๑๐. ภูมิจาลสุตฺตวณฺณนา
๗๐. ทสเม (ที. นิ. ฏี. ๒.๑๖๗; สํ. นิ. ฏี. ๒.๕.๘๒๒) อุเทนยกฺขสฺส เจติยฏฺฐาเนติ อุเทนสฺส นาม ยกฺขสฺส อายตนภาเวน อิฏฺฐกาหิ กเต มหาชนสฺส จิตฺตีกตฏฺฐาเน. กตวิหาโรติ ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส กตวิหาโร. วุจฺจตีติ ปุริมโวหาเรน ‘‘อุเทนํ เจติย’’นฺติ วุจฺจติ. โคตมกาทีสุปีติ ‘‘โคตมกํ เจติย’’นฺติอาทีสุปิ. เอเสว นโยติ เจติยฏฺฐาเน กตวิหารภาวํ อติทิสติ. ตถา หิ สตฺตมฺพนฺติ กิกิสฺส รญฺโญ ธีตโร สตฺต กุมาริโย สํเวคชาตา เคหโต นิกฺขมิตฺวา ตตฺถ ปธานํ ปทหึสุ, ตํ ฐานํ ‘‘สตฺตมฺพํ เจติย’’นฺติ วทนฺติ. พหุปุตฺตกนฺติ จ พหุปาโรโห เอโก นิโคฺรธรุกฺโข, ตสฺมึ อธิวตฺถํ เทวตํ พหู มนุสฺสา ปุตฺเต ปตฺเถนฺติ, ตทุปาทาย ตํ ฐานํ ‘‘พหุปุตฺตกํ เจติย’’นฺติ ปญฺญายิตฺถ. สารนฺททสฺส นาม ยกฺขสฺส วสิตฏฺฐานํ, จาปาลสฺส นาม ยกฺขสฺส วสิตฏฺฐานํ, อิติ สพฺพาเนเวตานิ พุทฺธุปฺปาทโต ปุพฺพเทวตา ปริคฺคเหตฺวา เจติยโวหาเรน โวหริตานิ, ภควโต วิหาเร กเตปิ ตเถว สญฺชานนฺติ. รมณียาติ เอตฺถ เวสาลิยา ตาว ภูมิภาคสมฺปตฺติยา สุลภปิณฺฑตาย รมณียภาโว เวทิตพฺโพ. วิหารานํ ปน นครโต นาติทูรตาย นจฺจาสนฺนตาย คมนาคมนสมฺปตฺติยา อนากิณฺณวิหารฏฺฐานตาย ฉายุทกสมฺปตฺติยา ปวิเวกปติรูปตาย จ รมณียตา ทฏฺฐพฺพา.
วฑฺฒิตาติ ภาวนาปาริปูริวเสน ปริพฺรูหิตา. ปุนปฺปุนํ กตาติ ภาวนาย พหุลีกรเณน อปราปรํ ปวตฺติตา. ยุตฺตยานํ วิย กตาติ ยถา ยุตฺตมาชญฺญยานํ เฉเกน สารถินา อธิฏฺฐิตํ ยถารุจิ ปวตฺตติ, เอวํ ยถารุจิ ปวตฺติรหตํ คมิตา. ปติฏฺฐานฏฺเฐนาติ อธิฏฺฐานฏฺเฐน. วตฺถุ วิย กตาติ สพฺพโส อุปกฺกิเลสวิโสธเนน อิทฺธิวิสยตาย ปติฏฺฐานภาวโต สุวิโสธิตปริสฺสยวตฺถุ วิย กตา. อธิฏฺฐิตาติ ปฏิปกฺขทูรีภาวโต สุภาวิตภาเวน ตํตํอธิฏฺฐานโยคฺยตาย ฐปิตา. สมนฺตโต จิตาติ สพฺพภาเคน ภาวนุปจยํ คมิตา. เตนาห ‘‘สุวฑฺฒิตา’’ติ. สุฏฺฐุ สมารทฺธาติ อิทฺธิภาวนาย สิขาปฺปตฺติยา สมฺมเทว สํเสวิตา.
อนิยเมนาติ ‘‘ยสฺส กสฺสจี’’ติ อนิยมวจเนน. นิยเมตฺวาติ ‘‘ตถาคตสฺสา’’ติ สรูปทสฺสเนน นิยเมตฺวา. อายุปฺปมาณนฺติ (ที. นิ. ฏี. ๑.๔๐; ที. นิ. อภิ. ฏี. ๑.๔๐) ปรมายุปฺปมาณํ วทติ. กึ ปเนตฺถ ปรมายุ นาม, กถํ วา ตํ ปริจฺฉินฺนปฺปมาณนฺติ? วุจฺจเต – โย เตสํ เตสํ สตฺตานํ ตสฺมึ ตสฺมึ ภววิเสเส ปุริมสิทฺธภวปตฺถนูปนิสฺสยวเสน สรีราวยววณฺณสณฺฐานปฺปมาณาทิวิเสสา วิย ตํตํคตินิกายาทีสุ เยภุยฺเยน นิยตปริจฺเฉโท คพฺภเสยฺยกกามาวจรเทวรูปาวจรสตฺตานํ สุกฺกโสณิตอุตุโภชนาทิอุตุอาทิปจฺจุปฺปนฺนปจฺจยูปตฺถมฺภิโต วิปากปฺปพนฺธสฺส ฐิติกาลนิยโม. โส ยถาสกํ ขณมตฺตาวฏฺฐายีนมฺปิ อตฺตโน สหชาตานํ รูปารูปธมฺมานํ ฐปนาการวุตฺติตาย ปวตฺตนกานิ รูปารูปชีวิตินฺทฺริยานิ ยสฺมา น เกวลํ เตสํ ขณฐิติยา เอว การณภาเวน อนุปาลกานิ, อถ โข ยาว ภวงฺคุปจฺเฉทา อนุปพนฺธสฺส อวิจฺเฉทเหตุภาเวนปิ, ตสฺมา อายุเหตุกตฺตา การณูปจาเรน อายุ, อุกฺกํสปริจฺเฉทวเสน ปรมายูติ จ วุจฺจติ. ตํ ปน เทวานํ เนรยิกานํ อุตฺตรกุรุกานญฺจ นิยตปริจฺเฉทํ. อุตฺตรกุรุกานํ ปน เอกนฺตนิยตปริจฺเฉทเมว, อวสิฏฺฐมนุสฺสเปตติรจฺฉานานํ ปน จิรฏฺฐิติสํวตฺตนิกกมฺมพหุเล กาเล ตํกมฺมสหิตสนฺตานชนิตสุกฺกโสณิตปจฺจยานํ ตํมูลกานญฺจ จนฺทสูริยสมวิสมปริวตฺตนาทิชนิตอุตุอาหาราทิสมวิสมปจฺจยานญฺจ วเสน จิราจิรกาลโต อนิยตปริจฺเฉทํ, ตสฺส จ ยถา ปุริมสิทฺธภวปตฺถนาวเสน ตํตํคตินิกายาทีสุ วณฺณสณฺฐานาทิวิเสสนิยโม สิทฺโธ ทสฺสนานุสฺสวาทีหิ, ตถา อาทิโต คหณสิทฺธิยา. เอวํ ตาสุ ตาสุ อุปปตฺตีสุ นิพฺพตฺตสตฺตานํ เยภุยฺเยน สมปฺปมาณฏฺฐิติกาลํ ทสฺสนานุสฺสเวหิ ลภิตฺวา ตํปรมตํ อชฺโฌสาย ปวตฺติตภวปตฺถนาวเสน อาทิโต ปริจฺเฉทนิยโม เวทิตพฺโพ. ยสฺมา ปน กมฺมํ ตาสุ ตาสุ อุปปตฺตีสุ ยถา ตํตํอุปปตฺตินิยตวณฺณาทินิพฺพตฺตเน สมตฺถํ, เอวํ นิยตายุปริจฺเฉทาสุ อุปปตฺตีสุ ปริจฺเฉทาติกฺกเมน วิปากนิพฺพตฺตเน สมตฺถํ น โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ตสฺมึ ตสฺมึ กาเล ยํ มนุสฺสานํ อายุปฺปมาณํ, ตํ ปริปุณฺณํ กโรนฺโต ติฏฺเฐยฺยา’’ติ.
มหาสีวตฺเถโร ปน ‘‘มหาโพธิสตฺตานํ จริมภเว ปฏิสนฺธิทายิโน กมฺมสฺส อสงฺเขฺยยฺยายุกตาสํวตฺตนสมตฺถตํ หทเย ฐเปตฺวา พุทฺธานญฺจ อายุสงฺขารสฺส ปริสฺสยวิกฺขมฺภนสมตฺถตา ปาฬิยํ อาคตา เอวาติ อิมํ ภทฺทกปฺปเมว ติฏฺเฐยฺยา’’ติ อโวจ. ขณฺฑิจฺจาทีหิ อภิภุยฺยตีติ เอเตน ยถา อิทฺธิพเลน ชราย น ปฏิฆาโต, เอวํ เตน มรณสฺสปิ น ปฏิฆาโตติ อตฺถโต อาปนฺนเมวาติ. ‘‘กฺว สโร ขิตฺโต, กฺว จ นิปติโต’’ติ อญฺญถา วุฏฺฐิเตนปิ เถรวาเทน อฏฺฐกถาวจนเมว สมตฺถิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เตนาห ‘‘โย ปน วุจฺจติ…เป… นิยามิต’’นฺติ.
โอฬาริเก นิมิตฺเตติ ถูเล สญฺญุปฺปาทเน. ถูลสญฺญุปฺปาทนเญฺหตํ ‘‘ติฏฺฐตุ ภควา กปฺป’’นฺติ สกลํ กปฺปํ อวฏฺฐานยาจนาย, ยทิทํ ‘‘ยสฺส กสฺสจิ, อานนฺท, จตฺตาโร อิทฺธิปาทา ภาวิตา’’ติอาทินา อญฺญาปเทเสน อตฺตโน จตุริทฺธิปาทภาวนานุภาเวน กปฺปํ อวฏฺฐานสมตฺถตาวิภาวนํ. โอภาเสติ ปากฏวจเน. ปากฏวจนเญฺหตํ, ยทิทํ ปริยายํ มุญฺจิตฺวา อุชุกเมว อตฺตโน อธิปฺปายวิภาวนํ. ปริยุฏฺฐิตจิตฺโตติ ยถา กิญฺจิ อตฺถานตฺถํ สลฺลกฺเขตุํ น สกฺกา, เอวํ อภิภูตจิตฺโต. โส ปน อภิภโว มหตา อุทโกเฆน อปฺปกสฺส อุทกสฺส อชฺโฌตฺถรณํ วิย อโหสีติ วุตฺตํ ‘‘อชฺโฌตฺถฏจิตฺโต’’ติ. อญฺโญติ เถรโต, อริเยหิ วา อญฺโญปิ โย โกจิ ปุถุชฺชโน. ปุถุชฺชนคฺคหณญฺเจตฺถ ยถา สพฺเพน สพฺพํ อปฺปหีนวิปลฺลาโส มาเรน ปริยุฏฺฐิตจิตฺโต กิญฺจิ อตฺถานตฺถํ สลฺลกฺเขตุํ น สกฺโกติ, เอวํ เถโร ภควตา กตนิมิตฺโตภาสํ สพฺพโส น สลฺลกฺเขสีติ ทสฺสนตฺถํ. เตนาห ‘‘มาโร หี’’ติอาทิ.
จตฺตาโร วิปลฺลาสาติ อสุเภ ‘‘สุภ’’นฺติ สญฺญาวิปลฺลาโส, จิตฺตวิปลฺลาโส, ทุกฺเข ‘‘สุข’’นฺติ สญฺญาวิปลฺลาโส, จิตฺตวิปลฺลาโสติ อิเม จตฺตาโร วิปลฺลาสา. เตนาติ ยทิปิ อิตเร อฏฺฐ วิปลฺลาสา ปหีนา, ตถาปิ ยถาวุตฺตานํ จตุนฺนํ วิปลฺลาสานํ อปฺปหีนภาเวน. อสฺสาติ เถรสฺส. มทฺทตีติ ผุสนมตฺเตน มทฺทนฺโต วิย โหติ, อญฺญถา เตน มทฺทิเต สตฺตานํ มรณเมว สิยา. กึ สกฺขิสฺสติ, น สกฺขิสฺสตีติ อธิปฺปาโย. กสฺมา น สกฺขิสฺสติ, นนุ เอส อคฺคสาวกสฺส กุจฺฉึ ปวิฏฺโฐติ? สจฺจํ ปวิฏฺโฐ, ตญฺจ โข อตฺตโน อานุภาวทสฺสนตฺถํ, น วิพาธนาธิปฺปาเยน. วิพาธนาธิปฺปาเยน ปน อิธ ‘‘กึ สกฺขิสฺสตี’’ติ วุตฺตํ หทยมทฺทนสฺส อธิกตตฺตา. นิมิตฺโตภาสนฺติ เอตฺถ ‘‘ติฏฺฐตุ ภควา กปฺป’’นฺติ สกลกปฺปํ อวฏฺฐานยาจนาย ‘‘ยสฺส กสฺสจิ, อานนฺท, จตฺตาโร อิทฺธิปาทา ภาวิตา’’ติอาทินา อญฺญาปเทเสน อตฺตโน จตุริทฺธิปาทภาวนานุภาเวน กปฺปํ อวฏฺฐานสมตฺถตาวเสน สญฺญุปฺปาทนํ นิมิตฺตํ. ตถา ปน ปริยายํ มุญฺจิตฺวา อุชุกเมว อตฺตโน อธิปฺปายวิภาวนํ โอภาโส. ชานนฺโตเยวาติ มาเรน ปริยุฏฺฐิตภาวํ ชานนฺโตเยว. อตฺตโน อปราธเหตุโต สตฺตานํ โสโก ตนุโก โหติ, น พลวาติ อาห ‘‘โทสาโรปเนน โสกตนุกรณตฺถ’’นฺติ. กึ ปน เถโร มาเรน ปริยุฏฺฐิตจิตฺตกาเล ปวตฺตึ ปจฺฉา ชานาตีติ? น ชานาติ สภาเวน, พุทฺธานุภาเวน ปน ชานาติ.
คจฺฉ ตฺวํ, อานนฺทาติ ยสฺมา ทิวาวิหารตฺถาย อิธาคโต, ตสฺมา, อานนฺท, คจฺฉ ตฺวํ ยถารุจิตฏฺฐานํ ทิวาวิหาราย. เตนาห ‘‘ยสฺสทานิ กาลํ มญฺญสี’’ติ. อนตฺเถ นิโยเชนฺโต คุณมารเณน มาเรติ, วิราควิพนฺธเนน วา ชาตินิมิตฺตตาย ตตฺถ ตตฺถ ชาตํ มาเรนฺโต วิย โหตีติ ‘‘มาเรตีติ มาโร’’ติ วุตฺตํ. อติ วิย ปาปตาย ปาปิมา. กณฺหธมฺเมหิ สมนฺนาคโต กโณฺห. วิราคาทิคุณานํ อนฺตกรณโต อนฺตโก. สตฺตานํ อนตฺถาวหํ ปฏิปตฺตึ น มุญฺจตีติ นมุจิ. อตฺตโน มารปาเสน ปมตฺเต พนฺธติ, ปมตฺตา วา พนฺธู เอตสฺสาติ ปมตฺตพนฺธุ. สตฺตมสตฺตาหโต ปรํ สตฺต อหานิ สนฺธายาห ‘‘อฏฺฐเม สตฺตาเห’’ติ น ปน ปลฺลงฺกสตฺตาหาทิ วิย นิยตกิจฺจสฺส อฏฺฐมสตฺตาหสฺส นาม ลพฺภนโต. สตฺตมสตฺตาหสฺส หิ ปรโต อชปาลนิโคฺรธมูเล มหาพฺรหฺมุโน สกฺกสฺส จ เทวรญฺโญ ปฏิญฺญาตธมฺมเทสนํ ภควนฺตํ ญตฺวา ‘‘อิทานิ สตฺเต ธมฺมเทสนาย มม วิสยํ สมติกฺกมาเปสฺสตี’’ติ สญฺชาตโทมนสฺโส หุตฺวา ฐิโต จินฺเตสิ – ‘‘หนฺท ทานาหํ นํ อุปาเยน ปรินิพฺพาเปสฺสามิ, เอวมสฺส มโนรโถ อญฺญถตฺตํ คมิสฺสติ, มม จ มโนรโถ อิชฺฌิสฺสตี’’ติ. เอวํ ปน จินฺเตตฺวา ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกมนฺตํ ฐิโต ‘‘ปรินิพฺพาตุ ทานิ, ภนฺเต, ภควา’’ติอาทินา ปรินิพฺพานํ ยาจิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อฏฺฐเม สตฺตาเห’’ติอาทิ. ตตฺถ อชฺชาติ อายุสงฺขาโรสฺสชฺชนทิวสํ สนฺธายาห. ภควา จสฺส อติพนฺธนาธิปฺปายํ ชานนฺโตปิ ตํ อนาวิกตฺวา ปรินิพฺพานสฺส อกาลภาวเมว ปกาเสนฺโต ยาจนํ ปฏิกฺขิปิ. เตนาห ‘‘น ตาวาห’’นฺติอาทิ.
มคฺควเสน พฺยตฺตาติ สจฺจสมฺปฏิเวธเวยฺยตฺติเยน พฺยตฺตา. ตเถว วินีตาติ มคฺควเสเนว กิเลสานํ สมุจฺเฉทวินเยน วินีตา. ตถา วิสารทาติ อริยมคฺคาธิคเมเนว สตฺถุสาสเน เวสารชฺชปฺปตฺติยา วิสารทา, สารชฺชกรานํ ทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาทิปาปธมฺมานํ วิคเมน วิสารทภาวํ ปตฺตาติ อตฺโถ. ยสฺส สุตสฺส วเสน วฏฺฏทุกฺขโต นิสฺสรณํ สมฺภวติ, ตํ อิธ อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน สุตนฺติ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘เตปิฏกวเสนา’’ติ. ติณฺณํ ปิฏกานํ สมูโห เตปิฏกํ, ตีณิ วา ปิฏกานิ ติปิฏกํ, ติปิฏกเมว เตปิฏกํ, ตสฺส วเสน. ตเมวาติ ยํ ตํ เตปิฏกํ โสตพฺพภาเวน ‘‘สุต’’นฺติ วุตฺตํ, ตเมว. ธมฺมนฺติ ปริยตฺติธมฺมํ. ธาเรนฺตีติ สุวณฺณภาชเน ปกฺขิตฺตสีหวสํ วิย อวินสฺสนฺตํ กตฺวา สุปฺปคุณสุปฺปวตฺติภาเวน ธาเรนฺติ หทเย ฐเปนฺติ. อิติ ปริยตฺติธมฺมวเสน พหุสฺสุตธมฺมธรภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปฏิเวธธมฺมวเสนปิ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อถ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อริยธมฺมสฺสาติ มคฺคผลธมฺมสฺส, นววิธสฺสปิ วา โลกุตฺตรธมฺมสฺส. อนุธมฺมภูตนฺติ อธิคมาย อนุรูปธมฺมภูตํ. อนุจฺฉวิกปฺปฏิปทนฺติ จ ตเมว วิปสฺสนาธมฺมมาห, ฉพฺพิธา วิสุทฺธิโย วา. อนุธมฺมนฺติ ตสฺสา ยถาวุตฺตปฺปฏิปทาย อนุรูปํ อภิสลฺเลขิตํ อปฺปิฉตาทิธมฺมํ. จรณสีลาติ สมาทาย วตฺตนสีลา. อนุมคฺคผลธมฺโม เอติสฺสาติ วา อนุธมฺมา, วุฏฺฐานคามินี วิปสฺสนา. ตสฺสา จรณสีลา. อตฺตโน อาจริยวาทนฺติ อตฺตโน อาจริยสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส วาทํ. สเทวกสฺส โลกสฺส อาจารสิกฺขาปเนน อาจริโย, ภควา, ตสฺส วาโท, จตุสจฺจเทสนา.
อาจิกฺขิสฺสนฺตีติ อาทิโต กเถสฺสนฺติ, อตฺตนา อุคฺคหิตนิยาเมน ปเร อุคฺคณฺหาเปสฺสนฺตีติ อตฺโถ. เทเสสฺสนฺตีติ วาเจสฺสนฺติ, ปาฬึ สมฺมา ปโพเธสฺสนฺตีติ อตฺโถ. ปญฺญเปสฺสนฺตีติ ปชานาเปสฺสนฺติ, สงฺกาเสสฺสนฺตีติ อตฺโถ. ปฏฺฐเปสฺสนฺตีติ ปกาเรหิ ฐเปสฺสนฺติ, ปกาเสสฺสนฺตีติ อตฺโถ. วิวริสฺสนฺตีติ วิวฏํ กริสฺสนฺติ. วิภชิสฺสนฺตีติ วิภตฺตํ กริสฺสนฺติ. อุตฺตานีกริสฺสนฺตีติ อนุตฺตานํ คมฺภีรํ อุตฺตานํ ปากฏํ กริสฺสนฺติ. สหธมฺเมนาติ เอตฺถ ธมฺม-สทฺโท การณปริยาโย ‘‘เหตุมฺหิ ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา’’ติอาทีสุ (วิภ. ๗๒๐) วิยาติ อาห ‘‘สเหตุเกน สการเณน วจเนนา’’ติ. สปฺปาฏิหาริยนฺติ สนิสฺสรณํ. ยถา ปรวาทํ ภญฺชิตฺวา สกวาโท ปติฏฺฐหติ, เอวํ เหตุทาหรเณหิ ยถาธิคตมตฺถํ สมฺปาเทตฺวา ธมฺมํ กเถสฺสนฺติ. เตนาห ‘‘นิยฺยานิกํ กตฺวา ธมฺมํ เทเสสฺสนฺตี’’ติ, นววิธํ โลกุตฺตรธมฺมํ ปโพเธสฺสนฺตีติ อตฺโถ. เอตฺถ จ ‘‘ปญฺญเปสฺสนฺตี’’ติอาทีหิ ฉหิ ปเทหิ ฉ อตฺถปทานิ ทสฺสิตานิ, อาทิโต ปน ทฺวีหิ ปเทหิ ฉ พฺยญฺชนปทานิ. เอตฺตาวตา เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ สํวณฺณนานเยน สงฺคเหตฺวา ทสฺสิตํ โหติ. วุตฺตเญฺหตํ เนตฺติยํ (เนตฺติ. สงฺคหวาโร) ‘‘ทฺวาทส ปทานิ สุตฺตํ, ตํ สพฺพํ พฺยญฺชนญฺจ อตฺโถ จา’’ติ.
สิกฺขาตฺตยสงฺคหิตนฺติ อธิสีลสิกฺขาทิสิกฺขาตฺตยสงฺคหํ. สกลํ สาสนพฺรหฺมจริยนฺติ อนวเสสํ สตฺถุสาสนภูตํ เสฏฺฐจริยํ. สมิทฺธนฺติ สมฺมเทว วฑฺฒิตํ. ฌานสฺสาทวเสนาติ เตหิ เตหิ ภิกฺขูหิ สมธิคตชฺฌานสุขวเสน. วุทฺธิปฺปตฺตนฺติ อุฬารปณีตภาวูปคเมน สพฺพโส ปริวุทฺธิมุปคตํ. สพฺพปาลิผุลฺลํ วิย อภิญฺญาสมฺปตฺติวเสน อภิญฺญาสมฺปทาหิ สาสนาภิวุทฺธิยา มตฺถกปฺปตฺติโต. ปติฏฺฐิตวเสนาติ ปติฏฺฐานวเสน, ปติฏฺฐปฺปตฺติยาติ อตฺโถ. ปฏิเวธวเสน พหุโน ชนสฺส หิตนฺติ พาหุชญฺญํ. เตนาห ‘‘มหาชนาภิสมยวเสนา’’ติ. ปุถุ ปุถุลํ ภูตํ ชาตํ, ปุถุ วา ปุถุตฺตํ ปตฺตนฺติ ปุถุภูตํ. เตนาห ‘‘สพฺพา…เป... ปตฺต’’นฺติ. สุฏฺฐุ ปกาสิตนฺติ สุฏฺฐุ สมฺมเทว อาทิกลฺยาณาทิภาเวน ปเวทิตํ.
สตึ สูปฏฺฐิตํ กตฺวาติ อยํ กายาทิวิภาโค อตฺตภาวสญฺญิโต ทุกฺขภาโร มยา เอตฺตกํ กาลํ วหิโต, อิทานิ ปน น วหิตพฺโพ, เอตสฺส อวหนตฺถญฺหิ จิรตรํ กาลํ อริยมคฺคสมฺภาโร สมฺภโต, สฺวายํ อริยมคฺโค ปฏิวิทฺโธ. ยโต อิเม กายาทโย อสุภาทิโต สภาวาทิโต สมฺมเทว ปริญฺญาตาติ จตุพฺพิธมฺปิ สมฺมาสตึ ยตาตถํ วิสเย สุฏฺฐุ อุปฏฺฐิตํ กตฺวา. ญาเณน ปริจฺฉินฺทิตฺวาติ อิมสฺส อตฺตภาวสญฺญิตสฺส ทุกฺขภารสฺส วหเน ปโยชนภูตํ อตฺตหิตํ ตาว โพธิมูเล เอว ปริสมาปิตํ, ปรหิตํ ปน พุทฺธเวเนยฺยวินยํ ปริสมาปิตพฺพํ, ตํ อิทานิ มาสตฺตเยเนว ปริสมาปนํ ปาปุณิสฺสติ, อหมฺปิ วิสาขาปุณฺณมายํ ปรินิพฺพายิสฺสามีติ เอวํ พุทฺธญาเณน ปริจฺฉินฺทิตฺวา สพฺพภาเคน นิจฺฉยํ กตฺวา. อายุสงฺขารํ วิสฺสชฺชีติ อายุโน ชีวิตสฺส อภิสงฺขารกํ ผลสมาปตฺติธมฺมํ น สมาปชฺชิสฺสามีติ วิสฺสชฺชิ. ตํวิสฺสชฺชเนเนว เตน อภิสงฺขริยมานํ ชีวิตสงฺขารํ ‘‘น ปวตฺเตสฺสามี’’ติ วิสฺสชฺชิ. เตนาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ.
ฐานมหนฺตตายปิ ปวตฺติอาการมหนฺตตายปิ มหนฺโต ปถวีกมฺโป. ตตฺถ ฐานมหนฺตตาย ภูมิจาลสฺส มหนฺตตฺตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตทา กิร…เป… กมฺปิตฺถา’’ติ วุตฺตํ. สา ปน ชาภิกฺเขตฺตภูตา ทสสหสฺสี โลกธาตุ เอว, น ยา กาจิ. ยา มหาภินีหารมหาภิชาติอาทีสุปิ กมฺปิตฺถ, ตทาปิ ตตฺติกาย เอว กมฺปเน กึ การณํ? ชาติกฺเขตฺตภาเวน ตสฺเสว อาทิโต ปริคฺคหสฺส กตตฺตา, ปริคฺคหกรณํ จสฺส ธมฺมตาวเสน เวทิตพฺพํ. ตถา หิ ปุริมพุทฺธานมฺปิ ตาวตฺตกเมว ชาติกฺเขตฺตํ อโหสิ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘ทสสหสฺสี โลกธาตุ, นิสฺสทฺทา โหติ นิรากุลา…เป… มหาสมุทฺโท อาภุชติ, ทสสหสฺสี ปกมฺปตี’’ติ (พุ. วํ. ๒.๘๔-๙๑) จ อาทิ. อุทกปริยนฺตํ กตฺวา ฉปฺปการปเวธเนน อวีตราเค ภึเสตีติ ภึสโน, โส เอว ภึสนโกติ อาห ‘‘ภยชนโก’’ติ. เทวเภริโยติ เทวทุนฺทุภิสทฺทสฺส ปริยายวจนมตฺตํ. น เจตฺถ กาจิ เภรี ‘‘ทุนฺทุภี’’ติ อธิปฺเปตา, อถ โข อุปฺปาตภาเวน ลพฺภมาโน อากาสคโต นิคฺโฆสสทฺโท. เตนาห ‘‘เทโว’’ติอาทิ. เทโวติ เมโฆ. ตสฺส หิ คชฺชภาเวน อากาสสฺส วสฺสาภาเวน สุกฺขคชฺชิตสญฺญิเต สทฺเท นิจฺฉรนฺเต เทวทุนฺทุภิสมญฺญา. เตนาห ‘‘เทโว สุกฺขคชฺชิตํ คชฺชี’’ติ.
ปีติเวควิสฺสฏฺฐนฺติ ‘‘เอวํ จิรตรํ กาลํ วหิโต อยํ อตฺตภาวสญฺญิโต ทุกฺขภาโร, อิทานิ น จิรสฺเสว นิกฺขิปิสฺสามี’’ติ สญฺชาตโสมนสฺโส ภควา สภาเวเนว ปีติเวควิสฺสฏฺฐํ อุทานํ อุทาเนสิ. เอวํ ปน อุทาเนนฺเตน อยมฺปิ อตฺโถ สาธิโต โหตีติ ทสฺสนตฺถํ อฏฺฐกถายํ ‘‘กสฺมา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
ตุลียตีติ ตุลนฺติ ตุล-สทฺโท กมฺมสาธโนติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตุลิต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อปฺปานุภาวตาย ปริจฺฉินฺนํ. ตถา หิ ตํ ปริโต ขณฺฑิตภาเวน ‘‘ปริตฺต’’นฺติ วุจฺจติ. ปฏิปกฺขวิกฺขมฺภนโต ทีฆสนฺตานตาย วิปุลผลตาย จ น ตุลํ น ปริจฺฉินฺนํ. เยหิ การเณหิ ปุพฺเพ อวิเสสโต มหคฺคตํ ‘‘อตุล’’นฺติ วุตฺตํ, ตานิ การณานิ รูปาวจรโต อรูปสฺส สาติสยานิ วิชฺชนฺตีติ อรูปาวจรํ ‘‘อตุล’’นฺติ วุตฺตํ อิตรญฺจ ‘‘ตุล’’นฺติ. อปฺปวิปากนฺติ ตีสุปิ กมฺเมสุ ยํ ตนุวิปากํ หีนํ, ตํ ตุลํ. พหุวิปากนฺติ ยํ มหาวิปากํ ปณีตํ, ตํ อตุลํ. ยํ ปเนตฺถ มชฺฌิมํ, ตํ หีนํ อุกฺกฏฺฐนฺติ ทฺวิธา ภินฺทิตฺวา ทฺวีสุปิ ภาเคสุ ปกฺขิปิตพฺพํ. หีนตฺติกวณฺณนายํ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๔) วุตฺตนเยน วา อปฺปพหุวิปากตํ นิทฺธาเรตฺวา ตสฺส วเสน ตุลาตุลภาโว เวทิตพฺโพ. สมฺภวติ เอตสฺมาติ สมฺภโวติ อาห ‘‘สมฺภวเหตุภูต’’นฺติ. นิยกชฺฌตฺตรโตติ สสนฺตานธมฺเมสุ วิปสฺสนาวเสน โคจราเสวนาย จ นิรโต. สวิปากมฺปิ สมานํ ปวตฺติวิปากมตฺตทายิกมฺมํ สวิปากฏฺเฐน สมฺภวํ, น จ ตํ กามาทิภวาภิสงฺขารกนฺติ ตโต วิเสสนตฺถํ ‘‘สมฺภว’’นฺติ วตฺวา ‘‘ภวสงฺขาร’’นฺติ วุตฺตํ. โอสฺสชีติ อริยมคฺเคน อวสฺสชิ. กวจํ วิย อตฺตภาวํ ปริโยนนฺธิตฺวา ฐิตํ อตฺตนิ สมฺภูตตฺตา อตฺตสมฺภวํ กิเลสญฺจ อภินฺทีติ กิเลสเภทสหภาวิกมฺโมสฺสชฺชนํ ทสฺเสนฺโต ตทุภยสฺส การณมโวจ ‘‘อชฺฌตฺตรโต สมาหิโต’’ติ.
ปฐมวิกปฺเป อวสชฺชนเมว วุตฺตํ, เอตฺถ อวสชฺชนากาโรติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อถ วา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตีเรนฺโตติ ‘‘อุปฺปาโท ภยํ, อนุปฺปาโท เขม’’นฺติอาทินา (ปฏิ. ม. ๑.๑๐) วีมํสนฺโต. ‘‘ตุเลนฺโต ตีเรนฺโต’’ติอาทินา สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘ปญฺจกฺขนฺธา’’ติอาทึ วตฺวา ภวสงฺขารสฺส อวสชฺชนาการํ สรูปโต ทสฺเสติ. เอวนฺติอาทินา ปน อุทานคาถาวณฺณนายํ อาทิโต วุตฺตมตฺถํ นิคมวเสน ทสฺเสติ.
ยนฺติ (ที. นิ. ฏี. ๒.๑๗๑) กรเณ, อธิกรเณ วา ปจฺจตฺตวจนนฺติ อาห ‘‘เยน สมเยน, ยสฺมึ วา สมเย’’ติ. อุกฺเขปกวาตาติ อุทกสนฺธารกวาตํ อุปจฺฉินฺทิตฺวา ฐิตฏฺฐานโต เขปกวาตา. สฏฺฐิ…เป… พหลนฺติ อิทํ ตสฺส วาตสฺส อุพฺเพธปฺปมาณเมว คเหตฺวา วุตฺตํ, อายามวิตฺถารโต ปน ทสสหสฺสจกฺกวาฬปฺปมาณํ โกฏิสตสหสฺสจกฺกวาฬปฺปมาณมฺปิ อุทกสนฺธารกวาตํ อุปจฺฉินฺทติเยว. อากาเสติ ปุพฺเพ วาเตน ปติฏฺฐิตากาเส. ปุน วาโตติ อุกฺเขปกวาเต ตถา กตฺวา วิคเต อุทกสนฺธารกวาโต ปุน อาพนฺธิตฺวา คณฺหาติ. ยถา ตํ อุทกํ น ภสฺสติ, เอวํ อุปตฺถมฺเภนฺตํ อาพนฺธนวิตานวเสน พนฺธิตฺวา คณฺหาติ. ตโต อุทกํ อุคฺคจฺฉตีติ ตโต อาพนฺธิตฺวา คหณโต เตน วาเตน อุฏฺฐาปิตํ อุทกํ อุคฺคจฺฉติ อุปริ คจฺฉติ. โหติเยวาติ อนฺตรนฺตรา โหติเยว. พหุภาเวนาติ มหาปถวิยา มหนฺตภาเวน. สกลา หิ มหาปถวี ตทา โอคฺคจฺฉติ จ อุคฺคจฺฉติ จ, ตสฺมา กมฺปนํ น ปญฺญายติ.
อิชฺฌนสฺสาติ อิจฺฉิตตฺถสิชฺฌนสฺส อนุภวิตพฺพสฺส อิสฺสริยสมฺปตฺติอาทิกสฺส. ปริตฺตาติ ปฏิลทฺธมตฺตา นาติสุภาวิตา. ตถา จ ภาวนา พลวตี น โหตีติ อาห ‘‘ทุพฺพลา’’ติ. สญฺญาสีเสน หิ ภาวนา วุตฺตา. อปฺปมาณาติ ปคุณา สุภาวิตา. สา หิ ถิรา ทฬฺหตรา โหตีติ อาห ‘‘พลวา’’ติ. ‘‘ปริตฺตา ปถวีสญฺญา, อปฺปมาณา อาโปสญฺญา’’ติ เทสนามตฺตเมตํ, อาโปสญฺญาย ปน สุภาวิตาย ปถวีกมฺโป สุเขเนว อิชฺฌตีติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ. สํเวเชนฺโต วา ทิพฺพสมฺปตฺติยา ปมตฺตํ สกฺกํ เทวราชานํ, วีมํสนฺโต วา ตาวเทว สมธิคตํ อตฺตโน อิทฺธิพลํ. โส กิรายสฺมา (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๑๗๑) ขุรคฺเค อรหตฺตํ ปตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อตฺถิ นุ โข โกจิ ภิกฺขุ เยน ปพฺพชิตทิวเสเยว อรหตฺตํ ปตฺวา เวชยนฺโต ปาสาโท กมฺปิตปุพฺโพ’’ติ. ตโต ‘‘นตฺถิ โกจี’’ติ ญตฺวา ‘‘อหํ กมฺเปสฺสามี’’ติ อภิญฺญาพเลน เวชยนฺตมตฺถเก ฐตฺวา ปาเทน ปหริตฺวา กมฺเปตุํ นาสกฺขิ. อถ นํ สกฺกสฺส นาฏกิตฺถิโย อาหํสุ – ‘‘ปุตฺต สงฺฆรกฺขิต, ตฺวํ ปูติคนฺเธเนว สีเสน เวชยนฺตํ กมฺเปตุํ อิจฺฉสิ, สุปฺปติฏฺฐิโต, ตาต, ปาสาโท, กถํ กมฺเปตุํ สกฺขิสฺสสี’’ติ.
สามเณโร ‘‘อิมา เทวตา มยา สทฺธึ เกฬึ กโรนฺติ, อหํ โข ปน อาจริยํ นาลตฺถํ, กหํ นุ โข เม อาจริโย สามุทฺทิกมหานาคตฺเถโร’’ติ อาวชฺเชตฺวา ‘‘มหาสมุทฺเท อุทกเลณํ มาเปตฺวา ทิวาวิหารํ นิสินฺโน’’ติ ญตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา เถรํ วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. ตโต นํ เถโร, ‘‘ตาต สงฺฆรกฺขิต, อสิกฺขิตฺวาว ยุทฺธํ ปวิฏฺโฐสี’’ติ วตฺวา ‘‘นาสกฺขิ, ตาต, เวชยนฺตํ กมฺเปตุ’’นฺติ ปุจฺฉิ. อาจริยํ, ภนฺเต, นาลตฺถนฺติ. อถ นํ เถโร, ‘‘ตาต, ตุมฺหาทิเส อกมฺเปนฺเต อญฺโญ โก กมฺเปสฺสติ, ทิฏฺฐปุพฺพํ เต, ตาต, อุทกปิฏฺเฐ โคมยขณฺฑํ ปิลวนฺตํ, ตาต, กปลฺลปูวํ ปจฺจนฺตํ อนฺตนฺเตน ปริจฺฉินฺนนฺติ อิมินา โอปมฺเมน ชานาหี’’ติ อาห. โส ‘‘วฏฺฏิสฺสติ, ภนฺเต, เอตฺตเกนา’’ติ วตฺวา ‘‘ปาสาเทน ปติฏฺฐิโตกาสํ อุทกํ โหตู’’ติ อธิฏฺฐาย เวชยนฺตาภิมุโข อคมาสิ. เทวธีตโร ตํ ทิสฺวา ‘‘เอกวารํ ลชฺชิตฺวา คโต, ปุนปิ สามเณโร เอติ, ปุนปิ เอตี’’ติ วทึสุ. สกฺโก เทวราชา ‘‘มา มยฺหํ ปุตฺเตน สทฺธึ กถยิตฺถ, อิทานิ เตน อาจริโย ลทฺโธ ขเณน ปาสาทํ กมฺเปสฺสตี’’ติ อาห. สามเณโรปิ ปาทงฺคุฏฺเฐน ปาสาทถูปิกํ ปหริ, ปาสาโท จตูหิ ทิสาหิ โอณมติ. เทวตา ‘‘ปติฏฺฐาตุํ เทหิ, ตาต, ปาสาทสฺส, ปติฏฺฐาตุํ เทหิ, ตาต, ปาสาทสฺสา’’ติ วิรวึสุ. สามเณโร ปาสาทํ ยถาฐาเน ฐเปตฺวา ปาสาทมตฺถเก ฐตฺวา อุทานํ อุทาเนสิ –
‘‘อชฺเชวาหํ ปพฺพชิโต, อชฺช ปตฺตาสวกฺขยํ;
อชฺช กมฺเปมิ ปาสาทํ, อโห พุทฺธสฺสุฬารตา.
‘‘อชฺเชวาหํ ปพฺพชิโต, อชฺช ปตฺตาสวกฺขยํ;
อชฺช กมฺเปมิ ปาสาทํ, อโห ธมฺมสฺสุฬารตา.
‘‘อชฺเชวาหํ ปพฺพชิโต, อชฺช ปตฺตาสวกฺขยํ;
อชฺช กมฺเปมิ ปาสาทํ, อโห สงฺฆสฺสุฬารตา’’ติ.
‘‘ธมฺมตา เอสา, ภิกฺขเว, ยทา โพธิสตฺโต ตุสิตกายา จวิตฺวา มาตุกุจฺฉึ โอกฺกมตี’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๘) วตฺวา ‘‘อยญฺจ ทสสหสฺสี โลกธาตุ สงฺกมฺปิ สมฺปกมฺปิ สมฺปเวธี’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๘), ตถา ‘‘ธมฺมตา เอสา, ภิกฺขเว, ยทา โพธิสตฺโต มาตุกุจฺฉิมฺหา นิกฺขมตี’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๒) วตฺวา ‘‘อยญฺจ ทสสหสฺสี โลกธาตุ สงฺกมฺปิ สมฺปกมฺปิ สมฺปเวธี’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๒) จ มหาสตฺตสฺส คพฺโภกฺกนฺติยํ อภิชาติญฺจ ธมฺมตาวเสน มหาปทาเน ปถวีกมฺปสฺส วุตฺตตฺตา อิตเรสุปิ จตูสุ ฐาเนสุ ปถวีกมฺโป ธมฺมตาวเสเนวาติ อตฺถโต วุตฺตเมตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
อิทานิ เนสํ ปถวีกมฺปานํ การณโต ปวตฺติอาการโต จ วิภาคํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิติ อิเมสู’’ติอาทิ วุตฺตํ. ธาตุโกเปนาติ อุกฺเขปกวาตสงฺขาตาย วาโยธาตุยา ปโกเปน. อิทฺธานุภาเวนาติ ญาณิทฺธิยา, กมฺมวิปากชิทฺธิยา วา สภาเวน, เตเชนาติ อตฺโถ. ปุญฺญเตเชนาติ ปุญฺญานุภาเวน, มหาโพธิสตฺตสฺส ปุญฺญพเลนาติ อตฺโถ. ญาณเตเชนาติ อนญฺญสาธารเณน ปฏิเวธญาณานุภาเวน. สาธุการทานวเสนาติ ยถา อนญฺญสาธารณปฺปฏิเวธญาณานุภาเวน อภิหตา มหาปถวี อภิสมฺโพธิยํ กมฺปิตฺถ, เอวํ อนญฺญสาธารเณน เทสนาญาณานุภาเวน อภิหตา มหาปถวี กมฺปิตฺถ, ตํ ปนสฺสา สาธุการทานํ วิย โหตีติ ‘‘สาธุการทานวเสนา’’ติ วุตฺตํ.
เยน ปน ภควา อสีติอนุพฺยญฺชนปฺปฏิมณฺฑิตทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณวิจิตฺรรูปกาโย สพฺพาการปริสุทฺธสีลกฺขนฺธาทิคุณรตนสมิทฺธิธมฺมกาโย ปุญฺญมหตฺตถามมหตฺตอิทฺธิมหตฺตยสมหตฺตปญฺญามหตฺตานํ ปรมุกฺกํสคโต อสโม อสมสโม อปฺปฏิปุคฺคโล อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อตฺตโน อตฺตภาวสญฺญิตํ ขนฺธปญฺจกํ กปฺปํ วา กปฺปาวเสสํ วา ฐเปตุํ สมตฺโถปิ สงฺขตธมฺมปริชิคุจฺฉนาการปฺปวตฺเตน ญาณวิเสเสน ติณายปิ อมญฺญมาโน อายุสงฺขาโรสฺสชฺชนวิธินา นิรเปกฺโข โอสฺสชฺชิ. ตทนุภาวาภิหตา มหาปถวี อายุสงฺขโรสฺสชฺชเน อกมฺปิตฺถ. ตํ ปนสฺสา การุญฺญสภาวสณฺฐิตา วิย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘การุญฺญภาเวนา’’ติ.
ยสฺมา ภควา ปรินิพฺพานสมเย จตุวีสติโกฏิสตสหสฺสสงฺขา สมาปตฺติโย สมาปชฺชิ, อนฺตรนฺตรา ผลสมาปตฺติสมาปชฺชเนน ตสฺส ปุพฺพภาเค สาติสยํ ติกฺขํ สูรํ วิปสฺสนาญาณญฺจ ปวตฺเตสิ. ‘‘ยทตฺถญฺจ มยา เอวํ สุจิรกาลํ อนญฺญสาธารโณ ปรมุกฺกํสคโต ญาณสมฺภาโร สมฺภโต, อนุตฺตโร จ วิโมกฺโข สมธิคโต, ตสฺส วต เม สิขาปฺปตฺตผลภูตา อจฺจนฺตนิฏฺฐา อนุปาทิเสสปรินิพฺพานธาตุ อชฺช สมิชฺฌตี’’ติ ภิยฺโย อติวิย โสมนสฺสปฺปตฺตสฺส ภควโต ปีติวิปฺผาราทิคุณวิปุลตรานุภาโว ปเรหิ อสาธารณญาณาติสโย อุทปาทิ, ยสฺส สมาปตฺติพลสมุปพฺรูหิตสฺส ญาณาติสยสฺส อานุภาวํ สนฺธาย อิทํ วุตฺตํ ‘‘เทฺวเม ปิณฺฑปาตา สมสมผลา สมสมวิปากา’’ติอาทิ (อุทา. ๗๕), ตสฺมา ตสฺสานุภาเวน สมภิหตา มหาปถวี อกมฺปิตฺถ, ตํ ปนสฺสา ตสฺสํ เวลายํ อาโรทนาการปฺปตฺติ วิย โหตีติ ‘‘อฏฺฐโม อาโรทเนนา’’ติ วุตฺตํ.
อิทานิ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวรนฺโต ‘‘มาตุกุจฺฉึ โอกฺกมนฺเต’’ติอาทิมาห. อยํ ปนตฺโถติ ‘‘สาธุการทานวเสนา’’ติอาทินา วุตฺต อตฺโถ. ปถวีเทวตาย วเสนาติ เอตฺถ สมุทฺทเทวตา วิย มหาปถวิยา อธิเทวตา กิร นาม อตฺถิ, ตาทิเส การเณ สติ ตสฺสา จิตฺตวเสน อยํ มหาปถวี สงฺกมฺปติ สมฺปกมฺปติ สมฺปเวธติ. ยถา วาตวลาหกเทวตานํ จิตฺตวเสน วาตา วายนฺติ, สีตุณฺหอพฺภวสฺสวลาหกเทวตานํ จิตฺตวเสน สีตาทโย ภวนฺติ, ตถา หิ วิสาขปุณฺณมายํ อภิสมฺโพธิอตฺถํ โพธิรุกฺขมูเล นิสินฺนสฺส โลกนาถสฺส อนฺตรายกรณตฺถํ อุปฏฺฐิตํ มารพลํ วิธมิตุํ –
‘‘อเจตนายํ ปถวี, อวิญฺญาย สุขํ ทุขํ;
สาปิ ทานพลา มยฺหํ, สตฺตกฺขตฺตุํ ปกมฺปถา’’ติ. (จริยา. ๑.๑๒๔) –
วจนสมนนฺตรํ มหาปถวี ภิชฺชิตฺวา สปริสํ มารํ ปริวตฺเตสิ. เอตนฺติ สาธุการทานาทิ. ยทิปิ นตฺถิ อเจตนตฺตา, ธมฺมตาวเสน ปน วุตฺตนเยน สิยาติ สกฺกา วตฺตุํ. ธมฺมตา ปน อตฺถโต ธมฺมภาโว, โส ปุญฺญธมฺมสฺส วา ญาณธมฺมสฺส วา อานุภาวสภาโวติ. ตยิทํ สพฺพํ วิจาริตเมว. เอวญฺจ กตฺวา –
‘‘อิเม ธมฺเม สมฺมสโต, สภาวสรสลกฺขเณ;
ธมฺมเตเชน วสุธา, ทสสหสฺสี ปกมฺปถา’’ติ. (พุ. วํ. ๒.๑๖๖) –
อาทิวจนญฺจ สมตฺถิตํ โหติ.
อยํ ปน (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๔๙) มหาปถวี อปเรสุปิ อฏฺฐสุ ฐาเนสุ อกมฺปิตฺถ มหาภินิกฺขมเน โพธิมณฺฑูปสงฺกมเน ปํสุกูลคฺคหเณ ปํสุกูลโธวเน กาฬการามสุตฺเต โคตมกสุตฺเต เวสฺสนฺตรชาตเก พฺรหฺมชาเลติ. ตตฺถ มหาภินิกฺขมนโพธิมณฺฑูปสงฺกมเนสุ วีริยพเลน อกมฺปิตฺถ. ปํสุกูลคฺคหเณ ‘‘ทฺวิสหสฺสทีปปริวาเร นาม จตฺตาโร มหาทีเป ปหาย ปพฺพชิตฺวา สุสานํ คนฺตฺวา ปํสุกูลํ คณฺหนฺเตน ทุกฺกรํ ภควตา กต’’นฺติ อจฺฉริยเวคาภิหตา อกมฺปิตฺถ. ปํสุกูลโธวนเวสฺสนฺตรชาตเกสุ อกาลกมฺปเนน อกมฺปิตฺถ. กาฬการามโคตมกสุตฺเตสุ (อ. นิ. ๔.๒๔; ๓.๑๒๖) ‘‘อหํ สกฺขี ภควา’’ติ สกฺขิภาเวน อกมฺปิตฺถ. พฺรหฺมชาเล (ที. นิ. ๑.๑๔๗) ปน ทฺวาสฏฺฐิยา ทิฏฺฐิคเตสุ วิชเฏตฺวา นิคฺคุมฺพํ กตฺวา เทสิยมาเนสุ สาธุการทานวเสน อกมฺปิตฺถาติ เวทิตพฺพา.
น เกวลญฺจ เอเตสุเยว ฐาเนสุ ปถวี อกมฺปิตฺถ, อถ โข ตีสุ สงฺคเหสุปิ มหามหินฺทตฺเถรสฺส อิมํ ทีปํ อาคนฺตฺวา โชติวเน นิสีทิตฺวา ธมฺมํ เทสิตทิวเสปิ อกมฺปิตฺถ. กลฺยาณิยมหาวิหาเร จ ปิณฺฑปาติยตฺเถรสฺส เจติยงฺคณํ สมฺมชฺชิตฺวา ตตฺเถว นิสีทิตฺวา พุทฺธารมฺมณํ ปีตึ คเหตฺวา อิมํ สุตฺตนฺตํ อารทฺธสฺส สุตฺตปริโยสาเน อุทกปริยนฺตํ กตฺวา อกมฺปิตฺถ. โลหปาสาทสฺส ปาจีนอมฺพลฏฺฐิกฏฺฐานํ นาม อโหสิ, ตตฺถ นิสีทิตฺวา ทีฆภาณกตฺเถรา พฺรหฺมชาลสุตฺตํ อารภึสุ. เตสํ สชฺฌายปริโยสาเนปิ อุทกปริยนฺตเมว กตฺวา ปถวี อกมฺปิตฺถ.
ยทิ เอวํ ‘‘อฏฺฐิเม, อานนฺท, เหตู อฏฺฐ ปจฺจยา มหโต ภูมิจาลสฺส ปาตุภาวายา’’ติ กสฺมา อฏฺเฐว เหตู วุตฺตาติ? นิยมเหตุภาวโต. อิเมเยว หิ อฏฺฐ เหตู นิยมนฺติ, นาญฺเญ. เต หิ กทาจิ สมฺภวนฺตีติ อนิยมภาวโต น คณิตา. วุตฺตเญฺหตํ นาคเสนตฺเถเรน มิลินฺทปเญฺห (มิ. ป. ๔.๑.๔) –
‘‘อฏฺฐิเม, ภิกฺขเว, เหตู อฏฺฐ ปจฺจยา มหโต ภูมิจาลสฺส ปาตุภาวายาติ. ยํ เวสฺสนฺตเรน รญฺญา มหาทาเน ทียมาเน สตฺตกฺขตฺตุํ มหาปถวี กมฺปิตา, ตญฺจ ปน อกาลิกํ กทาจุปฺปตฺติกํ อฏฺฐหิ เหตูหิ วิปฺปมุตฺตํ, ตสฺมา อคณิตํ อฏฺฐหิ เหตูหิ.
‘‘ยถา, มหาราช, โลเก ตโยเยว เมฆา คณียนฺติ วสฺสิโก, เหมนฺติโก, ปาวุสโกติ. ยทิ เต มุญฺจิตฺวา อญฺโญ เมโฆ ปวสฺสติ, น โส เมโฆ คณียติ สมฺมเตหิ เมเฆหิ, อกาลเมโฆเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ, เอวเมว โข, มหาราช, เวสฺสนฺตเรน รญฺญา มหาทาเน ทียมาเน ยํ สตฺตกฺขตฺตุํ มหาปถวี กมฺปิตา, อกาลิกํ เอตํ กทาจุปฺปตฺติกํ อฏฺฐหิ เหตูหิ วิปฺปมุตฺตํ, น ตํ คณียติ อฏฺฐหิ เหตูหิ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, หิมวนฺตา ปพฺพตา ปญฺจ นทิสตานิ สนฺทนฺติ, เตสํ, มหาราช, ปญฺจนฺนํ นทิสตานํ ทเสว นทิโย นทิคณนาย คณียนฺติ. เสยฺยถิทํ – คงฺคา, ยมุนา, อจิรวตี, สรภู, มหี, สินฺธุ, สรสฺสตี, เวตฺรวตี, วีตํสา, จนฺทภาคาติ. อวเสสา นทิโย นทิคณนาย อคณิตา. กึการณา? น ตา นทิโย ธุวสลิลา, เอวเมว โข, มหาราช, เวสฺสนฺตเรน รญฺญา มหาทาเน ทียมาเน ยํ สตฺตกฺขตฺตุํ มหาปถวี กมฺปิตา, อกาลิกํ เอตํ กทาจุปฺปตฺติกํ อฏฺฐหิ เหตูหิ วิปฺปมุตฺตํ, น ตํ คณียติ อฏฺฐหิ เหตูหิ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, รญฺโญ สตมฺปิ ทฺวิสตมฺปิ ติสตมฺปิ อมจฺจา โหนฺติ, เตสํ ฉเยว ชนา อมจฺจคณนาย คณียนฺติ. เสยฺยถิทํ – เสนาปติ, ปุโรหิโต, อกฺขทสฺโส, ภณฺฑาคาริโก, ฉตฺตคฺคาหโก, ขคฺคคฺคาหโก, เอเตเยว อมจฺจคณนาย คณียนฺติ. กึการณา? ยุตฺตตฺตา ราชคุเณหิ. อวเสสา อคณิตา, สพฺเพ อมจฺจาเตฺวว สงฺขํ คจฺฉนฺติ, เอวเมว โข, มหาราช, เวสฺสนฺตเรน รญฺญา มหาทาเน ทียมาเน ยํ สตฺตกฺขตฺตุํ มหาปถวี กมฺปิตา, อกาลิกํ เอตํ กทาจุปฺปตฺติกํ อฏฺฐหิ เหตูหิ วิปฺปมุตฺตํ, น ตํ คณียติ อฏฺฐหิ เหตูหี’’ติ.
ภูมิจาลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
จาปาลวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.