๑. สํโยชนสุตฺตวณฺณนา

๑๓๑. จตุตฺถสฺส ปฐเม อุปปตฺติปฺปฏิลาภํ สํวตฺตนิกานีติ อุปปตฺติปฏิลาภิยานิ. ภวปฏิลาภิยานีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. เยหีติ เยหิ สํโยชเนหิ เหตุภูเตหิ, กรณภูเตหิ วา. นนุ จ โสตาปนฺนสฺสปิ โอรมฺภาคิยานิ สํโยชนานิ อปฺปหีนานิ, กสฺมา ปน สกทาคามีเยว อิธ คหิโตติ อาห ‘‘สกทาคามิสฺสาติ อิทํ อปฺปหีนสํโยชเนสุ อริเยสุ อุตฺตมโกฏิยา คหิต’’นฺติ. ตตฺถ อปฺปหีนสํโยชเนสูติ อปฺปหีนโอรมฺภาคิยสํโยชเนสุ. อุตฺตมโกฏิยา คหิตนฺติ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน คหิตํ. สกทาคามิโต ปรญฺหิ อปฺปหีนโอรมฺภาคิยสํโยชโน อริโย นาม นตฺถิ. นนุ จ สกทาคามิสฺส ปหีนานิปิ โอรมฺภาคิยานิ สํโยชนานิ อตฺถิ ทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาสีลพฺพตปรามาสสํโยชนานํ ปหีนตฺตา, ตสฺมา ‘‘โอรมฺภาคิยานิ สํโยชนานิ อปฺปหีนานี’’ติ กสฺมา วุตฺตนฺติ อาห ‘‘โอรมฺภาคิเยสุ จ อปฺปหีนํ อุปาทายา’’ติอาทิ. ยสฺมา กามราคพฺยาปาทสํโยชนานิ สกทาคามิสฺส อปฺปหีนานิ, ตสฺมา ตานิ อปฺปหีนานิ อุปาทาย ‘‘โอรมฺภาคิยานิ สํโยชนานิ อปฺปหีนานี’’ติ วุตฺตํ, น สพฺเพสํ อปฺปหีนตฺตาติ อธิปฺปาโย.

สํโยชนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.