๔. จตุกฺกนิทฺเทสวณฺณนา

๑๓๓. ปเรน กตํ ทุสฺสีลฺยํ อาณตฺติยา อตฺตนา จ ปโยเคน กตนฺติ อาณตฺติยา ปาปสฺส ทายาโท ‘‘ตโต อุปฑฺฒสฺส ทายาโท’’ติ วุตฺโต.

๑๔๕. อยนฺติ ‘‘เตสุ ปฐโม’’ติอาทิกํ นยํ วทติ.

๑๔๘. เทสนาย ธมฺมานํ ญาณสฺส อาปาถภาวสมฺปาทนํ ญาณุคฺฆาฏนํ. สห อุทาหฏเวลายาติ อุทาหฏเวลาย สทฺธึ ตสฺมึ กาเล อนติกฺกนฺเต เอวาติ อตฺโถ.

๑๕๒. ตนฺติ อนนฺตรวจนํ วทติ. ‘‘กตโม โลโก’’ติ วุตฺเต ‘‘ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา’’ติ มหนฺตํ อตฺถํ สงฺคหิตฺวา ฐิตวจนํ อตฺถยุตฺตํ. ลุชฺชตีติ โลโกติ การณยุตฺตํ.

๑๕๖. สหิตาสหิตสฺสาติ สหิตาสหิเตติ อตฺโถ, สหิตาสหิตสฺส ปริจฺฉินฺทเนติ วา. เทฺวเยวาติ ทุติยจตุตฺถาเยว. เทสกสาวกสมฺปตฺติยา โพเธตุํ สมตฺถตาย สภาวธมฺมกถิกา, สจฺจธมฺมกถิกาติ อตฺโถ.

๑๕๗. กุสลธมฺเมหิ จิตฺตสฺส วาสนาภาวนา วาสธุรํ. อยํ ปาปปุคฺคโลติ จตุตฺโถ วุตฺโต, น ปฐโม. ปฐโม หิ อวิสํวาเทตุกาโม เวรญฺชพฺราหฺมณสทิโส อธิปฺเปโตติ.

๑๕๙. ปุคฺคเลปิ อริยานํ อภิกฺกมนาทิสทิสตาติ ปุคฺคเล อภิกฺกมนาทีนํ อริยานํ อภิกฺกมนาทิสทิสตาติ อตฺโถ, อริยานํ อภิกฺกมนาทินา ปุคฺคลสฺส สทิสตาติ วา สทิสาภิกฺกมนาทิตาติ อตฺโถ.

๑๖๖. ทุสฺสีลํ ‘‘ทุสฺสีโล’’ติ วทนฺโต ภูตํ ภาสติ นาม. ปาณาติปาเตน ทุสฺสีลํ อทินฺนาทาเนน ทุสฺสีโลติ อวตฺวา ปาณาติปาเตเนวาติ วทนฺโต ตจฺฉํ ภาสติ นาม. ยมิทํ ‘‘กาเลนา’’ติ วุตฺตํ, ตตฺร ตสฺมึ วจเน, โย ‘‘กาเลน ภณตี’’ติ วุตฺโต, โส กีทิโสติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘กาลญฺญู โหตี’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยมิทํ กาเลนาติ วุตฺตํ, ตตฺร โย ปุคฺคโล’’ติอาทิมาห.

๑๖๘. อาคมนวิปตฺติ นาม กมฺมํ, ปุพฺพุปฺปนฺนปจฺจยวิปตฺติ สุกฺกโสณิตํ. ปวตฺเต, ปวตฺตสฺส วา ปจฺจยา ปวตฺตปจฺจยา, อาหาราทโย. โชเตตีติ โชติ, อาโลโก. กุลสมฺปตฺติยาทีหิ โชตมาโน จ โชติ วิยาติ โชติ.

๑๗๓. ปหีนาวสิฏฺฐกิเลสปจฺจเวกฺขณาปิ เยหิ กิเลเสหิ วิมุตฺโต อวิมุตฺโต จ, เตสํ ทสฺสนวเสน วิมุตฺติทสฺสนเมว โหตีติ อาห ‘‘วิมุตฺติญาณทสฺสนํ เอกูนวีสติวิธํ ปจฺจเวกฺขณญาณ’’นฺติ.

๑๗๔. ยานิ กานิจิ ตนฺตาวุตานนฺติ ตนฺตาวุตานํ วตฺถานํ ยานิ กานิจิ วตฺถานีติ วุตฺตํ โหติ. สายํ ตติยํ อสฺสาติ สายตติโย. อนุยุญฺชนํ อนุโยโค. ตํ อนุยุตฺโตติ อุปโยควจนํ ทฏฺฐพฺพํ, ภาวนปุํสกํ วา.

๑๗๘. ตตฺถ สิกฺขนภาเวนาติ สิกฺขาย สาชีเว จ สิกฺขนภาเวน. สิกฺขํ ปริปูเรนฺโตติ สีลสํวรํ ปริปูเรนฺโต. สาชีวญฺจ อวีติกฺกมนฺโตติ ‘‘นามกาโย ปทกาโย นิรุตฺติกาโย พฺยญฺชนกาโย’’ติ วุตฺตํ สิกฺขาปทํ ภควโต วจนํ อวีติกฺกมนฺโต หุตฺวาติ อตฺโถ. อิทเมว จ ทฺวยํ ‘‘สิกฺขน’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ สาชีวานติกฺกโม สิกฺขาปาริปูริยา ปจฺจโย. ตโต หิ ยาว มคฺคา สํวรปาริปูรี โหตีติ. วินาสนภาวโตติ หึสนภาวโต. หลิทฺทิราโค วิย น ถิรกโถ โหตีติ เอตฺถ กถาย อฏฺฐิตภาเวน หลิทฺทิราคสทิสตา เวทิตพฺพา, น ปุคฺคลสฺส.

๑๗๙. ทารุมาสโกติ เย โวหารํ คจฺฉนฺตีติ อิติ-สทฺเทน เอวํปกาเร ทสฺเสติ. อญฺญํ ทสฺเสตฺวา อญฺญสฺส ปริวตฺตนนฺติ ทสคฺฆนกํ วตฺถยุคํ ทสฺเสตฺวา ตสฺส อชานนฺตสฺส ปญฺจคฺฆนกสฺส ทานํ.

๑๘๑. อวิกิณฺณสุขนฺติ รูปาทีสุ สุภาทิปริกปฺปนวเสน อวิสฏสุขํ.

๑๘๗. ขนฺธธมฺเมสุ อนิจฺจาทิวเสน ปวตฺตา วิปสฺสนา มคฺคผลลาเภน ปฏิลทฺธา นาม โหติ ตทลาเภน อนวฏฺฐานโตติ มคฺคผลลาภี เอว ‘‘อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนาลาภี’’ติ วุตฺโต, มคฺคผลญาณเมว จ อธิกปญฺญาภาวโต จตุสจฺจธมฺเม สพฺพธมฺมสฺส วเร นิพฺพาเน เอว วา วิสิฏฺฐทสฺสนภาวโต จ อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนาติ ทฏฺฐพฺพา.

๑๘๙. สุเตน อนุปปนฺโนติ ยถาสุเตน วา อตฺเถน วา น สมนฺนาคโตติ อตฺโถ.

จตุกฺกนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.