๓. อสุภสุตฺตวณฺณนา
๑๖๓. ตติเย ‘‘ยถา เอตํ, ตถา อิท’’นฺติ อิมินา นเยนาติ เอเตน –
‘‘ยถา อิทํ ตถา เอตํ, ยถา เอตํ ตถา อิทํ;
อชฺฌตฺตญฺจ พหิทฺธา จ, กาเย ฉนฺทํ วิราชเย’’ติ. (สุ. นิ. ๒๐๕); –
อิมํ เทสนานยํ สงฺคณฺหาติ. ตสฺสตฺโถ – ยถา อิทํ สวิญฺญาณกาสุภํ อายุอุสฺมาวิญฺญาณานํ อนปคมา จรติ ติฏฺฐติ นิสีทติ สยติ, ตถา เอตํ เอตรหิ สุสาเน สยิตํ อวิญฺญาณกมฺปิ ปุพฺเพ เตสํ ธมฺมานํ อนปคมา อโหสิ. ยถา จ เอตํ เอตรหิ มตสรีรํ เตสํ ธมฺมานํ อปคมา น จรติ น ติฏฺฐติ น นิสีทติ น เสยฺยํ กปฺเปติ, ตถา อิทํ สวิญฺญาณกมฺปิ เตสํ ธมฺมานํ อปคมา ภวิสฺสติ. ยถา จ อิทํ สวิญฺญาณกํ เนตรหิ สุสาเน มตํ เสติ น อุทฺธุมาตกาทิภาวมุปคตํ, ตถา เอตํ เอตรหิ มตสรีรมฺปิ ปุพฺเพ อโหสิ. ยถา ปเนตํ เอตรหิ อวิญฺญาณกาสุภํ มตกสุสาเน เสติ อุทฺธุมาตกาทิภาวญฺจ อุปคตํ, ตถา อิทํ สวิญฺญาณกมฺปิ ภวิสฺสตีติ. ตตฺถ ยถา อิทํ ตถา เอตนฺติ อตฺตนา มตสรีรสฺส สมานภาวํ กโรนฺโต พาหิเร โทสํ ปชหติ. ยถา เอตํ ตถา อิทนฺติ มตสรีเรน อตฺตโน สมานภาวํ กโรนฺโต อชฺฌตฺติเก ราคํ ปชหติ. เยนากาเรน อุภยํ สมํ กโรติ, ตํ สมฺปชานนฺโต อุภยตฺถ โมหํ ปชหติ.
พหิทฺธา ทิฏฺฐานนฺติ พหิทฺธา สุสานาทีสุ ทิฏฺฐานํ อุทฺธุมาตกาทิทสนฺนํ อสุภานํ. ‘‘นวนฺนํ ปาฏิกุลฺยานํ วเสนา’’ติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ อนฺติมชีวิกาภาวโต ปิณฺฑปาตสฺส อลาภลาเภสุ ปริตสฺสนเคธาทิสมุปฺปตฺติโต ภตฺตสฺส สมฺมทชนนโต กิมิกุลสํวทฺธนโตติ เอวมาทีหิปิ อากาเรหิ อาหาเรปฏิกูลตา ปจฺจเวกฺขิตพฺพา. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘อนฺตมิทํ, ภิกฺขเว, ชีวิกานํ ยทิทํ ปิณฺโฑลฺยํ อติปาโปยํ โลกสฺมึ ยทิทํ ปิณฺโฑโลฺย วิจรติ ปตฺตปาณีติ (สํ. นิ. ๓.๘๐; อิติวุ. ๙๑). อลทฺธา จ ปิณฺฑปาตํ ปริตสฺสติ, ลทฺธา จ ปิณฺฑปาตํ คธิโต มุจฺฉิโต อชฺโฌปนฺโน อนาทีนวทสฺสาวี อนิสฺสรณปญฺโญ ปริภุญฺชตีติ (อ. นิ. ๓.๑๒๔). ภุตฺโต จ อาหาโร กสฺสจิ กทาจิ มรณํ วา มรณมตฺตํ วา ทุกฺขํ อาวหตี’’ติ.
กฏุกีฏกาทโย ทฺวตฺตึสกุลปฺปเภทา กิมิโย นํ อุปนิสฺสาย ชีวนฺตีติ? วุจฺจเต – อนฺติมชีวิกาภาโว ตาว จิตฺตสํกิเลสวิโสธนตฺถํ กมฺมฏฺฐานาภินิเวสนโต ปเคว มนสิ กาตพฺโพ ‘‘มาหํ ฉวาลาตสทิโส ภเวยฺย’’นฺติ. ตถา ปิณฺฑปาตสฺส อลาภลาเภสุ ปริตสฺสนเคธาทิสมุปฺปตฺตินิวารณํ ปเคว อนุฏฺฐาตพฺพํ สุปริสุทฺธสีลสฺส ปฏิสงฺขานวโต ตทภาวโต. ภตฺตสมฺมโท อเนกนฺติโก ปริโภเค อนฺโตคโธวาติ เวทิตพฺโพ. กิมิกุลสํวทฺธนํ ปน สงฺคเหตพฺพํ, สงฺคหิตเมว วา ‘‘นวนฺนํ ปาฏิกุลฺยานํ วเสนา’’ติ เอตฺถ นิยมสฺส อกตตฺตา. อิมินา วา นเยน อิตเรสมฺเปตฺถ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ ยถาสมฺภวเมตฺถ ปฏิกูลตาปจฺจเวกฺขณสฺส อธิปฺเปตตฺตา.
เอวญฺจ กตฺวา วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๒๙๔-๒๙๕) ทสหิ อากาเรหิ ปฏิกูลตา เวทิตพฺพา. เสยฺยถิทํ – คมนโต, ปริเยสนโต, ปริโภคโต, อาสยโต, นิธานโต, อปริปกฺกโต, ปริปกฺกโต, ผลโต, นิสฺสนฺทโต, สมฺมกฺขนโตติ. เอวํ ทสนฺนํ วเสน ปาฏิกุลฺยวจเนนปิ อิธ ‘‘นวนฺน’’นฺติ วจนํ น วิรุชฺฌติ, สมฺมกฺขนสฺส ปริโภคาทีสุ ลพฺภมานภาวา วิสุํ ตํ อคฺคเหตฺวา น วทนฺติ. วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๓๐๔) ปน สมฺมกฺขนํ ปริโภคาทีสุ ลพฺภมานมฺปิ นิสฺสนฺทวเสน วิเสสโต ปฏิกูลนฺติ ทสฺเสตุํ สพฺพปจฺฉา ฐปิตา.
อุกฺกณฺฐิตสญฺญาย สมนฺนาคโตติ ตีสุ ภเวสุ อรุจฺจนวเสน ปวตฺตาย วิปสฺสนาปญฺญาย สมนฺนาคโต. นิพฺพิทานุปสฺสนา เหสา สญฺญาสีเสน วุตฺตา. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
อสุภสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.