(๒.) อายุปฺปมาณวณฺณนา

๑๐๒๔. ตโยปิ ชนาติ ตโย ชนสมูหาติ อธิปฺปาโย.

๑๐๒๕. อาภาติ โสภนา ปภา.

๑๐๒๖. กญฺจนปิณฺโฑ วิย สสฺสิริกา กญฺจนปิณฺฑสสฺสิริกา. ตตฺถ ปน โสภนปภาย กิณฺณา สุภากิณฺณาติ วตฺตพฺเพ อา-การสฺส รสฺสตฺตํ อนฺติมณ-การสฺส ห-การญฺจ กตฺวา ‘‘สุภกิณฺหา’’ติ วุตฺตา, อถ ปน สุเภน กิณฺณา สุภกิณฺณา. ปุริมปเทสุปิ ปริตฺตํ สุภํ เอเตสนฺติ ปริตฺตสุภา, อปฺปมาณํ สุภํ เอเตสนฺติ อปฺปมาณสุภาติ สุภ-สทฺเทน สมาโส โยเชตพฺโพ โหติ.

๑๐๒๗. อารมฺมณมนสิการา ปุพฺพภาเคน กถิตาติ ฌานกฺขเณ ตโต ปจฺฉา วา ปริตฺตาทิกสิณารมฺมณภาวนาย อาวชฺชเนน จ ฌานสฺส อารมฺมณมนสิการนานตฺตตา น โหติ, ปุพฺพภาคภาวนาย ปน ปุพฺพภาคาวชฺชเนน จ โหตีติ อตฺโถ. ปุพฺพภาคภาวนาย วเสน หิ ฌานํ ปริตฺตปถวีกสิณาทีสุ ตํตทารมฺมณํ โหติ, ปุพฺพภาเคน ตํตํกสิณาวชฺชเนน ตํตํมนสิการนฺติ. ฉนฺทาทโย ปน อปฺปนากฺขเณปิ วิชฺชนฺติ. ตตฺถ ปณิธีติ น ตณฺหาปตฺถนา, อถ โข ฉนฺทปตฺถนาว ทฏฺฐพฺพา. อธิโมกฺโข นิจฺฉโย. อภินีหาโร จิตฺตปฺปวตฺติเยว. ยทิ ปน ภวฉนฺทภวปตฺถนาทโย ตํตํภววิเสสนิยามกา อธิปฺเปตา. ‘‘อปฺปนายปิ วฏฺฏนฺตี’’ติ เอตสฺส อปฺปนาย ปวตฺตาย ตโต ปจฺฉาปิ วฏฺฏนฺตีติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. สญฺญาวิราคาทีหิ ปน วิเสสิยมานํ อารมฺมณํ ตถา ตถา ตตฺถ ปวตฺโต มนสิกาโร จ ภววิเสสนิยามโก ปุพฺพภาโคว วฏฺฏตีติ ‘‘อารมฺมณมนสิการา ปุพฺพภาเคน กถิตา’’ติ วุตฺตํ.

วิปุลา ผลาติ วิปุลสนฺตสุขายุวณฺณาทิผลา. สุฏฺฐุ ปสฺสนฺติ ปญฺญาจกฺขุนา มํสทิพฺพจกฺขูหิ จ.

๑๐๒๘. ‘‘ยาว น ตํ ปาปกมฺมํ พฺยนฺตี โหตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๕๐) วจนโต ‘‘กมฺมเมว ปมาณ’’นฺติ อาห, อพฺพุทาทิอายุปฺปมาณปริจฺเฉโท ปน กมฺมวเสเนว กโตติ อธิปฺปาโย.

นิลียโนกาสสฺส อภาวาติ สมานชาติเกน อจฺฉราคเณน สพฺพทา ปริวาริยมานสฺส กามคุณากิณฺณสฺส ตพฺพิรหิตฏฺฐานสฺส อภาวาติ อตฺโถ.

กึ นิยเมตีติ กึ ฌานํ อุปปตฺตึ นิยเมตีติ อตฺโถ. นว พฺรหฺมโลเกติ พฺรหฺมปาริสชฺชาทโย นวปิ โสเธตฺวา. มตฺถเกติ เวหปฺผเลสูติ อตฺโถ. เสฏฺฐภวา นามาติ ตโต ปรํ อคมนโต อุตฺตมภวาติ อธิปฺปาโย. เตเนว ภวสีสานีติ คหิตา. อิเมสุ ตีสุ ฐาเนสูติ เวหปฺผลาทิฏฺฐานานิ เอว สนฺธาย วุตฺตํ. เวหปฺผลโต ปน ปุริเมสุ นวสุ นิพฺพตฺตอนาคามี อรูปธาตุํ อุปปชฺชตีติ กตฺวา ‘‘รูปธาตุยา จุตสฺส อรูปธาตุํ อุปปชฺชนฺตสฺส กสฺสจิ สตฺต อนุสยา อนุเสนฺติ, กสฺสจิ ปญฺจ, กสฺสจิ ตโย อนุเสนฺตี’’ติ (ยม. ๒.อนุสยยมก.๓๑๑) อิทํ วุตฺตํ, น เวหปฺผลาทีสุ อุปปนฺนํ สนฺธายาติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย สิยา. ยํ ปน วุตฺตํ ‘‘นวสุ พฺรหฺมโลเกสุ นิพฺพตฺตอริยสาวกานํ ตตฺรูปปตฺติเยว โหติ, น เหฏฺฐูปปตฺตี’’ติ, เอเตน เหฏฺฐูปปตฺติ เอว นิวาริตา, น เตเสฺวว อุปรูปริ เวหปฺผเล จ อุปปตฺติ อรูปธาตูปปตฺติ จ. ‘‘ปฐมชฺฌานภูมิยํ นิพฺพตฺโต อนาคามี นว พฺรหฺมโลเก โสเธตฺวา มตฺถเก ฐิโต ปรินิพฺพาตี’’ติ อิทมฺปิ อนุปุพฺเพน อาโรหนฺตํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ น เตน ตสฺส มตฺถกํ อปฺปตฺตสฺส อรูปธาตุํ อุปปตฺติ นิวาริตาติ ทฏฺฐพฺพา.

โย วา อญฺญตฺถ ตตฺถ วา มคฺคํ ภาเวตฺวา จวิตฺวา ตตฺถ อุปปนฺโน อวิกฺขมฺภิตรูปราโค อริยสาวโก, ตํ สนฺธาย อยํ อฏฺฐกถา วุตฺตา. เตเนว ‘‘นวสุ พฺรหฺมโลเกสุ นิพฺพตฺตอริยสาวกาน’’นฺติ, ‘‘ปฐมชฺฌานภูมิยํ นิพฺพตฺโต อนาคามี’’ติ, ‘‘อิเมสุ ตีสุ ฐาเนสุ นิพฺพตฺตอนาคามิโน’’ติ จ สพฺพตฺถ นิพฺพตฺตคฺคหณํ กตํ. ตสฺส ปน เยน ตตฺถ อุปปนฺโน, ตสฺมึ รูปราเค วิกฺขมฺภิเต ปุน ภวาภิลาโส น ภวิสฺสตีติ อรูปราคุปจฺเฉโท จ ภวิสฺสติเยว. โย ปน ปุถุชฺชโน ตตฺถ นิพฺพตฺโต อริยมคฺคํ ภาเวตฺวา อรูเปหิ วิกฺขมฺภิตรูปราโค อุปฺปนฺเน มคฺเค นิพฺพตฺตภวาทีนวทสฺสนวเสน อนิวตฺติตภวาภิลาโส, ตสฺส วเสน ยมกปาฬิ ปวตฺตาติ วา อยมตฺโถ อธิปฺเปโต สิยา.

อายุปฺปมาณวณฺณนา นิฏฺฐิตา.