๗-๑๐. ปฐมอคติสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๗-๒๐. สตฺตเม ฉนฺทาคตินฺติ เอตฺถ สนฺธิวเสน สรโลโปติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ฉนฺเทน อคติ’’นฺติ. ฉนฺทาติ เหตุมฺหิ นิสฺสกฺกวจนนฺติ อาห ‘‘ฉนฺเทนา’’ติ, เปเมนาติ อตฺโถ. ฉนฺทสทฺโท เหตฺถ ตณฺหาปริยาโย, อกุสลจฺฉนฺทปริยาโย วา. เสเสสูติ ‘‘โทสาคตึ คจฺฉตี’’ติอาทีสุ.

เอตฺถ จ โย ‘‘อยํ เม มิตฺโตติ วา, สนฺทิฏฺโฐติ วา, ญาตโกติ วา, ลญฺจํ วา ปน เม เทตี’’ติ ฉนฺทวเสน อสฺสามิกํ สามิกํ กโรติ, อยํ ฉนฺเทน อกตฺตพฺพํ กโรติ นาม. โย ‘‘อยํ เม เวรี’’ติ จิรกาลานุพทฺธเวรวเสน วา, ตงฺขณุปฺปนฺนโกธวเสน วา สามิกํ อสฺสามิกํ กโรติ, อยํ โทเสน อกตฺตพฺพํ กโรติ นาม. โย ปน มนฺทตฺตา โมมูหตฺตา ยํ วา ตํ วา อยุตฺตํ อการณํ วตฺวา อสฺสามิกํ สามิกํ กโรติ, อยํ โมเหน อกตฺตพฺพํ กโรติ นาม. โย ปน ‘‘อยํ ราชวลฺลโภติ วา วิสเม โจราทิเก วิสมานิ วา กายทุจฺจริตาทีนิ สมาทาย วตฺตเนน วิสมนิสฺสิโต วา, อนตฺถมฺปิ เม กเรยฺยา’’ติ ภีโต อสฺสามิกํ สามิกํ กโรติ, อยํ ภเยน อกตฺตพฺพํ กโรติ นาม.

โย ปน กิญฺจิ ภาเชนฺโต ‘‘อยํ เม สนฺทิฏฺโฐ วา สมฺภตฺโต วา’’ติ เปมวเสน อติเรกํ เทติ, ‘‘อยํ เม เวรี’’ติ โทสวเสน อูนกํ เทติ, โย มุยฺหนฺโต ทินฺนาทินฺนํ อชานมาโน กสฺสจิ อูนํ, กสฺสจิ อธิกํ เทติ, ‘‘อยํ อิมสฺมึ อทียมาเน มยฺหํ อนตฺถมฺปิ กเรยฺยา’’ติ สีโต กสฺสจิ อติเรกํ เทติ, โส จตุพฺพิโธปิ ยถานุกฺกเมน ฉนฺทาคติอาทีนิ คจฺฉนฺโต อกตฺตพฺพํ กโรติ นาม.

นิหียติ ตสฺส ยโสติ ตสฺส อคติคามิโน กิตฺติยโสปิ ปริวารยโสปิ นิหียติ ปริหายติ. ยสฺสติ เตน กิตฺตียตีติ หิ ยโส, กิตฺติ ถุติโฆโส. ยสฺสติ เตน ปุเรจรานุจรภาเวน ปริวารยตีติ ยโส, ปริวาโร. อฏฺฐมนวมทสมานิ อุตฺตานตฺถาเนว.

จรวคฺโค ทุติโย.