๑. มาติกาวณฺณนา

๑. ธมฺมสงฺคเห ติกทุกวเสน สงฺคหิตานํ ธมฺมานํ วิภงฺเค ขนฺธาทิวิภาคํ ทสฺเสตฺวา ตถาสงฺคหิตวิภตฺตานํ ธาตุกถาย สงฺคหาสงฺคหาทิปฺปเภทํ วตฺวา ยาย ปญฺญตฺติยา เตสํ สภาวโต อุปาทาย จ ปญฺญาปนํ โหติ, ตํ ปเภทโต ทสฺเสตุํ ‘‘ฉ ปญฺญตฺติโย’’ติอาทินา ปุคฺคลปญฺญตฺติ อารทฺธา. ตตฺถ เย ธมฺเม ปุพฺพาปริยภาเวน ปวตฺตมาเน อสภาวสมูหวเสน อุปาทาย ‘‘ปุคฺคโล, อิตฺถี, ปุริโส, เทโว, มนุสฺโส’’ติอาทิกา ปุคฺคลปญฺญตฺติ โหติ, เตสํ อญฺเญสญฺจ พาหิรรูปนิพฺพานานํ สสภาวสมูหสสภาวเภทวเสน ปญฺญาปนา สภาวปญฺญตฺตีติ ขนฺธปญฺญตฺติอาทิกา ปญฺจวิธา เวทิตพฺพา. ตาย ธมฺมสงฺคหาทีสุ วิภตฺตา สภาวปญฺญตฺติ สพฺพาปิ สงฺคหิตา โหติ. ปุคฺคลปญฺญตฺติ ปน อสภาวปญฺญตฺติ. ตาย จ สมยวิมุตฺตาทิปฺปเภทาย สตฺตสนฺตานคเต ปริญฺเญยฺยาทิสภาวธมฺเม อุปาทาย ปวตฺติโต ปธานาย ‘‘วิหาโร มญฺโจ’’ติอาทิกา จ สพฺพา อสภาวปญฺญตฺติ สงฺคหิตา โหติ.

เอตฺตาวตา จ ปญฺญตฺติ นาม วิชฺชมานปญฺญตฺติ อวิชฺชมานปญฺญตฺติ จ. ตา เอว หิ โวมิสฺสา อิตรา จตสฺโสติ. ตสฺมา ตาสํ ทสฺสเนน อิมสฺมึ ปกรเณ สพฺพา ปญฺญตฺติโย ทสฺสิตาติ เวทิตพฺพา. ขนฺธาทิปญฺญตฺตีสุ ปน ฉสุ อญฺญตฺถ อทสฺสิตปฺปเภทํ อิเธว จ ทสฺสิตปฺปเภทํ ปุคฺคลปญฺญตฺตึ อุปาทาย อิมสฺส ปกรณสฺส ปุคฺคลปญฺญตฺตีติ นามํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. เย ธมฺเม อิธ ปญฺญเปตุกาโมติ ปญฺญตฺติยา วตฺถุภาเวน ทสฺเสตุกาโมติ อธิปฺปาโย. น หิ เอตสฺมึ ปกรเณ ปญฺญาปนํ กโรติ, วตฺถูหิ ปน ปญฺญตฺติโย ทสฺเสตีติ.

ขนฺธาติ ปญฺญาปนาติ อิทํ ขนฺธาติ รูปํ ปถวีติอาทิกา สพฺพาปิ สามญฺญปฺปเภทปญฺญาปนา นาม โหติ, ตํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ปญฺญาปนาติ เอตสฺส ปน ทสฺสนา ฐปนาติ เอเต เทฺว อตฺถา, เตสํ ปกาสนา นิกฺขิปนาติ. ตตฺถ ‘‘รูปกฺขนฺโธ…เป… อญฺญาตาวินฺทฺริยํ สมยวิมุตฺโต’’ติอาทินา อิทเมวํนามกํ อิทเมวํนามกนฺติ ตํตํโกฏฺฐาสิกกรณํ โพธนเมว นิกฺขิปนา, น ปญฺญเปตพฺพานํ มญฺจาทีนํ วิย ฐานสมฺพนฺธกรณํ. โย ปนายํ ‘‘นามปญฺญตฺติ หิ ทสฺเสติ จ ฐเปติ จา’’ติ กตฺตุนิทฺเทโส กโต, โส ภาวภูตาย กรณภูตาย วา นามปญฺญตฺติยา เตสํ เตสํ ธมฺมานํ ทิฏฺฐตาย ฐปิตตาย จ ตํนิมิตฺตตํ สนฺธาย กโตติ เวทิตพฺโพ.

วิชฺชมานปญฺญตฺตีติอาทินา วจเนน ปาฬิยํ อนาคตตํ สนฺธาย ‘‘ปาฬิมุตฺตเกนา’’ติอาทิมาห. กุสลากุสลสฺเสวาติ กุสลากุสลสฺส วิย. วิชฺชมานสฺสาติ เอตสฺส อตฺโถ สโตติ, ตสฺส อตฺโถ สมฺภูตสฺสาติ. วิชฺชมานสฺส สโตติ วา วิชฺชมานภูตสฺสาติ อตฺโถ. ตเมวตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สมฺภูตสฺสา’’ติ. เตน อวิชฺชมานภาวํ ปฏิกฺขิปติ. ตถา อวิชฺชมานสฺสาติ ยถา กุสลาทีนิ อกุสลาทิสภาวโต, ผสฺสาทโย จ เวทนาทิสภาวโต วินิวตฺตสภาวานิ วิชฺชนฺติ, ตถา อวิชฺชมานสฺส เย ธมฺเม อุปาทาย ‘‘อิตฺถี, ปุริโส’’ติ อุปลทฺธิ โหติ, เต อปเนตฺวา เตหิ วินิวตฺตสฺส อิตฺถิอาทิสภาวสฺส อภาวโต อสมฺภูตสฺสาติ อตฺโถ. ยํ ปเนตสฺส ‘‘เตนากาเรน อวิชฺชมานสฺส อญฺเญนากาเรน วิชฺชมานสฺสา’’ติ อตฺถํ เกจิ วทนฺติ, ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ ปญฺญตฺติทุเก วุตฺตเมว. อวิชฺชมาเนปิ สภาเว โลกนิรุตฺตึ อนุคนฺตฺวา อนภินิเวเสน จิตฺเตน ‘‘อิตฺถี, ปุริโส’’ติ คหณสพฺภาวา ‘‘โลกนิรุตฺติมตฺตสิทฺธสฺสา’’ติ อาห. สาภินิเวเสน ปน จิตฺเตน คยฺหมานํ ปญฺจมสจฺจาทิกํ น สภาวโต, นาปิ สงฺเกเตน สิทฺธนฺติ ‘‘สพฺพากาเรนปิ อนุปลพฺภเนยฺย’’นฺติ วุตฺตํ. ตาสุ อิมสฺมึ…เป… ลพฺภนฺตีติ อิมสฺมึ ปกรเณ สรูปโต ติสฺสนฺนํ อาคตตํ สนฺธาย วุตฺตํ.

ยถาวุตฺตสฺส ปน อฏฺฐกถานยสฺส อวิโรเธน อาจริยวาทา โยเชตพฺพา, ตสฺมา ปญฺญเปตพฺพฏฺเฐน เจสา ปญฺญตฺตีติ เอตสฺส สภาวโต อวิชฺชมานตฺตา ปญฺญเปตพฺพมตฺตฏฺเฐน ปญฺญตฺตีติ อตฺโถ. ปญฺญเปตพฺพมฺปิ หิ สสภาวํ ตชฺชปรมตฺถนามลาภโต น ปรโต ลภิตพฺพํ ปญฺญตฺตินามํ ลภติ, นิสภาวํ ปน สภาวาภาวโต น อตฺตโน สภาเวน นามํ ลภตีติ. สตฺโตติอาทิเกน นาเมน ปญฺญปิตพฺพมตฺตฏฺเฐน ปญฺญตฺตีติ นามํ ลภติ, นิสภาวา จ สตฺตาทโย. น หิ สสภาวสฺส รูปาทีหิ เอกตฺเตน อญฺญตฺเตน วา อนุปลพฺภสภาวตา อตฺถีติ.

กิรีฏํ มกุฏํ, ตํ อสฺส อตฺถีติ กิรีฏี. เอตสฺมิญฺจ อาจริยวาเท อนูเนน ลกฺขเณน ภวิตพฺพนฺติ สพฺพสโมโรโธ กาตพฺโพ. ทุติยํ ตติยนฺติ เอวํปการา หิ อุปนิธาปญฺญตฺติ อุปนิกฺขิตฺตกปญฺญตฺติ จ สงฺขาตพฺพปฺปธานตฺตา ฉปิ ปญฺญตฺติโย ภชตีติ ยุตฺตํ วตฺตุํ, อิตรา จ ยถาโยคํ ตํ ตํ ปญฺญตฺตินฺติ. ทุติยํ ตติยํ เทฺว ตีณีติอาทิ ปน สงฺขา นาม กาจิ นตฺถีติ ตาสํ อุปาทาสนฺตติปญฺญตฺตีนํ อวิชฺชมานปญฺญตฺติภาวํ, อิตราสญฺจ อุปนิธาปญฺญตฺตีนํ ยถานิทสฺสิตานํ อวิชฺชมาเนนอวิชฺชมานปญฺญตฺติภาวํ มญฺญมาโน อาห ‘‘เสสา อวิชฺชมานปกฺขญฺเจว อวิชฺชมาเนนอวิชฺชมานปกฺขญฺจ ภชนฺตี’’ติ. ทุติยํ ตติยํ เทฺว ตีณีติอาทีนํ อุปนิธาอุปนิกฺขิตฺตกปญฺญตฺตีนํ อวิชฺชมาเนนอวิชฺชมานปญฺญตฺติภาวเมว มญฺญติ. ยญฺหิ ปฐมาทิกํ อเปกฺขิตฺวา ยสฺส เจกาทิกสฺส อุปนิกฺขิปิตฺวา ปญฺญาปียติ, ตญฺจ สงฺขานํ กิญฺจิ นตฺถีติ. ตถา สนฺตติปญฺญตฺติยา จ. น หิ อสีติ อาสีติโก จ วิชฺชมาโนติ.

เอกจฺจา ภูมิปญฺญตฺตีติ กามาวจราทิปญฺญตฺตึ สนฺธายาห. กามาวจราที หิ สภาวธมฺมาติ อธิปฺปาโย. กาโมติ ปน โอกาเส คหิเต อวิชฺชมาเนนวิชฺชมานปญฺญตฺติ เอสา ภวิตุํ อรหติ, กมฺมนิพฺพตฺตกฺขนฺเธสุ คหิเตสุ วิชฺชมาเนนวิชฺชมานปญฺญตฺติ. ยถา ปน วจนสงฺขาตาย วจนสมุฏฺฐาปกเจตนาสงฺขาตาย วา กิริยาย ภาณโกติ ปุคฺคลสฺส ปญฺญตฺติ วิชฺชมาเนนอวิชฺชมานปญฺญตฺติปกฺขํ ภชติ, เอวํ กิโส ถูโลติ รูปายตนสงฺขาเตน สณฺฐาเนน ปุคฺคลาทีนํ ปญฺญาปนา วิชฺชมาเนนอวิชฺชมานปญฺญตฺติ ภวิตุํ อรหติ. สณฺฐานนฺติ วา รูปายตเน อคฺคหิเต อวิชฺชมาเนนอวิชฺชมานปญฺญตฺติ. รูปํ ผสฺโสติอาทิกา ปน วิชฺชมานปญฺญตฺติ รุปฺปนาทิกิจฺจวเสน กิจฺจปญฺญตฺติยํ, ปจฺจตฺตธมฺมนามวเสน ปจฺจตฺตปญฺญตฺติยํ วา อวโรเธตพฺพา. วิชฺชมานาวิชฺชมานปญฺญตฺตีสุ จ วุตฺตาสุ ตาสํ โวมิสฺสตาวเสน ปวตฺตา อิตราปิ วุตฺตาเยว โหนฺตีติ อยมฺปิ อาจริยวาโท สพฺพสงฺคาหโกติ ทฏฺฐพฺโพ.

๒. ‘‘ยาวตา ปญฺจกฺขนฺธา’’ติอาทิกสฺส อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยตฺตเกน ปญฺญาปเนนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ยาวตา ปญฺจกฺขนฺธาติ ยาวตา รูปกฺขนฺโธ…เป… วิญฺญาณกฺขนฺโธติ ขนฺธานํ ขนฺธปญฺญตฺติ, เอตฺตาวตา ขนฺธานํ ขนฺธปญฺญตฺติ, เอวํ ปาฬิโยชนํ กตฺวา สงฺเขปปฺปเภทวเสน อยํ อตฺโถ วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. ‘‘ยาวตา ปญฺจกฺขนฺธา’’ติ, ‘‘ขนฺธานํ ขนฺธปญฺญตฺตี’’ติ หิ อิมสฺส อตฺโถ ‘‘ยตฺตเกน ปญฺญาปเนน สงฺเขปโต ปญฺจกฺขนฺธาติ วา’’ติ เอเตน ทสฺสิโต, ‘‘ยาวตา รูปกฺขนฺโธ’’ติอาทิกสฺส ปน ‘‘ปเภทโต รูปกฺขนฺโธ’’ติอาทิเกนาติ. ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ…เป… วิญฺญาณกฺขนฺโธติ ปเภทนิทสฺสนมตฺตเมตํ. เตน อวุตฺโตปิ สพฺโพ สงฺคหิโต โหตีติ ‘‘ตตฺราปิ รูปกฺขนฺโธ กามาวจโร’’ติอาทิ วุตฺตํ. อยํ วา เอตฺถ ปาฬิยา อตฺถโยชนา – ‘‘ยาวตา’’ติ อิทํ สพฺเพหิ ปเทหิ โยเชตฺวา ยตฺตกา ปญฺจกฺขนฺธา, ตตฺตกา ขนฺธานํ ขนฺธปญฺญตฺติ. ยตฺตโก ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ ตปฺปเภทานญฺจ รูปกฺขนฺธาทีนํ ปเภโท, ตตฺตโก ขนฺธานํ ขนฺธปญฺญตฺติยา ปเภโทติ ปกรณนฺตเร วุตฺเตน วตฺถุเภเทน ขนฺธปญฺญตฺติยา ปเภทํ ทสฺเสติ. เอส นโย ‘‘ยาวตา อายตนาน’’นฺติอาทีสุปิ.

๗. เอกเทเสเนวาติ อุทฺเทสมตฺเตเนวาติ อตฺโถ.

มาติกาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.