๙. อุชฺชยสุตฺตวณฺณนา

๓๙. นวเม อนุกุลยญฺญนฺติ อนุกุลํ กุลานุกฺกมํ อุปาทาย ทาตพฺพทานํ. เตนาห ‘‘อมฺหากํ…เป… กุลานุกุลวเสน ยชิตพฺพ’’นฺติ. วํสปรมฺปราย ปจฺฉา ทุคฺคตปุริเสหิ ปทาตพฺพทานํ. เอวรูปํ กุลํ สีลวนฺเต อุทฺทิสฺส นิพทฺธทานํ, ตสฺมึ กุเล ทลิทฺทานิปิ น อุปจฺฉินฺทนฺติ. ตตฺริทํ วตฺถุ – อนาถปิณฺฑิกสฺส ฆเร ปญฺจ สลากภตฺตสตานิ ทียึสุ. ทนฺตมยสลากานํ ปญฺจสตานิ อเหสุํ. อถ ตํ กุลํ อนุกฺกเมน ทาลิทฺทิเยน อภิภูตํ. เอกา ตสฺมึ กุเล ทาริกา เอกสลากโต อุทฺธํ ทาตุํ นาสกฺขิ. สาปิ ปจฺฉา สาตวาหนํ รฏฺฐํ คนฺตฺวา ขลํ โสเธตฺวา ลทฺธธญฺเญน ตํ สลากํ อทาสิ. เอโก เถโร รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา ตํ อาเนตฺวา อคฺคมเหสิฏฺฐาเน ฐเปสิ. สา ตโต ปฏฺฐาย ปุน ปญฺจปิ สลากสตานิ ปวตฺเตสิ.

อสฺสเมธนฺติอาทีสุ โปราณกราชกาเล กิร สสฺสเมธํ, ปุริสเมธํ, สมฺมาปาสํ, วาจาเปยฺยนฺติ จตฺตาริ สงฺคหวตฺถูนิ อเหสุํ, เยหิ ราชาโน โลกํ สงฺคณฺหึสุ. ตตฺถ นิปฺผนฺนสสฺสโต ทสมภาคคฺคหณํ สสฺสเมธํ นาม, สสฺสสมฺปาทเน เมธาวิตาติ อตฺโถ. มหาโยธานํ ฉมาสิกภตฺตเวตนานุปฺปทานํ ปุริสเมธํ นาม, ปุริสสงฺคณฺหเน เมธาวิตาติ อตฺโถ. ทลิทฺทมนุสฺสานํ หตฺเถ เลขํ คเหตฺวา ตีณิ วสฺสานิ วินา วฑฺฒิยา สหสฺสทฺวิสหสฺสมตฺตธนานุปฺปทานํ สมฺมาปาสํ นาม. ตญฺหิ สมฺมา มนุสฺเส ปาเสติ หทเย พนฺธิตฺวา วิย ฐเปติ, ตสฺมา สมฺมาปาสนฺติ วุจฺจติ. ‘‘ตาต, มาตุลา’’ติอาทินา ปน สณฺหวาจาภณนํ วาจาเปยฺยํ นาม, เปยฺยวชฺชํ ปิยวจนตาติ อตฺโถ. เอวํ จตูหิ วตฺถูหิ สงฺคหิตํ รฏฺฐํ อิทฺธญฺเจว โหติ ผีตญฺจ ปหูตอนฺนปานํ เขมํ นิรพฺพุทํ, มนุสฺสา มุทา โมทนา อุเร ปุตฺเต นจฺเจนฺตา อปารุตฆรทฺวารา วิหรนฺติ. อิทํ ฆรทฺวาเรสุ อคฺคฬานํ อภาวโต นิรคฺคฬนฺติ วุจฺจติ. อยํ โปราณิกา ปเวณี. อปรภาเค ปน โอกฺกากราชกาเล พฺราหฺมณา อิมานิ จตฺตาริ สงฺคหวตฺถูนิ อิมญฺจ รฏฺฐสมฺปตฺตึ ปริวตฺเตนฺตา อุมฺมูลํ กตฺวา อสฺสเมธํ ปุริสเมธนฺติอาทิเก ปญฺจ ยญฺเญ นาม อกํสุ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา พฺราหฺมณธมฺมิยสุตฺเต –

‘‘เตสํ อาสิ วิปลฺลาโส, ทิสฺวาน อณุโต อณุํ…เป…;

เต ตตฺถ มนฺเต คนฺเถตฺวา, โอกฺกากํ ตทุปาคมุ’’นฺติ. (สุ. นิ. ๓๐๑-๓๐๔);

อิทานิ เตหิ ปริวตฺเตตฺวา ฐปิตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อสฺสเมธ’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ เมธนฺตีติ วเธนฺติ. ทฺวีหิ ปริยญฺเญหีติ มหายญฺญสฺส ปุพฺพภาเค ปจฺฉา จ ปวตฺเตตพฺเพหิ ทฺวีหิ ปริวารยญฺเญหิ. สตฺตนวุติปญฺจปสุสตฆาตภึสนสฺสาติ สตฺตนวุตาธิกานํ ปญฺจนฺนํ ปสุสตานํ มารเณน เภรวสฺส ปาปภีรุกานํ ภยาวหสฺส. ตถา หิ วทนฺติ –

‘‘ฉสตานิ นิยุชฺชนฺติ, ปสูนํ มชฺฌิเม หนิ;

อสฺสเมธสฺส ยญฺญสฺส, อูนานิ ปสูหิ ตีหี’’ติ. (สํ. นิ. ฏี. ๑.๑.๑๒๐);

สมฺมนฺติ ยุคจฺฉิทฺเท ปกฺขิปิตพฺพทณฺฑกํ. ปาสนฺตีติ ขิปนฺติ. สํหาริเมหีติ สกเฏหิ วหิตพฺเพหิ. ปุพฺเพ กิร เอโก ราชา สมฺมาปาสํ ยชนฺโต สรสฺสตินทิตีเร ปถวิยา วิวเร ทินฺเน นิมุคฺโคเยว อโหสิ, อนฺธพาลพฺราหฺมณา คตานุคติคตา ‘‘อยํ ตสฺส สคฺคคมนมคฺโค’’ติ สญฺญาย ตตฺถ สมฺมาปาสยญฺญํ ปฏฺฐเปนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘นิมุคฺโคกาสโต ปภุตี’’ติ. อยูโป อปฺปกทิวโส ยาโค, สยูโป พหุทิวสํ เนยฺโย สตฺรยาโคติ. มนฺตปทาภิสงฺขตานํ สปฺปิมธูนํ วาชมิติ สมญฺญา. หิรญฺญสุวณฺณโคมหึสาทิ สตฺตรสกทกฺขิณสฺส. สารคพฺภโกฏฺฐาคาราทีสุ นตฺถิ เอตฺถ อคฺคฬนฺติ นิรคฺคโฬ. ตตฺถ กิร ยญฺเญ อตฺตโน สาปเตยฺยํ อนวเสสโต อนิคูหิตฺวา นิยฺยาตียติ.

มหารมฺภาติ พหุปสุฆาตกมฺมา. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘วิวิธา ยตฺถ หญฺญเร’’ติ วกฺขมานตฺตา ‘‘มหากิจฺจา มหากรณียา’’ติ ปฐโม อตฺถวิกปฺโป วุตฺโต. ทุติโย ปน อตฺถวิกปฺโป ‘‘มหารมฺภาติ ปปญฺจวเสน อเชฬกา’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ อธิปฺปาเยน ‘‘อปิจา’’ติอาทินา อารทฺโธ. นิรารมฺภาติ เอตฺถาปิ วุตฺตนเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. นนุ จ ปาณาติปาตาทิอกุสลกมฺมสฺส อปฺปมตฺตกมฺปิ ผลํ นุปลพฺภติ, ตสฺมา ตสฺส นิปฺผลภาวํ อวตฺวา ‘‘น เต โหนฺติ มหปฺผลา’’ติ กสฺมา วุตฺตนฺติ อาห ‘‘นิรวเสสตฺเถ’’ติอาทิ. อนุคตํ กุลนฺติ อนุกุลํ, กุลานุคตนฺติ อตฺโถ. เย นิจฺจภตฺตาทึ ปุพฺพปุริเสหิ ปฏฺฐปิตํ อปราปรํ อนุปจฺฉินฺทนฺตา มนุสฺสา ททนฺติ, เต อนุกุลํ ยชนฺติ นาม. เตเนวาห ‘‘เย อญฺเญ อนุกุลํ ยชนฺตี’’ติอาทิ.

อุชฺชยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.