๑๐. อนุรุทฺธมหาวิตกฺกสุตฺตวณฺณนา

๓๐. ทสเม อปฺปิจฺฉสฺสาติ น อิจฺฉสฺส. อภาวตฺโถ เหตฺถ อปฺปสทฺโท ‘‘อปฺปฑํสมกสวาตาตปา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๑๐.๑๑) วิย. ปจฺจเยสุ อปฺปิจฺโฉ ปจฺจยปฺปิจฺโฉ, จีวราทิปจฺจเยสุ อิจฺฉารหิโต. อธิคมปฺปิจฺโฉติ ฌานาทิอธิคมวิภาวเน อิจฺฉารหิโต. ปริยตฺติอปฺปิจฺโฉติ ปริยตฺติยํ พาหุสจฺจวิภาวเน อิจฺฉารหิโต. ธุตงฺคปฺปิจฺโฉติ ธุตงฺเคสุ อปฺปิจฺโฉ ธุตงฺคภาววิภาวเน อิจฺฉารหิโต. สนฺตคุณนิคุหเนนาติ อตฺตนิ สํวิชฺชมานานํ ฌานาทิคุณานญฺเจว พาหุสจฺจคุณสฺส ธุตงฺคคุณสฺส จ นิคุหเนน ฉาทเนน. สมฺปชฺชตีติ นิปฺผชฺชติ สิชฺฌติ. โน มหิจฺฉสฺสาติ มหติยา อิจฺฉาย สมนฺนาคตสฺส โน สมฺปชฺชติ อนุธมฺมสฺสปิ อนิปฺผชฺชนโต. ปวิวิตฺตสฺสาติ ปกาเรหิ วิวิตฺตสฺส. เตนาห ‘‘กายจิตฺตอุปธิวิเวเกหิ วิวิตฺตสฺสา’’ติ. อารมฺภวตฺถุวเสนาติ ภาวนาภิโยควเสน เอกีภาโวว กายวิเวโกติ อธิปฺเปโต, น คณสงฺคณิกาภาวมตฺตนฺติ ทสฺเสติ. กมฺมนฺติ โยคกมฺมํ.

สตฺเตหิ กิเลเสหิ จ สงฺคณนํ สโมธานํ สงฺคณิกา, สา อารมิตพฺพฏฺเฐน อาราโม เอตสฺสาติ สงฺคณิการาโม, ตสฺส. เตนาห ‘‘คณสงฺคณิกาย เจวา’’ติอาทิ. อารทฺธวีริยสฺสาติ ปคฺคหิตวีริยสฺส. ตญฺจ โข อุปธิวิเวเก นินฺนตาวเสน ‘‘อยํ ธมฺโม’’ติ วจนโต. เอส นโย อิตเรสุปิ. วิวฏฺฏนิสฺสิตํเยว หิ สมาธานํ อิธาธิปฺเปตํ, ตถา ปญฺญาปิ. กมฺมสฺส-กตปญฺญาย หิ ฐิโต กมฺมวเสน ภเวสุ นานปฺปกาโร อนตฺโถติ ชานนฺโต กมฺมกฺขยกรํ ญาณํ อภิปตฺเถติ, ตทตฺถญฺจ อุสฺสาหํ กโรติ. มานาทโย สตฺตสนฺตานํ สํสาเร ปปญฺเจนฺติ วิตฺถาเรนฺตีติ ปปญฺจาติ อาห ‘‘ตณฺหามานทิฏฺฐิปปญฺจรหิตตฺตา’’ติอาทิ. เสสเมตฺถ สุวิญฺเญยฺยเมว.

อนุรุทฺธมหาวิตกฺกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

คหปติวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.