นามรูปปทนิทฺเทสวณฺณนา

๒๒๘. สุตฺตนฺตาภิธมฺเมสุ นามรูปเทสนาวิเสโส เทสนาเภโท. ตโย ขนฺธาติ เอตํ ยทิปิ ปาฬิยํ นตฺถิ, อตฺถโต ปน วุตฺตเมว โหตีติ กตฺวา วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.

อณฺฑชานญฺจ อภาวกานนฺติ โยเชตพฺพํ. สนฺตติสีสานีติ กลาปสนฺตานมูลานิ. ยทิปิ วิการรูปานิ ปฏิสนฺธิกฺขเณ น สนฺติ, ลกฺขณปริจฺเฉทรูปานิ ปน สนฺตีติ ตานิ อปรินิปฺผนฺนานิ ปรมตฺถโต วิวชฺเชนฺโต อาห ‘‘รูปรูปโต’’ติ.

กามภเว ปน ยสฺมา เสสโอปปาติกานนฺติ เอตฺถ กิญฺจาปิ กามภเว ‘‘โอปปาติกา’’ติ วุตฺตา น สนฺติ, เยน เสสคฺคหณํ สาตฺถกํ ภเวยฺย, อณฺฑชคพฺภเสยฺยเกหิ ปน โอปปาติกสํเสทชา เสสา โหนฺตีติ เสสคฺคหณํ กตนฺติ เวทิตพฺพํ. อถ วา พฺรหฺมกายิกาทิเกหิ โอปปาติเกหิ วุตฺเตหิ เสเส สนฺธาย ‘‘เสสโอปปาติกาน’’นฺติ อาห. เต ปน อรูปิโนปิ สนฺตีติ ‘‘กามภเว’’ติ วุตฺตํ, อปริปุณฺณายตนานํ ปน นามรูปํ ยถาสมฺภวํ รูปมิสฺสกวิญฺญาณนิทฺเทเส วุตฺตนเยน สกฺกา ธมฺมคณนาโต วิญฺญาตุนฺติ น วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

อวกํสโต เทฺว อฏฺฐกาเนว อุตุจิตฺตสมุฏฺฐานานิ โหนฺตีติ สสทฺทกาลํ สนฺธาย ‘‘อุกฺกํสโต ทฺวินฺนํ นวกาน’’นฺติ วุตฺตํ. ปุพฺเพติ ขนฺธวิภงฺเคติ วทนฺติ. ตตฺถ หิ ‘‘เอเกกจิตฺตกฺขเณ ติกฺขตฺตุํ อุปฺปชฺชมาน’’นฺติ วุตฺตํ. อิเธว วา วุตฺตํ สนฺตติทฺวยาทิกํ สตฺตกปริโยสานํ สนฺธายาห ‘‘ปุพฺเพ วุตฺตํ กมฺมสมุฏฺฐานํ สตฺตติวิธ’’นฺติ, ตํ ปนุปฺปชฺชมานํ เอเกกจิตฺตกฺขเณ ติกฺขตฺตุํ อุปฺปชฺชตีติ อิมินาธิปฺปาเยน วุตฺตํ ‘‘เอเกกจิตฺตกฺขเณ ติกฺขตฺตุํ อุปฺปชฺชมาน’’นฺติ. จตุทฺทิสา ววตฺถาปิตาติ อญฺญมญฺญสํสฏฺฐสีสา มูเลน จตูสุ ทิสาสุ ววตฺถาปิตา อญฺญมญฺญํ อาลิงฺเคตฺวา ฐิตา ภินฺนวาหนิกา วิย.

ปญฺจโวการภเว จ ปวตฺติยนฺติ รูปาชนกกมฺมชํ ปญฺจวิญฺญาณปฺปวตฺติกาลํ สหชาตวิญฺญาณปจฺจยญฺจ สนฺธายาห. ตทา หิ ตโต นามเมว โหตีติ, กมฺมวิญฺญาณปจฺจยา ปน สทาปิ อุภยํ โหตีติ สกฺกา วตฺตุํ, ปจฺฉาชาตวิญฺญาณปจฺจยา จ รูปํ อุปตฺถทฺธํ โหตีติ. อสญฺเญสูติอาทิ กมฺมวิญฺญาณปจฺจยํ สนฺธาย วุตฺตํ, ปญฺจโวการภเว จ ปวตฺติยนฺติ ภวงฺคาทิชนกกมฺมโต อญฺเญน รูปุปฺปตฺติกาลํ นิโรธสมาปตฺติกาลํ ภวงฺคาทิอุปฺปตฺติกาลโต อญฺญกาลญฺจ สนฺธาย วุตฺตนฺติ ยุตฺตํ. ภวงฺคาทิอุปฺปตฺติกาเล หิ ตํชนเกเนว กมฺมุนา อุปฺปชฺชมานํ รูปํ, โส จ วิปาโก กมฺมวิญฺญาณปจฺจโย โหตีติ สกฺกา วตฺตุํ. สหชาตวิญฺญาณปจฺจยานเปกฺขมฺปิ หิ ปวตฺติยํ กมฺเมน ปวตฺตมานํ รูปํ นามญฺจ น กมฺมวิญฺญาณานเปกฺขํ โหตีติ. สพฺพตฺถาติ ปฏิสนฺธิยํ ปวตฺเต จ. สหชาตวิญฺญาณปจฺจยา นามรูปํ, กมฺมวิญฺญาณปจฺจยา จ นามรูปญฺจ ยถาสมฺภวํ โยเชตพฺพํ. นามญฺจ รูปญฺจ นามรูปญฺจ นามรูปนฺติ เอตฺถ นามรูป-สทฺโท อตฺตโน เอกเทเสน นาม-สทฺเทน นาม-สทฺทสฺส สรูโป, รูป-สทฺเทน จ รูป-สทฺทสฺส, ตสฺมา ‘‘สรูปานํ เอกเสโส’’ติ นามรูป-สทฺทสฺส ฐานํ อิตเรสญฺจ นามรูป-สทฺทานํ อทสฺสนํ ทฏฺฐพฺพํ.

วิปากโต อญฺญํ อวิปากํ. ยโต ทฺวิธา มตํ, ตโต ยุตฺตเมว อิทนฺติ โยเชตพฺพํ. กุสลาทิจิตฺตกฺขเณติ อาทิ-สทฺเทน อกุสลกิริยจิตฺตกฺขเณ วิย วิปากจิตฺตกฺขเณปิ วิปากาชนกกมฺมสมุฏฺฐานํ สงฺคหิตนฺติ เวทิตพฺพํ. วิปากจิตฺตกฺขเณ ปน อภิสงฺขารวิญฺญาณปจฺจยา ปุพฺเพ วุตฺตนเยน อุภยญฺจ อุปลพฺภตีติ ตาทิสวิปากจิตฺตกฺขณวชฺชนตฺถํ ‘‘กุสลาทิจิตฺตกฺขเณ’’ติ วุตฺตํ.

สุตฺตนฺติกปริยาเยนาติ ปฏฺฐาเน รูปานํ อุปนิสฺสยปจฺจยสฺส อวุตฺตตฺตา วุตฺตํ, สุตฺตนฺเต ปน ‘‘ยสฺมึ สติ ยํ โหติ, อสติ จ น โหติ, โส ตสฺส อุปนิสฺสโย นิทานํ เหตุ ปภโว’’ติ กตฺวา ‘‘วิญฺญาณูปนิสํ นามรูป’’นฺติ รูปสฺส จ วิญฺญาณูปนิสฺสยตา วุตฺตา. วนปตฺถปริยาเย จ วนสณฺฑคามนิคมนครชนปทปุคฺคลูปนิสฺสโย อิริยาปถวิหาโร, ตโต จ จีวราทีนํ ชีวิตปริกฺขารานํ กสิเรน จ อปฺปกสิเรน จ สมุทาคมนํ วุตฺตํ, น จ วนสณฺฑาทโย อารมฺมณูปนิสฺสยาทิภาวํ อิริยาปถานํ จีวราทิสมุทาคมนสฺส จ ภชนฺติ, ตสฺมา วินา อภาโว เอว จ สุตฺตนฺตปริยายโต อุปนิสฺสยภาโว ทฏฺฐพฺโพ. นามสฺส อภิสงฺขารวิญฺญาณํ กมฺมารมฺมณปฏิสนฺธิอาทิกาเล อารมฺมณปจฺจโยว โหตีติ วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ รูปสฺเสว สุตฺตนฺติกปริยายโต เอกธา ปจฺจยภาโว วุตฺโต. สสํสยสฺส หิ รูปสฺส ตํปจฺจโย โหตีติ วุตฺเต นามสฺส โหตีติ วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ.

ปวตฺตสฺส ปากฏตฺตา อปากฏํ ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา ปุจฺฉติ ‘‘กถํ ปเนต’’นฺติอาทินา. สุตฺตโต นามํ, ยุตฺติโต รูปํ วิญฺญาณปจฺจยา โหตีติ ชานิตพฺพํ. ยุตฺติโต สาเธตฺวา สุตฺเตน ตํ ทฬฺหํ กโรนฺโต ‘‘กมฺมสมุฏฺฐานสฺสปิ หี’’ติอาทิมาห. จิตฺตสมุฏฺฐานสฺเสวาติ จิตฺตสมุฏฺฐานสฺส วิย. ยสฺมา นามรูปเมว ปวตฺตมานํ ทิสฺสติ, ตสฺมา ตเทว วทนฺเตน อนุตฺตรํ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติตํ. สุญฺญตาปกาสนญฺหิ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนนฺติ อธิปฺปาโย. นามรูปมตฺตตาวจเนเนว วา ปวตฺติยา ทุกฺขสจฺจมตฺตตา วุตฺตา, ทุกฺขสจฺจปฺปกาสเนน จ ตสฺส สมุทโย, ตสฺส จ นิโรโธ, นิโรธคามี จ มคฺโค ปกาสิโต เอว โหติ. อเหตุกสฺส ทุกฺขสฺส เหตุนิโรธา, อนิรุชฺฌนกสฺส จ อภาวา, นิโรธสฺส จ อุปาเยน วินา อนธิคนฺตพฺพตฺตาติ จตุสจฺจปฺปกาสนํ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนํ โยเชตพฺพํ.

นามรูปปทนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สฬายตนปทนิทฺเทสวณฺณนา

๒๒๙. นิยมโตติ จ อิทํ จตุนฺนํ ภูตานํ, ฉนฺนํ วตฺถูนํ, ชีวิตสฺส จ ยถาสมฺภวํ สหชาตนิสฺสยปุเรชาตอินฺทฺริยาทินา เอกนฺเตน สฬายตนสฺส ปวตฺตมานสฺส ปจฺจยภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ. รูปายตนาทีนํ ปน สหชาตนิสฺสยานุปาลนภาโว นตฺถีติ อคฺคหณํ เวทิตพฺพํ. อารมฺมณารมฺมณปุเรชาตาทิภาโว จ เตสํ น สนฺตติปริยาปนฺนานเมว, น จ จกฺขาทีนํ วิย เอกปฺปกาเรเนวาติ อนิยมโต ปจฺจยภาโว. นิยมโต…เป… ชีวิตินฺทฺริยนฺติ เอวนฺติ เอตฺถ เอวํ-สทฺเทน วา รูปายตนาทีนมฺปิ สงฺคโห เวทิตพฺโพ. ฉฏฺฐายตนญฺจ สฬายตนญฺจ สฬายตนนฺติ เอตฺถ ยทิปิ ฉฏฺฐายตนสฬายตน-สทฺทานํ สทฺทโต สรูปตา นตฺถิ, อตฺถโต ปน สฬายตเนกเทโสว ฉฏฺฐายตนนฺติ เอกเทสสรูปตา อตฺถีติ เอกเทสสรูเปกเสโส กโตติ เวทิตพฺโพ. อตฺถโตปิ หิ สรูปานํ เอกเทสสรูเปกเสสํ อิจฺฉนฺติ ‘‘วงฺโก จ กุฏิโล จ กุฏิลา’’ติ, ตสฺมา อตฺถโต เอกเทสสรูปานญฺจ เอกเสเสน ภวิตพฺพนฺติ.

อถ วา ฉฏฺฐายตนญฺจ มนายตนญฺจ ฉฏฺฐายตนนฺติ วา, มนายตนนฺติ วา, ฉฏฺฐายตนญฺจ ฉฏฺฐายตนญฺจ ฉฏฺฐายตนนฺติ วา, มนายตนญฺจ มนายตนญฺจ มนายตนนฺติ วา เอกเสสํ กตฺวา จกฺขาทีหิ สห ‘‘สฬายตน’’นฺติ วุตฺตนฺติ ตเมว เอกเสสํ นามมตฺตปจฺจยสฺส, นามรูปปจฺจยสฺส จ มนายตนสฺส วเสน กตํ อตฺถโต ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ฉฏฺฐายตนญฺจ สฬายตนญฺจ สฬายตนนฺติ เอวํ กเตกเสสสฺสา’’ติ. ยถาวุตฺโตปิ หิ เอกเสโส อตฺถโต ฉฏฺฐายตนญฺจ สฬายตนญฺจาติ เอวํ กโต นาม โหตีติ. สพฺพตฺถ จ เอกเสเส กเต เอกวจนนิทฺเทโส กเตกเสสานํ สฬายตนาทิสทฺทวจนียตาสามญฺญวเสน กโตติ ทฏฺฐพฺโพ. อพฺยากตวาเร วกฺขตีติ กิญฺจาปิ อกุสลวาเร กุสลวาเร จ ‘‘นามปจฺจยา ฉฏฺฐายตน’’นฺติ วุตฺตํ, สุตฺตนฺตภาชนีเย ปน วิปากฉฏฺฐายตนเมว คหิตนฺติ อธิปฺปาเยน อพฺยากตวารเมว สาธกภาเวน อุทาหฏนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ปจฺจยนเย ปน ‘‘ฉฏฺฐา โหติ ตํ อวกํสโต’’ติอาทินา อวิปากสฺสปิ ปจฺจโย อุทฺธโฏ, โส นิรวเสสํ วตฺตุกามตาย อุทฺธโฏติ เวทิตพฺโพ. อิธ สงฺคหิตนฺติ อิธ เอกเสสนเยน สงฺคหิตํ, ตตฺถ อพฺยากตวาเร โลกิยวิปากภาชนีเย วิภตฺตนฺติ เวทิตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย.

เนยฺยนฺติ เญยฺยํ. อุกฺกํสาวกํโสติ เอตฺถ สตฺตธา ปจฺจยภาวโต อุกฺกํโส อฏฺฐธา ปจฺจยภาโว, ตโต ปน นวธา ตโต วา ทสธาติ อยํ อุกฺกํโส, อวกํโส ปน ทสธา ปจฺจยภาวโต นวธา ปจฺจยภาโว, ตโต อฏฺฐธา, ตโต สตฺตธาติ เอวํ เวทิตพฺโพ, น ปน สตฺตธา ปจฺจยภาวโต เอว เทฺวปิ อุกฺกํสาวกํสา โยเชตพฺพา ตโต อวกํสาภาวโตติ.

หทยวตฺถุโน สหายํ หุตฺวาติ เอเตน อรูเป วิย อสหายํ นามํ น โหติ, หทยวตฺถุ จ นาเมน สห ฉฏฺฐายตนสฺส ปจฺจโย โหตีติ เอตฺตกเมว ทสฺเสติ, น ปน ยถา หทยวตฺถุ ปจฺจโย โหติ, ตถา นามมฺปีติ อยมตฺโถ อธิปฺเปโต. วตฺถุ หิ วิปฺปยุตฺตปจฺจโย โหติ, น นามํ, นามญฺจ วิปากเหตาทิปจฺจโย โหติ, น วตฺถูติ. ปวตฺเต อรูปธมฺมา กมฺมชรูปสฺส ฐิติปฺปตฺตสฺเสว ปจฺจยา โหนฺติ, น อุปฺปชฺชมานสฺสาติ วิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตา จ ปจฺฉาชาตวิปฺปยุตฺตาทโย เอว จกฺขาทีนํ โยเชตพฺพา.

อวเสสมนายตนสฺสาติ เอตฺถ ‘‘ปญฺจกฺขนฺธภเว ปนา’’ติ เอตสฺส อนุวตฺตมานตฺตา ปญฺจโวการภเว เอว ปวตฺตมานํ ปญฺจวิญฺญาเณหิ อวเสสมนายตนํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. นามรูปสฺส สหชาตาทิสาธารณปจฺจยภาโว สมฺปยุตฺตาทิอสาธารณปจฺจยภาโว จ ยถาสมฺภวํ โยเชตพฺโพ.

สฬายตนปทนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ผสฺสปทนิทฺเทสวณฺณนา

๒๓๐. ‘‘ฉฏฺฐายตนปจฺจยา ผสฺโส’’ติ อภิธมฺมภาชนียปาฬิ อารุปฺปํ สนฺธาย วุตฺตาติ ‘‘ฉฏฺฐายตนปจฺจยา ผสฺโสติ ปาฬิอนุสารโต’’ติ อาห. อชฺฌตฺตนฺติ สสนฺตติปริยาปนฺนเมว คณฺหาติ. ตญฺหิ สสนฺตติปริยาปนฺนกมฺมนิพฺพตฺตํ ตาทิสสฺส ผสฺสสฺส ปจฺจโย โหติ, รูปาทีนิ ปน พหิทฺธา อนุปาทินฺนานิ จ ผสฺสสฺส อารมฺมณํ โหนฺติ, น ตานิ จกฺขาทีนิ วิย สสนฺตติปริยาปนฺนกมฺมกิเลสนิมิตฺตปวตฺติภาเวน ผสฺสสฺส ปจฺจโยติ ปฐมาจริยวาเท น คหิตานิ, ทุติยาจริยวาเท ปน ยถา ตถา วา ปจฺจยภาเว สติ น สกฺกา วชฺเชตุนฺติ คหิตานีติ.

ยทิ สพฺพายตเนหิ เอโก ผสฺโส สมฺภเวยฺย, ‘‘สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส’’ติ เอกสฺส วจนํ ยุชฺเชยฺย. อถาปิ เอกมฺหา อายตนา สพฺเพ ผสฺสา สมฺภเวยฺยุํ, ตถาปิ สพฺพายตเนหิ สพฺพผสฺสสมฺภวโต อายตนเภเทน ผสฺสเภโท นตฺถีติ ตทเภทวเสน เอกสฺส วจนํ ยุชฺเชยฺย, ตถา ปน อสมฺภวโต น ยุตฺตนฺติ โจเทติ ‘‘น สพฺพายตเนหี’’ติอาทินา. อญฺญสฺสปิ วา อสมฺภวนฺตสฺส วิธานสฺส โพธนตฺถเมว ‘‘นาปิ เอกมฺหา อายตนา สพฺเพ ผสฺสา’’ติ วุตฺตํ, ‘‘น สพฺพายตเนหิ เอโก ผสฺโส สมฺโภตี’’ติ อิทเมว ปน เอกผสฺสวจนสฺส อยุตฺตทีปกํ การณนฺติ เวทิตพฺพํ. นิทสฺสนวเสน วา เอตํ วุตฺตํ, นาปิ เอกมฺหา อายตนา สพฺเพ ผสฺสา สมฺโภนฺติ, เอวํ น สพฺพายตเนหิ เอโก ผสฺโส สมฺโภติ, ตสฺมา เอกสฺส วจนํ อยุตฺตนฺติ. ปริหารํ ปน อเนกายตเนหิ เอกผสฺสสฺส สมฺภวโตติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺริทํ วิสฺสชฺชน’’นฺติอาทิมาห. เอโกปิ อเนกายตนปฺปภโว เอโกปเนกายตนปฺปภโว. ฉธาปจฺจยตฺเต ปญฺจวิภาวเยติ เอวํ เสเสสุปิ โยชนา. ตถา จาติ ปจฺจุปฺปนฺนานิ รูปาทีนิ ปจฺจุปฺปนฺนญฺจ ธมฺมายตนปริยาปนฺนํ รูปรูปํ สนฺธาย วุตฺตํ. อารมฺมณปจฺจยมตฺเตนาติ ตํ สพฺพํ อปจฺจุปฺปนฺนํ อญฺญญฺจ ธมฺมายตนํ สนฺธาย วุตฺตํ.

ผสฺสปทนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

เวทนาปทนิทฺเทสวณฺณนา

๒๓๑. ‘‘เสสาน’’นฺติ เอตฺถ สมฺปฏิจฺฉนสฺส จกฺขุสมฺผสฺสาทโย ปญฺจ ยทิปิ อนนฺตราทีหิปิ ปจฺจยา โหนฺติ, อนนฺตราทีนํ ปน อุปนิสฺสเย อนฺโตคธตฺตา สนฺตีรณตทารมฺมณานญฺจ สาธารณสฺส ตสฺส วเสน ‘‘เอกธา’’ติ วุตฺตํ.

เตภูมกวิปากเวทนานมฺปิ สหชาตมโนสมฺผสฺสสงฺขาโต โส ผสฺโส อฏฺฐธา ปจฺจโย โหตีติ โยเชตพฺพํ. ปจฺจยํ อนุปาทินฺนมฺปิ เกจิ อิจฺฉนฺตีติ ‘‘ยา ปนา’’ติอาทินา มโนทฺวาราวชฺชนผสฺสสฺส ปจฺจยภาโว วุตฺโต, ตญฺจ มุขมตฺตทสฺสนตฺถํ ทฏฺฐพฺพํ. เอเตน นเยน สพฺพสฺส อนนฺตรสฺส อนานนฺตรสฺส จ ผสฺสสฺส ตสฺสา ตสฺสา วิปากเวทนาย อุปนิสฺสยตา โยเชตพฺพาติ.

เวทนาปทนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ตณฺหาปทนิทฺเทสวณฺณนา

๒๓๒. มมตฺเตนาติ สมฺปิยายมาเนน, อสฺสาทนตณฺหายาติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ ปุตฺโต วิย เวทนา ทฏฺฐพฺพา, ขีราทโย วิย เวทนาย ปจฺจยภูตา รูปาทโย, ขีราทิทายิกา ธาติ วิย รูปาทิฉฬารมฺมณทายกา จิตฺตการาทโย ฉ. ตตฺถ เวชฺโช รสายโนชาวเสน ตทุปตฺถมฺภิตชีวิตวเสน จ ธมฺมารมฺมณสฺส ทายโกติ ทฏฺฐพฺโพ. อารมฺมณปจฺจโย อุปฺปชฺชมานสฺส อารมฺมณมตฺตเมว โหติ, น อุปนิสฺสโย วิย อุปฺปาทโกติ อุปฺปาทกสฺส อุปนิสฺสยสฺเสว วเสน ‘‘เอกธาวา’’ติ วุตฺตํ. อุปนิสฺสเยน วา อารมฺมณูปนิสฺสโย สงฺคหิโต, เตน จ อารมฺมณภาเวน ตํสภาโว อญฺโญปิ อารมฺมณภาโว ทีปิโต โหตีติ อุปนิสฺสยวเสเนว ปจฺจยภาโว วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ.

ยสฺมา วาติอาทินา น เกวลํ วิปากสุขเวทนา เอว, ติสฺโสปิ ปน เวทนา วิปากา วิเสเสน ตณฺหาย อุปนิสฺสยปจฺจโย, อวิเสเสน อิตรา จาติ ทสฺเสติ. อุเปกฺขา ปน สนฺตตฺตา, สุขมิจฺเจว ภาสิตาติ ตสฺมา สาปิ ภิยฺโย อิจฺฉนวเสน ตณฺหาย อุปนิสฺสโยติ อธิปฺปาโย. อุเปกฺขา ปน อกุสลวิปากภูตา อนิฏฺฐตฺตา ทุกฺเข อวโรเธตพฺพา, อิตรา อิฏฺฐตฺตา สุเขติ สา ทุกฺขํ วิย สุขํ วิย จ อุปนิสฺสโย โหตีติ สกฺกา วตฺตุนฺติ. ‘‘เวทนาปจฺจยา ตณฺหา’’ติ วจเนน สพฺพสฺส เวทนาวโต ปจฺจยสฺส อตฺถิตาย ตณฺหุปฺปตฺติปฺปสงฺเค ตํนิวารณตฺถมาห ‘‘เวทนาปจฺจยา จาปี’’ติอาทิ.

นนุ ‘‘อนุสยสหายา เวทนา ตณฺหาย ปจฺจโย โหตี’’ติ วจนสฺส อภาวา อติปฺปสงฺคนิวตฺตนํ น สกฺกา กาตุนฺติ? น, วฏฺฏกถาย ปวตฺตตฺตา. วฏฺฏสฺส หิ อนุสยวิรเห อภาวโต อนุสยสหิตาเยว ปจฺจโยติ อตฺถโต วุตฺตเมตํ โหตีติ. อถ วา ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา’’ติ อนุวตฺตมานตฺตา อนุสยสหิตาว ปจฺจโยติ วิญฺญายติ. ‘‘เวทนาปจฺจยา ตณฺหา’’ติ จ เอตฺถ เวทนาปจฺจยา เอว ตณฺหา, น เวทนาย วินาติ อยํ นิยโม วิญฺญายติ, น เวทนาปจฺจยา ตณฺหา โหติ เอวาติ, ตสฺมา อติปฺปสงฺโค นตฺถิ เอวาติ.

วุสีมโตติ วุสิตวโต, วุสิตพฺรหฺมจริยวาสสฺสาติ อตฺโถ. วุสฺสตีติ วา ‘‘วุสี’’ติ มคฺโค วุจฺจติ, โส เอตสฺส วุตฺโถ อตฺถีติ วุสีมา. อคฺคผลํ วา ปรินิฏฺฐิตวาสตฺตา ‘‘วุสี’’ติ วุจฺจติ, ตํ เอตสฺส อตฺถีติ วุสีมา.

ตณฺหาปทนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อุปาทานปทนิทฺเทสวณฺณนา

๒๓๓. สสฺสโต อตฺตาติ อิทํ ปุริมทิฏฺฐึ อุปาทิยมานํ อุตฺตรทิฏฺฐึ นิทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ยถา หิ เอสา ทิฏฺฐิ ทฬฺหีกรณวเสน ปุริมํ อุตฺตรา อุปาทิยติ, เอวํ ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทิกาปีติ. อตฺตคฺคหณํ ปน อตฺตวาทุปาทานนฺติ น อิทํ ทิฏฺฐุปาทานทสฺสนนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. โลโก จาติ วา อตฺตคฺคหณวินิมุตฺตํ คหณํ ทิฏฺฐุปาทานภูตํ อิธ ปุริมทิฏฺฐิอุตฺตรทิฏฺฐิวจเนหิ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘ธมฺมสงฺเขปวิตฺถาเร ปน สงฺเขปโต ตณฺหาทฬฺหตฺตํ, สงฺเขปโต ทิฏฺฐิมตฺตเมว, วิตฺถารโต ปนา’’ติ เอวํ ธมฺมสงฺเขปวิตฺถารโต สงฺเขปํ วิตฺถารญฺจ นิทฺธาเรตีติ. ธมฺมสงฺเขปวิตฺถาเรติ นิทฺธารเณ ภุมฺมํ ทฏฺฐพฺพํ.

ปกติอณุอาทีนํ สสฺสตคาหปุพฺพงฺคโม, สรีรสฺส อุจฺเฉทคฺคาหปุพฺพงฺคโม จ เตสํ สามิภูโต โกจิ สสฺสโต อุจฺฉิชฺชมาโน วา อตฺตา อตฺถีติ อตฺตคฺคาโห กทาจิ โหตีติ ‘‘เยภุยฺเยนา’’ติ วุตฺตํ. เยภุยฺเยน ปฐมํ อตฺตวาทุปาทานนฺติอาทินา วา สมฺพนฺโธ.

ยทิปิ ภวราคชวนวีถิ สพฺพปฐมํ ปวตฺตติ คหิตปฺปฏิสนฺธิกสฺส ภวนิกนฺติยา ปวตฺติตพฺพตฺตา, โส ปน ภวราโค ตณฺหาทฬฺหตฺตํ น โหตีติ มญฺญมาโน น กามุปาทานสฺส ปฐมุปฺปตฺติมาห. ตณฺหา กามุปาทานนฺติ ปน วิภาคสฺส อกรเณ สพฺพาปิ ตณฺหา กามุปาทานนฺติ, กรเณปิ กามราคโต อญฺญาปิ ตณฺหา ทฬฺหภาวํ ปตฺตา กามุปาทานนฺติ ตสฺส อรหตฺตมคฺควชฺฌตา วุตฺตา.

อุปฺปตฺติฏฺฐานภูตา จิตฺตุปฺปาทา วิสโย. ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา อาลโย, ตตฺถ รมตีติ อาลยรามา, ปชา. เตเนว สา อาลยรามตา จ สกสนฺตาเน ปรสนฺตาเน จ ปากฏา โหตีติ. อุปนิสฺสยวจเนน อารมฺมณานนฺตรปกตูปนิสฺสยา วุตฺตาติ อนนฺตรปจฺจยาทีนมฺปิ สงฺคโห กโต โหติ.

อุปาทานปทนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ภวปทนิทฺเทสวณฺณนา

๒๓๔. ผลโวหาเรน กมฺมภโว ภโวติ วุตฺโตติ อุปปตฺติภวนิพฺพจนเมว ทฺวยสฺสปิ สาธารณํ กตฺวา วทนฺโต อาห ‘‘ภวตีติ ภโว’’ติ. ภวํ คจฺฉตีติ นิปฺผาทนผลวเสน อตฺตโน ปวตฺติกาเล ภวาภิมุขํ หุตฺวา ปวตฺตตีติ อตฺโถ, นิพฺพตฺตนเมว วา เอตฺถ คมนํ อธิปฺเปตํ.

สญฺญาวตํ ภโว สญฺญาภโวติ เอตฺถ วนฺตุ-สทฺทสฺส โลโป ทฏฺฐพฺโพ, ตสฺส วา อตฺเถ อการํ กตฺวา ‘‘สญฺญภโว’’ติปิ ปาโฐ. โวกิรียติ ปสารียติ วิตฺถารียตีติ โวกาโร, โวกิรณํ วา โวกาโร, โส เอกสฺมึ ปวตฺตตฺตา เอโก โวกาโรติ วุตฺโต, ปเทสปสฏุปฺปตฺตีติ อตฺโถ.