๑๐. ปริพฺพาชกสุตฺตวณฺณนา
๓๐. ทสเม อภิญฺญาตาติ เอทิโส จ เอทิโส จาติ อภิลกฺขณวเสน ญาตา. เตนาห ‘‘ญาตา ปากฏา’’ติ. ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโตติ เอตฺถ ปฏิสลฺลานนฺติ เตหิ เตหิ สทฺธิวิหาริกอนฺเตวาสิกอุปาสกาทิสตฺเตหิ เจว รูปารมฺมณาทิสงฺขาเรหิ จ ปฏินิวตฺติตฺวา อปสกฺกิตฺวา สลฺลีนํ นิลียนํ, เอกีภาโว ปวิเวโกติ วุตฺตํ โหติ. โย ตโต วุฏฺฐิโต, โส ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต นาม โหติ. ภควา ปน ยสฺมา ปฏิสลฺลานา อุตฺตมโต ผลสมาปตฺติโต วุฏฺฐาสิ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโตติ ผลสมาปตฺติโต วุฏฺฐิโต’’ติ. วตฺถุกาเมสูติ รูปาทีสุ กิเลสกามสฺส วตฺถุภูเตสุ กาเมสุ. พหลราคนฺติ ถิรมูลทุมฺโมจนียตาหิ อชฺโฌสาเนน พหลภูตํ กิเลสกามํ. สการณาติ เยหิ การเณหิ ปเรสํ วาเท โทสํ ทสฺเสนฺติ, เตหิ การเณหิ สการณา. น หิ ลกฺขณยุตฺเตน เหตุนา วินา ปรวาเทสุ โทสํ ทสฺเสตุํ สกฺกา.
เอวมาทีติ เอตฺถ อาทิสทฺเทน ‘‘นตฺถิ เหตุ นตฺถิ ปจฺจโย สตฺตานํ สํกิเลสายา’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๖๘) เอวมาทึ สงฺคณฺหาติ, ตสฺมา เอวมาทิวาทิโน เอวํ เหตุปฺปฏิกฺเขปวาทิโนติ อตฺโถ. เอตฺถ จ นตฺถิกทิฏฺฐิ วิปากํ ปฏิพาหติ, อกิริยทิฏฺฐิ กมฺมํ ปฏิพาหติ, อเหตุกทิฏฺฐิ อุภยํ ปฏิพาหติ. ตตฺถ กมฺมํ ปฏิพาหนฺเตน วิปาโก ปฏิพาหิโต โหติ, วิปากํ ปฏิพาหนฺเตนปิ กมฺมํ ปฏิพาหิตํ. อิติ สพฺเพเปเต อตฺถโต อุภยปฏิพาหกา อเหตุวาทา เจว อกิริยวาทา จ นตฺถิกวาทา จ โหนฺติ.
โอกฺกนฺตนิยมาติ โอคาฬฺหมิจฺฉตฺตนิยมา. สชฺฌายตีติ ตํ ทิฏฺฐิทีปกํ คนฺถํ อุคฺคเหตฺวา ปฐติ. วีมํสตีติ ตสฺส อตฺถํ วิจาเรติ. ตสฺสาติอาทิ วีมํสนาการทสฺสนํ. ตสฺมึ อารมฺมเณติ ยถาปริกปฺปิตเหตุปจฺจยาภาวาทิเก นตฺถิ เหตูติอาทินยปฺปวตฺตาย ลทฺธิยา อารมฺมเณ. มิจฺฉาสติ สนฺติฏฺฐตีติ ‘‘นตฺถิ เหตู’’ติอาทิวเสน อนุสฺสวูปลทฺเธ อตฺเถ ตทาการปริวิตกฺกเนหิ สวิคฺคเห วิย สรูปโต จิตฺตสฺส ปจฺจุปฏฺฐิเต จิรกาลปริจเยน เอวเมตนฺติ นิชฺฌานกฺขมภาวูปคมเนน นิชฺฌานกฺขนฺติยา ตถาคหิเต ปุนปฺปุนํ ตเถว อาเสวนฺตสฺส พหุลีกโรนฺตสฺส มิจฺฉาวิตกฺเกน สมานียมานา มิจฺฉาวายาโมปตฺถมฺภิตา อตํสภาวํ ตํสภาวนฺติ คณฺหนฺตี มิจฺฉาสตีติ ลทฺธนามา ตํลทฺธิสหคตา ตณฺหา สนฺติฏฺฐติ. จิตฺตํ เอกคฺคํ โหตีติ ยถาวุตฺตวิตกฺกาทิปจฺจยลาเภน ตสฺมึ อารมฺมเณ อวฏฺฐิตตาย อเนกคฺคตํ ปหาย จิตฺตํ เอกคฺคํ อปฺปิตํ วิย โหติ มิจฺฉาสมาธินา. โสปิ หิ ปจฺจยวิเสเสน ลทฺธภาวนาพโล กทาจิ สมาธานปฏิรูปกิจฺจกโร โหติเยว ปหรณวิชฺฌนาทีสุ วิยาติ ทฏฺฐพฺพํ.
ชวนานิ ชวนฺตีติ อเนกกฺขตฺตุํ เตนากาเรน ปุพฺพภาคิเยสุ ชวนวาเรสุ ปวตฺเตสุ สพฺพปจฺฉิเม ชวนวาเร สตฺต ชวนานิ ชวนฺติ. ปฐมชวเน สเตกิจฺโฉ โหติ, ตถา ทุติยาทีสูติ ธมฺมสภาวทสฺสนเมตํ, น ปน ตสฺมึ ขเณ เตสํ สเตกิจฺฉภาวาปาทนํ เกนจิ สกฺกา กาตุํ. ตตฺถาติ เตสุ ตีสุ มิจฺฉาทสฺสเนสุ. โกจิ เอกํ ทสฺสนํ โอกฺกมตีติ ยสฺส เอกสฺมึเยว อภินิเวโส อาเสวนา ปวตฺตา, โส เอกํเยว ทสฺสนํ โอกฺกมติ. ยสฺส ทฺวีสุ ตีสุปิ วา อภินิเวโส อาเสวนา ปวตฺตา, โส เทฺว ตีณิ โอกฺกมติ. เอเตน ยา ปุพฺเพ อุภยปฏิพาหิกตามุเขน ปวตฺตา อตฺถสิทฺธา สพฺพทิฏฺฐิกา, สา ปุพฺพภาคิยา, มิจฺฉานิยาโมกฺกนฺติยา ปน ยถาสกํ ปจฺจยสมุทาคมทิฏฺฐิโต ภินฺนารมฺมณานํ วิย วิเสสาธิคมานํ เอกชฺฌํ อนุปฺปตฺติยา อภิกิณฺณา เอวาติ ทสฺเสติ. เอกสฺมึ โอกฺกนฺเตปิ ทฺวีสุ ตีสุ โอกฺกนฺเตสุปิ นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิโกว โหตีติ อิมินา ติสฺสนฺนมฺปิ ทิฏฺฐีนํ สมานผลตํ สมานพลญฺจ ทสฺเสติ. ตสฺมา ติสฺโสปิ เจตนา เอกสฺส อุปฺปนฺนา อญฺญมญฺญํ อนุพลปฺปทายิกา โหนฺติ.
กึ ปเนส เอตสฺมิญฺเญว อตฺตภาเว นิยโต, อุทาหุ อญฺญสฺมิมฺปีติ? เอตสฺมิญฺเญว นิยโต. อกุสลญฺหิ นาเมตํ อพลํ, น กุสลํ วิย มหาพลํ. อญฺญถา สมฺมตฺตนิยาโม วิย อจฺจนฺติโก สิยา, อาเสวนวเสน ปน ภวนฺตเรปิ ตํ ตํ ทิฏฺฐึ โรเจติเยว. เตเนวาห ‘‘วฏฺฏขาณุโก นาเมส สตฺโต’’ติ. ตสฺมา ‘‘สกึ นิมุคฺโค นิมุคฺโค เอว พาโล’’ติ วิย วฏฺฏขาณุโชตนา, ยาทิเสหิ ปน ปจฺจเยหิ อยํ ตํ ทสฺสนํ โอกฺกนฺโต ปุน กทาจิ มิจฺฉตฺตนิยาโม ตปฺปฏิกฺเขปปจฺจเย ปฏิจฺจ ตโต สีสุกฺเขปนมสฺส น โหตีติ น วตฺตพฺพํ. เตน วุตฺตํ ‘‘เยภุยฺเยนา’’ติ. เอทิสาติ ‘‘พุทฺธานมฺปิ อเตกิจฺฉา’’ติอาทินา วุตฺตสทิสา.
อตฺตโน นินฺทาภเยนาติ ‘‘สมฺมา ทิฏฺฐิญฺจ นาม เต ครหนฺตี’’ติอาทินา อตฺตโน อุปริ ปเรหิ วตฺตพฺพนินฺทาภเยน. ฆฏฺฏนภเยนาติ ตถา ปเรสํ อปสาทนภเยน. สหธมฺเมน ปเรน อตฺตโน อุปริ กาตพฺพนิคฺคโห อุปารมฺโภ, ตโต ปริตฺตาโส อุปารมฺภภยํ. ตํ ปน อตฺถโต อุปวาทภยํ โหตีติ อาห ‘‘อุปวาทภเยนา’’ติ. ปฏิปฺปสฺสทฺธิวเสน อภิชฺฌา วินยติ เอเตนาติ อภิชฺฌาวินโย, อรหตฺตผลํ. เตนาห ‘‘อภิชฺฌาวินโย วุจฺจติ อรหตฺต’’นฺติ.
ปริพฺพาชกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อุรุเวลวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.