๒. อภิธมฺมภาชนียวณฺณนา
๓๔. ตํ วตฺวาติ ตํ ภูมิวเสน ชานิตพฺพตํ ‘‘สพฺพาปิ จตุภูมิกเวทนา’’ติอาทินา วตฺวา. สมฺปยุตฺตโต ทสฺสิตตาทีติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน เหตุชาติภูมิอินฺทฺริยวตฺถุสมฺผสฺสชเภทโต ทสฺสิตตํ อนวเสสโต สงฺคณฺหาติ.
ยทิปิ ตํ-สทฺโท ปุพฺเพ วุตฺตสฺส สามญฺญโต ปฏินิทฺเทโส, ตถาปิ อนนฺตรเมว ปจฺจามสิตุํ ยุตฺโต อิตรตฺถ อสมฺภวโตติ อาห ‘‘อฏฺฐ…เป… โยชนา’’ติ. ‘‘อฏฺฐวิธตฺตาภาวโต’’ติ อิมินา ตํ อสมฺภวํ ทสฺเสติ.
ปูรณตฺถเมว วุตฺโต, อปุพฺพตาภาวโตติ อตฺโถ.
คหณวฑฺฒนวเสนาติ คหณสฺส วฑฺฒนวเสน. คหณนฺติ เจตฺถ กถนํ ทฏฺฐพฺพํ, ตสฺส วฑฺฒนํ ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน อวุตฺตสฺส กถนํ. เตนาห ‘‘ปุพฺเพ คหิตโต อญฺญสฺส คหณํ วฑฺฒน’’นฺติ, ตโต เอว จ ‘‘ปุริมคหิเต อญฺญุปจยวเสนา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘วฑฺฒนสทฺโท เฉทนตฺโถ’’ติ อิทํ ยถา อสิวา ‘‘สิวา’’ติ, ทิฏฺฐญฺจ ‘‘อทิฏฺฐ’’นฺติ วุจฺจติ, เอวํ ทฏฺฐพฺพํ. นยนีหรณนฺติ นียตีติ นโย, เทสนา, ตสฺส นีหรณํ ปวตฺตนํ. วฑฺฒนกนโยติ ยถาวุตฺตวฑฺฒนกวเสน ปวตฺโต เทสนานโย. อญฺเญ เภทาติ เอกวิธจตุพฺพิธาทโย เภทา. ยทิ อวิสิฏฺฐา, กสฺมา วุตฺตาติ อาห ‘‘ตถาปี’’ติอาทิ. ตตฺถ ปญฺญาปฺปเภทชนนตฺถนฺติ ธมฺมวิสยาย ปเภทคตาย ปญฺญาย วิเนยฺยานํ นิพฺพตฺตนตฺถํ, วิชฺชาฏฺฐานาทิวเสน วิเนยฺยานํ ธมฺมปฏิสมฺภิทาย อุปฺปาทนตฺถนฺติ อตฺโถ. อภิญฺเญยฺยธมฺมวิภาคตาย สมฺมสนวารสฺส วิสยภาวโต วุตฺตํ ‘‘เอเกกสฺส วารสฺส คหิตสฺส นิยฺยานมุขภาวโต’’ติ. อิตเรปิ เภทา วุตฺตาติ ทุวิธติวิธเภทานํ ยํ นานตฺตํ, ตสฺส วเสน อิตเร เภทา อนานตฺตาปิ ยถาวุตฺตการณโต วุตฺตา. ‘‘น เกวล’’นฺติอาทินา เภทานํ อญฺญมญฺญเปกฺขตํ ทสฺเสตฺวา ‘‘ตสฺมา’’ติอาทินา เตสํ วิสิฏฺฐตํ ทสฺเสติ.
ยถา ทุกมูลกาทีสุ เภทา คณนานุปุพฺพิยา ปวตฺตา ปเภทนฺตราเปกฺขา, น เอวเมเต. เอเต ปน สตฺตวิธาทิเภทา ปเภทนฺตรนิรเปกฺขา เกวลํ พหุวิธภาวสามญฺเญเนว วุตฺตาติ ทสฺเสติ ‘‘อญฺญปฺปเภทนิรเปกฺขา’’ติอาทินา. ทุกติกปทตฺถานํ ยถารหํ อเปกฺขิตพฺพาเปกฺขกภาเวน วุตฺตตฺตา ยถา ทุเก ฐเปตฺวา วุตฺตา ติกา ตตฺถ ปกฺขิตฺตา นาม ชาตา, เอวํ ติกทุกปทตฺถานํ อเปกฺขิตพฺพาเปกฺขกภาเวน วุตฺตตฺตา ทุเก วตฺวา วุตฺเตสุปิ ติเกสุ เต ปกฺขิตฺตา นาม โหนฺตีติ อาห ‘‘ปรโต…เป… โยชิตตฺตา’’ติ.
สมานวีถิยนฺติ เอกวีถิยํ. จกฺขุสงฺฆฏฺฏนายาติ จกฺขุรูปปฏิฆาเตน. โสติ จกฺขุรูปปฏิฆาโต. ตทุปฺปาทิกาติ ตสฺส จกฺขุสมฺผสฺสสฺส อุปฺปาทิกา. สาติ อาวชฺชนเวทนา. นนุ จ เวทนาปจฺจโย ผสฺโส วุตฺโต, น ผสฺสปจฺจยา เวทนาติ? น, เวทนาสีเสน จิตฺตุปฺปาทสฺส คหิตตฺตาติ. ตปฺปโยชนตฺตาติ จกฺขุสมฺผสฺสปโยชนตฺตา. ปโยชยตีติ ปโยชนํ, ผลํ.
รูปาวจรารูปาวจรานํ วิปากานนฺติ อธิปฺปาโย. เต หิ อิธ อคฺคหิตา. เตเนวาห ‘‘เตสํ สยเมว มโนทฺวารภูตตฺตา’’ติอาทิ. ตโตติ ภวงฺคโต. จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยาทิกุสลาทีนนฺติ เอตฺถ ปุริเมน อาทิ-สทฺเทน ‘‘โสตสมฺผสฺสปจฺจยา’’ติ เอวมาทโย สงฺคหิตา, ทุติเยน อกุสลาทโย. ‘‘กามาวจรอฏฺฐกุสลจิตฺตวเสนา’’ติอาทินา กุสลาพฺยากตานมฺปิ กามาวจรานํเยว โยชิตตฺตา วุตฺตํ ‘‘สมานวีถิยํ ลพฺภมานตา อฏฺฐกถายํ วุตฺตา’’ติ. เวทนาปีติสนิทสฺสนตฺติกวชฺชานํ เอกูนวีสติยา ติกานํ วเสน เอกูนวีสติจตุวีสติกา. ยทิ อสมานวีถิยมฺปิ กุสลาทีนํ ลพฺภมานตา โยเชตพฺพา, อถ กสฺมา สมานวีถิยํเยว โยชิตาติ อาห ‘‘อฏฺฐกถายํ ปนา’’ติอาทิ. เตเนวาติ อสมานวีถิยํ อปฺปฏิกฺขิตฺตตฺตาเยว.
จิตฺตสมฺพนฺโธติ จิตฺเตน สมฺพนฺโธ จิตฺตสมฺพนฺธํ กตฺวา จิตฺตสีเสน เวทนาย กถนํ. ติกภูมิวเสนาติ กุสลตฺติกาทิติกวเสน, กามาวจราทิภูมิวเสน จ. ทฺวารติกวเสนาติ จกฺขาทิอุปฺปตฺติทฺวารวเสน, กุสลตฺติกาทิติกวเสน จ. ยตฺถ กตฺถจีติ ทีเปตพฺพสฺส อตฺถสฺส วิเสสาภาวโต สตฺตวิธเภทาทีสุ ยตฺถ กตฺถจิ. น จ ทฺวารํ อนามฏฺฐนฺติ โยชนา. เตน สตฺตวิธเภทโต ตึสวิธเภเท วิเสสํ ทสฺเสติ. ยทิปิ อุภยตฺถ ภูมิโย อาคตา, รูปาวจราทิภูมิอามสเนน ปน อสมานวีถิยํ ลพฺภมานตา ทสฺสิตาติ อาห ‘‘อติพฺยตฺตา จ เอตฺถ สมานาสมานวีถีสุ ลพฺภมานตา’’ติ. สุขทีปนานิ โหนฺติ ทฺวารภูมิอามสนมุเขน เวทนากฺขนฺธสฺส วิภตฺตตฺตา. น ภูมิโย อเปกฺขิตฺวา ฐปิตาติ กเถตพฺพภาเวน ภูมิโย อเปกฺขิตฺวา น ฐปิตา, ภูมิวิภาเคน น กถิตาติ อตฺโถ. อเปกฺขิตพฺพรหิตาติ ทฺวารภูมีนํ อคฺคหิตตฺตา อากงฺขิตพฺพทฺวาราทิวิเสสรหิตา.
‘‘อุปนิสฺสยโกฏิยา’’ติ เอตฺถ นิปฺปริยายโต ปริยายโต จ อุปนิสฺสยโกฏิทสฺสนมุเขน อิธาธิปฺเปตอุปนิสฺสยโกฏึ ทสฺเสตุํ ‘‘สทฺธํ อุปนิสฺสายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อุปนิสฺสยานนฺติ เวทนาย อุปนิสฺสยภูตานํ. ทสฺสนนฺติ จกฺขุวิญฺญาณํ, ทิสฺวา วา คหณํ. อุปนิสฺสยนฺตภาเวนาติ ลามกูปนิสฺสยภาเวน. ยทิ ฆายนาทีนิ อุปนิสฺสโย ภเวยฺยุํ, ปกตูปนิสฺสยาเนว สิยุํ. ปกตูปนิสฺสโย จ นานาวีถิยํเยวาติ ตทลาภวจนํ อิธ นานาวีถิโชตกนฺติ ทสฺเสติ ‘‘ฆานาทิทฺวาเรสู’’ติอาทินา. กสิณปริกมฺมาทีนนฺติ กสิณปริกมฺมสมาปตฺตินิพฺพตฺตนวิปสฺสนาวฑฺฒนาทีนํ. ตทลาโภติ อุปนิสฺสยาลาโภ, โส จ ฆายนาทีหิ ปเรสํ ปฏิปตฺติยา ชานิตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา. อนฺติมภวิกโพธิสตฺตาทีนํ สวเนน วินา ตํผุสนํ สิยา มูลูปนิสฺสโยติ ‘‘เยภุยฺเยนา’’ติ วุตฺตํ.
สมฺปนฺนชฺฌาสโยติ วิวฏฺฏูปนิสฺสยสมฺปตฺติยา สมฺปนฺนชฺฌาสโย. เตนาติ ‘‘เอวํ จกฺขุวิญฺญาณ’’นฺติ วจเนน. ตทุปนิสฺสยนฺติ ตโต ปรํ อุปฺปนฺนกสิณรูปทสฺสนาทีนํ อุปนิสฺสยภูตํ.
ถามคมนํ นาม กามราคาทีนํเยว อาเวณิโก สภาโวติ อาห ‘‘อปฺปหีนกามราคาทิกสฺส วา’’ติ. ‘‘ราโค อุปฺปนฺโน’’ติอาทินา อิฏฺฐานิฏฺฐารมฺมเณ ราคปฏิฆานํ อุปฺปตฺติวิจารณาว วุตฺตา, น เนสํ กิจฺจวิเสโสติ กิจฺจวิเสเสน วุตฺเต ทสฺเสนฺโต ‘‘อสมเปกฺขนายา’’ติอาทิมาห. ปวตฺตา เวทนาติ อตฺโถ. ปการนฺตเรนาติ จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปนฺนกิเลสานํ สมติกฺกมนสงฺขาเตน ปการนฺตเรน. ตถา ภาวนาวเสนาติ เอตฺถ ตถา-สทฺเทน จกฺขุสมฺผสฺสสฺส จตุภูมิกเวทนาย อุปนิสฺสยภาโว เอว ปการนฺตเรน กถิโตติ อิมเมวตฺถํ อากฑฺฒติ. ภาวนาเยเวตฺถ ปการนฺตรํ.
สพฺพํ สมฺมสนํ ภาวนาติ เวทิตพฺพา, น นีวรณปฺปหานปริญฺญาว.
อญฺญมญฺญสฺส จาติ โผฏฺฐพฺพมหาภูเตสุ อิตรีตรสฺส, อาโปธาตุยา จ วเสน.
เตสนฺติ ชาติอาทีนํ, กมฺมตฺเถ เจตํ สามิวจนํ. สหชาตสฺส มโนสมฺผสฺสสฺส พลวปจฺจยภาวํ ทสฺเสตีติ สมฺพนฺโธ. ตสฺส วา ทสฺสนสฺสาติ ตสฺส วา ชาติอาทิเก ภยโต ทสฺสนวเสน ปวตฺตสฺส กามาวจรญาณสฺส.
ตเทว อตฺตโน ผลสฺเสว ผลภาเวนาติ ‘‘มโนสมฺผสฺโส’’ติ ผสฺสสฺส การณภาเวน ยํ วุตฺตํ, ตเทว วิญฺญาณํ อตฺตโน ผลสฺส ผลภาเวน วุตฺตสฺส ผสฺสสฺส ‘‘จกฺขุสมฺผสฺสช’’นฺติอาทินา ผลภาเวน วตฺตุํ น ยุตฺตํ. ‘‘มโนสมฺผสฺโส’’ติอาทินา ลพฺภมาโนปิ วิญฺญาณํ ปฏิจฺจ ผสฺสสฺส ปจฺจยภาโว เหตุผลสงฺกรปริหรณตฺถํ น วุตฺโตติ วตฺวา ยทิปิ ผสฺโส วิญฺญาณสฺส ปจฺจโย โหติ, น ปน ผสฺสสฺส วิย วิญฺญาณํ โส ตสฺส วิเสสปจฺจโย โหตีติ วิญฺญาณสฺส จกฺขุสมฺผสฺสชาทิตา น วุตฺตาติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺมา วา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
อภิธมฺมภาชนียวณฺณนา นิฏฺฐิตา.