๔. อคฺคปสาทสุตฺตวณฺณนา

๓๔. จตุตฺเถ อคฺเคสุ ปสาทาติ เสฏฺเฐสุ ปสาทา. อคฺคา วา ปสาทาติ เสฏฺฐภูตา ปสาทา. เสฏฺฐวจโน เหตฺถ อคฺคสทฺโท. ปุริมสฺมึ อตฺถวิกปฺเป อคฺคสทฺเทน พุทฺธาทิรตนตฺตยํ วุจฺจติ. เตสุ ภควา ตาว อสทิสฏฺเฐน, คุณวิสิฏฺฐฏฺเฐน, อสมสมฏฺเฐน จ อคฺโค. โส หิ มหาภินีหารํ ทสนฺนํ ปารมีนํ ปวิจยญฺจ อาทึ กตฺวา โพธิสมฺภารคุเณหิ เจว พุทฺธคุเณหิ จ ปโยชเนหิ จ เสสชเนหิ อสทิโสติ อสทิสฏฺเฐนปิ อคฺโค. เย จสฺส เต คุณา มหากรุณาทโย, เตหิ เสสสตฺตานํ คุเณหิ วิสิฏฺฐฏฺเฐนปิ สพฺพสตฺตุตฺตมตาย อคฺโค. เย ปน ปุริมกา สมฺมาสมฺพุทฺธา สพฺพสตฺเตหิ อสมา, เตหิ สทฺธึ อยเมว รูปกายคุเณหิ เจว ธมฺมกายคุเณหิ จ สโมติ อสมสมฏฺเฐนปิ อคฺโค. ตถา ทุลฺลภปาตุภาวโต อจฺฉริยมนุสฺสภาวโต พหุชนหิตสุขาวหโต อทุติยอสหายาทิภาวโต จ ภควา โลเก อคฺโคติ วุจฺจติ. ยถาห –

‘‘เอกปุคฺคลสฺส, ภิกฺขเว, ปาตุภาโว ทุลฺลโภ โลกสฺมึ. กตมสฺส เอกปุคฺคลสฺส? ตถาคตสฺส อรหโต สมฺมาสมฺมุทฺธสฺส. เอกปุคฺคโล, ภิกฺขเว, โลเก อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ อจฺฉริยมนุสฺโส. เอกปุคฺคโล, ภิกฺขเว, โลเก อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ พหุชน…เป… สมฺมาสมฺพุทฺโธ. เอกปุคฺคโล, ภิกฺขเว, โลเก อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ อทุติโย อสหาโย อปฺปฏิโม อปฺปฏิภาโค อปฺปฏิปุคฺคโล อสโม อสมสโม ทฺวิปทานํ อคฺโค. กตโม เอกปุคฺคโล? ตถาคโต อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๗๑-๑๗๓).

ธมฺมสงฺฆา อญฺญธมฺมสงฺเฆหิ อสทิสฏฺเฐน วิสิฏฺฐคุณตาย ทุลฺลภปาตุภาวาทินา จ อคฺคา. ตถา หิ เตสํ สฺวากฺขาตตาทิสุปฺปฏิปนฺนตาทิคุณวิเสเสหิ อญฺเญ ธมฺมสงฺฆสทิสา อปฺปตรํ นิหีนา วา นตฺถิ, กุโต เสฏฺฐา. สยเมว เตหิ วิสิฏฺฐคุณตาย เสฏฺฐา. ตถา ทุลฺลภุปฺปาทอจฺฉริยภาวพหุชนหิตสุขาวหอทุติยาสหายาทิสภาวา จ เต. ยทคฺเคน หิ ภควา ทุลฺลภปาตุภาโว, ตทคฺเคน ธมฺมสงฺฆาปีติ. อจฺฉริยาทีสุปิ เอเสว นโย. เอวํ อคฺเคสุ เสฏฺเฐสุ อุตฺตเมสุ ปวเรสุ คุณวิสิฏฺเฐสุ ปสาทาติ อคฺคปฺปสทา.

ทุติยสฺมึ ปนตฺเถ ยถาวุตฺเตสุ อคฺเคสุ พุทฺธาทีสุ อุปฺปตฺติยา อคฺคภูตา ปสาทา อคฺคปฺปสาทา. เย ปน อริยมคฺเคน อาคตา อเวจฺจปฺปสาทา, เต เอกนฺเตเนว อคฺคภูตา ปสาทาติ อคฺคปฺปสาทา. ยถาห – ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหตี’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๕.๑๐๓๗-๑๐๓๘). อคฺควิปากตฺตาปิ เจเต อคฺคปฺปสาทา. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘อคฺเค โข ปน ปสนฺนานํ อคฺโค วิปาโก’’ติ (อ. นิ. ๔.๓๔; อิติวุ. ๙๐).

อปทา วาติอาทีสุ วา-สทฺโท สมุจฺจยตฺโถ, น วิกปฺปตฺโถ. ยถา ‘‘อนุปฺปนฺโน วา กามาสโว อุปฺปชฺชติ, อุปฺปนฺโน วา กามาสโว ปวฑฺฒตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๗) เอตฺถ อนุปฺปนฺโน จ อุปฺปนฺโน จาติ อตฺโถ. ยถา จ ‘‘ภูตานํ วา สตฺตานํ ฐิติยา สมฺภเวสีนํ วา อนุคฺคหายา’’ติ เอตฺถ ภูตานญฺจ สมฺภเวสีนญฺจาติ อตฺโถ. ยถา จ ‘‘อคฺคิโต วา อุทกโต วา มิถุเภทโต วา’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๕๒) เอตฺถ อคฺคิโต จ อุทกโต จ มิถุเภทโต จาติ อตฺโถ, เอวํ ‘‘อปทา วา…เป… อคฺคมกฺขายตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๓๔; อิติวุ. ๙๐) เอตฺถาปิ อปทา จ ทฺวิปทา จาติ สมฺปิณฺฑนวเสน อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เตน วุตฺตํ ‘‘วา-สทฺโท สมุจฺจยตฺโถ, น วิกปฺปตฺโถ’’ติ.

รูปิโนติ รูปวนฺโต. น รูปิโนติ อรูปิโน. สญฺญิโนติ สญฺญวนฺโต. น สญฺญิโนติ อสญฺญิโน. ‘‘อปทา วา’’ติอาทิสพฺพปเทหิ กามภโว, รูปภโว, อรูปภโว, เอกโวการภโว, จตุโวการภโว, ปญฺจโวการภโว, สญฺญิภโว, อสญฺญิภโว, เนวสญฺญินาสญฺญิภโวติ นววิเธปิ ภเว สตฺเตปิ อนวเสสโต ปริยาทิยิตฺวา ทสฺเสติ. เอตฺถ หิ รูปิคฺคหเณน กามภโว, รูปภโว, ปญฺจโวการภโว, เอกโวการภโว จ ทสฺสิโต, อรูปิคฺคหเณน อรูปภโว, จตุโวการภโว จ ทสฺสิโต, สญฺญิภวาทโย ปน สรูเปเนว ทสฺสิตา. อปทาทิคฺคหเณน กามภวปญฺจโวการภวสญฺญิภวานํ เอกเทโสว ทสฺสิโต.

กสฺมา ปเนตฺถ ยถา อทุติยสุตฺเต ‘‘ทฺวิปทานํ อคฺโค’’ติ ทฺวิปทา เอว คหิตา, เอวํ ทฺวิปทคฺคหณเมว อกตฺวา อปทาทิคฺคหณํ กตนฺติ? วุจฺจเต – อทุติยสุตฺเต ตาว เสฏฺฐตรวเสน ทฺวิปทคฺคหณเมว กตํ. อิมสฺมิญฺหิ โลเก เสฏฺโฐ นาม อุปฺปชฺชมาโน อปทจตุปฺปทพหุปเทสุ น อุปฺปชฺชติ, ทฺวิปเทสุเยว อุปฺปชฺชติ. กตเรสุ ทฺวิปเทสุ? มนุสฺเสสุ เจว เทเวสุ จ. มนุสฺเสสุ อุปฺปชฺชมาโน สกลโลกํ วเส วตฺเตตุํ สมตฺโถ พุทฺโธ หุตฺวา อุปฺปชฺชติ, เทเวสุ อุปฺปชฺชมาโน ทสสหสฺสิโลกธาตุํ วเส วตฺตนโก มหาพฺรหฺมา หุตฺวา อุปฺปชฺชติ, โส ตสฺส กปฺปิยการโก วา อารามิโก วา สมฺปชฺชติ. อิติ ตโตปิ เสฏฺฐตรวเสเนส ทฺวิปทานํ อคฺโคติ ตตฺถ วุตฺตํ. อิธ ปน อนวเสสปริยาทานวเสน เอวํ วุตฺตํ ‘‘ยาวตา, ภิกฺขเว, สตฺตา อปทา วา…เป… เนวสญฺญินาสญฺญิโน วา, ตถาคโต เตสํ อคฺคมกฺขายตี’’ติ. นิทฺธารเณ เจตํ สามิวจนํ. ม-กาโร ปทสนฺธิกโร, อคฺโค อกฺขายตีติ ปทวิภาโค. เตเนวาห ‘‘คุเณหิ อคฺโค’’ติอาทิ.

อคฺโค วิปาโก โหตีติ อคฺเค สมฺมาสมฺพุทฺเธ ปสนฺนานํ โย ปสาโท อคฺโค เสฏฺโฐ อุตฺตมโกฏิภูโต วา, ตสฺมา ตสฺส วิปาโกปิ อคฺโค เสฏฺโฐ อุตฺตมโกฏิภูโต อุฬารตโม ปณีตตโม โหติ. โส ปน ปสาโท ทุวิโธ โลกิยโลกุตฺตรเภทโต. เตสุ โลกิยสฺส ตาว –

‘‘เย เกจิ พุทฺธํ สรณํ คตาเส,

น เต คมิสฺสนฺติ อปายภูมึ;

ปหาย มานุสํ เทหํ,

เทวกายํ ปริปูเรสฺสนฺติ. (ที. นิ. ๒.๓๓๒; อิติวุ. อฏฺฐ. ๙๐; สํ. นิ. ๑.๓๗);

‘‘พุทฺโธติ กิตฺตยนฺตสฺส, กาเย ภวติ ยา ปีติ;

วรเมว หิ สา ปีติ, กสิเณนปิ ชมฺพุทีปสฺส. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๖; อิติวุ. อฏฺฐ. ๙๐);

‘‘สตํ หตฺถี สตํ อสฺสา, สตํ อสฺสตรีรถา;

สตํ กญฺญาสหสฺสานิ, อามุกฺกมณิกุณฺฑลา;

เอกสฺส ปทวีติหารสฺส, กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ’’. (จูฬว. ๓๐๕);

‘‘สาธุ โข, เทวานมินฺท, พุทฺธํ สรณคมนํ โหติ, พุทฺธํ สรณคมนเหตุ โข, เทวานมินฺท, เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺติ. เต อญฺเญ เทเว ทสหิ ฐาเนหิ อธิคฺคณฺหนฺติ ทิพฺเพน อายุนา, ทิพฺเพน วณฺเณน, ทิพฺเพน สุเขน, ทิพฺเพน ยเสน, ทิพฺเพน อาธิปเตยฺเยน, ทิพฺเพหิ รูเปหิ, ทิพฺเพหิ สทฺเทหิ, ทิพฺเพหิ คนฺเธหิ, ทิพฺเพหิ รเสหิ, ทิพฺเพหิ โผฏฺฐพฺเพหี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๓๔๑) –

เอวมาทีนํ สุตฺตปทานํ วเสน ปสาทผลวิเสสโยโค เวทิตพฺโพ, ตสฺมา โส อปายทุกฺขวินิวตฺตเนน สทฺธึ สมฺปตฺติภเวสุ สุขวิเสสทายโกว ทฏฺฐพฺโพ.

โลกุตฺตโร ปน สามญฺญผลวิปากทายโก วฏฺฏทุกฺขวินิวตฺตโก. สพฺโพปิ จายํ ปสาโท ปรมฺปราย วฏฺฏทุกฺขํ วินิวตฺเตติเยว. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘ยสฺมึ สมเย, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อตฺตโน สทฺธํ อนุสฺสรติ, เนวสฺส ตสฺมึ สมเย ราคปริยุฏฺฐิตํ จิตฺตํ โหติ, น โทสปริยุฏฺฐิตํ…เป… น โมหปริยุฏฺฐิตํ จิตฺตํ โหติ, อุชุคตเมวสฺส ตสฺมึ สมเย จิตฺตํ โหติ, อุชุคตจิตฺตสฺส ปาโมชฺชํ ชายติ, ปมุทิตสฺส ปีติ ชายติ…เป… นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานาตี’’ติ.

ธมฺมาติ สภาวธมฺมา. สงฺขตาติ สเมจฺจ สมฺภูย ปจฺจเยหิ กตาติ สงฺขตา, สปจฺจยา ธมฺมา. เหตูหิ ปจฺจเยหิ จ น เกหิจิ กตา สงฺขตาติ อสงฺขตา, อปจฺจโย นิพฺพานํ. สงฺขตานํ ปริโยสิตภาเวน ‘‘อสงฺขตา’’ติ ปุถุวจนํ. วิราโค เตสํ อคฺคมกฺขายตีติ เตสํ สงฺขตาสงฺขตธมฺมานํ โย วิราคสงฺขาโต อสงฺขตธมฺโม, โส สภาเวเนว สณฺหสุขุมภาวโต สนฺตตรปณีตตรภาวโต คมฺภีราทิภาวโต มทนิมฺมทนาทิภาวโต อคฺคํ เสฏฺฐํ อุตฺตมํ ปวรนฺติ วุจฺจติ. ยทิทนฺติ นิปาโต, โย อยนฺติ อตฺโถ. มทนิมฺมทโนติอาทีนิ สพฺพานิ นิพฺพานเววจนานิ. เตเนวาห ‘‘วิราโคติอาทีนิ นิพฺพานสฺเสว นามานี’’ติ. ราคมทาทโยติ อาทิ-สทฺเทน มานมทปุริสมทาทิเก สงฺคณฺหาติ. สพฺพา ปิปาสาติ กามปิปาสาทิกา สพฺพา ปิปาสา. สพฺเพ อาลยา สมุคฺฆาตํ คจฺฉนฺตีติ กามาลยาทิกา สพฺเพปิ อาลยา สมุคฺฆาตํ ยนฺติ. วฏฺฏานีติ กมฺมวฏฺฏวิปากวฏฺฏานิ. ตณฺหาติ อฏฺฐสตปฺปเภทา สพฺพาปิ ตณฺหา.

อคฺโค วิปาโก โหตีติ เอตฺถาปิ –

‘‘เย เกจิ ธมฺมํ สรณํ คตาเส…เป…’’. (ที. นิ. ๒.๓๓๒; สํ นิ. ๑.๓๗);

‘‘ธมฺโมติ กิตฺตยนฺตสฺส, กาเย ภวติ ยา ปีติ…เป…’’. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๖; อิติวุ. อฏฺฐ. ๙๐);

‘‘สาธุ โข, เทวานมินฺท, ธมฺมํ สรณคมนํ โหติ, ธมฺมํ สรณคมนเหตุ โข, เทวานมินฺท, เอวมิเธกจฺเจ…เป… ทิพฺเพหิ โผฏฺฐพฺเพหี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๓๔๑) –

เอวมาทีนํ สุตฺตปทานํ วเสน ธมฺเม ปสาทสฺส ผลวิเสสโยโค เวทิตพฺโพ.

สงฺฆา วา คณา วาติ ชนสมูหสงฺขาตา ยาวตา โลเก สงฺฆา วา คณา วา. ตถาคตสาวกสงฺโฆติ อฏฺฐอริยปุคฺคลสมูหสงฺขาโต ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญน สํหโต ตถาคตสฺส สาวกสงฺโฆ. อคฺคมกฺขายตีติ อตฺตโน สีลสมาธิปญฺญาวิมุตฺติอาทิคุณวิเสเสน เตสํ สงฺฆานํ อคฺโค เสฏฺโฐ อุตฺตโม ปวโรติ วุจฺจติ. ยทิทนฺติ ยานิ อิมานิ. จตฺตาริ ปุริสยุคานิ ยุคฬวเสน, ปฐมมคฺคฏฺโฐ ปฐมผลฏฺโฐติ อิทเมกํ ยุคฬํ, ยาว จตุตฺถมคฺคฏฺโฐ จตุตฺถผลฏฺโฐติ อิทเมกํ ยุคฬนฺติ เอวํ จตฺตาริ ปุริสยุคานิ. อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลาติ ปุริสปุคฺคลวเสน เอโก ปฐมมคฺคฏฺโฐ, เอโก ปฐมผลฏฺโฐติ อิมินา นเยน อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลา. เอตฺถ จ ปุริโสติ วา ปุคฺคโลติ วา เอกตฺถานิ เอตานิ ปทานิ, เวเนยฺยวเสน ปเนวํ วุตฺตํ. เอส ภควโต สาวกสงฺโฆติ ยานิมานิ ยุคฬวเสน จตฺตาริ ยุคานิ ปาฏิเยกฺกโต อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลา, เอส ภควโต สาวกสงฺโฆ. อาหุเนยฺโยติอาทีนิ วุตฺตตฺถาเนว. อิธาปิ –

‘‘เย เกจิ สงฺฆํ สรณํ คตาเส…เป…’’. (ที. นิ. ๒.๓๓๒; สํ. นิ. ๑.๓๗);

‘‘สงฺโฆติ กิตฺตยนฺตสฺส, กาเย ภวติ ยา ปีติ…เป…’’. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๖; อิติวุ. อฏฺฐ. ๙๐);

‘‘สาธุ โข, เทวานมินฺท, สงฺฆํ สรณคมนํ โหติ, สงฺฆํ สรณคมนเหตุ โข, เทวานมินฺท…เป… ทิพฺเพหิ โผฏฺฐพฺเพหี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๓๔๑) –

อาทีนํ สุตฺตปทานํ วเสน สงฺเฆ ปสาทสฺส ผลวิเสสโยโค ตสฺส อคฺควิปากตา จ เวทิตพฺพา. ตถา อนุตฺตริยปฏิลาโภ สตฺตมภวาทิโต ปฏฺฐาย วฏฺฏทุกฺขสมุจฺเฉโท อนุตฺตรสุขาธิคโมติ เอวมาทิอุฬารผลนิปฺผาทนวเสน อคฺควิปากตา เวทิตพฺพา.

คาถาสุ อคฺคโตติ อคฺเค รตนตฺตเย, อคฺคภาวโต วา ปสนฺนานํ. อคฺคํ ธมฺมนฺติ อคฺคสภาวํ พุทฺธสุโพธึ ธมฺมสุธมฺมตํ สงฺฆสุปฺปฏิปตฺตึ, รตนตฺตยสฺส อนญฺญสาธารณํ อุตฺตมสภาวํ, ทสพลาทิสฺวากฺขาตตาทิสุปฺปฏิปนฺนตาทิคุณสภาวํ วา. วิชานตนฺติ วิชานนฺตานํ. เอวํ สาธารณโต อคฺคปฺปสาทวตฺถุํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อสาธารณโต ตํ วิภาเคน ทสฺเสตุํ ‘‘อคฺเค พุทฺเธ’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปสนฺนานนฺติ อเวจฺจปฺปสาเทน จ อิตรปฺปสาเทน จ ปสนฺนานํ อธิมุตฺตานํ. วิราคูปสเมติ วิราเค อุปสเม จ, สพฺพสฺส ราคสฺส สพฺเพสํ กิเลสานํ อจฺจนฺตวิราคเหตุภูเต อจฺจนฺตอุปสมเหตุภูเต จาติ อตฺโถ. สุเขติ วฏฺฏทุกฺขกฺขยภาเวน สงฺขารูปสมสุขภาเวน สุเข.

อคฺคสฺมึ ทานํ ททตนฺติ อคฺเค รตนตฺตเย ทานํ ททนฺตานํ เทยฺยธมฺมํ ปริจฺจชนฺตานํ. ตตฺถ ธรมานํ ภควนฺตํ จตูหิ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐหนฺตา ปูเชนฺตา สกฺกโรนฺตา, ปรินิพฺพุตํ ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส ธาตุเจติยาทิเก อุปฏฺฐหนฺตา ปูเชนฺตา สกฺกโรนฺตา พุทฺเธ ทานํ ททนฺติ นาม. ‘‘ธมฺมํ ปูเชสฺสามา’’ติ ธมฺมธเร ปุคฺคเล จตูหิ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐหนฺตา ปูเชนฺตา สกฺกโรนฺตา ธมฺมญฺจ จิรฏฺฐิติกํ กโรนฺตา ธมฺเม ทานํ ททนฺติ นาม. ตถา อริยสงฺฆํ จตูหิ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐหนฺตา ปูเชนฺตา สกฺกโรนฺตา ตํ อุทฺทิสฺส อิตรสฺมิมฺปิ ตถา ปฏิปชฺชนฺตา สงฺเฆ ทานํ ททนฺติ นาม. อคฺคํ ปุญฺญํ ปวฑฺฒตีติ เอวํ รตนตฺตเย ปสนฺเนน เจตสา อุฬารํ ปริจฺจาคํ อุฬารญฺจ ปูชาสกฺการํ ปวตฺเตนฺตานํ ทิวเส ทิวเส อคฺคํ อุฬารํ กุสลํ อุปจียติ. อิทานิ ตสฺส ปุญฺญสฺส อคฺควิปากตาย อคฺคภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘อคฺคํ อายู’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อายูติ ทิพฺพํ วา มานุสํ วา อคฺคํ อุฬารํ ปรมํ อายุ ปวฑฺฒติ อุปรูปริ พฺรูหติ. วณฺโณติ รูปสมฺปทา. ยโสติ ปริวารสมฺปทา. กิตฺตีติ ถุติโฆโส. สุขนฺติ กายิกํ เจตสิกญฺจ สุขํ. พลนฺติ กายพลญฺเจว ญาณพลญฺจ.

อคฺคสฺส รตนตฺตยสฺส ทานํ ทาตา. อถ วา อคฺคสฺส เทยฺยธมฺมสฺส ทานํ อุฬารํ กตฺวา ตตฺถ ปุญฺญํ ปวตฺเตตา. อคฺคธมฺมสมาหิโตติ อคฺเคน ปสาทธมฺเมน ทานาทิธมฺเมน จ สํหิโต สมนฺนาคโต อจลปฺปสาทยุตฺโต, ตสฺส วา วิปากภูเตหิ พหุชนสฺส ปิยมนาปตาทิธมฺเมหิ ยุตฺโต. อคฺคปฺปตฺโต ปโมทตีติ ยตฺถ ยตฺถ สตฺตนิกาเย อุปฺปนฺโน, ตตฺถ ตตฺถ อคฺคภาวํ เสฏฺฐภาวํ อธิคโต, อคฺคภาวํ วา โลกุตฺตรมคฺคผลํ อธิคโต ปโมทติ อภิรมติ ปริตุสฺสตีติ.

อคฺคปสาทสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.