๑. สุตฺตนฺตภาชนียวณฺณนา
๑๗๒. อภิธมฺเม จ อาคตาติ อิมสฺมึ ธาตุวิภงฺเค อภิธมฺมภาชนียปญฺหปุจฺฉเกสุ, นิกฺเขปกณฺฑธมฺมหทยวิภงฺคาทีสุ จ เทสนารุฬฺหา. ยถา ปน สุตฺตนฺเต อภิธมฺเม จ อาคตา ขนฺธาทโย สุตฺตนฺเต เทสิตนิยาเมน ขนฺธวิภงฺคาทีสุ สุตฺตนฺตภาชนียวเสน วิภตฺตา, เอวมิธาปิ จกฺขุธาตาทโย สุตฺตนฺตภาชนียวเสน วิภชิตพฺพา สิยุํ. ตตฺถ ขนฺธาทีนํ สพฺพสงฺคาหโก อภิธมฺมเทสนาวิสิฏฺโฐ สุตฺตนฺเต อาคโต อญฺโญ เทเสตพฺพากาโร นตฺถีติ เต รูปกฺขนฺธาทิวเสเนว สุตฺตนฺตภาชนีเย เทสิตา, ธาตูนํ ปน โส อตฺถีติ เต ติณฺณํ ธาตุฉกฺกานํ วเสน อิธ เทสิตาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สุตฺตนฺเตเสฺวว…เป… วิภตฺตนฺติ เวทิตพฺพ’’นฺติ. เตนาห อฏฺฐกถายํ ‘‘สพฺพา ธาตุโย ฉหิ ฉหิ ธาตูหิ สงฺขิปิตฺวา’’ติ.
กถํ ปน ฉสุ ฉสุ ธาตูสุ อฏฺฐารสนฺนํ ธาตูนํ สมวโรโธติ? สภาวนิสฺสยทฺวารารมฺมณสมฺปโยคสามญฺญโต. ตตฺถ ปฐมฉกฺเก ตาว ปถวีเตโชวาโยธาตุโย สภาวโต โผฏฺฐพฺพธาตุ. อาโปธาตุอากาสธาตุโย ธมฺมธาตุเอกเทโส. วิญฺญาณธาตุ สตฺตวิญฺญาณธาตุโย. จตุธาตุคฺคหเณน เจตฺถ ตทายตฺตวุตฺติกา นิสฺสยาปเทเสน, วิญฺญาณธาตุยา ทฺวารารมฺมณภาเวน วา อวสิฏฺฐา รูปธาตุโย สมวรุทฺธา, วิญฺญาณธาตุคฺคหเณน ตํสมฺปโยคโต ธมฺมธาตุเอกเทโสติ เอวํ สพฺพธาตุสมวโรโธ ทฏฺฐพฺโพ. ทุติเย ฉปิ ธาตุโย สภาวโต, ธมฺมายตเนกเทโส, ตํสมฺปโยคโต สตฺตวิญฺญาณธาตุโย, ยถารหํ เตสํ นิสฺสยทฺวารารมฺมณภาวโต อวสิฏฺฐธาตุโย สมวรุทฺธา. ตติยฉกฺเกปิ เอเสว นโย. เอวเมตฺถ ฉสุ ฉสุ ธาตูสุ อฏฺฐารสนฺนํ ธาตูนํ สมวโรโธ ทฏฺฐพฺโพ. เตน วุตฺตํ ‘‘สพฺพา ธาตุโย ฉหิ ฉหิ ธาตูหิ สงฺขิปิตฺวา’’ติ.
สุญฺโญติ อตฺตสุญฺโญ, เตน สสภาวตาย จ อิธ ธาตุโวหาโรติ อาห ‘‘สุญฺเญ สภาวมตฺเต นิรุโฬฺห ธาตุสทฺโท’’ติ. ตํตํภูตวิวิตฺตตา รูปปริยนฺโตว อากาโสติ เยหิ วิวิตฺโต, เยสญฺจ ปริจฺเฉโท, เตหิ อสมฺผุฏฺฐตา เตสํ พฺยาปกภาเว สติ น โหตีติ อาห ‘‘จตูหิ มหาภูเตหิ อพฺยาปิตภาโว’’ติ. ปริจฺฉินฺนวุตฺตีนิ หิ ภูตานีติ.
๑๗๓. อวยววินิมุตฺโต สมุทาโย นาม โกจิ นตฺถีติ ปุริมตฺถํ อสมฺภาเวนฺโต ‘‘เทฺว เอว วา’’ติอาทินา สมุทาเยน วินา ทุติยตฺถมาห. ปจฺจตฺตํ อตฺตนิ ชาตตนฺติ ปาฏิปุคฺคลิกตํ.
ปาฏิเยกฺโก โกฏฺฐาโสติ วา โลมาทิอิตรโกฏฺฐาเสหิ อสมฺมิสฺโส วิสุํ เอโก ปถวีโกฏฺฐาโสติ อตฺโถ.
ปโยคนฺติ ภาวนาปโยคํ. วีริยนฺติ ภาวนานิปฺผาทกํ อุสฺสาหํ. อายูหนนฺติ ตาทิสํ เจตนํ.
ธาตุปฏิกฺกูลวณฺณมนสิการานนฺติ ธาตุมนสิการปฏิกฺกูลมนสิการวณฺณมนสิการานํ. อพฺยาปารตายาติ ‘‘อหเมตํ นิปฺผาเทมิ, มม เอสา นิปฺผาทนา’’ติ เจตนารหิตตาย. กโรนฺตีติ อาโภคปจฺจเวกฺขณานิ อุปฺปาเทนฺติ.
ลกฺขณวเสนาติ สภาววเสน. โส ปน ยสฺมา ปถวีธาตุยา กกฺขฬขรตา โหตีติ อาห ‘‘กกฺขฬํ ขริคตนฺติอาทิวจนํ สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ.
เวกนฺตกํ นาม สพฺพโลหจฺเฉทนสมตฺถํ โลหํ. ตถา หิ ตํ วิกนฺตติ ฉินฺทตีติ วิกนฺตํ, วิกนฺตเมว เวกนฺตกนฺติ วุจฺจติ. โลหสทิสนฺติ โลหาการํ โลหมลํ วิย ฆนสหิตํ หุตฺวา ติฏฺฐติ. ตาเปตฺวา ตาฬิตํ ปน ฉินฺนํ ฉินฺนํ หุตฺวา วิสรติ, มุทุ มฏฺฐํ กมฺมนิยํ วา น โหติ, เตน ‘‘โลหวิชาตี’’ติ วุจฺจตีติ. ติปุตมฺพาทีหีติ ติปุตมฺเพ มิสฺเสตฺวา กตํ กํสโลหํ, สีสตมฺเพ มิสฺเสตฺวา กตํ วฏฺฏโลหํ, ชสทตมฺเพ มิสฺเสตฺวา กตํ อารกูฏํ. ยํ ปน เกวลํ ชสทธาตุวินิคฺคตํ, ยํ ‘‘ปิตฺตล’’นฺติปิ วทนฺติ, ตํ อิธ นาธิปฺเปตํ, ยถาวุตฺตมิสฺสกเมว ปน คเหตฺวา ‘‘กิตฺติม’’นฺติ วุตฺตํ.
นิทสฺสนมตฺตนฺติ มุตฺตานํ ชาติโต อเนกเภทตฺตา วุตฺตํ. ตถา หิ หตฺถิกุมฺภํ วราหทาฐํ ภุชงฺคสีสํ วลาหกูฏํ เวณุปพฺพํ มจฺฉสิโร สงฺโข สิปฺปีติ อฏฺฐ มุตฺตาโยนิโย. ตตฺถ หตฺถิกุมฺภชา ปีตวณฺณา ปภาหีนา. วราหทาฐชา วราหทาฐวณฺณาว. ภุชงฺคสีสชา นีลาทิวณฺณา สุวิสุทฺธา, วฏฺฏลา จ. วลาหกชา ภาสุรา ทุพฺพิภาครูปา รตฺติภาเค อนฺธการํ วิธมนฺตา ติฏฺฐนฺติ, เทวูปโภคา เอว โหนฺติ. เวณุปพฺพชา การผลสมานวณฺณา, น ภาสุรา, เต จ เวฬโว อมนุสฺสโคจเร เอว ปเทเส ชายนฺติ. มจฺฉสีสชา ปาฐีนปิฏฺฐิสมานวณฺณา, วฏฺฏลา, ลฆโว จ โหนฺติ ปภาวิหีนา, เต จ มจฺฉา สมุทฺทมชฺเฌเยว ชายนฺติ. สงฺขชา สงฺโขรจฺฉวิวณฺณา, โกลปฺปมาณาปิ โหนฺติ ปภาวิหีนาว. สิปฺปิชา ปน ปภาวิเสสยุตฺตาว โหนฺติ นานาสณฺฐานา. เอวํ ชาติโต อฏฺฐวิธาสุ มุตฺตาสุ ยา มจฺฉสงฺขสิปฺปิชา, ตา สามุทฺทิกา. ภุชงฺคชาปิ กาจิ สามุทฺทิกาติ วทนฺติ, อิตรา อสามุทฺทิกา. เตน วุตฺตํ ‘‘สามุทฺทิกมุตฺตาติ นิทสฺสนมตฺตเมตํ, สพฺพาปิ ปน มุตฺตา มุตฺตา เอวา’’ติ. พหุลโต วา อฏฺฐกถายํ เอตํ วุตฺตํ ‘‘มุตฺตาติ สามุทฺทิกมุตฺตา’’ติ. พหุลญฺหิ โลเก สามุทฺทิกาว มุตฺตา ทิสฺสนฺติ. ตตฺถาปิ สิปฺปิชาว, อิตรา กทาจิ กาจีติ.
๑๗๔. อิธ นตฺถิ นิยโม เกวลํ ทฺรวภาวสฺเสว อธิปฺเปตตฺตา.
๑๗๕. นิสิตภาเวนาติ สนฺตาปนาทิวสปฺปวตฺเตน ติขิณภาเวน. อุสฺมาการญฺหิ นิสานํ อิธ นิสิตภาโว. ปากติโกติ สาภาวิโก กายุสฺมาติ อธิปฺเปโต. สทาติ สพฺพกาลํ ยาว ชีวิตินฺทฺริยํ ปวตฺตติ. เปตคฺคิ นิชฺฌามตณฺหิกเปตคฺคิ. อิธาติ พาหิรเตโชธาตุกถายํ.
๑๗๖. วายนํ พีชนํ, ตํ ปน ถามสา ปวตฺตีติ อาห ‘‘สเวคคมนวเสนา’’ติ. สมุทีรณํ อลฺลปริโสสนํ, ภูตสงฺฆาตสฺส เทสนฺตรุปฺปตฺติเหตุภาโว วา.
๑๗๗. ภิตฺติจฺฉิทฺทาทิวเสน ลพฺภมานํ อชฏากาสํ นิสฺสาเยว ปริจฺเฉทากาสสฺส ปริกมฺมกรณนฺติ อาห ‘‘อชฏากาสสฺส จ กถิตต’’นฺติ.
๑๗๙. สุขทุกฺขโผฏฺฐพฺพสมุฏฺฐาปนปจฺจยภาเวนาติ อิฏฺฐานิฏฺฐโผฏฺฐพฺพานํ นิพฺพตฺตกภูเตน ปจฺจยภาเวน. กสฺส ปน โส ปจฺจยภาโวติ อาห ‘‘สรีรฏฺฐกอุตุสฺสา’’ติ. ปจฺจยภาเวนาติ จ เหตุมฺหิ กรณวจนํ. เตน หิ การณภูเตน สุขทุกฺขโผฏฺฐพฺพานํ ยถาวุตฺตสมตฺถตา โหตีติ. ‘‘ตเถวา’’ติ อิมินา ‘‘ยถาพลํ สรีเรกเทสสกลสรีร’’นฺติ อิทํ อนุกฑฺฒติ. เอวนฺติ อตฺตโน ผลูปจารสิทฺเธน ผรณปฺปกาเรน. เอเตสนฺติ สุขาทีนํ. ‘‘โอฬาริกปฺปวตฺติ เอว วา ผรณ’’นฺติ อิมินา นิรุปจารํ เอเตสํ ผรณฏฺฐํ ทสฺเสติ. อุภยวโตติ สุขทุกฺขวโต, โสมนสฺสโทมนสฺสวโต จ, ผรณาผรณฏฺฐานวโต วา.
๑๘๑. เอตฺถ วุตฺตํ สงฺกปฺปนฺติ เอตสฺมึ ‘‘สงฺกปฺโป กาโม’’ติอาทิเก (มหานิ. ๑; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๘) นิทฺเทสปเทเส วุตฺตํ สงฺกปฺปํ. ตตฺถ หิ กิเลสกาโมว ‘‘สงฺกปฺปราโค ปุริสสฺส กาโม’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๖.๖๓; กถา. ๕๑๓) วิย. วตฺถุกามสฺส ตถา ตถา สงฺกปฺปนโต ปริกปฺปนโต ‘‘สงฺกปฺโป’’ติ วุตฺโต, น วิตกฺโกติ อยเมตฺถ อตฺโถ วุตฺโต. ฏีกายํ ปน วิตกฺกวเสน อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘โสปิ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺราปิ ปุริโม เอวตฺโถ อธิปฺเปโตติ เจ, สมฺปิณฺฑนตฺโถ ปิ-สทฺโท นิรตฺถโก สิยา, ‘‘กิเลสสนฺถวสมฺภวโต’’ติ จ น วตฺตพฺพํ สิยา, ปรโต จ ‘‘พฺยาปาทวจเนน พฺยาปาทวิตกฺกํ ทสฺเสตี’’ติ วกฺขติ. กิเลสกาโม วิภตฺโต กิเลสสมฺปยุตฺตตฺตาติ อธิปฺปาโย. กามปฏิพทฺธาติ เอตฺถ กาม-สทฺเทน วตฺถุกามาปิ สงฺคหิตาติ ทฏฺฐพฺพา.
๑๘๒. อุภยตฺถ อุปฺปนฺโนติ สตฺเตสุ, สงฺขาเรสูติ อุภยตฺถ อุปฺปนฺโน, สตฺตากาโร, สงฺขารากาโรติ วา อารมฺมณสฺส อุภยาการคฺคหณวเสน อุปฺปนฺโน. กมฺมปถวิเสโส, กมฺมปถวินาสโก จ กมฺมปถเภโทติ ทสฺเสตุํ ‘‘อภิชฺฌาสํโยเคนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตถา วิหึสาย วิหึสาวิตกฺกํ ทสฺเสตีติ โยชนา. วิหึสายาติ จ วิหึสาวจเนนาติ อตฺโถ. ยถาสมฺภวํ ปาณาติปาตาทิวเสนาติ อาทิ-สทฺเทน อทินฺนาทานมุสาวาทเปสุญฺญผรุสวาจาสมฺผปฺปลาเป สงฺคณฺหาติ. สพฺพ…เป… สงฺคาหเกหิ กามเนกฺขมฺมธาตูหิ. เทฺว เทฺวติ พฺยาปาทวิหึสาธาตุโย, อพฺยาปาทอวิหึสาธาตุโย จ. ‘‘เอตฺถาติ ปนา’’ติอาทินา สํกิเลสโวทานานํ สงฺกรภาวสฺส อนิฏฺฐาปชฺชนสฺส จ ทสฺสเนน ปุริมํเยว อตฺถํ พฺยติเรกมุเขน สมฺปาเทติ.
สุตฺตนฺตภาชนียวณฺณนา นิฏฺฐิตา.