๒. อภิธมฺมภาชนียวณฺณนา
๒๐๖-๒๑๔. อริยสจฺจ-สทฺโท สมุทเย วตฺตมาโน ปริญฺเญยฺยภาวรหิเต เอกนฺตปหาตพฺเพ ตณฺหาสงฺขาเต สมุทเย ปวตฺตติ, น ปหาตพฺพปริญฺเญยฺเยสุ อวเสสกิเลสาวเสสากุสเลสุ อปฺปหาตพฺเพสุ จ สาสวกุสลมูลาวเสสสาสวกุสเลสูติ สปฺปเทโส ตตฺถ สมุทโย โหติ, เกวลํ สจฺจสทฺเท นิปฺปเทโสติ อาห ‘‘นิปฺปเทสโต สมุทยํ ทสฺเสตุ’’นฺติ. ทุกฺขนิโรธา ปน อริยสจฺจเทสนายํ ธมฺมโต นิปฺปเทสา เอว. น หิ ตโต อญฺโญ ธมฺโม อตฺถิ, โย สจฺจเทสนายํ ทุกฺขํ นิโรโธติ จ วตฺตพฺโพ สิยา, มคฺโคปิ อฏฺฐงฺคิกปญฺจงฺคิกวาเรสุ อปุพฺโพ นตฺถิ, ตสฺมา สมุทยเมว ‘‘นิปฺปเทสโต ทสฺเสตุ’’นฺติ วทติ ตสฺส สพฺพตฺถ ตีสุปิ วาเรสุ อปุพฺพสฺส ทสฺสิตตฺตา. อปุพฺพสมุทยทสฺสนตฺถายปิ หิ สจฺจเทสนายํ ‘‘ตตฺถ กตโม ทุกฺขสมุทโย? ตณฺหา’’ติ วจนํ เกวลาย ตณฺหาย สจฺจ-สทฺทสฺส ปวตฺติทสฺสนตฺถนฺติ. เทสนาวเสน ปน ตํ ตํ สมุทยํ ฐเปตฺวา ทุกฺขํ ตสฺส ตสฺส ปหานวเสน นิโรโธ อฏฺฐงฺคิกปญฺจงฺคิกสพฺพโลกุตฺตรกุสลวเสน มคฺโค จ อริยสจฺจเทสนายํ น วุตฺโตติ ทุกฺขาทีนิ จ ตตฺถ สปฺปเทสานิ ทสฺสิตานิ โหนฺตีติ ตานิ จ นิปฺปเทสานิ ทสฺเสตุํ สจฺจเทสนา วุตฺตาติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. ปจฺจยสงฺขาตนฺติ กมฺมกิเลสวเสน ชาติอาทิทุกฺขสฺส มูลภูตนฺติ อตฺโถ.
นิโรธสจฺจํ…เป… ปญฺจหากาเรหิ นิทฺทิฏฺฐนฺติ อริยสจฺจเทสนโต สจฺจเทสนาย วิเสสํ ทสฺเสติ. ตตฺถ ‘‘ติณฺณนฺนญฺจ กุสลมูลานํ อวเสสานญฺจ สาสวกุสลานํ ปหาน’’นฺติ อิทํ เตสํ ปจฺจยานํ อวิชฺชาตณฺหาอุปาทานานํ ปหานวเสน, อวิชฺชาทีสุ วา ปหีเนสุ เตสํ อปฺปวตฺติวเสน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. น หิ กุสลา ปหาตพฺพาติ. ปหานนฺติ จ มคฺคกิจฺจวเสน ตทธิคมนียํ นิโรธํ ทสฺเสติ, นิโรธสฺเสว วา ตณฺหาทีนํ อปฺปวตฺติภาโว ปหานนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
ยทิปิ ‘‘ปุพฺเพว โข ปนสฺส กายกมฺมํ วจีกมฺมํ อาชีโว สุปริสุทฺโธ โหติ, เอวมสฺสายํ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๔๓๑) โลกุตฺตรมคฺคกฺขเณ อฏฺฐงฺคิกมคฺคปาริปูริยา อุปนิสฺสยทสฺสนตฺถํ อิทํ วุตฺตํ, ตถาปิ ‘‘ปุพฺเพว โข ปนา’’ติ วจนํ กายกมฺมาทิสุทฺธิยา ทูรตรุปนิสฺสยตํ, จกฺขาทีสุ อสารชฺชนฺตสฺส อสํยุตฺตสฺส อสมฺมูฬฺหสฺส อาทีนวานุปสฺสิโน วิหรโต ตาเยว วุฏฺฐานคามินิยา วิปสฺสนาย อายตึ ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธสุ อปจยํ คจฺฉนฺเตสุ สพฺพสงฺขาเรสุ วิวฏฺฏนวเสน, โปโนพฺภวิกตณฺหาย ปหียมานาย กิเลสทูรีภาเวน, กายิกเจตสิกทรถสนฺตาปปริฬาเหสุ ปหียมาเนสุ ปสฺสทฺธกายจิตฺตวเสน กายิกเจตสิกสุเข ปฏิสํเวทิยมาเน ‘‘ยา ตถาภูตสฺส ทิฏฺฐิ, สาสฺส โหติ สมฺมาทิฏฺฐี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๓.๔๓๑) วุตฺตานํ วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนากฺขเณ ปวตฺตานํ ปญฺจนฺนํ สมฺมาทิฏฺฐาทีนํ องฺคานํ อาสนฺนตรุปนิสฺสยตญฺจ ทสฺเสตีติ อาสนฺนตรุปนิสฺสยวเสน ปญฺจงฺคิกํ มคฺคํ สุขํ พุชฺฌนฺตานํ ปุคฺคลานํ อชฺฌาสยวเสน ปญฺจงฺคิกมคฺคเทสนาย ปวตฺตตํ ทีเปติ. เตนาห ‘‘ปุพฺเพว โข…เป… สุปริสุทฺโธ โหตีติ วจนโต’’ติอาทิ. เอวมิทํ วจนโตติ นิสฺสกฺกวจนํ เทสนุปายสฺส ญาปกนิทสฺสนํ โหติ, วจนโตติ วา อตฺตโน วจนานุรูปํ ปญฺจงฺคิโกปิ มคฺโค ปฏิปทา เอวาติ ภควตา เทสิโตติ อตฺโถ. กตฺถาติ? เทวปุเร, ตสฺมา ตํ เทสิตนยํ ทสฺเสตุํ ปญฺจงฺคิกวาโรปิ นิทฺทิฏฺโฐ ธมฺมสงฺคาหเกหิ. อถ วา ‘‘ปุพฺเพว โข ปนสฺสา’’ติ วจเนเนว อชฺฌาสยวิเสสการณนิทสฺสเกน ปุคฺคลชฺฌาสยวเสน ปญฺจงฺคิโก มคฺโคปิ ปฏิปทา เอวาติ เทสิโต โหตีติ อาห ‘‘ปุพฺเพว โข ปน…เป… วจนโต ปน…เป… เทสิโต’’ติ, ตสฺมา ตํ สุตฺตนฺเต เทสิตนยํ ทสฺเสตุํ ปญฺจงฺคิกวาโรปิ นิทฺทิฏฺโฐ ภควตา เทวปุเรติ อตฺโถ.
ฌาเนหิ เทสนาปเวโส, ภาวนาปเวโส วา ฌานาภินิเวโส. เอเกกสฺมึ โกฏฺฐาเส จตุนฺนํ จตุนฺนํ นยสหสฺสานํ ทสฺสนํ คณนาสุขตฺถนฺติ เวทิตพฺพํ. ยถา ปน ปาฬิ ฐิตา, ตถา เอเกกิสฺสา ปฏิปทาย สุญฺญตาทีสุ จ ปญฺจ ปญฺจ โกฏฺฐาเส โยเชตฺวา ปาฬิคมนํ กตนฺติ วิญฺญายติ. ตตฺถ อฏฺฐงฺคิกวาเร ทุติยชฺฌานาทีสุ ตสฺมึ สมเย สตฺตงฺคิโก มคฺโค โหตีติ โยชนา กาตพฺพา, สพฺพสงฺคาหิกวาเร จ ยถา วิชฺชมานธมฺมวเสนาติ.
อภิธมฺมภาชนียวณฺณนา นิฏฺฐิตา.