๗. อนุสยยมกํ
ปริจฺเฉทปริจฺฉินฺนุทฺเทสวารวณฺณนา
๑. ปจฺจยปริคฺคหปริโยสานา ญาตปริญฺญาติ ปจฺจยทีปเกน มูลยมเกน ญาตปริญฺญํ, ขนฺธาทีสุ ตีรณพาหุลฺลโต ขนฺธาทิยมเกหิ ตีรณปริญฺญญฺจ วิภาเวตฺวา อนุสยปหานนฺตา ปหานปริญฺญาติ ปหาตพฺพมุทฺธภูเตหิ อนุสเยหิ ปหานปริญฺญํ วิภาเวตุํ อนุสยยมกํ อารทฺธํ. ลพฺภมานวเสนาติ อนุสยภาเวน ลพฺภมานานํ วเสนาติ อตฺโถ. ตีหากาเรหิ อนุสยานํ คาหาปนํ เตสุ ตถา อคฺคหิเตสุ อนุสยวาราทิปาฬิยา ทุรวโพธตฺตา.
อยํ ปเนตฺถ ปุริเมสูติ เอเตสุ สานุสยวาราทีสุ ปุริเมสูติ อตฺโถ. อตฺถวิเสสาภาวโต ‘‘กามธาตุํ วา ปน อุปปชฺชนฺตสฺส กามธาตุยา จุตสฺส, รูปธาตุํ วา ปน อุปปชฺชนฺตสฺส กามธาตุยา จุตสฺสา’’ติ เอวมาทีหิ อวุจฺจมาเน กถมยํ ยมกเทสนา สิยาติ? นายํ ยมกเทสนา, ปุริมวาเรหิ ปน ยมกวเสน เทสิตานํ อนุสยานํ จุติอุปปตฺติวเสน อนุสยฏฺฐานปริจฺเฉททสฺสนํ. ยมกเทสนาพาหุลฺลโต ปน สพฺพวารสมุทายสฺส อนุสยยมกนฺติ นามํ ทฏฺฐพฺพํ. อถ วา ปฏิโลมปุจฺฉาปิ อตฺถวเสน ลพฺภนฺติ, อตฺถวิเสสาภาวโต ปน น วุตฺตาติ ลพฺภมานตาวเสน เอติสฺสาปิ เทสนาย ยมกเทสนตา เวทิตพฺพา.
อนุรูปํ การณํ ลภิตฺวา อุปฺปชฺชนฺตีติ เอเตน การณลาเภ อุปฺปตฺติอรหตํ ทสฺเสติ. อปฺปหีนา หิ อนุสยา การณลาเภ สติ อุปฺปชฺชนฺติ. ยาว จ มคฺเคน เตสํ อนุปฺปตฺติอรหตา น กตา โหติ, ตาว เต เอวํปการา เอวาติ ‘‘อนุสยา’’ติ วุจฺจนฺติ. โส เอวํปกาโร อุปฺปชฺชติ-สทฺเทน คหิโต, น ขนฺธยมกาทีสุ วิย อุปฺปชฺชมานตา. เตเนว ‘‘ยสฺส กามราคานุสโย อุปฺปชฺชติ, ตสฺส ปฏิฆานุสโย อุปฺปชฺชตีติ? อามนฺตา’’ติอาทินา อุปฺปชฺชนวาโร อนุสยวาเรน นินฺนานากรโณ วิภตฺโต. อนุรูปํ การณํ ปน ลภิตฺวา เย อุปฺปชฺชึสุ อุปฺปชฺชมานา จ, เตปิ อปฺปหีนฏฺเฐน ถามคตา อเหสุํ ภวนฺติ จ. อุปฺปตฺติอรหตาย เอว จ เต อุปฺปชฺชึสุ อุปฺปชฺชนฺติ จ, น จ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนโต อญฺเญ อุปฺปตฺติอรหา นาม อตฺถิ, ตสฺมา สพฺเพ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนา กามราคาทโย ‘‘อนุสยา’’ติ วุจฺจนฺติ. อปฺปหีนฏฺเฐเนว หิ อนุสยา, อปฺปหีนา จ อตีตาทโย เอว, มคฺคสฺส ปน ตาทิสานํ อนุปฺปตฺติอรหตาปาทเนน อนุสยปฺปหานํ โหตีติ. อปฺปหีนากาโร นาม ธมฺมากาโร, น ธมฺโม, ธมฺโม เอว จ อุปฺปชฺชตีติ อิมินา อธิปฺปาเยนาห ‘‘อปฺปหีนากาโร จ อุปฺปชฺชตีติ วตฺตุํ น ยุชฺชตี’’ติ. สตฺตานุสยาติ เอตฺถ ยทิ อปฺปหีนฏฺเฐน สนฺตาเน อนุเสนฺตีติ อนุสยา, อถ กสฺมา สตฺเตว วุตฺตา, นนุ สตฺตานุสยโต อญฺเญสมฺปิ กิเลสานํ อปฺปหีนตฺตา อนุสยภาโว อาปชฺชตีติ เจ? นาปชฺชติ, อปฺปหีนมตฺตสฺเสว อนุสยภาวสฺส อวุตฺตตฺตา. วุตฺตญฺหิ ‘‘อนุสโยติ ปน อปฺปหีนฏฺเฐน ถามคตกิเลโส วุจฺจตี’’ติ (ยม. อฏฺฐ. อนุสยยมก ๑), ตสฺมา อปฺปหีนฏฺเฐน ถามคโต กิเลโสเยว อนุสโย นามาติ ยุตฺตํ. ถามคตนฺติ จ อญฺเญหิ อสาธารโณ สภาโว ทฏฺฐพฺโพ. ตถา หิ ธมฺมสภาวโพธินา ตถาคเตน อิเมเยว ‘‘อนุสยา’’ติ วุตฺตา. ถามคโตติ อนุสยสมงฺคีติ อตฺโถ.
อนุสยอุปฺปชฺชนวารานํ สมานคติกตฺตา ยถา ‘‘อนุเสตี’’ติ วจนํ อปฺปหีนาการทีปกํ, เอวํ ‘‘อุปฺปชฺชตี’’ติ วจนํ สิยาติ อุปฺปชฺชนวาเรน ‘‘อุปฺปชฺชตี’’ติ วจนสฺส อวุตฺตตา สกฺกา วตฺตุนฺติ เจ? ตํ น, วจนตฺถวิเสเสน ตํทฺวยสฺส วุตฺตตฺตา. ‘‘อนุรูปํ การณํ ลภิตฺวา อุปฺปชฺชตี’’ติ หิ เอตสฺมึ อตฺเถ อวิสิฏฺเฐปิ ‘‘อนุเสตี’’ติ วจนํ สนฺตาเน อนุสยิตตํ ถามคตภาวํ ทีเปติ. ยทิ ตเมว ‘‘อุปฺปชฺชตี’’ติ วจนํ ทีเปยฺย, กสฺสจิ วิเสสสฺส อภาวา อุปฺปชฺชนวาโร น วตฺตพฺโพ สิยา, ‘‘อุปฺปชฺชตี’’ติ วจนํ ปน อุปฺปตฺติโยคฺคํ ทีเปติ. กสฺมา? อุปฺปชฺชนวาเรน อุปฺปตฺติโยคฺคสฺส ทสฺสิตตฺตา, อนุสยสทฺทสฺส สพฺพทา วิชฺชมานานํ อปรินิปฺผนฺนสยนตฺถตาย นิวารณตฺถํ อุปฺปตฺติอรหตาย ถามคตภาวสงฺขาตสฺส ยถาธิปฺเปตสยนตฺถสฺส ทสฺสนตฺถํ ‘‘อนุเสนฺตีติ อนุรูปํ การณํ ลภิตฺวา อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ ยํ อุปฺปตฺติโยคฺควจนํ วุตฺตํ, ตํ สุวุตฺตเมวาติ อธิปฺปาโย. ตมฺปิ สุวุตฺตเมว อิมินา ตนฺติปฺปมาเณนาติ สมฺพนฺโธ. ตนฺติตฺตเยนปิ หิ จิตฺตสมฺปยุตฺตตา ทีปิตา โหติ.
ปริจฺเฉทปริจฺฉินฺนุทฺเทสวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อุปฺปตฺติฏฺฐานวารวณฺณนา
๒. กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสูติ กามาวจรภูมิยํ สุขาย จ อุเปกฺขาย จาติ อฏฺฐกถายํ กามธาตุคฺคหณํ ทฺวินฺนํ เวทนานํ วิเสสนภาเวน วุตฺตํ, เอวํ สติ กามธาตุยา กามราคานุสยสฺส อนุสยฏฺฐานตา น วุตฺตา โหติ. ทฺวีสุ ปน ราเคสุ ภวราคสฺส ตีสุ ธาตูสุ รูปารูปธาตูนํ อนุสยฏฺฐานตา วุตฺตาติ กามธาตุยา กามราคสฺส อนุสยฏฺฐานตา วตฺตพฺพา. ธาตุเวทนาสพฺพสกฺกายปริยาปนฺนวเสน หิ ติปฺปการํ อนุสยานํ อนุสยฏฺฐานํ วุตฺตนฺติ. ตสฺมา ตีสุ ธาตูสุ กามธาตุยา ตีสุ เวทนาสุ ทฺวีสุ เวทนาสุ เอตฺถ กามราคานุสโย อนุเสตีติ วิสุํ อนุสยฏฺฐานตา ธาตุยา เวทนานญฺจ โยเชตพฺพา. ทฺวีสุ เวทนาสูติ อิทญฺจ เวทนาสุ อนุสยมาโน กามราคานุสโย ทฺวีเสฺวว อนุเสติ, น ตีสูติ ติณฺณมฺปิ ฐานตานิวารณตฺถเมว วุตฺตนฺติ น สพฺพาสุ ทฺวีสุ อนุสยนปฺปตฺโต อตฺถิ, เตน เวทนาวิเสสนตฺถํ น กามธาตุคฺคหเณน โกจิ อตฺโถ. ภวราคานุสยนฏฺฐานญฺหิ อฏฺฐานญฺจ อนุสยานํ อปริยาปนฺนํ สกฺกาเย กามราคานุสยสฺส อนุสยฏฺฐานํ น โหตีติ ปากฏเมตํ. ยถา จ ‘‘ทฺวีสุ เวทนาสู’’ติ วุตฺเต ปฏิฆานุสยานุสยฏฺฐานโต อญฺญา เทฺว เวทนา คยฺหนฺติ, เอวํ ภวราคานุสยานุสยนฏฺฐานโต จ อญฺญา ตา คยฺหนฺตีติ.
เอตฺถ จ ทฺวีหิ เวทนาหิ สมฺปยุตฺเตสุ อญฺเญสุ จ ปิยรูปสาตรูเปสุ อิฏฺฐรูปาทีสุ อุปฺปชฺชมาโน กามราคานุสโย สาตสนฺตสุขคิทฺธิยา ปวตฺตตีติ ทฺวีสุ เวทนาสุ ตสฺส อนุสยนํ วุตฺตํ. อญฺญตฺถ อุปฺปชฺชมาโนปิ หิ โส อิมาสุ ทฺวีสุ เวทนาสุ อนุคโต หุตฺวา เสติ สุขมิจฺเจว อภิลภตีติ. เอวํ ปฏิฆานุสโย จ ทุกฺขเวทนาสมฺปยุตฺเตสุ อญฺเญสุ จ อปฺปิยรูปาสาตรูเปสุ อนิฏฺฐรูปาทีสุ อุปฺปชฺชมาโน ทุกฺขปฏิกูลโต ทุกฺขมิจฺเจว ปฏิหญฺญตีติ ทุกฺขเวทนเมว อนุคโต หุตฺวา เสติ, เตน ปน ตสฺมึ อนุสยนํ วุตฺตํ. เอวํ กามราคปฏิฆานํ ตีสุ เวทนาสุ อนุสยวจเนน อิฏฺฐอิฏฺฐมชฺฌตฺตอนิฏฺเฐสุ อารมฺมณปกติยา วิปรีตสญฺญาย จ วเสน อิฏฺฐาทิภาเวน คหิเตสุ กามราคปฏิฆานํ อุปฺปตฺติ ทสฺสิตา โหติ. ตตฺถ อุปฺปชฺชมานา หิ เต ตีสุ เวทนาสุ อนุเสนฺติ นาม. เวทนาตฺตยมุเขน วา เอตฺถ อิฏฺฐาทีนํ อารมฺมณานํ คหณํ เวทิตพฺพํ, กามธาตุอาทิคฺคหเณน กามสฺสาทาทิวตฺถุภูตานํ กามภวาทีนํ. ตตฺถ กามราคานุสโย ภวสฺสาทวเสน อนุสยมาโน กามธาตุยา อนุเสติ, กามสุขสฺสาทวเสน อนุสยมาโน สุโขเปกฺขาเวทนาสุ. ปฏิโฆ ทุกฺขปฏิฆาตวเสเนว ปวตฺตตีติ ยตฺถ ตตฺถ ปฏิหญฺญมาโนปิ ทุกฺขเวทนาย เอว อนุเสติ. รูปารูปภเวสุ ปน รูปารูปาวจรธมฺเมสุ จ กามสฺสาทสฺส ปวตฺติ นตฺถีติ ตตฺถ อนุสยมาโน ราโค ภวราโคอิจฺเจว เวทิตพฺโพ. ธาตุตฺตยเวทนาตฺตยคฺคหเณน จ สพฺพสกฺกายปริยาปนฺนานํ คหิตตฺตา ‘‘ยตฺถ กามราคานุสโย นานุเสติ, ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย นานุเสตี’’ติ (ยม. ๒.อนุสยยมก.๔๖) เอวมาทีนํ วิสฺสชฺชเนสุ ธาตุตฺตยเวทนาตฺตยวินิมุตฺตํ ทิฏฺฐานุสยาทีนํ อนุสยฏฺฐานํ น วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. นนุ จ อนุตฺตเรสุ วิโมกฺเขสุ ปิหํ อุปฏฺฐาปยโต ปิหปจฺจยา อุปฺปนฺนโทมนสฺเส ปฏิฆานุสโย นานุเสติ, ตถา เนกฺขมฺมสฺสิตโสมนสฺสุเปกฺขาสุ กามราเคน นานุสยิตพฺพนฺติ ตทนุสยนฏฺฐานโต อญฺญาปิ ทิฏฺฐานุสยานุสยนฏฺฐานภูตา กามาวจรเวทนา สนฺตีติ? โหนฺตุ, น ปน ธาตุตฺตยเวทนาตฺตยโต อญฺญํ ตทนุสยนฏฺฐานํ อตฺถิ, ตสฺมา ตํ น วุตฺตํ. ยสฺมา ปน ‘‘ยตฺถ กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย จ มานานุสโย จ นานุเสนฺติ, ตตฺถ ทิฏฺฐานุสโย วิจิกิจฺฉานุสโย นานุเสตีติ? อามนฺตา’’ติ (ยม. ๒.อนุสยยมก.๕๒) วุตฺตํ, ตสฺมา อวิเสเสน ทุกฺขํ ปฏิฆานุสยสฺส อนุสยนฏฺฐานนฺติ สมุทายวเสน คเหตฺวา วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตถา โลกิยสุโขเปกฺขา กามราคมานานุสยนฏฺฐานนฺติ.
อปิจ สุตฺเต ‘‘อิธาวุโส วิสาข, ภิกฺขุ อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ ‘กุทาสฺสุ นามาหํ โทมนสฺสํ ปชเหยฺย’นฺติ, โส อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิตฺวา ปฏิฆํ เตน ปชหติ, น ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสตี’’ติ เนกฺขมฺมสฺสิตํ โทมนสฺสํ อุปฺปาเทตฺวา ตํ วิกฺขมฺเภตฺวา วีริยํ กตฺวา อนาคามิมคฺเคน ปฏิฆสฺส สมุคฺฆาตนํ สนฺธาย วุตฺตํ. น หิ ปฏิเฆเนว ปฏิฆปฺปหานํ, โทมนสฺเสน วา โทมนสฺสปฺปหานํ อตฺถีติ. ปฏิฆุปฺปตฺติรหฏฺฐานตาย ปน อิธ สพฺพํ ทุกฺขํ ‘‘ปฏิฆานุสยสฺส อนุสยนฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. นิปฺปริยายเทสนา เหสา, สา ปน ปริยายเทสนา. เอวญฺจ กตฺวา ปฐมชฺฌานวิกฺขมฺภิตํ กามราคานุสยํ ตถา วิกฺขมฺภิตเมว กตฺวา อนาคามิมคฺเคน สมุคฺฆาตนํ สนฺธาย ‘‘วิวิจฺเจว…เป… ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ, ราคํ เตน ปชหติ, น ตตฺถ ราคานุสโย อนุเสตี’’ติ วุตฺตํ. เอวํ จตุตฺถชฺฌานวิกฺขมฺภิตํ อวิชฺชานุสยํ ตถา วิกฺขมฺภิตเมว กตฺวา อรหตฺตมคฺเคน สมุคฺฆาตนํ สนฺธาย ‘‘สุขสฺส จ ปหานา…เป… จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ, อวิชฺชํ เตน ปชหติ, น ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๖๕) วุตฺตํ. น หิ โลกิยจตุตฺถชฺฌานุเปกฺขาย อวิชฺชานุสโย สพฺพถา นานุเสตีติ สกฺกา วตฺตุํ ‘‘สพฺพสกฺกายปริยาปนฺเนสุ ธมฺเมสุ เอตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสตี’’ติ (ยม. อฏฺฐ. อนุสยยมก ๒) วุตฺตตฺตา, ตสฺมา อวิชฺชานุสยสฺเสว วตฺถุ จตุตฺถชฺฌานุเปกฺขา, เนกฺขมฺมสฺสิตโทมนสฺสญฺจ ปฏิฆานุสยสฺส วตฺถุ น น โหตีติ ตตฺถาปิ ตสฺส อนุสยนํ เวทิตพฺพํ. อวตฺถุภาวโต หิ อิธ อนุสยนํ น วุจฺจติ, น สุตฺตนฺเตสุ วิย วุตฺตนเยน ตํปฏิปกฺขภาวโต ตํสมุคฺฆาตกมคฺคสฺส พลวูปนิสฺสยภาวโต จาติ.
เอตฺถ จ อารมฺมเณ อนุสยฏฺฐาเน สติ ภวราควชฺโช สพฺโพ โลโภ กามราคานุสโยติ น สกฺกา วตฺตุํ. ทุกฺขาย หิ เวทนาย รูปารูปธาตูสุ จ อนุสยมาเนน ทิฏฺฐานุสเยน สมฺปยุตฺโตปิ โลโภ โลโภ เอว, น กามราคานุสโย. ยทิ สิยา, ทิฏฺฐานุสยสฺส วิย เอตสฺสปิ ฐานํ วตฺตพฺพํ สิยาติ. อถ ปน อชฺฌาสยวเสน ตนฺนินฺนตาย อนุสยนฏฺฐานํ วุตฺตํ. ยถา อิฏฺฐานํ รูปาทีนํ สุขาย จ เวทนาย อปฺปฏิลทฺธํ วา อปฺปฏิลาภโต สมนุปสฺสโต, ปฏิลทฺธปุพฺพํ วา อตีตํ นิรุทฺธํ วิคตํ ปริณตํ สมนุปสฺสโต อุปฺปชฺชมาโน ปฏิโฆ ทุกฺเข ปฏิหญฺญนวเสเนว ปวตฺตตีติ ทุกฺขเมว ตสฺส อนุสยนฏฺฐานํ วุตฺตํ, นาลมฺพิตํ, เอวํ ทุกฺขาทีสุ อภินิเวสนวเสน อุปฺปชฺชมาเนน ทิฏฺฐานุสเยน สมฺปยุตฺโตปิ โลโภ สุขาภิสงฺควเสเนว ปวตฺตตีติ สาตสนฺตสุขทฺวยเมวสฺส อนุสยฏฺฐานํ วุตฺตนฺติ ภวราควชฺชสฺส สพฺพโลภสฺส กามราคานุสยตา น วิรุชฺฌติ, เอกสฺมึเยว จ อารมฺมเณ รชฺชนฺติ ทุสฺสนฺติ จ. ตตฺถ ราโค สุขชฺฌาสโย ปฏิโฆ ทุกฺขชฺฌาสโยติ เตสํ นานานุสยฏฺฐานตา โหติ.
เอวญฺจ กตฺวา ‘‘ยตฺถ กามราคานุสโย อนุเสติ, ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสตีติ? โน’’ติ (ยม. ๒.อนุสยยมก.๑๔) วุตฺตนฺติ. อฏฺฐกถายํ ปน ทฺวีสุ เวทนาสุ อิฏฺฐารมฺมเณ จ โทมนสฺสุปฺปตฺตึ วตฺวา ‘‘โทมนสฺสมตฺตเมว ปน ตํ โหติ, น ปฏิฆานุสโย’’ติ (ยม. อฏฺฐ. อนุสยยมก ๒) วุตฺตตฺตา ยถา ตตฺถ ปฏิโฆ ปฏิฆานุสโย น โหติ, เอวํ ทุกฺขาทีสุ อุปฺปชฺชมาเนน ทิฏฺฐานุสเยน สหชาโต โลโภ กามราคานุสโย น โหติจฺเจว วิญฺญายตีติ. ยํ ปเนตํ วุตฺตํ ‘‘โทมนสฺสมตฺตเมว ปน ตํ โหติ, น ปฏิฆานุสโย’’ติ, เอตฺถ น ปฏิฆานุสโยติ นตฺถิ ปฏิฆานุสโยติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. น หิ โทมนสฺสสฺส ปฏิฆานุสยภาวาสงฺกา อตฺถีติ.
เทสนา สํกิณฺณา วิย ภเวยฺยาติ ภวราคสฺสปิ กามธาตุยา ทฺวีสุ เวทนาสุ อารมฺมณกรณวเสเนว อุปฺปตฺติ วุตฺตา วิย ภเวยฺย, ตสฺมา อารมฺมณวิเสเสน วิเสสทสฺสนตฺถํ เอวํ เทสนา กตา สหชาตเวทนาวิเสสาภาวโตติ อธิปฺปาโย.
อุปฺปตฺติฏฺฐานวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.