๒. ปวตฺติวารวณฺณนา
๓๓-๓๔. ‘‘ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ, ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ เอตสฺส วิสฺสชฺชเน ‘‘อพฺยากตา จาติ จิตฺตสมุฏฺฐานรูปวเสน วุตฺต’’นฺติ อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ, อิมสฺมึ ปน ปเญฺห กมฺมสมุฏฺฐานาทิรูปญฺจ ลพฺภติ, ตํ ปน ปฏิโลมวารสฺส วิสฺสชฺชเน สพฺเพสํ จวนฺตานํ, ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ, อารุปฺเป อกุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ เอตฺถ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อุปฺปชฺชมานมฺปิ กมฺมสมุฏฺฐานาทิรูปํ อคฺคเหตฺวา ‘‘อพฺยากตา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ วุตฺตตฺตา จิตฺตสมุฏฺฐานรูปเมว อิธาธิปฺเปตํ. กมฺมสมุฏฺฐานาทิรูเป น วิธานํ, นาปิ ปฏิเสโธติ เกจิ วทนฺติ, ตถา จิตฺตสมุฏฺฐานรูปเมว สนฺธาย ‘‘ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ, ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ? โน’’ติ (ยม. ๓.ธมฺมยมก.๑๖๓) วุตฺตนฺติ. ตํ ปเนตํ เอวํ น สกฺกา วตฺตุํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กมฺมสมุฏฺฐานรูปาทีนมฺปิ อุปฺปาทสฺส อุปฺปาทกฺขเณ จ นิโรธสฺส เอวมาทีหิ เอว ปาฬีหิ ปฏิเสธสิทฺธิโต.
เย จ วทนฺติ ‘‘ยถา ปฏิสมฺภิทามคฺเค นิโรธกถายํ ‘โสตาปตฺติมคฺคกฺขเณ ชาตา ธมฺมา ฐเปตฺวา จิตฺตสมุฏฺฐานรูปํ สพฺเพปิ วิราคา เจว โหนฺติ วิราคารมฺมณา วิราคโคจรา วิราคสมุทาคตา วิราคปติฏฺฐา’ติอาทีสุ ‘ฐเปตฺวา รูป’นฺติ อวตฺวา จิตฺตปฏิพทฺธตฺตา จิตฺตชรูปานํ ‘ฐเปตฺวา จิตฺตสมุฏฺฐานรูป’นฺติ วุตฺตํ, เอวมิธาปิ จิตฺตปฏิพทฺธตฺตา จิตฺตชรูปเมว กถิต’’นฺติ, ตญฺจ ตถา น โหติ. เยสญฺหิ โสตาปตฺติมคฺโค สหชาตปจฺจโย โหติ, เยสุ จ วิราคาทิอาสงฺกา โหติ, เต โสตาปตฺติมคฺคสหชาตา ธมฺมา โสตาปตฺติมคฺคกฺขเณ ชาตา ธมฺมาติ ตตฺถ วุตฺตา. โสตาปตฺติมคฺคกฺขเณ ชาตาติ หิ วจนํ มคฺเค ชาตตํ ทีเปติ, น จ กมฺมชาทีนิ อมคฺเค ชายมานานิ มคฺคกฺขเณ ชาตโวหารํ อรหนฺติ เตสํ ตสฺส โสตาปตฺติมคฺคกฺขเณ สหชาตปจฺจยตฺตาภาวโต, ตสฺมา มคฺคกฺขเณ ตํสหชาตธมฺเมสุ ฐเปตพฺพํ ฐเปตุํ ‘‘ฐเปตฺวา จิตฺตสมุฏฺฐานรูป’’นฺติ วุตฺตํ, อิธ ปน กุสลาทิธมฺมา ยสฺส ยตฺถ อุปฺปชฺชนฺติ นิรุชฺฌนฺติ จ, ตสฺส ปุคฺคลสฺส ตสฺมิญฺจ โอกาเส อพฺยากตธมฺมานํ อุปฺปาทนิโรธานํ กุสลาทิปฏิพทฺธตา อปฺปฏิพทฺธตา จ อามฏฺฐา, น จ กมฺมชาทิรูปํ อพฺยากตํ น โหติ, ตสฺมา สนฺนิฏฺฐาเนน คหิตสฺส ปุคฺคลสฺส โอกาเส วา อุปฺปาทนิโรเธสุ วิชฺชมาเนสุ อพฺยากตานํ เต เวทิตพฺพา, อวิชฺชมาเนสุ จ ปฏิเสเธตพฺพา, น จ อจิตฺตปฏิพทฺธา อพฺยากตาติ เอตฺถ น คหิตาติ สกฺกา วตฺตุํ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานญฺจ อุปฺปาทนิโรธวจนโตติ.
จตุตฺถปเญฺห ปวตฺเต อกุสลาพฺยากตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณติ อิทํ ‘‘ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ เอเตน สนฺนิฏฺฐาเนน คหิเตสุ ปญฺจโวกาเร อกุสลาพฺยากตจิตฺตานํ จตุโวกาเร จ อพฺยากตจิตฺตสฺเสว อุปฺปาทกฺขณสมงฺคิโน สนฺธาย วุตฺตํ. เอวํ สพฺพตฺถ สนฺนิฏฺฐานวเสน วิเสโส เวทิตพฺโพ.
๗๙. ‘‘เอกาวชฺชเนน ๑๖๖ อุปฺปนฺนสฺสา’’ติ วุตฺตํ, นานาวชฺชเนนปิ ปน ตโต ปุริมตรชวนวีถีสุ อุปฺปนฺนสฺส ‘‘อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อกุสลา ธมฺมา นุปฺปชฺชิสฺสนฺติ, โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา นุปฺปชฺชนฺตี’’ติ อิทํ ลกฺขณํ ลพฺภเตว, ตสฺมา เอเตน ลกฺขเณน สมานลกฺขณํ สพฺพํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ, ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณติ เอเตเนว กุสลานาคตภาวปริโยสาเนน ตาย เอว สมานลกฺขณตาย ทีปิตํ โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ. เอส นโย อกุสลาตีตภาวสฺส อพฺยากตาตีตภาวสฺส จ อาทิมฺหิ ‘‘ทุติเย อกุสเล’’ติ, ‘‘ทุติเย จิตฺเต’’ติ จ วุตฺตฏฺฐาเน. ยถา หิ ภาวนาวาเร ภาวนาปหานานํ ปริโยสาเนน อคฺคมคฺเคน ตโต ปุริมตรานิปิ ภาวนาปหานานิ ทสฺสิตานิ โหนฺติ, เอวมิธาปิ ตํ ตํ เตน เตน อาทินา อนฺเตน จ ทสฺสิตนฺติ.
๑๐๐. ปญฺจโวกาเร อกุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ วจเนน ปฏิสนฺธิจิตฺตโต โสฬสมํ, ตโต ปรมฺปิ วา ภวนิกนฺติจิตฺตํ โหติ, น ตโต โอรนฺติ วิญฺญายตีติ.
ปวตฺติวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ธมฺมยมกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.