๑. ปณฺณตฺติวาโร

อุทฺเทสวารวณฺณนา

๒-๓. ขนฺธยมเก ฉสุ กาลเภเทสุ ปุคฺคลโอกาสปุคฺคโลกาสวเสน ขนฺธานํ อุปฺปาทนิโรธา เตสํ ปริญฺญา จ วตฺตพฺพา. เต ปน ขนฺธา ‘‘รูปกฺขนฺโธ’’ติอาทีหิ ปญฺจหิ ปเทหิ วุจฺจนฺติ, เตสํ ทส อวยวปทานิ. ตตฺถ โย รูปาทิอวยวปทาภิหิโต ธมฺโม, กึ โส เอว สมุทายปทสฺส อตฺโถ. โย จ สมุทายปเทน วุตฺโต, โส เอว อวยวปทสฺสาติ เอตสฺมึ สํสยฏฺฐาเน รูปาทิอวยวปเทหิ วุตฺโต เอกเทโส สกโล วา สมุทายปทานํ อตฺโถ, สมุทายปเทหิ ปน วุตฺโต เอกนฺเตน รูปาทิอวยวปทานํ อตฺโถติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘รูปํ รูปกฺขนฺโธ, รูปกฺขนฺโธ รูป’’นฺติอาทินา ปทโสธนวาโร วุตฺโต.

ปุน ‘‘รูปกฺขนฺโธ’’ติอาทีนํ สมาสปทานํ อุตฺตรปทตฺถปฺปธานตฺตา ปธานภูตสฺส ขนฺธปทสฺส เวทนาทิอุปปทตฺถสฺส จ สมฺภวโต ยถา ‘‘รูปกฺขนฺโธ’’ติ เอตสฺมึ ปเท รูปาวยวปเทน วุตฺตสฺส รูปกฺขนฺธภาโว โหติ รูปสทฺทสฺส ขนฺธสทฺทสฺส จ สมานาธิกรณภาวโตติ, เอวํ ตตฺถ ปธานภูเตน ขนฺธาวยวปเทน วุตฺตสฺส เวทนากฺขนฺธาทิภาโว โหติ ขนฺธปเทน เวทนาทิปทานํ สมานาธิกรณตฺตาติ เอตสฺมึ สํสยฏฺฐาเน ขนฺธาวยวปเทน วุตฺโต ธมฺโม โกจิ เกนจิ สมุทายปเทน วุจฺจติ, น สพฺโพ สพฺเพนาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘รูปํ รูปกฺขนฺโธ, ขนฺธา เวทนากฺขนฺโธ’’ติอาทินา ปทโสธนมูลจกฺกวาโร วุตฺโต. เอวญฺจ ทสฺเสนฺเตน รูปาทิสทฺทสฺส วิเสสนภาโว, ขนฺธสทฺทสฺส วิเสสิตพฺพภาโว, วิเสสนวิเสสิตพฺพานํ สมานาธิกรณภาโว จ ทสฺสิโต โหติ.

เตเนตฺถ สํสโย โหติ – กึ ขนฺธโต อญฺญมฺปิ รูปํ อตฺถิ, ยโต วินิวตฺตํ รูปํ ขนฺธวิเสสนํ โหติ, สพฺเพว ขนฺธา กึ ขนฺธวิเสสนภูเตน รูเปน วิเสสิตพฺพาติ, กึ ปน ตํ ขนฺธวิเสสนภูตํ รูปนฺติ? ภูตุปาทายรูปํ ตสฺเสว คหิตตฺตา. นิทฺเทเส ‘‘ขนฺธา รูปกฺขนฺโธ’’ติ ปทํ อุทฺธริตฺวา วิสฺสชฺชนํ กตนฺติ. เอวํ เอตสฺมึ สํสยฏฺฐาเน น ขนฺธโต อญฺญํ รูปํ อตฺถิ, เตเนว เจเตน รูปสทฺเทน วุจฺจมานํ สุทฺเธน ขนฺธสทฺเทน วุจฺจเต, น จ สพฺเพ ขนฺธา ขนฺธวิเสสนภูเตน รูเปน วิเสสิตพฺพา, เตเนว เต วิภชิตพฺพา, เอส นโย เวทนากฺขนฺธาทีสุปีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘รูปํ ขนฺโธ, ขนฺธา รูป’’นฺติอาทินา สุทฺธขนฺธวาโร วุตฺโต.

ตโต ‘‘รูปํ ขนฺโธ’’ติ เอตสฺมึ อนุญฺญายมาเน ‘‘น เกวลํ อยํ ขนฺธสทฺโท รูปวิเสสโนว, อถ โข เวทนาทิวิเสสโน จา’’ติ รูปสฺส ขนฺธภาวนิจฺฉยานนฺตรํ ขนฺธานํ รูปวิเสสนโยเค จ สํสโย โหติ. ตตฺถ น สพฺเพ ขนฺธา เวทนาทิวิเสสนยุตฺตา, อถ โข เกจิ เกนจิ วิเสสเนน ยุญฺชนฺตีติ ทสฺเสตุํ สุทฺธขนฺธมูลจกฺกวาโร วุตฺโตติ. เอวํ เยสํ อุปฺปาทาทโย วตฺตพฺพา, เตสํ ขนฺธานํ ปณฺณตฺติโสธนวเสน ตนฺนิจฺฉยตฺถํ ปณฺณตฺติวาโร วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ.

จตฺตาริ จตฺตาริ จกฺกานิ พนฺธิตฺวาติ เอตฺถ จกฺกาวยวภาวโต จกฺกานีติ ยมกานิ วุตฺตานิ เอเกกขนฺธมูลานิ จตฺตาริ จตฺตาริ ยมกานิ พนฺธิตฺวาติ. อิมินา หิ เอตฺถ อตฺเถน ภวิตพฺพนฺติ. จตฺตาริ จตฺตาริ ยมกานิ ยถา เอเกกขนฺธมูลกานิ โหนฺติ, เอวํ พนฺธิตฺวาติ วา อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ตตฺถ ‘‘รูปํ รูปกฺขนฺโธ’’ติ เอวมาทิกํ มูลปทํ นาภึ กตฺวา ‘‘ขนฺธา’’ติ อิทํ เนมึ, ‘‘เวทนากฺขนฺโธ’’ติอาทีนิ อเร กตฺวา จกฺกภาโว วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ, น มณฺฑลภาเวน สมฺพชฺฌนโต. เวทนากฺขนฺธมูลกาทีสุปิ หิ เหฏฺฐิมํ โสเธตฺวาว ปาโฐ คโต, น มณฺฑลสมฺพนฺเธนาติ. เตเนว จ การเณนาติ สุทฺธขนฺธลาภมตฺตเมว คเหตฺวา ขนฺธวิเสสเน รูปาทิมฺหิ สุทฺธรูปาทิมตฺตตาย อฏฺฐตฺวา ขนฺธวิเสสนภาวสงฺขาตํ รูปาทิอตฺถํ ทสฺเสตุํ ขนฺธสทฺเทน สห โยเชตฺวา ‘‘ขนฺธา รูปกฺขนฺโธ’’ติอาทินา นเยน ปทํ อุทฺธริตฺวา อตฺถสฺส วิภตฺตตฺตาติ อตฺโถ.

อุทฺเทสวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิทฺเทสวารวณฺณนา

๒๖. ปิยรูปํ สาตรูปนฺติ ‘‘จกฺขุํ โลเก ปิยรูปํ…เป… รูปา โลเก…เป… จกฺขุวิญฺญาณํ…เป… จกฺขุสมฺผสฺโส…เป… จกฺขุสมฺผสฺสชา เวทนา…เป… รูปสญฺญา…เป… รูปสญฺเจตนา…เป… รูปตณฺหา…เป… รูปวิตกฺโก…เป… รูปวิจาโร’’ติ (ที. นิ. ๒.๔๐๐; ม. นิ. ๑.๑๓๓; วิภ. ๒๐๓) เอวํ วุตฺตํ ตณฺหาวตฺถุภูตํ เตภูมกํ เวทิตพฺพํ, ตสฺมา ยํ ปญฺจกฺขนฺธสมุทายภูตํ ปิยรูปสาตรูปํ, ตํ เอกเทเสน รูปกฺขนฺโธ โหตีติ อาห ‘‘ปิยรูปํ สาตรูปํ รูปํ น รูปกฺขนฺโธ’’ติ. ปิยสภาวตาย วา รูปกฺขนฺโธ ปิยรูเป ปวิสติ, น รุปฺปนสภาเวนาติ ‘‘ปิยรูปํ สาตรูปํ รูปํ น รูปกฺขนฺโธ’’ติ วุตฺตํ. สญฺญายมเก ตาว ทิฏฺฐิสญฺญาติ ‘‘วิเสโส’’ติ วจนเสโส. ตตฺถ ทิฏฺฐิ เอว สญฺญา ทิฏฺฐิสญฺญา. ‘‘สยํ สมาทาย วตานิ ชนฺตุ, อุจฺจาวจํ คจฺฉติ สญฺญสตฺโต’’ติ (สุ. นิ. ๗๙๘), ‘‘สญฺญาวิรตฺตสฺส น สนฺติ คนฺถา’’ติ (สุ. นิ. ๘๕๓) จ เอวมาทีสุ หิ ทิฏฺฐิ จ ‘‘สญฺญา’’ติ วุตฺตาติ.

๒๘. ‘‘น ขนฺธา น เวทนากฺขนฺโธติ? อามนฺตา’’ติ เอวํ ขนฺธสทฺทปฺปวตฺติยา อภาเว เวทนากฺขนฺธสทฺทปฺปวตฺติยา จ อภาโวติ ปณฺณตฺติโสธนมตฺตเมว กโรตีติ ทฏฺฐพฺพํ, น อญฺญธมฺมสพฺภาโว เอเวตฺถ ปมาณํ. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘นายตนา น โสตายตนนฺติ? อามนฺตา’’ติอาทึ วกฺขตีติ.

๓๙. รูปโต อญฺเญ เวทนาทโยติ เอตฺถ โลกุตฺตรา เวทนาทโย ทฏฺฐพฺพา. เต หิ ปิยรูปา จ สาตรูปา จ น โหนฺติ ตณฺหาย อนารมฺมณตฺตาติ รูปโต อญฺเญ โหนฺตีติ. รูปญฺจ ขนฺเธ จ ฐเปตฺวา อวเสสาติ อิทมฺปิ เอเตหิ สทฺธึ น-สทฺทานํ อปฺปวตฺติมตฺตเมว สนฺธาย วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘จกฺขุญฺจ อายตเน จ ฐเปตฺวา อวเสสา น เจว จกฺขุ น จ อายตนา’’ติอาทึ (ยม. ๑.อายตนยมก.๑๕) วกฺขติ. น หิ ตตฺถ อวเสสคฺคหเณน คยฺหมานํ กญฺจิ อตฺถิ. ยทิ สิยา, ธมฺมายตนํ สิยา. วกฺขติ หิ ‘‘ธมฺโม อายตนนฺติ? อามนฺตา’’ติ (ยม. ๑.อายตนยมก.๑๖). ตณฺหาวตฺถุ จ น ตํ สิยา. ยทิ สิยา, ปิยรูปสาตรูปภาวโต รูปํ สิยา ‘‘รูปํ ขนฺโธติ? อามนฺตา’’ติ (ยม. ๑.ขนฺธยมก.๔๐) วจนโต ขนฺโธ จาติ. อฏฺฐกถายํ ปน อวิชฺชมาเนปิ วิชฺชมานํ อุปาทาย อิตฺถิปุริสาทิคฺคหณสพฺภาวํ สนฺธาย อวเสสาติ เอตฺถ ปญฺญตฺติยา คหณํ กตนฺติ เวทิตพฺพํ.

นิทฺเทสวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ปวตฺติวารวณฺณนา

๕๐-๒๐๕. ปวตฺติวาเร เวทนากฺขนฺธาทิมูลกานิ ปจฺฉิเมเนว สห โยเชตฺวา ตีณิ เทฺว เอกญฺจ ยมกานิ วุตฺตานิ, น ปุริเมน. กสฺมา? อมิสฺสกกาลเภเทสุ วาเรสุ อตฺถวิเสสาภาวโต. ปุริมสฺส หิ ปจฺฉิเมน โยชิตยมกเมว ปจฺฉิมสฺส ปุริเมน โยชนาย ปุจฺฉานํ อุปฺปฏิปาฏิยา วุจฺเจยฺย, อตฺเถ ปน น โกจิ วิเสโสติ. ปุจฺฉาวิสฺสชฺชเนสุปิ วิเสโส นตฺถิ, เตน ตถา โยชนา น กตาติ. กาลเภทา ปเนตฺถ ฉ เอว วุตฺตา. อตีเตน ปจฺจุปฺปนฺโน, อนาคเตน ปจฺจุปฺปนฺโน, อนาคเตนาตีโตติ เอเต ปน ตโย ยถาทสฺสิตา มิสฺสกกาลเภทา เอว ตโย, น วิสุํ วิชฺชนฺตีติ น คหิตา. ตตฺถ ตตฺถ หิ ปฏิโลมปุจฺฉาหิ อตีเตน ปจฺจุปฺปนฺนาทโย กาลเภทา ทสฺสิตา, เตเนว จ นเยน ‘‘ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ, ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชตี’’ติอาทิ สกฺกา โยเชตุํ. เตเนว หิ มิสฺสกกาลเภเทสุ จ น ปจฺฉิมปจฺฉิมสฺส ขนฺธสฺส ปุริมปุริเมน โยชนํ กตฺวา ยมกานิ วุตฺตานิ, อมิสฺสกกาลเภเทสุ คหิตนิยาเมน สุขคฺคหณตฺถมฺปิ ปจฺฉิมปจฺฉิเมเนว โยเชตฺวา วุตฺตานีติ.

อิมินาเยว จ ลกฺขเณนาติอาทินา เยน การเณน ‘‘ปุเรปโญฺห’’ติ จ ‘‘ปจฺฉาปโญฺห’’ติ จ นามํ วุตฺตํ, ตํ ทสฺเสติ. ยสฺส หิ สรูปทสฺสเนน วิสฺสชฺชนํ โหติ, โส ปริปูเรตฺวา วิสฺสชฺเชตพฺพตฺถสงฺคณฺหนโต ปริปุณฺณปโญฺห นาม. ตํวิสฺสชฺชนสฺส ปน ปุริมโกฏฺฐาเสน สทิสตฺถตาย ปุเรปโญฺห, ปจฺฉิมโกฏฺฐาสสทิสตฺถตาย ‘‘ปจฺฉาปโญฺห’’ติ จ นามํ วุตฺตํ. สทิสตฺถตา จ สนฺนิฏฺฐานสํสยปทวิเสสํ อวิจาเรตฺวา เอเกน ปเทน สงฺคหิตสฺส ขนฺธสฺส อุปฺปาทนิโรธลาภสามญฺญมตฺเตน ปุเรปเญฺห ทฏฺฐพฺพา. สนฺนิฏฺฐานปทสงฺคหิตสฺส วา ขนฺธสฺส อนุญฺญาตวเสน ปุเรปโญฺห วุตฺโตติ ยุตฺตํ.

สนฺนิฏฺฐานตฺถสฺเสว ปฏิกฺขิปนํ ปฏิกฺเขโป, สํสยตฺถนิวารณํ ปฏิเสโธติ อยํ ปฏิกฺเขปปฏิเสธานํ วิเสโส. ปาฬิปทเมว หุตฺวาติ ปุจฺฉาปาฬิยา ‘‘นุปฺปชฺชตี’’ติ ยํ ปทํ วุตฺตํ, น-การวิรหิตํ ตเทว ปทํ หุตฺวาติ อตฺโถ. ตตฺถ อุปฺปตฺตินิโรธปฏิเสธสฺส ปฏิเสธนตฺถํ ปาฬิคติยา วิสฺสชฺชนํ อุปฺปตฺตินิโรธานเมว ปฏิเสธนตฺถํ ปฏิเสเธน วิสฺสชฺชนํ กตนฺติ เวทิตพฺพํ.

จตุนฺนํ ปญฺหานํ ปญฺจนฺนญฺจ วิสฺสชฺชนานํ สตฺตวีสติยา ฐาเนสุ ปกฺเขโป ตเทกเทสปกฺเขปวเสน วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. ปริปุณฺณปโญฺห เอว หิ สรูปทสฺสเนน จ วิสฺสชฺชนํ สตฺตวีสติยา ฐาเนสุ ปกฺขิปิตพฺพนฺติ.

กึ นุ สกฺกา อิโต ปรนฺติ อิโต ปาฬิววตฺถานทสฺสนาทิโต อญฺโญ กึ นุ สกฺกา กาตุนฺติ อญฺญสฺส สกฺกุเณยฺยสฺส อภาวํ ทสฺเสติ.

‘‘สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชิตฺถ เวทนากฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชิตฺถา’’ติ เอเตน สุทฺธาวาสภูมีสุ เอกภูมิยมฺปิ ทุติยา อุปปตฺติ นตฺถีติ ญาปิตํ โหติ. ปฏิสนฺธิโต ปภุติ หิ ยาว จุติ, ตาว ปวตฺตกมฺมชสนฺตานํ เอกตฺเตน คเหตฺวา ตสฺส อุปฺปาทนิโรธวเสน อยํ เทสนา ปวตฺตา. ตสฺมิญฺหิ อพฺโพจฺฉินฺเน กุสลาทีนญฺจ ปวตฺติ โหติ, โวจฺฉินฺเน จ อปฺปวตฺตีติ เตเนว จ อุปฺปาทนิโรธา ทสฺสิตา, ตสฺมา ตสฺส เอกสตฺตสฺส ปฏิสนฺธิอุปฺปาทโต ยาว จุตินิโรโธ, ตาว อตีตตา นตฺถิ, น จ ตโต ปุพฺเพ ตตฺถ ปฏิสนฺธิวเสน กมฺมชสนฺตานํ อุปฺปนฺนปุพฺพนฺติ ขนฺธทฺวยมฺปิ ‘‘นุปฺปชฺชิตฺถา’’ติ วุตฺตํ. กสฺมา ปน เอตาย ปาฬิยา สกเลปิ สุทฺธาวาเส ทุติยา ปฏิสนฺธิ นตฺถีติ น วิญฺญายตีติ? อุทฺธํโสตปาฬิสพฺภาวา. เทฺวปิ หิ ปาฬิโย สํสนฺเทตพฺพาติ.

‘‘อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ เอตฺถ ‘‘ยสฺส ยตฺถ รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ เอเตน สนฺนิฏฺฐาเนน วิเสสิตา อสญฺญสตฺตาปิ สนฺตีติ เต เอว คเหตฺวา ‘‘อสญฺญสตฺตาน’’นฺติ วุตฺตํ. เตน เย สนฺนิฏฺฐาเนน วชฺชิตา, เต ตโต ปญฺจโวการํ คนฺตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ, น เตสํ ปุน อสญฺเญ อุปปตฺติปฺปสงฺโค อตฺถีติ เต สนฺธายาห – ‘‘ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชิสฺสติ เวทนากฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ (ยม. ๑.ขนฺธยมก.๖๕). เอตฺถ กึ ปญฺจโวการาทิภาโว วิย ปจฺฉิมภโวปิ โกจิ อตฺถิ, ยตฺถ เตสมนุปฺปตฺติ ภวิสฺสตีติ? นตฺถิ ปญฺจโวการาทิภเวเสฺวว ยตฺถ วา ตตฺถ วา ฐิตานํ ปจฺฉิมภวิกานํ ‘‘ยสฺส ยตฺถ รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ เอเตน สนฺนิฏฺฐาเนน สงฺคหิตตฺตา. เตสํ ตตฺถ อิตรานุปฺปตฺติภาวญฺจ อนุชานนฺโต ‘‘เวทนากฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ อาหาติ.

‘‘สุทฺธาวาเส ปรินิพฺพนฺตาน’’นฺติ อิทํ สปฺปฏิสนฺธิกานํ อปฺปฏิสนฺธิกานญฺจ สุทฺธาวาสานํ ตํตํภูมิยํ ขนฺธปรินิพฺพานวเสน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. สพฺเพสญฺหิ เตสํ ตตฺถ เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถาติ. ยถา ปน ‘‘นิรุชฺฌิสฺสตี’’ติ วจนํ ปจฺจุปฺปนฺเนปิ อุปฺปาทกฺขณสมงฺคิมฺหิ ปวตฺตติ, น เอวํ ‘‘อุปฺปชฺชิตฺถา’’ติ วจนํ ปจฺจุปฺปนฺเน ปวตฺตติ, อถ โข อุปฺปชฺชิตฺวา วิคเต อตีเต เอว, ตสฺมา ‘‘ปรินิพฺพนฺตานํ นุปฺปชฺชิตฺถา’’ติ วุตฺตํ อุปฺปนฺนสนฺตานสฺส อวิคตตฺตา. อนนฺตา โลกธาตุโยติ โอกาสสฺส อปริจฺฉินฺนตฺตา โอกาสวเสน วุจฺจมานานํ อุปฺปาทนิโรธานมฺปิ ปริจฺเฉทาภาวโต สํกิณฺณตา โหตีติ ‘‘ยตฺถ เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ นิรุชฺฌตีติ? อามนฺตา’’ติ วุตฺตํ.

ปวตฺติวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. ปริญฺญาวารวณฺณนา

๒๐๖-๒๐๘. ปุคฺคโลกาสวาโร ลพฺภมาโนปีติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ โอกาสวารสฺส อลาเภ ตสฺสปิ อลาเภน ภวิตพฺพนฺติ? น, ตตฺถ ปุคฺคลสฺเสว ปริญฺญาวจนโต. ปุคฺคโลกาสวาเรปิ หิ โอกาเส ปุคฺคลสฺเสว ปริญฺญา วุจฺจติ, น โอกาสสฺส. โอกาสวาโรปิ จ ยทิ วุจฺเจยฺย, ‘‘ยตฺถ รูปกฺขนฺธํ ปริชานาตี’’ติ โอกาเส ปุคฺคลสฺเสว ปริชานนวเสน วุจฺเจยฺย, ตสฺมา ปุคฺคโลกาสวารสฺเสว ลพฺภมานตา วุตฺตา, น โอกาสวารสฺสาติ. เตนาห – ‘‘อามนฺตา…เป… สิยา’’ติ.

เตเนวาติ ปวตฺเต จิตฺตกฺขณวเสน ติณฺณํ อทฺธานํ ลาภโต เอว, อญฺญถา จุติปฏิสนฺธิกฺขเณ รูปกฺขนฺธปริชานนสฺส อภาวา ‘‘โย รูปกฺขนฺธํ ปริชานาติ, โส เวทนากฺขนฺธํ ปริชานาตี’’ติ เอตฺถ ‘‘นตฺถี’’ติ วิสฺสชฺชเนน ภวิตพฺพํ สิยา, ‘‘อามนฺตา’’ติ จ กตนฺติ. สนฺนิฏฺฐานสํสยปทสงฺคหิตานํ ปริญฺญานํ ปวตฺเต จิตฺตกฺขเณ เอว ลาภํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โลกุตฺตรมคฺคกฺขณสฺมิญฺหี’’ติอาทิมาห. น ปริชานาตีติ ปเญฺห ปุถุชฺชนํ สนฺธาย อามนฺตาติ วุตฺตนฺติ อิทํ ปุถุชฺชนสฺส สพฺพถา ปริญฺญากิจฺจสฺส อภาวโต วุตฺตํ. ‘‘อรหา รูปกฺขนฺธํ น ปริชานาติ โน จ เวทนากฺขนฺธํ น ปริชานิตฺถ, อคฺคมคฺคสมงฺคิญฺจ อรหนฺตญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปุคฺคลา รูปกฺขนฺธญฺจ น ปริชานนฺติ เวทนากฺขนฺธญฺจ น ปริชานิตฺถา’’ติ ปน วจเนน ‘‘อคฺคมคฺคสมงฺคึ ฐเปตฺวา อญฺโญ โกจิ ปริชานาตี’’ติ วตฺตพฺโพ นตฺถีติ ทสฺสิตํ โหติ, เตน ตทวเสสปุคฺคเล สนฺธาย ‘‘อามนฺตา’’ติ วุตฺตนฺติ วิญฺญายตีติ.

ปริญฺญาวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ขนฺธยมกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. อายตนยมกํ