๑-๓. โคตมีสุตฺตาทิวณฺณนา
๕๑-๕๓. ฉฏฺฐสฺส ปฐเม (สารตฺถ. ฏี. จูฬวคฺค ๓.๔๐๒) โคตมีติ โคตฺตํ. นามกรณทิวเส ปนสฺสา ลทฺธสกฺการา พฺราหฺมณา ลกฺขณสมฺปตฺตึ ทิสฺวา ‘‘สเจ อยํ ธีตรํ ลภิสฺสติ, จกฺกวตฺติรญฺโญ มเหสี ภวิสฺสติ. สเจ ปุตฺตํ ลภิสฺสติ, จกฺกวตฺติราชา ภวิสฺสตีติ อุภยถาปิ มหตีเยวสฺสา ปชา ภวิสฺสตี’’ติ พฺยากรึสุ. อถสฺสา ‘‘มหาปชาปตี’’ติ นามํ อกํสุ. เตนาห ‘‘ปุตฺตปชาย เจว ธีตุปชาย จ มหนฺตตฺตา เอวํลทฺธนามา’’ติ.
‘‘อตฺตทณฺฑา ภยํ ชาตํ, ชนํ ปสฺสถ เมธคํ;
สํเวคํ กิตฺตยิสฺสามิ, ยถา สํวิชิตํ มยา’’ติ. (สุ. นิ. ๙๔๑; มหานิ. ๑๗๐) –
อาทินา อตฺตทณฺฑสุตฺตํ กเถสิ. ตํตํปโลภนกิริยา กายวาจาหิ ปรกฺกมนฺติโย อุกฺกณฺฐนฺตูติ สาสนํ เปเสนฺติ นามาติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘สาสนํ เปเสตฺวา’’ติ. กุณาลทหนฺติ กุณาลทหตีรํ. อนภิรตึ วิโนเทตฺวาติ อิตฺถีนํ โทสทสฺสนมุเขน กามานํ โวการสํกิเลสวิภาวเนน อนภิรตึ วิโนเทตฺวา.
อาปาทิกาติ สํวทฺธกา, ตุมฺหากํ หตฺถปาเทสุ กิจฺจํ อสาเธนฺเตสุ หตฺเถ จ ปาเท จ วฑฺเฒตฺวา ปฏิชคฺคิตาติ อตฺโถ. โปสิกาติ ทิวสสฺส เทฺว ตโย วาเร นหาเปตฺวา โภเชตฺวา ปาเยตฺวา ตุเมฺห โปเสสิ. ถญฺญํ ปาเยสีติ นนฺทกุมาโร กิร โพธิสตฺตโต กติปาเหเนว ทหโร, ตสฺมึ ชาเต มหาปชาปตี อตฺตโน ปุตฺตํ ธาตีนํ ทตฺวา สยํ โพธิสตฺตสฺส ธาติกิจฺจํ สาธยมานา อตฺตโน ถญฺญํ ปาเยสิ. ตํ สนฺธาย เถโร เอวมาห. ทหโรติ ตรุโณ. ยุวาติ โยพฺพญฺเญ ฐิโต. มณฺฑนกชาติโกติ อลงฺการสภาโว. ตตฺถ โกจิ ตรุโณปิ ยุวา น โหติ ยถา อติตรุโณ. โกจิ ยุวาปิ มณฺฑนกชาติโก น โหติ ยถา อุปสนฺตสภาโว, อาลสิยพฺยสนาทีหิ วา อภิภูโต. อิธ ปน ทหโร เจว ยุวา จ มณฺฑนกชาติโก จ อธิปฺเปโต, ตสฺมา เอวมาห. อุปฺปลาทีนิ มณฺฑนกชาติโก จ โลกสมฺมตตฺตา วุตฺตานิ.
มาตุคามสฺส ปพฺพชิตตฺตาติ อิทํ ปญฺจวสฺสสตโต อุทฺธํ อฏฺฐตฺวา ปญฺจสุเยว วสฺสสเตสุ สทฺธมฺมฏฺฐิติยา การณนิทสฺสนํ. ปฏิสมฺภิทาปเภทปฺปตฺตขีณาสววเสเนว วุตฺตนฺติ เอตฺถ ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺตขีณาสวคฺคหเณน ฌานานิปิ คหิตาเนว โหนฺติ. น หิ นิชฺฌานกานํ สพฺพปฺปการสมฺปตฺติ อิชฺฌตีติ วทนฺติ. สุกฺขวิปสฺสกขีณาสววเสน วสฺสสหสฺสนฺติอาทินา จ ยํ วุตฺตํ, ตํ ขนฺธกภาณกานํ มเตน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. วินยฏฺฐกถายมฺปิ (จูฬว. อฏฺฐ. ๔๐๓) อิมินาว นเยน วุตฺตํ.
ทีฆนิกายฏฺฐกถายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๓.๑๖๑) ปน ‘‘ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺเตหิ วสฺสสหสฺสํ อฏฺฐาสิ, ฉฬภิญฺเญหิ วสฺสสหสฺสํ, เตวิชฺเชหิ วสฺสสหสฺสํ, สุกฺขวิปสฺสเกหิ วสฺสสหสฺสํ, ปาติโมกฺเขน วสฺสสหสฺสํ อฏฺฐาสี’’ติ วุตฺตํ. อิธาปิ สาสนนฺตรธานกถายํ (อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๑๓๐) ‘‘พุทฺธานญฺหิ ปรินิพฺพานโต วสฺสสหสฺสเมว ปฏิสมฺภิทา นิพฺพตฺเตตุํ สกฺโกนฺติ, ตโต ปรํ ฉ อภิญฺญา, ตโต ตาปิ นิพฺพตฺเตตุํ อสกฺโกนฺตา ติสฺโส วิชฺชา นิพฺพตฺเตนฺติ, คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต กาเล ตาปิ นิพฺพตฺเตตุํ อสกฺโกนฺตา สุกฺขวิปสฺสกา โหนฺติ. เอเตเนว อุปาเยน อนาคามิโน, สกทาคามิโน, โสตาปนฺนา’’ติ วุตฺตํ.
สํยุตฺตนิกายฏฺฐกถายํ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒.๑๕๖) ปน ‘‘ปฐมโพธิยญฺหิ ภิกฺขู ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺตา อเหสุํ. อถ กาเล คจฺฉนฺเต ปฏิสมฺภิทา ปาปุณิตุํ น สกฺขึสุ, ฉฬภิญฺญา อเหสุํ. ตโต ฉ อภิญฺญา ปตฺตุํ อสกฺโกนฺตา ติสฺโส วิชฺชา ปาปุณึสุ. อิทานิ กาเล คจฺฉนฺเต ติสฺโส วิชฺชา ปาปุณิตุํ อสกฺโกนฺตา อาสวกฺขยมตฺตํ ปาปุณิสฺสนฺติ, ตมฺปิ อสกฺโกนฺตา อนาคามิผลํ, ตมฺปิ อสกฺโกนฺตา สกทาคามิผลํ, ตมฺปิ อสกฺโกนฺตา โสตาปตฺติผลํ, คจฺฉนฺเต กาเล โสตาปตฺติผลมฺปิ ปตฺตุํ น สกฺขิสฺสนฺตี’’ติ วุตฺตํ. ยสฺมา เจตํ สพฺพํ อญฺญมญฺญปฺปฏิวิรุทฺธํ, ตสฺมา เตสํ เตสํ ภาณกานํ มตเมว อาจริเยน ตตฺถ ตตฺถ ทสฺสิตนฺติ คเหตพฺพํ. อญฺญถา หิ อาจริยสฺเสว ปุพฺพาปรวิโรธปฺปสงฺโค สิยาติ.
ตานิเยวาติ ตานิเยว ปญฺจวสฺสสหสฺสานิ. ปริยตฺติมูลกํ สาสนนฺติ อาห ‘‘น หิ ปริยตฺติยา อสติ ปฏิเวโธ อตฺถี’’ติอาทิ. ปริยตฺติยา หิ อนฺตรหิตาย ปฏิปตฺติอนฺตรธายติ, ปฏิปตฺติยา อนฺตรหิตาย อธิคโม อนฺตรธายติ. กึการณา? อยญฺหิ ปริยตฺติ ปฏิปตฺติยา ปจฺจโย โหติ, ปฏิปตฺติ อธิคมสฺส. อิติ ปฏิปตฺติโตปิ ปริยตฺติเยว ปมาณํ. ทุติยตติเยสุ นตฺถิ วตฺตพฺพํ.
โคตมีสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.