๑. มูลยมกํ

อุทฺเทสวารวณฺณนา

๑. ยมกานํ วเสน เทสิตตฺตาติ อิมินา ทสสุ เอเกกสฺส ยมกสมูหสฺส ตํสมูหสฺส จ สกลสฺส ปกรณสฺส ยมกานํ วเสน ลทฺธโวหารตํ ทสฺเสติ.

กุสลากุสลมูลสงฺขาตานํ ทฺวินฺนํ อตฺถานํ วเสน อตฺถยมกนฺติ เอเตน ‘‘เย เกจิ กุสลา ธมฺมา, สพฺเพ เต กุสลมูลา’’ติ เอตสฺเสว ยมกภาโว อาปชฺชตีติ เจ? นาปชฺชติ ญาตุํ อิจฺฉิตานํ ทุติยปฐมปุจฺฉาสุ วุตฺตานํ กุสลกุสลมูลวิเสสานํ, กุสลมูลกุสลวิเสเสหิ วา ญาตุํ อิจฺฉิตานํ ปฐมทุติยปุจฺฉาสุ สนฺนิฏฺฐานปทสงฺคหิตานํ กุสลกุสลมูลานํ วเสน อตฺถยมกภาวสฺส วุตฺตตฺตา. ญาตุํ อิจฺฉิตานญฺหิ วิเสสานํ วิเสสวนฺตาเปกฺขานํ, ตํวิเสสวตํ วา ธมฺมานญฺจ วิเสสาเปกฺขานํ เอตฺถ ปธานภาโวติ เอเกกาย ปุจฺฉาย เอเกโก เอว อตฺโถ สงฺคหิโต โหตีติ. อตฺถสทฺโท เจตฺถ น ธมฺมวาจโก เหตุผลาทิวาจโก วา, อถ โข ปาฬิอตฺถวาจโก. เตเนวาห ‘‘เตสญฺเญว อตฺถาน’’นฺติอาทิ.

ตีณิปิ ปทานิ เอกโต กตฺวาติ อิทํ นามปทสฺส กุสลาทีนํ สงฺคาหกตฺตมตฺตเมว สนฺธาย วุตฺตํ, น นิรวเสสสงฺคาหกตฺตํ. สพฺพกุสลาทิสงฺคณฺหนตฺถเมว จ นามปทสฺส วุตฺตตฺตา ‘‘กุสลตฺติกมาติกาย จตูสุ ปเทสู’’ติ วุตฺตํ.

อุทฺเทสวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิทฺเทสวารวณฺณนา

๕๒. อญฺญมญฺญยมเก เย เกจิ กุสลาติ อปุจฺฉิตฺวาติ เอตฺถ ยถา ทุติยยมเก ‘‘เย เกจิ กุสลมูลา’’ติ อปุจฺฉิตฺวา ‘‘เย เกจิ กุสลา’’ติ ปุจฺฉา กตา, เอวมิธาปิ ‘‘เย เกจิ กุสลา’’ติ ปุจฺฉา กาตพฺพา สิยา ปุริมยมกวิสิฏฺฐํ อปุพฺพํ คเหตฺวา ปจฺฉิมยมกสฺส อปฺปวตฺตตฺตาติ อธิปฺปาโย. ‘‘ปฏิโลมปุจฺฉานุรูปภาวโต’’ติ เกจิ. ปุริมปุจฺฉาย ปน อตฺถวเสน กตาย ตทนุรูปาย ปจฺฉิมปุจฺฉาย ภวิตพฺพํ อนุโลเม วิคตสํสยสฺส ปฏิโลเม สํสยุปฺปตฺติโต. เตน น จ ปจฺฉิมปุจฺฉานุรูปาย ปุริมปุจฺฉาย ภวิตพฺพนฺติ ปุริโมเวตฺถ อธิปฺปาโย ยุตฺโต. อิมินาปิ พฺยญฺชเนน ตสฺเสวตฺถสฺส สมฺภวโตติ อิทเมวํ น สกฺกา วตฺตุํ. น หิ กุสลพฺยญฺชนตฺโถ เอว กุสลมูเลน เอกมูลพฺยญฺชนตฺโถ, เตเนว วิสฺสชฺชนมฺปิ อสมานํ โหติ. กุสลพฺยญฺชเนน หิ ปุจฺฉาย กตาย ‘‘อวเสสา’’ติ อิมสฺมึ ฐาเน ‘‘อวเสสา กุสลา ธมฺมา’’ติ วตฺตพฺพํ โหติ, อิตรถา อวเสสา กุสลมูลสหชาตา ธมฺมาติ, น จ ตานิ วจนานิ สมานตฺถานิ กุสลกุสลาพฺยากตทีปนโตติ. อยํ ปเนตฺถ อธิปฺปาโย สิยา – ‘‘เย เกจิ กุสลา’’ติ อิมินาปิ พฺยญฺชเนน ‘‘เย เกจิ กุสลมูเลน เอกมูลา’’ติ วุตฺตพฺยญฺชนตฺถสฺเสว สมฺภวโต ทุติยยมเก วิย อปุจฺฉิตฺวา ‘‘เย เกจิ กุสลมูเลน เอกมูลา’’ติ ปุจฺฉา กตา. น หิ กุสลมูเลหิ วิย กุสลมูเลน เอกมูเลหิ อญฺเญ กุสลา สนฺติ, กุสเลหิ ปน อญฺเญปิ เต สนฺตีติ.

ปฏิโลมปุจฺฉาวณฺณนายํ ‘‘กุสลมูเลน เอกมูลา’’ติ หิ ปุจฺฉาย กตาย ‘‘มูลานิ ยานิ เอกโต อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว วิสฺสชฺชนํ กาตพฺพํ ภเวยฺยาติ วุตฺตํ, ตมฺปิ ตถา น สกฺกา วตฺตุํ. ‘‘เย วา ปน กุสลมูเลน อญฺญมญฺญมูลา, สพฺเพ เต ธมฺมา กุสลมูเลน เอกมูลา’’ติ จ ปุจฺฉิเต ‘‘อามนฺตา’’ อิจฺเจว วิสฺสชฺชเนน ภวิตพฺพํ. น หิ กุสลมูเลน อญฺญมญฺญมูเลสุ กิญฺจิ เอกมูลํ น โหติ, เยน อนุโลมปุจฺฉาย วิย วิภาโค กาตพฺโพ ภเวยฺย. ยตฺถ ตีณิ กุสลมูลานิ อุปฺปชฺชนฺติ, ตตฺถ ตานิ อญฺญมญฺญมูลานิ เอกมูลานิ จ ทฺวินฺนํ ทฺวินฺนํ เอเกเกน อญฺญมญฺเญกมูลตฺตา. ยตฺถ ปน เทฺว อุปฺปชฺชนฺติ, ตตฺถ ตานิ อญฺญมญฺญมูลาเนว, น เอกมูลานีติ เอตสฺส คหณสฺส นิวารณตฺถํ ‘‘มูลานิ ยานิ เอกโต อุปฺปชฺชนฺตี’’ติอาทินา วิสฺสชฺชนํ กาตพฺพนฺติ เจ? น, ‘‘อามนฺตา’’ติ อิมินาว วิสฺสชฺชเนน ตํคหณนิวารณโต อนุโลมปุจฺฉาวิสฺสชฺชเนน จ เอกโต อุปฺปชฺชมานานํ ทฺวินฺนํ ติณฺณญฺจ มูลานํ อญฺญมญฺเญกมูลภาวสฺส นิจฺฉิตตฺตา. อญฺญมญฺญมูลานญฺหิ สมานมูลตา เอว เอกมูลวจเนน ปุจฺฉียติ, น อญฺญมญฺญสมานมูลตา, อตฺถิ จ ทฺวินฺนํ มูลานํ สมานมูลตา. เตสุ หิ เอเกกํ อิตเรน มูเลน ตํมูเลหิ อญฺเญหิ สมานมูลนฺติ.

อญฺญมญฺญมูลตฺเต ปน นิจฺฉิเต เอกมูลตฺตสํสยาภาวโต ‘‘สพฺเพ เต ธมฺมา กุสลมูเลน เอกมูลา’’ติ ปุจฺฉา น กตาติ ทฏฺฐพฺพา. ‘‘อญฺญมญฺญสฺส มูลา เอเตสนฺติปิ อญฺญมญฺญมูลา, สมานตฺเถน เอกํ มูลํ เอเตสนฺติ เอกมูลา’’ติ อุภยมฺปิ วจนํ มูลยุตฺตตเมว วทติ, เตเนว จ อุภยตฺถาปิ ‘‘กุสลมูเลนา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ มูลโยคสามญฺเญ เอกมูลตฺเต นิจฺฉิเต ตพฺพิเสโส อญฺญมญฺญมูลภาโว น นิจฺฉิโต โหตีติ อนุโลมปุจฺฉา ปวตฺตา, มูลโยควิเสเส ปน อญฺญมญฺญมูลตฺเต นิจฺฉิเต น วินา เอกมูลตฺเตน อญฺญมญฺญมูลตฺตํ อตฺถีติ มูลโยคสามญฺญํ เอกมูลตฺตํ นิจฺฉิตเมว โหติ, ตสฺมา ‘‘เอกมูลา’’ติ ปุจฺฉํ อกตฺวา ยถา กุสลมูลวจนํ เอกมูลวจนญฺจ กุสลภาวทีปกํ น โหตีติ กุสลภาเว สํสยสพฺภาวา ปฐมทุติยยมเกสุ ‘‘สพฺเพ เต ธมฺมา กุสลา’’ติ ปฏิโลมปุจฺฉา กตา, เอวํ อญฺญมญฺญมูลวจนํ กุสลภาวทีปกํ น โหตีติ กุสลภาเว สํสยสพฺภาวา กุสลาธิการสฺส จ อนุวตฺตมานตฺตา ‘‘สพฺเพ เต ธมฺมา กุสลา’’ติ ปฏิโลมปุจฺฉา กตาติ.

๕๓-๖๑. มูลนเย วุตฺเต เอว อตฺเถ กุสลมูลภาเวน มูลสฺส วิเสสเนน สมาเนน มูเลน อญฺญมญฺญสฺส จ มูเลน มูลโยคทีปเนน จาติ อิมินา ปริยายนฺตเรน ปกาเสตุํ มูลมูลนโย วุตฺโต. อญฺญปทตฺถสมาสนฺเตน ก-กาเรน ตีสุปิ ยมเกสุ มูลโยคเมว ทีเปตุํ มูลกนโย วุตฺโต. มูลมูลกนยวจนปริยาโย วุตฺตปฺปกาโรว.

๗๔-๘๕. อพฺโพหาริกํ กตฺวาติ น เอกมูลภาวํ ลภมาเนหิ เอกโต ลพฺภมานตฺตา สเหตุกโวหารรหิตํ กตฺวา. น วา สเหตุกทุเก วิย เอตฺถ เหตุปจฺจยโยคาโยควเสน อพฺโพหาริกํ กตํ, อถ โข สเหตุกโวหารเมว ลภติ, น อเหตุกโวหารนฺติ อพฺโพหาริกํ กตํ. เอกโต ลพฺภมานกวเสนาติ อเหตุกจิตฺตุปฺปาทนิพฺพาเนหิ เหตุปจฺจยรหิเตหิ สห ลพฺภมานกรูปวเสนาติ อตฺโถ.

๘๖-๙๗. ยสฺสํ ปาฬิยํ ‘‘อเหตุกํ นามมูเลน น เอกมูลํ, สเหตุกํ นามมูเลน เอกมูล’’นฺติ (ยม. ๑.มูลยมก.๘๗) ปาโฐ อาคโต, ตตฺถ ‘‘เย เกจิ นามา ธมฺมา’’ติ นามานํ นิทฺธาริตตฺตา ‘‘อเหตุกํ สเหตุก’’นฺติ จ วุตฺเต ‘‘นาม’’นฺติ จ อิทํ วิญฺญายมานเมวาติ น วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ยตฺถ ปน ‘‘อเหตุกํ นามํ, สเหตุกํ นาม’’นฺติ (ยม. ๑.มูลยมก.๘๗) จ ปาโฐ, ตตฺถ สุปากฏภาวตฺถํ ‘‘นาม’’นฺติ วุตฺตนฺติ.

นิทฺเทสวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

มูลยมกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.