(๑๐.) ทสกนิทฺเทโส

ปฐมพลนิทฺเทสวณฺณนา

๘๐๙. อวิชฺชมานํ ฐานํ อฏฺฐานํ, นตฺถิ ฐานนฺติ วา อฏฺฐานํ. เอส ‘‘อนวกาโส’’ติ เอตฺถาปิ นโย. ตทตฺถนิคมนมตฺตเมว หิ ‘‘เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ วจนนฺติ. อสุเข สุขนฺติ ทิฏฺฐิวิปลฺลาโสว อิธ สุขโต อุปคมนสฺส ฐานนฺติ อธิปฺเปตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอกนฺต…เป… อตฺตทิฏฺฐิวเสนา’’ติ ปธานทิฏฺฐิมาห. เภทานุรูปสฺส สาวนํ อนุสฺสาวนํ, เภทานุรูเปน วา วจเนน วิญฺญาปนํ.

ลิงฺเค ปริวตฺเต จ โส เอว เอกกมฺมนิพฺพตฺติโต ภวงฺคปฺปพนฺโธ ชีวิตินฺทฺริยปฺปพนฺโธ จ, นาญฺโญติ อาห ‘‘อปิ ปริวตฺตลิงฺค’’นฺติ. อยํ ปโญฺหติ ญาปนิจฺฉานิพฺพตฺตา กถา.

สงฺคามจตุกฺกํ สปตฺตวเสน โยเชตพฺพํ. สพฺพตฺถ จ ปุริมํ อภิสนฺธิจิตฺตํ อปฺปมาณํ, วธกจิตฺตํ ปน ตทารมฺมณญฺจ ชีวิตินฺทฺริยํ อานนฺตริยานานนฺตริยภาเว ปมาณนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ปุถุชฺชนสฺเสว ตํ ทินฺนํ โหติ. กสฺมา? ยถา วธกจิตฺตํ ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณมฺปิ ชีวิตินฺทฺริยปฺปพนฺธวิจฺเฉทนวเสน อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺตติ, น เอวํ จาคเจตนา. สา หิ จชิตพฺพํ อารมฺมณํ กตฺวา จชนมตฺตเมว โหติ, อญฺญสกกรณญฺจ ตสฺส จชนํ, ตสฺมา ยสฺส ตํ สกํ กตํ, ตสฺเสว ทินฺนํ โหตีติ.

สณฺฐ…เป… กปฺปวินาเสเยว มุจฺจตีติ อิทํ กปฺปฏฺฐกถาย น สเมติ. ตตฺถ หิ อฏฺฐกถายํ (กถา. อฏฺฐ. ๖๕๔-๖๕๗) วุตฺตํ ‘‘อาปายิโกติ อิทํ สุตฺตํ ยํ โส เอกํ กปฺปํ อสีติภาเค กตฺวา ตโต เอกภาคมตฺตํ กาลํ ติฏฺเฐยฺย, ตํ อายุกปฺปํ สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ. กปฺปวินาเสเยวาติ ปน อายุกปฺปวินาเสเยวาติ อตฺเถ สติ นตฺถิ วิโรโธ. เอตฺถ จ สณฺฐหนฺเตติ อิทํ เสฺว วินสฺสิสฺสตีติ วิย อภูตปริกปฺปวเสน วุตฺตํ. เอกทิวสเมว ปจฺจติ ตโต ปรํ กปฺปาภาเวน อายุกปฺปสฺสปิ อภาวโตติ อวิโรธโต อตฺถโยชนา ทฏฺฐพฺพา.

ปกตตฺโตติ อนุกฺขิตฺโต. สมานสํวาสโกติ อปาราชิโก.

กึ ปน ตนฺติ โย โส ‘‘นิยโต’’ติ วุตฺโต, ตํ กึ นิยเมตีติ อตฺโถ. ตสฺเสว ปน ยถาปุจฺฉิตสฺส นิยตสฺส มิจฺฉตฺตสมฺมตฺตนิยตธมฺมานํ วิย สภาวโต วิชฺชมานตํ ยถาปุจฺฉิตญฺจ นิยามกเหตุํ ปฏิเสเธตฺวา เยน ‘‘นิยโต’’ติ ‘‘สตฺตกฺขตฺตุปรมาทิโก’’ติ จ วุจฺจติ, ตํ ยถาธิปฺเปตการณํ ทสฺเสตุํ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺเธน หี’’ติอาทิมาห. ชาตสฺส กุมารสฺส วิย อริยาย ชาติยา ชาตสฺส นามมตฺตเมตํ นิยตสตฺตกฺขตฺตุปรมาทิกํ, นิยตานิยตเภทํ นามนฺติ อตฺโถ. ยทิ ปุพฺพเหตุ นิยามโก, โสตาปนฺโน จ นิยโตติ โสตาปตฺติมคฺคโต อุทฺธํ ติณฺณํ มคฺคานํ อุปนิสฺสยภาวโต ปุพฺพเหตุกิจฺจํ, ตโต ปุพฺเพ ปน ปุพฺพเหตุกิจฺจํ นตฺถีติ โสตาปตฺติมคฺคสฺส อุปนิสฺสยาภาโว อาปชฺชติ. ยทิ หิ ตสฺสปิ ปุพฺพเหตุ อุปนิสฺสโย สิยา, โส จ นิยามโกติ โสตาปตฺติมคฺคุปฺปตฺติโต ปุพฺเพ เอว นิยโต สิยา, ตญฺจ อนิฏฺฐํ, ตสฺมาสฺส ปุพฺพเหตุนา อเหตุกตา อาปนฺนาติ อิมมตฺถํ สนฺธายาห ‘‘อิจฺจสฺส อเหตุ อปฺปจฺจยา นิพฺพตฺตึ ปาปุณาตี’’ติ.

ปฏิลทฺธมคฺโค โสตาปตฺติมคฺโค, เตเนว สตฺตกฺขตฺตุปรมาทินิยเม สติ สตฺตมภวาทิโต อุทฺธํ ปวตฺตนกสฺส ทุกฺขสฺส มูลภูตา กิเลสา เตเนว ขีณาติ อุปริ ตโย มคฺคา อกิจฺจกา โหนฺตีติ อตฺโถ. ยทิ อุปริ ตโย มคฺคา สตฺตกฺขตฺตุปรมาทิกํ นิยเมนฺติ, ตโต จ อญฺโญ โสตาปนฺโน นตฺถีติ โสตาปตฺติมคฺคสฺส อกิจฺจกตา นิปฺปโยชนตา อาปชฺชตีติ อตฺโถ. อถ สกฺกายทิฏฺฐาทิปฺปหานํ ทสฺสนกิจฺจํ, เตสํ ปหาเนน สตฺตกฺขตฺตุปรมาทิตาย ภวิตพฺพํ. สา จุปริมคฺเคหิ เอว โหตีติ สตฺตมภวาทิโต อุทฺธํ ปวตฺติโต เตน วินา วุฏฺฐาเน สกฺกายทิฏฺฐาทิปฺปหาเนน จ เตน วินา ภวิตพฺพนฺติ อาห ‘‘ปฐมมคฺเคน จ อนุปฺปชฺชิตฺวาว กิเลสา เขเปตพฺพา โหนฺตี’’ติ. น อญฺโญ โกจิ นิยเมตีติ นามกรณนิมิตฺตโต วิปสฺสนาโต อญฺโญ โกจิ นิยามโก นาม นตฺถีติ อตฺโถ. วิปสฺสนาว นิยเมตีติ จ นามกรณนิมิตฺตตํเยว สนฺธาย วุตฺตํ. เตเนวาห ‘‘อิติ สมฺมาสมฺพุทฺเธน คหิตนามมตฺตเมว ต’’นฺติ.

น อุปฺปชฺชนฺตีติ ปน อตฺถีติ ‘‘น เม อาจริโย อตฺถิ, สทิโส เม น วิชฺชตี’’ติอาทึ (ม. นิ. ๑.๒๘๕; ๒.๓๔๑; มหาว. ๑๑; กถา. ๔๐๕) อิมิสฺสา โลกธาตุยา ฐตฺวา วทนฺเตน ภควตา ‘‘กึ ปนาวุโส สาริปุตฺต, อตฺเถตรหิ อญฺเญ สมณา วา พฺราหฺมณา วา ภควตา สมสมา สมฺโพธิยนฺติ เอวํ ปุฏฺฐาหํ, ภนฺเต, โนติ วเทยฺย’’นฺติ (ที. นิ. ๓.๑๖๑) วตฺวา ตสฺส การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘อฏฺฐานเมตํ อนวกาโส, ยํ เอกิสฺสา โลกธาตุยา เทฺว อรหนฺโต สมฺมาสมฺพุทฺธา’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๒๙) อิมํ สุตฺตํ ทสฺเสนฺเตน ธมฺมเสนาปตินา จ พุทฺธกฺเขตฺตภูตํ อิมํ โลกธาตุํ ฐเปตฺวา อญฺญตฺถ อนุปฺปตฺติ วุตฺตา โหตีติ อธิปฺปาโย.

‘‘โย ปน ภิกฺขู’’ติอาทินา วุตฺตานิ สิกฺขาปทานิ มาติกา, ตาย อนฺตรหิตาย นิทานุทฺเทสสงฺขาเต ปาติโมกฺเข ปพฺพชฺชูปสมฺปทากมฺเมสุ จ สาสนํ ติฏฺฐตีติ อตฺโถ. ปาติโมกฺเข วา อนฺโตคธา ปพฺพชฺชา อุปสมฺปทา จ ตทุภยาภาเว ปาติโมกฺขาภาวโต, ตสฺมา ปาติโมกฺเข, ตาสุ จ สาสนํ ติฏฺฐตีติ วุตฺตํ. โอสกฺกิตํ นามาติ ปจฺฉิมปฏิเวธสีลเภททฺวยํ เอกโต กตฺวา ตโต ปรํ วินฏฺฐํ นาม โหตีติ อตฺโถ.

ตาติ รสฺมิโย. การุญฺญนฺติ ปริเทวนการุญฺญํ.

อนจฺฉริยตฺตาติ ทฺวีสุ อุปฺปชฺชมาเนสุ อจฺฉริยตฺตาภาวโทสโตติ อตฺโถ. วิวาทภาวโตติ วิวาทาภาวตฺถํ เทฺว น อุปฺปชฺชนฺตีติ อตฺโถ.

เอกํ พุทฺธํ ธาเรตีติ เอกพุทฺธธารณี. เอเตน เอวํสภาวา เอเต พุทฺธคุณา, เยน ทุติยพุทฺธคุเณ ธาเรตุํ อสมตฺถา อยํ โลกธาตูติ ทสฺเสติ. ปจฺจยวิเสสนิปฺผนฺนานญฺหิ ธมฺมานํ สภาววิเสโส น สกฺกา ธาเรตุนฺติ. สมํ อุทฺธํ ปชฺชตีติ สมุปาทิกา, อุทกสฺโสปริ สมํ คามินีติ อตฺโถ. ทฺวินฺนมฺปีติ เทฺวปิ, ทฺวินฺนมฺปิ วา สรีรภารํ. ฉาเทนฺตนฺติ โรจยมานํ. สกึ ภุตฺโตวาติ เอกมฺปิ อาโลปํ อชฺโฌหริตฺวาว มเรยฺยาติ อตฺโถ.

อติธมฺมภาเรนาติ ธมฺเมน นาม ปถวี ติฏฺเฐยฺย, สา กึ เตเนว จลตีติ อธิปฺปาโย. ปุน เถโร ‘‘รตนํ นาม โลเก กุฏุมฺพํ สนฺธาเรนฺตํ อภิมตญฺจ โลเกน อตฺตโน ครุสภาวตาย สกฏภงฺคสฺส การณํ อติภารภูตํ ทิฏฺฐํ. เอวํ ธมฺโม จ หิตสุขวิเสเสหิ ตํสมงฺคินํ ธาเรนฺโต อภิมโต จ วิญฺญูหิ คมฺภีราปฺปเมยฺยภาเวน ครุสภาวตฺตา อติภารภูโต ปถวีจลนสฺส การณํ โหตี’’ติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิธ, มหาราช, เทฺว สกฏา’’ติอาทิมาห. เอกสฺสาติ เอกสฺมา, เอกสฺส วา สกฏสฺส รตนํ, ตสฺมา สกฏโต คเหตฺวาติ อตฺโถ. โอสาริตนฺติ ปเวสิตํ อาหฏํ วุตฺตนฺติ อตฺโถ.

สภาวปกติกาติ อกิตฺติมปกติกาติ อตฺโถ. การณมหนฺตตฺตาติ มหนฺเตหิ ปารมิตาการเณหิ พุทฺธคุณานํ นิพฺพตฺติโตติ วุตฺตํ โหติ. ปถวีอาทโย มหนฺตา อตฺตโน อตฺตโน วิสเย เอเกกาว, เอวํ สมฺมาสมฺพุทฺโธปิ มหนฺโต อตฺตโน วิสเย เอโก เอว. โก จ ตสฺส วิสโย? ยาวตกํ เญยฺยํ, เอวํ อากาโส วิย อนนฺตวิสโย ภควา เอโก เอว โหตีติ วทนฺโต โลกธาตฺวนฺตเรสุปิ ทุติยสฺส อภาวํ ทสฺเสติ.

ปุพฺพภาเค อายูหนวเสน อายูหนสมงฺคิตา สนฺนิฏฺฐานเจตนาวเสน เจตนาสมงฺคิตา จ เวทิตพฺพา, สนฺตติขณวเสน วา. วิปาการหนฺติ ทุติยภวาทีสุ วิปจฺจนปกติตํ สนฺธาย วทติ. จลตีติ ปริวตฺตติ. สุนเขหิ วชนสีโล สุนขวาชิโก.

ปฐมพลนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ทุติยพลนิทฺเทสวณฺณนา

๘๑๐. คติโต อญฺญา คติสมฺปตฺติ นาม นตฺถีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สมฺปนฺนา คตี’’ติ อาห. มหาสุทสฺสนาทิสุราชกาโล ปฐมกปฺปิกาทิสุมนุสฺสกาโล จ กาลสมฺปตฺติ.

เอกนฺตํ กุสลสฺเสว โอกาโสติ อิทํ ยทิปิ โกจิ กายสุจริตาทิปโยคสมฺปตฺติยํ ฐิตํ พาเธยฺย, ตํ ปน พาธนํ พาธกสฺเสว อิสฺสาทินิมิตฺเตน วิปรีตคฺคาเหน ชาตํ. สา ปโยคสมฺปตฺติ สภาวโต สุขวิปากสฺเสว ปจฺจโย, น ทุกฺขวิปากสฺสาติ อิมมตฺถํ สนฺธาย วุตฺตํ. มกฺกโฏ ภตฺตปุฏํ พนฺธฏฺฐาเน มุญฺจิตฺวา ภุญฺชิตุํ น ชานาติ, ยตฺถ วา ตตฺถ วา ภินฺทิตฺวา วินาเสติ, เอวํ อนุปายญฺญูปิ โภเค. สุสาเน ฉฑฺเฑตฺวาติอาทินา ฆาเตตฺวา ฉฑฺฑิตสฺส วุฏฺฐานาภาโว วิย อปายโต วุฏฺฐานาภาโวติ ทสฺเสติ.

‘‘ปจฺจรี’’ติปิ อุฬุมฺปสฺส นามํ, เตน เอตฺถ กตา ‘‘มหาปจฺจรี’’ติ วุจฺจติ. อุทเก มรณํ ถเล มรณญฺจ เอกเมวาติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ สกฺเกน ‘‘สมุทฺทารกฺขํ กริสฺสามี’’ติ วุตฺตนฺติ? สจฺจํ วุตฺตํ, ชีวิตสฺส ลหุปริวตฺติตํ ปกาเสนฺเตหิ เถเรหิ เอวํ วุตฺตํ, ลหุปริวตฺติตาย ชีวิตเหตุ น คมิสฺสามาติ อธิปฺปาโย. อถ วา อุทเกติ นาคทีปํ สนฺธาย วุตฺตํ, ถเลติ ชมฺพุทีปํ.

เถโร น เทตีติ กถมหํ เอเตน ญาโต, เกนจิ กิญฺจิ อาจิกฺขิตํ สิยาติ สญฺญาย น อทาสิ. เตเนว ‘‘มยมฺปิ น ชานามา’’ติ วุตฺตํ. อปรสฺสาติ อปรสฺส ภิกฺขุโน ปตฺตํ อาทาย…เป… เถรสฺส หตฺเถ ฐเปสีติ โยชนา. อนายตเนติ นิกฺการเณ, อยุตฺเต วา นสฺสนฏฺฐาเน. ตุวํ อตฺตานํ รกฺเขยฺยาสิ, มยํ ปน มหลฺลกตฺตา กึ รกฺขิตฺวา กริสฺสาม, มหลฺลกตฺตา เอว จ รกฺขิตุํ น สกฺขิสฺสามาติ อธิปฺปาโย. อนาคามิตฺตา วา เถโร อตฺตนา วตฺตพฺพํ ชานิตฺวา โอวทติ.

สมฺมาปโยคสฺส คตมคฺโคติ สมฺมาปโยเคน นิปฺผาทิตตฺตา ตสฺส สญฺชานนการณนฺติ อตฺโถ.

ภูตมตฺถํ กตฺวา อภูโตปมํ กถยิสฺสตีติ อธิปฺปาโย. มนุสฺสาติ ภณฺฑาคาริกาทินิยุตฺตา มนุสฺสา มหนฺตตฺตา สมฺปฏิจฺฉิตุํ นาสกฺขึสุ.

ทุติยพลนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ตติยพลนิทฺเทสวณฺณนา

๘๑๑. อญฺจิตาติ คตา. เปจฺจาติ ปุน, มริตฺวาติ วา อตฺโถ. อุสฺสนฺนตฺตาติ วิตกฺกพหุลตาย อุสฺสนฺนตฺตาติ วทนฺติ, สูรตาทีหิ วา อุสฺสนฺนตฺตา. ทิพฺพนฺตีติ กีฬนฺติ.

สญฺชีวกาฬสุตฺตสงฺฆาตโรรุวมหาโรรุวตาปนมหาตาปนอวีจิโย อฏฺฐ มหานิรยา. เอเกกสฺส จตฺตาริ ทฺวารานิ, เอเกกสฺมึ ทฺวาเร จตฺตาโร จตฺตาโร คูถนิรยาทโยติ เอวํ โสฬส อุสฺสทนิรเย วณฺณยนฺติ.

สกฺกสุยามาทโย วิย เชฏฺฐกเทวราชา. ปชาปติวรุณอีสานาทโย วิย ทุติยาทิฏฺฐานนฺตรการโก ปริจารโก หุตฺวา.

ตติยพลนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

จตุตฺถพลนิทฺเทสวณฺณนา

๘๑๒. กปฺโปติ เทฺวธาภูตคฺโค. เอตฺถ จ พีชาทิธาตุนานตฺตวเสน ขนฺธาทิธาตุนานตฺตํ เวทิตพฺพํ.

จตุตฺถพลนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปญฺจมพลนิทฺเทสวณฺณนา

๘๑๓. อชฺฌาสยธาตูติ อชฺฌาสยสภาโว. ยถา คูถาทีนํ ธาตุสภาโว เอโส, ยํ คูถาทีเหว สํสนฺทติ, เอวํ ปุคฺคลานํ อชฺฌาสยสฺเสเวส สภาโว, ยํ ทุสฺสีลาทโย ทุสฺสีลาทิเกเหว สํสนฺทนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. ภิกฺขูปิ อาหํสูติ อญฺญมญฺญํ อาหํสุ. อาวุโส อิเม มนุสฺสา ‘‘ยถาสภาเคน ปริภุญฺชถา’’ติ วทนฺตา อเมฺห สภาคาสภาเค วิทิตฺวา หีนชฺฌาสยปณีตชฺฌาสยตํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ธาตุสํยุตฺตกมฺเม อุปเนนฺติ ตสฺส ปโยคํ ทฏฺฐุกามาติ อตฺโถ, เอวํ สภาควเสเนว อชฺฌาสยธาตุปริจฺฉินฺทนโต อชฺฌาสยธาตุสภาควเสน นิยเมตีติ อธิปฺปาโย.

ปญฺจมพลนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ฉฏฺฐพลนิทฺเทสวณฺณนา

จริตนฺติ อิธ ทุจฺจริตํ สุจริตนฺติ วุตฺตํ. อปฺปรชํ อกฺขํ เอเตสนฺติ อปฺปรชกฺขาติ อตฺโถ วิภาวิโต, อปฺปรชํ อกฺขิมฺหิ เอเตสนฺติ อปฺปรชกฺขาติปิ สทฺทตฺโถ สมฺภวติ. เอตฺถ จ อาสยชานนาทินา เยหิ อินฺทฺริเยหิ ปโรปเรหิ สตฺตา กลฺยาณปาปาสยาทิกา โหนฺติ, เตสํ ชานนํ วิภาเวตีติ เวทิตพฺพํ. เอวญฺจ กตฺวา อินฺทฺริยปโรปริยตฺตอาสยานุสยญาณานํ วิสุํ อสาธารณตา, อินฺทฺริยปโรปริยตฺตนานาธิมุตฺติกตาญาณานํ วิสุํ พลตา จ สิทฺธา โหติ.

๘๑๕. ยทริยาติ เย อริยา. อาวสึสูติ นิสฺสาย วสึสุ. เก ปน เต? ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ปญฺจงฺควิปฺปหีโน โหติ ฉฬงฺคสมนฺนาคโต เอการกฺโข จตุราปสฺเสโน ปนุณฺณปจฺเจกสจฺโจ สมวยสฏฺเฐสโน อนาวิลสงฺกปฺโป ปสฺสทฺธกายสงฺขาโร สุวิมุตฺตจิตฺโต สุวิมุตฺตปญฺโญ’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๔๘; อ. นิ. ๑๐.๑๙) เอวํ วุตฺตา. เอเตสุ ปญฺจงฺควิปฺปหีนปจฺเจกสจฺจปโนทนเอสนาสมวยสชฺชนานิ ‘‘สงฺขาเยกํ ปฏิเสวติ อธิวาเสติ ปริวชฺเชติ วิโนเทตี’’ติ (ม. นิ. ๒.๑๖๘) วุตฺเตสุ อปสฺเสเนสุ วิโนทนญฺจ มคฺคกิจฺจาเนว, อิตเร จ มคฺเคเนว สมิชฺฌนฺติ. เตนาห ‘‘เอตญฺหิ สุตฺตํ…เป… ทีเปตี’’ติ.

๘๑๖. อารมฺมณสนฺตานานุสยเนสุ อิฏฺฐารมฺมเณ อารมฺมณานุสยเนน อนุเสติ. อาจิณฺณสมาจิณฺณาติ เอเตน สมนฺตโต เวเฐตฺวา วิย ฐิตภาเวน อนุสยิตตํ ทสฺเสติ. ภวสฺสปิ วตฺถุกามตฺตา, ราควเสน วา สมานตฺตา ‘‘ภวราคานุสโย…เป… สงฺคหิโต’’ติ อาห.

๘๑๘. ‘‘ปณีตาธิมุตฺติกา ติกฺขินฺทฺริยา, อิตเร มุทินฺทฺริยา’’ติ เอวํ อินฺทฺริยวิเสสทสฺสนตฺถเมว อธิมุตฺติคฺคหณนฺติ อาห ‘‘ติกฺขินฺทฺริยมุทินฺทฺริยภาวทสฺสนตฺถ’’นฺติ.

๘๑๙. ปหานกฺกมวเสนาติ เอตฺถ ปหาตพฺพปชหนกฺกโม ปหานกฺกโมติ ทฏฺฐพฺโพ, ยสฺส ปหาเนน ภวิตพฺพํ, ตํ เตเนว ปหาเนน ปฐมํ วุจฺจติ, ตโต อปฺปหาตพฺพนฺติ อยํ วา ปหานกฺกโม.

๘๒๐. มคฺคสฺส อุปนิสฺสยภูตานิ อินฺทฺริยานิ อุปนิสฺสยอินฺทฺริยานิ.

๘๒๖. นิพฺพุติฉนฺทรหิตตฺตา อจฺฉนฺทิกฏฺฐานํ ปวิฏฺฐา. ยสฺมึ ภวงฺเค ปวตฺตมาเน ตํสนฺตติยํ โลกุตฺตรํ นิพฺพตฺตติ, ตํ ตสฺส ปาทกํ.

ฉฏฺฐพลนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สตฺตมพลนิทฺเทสวณฺณนา

๘๒๘. นิทฺทายิตฺวาติ กมฺมฏฺฐานํ มนสิ กโรนฺโต นิทฺทํ โอกฺกมิตฺวา ปฏิพุทฺโธ สมาปตฺตึ สมาปนฺโนมฺหีติ อตฺโถ. นีวรณาทีหิ วิสุทฺธจิตฺตสนฺตติ เอว จิตฺตมญฺชูสา, สมาธิ วา, กมฺมฏฺฐานํ วา. จิตฺตํ ฐเปตุนฺติ สมาปตฺติจิตฺตํ ฐเปตุํ. สญฺญาเวทยิตานํ อปคโม เอว อปคมวิโมกฺโข.

สญฺญามนสิการานํ กามาทิทุติยชฺฌานาทิปกฺขนฺทนานิ ‘‘หานภาคิยวิเสสภาคิยธมฺมา’’ติ ทสฺสิตานิ, เตหิ ปน ฌานานํ ตํสภาวตา ธมฺม-สทฺเทน วุตฺตา. ปคุณภาวโวทานํ ปคุณโวทานํ. ตเทว ปฐมชฺฌานาทีหิ วุฏฺฐหิตฺวา ทุติยชฺฌานาทิอธิคมสฺส ปจฺจยตฺตา ‘‘วุฏฺฐานํ นามา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘โวทานมฺปิ วุฏฺฐานํ, ตมฺหา ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐานมฺปิ วุฏฺฐาน’’นฺติ อิมาย วุฏฺฐานปาฬิยา อสงฺคหิตตฺตา นิโรธสมาปตฺติยา วุฏฺฐานํ ‘‘ปาฬิมุตฺตกวุฏฺฐานํ นามา’’ติ วุตฺตํ. เย ปน ‘‘นิโรธโต ผลสมาปตฺติยา วุฏฺฐาน’’นฺติ ปาฬิ นตฺถีติ วเทยฺยุํ, เต ‘‘นิโรธา วุฏฺฐหนฺตสฺส เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๑๗) อิมาย ปาฬิยา ปฏิเสเธตพฺพา.

สตฺตมพลนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ทสมพลนิทฺเทสวณฺณนา

๘๓๑. ราคาทีหิ เจตโส วิมุตฺติภูโต สมาธิ เจโตวิมุตฺติ. ปญฺญาว วิมุตฺติ ปญฺญาวิมุตฺติ. กมฺมนฺตรวิปากนฺตรเมวาติ กมฺมนฺตรสฺส วิปากนฺตรเมวาติ อตฺโถ. เจตนาเจตนาสมฺปยุตฺตกธมฺเม นิรยาทินิพฺพานคามินิปฏิปทาภูเต กมฺมนฺติ คเหตฺวา อาห ‘‘กมฺมปริจฺเฉทเมวา’’ติ. อปฺเปตุํ น สกฺโกติ อฏฺฐมนวมพลานิ วิย, ตํสทิสํ อิทฺธิวิธญาณํ วิย วิกุพฺพิตุํ. เอเตน ทสพลสทิสตญฺจ วาเรติ, ฌานาทิญาณํ วิย วา อปฺเปตุํ วิกุพฺพิตุญฺจ. ยทิปิ หิ ฌานาทิปจฺจเวกฺขณญาณํ สตฺตมพลนฺติ ตสฺส สวิตกฺกสวิจารตา วุตฺตา, ตถาปิ ฌานาทีหิ วินา ปจฺจเวกฺขณา นตฺถีติ ฌานาทิสหคตํ ญาณํ ตทนฺโตคธํ กตฺวา เอวํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อถ วา สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ฌานาทิกิจฺจํ วิย น สพฺพํ พลกิจฺจํ กาตุํ สกฺโกตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตญฺหิ ฌานํ หุตฺวา อปฺเปตุํ อิทฺธิ หุตฺวา วิกุพฺพิตุญฺจ น สกฺโกตี’’ติ วุตฺตํ, น ปน กสฺสจิ พลสฺส ฌานอิทฺธิภาวโตติ ทฏฺฐพฺพํ.

ทสมพลนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ญาณวิภงฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.