๗. ปฐมตถาคตอจฺฉริยสุตฺตวณฺณนา

๑๒๗. สตฺตเม วตฺตมานสมีเป วตฺตมาเน วิย โวหริตพฺพนฺติ ‘‘โอกฺกมตี’’ติ อาห ‘‘โอกฺกนฺโต โหตีติ อตฺโถ’’ติ. ทสสหสฺสจกฺกวาฬปตฺถรโณ สมุชฺชลภาเวน อุฬาโร. เทวานุภาวนฺติ เทวานํ ปภานุภาวํ. เทวานญฺหิ ปภํ โส โอภาโส อธิภวติ, น เทเว. เตนาห ‘‘เทวาน’’นฺติอาทิ. รุกฺขคจฺฉาทินา เกนจิ น หญฺญตีติ อฆา, อสมฺพาธา. เตนาห ‘‘นิจฺจวิวรา’’ติ. อสํวุตาติ เหฏฺฐา อุปริ เกนจิ อปิหิตา. เตนาห ‘‘เหฏฺฐาปิ อปฺปติฏฺฐา’’ติ. ตตฺถ ปิ-สทฺเทน ยถา เหฏฺฐา อุทกสฺส ปิธายิกา สนฺธาริกา ปถวี นตฺถิ อสํวุตา โลกนฺตริกา, เอวํ อุปริปิ จกฺกวาเฬสุ เทววิมานานํ อภาวโต อสํวุตา อปฺปติฏฺฐาติ ทสฺเสติ. อนฺธกาโร เอตฺถ อตฺถีติ อนฺธการา. จกฺขุวิญฺญาณํ น ชายติ อาโลกสฺส อภาวโต, น จกฺขุโน. ตถา หิ ‘‘เตโนภาเสน อญฺญมญฺญํ สญฺชานนฺตี’’ติ วุตฺตํ. ชมฺพุทีเป ฐิตมชฺฌนฺหิกเวลาย ปุพฺพวิเทหวาสีนํ อตฺถงฺคมวเสน อุปฑฺฒํ สูริยมณฺฑลํ ปญฺญายติ, อปรโคยานวาสีนํ อุคฺคมนวเสน. เอวํ เสสทีเปสุปีติ อาห ‘‘เอกปฺปหาเรเนว ตีสุ ทีเปสุ ปญฺญายนฺตี’’ติ. อิโต อญฺญถา ทฺวีสุ เอว ทีเปสุ ปญฺญายนฺติ. เอเกกาย ทิสาย นวนวโยชนสตสหสฺสานิ อนฺธการวิธมนมฺปิ อิมินาว นเยน ทฏฺฐพฺพํ. ปภาย นปฺปโหนฺตีติ อตฺตโน ปภาย โอภาสิตุํ นาภิสมฺภุณนฺติ. ยุคนฺธรปพฺพตมตฺถกสมปฺปมาเณ อากาเส วิจรณโต ‘‘จกฺกวาฬปพฺพตสฺส เวมชฺเฌน จรนฺตี’’ติ วุตฺตํ.

พฺยาวฏาติ ขาทนตฺถํ คณฺหิตุํ อุปกฺกมนฺตา. วิปริวตฺติตฺวาติ วิวฏฺฏิตฺวา. ฉิชฺชิตฺวาติ มุจฺฉาปวตฺติยา ฐิตฏฺฐานโต มุจฺจิตฺวา, องฺคปจฺจงฺคเฉทนวเสน วา ฉิชฺชิตฺวา. อจฺจนฺตขาเรติ อาตปสนฺตปาภาเวน อติสีตภาวํ สนฺธาย อจฺจนฺตขารตา วุตฺตา สิยา. น หิ ตํ กปฺปสณฺฐานอุทกํ สมฺปตฺติกรมหาเมฆวุฏฺฐํ ปถวิสนฺธารกํ กปฺปวินาสกอุทกํ วิย ขารํ ภวิตุมรหติ, ตถา สติ ปถวีปิ วิลีเยยฺย, เตสํ วา ปาปกมฺมผเลน เปตานํ ปกติอุทกสฺส ปุพฺพเขฬภาวาปตฺติ วิย ตสฺส อุทกสฺส ขารภาวาปตฺติ โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อจฺจนฺตขาเร อุทเก’’ติ.

ปฐมตถาคตอจฺฉริยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.