๔. สํวรสุตฺตวณฺณนา
๑๔. จตุตฺเถ สํวราทีนํ สาธนวเสน ปทหติ เอเตหีติ ปธานานิ. สํวรนฺตสฺส อุปฺปนฺนวีริยนฺติ ยถา อภิชฺฌาทโย น อุปฺปชฺชนฺติ, เอวํ สติยา อุปฏฺฐาเน จกฺขาทีนํ ปิทหเน อนลสสฺส อุปฺปนฺนวีริยํ. ปชหนฺตสฺสาติ วิโนเทนฺตสฺส. อุปฺปนฺนวีริยนฺติ ตสฺเสว ปหานสฺส สาธนวเสน ปวตฺตวีริยํ. ภาเวนฺตสฺส อุปฺปนฺนวีริยนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สมาธินิมิตฺตนฺติ สมาธิ เอว. ปุริมุปฺปนฺนสมาธิ หิ ปรโต อุปฺปชฺชนกสมาธิสฺส การณํ โหตีติ ‘‘สมาธินิมิตฺต’’นฺติ วุตฺตํ.
อุปธิวิเวกตฺตาติ ขนฺธูปธิอาทิอุปธีหิ วิวิตฺตตฺตา วินิสฺสฏตฺตา. ตํ อาคมฺมาติ ตํ นิพฺพานํ มคฺเคน อธิคมเหตุ. ราคาทโย วิรชฺชนฺติ เอตฺถ, เอเตนาติ วิราโค. เอวํ นิโรโธปิ ทฏฺฐพฺโพ. ยสฺมา อิธ โพชฺฌงฺคมิสฺสกวเสน อิจฺฉิตา, ตสฺมา ‘‘อารมฺมณวเสน วา อธิคนฺตพฺพวเสน วา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ อธิคนฺตพฺพวเสนาติ ตนฺนินฺนตาวเสน. โวสฺสคฺคปริณามินฺติ โวสฺสคฺควเสน ปริณามิตํ ปริจฺจชนวเสน เจว ปกฺขนฺทนวเสน จ ปริณามนสีลํ. เตนาห ‘‘เทฺว โวสฺสคฺคา’’ติอาทิ. ขนฺธานํ ปริจฺจชนํ นาม ตปฺปฏิพทฺธกิเลสปฺปหานวเสนาติ เยนากาเรน วิปสฺสนา กิเลเส ปชหติ, เตเนวากาเรน ตนฺนิมิตฺตกฺขนฺเธ จ ปชหตีติ วตฺตพฺพตํ อรหตีติ อาห ‘‘วิปสฺสนา…เป… ปริจฺจชตี’’ติ. ยสฺมา วิปสฺสนา วุฏฺฐานคามินิภาวํ ปาปุณนฺตี นินฺนโปณปพฺภารภาเวน เอกํสโต นิพฺพานํ ปกฺขนฺทตีติ วตฺตพฺพตํ ลภติ, มคฺโค จ สมุจฺเฉทวเสน กิเลเส ขนฺเธ จ ราคํ ปริจฺจชติ, ตสฺมา ยถากฺกมํ วิปสฺสนามคฺคานํ วเสน ปกฺขนฺทนปริจฺจาคโวสฺสคฺคา เวทิตพฺพา. โวสคฺคตฺถายาติ ปริจฺจาคโวสฺสคฺคตฺถาย เจว ปกฺขนฺทนโวสฺสคฺคตฺถาย จ. ปริณมตีติ ปริจฺจชติ. ตํ ปน ปริณามนํ วุฏฺฐานคามินิภาวปฺปตฺติยา เจว อริยมคฺคภาวปฺปตฺติยา จ อิจฺฉิตนฺติ อาห ‘‘วิปสฺสนาภาวญฺจ มคฺคภาวญฺจ ปาปุณาตี’’ติ. เสสปเทสูติ ‘‘ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวตี’’ติอาทีสุ เสสสมฺโพชฺฌงฺคโกฏฺฐาเสสุ.
ภทฺทกนฺติ อภทฺทกานํ นีวรณาทิปาปธมฺมานํ วิกฺขมฺภเนน ราควิคมเนน เอกนฺตหิตตฺตา ทุลฺลภตฺตา จ ภทฺทกํ สุนฺทรํ. น หิ อญฺญํ สมาธินิมิตฺตํ เอวํ ทุลฺลภํ ราคสฺส อุชุวิปจฺจนีกภูตํ อตฺถิ. อนุรกฺขตีติ เอตฺถ อนุรกฺขนา นาม อธิคตสมาธิโต ยถา ปริหานิ น โหติ, เอวํ ปฏิปตฺติสาสน-ตปฺปฏิปกฺขวิคมเนนาติ อาห ‘‘สมาธี’’ติอาทิ. อฏฺฐิกสญฺญาทิกาติ อฏฺฐิกชฺฌานาทิกา. สญฺญาสีเสน หิ ฌานํ วทติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
สํวรสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.