๑. เมตฺตาสุตฺตวณฺณนา

๑. อฏฺฐกนิปาตสฺส ปฐเม วฑฺฒิตายาติ ภาวนาปาริปูริวเสน ปริพฺรูหิตาย. ปุนปฺปุนํ กตายาติ ภาวนาย พหุลีกรเณน อปราปรํ ปวตฺติตาย. ยุตฺตยานสทิสกตายาติ ยถา ยุตฺตอาชญฺญยานํ เฉเกน สารถินา อธิฏฺฐิตํ ยถารุจิ ปวตฺตติ, เอวํ ยถารุจิ ปวตฺตารหตํ คมิตาย. ปติฏฺฐานฏฺเฐนาติ สพฺพสมฺปตฺติอธิฏฺฐานฏฺเฐน. ปจฺจุปฏฺฐิตายาติ ภาวนาพหุลีกาเรหิ ปติ ปติ อุปฏฺฐิตาย อวิชหิตาย. สมนฺตโต จิตายาติ สพฺพภาเคน ภาวนานุรูปํ จยํ คมิตาย. เตนาห ‘‘อุปจิตายา’’ติ. สุฏฺฐุ สมารทฺธายาติ อติวิย สมฺมเทว นิพฺพตฺติคตาย.

โย จ เมตฺตํ ภาวยตีติอาทีสุ โย โกจิ คหฏฺโฐ วา ปพฺพชิโต วา. เมตฺตนฺติ เมตฺตาฌานํ.

อปฺปมาณนฺติ ภาวนาวเสน อารมฺมณวเสน จ อปฺปมาณํ. อสุภภาวนาทโย วิย หิ อารมฺมเณ เอกเทสคฺคหณํ อกตฺวา อนวเสสผรณวเสน อโนธิโส ผรณวเสน จ, อปฺปมาณารมฺมณตาย ปคุณภาวนาวเสน จ อปฺปมาณํ. ตนู สํโยชนา โหนฺตีติ เมตฺตํ ปาทกํ กตฺวา สมฺมสิตฺวา เหฏฺฐิเม อริยมคฺเค อธิคจฺฉนฺตสฺส สุเขเนว ปฏิฆสํโยชนาทโย ปหียมานา ตนู โหนฺตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

เอวํ กิเลสปฺปหานญฺจ นิพฺพานาธิคมญฺจ เมตฺตาภาวนาย สิขาปฺปตฺตมานิสํสํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อญฺเญปิ อานิสํเส ทสฺเสตุํ ‘‘เอกมฺปิ เจ’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อทุฏฺฐจิตฺโตติ เมตฺตาพเลน สุฏฺฐุ วิกฺขมฺภิตพฺยาปาทตาย พฺยาปาเทน อทูสิตจิตฺโต. เมตฺตายตีติ หิตผรณวเสน เมตฺตํ กโรติ. กุสลีติ อติสเยน กุสลวา มหาปุญฺโญ, ปฏิฆาทิอนตฺถวิคเมน เขมี. สพฺเพ จ ปาเณติ จ-สทฺโท พฺยติเรโก. มนสานุกมฺปีติ จิตฺเตน อนุกมฺปนฺโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เอกสตฺตวิสยาปิ ตาว เมตฺตา มหากุสลราสิ, สพฺเพ ปน ปาเณ อตฺตโน ปุตฺตํ วิย หิตผรเณน มนสา อนุกมฺปนฺโต ปหุกํ ปหุํ อนปฺปกํ อปริยนฺตํ จตุสฏฺฐิมหากปฺเปปิ อตฺตโน วิปากปฺปพนฺธํ ปวตฺเตตุํ สมตฺถํ อุฬารํ ปุญฺญํ อริโย ปริสุทฺธจิตฺโต ปุคฺคโลว กโรติ นิปฺผาเทตีติ. สตฺตภริตนฺติ สตฺเตหิ อวิรฬํ, อากิณฺณมนุสฺสนฺติ อตฺโถ.

สงฺคหวตฺถูนีติ (สํ. นิ. ฏี. ๑.๑.๑๒๐) โลกสฺส สงฺคณฺหนการณานิ. นิปฺผนฺนสสฺสโต นว ภาเค กสฺสกสฺส ทตฺวา รญฺญํ เอกภาคคฺคหณํ ทสมภาคคฺคหณํ. เอวํ กสฺสกา หฏฺฐตุฏฺฐา สสฺสานิ สมฺปาเทนฺตีติ อาห ‘‘สสฺสสมฺปาทเน เมธาวิตาติ อตฺโถ’’ติ. ตโต โอรภาเค กิร ฉภาคคฺคหณํ ชาตํ. ฉมาสิกนฺติ ฉนฺนํ ฉนฺนํ มาสานํ ปโหนกํ. ปาเสตีติ ปาสคเต วิย กโรติ. วาจาย ปิยํ วาจาปิยํ, ตสฺส กมฺมํ วาจาเปยฺยํ. สพฺพโส รฏฺฐสฺส อิทฺธาทิภาวโต เขมํ. นิรพฺพุทํ โจริยาภาวโต. อิทฺธญฺหิ รฏฺฐํ อโจริยํ. ‘‘นิรคฺคฬ’’นฺติ วุจฺจติ อปารุตฆรภาวโต.

อุทฺธํมูลกํ กตฺวาติ อุมฺมูลํ กตฺวา. ทฺวีหิ ปริยญฺเญหีติ มหายญฺญสฺส ปุพฺพภาเค ปจฺฉา จ ปวตฺเตตพฺเพหิ ทฺวีหิ ปริวารยญฺเญหิ. สตฺต…เป… ภีสนสฺสาติ สตฺตนวุตาธิกานํ ปญฺจนฺนํ ปสุสตานํ มารเณน เภรวสฺส ปาปภีรุกานํ ภยาวหสฺส. ตถา หิ วทนฺติ –

‘‘ฉสตานิ นิยุชฺชนฺติ, ปสูนํ มชฺฌิเม หนิ;

อสฺสเมธสฺส ยญฺญสฺส, อูนานิ ปสูหิ ตีหี’’ติ. (สํ. นิ. ฏี. ๑.๑.๑๒๐; อ. นิ. ฏี. ๒.๔.๓๙);

สมฺมนฺติ ยุคจฺฉิทฺเท ปกฺขิปิตพฺพทณฺฑกํ. ปาสนฺตีติ ขิปนฺติ. สํหาริเมหีติ สกเฏหิ วหิตพฺเพหิ. ปุพฺเพ กิร เอโก ราชา สมฺมาปาสํ ยชนฺโต สรสฺสตินทิตีเร ปถวิยา วิวเร ทินฺเน นิมุคฺโคเยว อโหสิ. อนฺธพาลพฺราหฺมณา คตานุคติคตา ‘‘อยํ ตสฺส สคฺคคมนมคฺโค’’ติ สญฺญาย ตตฺถ สมฺมาปาสํ ยญฺญํ ปฏฺฐเปนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘นิมุคฺโคกาสโต ปภุตี’’ติ. อยูโป อปฺปกทิวโส ยาโค, สยูโป พหุทิวสํ สาเธยฺโย สตฺรยาโค. มนฺตปทาภิสงฺขตานํ สปฺปิมธูนํ ‘‘วาช’’มิติ สมญฺญา. หิรญฺญสุวณฺณโคมหึสาทิ สตฺตรสกทกฺขิณสฺส. สารคพฺภโกฏฺฐาคาราทีสุ นตฺถิ เอตฺถ อคฺคฬาติ นิรคฺคโฬ. ตตฺถ กิร ยญฺเญ อตฺตโน สาปเตยฺยํ อนวเสสโต อนิคูหิตฺวา นิยฺยาตียติ.

จนฺทปฺปภาติ (อิติวุ. อฏฺฐ. ๒๗) จนฺทิมสฺเสว ปภาย. ตาราคณาว สพฺเพติ ยถา สพฺเพปิ ตาราคณา จนฺทิมโสภาย โสฬสิมฺปิ กลํ นาคฺฆนฺติ, เอวํ เต อสฺสเมธาทโย ยญฺญา เมตฺตสฺส จิตฺตสฺส วุตฺตลกฺขเณน สุภาวิตสฺส โสฬสิมฺปิ กลํ นานุภวนฺติ, น ปาปุณนฺติ, นาคฺฆนฺตีติ อตฺโถ.

อิทานิ อปเรปิ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิเก เมตฺตาภาวนาย อานิสํเส ทสฺเสตุํ ‘‘โย น หนฺตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ โยติ เมตฺตาพฺรหฺมวิหารภาวนานุยุตฺโต ปุคฺคโล. น หนฺตีติ เตเนว เมตฺตาภาวนานุภาเวน ทูรวิกฺขมฺภิตพฺยาปาทตาย น กญฺจิ สตฺตํ หึสติ, เลฑฺฑุทณฺฑาทีหิ น วิพาธติ วา. น ฆาเตตีติ ปรํ สมาทเปตฺวา น สตฺเต มาราเปติ น วิพาธาเปติ จ. น ชินาตีติ สารมฺภวิคฺคาหิกกถาทิวเสน น กญฺจิ ชินาติ สารมฺภสฺเสว อภาวโต, ชานิกรณวเสน วา อฏฺฏกรณาทินา น กญฺจิ ชินาติ. เตนาห ‘‘น อตฺตนา ปรสฺส ชานึ กโรตี’’ติ. น ชาปเยติ ปเรหิ ปโยเชตฺวา ปเรสมฺปิ ธนชานึ น การาเปยฺย. เตนาห ‘‘น ปเรน ปรสฺส ชานึ กาเรตี’’ติ. เมตฺตาย วา อํโส อวิเหฐนฏฺเฐน อวยวภูโตติ เมตฺตํโส.

เมตฺตาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.