๓-๔. อสฺสาชานียสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๓-๑๔. ตติเย สาเฐยฺยานีติ สฐตฺตานิ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. ตานิ ปนสฺส สาเฐยฺยาทีนิ กายจิตฺตุชุกตาปฏิปกฺขภูตา โลภสหคตจิตฺตุปฺปาทสฺส ปวตฺติอาการวิเสสา. ตตฺถ ยสฺส กิสฺมิญฺจิเทว ฐาเน ฐาตุกามสฺส สโต ยํ ฐานํ มนุสฺสานํ สปฺปฏิภยํ, ปุรโต คนฺตฺวา ตเถว สปฺปฏิภยฏฺฐาเนว ฐสฺสามีติ น โหติ, วญฺจนาธิปฺปายภาวโต ฐาตุกามฏฺฐาเนเยว นิขาตตฺถมฺโภ วิย จตฺตาโร ปาเท นิจฺจาเลตฺวา ติฏฺฐติ, อยํ สโฐ นาม, อิมสฺส สาเฐยฺยสฺส ปากฏกรณํ. ตถา ยสฺส กิสฺมิญฺจิเทว ฐาเน นิวตฺติตฺวา ขนฺธคตํ ปาเตตุกามสฺส สโต ยํ ฐานํ มนุสฺสานํ สปฺปฏิภยํ, ปุรโต คนฺตฺวา ตเถว ปาเตสฺสามีติ น โหติ, ปาเตตุกามฏฺฐาเนเยว นิวตฺติตฺวา ปาเตติ, อยํ กูโฏ นาม. ยสฺส กาเลน วามโต, กาเลน ทกฺขิณโต, กาเลน อุชุมคฺเคเนว จ คนฺตุกามสฺส สโต ยํ ฐานํ มนุสฺสานํ สปฺปฏิภยํ, ปุรโต คนฺตฺวา ตเถว เอวํ กริสฺสามีติ น โหติ, ยทิจฺฉกํ คนฺตุกามฏฺฐาเนเยว กาเลน วามโต, กาเลน ทกฺขิณโต, กาเลน อุชุมคฺคํ คจฺฉติ, ตถา เลณฺฑํ วา ปสฺสาวํ วา วิสฺสชฺเชตุกามสฺส อิทํ ฐานํ สุสมฺมฏฺฐํ อากิณฺณมนุสฺสํ รมณียํ. อิมสฺมึ ฐาเน เอวรูปํ กาตุํ น ยุตฺตํ, ปุรโต คนฺตฺวา ปฏิจฺฉนฺนฏฺฐาเน กริสฺสามีติ น โหติ, ตตฺเถว กโรติ, อยํ ชิโมฺห นาม. ยสฺส ปน กิสฺมิญฺจิ ฐาเน มคฺคา อุกฺกมฺม นิวตฺติตฺวา ปฏิมคฺคํ อาโรหิตุกามสฺส สโต ยํ ฐานํ มนุสฺสานํ สปฺปฏิภยํ, ปุรโต คนฺตฺวา ตตฺเถว เอวํ กริสฺสามีติ น โหติ, ปฏิมคฺคํ อาโรหิตุกามฏฺฐาเนเยว มคฺคา อุกฺกมฺม นิวตฺติตฺวา ปฏิมคฺคํ อาโรหติ, อยํ วงฺโก นาม. อิติ อิมํ จตุพฺพิธมฺปิ กิริยํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ ‘‘ยานิ โข ปนสฺส ตานิ สาเฐยฺยานิ…เป… อาวิกตฺตา โหตี’’ติ. จตุตฺเถ นตฺถิ วตฺตพฺพํ.

อสฺสาชานียสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.