กถาวตฺถุปกรณ-มูลฏีกา

คนฺถารมฺภกถาวณฺณนา

กถานํ วตฺถุภาวโตติ กถาสมุทายสฺส ปกรณสฺส อตฺตโน เอกเทสานํ โอกาสภาวํ วทติ. สมุทาเย หิ เอกเทสา อนฺโตคธาติ. เยน ปกาเรน สงฺเขเปน อเทสยิ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘มาติกาฐปเนเนว ฐปิตสฺสา’’ติ อาห.

นิทานกถาวณฺณนา

อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายีติ ปรินิพฺพานเมว ปรินิพฺพานสฺส ปรินิพฺพานนฺตรโต วิเสสนตฺถํ กรณภาเวน วุตฺตํ. ยาย วา นิพฺพานธาตุยา อธิคตาย ปจฺฉิมจิตฺตํ อปฺปฏิสนฺธิกํ ชาตํ, สา ตสฺส อปฺปฏิสนฺธิวูปสมสฺส กรณภาเวน วุตฺตาติ. ทุพฺพลปกฺขนฺติ น กาฬาโสกํ วิย พลวนฺตํ, อถ โข เอกมณฺฑลิกนฺติ วทนฺติ. ธมฺมวาทีอธมฺมวาทีวิเสสชนนสมตฺถาย ปน ปญฺญาย อภาวโต ทุพฺพลตา วุตฺตา. เตสํเยวาติ พาหุลิยานเมว, พหุสฺสุติกาติปิ นามํ. ภินฺนกาติ มูลสงฺคีติโต มูลนิกายโต วา ภินฺนา, ลทฺธิยา สุตฺตนฺเตหิ ลิงฺคากปฺเปหิ จ วิสทิสภาวํ คตาติ อตฺโถ.

มูลสงฺคหนฺติ ปญฺจสติกสงฺคีตึ. อญฺญตฺร สงฺคหิตาติอาทีสุ ทีฆาทีสุ อญฺญตฺร สงฺคหิตโต สุตฺตนฺตราสิโต ตํ ตํ สุตฺตํ นิกฺกฑฺฒิตฺวา อญฺญตฺร อกรึสูติ วุตฺตํ โหติ. สงฺคหิตโต วา อญฺญตฺร อสงฺคหิตํ สุตฺตํ อญฺญตฺร กตฺถจิ อกรึสุ, อญฺญํ วา อกรึสูติ อตฺโถ. อตฺถํ ธมฺมญฺจาติ ปาฬิยา อตฺถํ ปาฬิญฺจ. วินเย นิกาเยสุ จ ปญฺจสูติ วินเย จ อวเสสปญฺจนิกาเยสุ จ.

‘‘เทฺวปานนฺท, เวทนา วุตฺตา มยา ปริยาเยนา’’ติอาทิ (ม. นิ. ๒.๘๙) ปริยายเทสิตํ. อุเปกฺขาเวทนา หิ สนฺตสฺมึ ปณีเต สุเข วุตฺตา ภควตาติ อยเญฺหตฺถ ปริยาโย. ‘‘ติสฺโส อิมา, ภิกฺขเว, เวทนา สุขา ทุกฺขา อุเปกฺขา เวทนา’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๔.๒๔๙-๒๕๑) นิปฺปริยายเทสิตํ. เวทนาสภาโว หิ ติวิโธติ อยเมตฺถ นิปฺปริยายตา. ‘‘สุขาปิ เวทนา อนิจฺจา สงฺขตา’’ติอาทิ (ที. นิ. ๒.๑๒๓) นีตตฺถํ. ‘‘ยํ กิญฺจิ เวทยิตํ, สพฺพํ ตํ ทุกฺข’’นฺติอาทิ (สํ. นิ. ๒.๓๒) เนยฺยตฺถํ. ‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ฐาเนหิ ชมฺพุทีปกา มนุสฺสา อุตฺตรกุรุเก จ มนุสฺเส อธิคฺคณฺหนฺติ เทเว จ ตาวตึเส’’ติอาทิกํ (อ. นิ. ๙.๒๑) อญฺญํ สนฺธาย ภณิตํ คเหตฺวา อญฺญํ อตฺถํ ฐปยึสุ. ‘‘นตฺถิ เทเวสุ พฺรหฺมจริยวาโส’’ติอาทิกํ (กถา. ๒๗๐) สุตฺตญฺจ อญฺญํ สนฺธาย ภณิตํ อตฺถญฺจ อญฺญํ ฐปยึสูติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน’’ติอาทิ (ปุ. ป. มาติกา ๔.๒๔) พฺยญฺชนจฺฉายาย สณฺหสุขุมํ สุญฺญตาทิอตฺถํ พหุํ วินาสยุํ.

วินยคมฺภีรนฺติ วินเย คมฺภีรญฺจ เอกเทสํ ฉฑฺเฑตฺวาติ อตฺโถ. กิเลสวินเยน วา คมฺภีรํ เอกเทสํ สุตฺตํ ฉฑฺเฑตฺวาติ อตฺโถ. ปติรูปนฺติ อตฺตโน อธิปฺปายานุรูปํ สุตฺตํ, สุตฺตปติรูปกํ วา อสุตฺตํ. เอกจฺเจ อฏฺฐกถากณฺฑเมว วิสฺสชฺชึสุ, เอกจฺเจ สกลํ อภิธมฺมปิฏกนฺติ อาห ‘‘อตฺถุทฺธารํ อภิธมฺมํ ฉปฺปกรณ’’นฺติ. กถาวตฺถุสฺส สวิวาทตฺเตปิ อวิวาทานิ ฉปฺปกรณานิ ปฐิตพฺพานิ สิยุํ, ตานิ นปฺปวตฺตนฺตีติ หิ ทสฺสนตฺถํ ‘‘ฉปฺปกรณ’’นฺติ วุตฺตนฺติ. ตติยสงฺคีติโต วา ปุพฺเพ ปวตฺตมานานํ วเสน ‘‘ฉปฺปกรณ’’นฺติ วุตฺตํ. อญฺญานีติ อญฺญานิ อภิธมฺมปกรณาทีนิ. นามนฺติ ยํ พุทฺธาทิปฏิสํยุตฺตํ น โหติ มญฺชุสิรีติอาทิกํ, ตํ นิกายนามํ. ลิงฺคนฺติ นิวาสนปารุปนาทิวิเสสกตํ สณฺฐานวิเสสํ. สิกฺกาทิกํ ปริกฺขารํ. อากปฺโป ฐานาทีสุ องฺคฏฺฐปนวิเสโส ทฏฺฐพฺโพ. กรณนฺติ จีวรสิพฺพนาทิกิจฺจวิเสโส.

สงฺกนฺติกสฺสปิเกน นิกาเยน วาเทน วา ภินฺนา สงฺกนฺติกาติ อตฺโถ. สงฺกนฺติกานํ เภทา สุตฺตวาที อนุปุพฺเพน ภิชฺชถ ภิชฺชึสูติ อตฺโถ. ภินฺนวาเทนาติ ภินฺนา วาทา เอตสฺมินฺติ ภินฺนวาโท, เตน อภินฺเนน เถรวาเทน สห อฏฺฐารส โหนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. ภินฺนวาเทนาติ วา ภินฺนาย ลทฺธิยา อฏฺฐารส โหนฺติ, เต สพฺเพปิ สหาติ อตฺโถ. เถรวาทานมุตฺตโมติ เอตฺถ เถร-อิติ อวิภตฺติโก นิทฺเทโส. เถรานํ อยนฺติ เถโร. โก โส? วาโท. เถโร วาทานมุตฺตโมติ อยเมตฺถ อตฺโถ.

อุปฺปนฺเน วาเท สนฺธาย ‘‘ปรปฺปวาทมถน’’นฺติ อาห. อายตึ อุปฺปชฺชนกวาทานํ ปฏิเสธนลกฺขณภาวโต ‘‘อายติลกฺขณ’’นฺติ วุตฺตํ.

นิทานกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

มหาวคฺโค

๑. ปุคฺคลกถา

๑. สุทฺธสจฺจิกฏฺโฐ

๑. อนุโลมปจฺจนีกวณฺณนา

๑. มายาย อมณิอาทโย มณิอาทิอากาเรน ทิสฺสมานา ‘‘มายา’’ติ วุตฺตา. อภูเตน มณิอุทกาทิอากาเรน คยฺหมานา มายามรีจิอาทโย อภูตญฺเญยฺยาการตฺตา อสจฺจิกฏฺฐา. โย ตถา น โหติ, โส สจฺจิกฏฺโฐติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘มายา…เป… ภูตตฺโถ’’ติ. อนุสฺสวาทิวเสน คยฺหมาโน ตถาปิ โหติ อญฺญถาปีติ ตาทิโส เญยฺโย น ปรมตฺโถ, อตฺตปจฺจกฺโข ปน ปรมตฺโถติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อนุสฺสวา…เป… อุตฺตมตฺโถ’’ติ.

ฉลวาทสฺสาติ อตฺถีติ วจนสามญฺเญน อตฺถีติ วุตฺเตหิ รูปาทีหิ สามญฺญวจนสฺสาติ อธิปฺปาโย. ‘‘โส สจฺจิ…เป… ลทฺธึ คเหตฺวา อามนฺตาติ ปฏิชานาตี’’ติ วจนโต ปน ‘‘ฉลวาทสฺสา’’ติ น สกฺกา วตฺตุํ. น หิ ลทฺธิ ฉลนฺติ. โอกาสํ อททมาโนติ ปติฏฺฐํ ปจฺฉินฺทนฺโต. ยทิ สจฺจิกฏฺเฐน อุปลพฺภติ, รูปาทโย วิย อุปลพฺเภยฺย, ตถา อนุปลพฺภนียโต น ตว วาโท ติฏฺฐตีติ นิวตฺเตนฺโตติ อธิปฺปาโย. ตํ สนฺธายาติ ‘‘โย สจฺจิกฏฺโฐ’’ติ เอตฺถ วุตฺโต โย สจฺจิกฏฺโฐ, โส สปฺปจฺจยาทิภาเวน ทีปิโต ‘‘รูปญฺจ อุปลพฺภตี’’ติอาทีสุ อาคโต ธมฺมปฺปเภโทติ ทสฺเสติ.

‘‘เตน สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถนา’’ติ วตฺวา ‘‘เตนากาเรนา’’ติ วทโต อยมธิปฺปาโย – สจฺจิกฏฺฐปรมตฺถากาเรน อุปลพฺภมานํ สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถน อุปลพฺภมานํ นาม โหตีติ. อญฺญถา ตโตติ ตสฺส เตนากาเรนาติ วตฺตพฺพํ สิยา. โก ปเนติสฺสา ปุริมปุจฺฉาย จ วิเสโสติ? ปุริมปุจฺฉาย สตฺตปญฺญาสวิโธ ธมฺมปฺปเภโท ยถา ภูเตน สภาวตฺเถน อุปลพฺภติ, เอวํ ปุคฺคโล อุปลพฺภตีติ วุตฺตํ. อิธ ปน ภูตสภาวตฺเถน อุปลพฺภมาโน โส ธมฺมปฺปเภโท เยน รุปฺปนาทิสปฺปจฺจยาทิอากาเรน อุปลพฺภติ, กึ เตนากาเรน ปุคฺคโลปิ อุปลพฺภตีติ เอส วิเสโส. ยถา ปน รูปํ วิย ภูตสภาวตฺเถน อุปลพฺภมานา เวทนา น รุปฺปนากาเรน อุปลพฺภติ, เอวํ ธมฺมปฺปเภโท วิย ภูตสภาวตฺเถน อุปลพฺภมาโน ปุคฺคโล น รุปฺปนาทิสปฺปจฺจยาทิอากาเรน อุปลพฺภตีติ สกฺกา ปรวาทินา วตฺตุนฺติ อโจทนียํ เอตํ สิยา. อวชานนญฺจ ตสฺส ยุตฺตนฺติ นิคฺคโห จ น กาตพฺโพ. ธมฺมปฺปเภทโต ปน อญฺญสฺส สจฺจิกฏฺฐสฺส อสิทฺธตฺตา ธมฺมปฺปเภทากาเรเนว โจเทติ. อวชานเนเนว นิคฺคหํ ทสฺเสติ. อนุชานนาวชานนปกฺขา สามญฺญวิเสเสหิ ปฏิญฺญาปฏิกฺเขปปกฺขา อนุโลมปฏิโลมปกฺขา ปฐมทุติยนยาติ อยเมเตสํ วิเสโส เวทิตพฺโพ.

‘‘เตน วต เร วตฺตพฺเพ’’ติ วทนฺโต วตฺตพฺพสฺส อวจเน โทสํ ปาเปตีติ อิมินา อธิปฺปาเยน ‘‘นิคฺคหสฺส ปาปิตตฺตา’’ติ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘เอวเมตํ นิคฺคหสฺส จ อนุโลมปฏิโลมโต จตุนฺนํ ปาปนาโรปนญฺจ วุตฺตตฺตา อุปลพฺภตีติอาทิกํ อนุโลมปญฺจกํ นามา’’ติ วุตฺตํ, อนุโลมปฏิโลมโต ปน ทฺวีหิ ฐปนาหิ สห สตฺตเกน ภวิตพฺพํ, ตํวชฺชเน วา การณํ วตฺตพฺพํ. ยํ ปน วกฺขติ ‘‘ฐปนา นาม ปรวาทีปกฺขสฺส ฐปนโต ‘อยํ ตว โทโส’ติ ทสฺเสตุํ ฐปนมตฺตเมว โหติ, น นิคฺคหสฺส วา ปฏิกมฺมสฺส วา ปากฏภาวกรณ’’นฺติ (กถา. อฏฺฐ. ๒). เตนาธิปฺปาเยน อิธาปิ ฐปนาทฺวยํ วชฺเชติ. ยถา ปน ตตฺถ ปฏิกมฺมปญฺจกภาวํ อวตฺวา ปฏิกมฺมจตุกฺกภาวํ วกฺขติ, เอวมิธาปิ นิคฺคหจตุกฺกภาโว วตฺตพฺโพ สิยา. สุทฺธิกนิคฺคหสฺส ปน นิคฺคหปฺปธานตฺตา อุทฺเทสภาเวน วุตฺโต นิคฺคโหว วิสุํ วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺโพ. เย ปน ‘‘อยถาภูตนิคฺคหตฺตา ตตฺถ ปฏิกมฺมํ วิสุํ น วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ, เตสํ ทุติเย วาทมุเข นิคฺคหจตุกฺกภาโว ปฏิกมฺมปญฺจกภาโว จ อาปชฺชติ.

๒. อตฺตนา อธิปฺเปตํ สจฺจิกฏฺฐเมวาติ สมฺมุติสจฺจํ สนฺธายาติ อธิปฺปาโย. วกฺขติ หิ ‘‘สุทฺธสมฺมุติสจฺจํ วา ปรมตฺถมิสฺสกํ วา สมฺมุติสจฺจํ สนฺธาย ‘โย สจฺจิกฏฺโฐ’ติ ปุน อนุโยโค ปรวาทิสฺสา’’ติ (กถา. อฏฺฐ. ๖). ตตฺถ ยทิ ปรวาทินา อตฺตนา อธิปฺเปตสจฺจิกฏฺโฐ สมฺมุติสจฺจํ, สมฺมุติสจฺจากาเรน ปุคฺคโล อุปลพฺภตีติ วทนฺเตน สมานลทฺธิโก นปฺปฏิเสธิตพฺโพ, กถา เอวายํ นารภิตพฺพา. อถ สกวาทินา อตฺตนา จ อธิปฺเปตสจฺจิกฏฺฐํเยว สนฺธาย ปรวาที ‘‘โย สจฺจิกฏฺโฐ’’ติอาทิมาหาติ อยมตฺโถ. สกวาทินา สมฺมุติสจฺจํเยว สจฺจิกฏฺโฐติ อธิปฺเปตนฺติ อาปชฺชติ. ยทิ อุภยํ อธิปฺเปตํ, ปุน ‘‘สมฺมุติสจฺจปรมตฺถสจฺจานิ วา เอกโต กตฺวาปิ เอวมาหา’’ติ น วตฺตพฺพํ สิยาติ. ยทิ จ เทฺวปิ สจฺจานิ สจฺจิกฏฺฐปรมตฺถา, สจฺจิกฏฺเฐกเทเสน อุปลทฺธึ อิจฺฉนฺเตน ‘‘ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถนา’’ติอาทิ อนุโยโค น กาตพฺโพ, น จ สจฺจิกฏฺเฐกเทเสน อนุโยโค ยุตฺโต. น หิ เวทยิตากาเรน อุปลพฺภมานา เวทนา รุปฺปนากาเรน อุปลพฺภตีติ อนุยุญฺชิตพฺพา, น จ ปรวาที รุปฺปนาทิสภาวํ ปุคฺคลํ อิจฺฉติ, อถ โข สจฺจิกฏฺฐปรมตฺถเมวาติ. ปรมตฺถสจฺจโต อญฺญสฺมึ สจฺจิกฏฺเฐ วิชฺชมาเน นาสฺส ปรมตฺถสจฺจตา อนุยุญฺชิตพฺพา. อสจฺจิกฏฺเฐ สจฺจิกฏฺฐโวหารํ อาโรเปตฺวา ตํ สนฺธาย ปุจฺฉตีติ วทนฺตานํ โวหริตสจฺจิกฏฺฐสฺส อตฺตนา อธิปฺเปตสจฺจิกฏฺฐตา น ยุตฺตา. โวหริตปรมตฺถสจฺจิกฏฺฐานญฺจ ทฺวินฺนํ สจฺจิกฏฺฐภาเว วุตฺตนโยว โทโส. สมฺมุติสจฺจากาเรน อุปลพฺภมานญฺจ ภูตสภาวตฺเถน อุปลพฺเภยฺย วา น วา. ยทิ ภูตสภาวตฺเถน อุปลพฺภติ, ปุคฺคโลปิ อุปลพฺภติ สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถนาติ อนุชานนฺโต นานุยุญฺชิตพฺโพ. อถ น ภูตสภาวตฺเถน, ตํวินิมุตฺโต สมฺมุติสจฺจสฺส สจฺจิกฏฺฐปรมตฺถากาโร น วตฺตพฺโพ อสิทฺธตฺตา. วกฺขติ จ ‘‘ยถา รูปาทโย ปจฺจตฺตลกฺขณสามญฺญลกฺขณวเสน อตฺถิ, น เอวํ ปุคฺคโล’’ติ. ตสฺมา มคฺคิตพฺโพ เอตฺถ อธิปฺปาโย.

ทฺวินฺนํ สจฺจานนฺติ เอตฺถ สจฺจทฺวยากาเรน อนุปลพฺภนียโต อนุญฺเญยฺยเมตํ สิยา, น วา กิญฺจิ วตฺตพฺพํ. ยถา หิ เอกเทเสน ปรมตฺถากาเรน อนุปลพฺภนียตา อนุชานนสฺส น การณํ, เอวํ เอกเทเสน สมฺมุติยากาเรน อุปลพฺภนียตา ปฏิกฺเขปสฺส จาติ มคฺคิตพฺโพ เอตฺถาปิ อธิปฺปาโย. นุปลพฺภตีติ วจนสามญฺญมตฺตนฺติ นุปลพฺภตีติ อิทเมว วจนํ อนุญฺญาตํ ปฏิกฺขิตฺตญฺจาติ เอตํ ฉลวาทํ นิสฺสายาติ อธิปฺปาโย. ยถา อุปลพฺภตีติ เอตสฺเสว อนุชานนปฏิกฺเขเปหิ อหํ นิคฺคเหตพฺโพ, เอวํ นุปลพฺภตีติ เอตสฺเสว อนุชานนปฏิกฺเขเปหิ ตฺวนฺติ เอวํ สมฺภวนฺตสฺส สามญฺเญน อสมฺภวนฺตสฺส กปฺปนํ ปเนตฺถ ฉลวาโท ภวิตุํ อรหติ. เตน นุปลพฺภตีติ วจนสามญฺญมตฺตํ ฉลวาทสฺส การณตฺตา ‘‘ฉลวาโท’’ติ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. วจนสามญฺญมตฺตญฺจ ฉลวาทญฺจ นิสฺสายาติ วา อตฺโถ. ฐปนา นิคฺคหปฺปฏิกมฺมานํ ปากฏภาวกรณํ น โหตีติ อิทํ วิจาเรตพฺพํ. น หิ ปกฺขฏฺฐปเนน วินา ปุริมํ อนุชานิตฺวา ปจฺฉิมสฺส อวชานนํ, ปจฺฉิมํ วา อวชานนฺตสฺส ปุริมานุชานนํ มิจฺฉาติ สกฺกา อาโรเปตุนฺติ.

๓. ตวาติ, ปฏิชานนฺตนฺติ จ ปจฺจตฺเต สามิอุปโยควจนานีติ อธิปฺปาเยน ‘‘ตฺวํเยว ปฏิชานนฺโต’’ติ อาห.

๔-๕. จตูหิ ปาปนาโรปนาหิ นิคฺคหสฺส อุปนีตตฺตาติ ‘‘ทุนฺนิคฺคหิตา จ โหม, หญฺจี’’ติอาทินา ตยา มม กโต นิคฺคโห, มยา ตว กโต นิคฺคโห วิย มิจฺฉาติ เอวํ เตน อนุโลมปญฺจเก จตูหิ ปาปนาโรปนาหิ กตสฺส นิคฺคหสฺส เตน นิยาเมน ทุกฺกฏภาวสฺส อตฺตนา กตนิคฺคเหน สห อุปนีตตฺตา อนิคฺคหภาวสฺส วา อุปคมิตตฺตาติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เอวเมว เตน หิ ยํ นิคฺคณฺหาสิ หญฺจิ…เป… อิทํ เต มิจฺฉาติ เอตสฺส อนิคฺคหภาวนิคมนสฺเสว นิคฺคมนจตุกฺกตา เวทิตพฺพา.

อนุโลมปจฺจนีกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ปจฺจนีกานุโลมวณฺณนา

๗-๑๐. ‘‘อตฺตโน ลทฺธึ นิสฺสาย ปฏิญฺญา ปรวาทิสฺสา’’ติ วตฺวา ปุน ‘‘ปรมตฺถวเสน ปุคฺคลสฺส อภาวโต ปฏิกฺเขโป ปรวาทิสฺสา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺรายํ ปฏิกฺเขโป อตฺตโน ลทฺธิยา ยทิ กโต, ปรมตฺถโต อญฺเญน สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถน ปุคฺคโล อุปลพฺภตีติ อยมสฺส ลทฺธีติ อาปชฺชติ. ตถา จ สติ นายํ สมฺมุติสจฺจวเสน อุปลทฺธึ อิจฺฉนฺเตน นิคฺคเหตพฺโพ. อถ อตฺตโน ลทฺธึ นิคฺคูหิตฺวา ปรสฺส ลทฺธิวเสน ปฏิกฺขิปติ, ปุริมปฏิญฺญาย อวิโรธิตตฺตา น นิคฺคเหตพฺโพ. น หิ อตฺตโน จ ปรสฺส จ ลทฺธึ วทนฺตสฺส โทโส อาปชฺชตีติ. อตฺตโน ปน ลทฺธิยา ปฏิชานิตฺวา ปรลทฺธิยา ปฏิกฺขิปนฺเตน อตฺตโน ลทฺธึ ฉฑฺเฑตฺวา ปรลทฺธิ คหิตา โหตีติ นิคฺคเหตพฺโพติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย สิยา.

ปจฺจนีกานุโลมวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สุทฺธสจฺจิกฏฺฐวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. โอกาสสจฺจิกฏฺโฐ

๑. อนุโลมปจฺจนีกวณฺณนา

๑๑. สพฺพตฺถาติ สพฺพสฺมึ สรีเรติ อยมตฺโถติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สรีรํ สนฺธายา’’ติ. ตตฺถาติ ตสฺมึ สํขิตฺตปาเฐ. ยสฺมา สรีรํ สนฺธาย ‘‘สพฺพตฺถ น อุปลพฺภตี’’ติ วุตฺเต สรีรโต พหิ อุปลพฺภตีติ อาปชฺชติ, ตสฺมา ปจฺจนีเก ปฏิกฺเขโป สกวาทิสฺสาติ เอเตน น เกนจิ สภาเวน ปุคฺคโล อุปลพฺภตีติ อยมตฺโถ วุตฺโต โหติ. น หิ เกนจิ สภาเวน อุปลพฺภมานสฺส สรีรตทญฺญาวิมุตฺโต อุปลทฺธิโอกาโส อตฺถีติ.

๓. กาลสจฺจิกฏฺโฐ

๑. อนุโลมปจฺจนีกวณฺณนา

๑๒. ปุริมปจฺฉิมชาติกาลญฺจาติ มชฺฌิมชาติกาเล อุปลพฺภมานสฺส ตสฺเสว ปุริมปจฺฉิมชาติกาเลสุ อุปลทฺธึ สนฺธายาติ อธิปฺปาโย. เสสํ ปฐมนเย วุตฺตสทิสเมวาติ อิเมสุ ตีสุ ปฐเม ‘‘สพฺพตฺถา’’ติ เอตสฺมึ นเย วุตฺตสทิสเมว, กึ ตํ? ปาฐสฺส สํขิตฺตตาติ อตฺโถ. อิธาปิ หิ ยสฺมา ‘‘สพฺพทา น อุปลพฺภตี’’ติ วุตฺเต เอกทา อุปลพฺภตีติ อาปชฺชติ, ตสฺมา ปจฺจนีเก ปฏิกฺเขโป สกวาทิสฺสาติ โยเชตพฺพนฺติ.

๔. อวยวสจฺจิกฏฺโฐ

๑. อนุโลมปจฺจนีกวณฺณนา

๑๓. ตติยนเย จ ยสฺมา ‘‘สพฺเพสุ น อุปลพฺภตี’’ติ วุตฺเต เอกสฺมึ อุปลพฺภตีติ อาปชฺชติ, ตสฺมา ปจฺจนีเก ปฏิกฺเขโป สกวาทิสฺสาติ โยเชตพฺพํ. เตนาห ‘‘ตาทิสเมวา’’ติ.

โอกาสาทิสจฺจิกฏฺโฐ

๒. ปจฺจนีกานุโลมวณฺณนา

๑๔. ตตฺถ อนุโลมปญฺจกสฺสาติอาทิมฺหิ อนุโลมปญฺจกนฺติ นิคฺคหปญฺจกํ, ปจฺจนีกนฺติ จ ปฏิกมฺมํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ตตฺถ อนุโลมปญฺจกสฺส ‘‘สพฺพตฺถ ปุคฺคโล นุปลพฺภตี’’ติอาทิกสฺส อตฺโถ ‘‘สพฺพตฺถ ปุคฺคโล นุปลพฺภตี’’ติอาทิปาฬึ สํขิปิตฺวา อาคเต สรูเปน อวุตฺเต ‘‘ยสฺมา สรีรํ สนฺธายา’’ติอาทินา (กถา. อฏฺฐ. ๑๑) วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ, ปจฺจนีกสฺส จ ‘‘สพฺพตฺถ ปุคฺคโล อุปลพฺภตี’’ติอาทิกสฺส ปฏิกมฺมกรณวเสน วุตฺตสฺส อตฺโถ ปฏิกมฺมาทิปาฬึ สํขิปิตฺวา อาทิมตฺตทสฺสเนน อาคเต ‘‘ปุคฺคโล อุปลพฺภตี’’ติอาทิมฺหิ อนุโลเม ‘‘สพฺพตฺถาติ สรีรํ สนฺธาย อนุโยโค สกวาทิสฺสา’’ติอาทินา (กถา. อฏฺฐ. ๑๑) วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อถ วา ตตฺถาติ ยํ อารทฺธํ, ตสฺมินฺติ เอวํ อตฺถํ อคฺคเหตฺวา ตตฺถ เตสุ ตีสุ มุเขสูติ อตฺโถ คเหตพฺโพ. อนุโลมปญฺจกมูลกา เจตฺถ สพฺพานุโลมปจฺจนีกปญฺจกปาฬิ อนุโลมปญฺจกสฺส ปาฬีติ วุตฺตา, ตถา ปจฺจนีกานุโลมปญฺจกปาฬิ จ ปจฺจนีกสฺส ปาฬีติ. ตํ สํขิปิตฺวา ปฏิกมฺมวเสน อาคเต สรูเปน อวุตฺเต ‘‘ปุคฺคโล นุปลพฺภตี’’ติอาทิเก ปจฺจนีเก ‘‘อุปลพฺภตี’’ติอาทิเก อนุโลเม จ อตฺโถ เหฏฺฐา สุทฺธิกสจฺจิกฏฺเฐ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพติ วุตฺตํ โหติ.

สจฺจิกฏฺฐวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. สุทฺธิกสํสนฺทนวณฺณนา

๑๗-๒๗. รูปาทีหิ สทฺธึ สจฺจิกฏฺฐสํสนฺทนนฺติ สจฺจิกฏฺฐสฺส ปุคฺคลสฺส รูปาทีหิ สทฺธึ สํสนฺทนํ, สจฺจิกฏฺเฐ วา รูปาทีหิ สทฺธึ ปุคฺคลสฺส สํสนฺทนนฺติ อธิปฺปาโย. ปุคฺคโล รูปญฺจาติ จ-การสฺส สมุจฺจยตฺถตฺตา ยถา รูปนฺติ เอวํ นิทสฺสนวเสน วุตฺโต อตฺโถ วิจาเรตพฺโพ. รูปาทีหิ อญฺโญ อนญฺโญ จ ปุคฺคโล น วตฺตพฺโพติ ลทฺธิ สมโย. ‘‘อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรนฺติ อพฺยากตเมตํ ภควตา’’ติอาทิกํ (สํ. นิ. ๔.๔๑๖) สุตฺตํ. อนุญฺญายมาเน ตทุภยวิโรโธ อาปชฺชตีติ อิมมตฺถํ สนฺธายาห ‘‘สมยสุตฺตวิโรธํ ทิสฺวา’’ติ.

ธมฺมโตติ ปาฬิโต. ‘‘ปฏิกมฺมจตุกฺกาทีนิ สํขิตฺตานิ. ปรวาที…เป… ทสฺสิตานี’’ติ วทนฺเตหิ ปุคฺคโล นุปลพฺภติ…เป… อาชานาหิ ปฏิกมฺมนฺติ เอตฺถ อาชานาหิ นิคฺคหนฺติ ปาโฐ ทิฏฺโฐ ภวิสฺสติ. อญฺญตฺตํ ปฏิชานาปนตฺถนฺติ ยถา มยา อญฺญตฺตํ วตฺตพฺพํ, ตถา จ ตยาปิ ตํ วตฺตพฺพนฺติ อญฺญตฺตปฏิญฺญาย โจทนตฺถนฺติ อตฺโถ. สมฺมุติปรมตฺถานํ เอกตฺตนานตฺตปญฺหสฺส ฐปนียตฺตาติ อพฺยากตตฺตาติ อตฺโถ. ยทิ ฐปนียตฺตา ปฏิกฺขิปิตพฺพํ, ปเรนปิ ฐปนียตฺตา ลทฺธิเมว นิสฺสาย ปฏิกฺเขโป กโตติ โสปิ น นิคฺคเหตพฺโพ สิยา. ปโร ปน ปุคฺคโลติ กญฺจิ สภาวํ คเหตฺวา ตสฺส ฐปนียตฺตํ อิจฺฉติ, สติ จ สภาเว ฐปนียตา น ยุตฺตาติ นิคฺคเหตพฺโพ. สมฺมุติ ปน โกจิ สภาโว นตฺถิ. เตเนวสฺส เอกตฺตนานตฺตปญฺหสฺส ฐปนียตํ วทนฺโต น นิคฺคเหตพฺโพติ สกวาทินา ปฏิกฺเขโป กโตติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย ยุตฺโต.

สุทฺธิกสํสนฺทนวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. โอปมฺมสํสนฺทนวณฺณนา

๒๘-๓๖. อุปลทฺธิสามญฺเญน อญฺญตฺตปุจฺฉา จาติ อิทญฺจ ทฺวินฺนํ สมานตา โน อญฺญตฺตสฺส การณํ ยุตฺตํ, อถ โข วิสุํ อตฺตโน สภาเวน สจฺจิกฏฺฐปรมตฺเถน อุปลพฺภนียตาติ วิจาเรตพฺพํ. ‘‘เอกวีสาธิกานี’’ติ ปุริมปาโฐ, วีสาธิกานีติ ปน ปฐิตพฺพํ.

๓๗-๔๕. ‘‘อตฺถิ ปุคฺคโล’’ติ สุตฺตํ อนุชานาเปนฺเตน อุปลทฺธิ อนุชานิตา โหตีติ มญฺญมาโน อาห ‘‘อุปลทฺธิสามญฺญํ อาโรเปตฺวา’’ติ. วีสาธิกานิ นว ปฏิกมฺมปญฺจกสตานิ ทสฺสิตานีติ เอเตน สุทฺธิกสํสนฺทเนปิ ‘‘อาชานาหิ ปฏิกมฺม’’มิจฺเจว ปาโฐติ วิญฺญายติ. ยญฺจ วาทมุเขสุ สุทฺธิกสจฺจิกฏฺเฐ ‘‘ปฏิกมฺมจตุกฺก’’นฺติ วุตฺตํ, ตมฺปิ ‘‘ปฏิกมฺมปญฺจก’’นฺติ.

โอปมฺมสํสนฺทนวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. จตุกฺกนยสํสนฺทนวณฺณนา

๔๖-๕๒. เอกธมฺมโตปิ อญฺญตฺตํ อนิจฺฉนฺโต รูปาทิเอเกกธมฺมวเสน นานุยุญฺชิตพฺโพ. สมุทายโต หิ อยํ อญฺญตฺตํ อนิจฺฉนฺโต เอกเทสโต อนญฺญตฺตํ ปฏิกฺขิปนฺโต น นิคฺคหารโห สิยาติ เอตํ วจโนกาสํ นิวตฺเตตุํ ‘‘อยญฺจ อนุโยโค’’ติอาทิมาห. สกลนฺติ สตฺตปญฺญาสวิโธ ธมฺมปฺปเภโท ปุคฺคโลติ วา ปรมตฺถสจฺจํ ปุคฺคโลติ วา เอวํ สกลํ สนฺธายาติ อตฺโถ. เอวํ สกลํ ปรมตฺถํ จินฺเตตฺวา ตนฺติวเสน อนุโยคลกฺขณสฺส ฐปิตตฺตา สกลปรมตฺถโต จ อญฺญสฺส สจฺจิกฏฺฐสฺส อภาวา สจฺจิกฏฺเฐน ปุคฺคเลน ตโต อญฺเญน น ภวิตพฺพนฺติ ‘‘รูปํ ปุคฺคโล’’ติ อิมํ ปญฺหํ ปฏิกฺขิปนฺตสฺส นิคฺคหาโรปนํ ยุตฺตนฺติ อตฺโถ.

สภาควินิพฺโภคโตติ รูปโต อญฺญสภาคตฺตาติ วุตฺตํ โหติ. สพฺพธมฺมาติ รูปวชฺเช สพฺพธมฺเม วทติ. ‘‘รูปสฺมึ ปุคฺคโล’’ติ เอตฺถ นิสฺสยวินาเส วินาสาปตฺติภเยน ปฏิกฺขิปตีติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘อุจฺเฉททิฏฺฐิภเยน เจวา’’ติ. ตีสุ ปน สมยวิโรเธน ปฏิกฺเขโป อธิปฺเปโต. น หิ โส สกฺกายทิฏฺฐึ อิจฺฉติ, อปิจ สสฺสตทิฏฺฐิภเยน ปฏิกฺขิปตีติ ยุตฺตํ วตฺตุํ. สกฺกายทิฏฺฐีสุ หิ ปญฺเจว อุจฺเฉททิฏฺฐิโย, เสสาสสฺสตทิฏฺฐิโยติ. อญฺญตฺร รูปาติ เอตฺถ จ รูปวา ปุคฺคโลติ อยมตฺโถ สงฺคหิโตติ เวทิตพฺโพ.

จตุกฺกนยสํสนฺทนวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิฏฺฐิตา จ สํสนฺทนกถาวณฺณนา.

๘. ลกฺขณยุตฺติวณฺณนา

๕๔. ปจฺจนีกานุโลเมติ อิทํ ยํ วกฺขติ ‘‘ฉลวเสน ปน วตฺตพฺพํ ‘อาชานาหิ ปฏิกมฺม’นฺติอาที’’ติ (กถา. อฏฺฐ. ๕๔), เตน ปน น สเมติ. ปจฺจนีกานุโลเม หิ ปจฺจนีเก ‘‘อาชานาหิ นิคฺคห’’นฺติ วตฺตพฺพํ, น ปน ‘‘ปฏิกมฺม’’นฺติ.

ลกฺขณยุตฺติวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. วจนโสธนวณฺณนา

๕๕-๕๙. ปุคฺคโล อุปลพฺภตีติ ปททฺวยสฺส อตฺถโต เอกตฺเตติ เอตฺถ ตเทว เอกตฺตํ ปเรน สมฺปฏิจฺฉิตํ อสมฺปฏิจฺฉิตนฺติ วิจาเรตพฺพเมตํ. ปุคฺคลสฺส หิ อวิภชิตพฺพตํ, อุปลพฺภตีติ เอตสฺส วิภชิตพฺพตํ วทนฺโต วิภชิตพฺพาวิภชิตพฺพตฺถานํ อุปลพฺภติปุคฺคล-สทฺทานํ กถํ อตฺถโต เอกตฺตํ สมฺปฏิจฺเฉยฺยาติ? ยถา จ วิภชิตพฺพาวิภชิตพฺพตฺถานํ อุปลพฺภติ-รูป-สทฺทานํ ตํ วิภาคํ วทโต รูปํ กิญฺจิ อุปลพฺภติ, กิญฺจิ น อุปลพฺภตีติ อยํ ปสงฺโค นาปชฺชติ, เอวํ เอตสฺสปิ ยถาวุตฺตวิภาคํ วทโต ยถาอาปาทิเตน ปสงฺเคน น ภวิตพฺพนฺติ มคฺคิตพฺโพ เอตฺถ อธิปฺปาโย.

๖๐. ‘‘สุญฺญโต โลกํ อเวกฺขสฺสู’’ติ (สุ. นิ. ๑๑๒๕) เอเตน อตฺถโต ปุคฺคโล นตฺถีติ วุตฺตํ โหตีติ อาห ‘‘นตฺถีติปิ วุตฺต’’นฺติ.

วจนโสธนวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. ปญฺญตฺตานุโยควณฺณนา

๖๑-๖๖. รูปกายาวิรหํ สนฺธาย ‘‘รูปกายสพฺภาวโต’’ติ อาห. ‘‘รูปิโน วา อรูปิโน วา’’ติ (อิติวุ. ๙๐) สุตฺเต อาคตปญฺญตฺตึ สนฺธาย ‘‘ตถารูปาย จ ปญฺญตฺติยา อตฺถิตายา’’ติ. วีตราคสพฺภาวโตติ กามีภาวสฺส อเนกนฺติกตฺตา กามธาตุยา อายตฺตตฺตาภาวโต จ ‘‘กามี’’ติ น วตฺตพฺโพติ ปฏิกฺขิปตีติ อธิปฺปาโย.

๖๗. กายานุปสฺสนายาติ การณวจนเมตํ, กายานุปสฺสนาย การณภูตาย เอวํลทฺธิกตฺตาติ อตฺโถ. อาหจฺจ ภาสิตนฺติ ‘‘อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรนฺติ อพฺยากตเมตํ มยา’’ติ (ม. นิ. ๒.๑๒๘) อาหจฺจ ภาสิตํ.

ปญฺญตฺตานุโยควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๑. คติอนุโยควณฺณนา

๖๙-๗๒. ‘‘ทสฺเสนฺโต ‘เตน หิ ปุคฺคโล สนฺธาวตี’ติอาทิมาหา’’ติ วุตฺตํ, ‘‘ทสฺเสนฺโต ‘น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล สนฺธาวตี’ติอาทิมาหา’’ติ ปน ภวิตพฺพํ, ทสฺเสตฺวาติ วา วตฺตพฺพํ.

๙๑. เยน รูปสงฺขาเตน สรีเรน สทฺธึ คจฺฉตีติ เอตฺถ ‘‘รูเปน สทฺธึ คจฺฉตี’’ติ วทนฺเตน ‘‘รูปํ ปุคฺคโล’’ติ อนนุญฺญาตตฺตา เยนากาเรน ตํ ชีวํ ตํ สรีรนฺติ อิทํ อาปชฺชติ, โส วตฺตพฺโพ. อสญฺญูปปตฺตึ สนฺธายาติ นิรยูปคสฺส ปุคฺคลสฺส อสญฺญูปคสฺส อรูปูปคสฺส จ อนฺตราภวํ น อิจฺฉตีติ จุติโต อนนฺตรํ อุปปตฺตึ สนฺธายาติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เย ปน จุติกาเล อุปปตฺติกาเล จ อสญฺญูปปตฺติกาเล จ อสญฺญสตฺเตสุ สญฺญา อตฺถีติ คเหตฺวา อสญฺญูปคสฺส จ อนฺตราภวํ อิจฺเฉยฺยุํ, เตสํ อนฺตราภวภาวโต ‘‘อสญฺญูปปตฺติ อเวทนา’’ติ น สกฺกา วตฺตุนฺติ.

๙๒. อเวทโนติอาทีสุ ตทญฺญนฺติ สญฺญภวโต อญฺญํ อสญฺญาเนวสญฺญานาสญฺญายตนุปปตฺตึ. เนวสญฺญานาสญฺญายตเนปิ หิ น วตฺตพฺพํ สญฺญา อตฺถีติ อิจฺฉนฺติ.

๙๓. ยสฺมา รูปาทิธมฺเม วินา ปุคฺคโล นตฺถีติ อินฺธนุปาทาโน อคฺคิ วิย อินฺธเนน รูปาทิอุปาทาโน ปุคฺคโล รูปาทินา วินา นตฺถีติ ลทฺธิวเสน วทติ.

คติอนุโยควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๒. อุปาทาปญฺญตฺตานุโยควณฺณนา

๙๗. นีลํ รูปํ อุปาทาย นีโลติอาทีสูติ ‘‘นีลํ รูปํ อุปาทาย นีลกสฺส ปุคฺคลสฺส ปญฺญตฺตี’’ติ เอตฺถ โย ปุฏฺโฐ นีลํ อุปาทาย นีโลติ, ตทาทีสูติ อตฺโถ.

๙๘. เฉกฏฺฐํ สนฺธายาติ เฉกฏฺฐํ สนฺธาย วุตฺตํ, น กุสลปญฺญตฺตึ. ‘‘กุสลํ เวทนํ อุปาทายา’’ติ มญฺญมาโน ปฏิชานาตีติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

๑๑๒. อิทานิ …เป… ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา รุกฺข’’นฺติอาทิมาหาติ ปุพฺพปกฺขํ ทสฺเสตฺวา อุตฺตรมาหาติ วุตฺตํ โหติ.

๑๑๕. ‘‘ยสฺส รูปํ โส รูปวา’’ติ อุตฺตรปกฺเข วุตฺตํ วจนํ อุทฺธริตฺวา ‘‘ยสฺมา’’ติอาทิมาห.

๑๑๖. จิตฺตานุปสฺสนาวเสนาติ จิตฺตานุปสฺสนาวเสน ปริทีปิตสฺส สราคาทิจิตฺตโยคสฺส วเสนาติ อธิปฺปาโย.

๑๑๘. เยนาติ จกฺขุนฺติ ‘‘เยนา’’ติ วุตฺตํ กรณํ จกฺขุนฺติ อตฺโถ. จกฺขุเมว รูปํ ปสฺสตีติ วิญฺญาณนิสฺสยภาวูปคมนเมว จกฺขุสฺส ทสฺสนํ นาม โหตีติ สนฺธาย วทติ.

อุปาทาปญฺญตฺตานุโยควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๓. ปุริสการานุโยควณฺณนา

๑๒๓. กรณมตฺตนฺติ กมฺมานํ นิปฺผาทกปฺปโยชกภาเวน ปวตฺตา ขนฺธา.

๑๒๔. ปุริมกมฺเมน วินา ปุคฺคลสฺส ชาติ, ชาตสฺส จ วิชฺชฏฺฐานาทีสุ สมฺมา มิจฺฉา วา ปวตฺติ นตฺถีติ สนฺธาย ‘‘ปุริมกมฺมเมว ตสฺสา’’ติอาทิมาห.

๑๒๕. กมฺมวฏฺฏสฺสาติ เอตฺถ กมฺมการกสฺส โย การโก, เตนปิ อญฺญํ กมฺมํ กาตพฺพํ, ตสฺส การเกนปิ อญฺญนฺติ เอวํ กมฺมวฏฺฏสฺส อนุปจฺเฉทํ วทนฺติ. ปุคฺคลสฺส การโก กมฺมสฺส การโก อาปชฺชตีติ วิจาเรตพฺพเมตํ. มาตาปิตูหิ ชนิตตาทินา ตสฺส การกํ อิจฺฉนฺตสฺส กมฺมการกานํ การกปรมฺปรา อาปชฺชตีติ อิทญฺจ วิจาเรตพฺพํ.

๑๗๐. สุตฺตวิโรธภเยนาติ ‘‘โส กโรติ โส ปฏิสํเวทยตีติ โข, พฺราหฺมณ, อยเมโก อนฺโต’’ติอาทีหิ (สํ. นิ. ๒.๔๖) วิโรธภยา.

๑๗๑. ‘‘อิธ นนฺทติ เปจฺจ นนฺทตี’’ติ (ธ. ป. ๑๘) วจนโต กมฺมกรณกาเล วิปากปฏิสํเวทนกาเล จ โสเยวาติ ปฏิชานาตีติ อธิปฺปาโย. สยํกตํ สุขทุกฺขนฺติ จ ปุฏฺโฐ ‘‘กึ นุ โข, โภ โคตม, สยํกตํ สุขํ ทุกฺขนฺติ? มา เหวํ กสฺสปา’’ติอาทิสุตฺตวิโรธา (สํ. นิ. ๒.๑๘) ปฏิกฺขิปติ.

๑๗๖. ลทฺธิมตฺตเมเวตนฺติ โสเยเวโก เนว โส โหติ น อญฺโญติ อิทํ ปน นตฺเถว, ตสฺมา เอวํวาทิโน อสยํการนฺติอาทิ อาปชฺชตีติ อธิปฺปาโย. อปิจาติอาทินา อิทํ ทสฺเสติ – น ปรสฺส อิจฺฉาวเสเนว ‘‘โส กโรตี’’ติอาทิ อนุโยโค วุตฺโต, อถ โข ‘‘โส กโรตี’’ติอาทีสุ เอกํ อนิจฺฉนฺตสฺส อิตรํ, ตญฺจ อนิจฺฉนฺตสฺส อญฺญํ อาปนฺนนฺติ เอวํ การกเวทกิจฺฉาย ฐตฺวา ‘‘โส กโรตี’’ติอาทีสุ ตํ ตํ อนิจฺฉาย อาปนฺนวเสนาปีติ. อถ วา น เกวลํ ‘‘โส กโรตี’’ติอาทีนํ สพฺเพสํ อาปนฺนตฺตา, อถ โข เอเกกสฺเสว จ อาปนฺนตฺตา อยํ อนุโยโค กโตติ ทสฺเสติ. ปุริมนเยเนวาติ เอเตน ‘‘อิธ นนฺทตี’’ติอาทิ สพฺพํ ปฏิชานนาทิการณํ เอกโต โยเชตพฺพนฺติ ทสฺเสติ.

ปุริสการานุโยควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

กลฺยาณวคฺโค นิฏฺฐิโต.

๑๔. อภิญฺญานุโยควณฺณนา

๑๙๓. อภิญฺญานุโยคาทิวเสน อรหตฺตสาธนาติ เอตฺถ ‘‘นนุ อตฺถิ โกจิ อิทฺธึ วิกุพฺพตี’’ติ อภิญฺญาอนุโยโค จ ‘‘หญฺจิ อตฺถิ โกจิ อิทฺธึ วิกุพฺพตี’’ติ ฐปนา จ ‘‘เตน วต เร’’ติอาทิ ปาปนา จ อาทิสทฺทสงฺคหิโต อตฺโถว ทฏฺฐพฺโพ. อาสวกฺขยญาณํ ปเนตฺถ อภิญฺญา วุตฺตาติ ตทภิญฺญาวโต อรหโต สาธนํ ‘‘อรหตฺตสาธนา’’ติ อาห. อรหโต หิ สาธนา ตพฺภาวสฺส จ สาธนา โหติเยวาติ.

อภิญฺญานุโยควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๕-๑๘. ญาตกานุโยคาทิวณฺณนา

๒๐๙. ตถารูปสฺสาติ ตติยโกฏิภูตสฺส สจฺจิกฏฺฐสฺส อภาวาติ อธิปฺปาโย. เอวํ ปน ปฏิกฺขิปนฺโต อสจฺจิกฏฺฐํ ตติยโกฏิภูตํ ปุคฺคลํ วเทยฺยาติ ตาทิสํ ปุคฺคลํ อิจฺฉนฺโต หิ สุตฺเตน นิคฺคเหตพฺโพ สิยา. กสฺมา? ตถารูปสฺส สจฺจิกฏฺฐสฺส อภาวโตติ, ตถารูปสฺส กสฺสจิ สภาวสฺส อภาวโต ปฏิกฺเขปารหตฺตา อตฺตโน ลทฺธึ นิคูหิตฺวา ปฏิกฺเขโป ปรวาทิสฺสาติ อยมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

ญาตกานุโยคาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๙. ปฏิเวธานุโยคาทิวณฺณนา

๒๑๘. ปริคฺคหิตเวทโนติ วจเนน อปริคฺคหิตเวทนสฺส ‘‘สุขิโตสฺมิ, ทุกฺขิโตสฺมี’’ติ ชานนํ ปชานนํ นาม น โหตีติ ทสฺเสติ โยคาวจรสฺส สุขุมานมฺปิ เวทนานํ ปริจฺเฉทนสมตฺถตญฺจ.

๒๒๘. ลกฺขณวจนนฺติ รูปพฺภนฺตรคมนํ สหรูปภาโว, พหิทฺธา นิกฺขมนํ วินารูปภาโวติ อธิปฺปาโย.

๒๓๗. อิมา โขติ โอฬาริโก อตฺตปฏิลาโภ มโนมโย อตฺตปฏิลาโภ อรูโป อตฺตปฏิลาโภติ อิมา โลกสฺส สมญฺญา, ยาหิ ตถาคโต โวหรติ อปรามสํ, โย สจฺโจ โมโฆ วา สิยา, ตสฺมึ อนุปลพฺภมาเนปิ อตฺตนิ ตทนุปลพฺภโตเยว ปรามาสํ อตฺตทิฏฺฐึ อนุปฺปาเทนฺโต โลเก อตฺตปฏิลาโภติ ปวตฺตโวหารวเสเนว โวหรตีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. เอตฺถ จ ปจฺจตฺตสามญฺญลกฺขณวเสน ปุคฺคลสฺส อตฺถิตํ ปฏิกฺขิปิตฺวา โลกโวหาเรน อตฺถิตํ วทนฺเตน ปุคฺคโลติ โกจิ สภาโว นตฺถีติ วุตฺตํ โหติ. สติ หิ ตสฺมึ อตฺตโน สภาเวเนว อตฺถิตา วตฺตพฺพา สิยา, น โลกโวหาเรนาติ. อิมินา ปน ยถา สเมติ, ยถา จ ปรามาโส น โหติ, เอวํ อิโต ปุริมา จ อตฺถวณฺณนา โยเชตพฺพา.

โลกสมฺมุติการณนฺติ ยสฺมา โลกสมฺมุติวเสน ปวตฺตํ, ตสฺมา สจฺจนฺติ วุตฺตํ โหติ. ตถลกฺขณนฺติ ตถการณํ. ยสฺมา ธมฺมานํ ตถตาย ปวตฺตํ, ตสฺมา สจฺจนฺติ ทสฺเสติ.

ปฏิเวธานุโยคาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปุคฺคลกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ปริหานิกถา

๑. วาทยุตฺติปริหานิกถาวณฺณนา

๒๓๙. ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา เสกฺขสฺส ภิกฺขุโน ปริหานาย สํวตฺตนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๒.๑๘๕) อิทํ สุตฺตํ อรหโต ปริหานิลทฺธิยา น นิสฺสโย, อถ โข อนาคามิอาทีนํ ปริหานิลทฺธิยา, ตสฺมา อรหโตปิ ปริหานึ อิจฺฉนฺตีติ เอตฺถ ปิ-สทฺเทน อนาคามิสฺสปิ สกทาคามิสฺสปีติ โยเชตพฺพํ.

‘‘ตติยสฺมิมฺปิ มุทินฺทฺริยาว อธิปฺเปตา. เตสญฺหิ สพฺเพสมฺปิ ปริหานิ น โหตีติ ตสฺส ลทฺธี’’ติ ปุริมปาโฐ, มุทินฺทฺริเยเสฺวว ปน อธิปฺเปเตสุ ปริกฺเขโป น กาตพฺโพ สิยา, กโต จ, ตสฺมา ‘‘ตติยสฺมิมฺปิ ติกฺขินฺทฺริยาว อธิปฺเปตา. เตสญฺหิ สพฺเพสมฺปิ ปริหานิ น โหตีติ ตสฺส ลทฺธี’’ติ ปฐนฺติ.

อโยนิโส อตฺถํ คเหตฺวาติ โสตาปนฺโนเยว นิยโตติ วุตฺโตติ โสเยว น ปริหายติ, น อิตเรติ อตฺถํ คเหตฺวา. ‘‘อุปริมคฺคตฺถายา’’ติ วุตฺตํ อตฺถํ อคฺคเหตฺวา นิยโตติ โสตาปตฺติผลา น ปริหายตีติ เอตมตฺถํ คณฺหีติ ปน วทนฺติ.

วาทยุตฺติปริหานิกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. อริยปุคฺคลสํสนฺทนปริหานิวณฺณนา

๒๔๑. ยํ ปเนตฺถาติอาทิมฺหิ ทสฺสนมคฺคผเล ฐิตสฺส อนนฺตรํ อรหตฺตปฺปตฺตึ, ตโต ปริหายิตฺวา ตตฺถ จ ฐานํ อิจฺฉนฺโต ปุน วายาเมน ตทนนฺตรํ อรหตฺตปฺปตฺตึ น อิจฺฉตีติ วิจาเรตพฺพเมตํ.

๒๖๒. อวสิปฺปตฺโต ฌานลาภีติ เสกฺโข วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺโพ. ปุถุชฺชโน ปน วสิปฺปตฺโต อวสิปฺปตฺโต จ สมยวิมุตฺตอสมยวิมุตฺตตนฺติยา อคฺคหิโต, ภชาปิยมาโน ปน สมาปตฺติวิกฺขมฺภิตานํ กิเลสานํ วเสน สมยวิมุตฺตภาวํ ภเชยฺยาติ วุตฺโตติ.

อริยปุคฺคลสํสนฺทนปริหานิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. สุตฺตสาธนปริหานิวณฺณนา

๒๖๕. อุตฺตมหีนเภโท ‘‘ตตฺร ยายํ ปฏิปทา สุขา ขิปฺปาภิญฺญา, สา อุภเยเนว ปณีตา อกฺขายตี’’ติอาทิสุตฺตวเสน (ที. นิ. ๓.๑๕๒) วุตฺโต. ‘‘ทิฏฺฐํ สุตํ มุต’’นฺติ เอตฺถ วิย มุตสทฺโท ปตฺตพฺพํ วทตีติ อาห ‘‘ผุสนารห’’นฺติ.

๒๖๗. อปฺปตฺตปริหานาย เจว สํวตฺตนฺติ ยถากตสนฺนิฏฺฐานสฺส สมยวิมุตฺตสฺสาติ อธิปฺปาโย.

สุตฺตสาธนปริหานิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปริหานิกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. พฺรหฺมจริยกถา

๑. สุทฺธพฺรหฺมจริยกถาวณฺณนา

๒๖๙. ‘‘ปรนิมฺมิตวสวตฺติเทเว อุปาทาย ตทุปรี’’ติ วุตฺตํ, ‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ฐาเนหี’’ติ (อ. นิ. ๙.๒๑) ปน สุตฺตสฺส วจเนน เหฏฺฐาปิ มคฺคภาวนมฺปิ น อิจฺฉนฺตีติ วิญฺญายติ.

๒๗๐. ‘‘คิหีนญฺเจว เอกจฺจานญฺจ เทวานํ มคฺคปฏิลาภํ สนฺธาย ปฏิกฺเขโป ตสฺเสวา’’ติ วุตฺตํ, ‘‘ยตฺถ นตฺถี’’ติ ปน โอกาสวเสน ปุฏฺโฐ ปุคฺคลวเสน ตสฺส ปฏิกฺเขโป น ยุตฺโต. ยทิ จ ตสฺสายํ อธิปฺปาโย, สกวาทินา สมานาธิปฺปายตฺตา น นิคฺคเหตพฺโพ.

๒๗๑. เอกนฺตริกปญฺหาติ ปรวาทีสกวาทีนํ อญฺญมญฺญํ ปญฺหนฺตริกา ปญฺหา.

สุทฺธพฺรหฺมจริยกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. สํสนฺทนพฺรหฺมจริยกถาวณฺณนา

๒๗๓. รูปาวจรมคฺเคน หิ โส อิธวิหายนิฏฺโฐ นาม ชาโตติ อิทํ ‘‘อิธ ภาวิตมคฺโค หิ อนาคามี อิธวิหายนิฏฺโฐ นาม โหตี’’ติอาทิเกน ลทฺธิกิตฺตเนน กถํ สเมตีติ วิจาเรตพฺพํ. ปุพฺเพ ปน อนาคามี เอว อนาคามีติ วุตฺโต, อิธ ฌานานาคามิโสตาปนฺนาทิโกติ อธิปฺปาโย. อิธ อรหตฺตมคฺคํ ภาเวตฺวา อิเธว ผลํ สจฺฉิกโรนฺตํ ‘‘อิธปรินิพฺพายี’’ติ วทติ, อิธ ปน มคฺคํ ภาเวตฺวา ตตฺถ ผลํ สจฺฉิกโรนฺตํ ‘‘ตตฺถปรินิพฺพายี อรหา’’ติ.

สํสนฺทนพฺรหฺมจริยกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

พฺรหฺมจริยกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. โอธิโสกถาวณฺณนา

๒๗๔. โอธิโส โอธิโสติ เอตสฺส อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอกเทเสน เอกเทเสนา’’ติ อาห.

โอธิโสกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. ชหติกถาวณฺณนา

๑. นสุตฺตาหรณกถาวณฺณนา

๒๘๐. กิจฺจสพฺภาวนฺติ ตีหิ ปหาตพฺพสฺส ปหีนตํ. ตํ ปน กิจฺจํ ยทิ เตเนว มคฺเคน สิชฺฌตีติ ลทฺธิ, ปุถุชฺชนกาเล เอว กามราคพฺยาปาทา ปหีนาติ ลทฺธีติ เอตํ น สเมติ, ตสฺมา ปุถุชฺชนกาเล ปหีนานมฺปิ ทสฺสนมคฺเค อุปฺปนฺเน ปุน กทาจิ อนุปฺปตฺติโต ติณฺณํ มคฺคานํ กิจฺจํ สมฺภวตีติ อธิปฺปาโย.

นสุตฺตาหรณกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ชหติกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. สพฺพมตฺถีติกถา

๑. วาทยุตฺติวณฺณนา

๒๘๒. สพฺพสฺมึ สรีเร สพฺพนฺติ สิรสิ ปาทา ปจฺฉโต จกฺขูนีติ เอวํ สพฺพํ สพฺพตฺถ อตฺถีติ อตฺโถ. สพฺพสฺมึ กาเลติ พาลกาเล ยุวตา, วุฑฺฒกาเล พาลตา, เอวํ สพฺพสฺมึ กาเล สพฺพํ. สพฺเพนากาเรนาติ นีลากาเรน ปีตํ, ปีตากาเรน โลหิตนฺติ เอวํ. สพฺเพสุ ธมฺเมสูติ จกฺขุสฺมึ โสตํ, โสตสฺมึ ฆานนฺติ เอวํ. อยุตฺตนฺติ โยครหิตํ วทติ, ตํ ปน เอกสภาวํ. กถํ ปน เอกสภาวสฺส โยครหิตตาติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘นานาสภาวานญฺหี’’ติอาทิมาห. ทฺวินฺนญฺหิ นานาสภาวานํ องฺคุลีนํ เมณฺฑกานํ วา อญฺญมญฺญโยโค โหติ, น เอกสฺเสว สโต, ตสฺมา โย นานาสภาเวสุ โหติ โยโค, เตน รหิตํ เอกสภาวํ อโยคนฺติ วุตฺตํ. อิทํ ปุจฺฉตีติ ปรวาทีทิฏฺฐิยา มิจฺฉาทิฏฺฐิภาวํ คเหตฺวา อุปฺปนฺนาย อตฺตโน ทิฏฺฐิยา สมฺมาทิฏฺฐิภาโว อตฺถีติ วุตฺตํ โหติ.

วาทยุตฺติวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. กาลสํสนฺทนวณฺณนา

๒๘๕. อตีตานาคตํ ปหาย ปจฺจุปฺปนฺนรูปเมว อปฺปิยํ อวิภชิตพฺพํ กริตฺวาติ ปจฺจุปฺปนฺนสทฺเทน รูปสทฺเทน จาติ อุโภหิปิ ปจฺจุปฺปนฺนรูปเมว วตฺตพฺพํ กตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. ปญฺญตฺติยา อวิคตตฺตาติ เอเตน อิทํ วิญฺญายติ ‘‘น รูปปญฺญตฺติ วิย วตฺถปญฺญตฺติ สภาวปริจฺฉินฺเน ปวตฺตา วิชฺชมานปญฺญตฺติ, อถ โข ปุพฺพาปริยวเสน ปวตฺตมานํ รูปสมูหํ อุปาทาย ปวตฺตา อวิชฺชมานปญฺญตฺติ, ตสฺมา วตฺถภาวสฺส โอทาตภาววิคเม วิคมาวตฺตพฺพตา ยุตฺตา, น ปน รูปภาวสฺส ปจฺจุปฺปนฺนภาววิคเม’’ติ.

กาลสํสนฺทนวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

วจนโสธนวณฺณนา

๒๘๘. อนาคตํ วา ปจฺจุปฺปนฺนํ วา หุตฺวา โหตีติ วุตฺตนฺติ เอตฺถ อนาคตํ อนาคตํ หุตฺวา ปุน ปจฺจุปฺปนฺนํ โหนฺตํ หุตฺวา โหตีติ, ตถา ปจฺจุปฺปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ โหนฺตํ ปุพฺเพ อนาคตํ หุตฺวา ปจฺจุปฺปนฺนํ โหตีติ หุตฺวา โหตีติ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. กึ เต ตมฺปิ หุตฺวา โหตีติ ตพฺภาวาวิคมโต หุตฺวาโหติภาวานุปรมํ อนุปจฺเฉทํ ปุจฺฉตีติ อธิปฺปาโย ยุตฺโต. หุตฺวา ภูตสฺส ปุน หุตฺวา อภาวโตติ อนาคตํ หุตฺวา ปจฺจุปฺปนฺนภูตสฺส ปุน อนาคตํ หุตฺวา ปจฺจุปฺปนฺนาภาวโต.

ยสฺมา ตนฺติ ตํ หุตฺวา ภูตํ ปจฺจุปฺปนฺนํ ยสฺมา อนาคตํ หุตฺวา ปจฺจุปฺปนฺนํ โหนฺตํ ‘‘หุตฺวา โหตี’’ติ สงฺขฺยํ คตํ, ตสฺมา ทุติยมฺปิ ‘‘หุตฺวา โหตี’’ติ วจนํ อรหตีติ ปฏิชานาตีติ อธิปฺปาโย. เอวํ ปน ธมฺเม หุตฺวาโหติภาวานุปรมํ วทนฺตสฺส อธมฺเม สสวิสาเณ นหุตฺวาน โหติภาวานุปรโม อาปชฺชตีติ อธิปฺปาเยน ‘‘อถ น’’นฺติอาทิมาห.

ปฏิกฺขิตฺตนเยนาติ กาลนานตฺเตน. ปฏิญฺญาตนเยนาติ อตฺถานานตฺเตน. อตฺถานานตฺตํ อิจฺฉนฺโตปิ ปน อนาคตสฺส ปจฺจุปฺปนฺเน วุตฺตํ โหติภาวํ, ปจฺจุปฺปนฺนสฺส จ อนาคเต วุตฺตํ หุตฺวาภาวํ กถํ ปฏิชานาตีติ วิจาเรตพฺพํ. อตฺถานานตฺตเมว หิ เตน อนุญฺญายติ, น อนาคเต ปจฺจุปฺปนฺนภาโว, ปจฺจุปฺปนฺเน วา อนาคตภาโวติ. ปุริมํ ปฏิกฺขิตฺตปญฺหํ ปริวตฺติตฺวาติ อนุญฺญาตปญฺหสฺส หุตฺวา โหติ หุตฺวา โหตีติ โทโส วุตฺโตติ อวุตฺตโทสํ อติกฺกมฺม ปฏิกฺขิตฺตปญฺหํ ปุน คเหตฺวา เตน โจเทตีติ อตฺโถ. เอตฺถ จ อตฺถานานตฺเตน หุตฺวาโหตีติ อนุชานนฺตสฺส โทโส กาลนานตฺตาเยว อนาคตํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ ปฏิกฺเขเปน กถํ โหตีติ? ตสฺเสว อนุชานนปฏิกฺเขปโตติ อธิปฺปาโย.

เอเกกนฺติ อนาคตมฺปิ น หุตฺวา น โหติ ปจฺจุปฺปนฺนมฺปีติ ตทุภยํ คเหตฺวา ‘‘เอเกกํ น หุตฺวา น โหติ น หุตฺวา น โหตี’’ติ วุตฺตํ, น เอเกกเมว น หุตฺวา น โหติ น หุตฺวา น โหตีติ. เอส นโย ปุริมสฺมึ ‘‘เอเกกํ หุตฺวา โหติ หุตฺวา โหตี’’ติ วจเนปิ. อนาคตสฺส หิ ‘‘หุตฺวา โหตี’’ติ นามํ ปจฺจุปฺปนฺนสฺส จาติ เทฺวปิ นามานิ สงฺคเหตฺวา ‘‘หุตฺวา โหติ หุตฺวา โหตี’’ติ โจทิตํ, ตถา ‘‘น หุตฺวา น โหติ น หุตฺวา น โหตี’’ติ จาติ อธิปฺปาโย. สพฺพโต อนฺธกาเรน ปริโยนทฺโธ วิยาติ เอเตน อปริโยนทฺเธน ปฏิชานิตพฺพํ สิยาติ ทสฺเสติ. เอตฺถ จ ปุริมนเย หุตฺวา ภูตสฺส ปุน หุตฺวาโหติภาโว โจทิโต, ทุติยนเย อนาคตาทีสุ เอเกกสฺส หุตฺวาโหตินามตาติ อยํ วิเสโส.

วจนโสธนวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อตีตญาณาทิกถาวณฺณนา

๒๙๐. ปุน ปุฏฺโฐ…เป… อตฺถิตาย ปฏิชานาตีติ เอตฺถ ปจฺจุปฺปนฺนํ ญาณํ เตนาติ เอเตน อนุวตฺตมานาเปกฺขนวจเนน กถํ วุจฺจตีติ วิจาเรตพฺพํ.

อตีตญาณาทิกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.