๑. รูปาทิวคฺควณฺณนา

นิทานวณฺณนา

วิภาควนฺตานํ สภาววิภาวนํ วิภาคทสฺสนวเสเนว โหตีติ ปฐมํ ตาว นิปาตสุตฺตวเสน วิภาคํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ องฺคุตฺตราคโม นามา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตตฺถาติ ‘‘องฺคุตฺตราคมสฺส อตฺถํ ปกาสยิสฺสามี’’ติ ยทิทํ วุตฺตํ, ตสฺมึ วจเน, ‘‘ยสฺส อตฺถํ ปกาสยิสฺสามี’’ติ ปฏิญฺญาตํ, โส องฺคุตฺตราคโม นาม นิปาตสุตฺตวเสน เอวํ วิภาโคติ อตฺโถ. อถ วา ตตฺถาติ ‘‘องฺคุตฺตรนิสฺสิตํ อตฺถ’’นฺติ เอตสฺมึ วจเน โย องฺคุตฺตราคโม วุตฺโต, โส นิปาตสุตฺตาทิวเสน เอทิโสติ อตฺโถ.

อิทานิ ตํ อาทิโต ปฏฺฐาย สํวณฺณิตุกาโม อตฺตโน สํวณฺณนาย ปฐมมหาสงฺคีติยํ นิกฺขิตฺตานุกฺกเมน ปวตฺตภาวทสฺสนตฺถํ ‘‘ตสฺส นิปาเตสุ…เป… วุตฺตํ นิทานมาที’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ยถาปจฺจยํ ตตฺถ ตตฺถ เทสิตตฺตา ปญฺญตฺตตฺตา จ วิปฺปกิณฺณานํ ธมฺมวินยานํ สงฺคเหตฺวา คายนํ กถนํ สงฺคีติ. เอเตน ตํตํสิกฺขาปทานํ สุตฺตานญฺจ อาทิปริโยสาเนสุ อนฺตรนฺตรา จ สมฺพนฺธวเสน ฐปิตํ สงฺคีติการวจนํ สงฺคหิตํ โหติ. สงฺคียมานสฺส อตฺถสฺส มหนฺตตาย ปูชนียตาย จ มหตี สงฺคีติ มหาสงฺคีติ, ปฐมา มหาสงฺคีติ ปฐมมหาสงฺคีติ, ตสฺสา ปวตฺติกาโล ปฐมมหาสงฺคีติกาโล, ตสฺมึ ปฐมมหาสงฺคีติกาเล. นิททาติ เทสนํ เทสกาลาทิวเสน อวิทิตํ วิทิตํ กตฺวา นิทสฺเสตีติ นิทานํ. โย โลกิเยหิ อุโปคฺฆาโตติ วุจฺจติ, สฺวายเมตฺถ ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติอาทิโก คนฺโถ เวทิตพฺโพ. น ‘‘สนิทานาหํ, ภิกฺขเว, ธมฺมํ เทเสมี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๓.๑๒๖) วิย อชฺฌาสยาทิเทสนุปฺปตฺติเหตุ. เตเนวาห – ‘‘เอวํ เม สุตนฺติอาทิกํ อายสฺมตา อานนฺเทน ปฐมมหาสงฺคีติกาเล วุตฺตํ นิทานมาที’’ติ.

๑. ‘‘สา ปเนสา’’ติอาทินา พาหิรนิทาเน วตฺตพฺพํ อติทิสิตฺวา อิทานิ อพฺภนฺตรนิทานํ อาทิโต ปฏฺฐาย สํวณฺณิตุํ ‘‘ยํ ปเนต’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ ยสฺมา สํวณฺณนํ กโรนฺเตน สํวณฺเณตพฺเพ ธมฺเม ปทานิ ปทวิภาคํ ตทตฺถญฺจ ทสฺเสตฺวา ตโต ปรํ ปิณฺฑตฺถาทินิทสฺสนวเสน จ สํวณฺณนา กาตพฺพา, ตสฺมา ปทานิ ตาว ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวนฺติ นิปาตปท’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ปทวิภาโคติ ปทานํ วิเสโส, น ปทวิคฺคโห. อถ วา ปทานิ จ ปทวิภาโค จ ปทวิภาโค, ปทวิคฺคโห จ ปทวิภาโค จ ปทวิภาโคติ วา เอกเสสวเสน ปทปทวิคฺคหา ปทวิภาคสทฺเทน วุตฺตาติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ปทวิคฺคโห ‘‘เชตสฺส วนํ เชตวน’’นฺติอาทินา สมาสปเทสุ ทฏฺฐพฺโพ.

อตฺถโตติ ปทตฺถโต. ตํ ปน ปทตฺถํ อตฺถุทฺธารกฺกเมน ปฐมํ เอวํ-สทฺทสฺส ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวํ-สทฺโท ตาวา’’ติอาทิมาห. อวธารณาทีติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน อิทมตฺถปุจฺฉาปริมาณาทิอตฺถานํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ตถา หิ ‘‘เอวํคตานิ ปุถุสิปฺปายตนานิ, เอวมาทีนี’’ติอาทีสุ อิทํ-สทฺทสฺส อตฺเถ เอวํ-สทฺโท. คต-สทฺโท หิ ปการปริยาโย, ตถา วิธาการ-สทฺทา จ. ตถา หิ วิธยุตฺตคตสทฺเท โลกิยา ปการตฺเถ วทนฺติ. ‘‘เอวํ สุ เต สุนฺหาตา สุวิลิตฺตา กปฺปิตเกสมสฺสู อามุกฺกมณิกุณฺฑลาภรณา โอทาตวตฺถวสนา ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิตา สมงฺคีภูตา ปริจาเรนฺติ เสยฺยถาปิ ตฺวํ เอตรหิ สาจริยโกติ. โน หิทํ, โภ โคตมา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๘๖) ปุจฺฉายํ. ‘‘เอวํ ลหุปริวตฺตํ (อ. นิ. ๑.๔๘), เอวมายุปริยนฺโต’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๔๔; ปารา. ๑๒) จ อาทีสุ ปริมาเณ.

นนุ จ ‘‘เอวํ สุ เต สุนฺหาตา สุวิลิตฺตา เอวมายุปริยนฺโต’’ติ เอตฺถ เอวํ-สทฺเทน ปุจฺฉนาการปริมาณาการานํ วุตฺตตฺตา อาการตฺโถ เอว เอวํ-สทฺโทติ? น, วิเสสสพฺภาวโต. อาการมตฺตวาจโก หิ เอวํ-สทฺโท อาการตฺโถติ อธิปฺเปโต ยถา ‘‘เอวํ พฺยาโข’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๓๔; ปาจิ. ๔๑๗; จูฬว. ๖๕), น ปน อาการวิเสสวาจโก. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘เอวํ ชาเตน มจฺเจนา’’ติอาทีนิ (ธ. ป. ๕๓) อุปมาทิอุทาหรณานิ อุปปนฺนานิ โหนฺติ. ตถา หิ ‘‘ยถา หิ…เป… พหุ’’นฺติ (ธ. ป. ๕๓) เอตฺถ ปุปฺผราสิฏฺฐานิยโต มนุสฺสูปปตฺติสปฺปุริสูปนิสฺสยสทฺธมฺมสฺสวนโยนิโสมนสิการโภคสมฺปตฺติ- อาทิทานาทิปุญฺญกิริยาเหตุสมุทายโต โสภาสุคนฺธตาทิคุณโยคโต มาลาคุณสทิสิโย ปหูตา ปุญฺญกิริยา มริตพฺพสภาวตาย มจฺเจน สตฺเตน กตฺตพฺพาติ โชติตตฺตา ปุปฺผราสิมาลาคุณาว อุปมา. เตสํ อุปมากาโร ยถา-สทฺเทน อนิยมโต วุตฺโตติ ‘‘เอวํ-สทฺโท อุปมาการนิคมนตฺโถ’’ติ วตฺตุํ ยุตฺตํ, โส ปน อุปมากาโร นิยมิยมาโน อตฺถโต อุปมาว โหตีติ อาห – ‘‘อุปมายํ อาคโต’’ติ. ตถา ‘‘เอวํ อิมินา อากาเรน อภิกฺกมิตพฺพ’’นฺติอาทินา อุปทิสิยมานาย สมณสารุปฺปาย อากปฺปสมฺปตฺติยา โย ตตฺถ อุปทิสนากาโร, โส อตฺถโต อุปเทโส เอวาติ วุตฺตํ – ‘‘เอวํ เต…เป… อุปเทเส’’ติ. ตถา เอวเมตํ ภควา, เอวเมตํ สุคตาติ เอตฺถ ภควตา ยถาวุตฺตมตฺถํ อวิปรีตโต ชานนฺเตหิ กตํ ตตฺถ สํวิชฺชมานคุณานํ ปกาเรหิ หํสนํ อุทคฺคตากรณํ สมฺปหํสนํ, โย ตตฺถ สมฺปหํสนากาโรติ โยเชตพฺพํ.

เอวเมวํ ปนายนฺติ เอตฺถ ครหณากาโรติ โยเชตพฺพํ, โส จ ครหณากาโร ‘‘วสลี’’ติอาทิขุํสนสทฺทสนฺนิธานโต อิธ เอวํ-สทฺเทน ปกาสิโตติ วิญฺญายติ. ยถา เจตฺถ, เอวํ อุปมาการาทโยปิ อุปมาทิวเสน วุตฺตานํ ปุปฺผราสิอาทิสทฺทานํ สนฺนิธานโตติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวํ, ภนฺเตติ โขติอาทีสุ ปน ธมฺมสฺส สาธุกํ สวนมนสิกาเรน นิโยชิเตหิ ภิกฺขูหิ อตฺตโน ตตฺถ ฐิตภาวสฺส ปฏิชานนวเสน วุตฺตตฺตา เอตฺถ เอวํ-สทฺโท วจนสมฺปฏิจฺฉนตฺโถ วุตฺโต, เตน ‘‘เอวํ, ภนฺเต, สาธุ ภนฺเต, สุฏฺฐุ ภนฺเต’’ติ วุตฺตํ โหติ. เอวญฺจ วเทหีติ ‘‘ยถาหํ วทามิ, เอวํ สมณํ อานนฺทํ วเทหี’’ติ วทนากาโร อิทานิ วตฺตพฺโพ เอวํ-สทฺเทน นิทสฺสียตีติ นิทสฺสนตฺโถ วุตฺโต. เอวํ โนติ เอตฺถาปิ เตสํ ยถาวุตฺตธมฺมานํ อหิตทุกฺขาวหภาเว สนฺนิฏฺฐานชนนตฺถํ อนุมติคฺคหณวเสน ‘‘โน วา, กถํ โว เอตฺถ โหตี’’ติ ปุจฺฉาย กตาย ‘‘เอวํ โน เอตฺถ โหตี’’ติ วุตฺตตฺตา ตทาการสนฺนิฏฺฐานํ เอวํ-สทฺเทน วิภาวิตนฺติ วิญฺญายติ. โส ปน เตสํ ธมฺมานํ อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนากาโร นิยมิยมาโน อวธารณตฺโถ โหตีติ อาห – ‘‘เอวํ โน เอตฺถ โหตีติอาทีสุ อวธารเณ’’ติ.

นานานยนิปุณนฺติ เอกตฺตนานตฺตอพฺยาปารเอวํธมฺมตาสงฺขาตา, นนฺทิยาวฏฺฏติปุกฺขลสีหวิกฺกีฬิตองฺกุสทิสาโลจนสงฺขาตา วา อาธาราทิเภทวเสน นานาวิธา นยา นานานยา. นยา วา ปาฬิคติโย, ตา จ ปญฺญตฺติอาทิวเสน สํกิเลสภาคิยาทิโลกิยาทิตทุภยโวมิสฺสกตาทิวเสน กุสลาทิวเสน ขนฺธาทิวเสน สงฺคหาทิวเสน สมยวิมุตฺตาทิวเสน ปธานาทิวเสน กุสลมูลาทิวเสน ติกปฏฺฐานาทิวเสน จ นานปฺปการาติ นานานยา, เตหิ นิปุณํ สณฺหํ สุขุมนฺติ นานานยนิปุณํ. อาสโยว อชฺฌาสโย, เต จ สสฺสตาทิเภเทน ตตฺถ จ อปฺปรชกฺขตาทิเภเทน จ อเนเก, อตฺตชฺฌาสยาทโย เอว วา สมุฏฺฐานํ อุปฺปตฺติเหตุ เอตสฺสาติ อเนกชฺฌาสยสมุฏฺฐานํ. อตฺถพฺยญฺชนสมฺปนฺนนฺติ อตฺถพฺยญฺชนปริปุณฺณํ อุปเนตพฺพาภาวโต. สงฺกาสนปกาสนวิวรณวิภชนอุตฺตานีกรณปญฺญตฺติวเสน ฉหิ อตฺถปเทหิ อกฺขรปทพฺยญฺชนาการนิรุตฺตินิทฺเทสวเสน ฉหิ พฺยญฺชนปเทหิ จ สมนฺนาคตนฺติ วา อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

วิวิธปาฏิหาริยนฺติ เอตฺถ ปาฏิหาริยปทสฺส วจนตฺถํ ‘‘ปฏิปกฺขหรณโต ราคาทิกิเลสาปนยนโต จ ปาฏิหาริย’’นฺติ วทนฺติ. ภควโต ปน ปฏิปกฺขา ราคาทโย น สนฺติ, เย หริตพฺพา. ปุถุชฺชนานมฺปิ วิคตูปกฺกิเลเส อฏฺฐคุณสมนฺนาคเต จิตฺเต หตปฏิปกฺเข อิทฺธิวิธํ ปวตฺตติ, ตสฺมา ตตฺถ ปวตฺตโวหาเรน จ น สกฺกา อิธ ‘‘ปาฏิหาริย’’นฺติ วตฺถุํ. สเจ ปน มหาการุณิกสฺส ภควโต เวเนยฺยคตา จ กิเลสา ปฏิปกฺขา, เตสํ หรณโต ‘‘ปาฏิหาริย’’นฺติ วุตฺตํ, เอวํ สติ ยุตฺตเมตํ. อถ วา ภควโต จ สาสนสฺส จ ปฏิปกฺขา ติตฺถิยา, เตสํ หรณโต ปาฏิหาริยํ. เต หิ ทิฏฺฐิหรณวเสน จ ทิฏฺฐิปฺปกาสเน อสมตฺถภาเวน จ อิทฺธิอาเทสนานุสาสนีหิ หริตา อปนีตา โหนฺตีติ. ‘‘ปฏี’’ติ วา อยํ สทฺโท ‘‘ปจฺฉา’’ติ เอตสฺส อตฺถํ โพเธติ ‘‘ตสฺมึ ปฏิปวิฏฺฐมฺหิ, อญฺโญ อาคญฺฉิ พฺราหฺมโณ’’ติอาทีสุ (สุ. นิ. ๙๘๕; จูฬนิ. ปารายนวคฺโค, วตฺถุคาถา ๔) วิย, ตสฺมา สมาหิเต จิตฺเต วิคตูปกฺกิเลเส กตกิจฺเจน ปจฺฉา หริตพฺพํ ปวตฺเตตพฺพนฺติ ปฏิหาริยํ, อตฺตโน วา อุปกฺกิเลเสสุ จตุตฺถชฺฌานมคฺเคหิ หริเตสุ ปจฺฉา หรณํ ปฏิหาริยํ, อิทฺธิอาเทสนานุสาสนิโย จ วิคตูปกฺกิเลเสน กตกิจฺเจน จ สตฺตหิตตฺถํ ปุน ปวตฺเตตพฺพา, หริเตสุ จ อตฺตโน อุปกฺกิเลเสสุ ปรสตฺตานํ อุปกฺกิเลสหรณานิ โหนฺตีติ ปฏิหาริยานิ ภวนฺติ. ปฏิหาริยเมว ปาฏิหาริยํ, ปฏิหาริเย วา อิทฺธิอาเทสนานุสาสนิสมุทาเย ภวํ เอกเมกํ ปาฏิหาริยนฺติ วุจฺจติ. ปฏิหาริยํ วา จตุตฺถชฺฌานํ มคฺโค จ ปฏิปกฺขหรณโต, ตตฺถ ชาตํ, ตสฺมึ วา นิมิตฺตภูเต, ตโต วา อาคตนฺติ ปาฏิหาริยํ. ตสฺส ปน อิทฺธิอาทิเภเทน วิสยเภเทน จ พหุวิธสฺส ภควโต เทสนายํ ลพฺภมานตฺตา อาห – ‘‘วิวิธปาฏิหาริย’’นฺติ.

น อญฺญถาติ ภควโต สมฺมุขา สุตาการโต น อญฺญถาติ อตฺโถ, น ปน ภควโต เทสิตาการโต. อจินฺเตยฺยานุภาวา หิ ภควโต เทสนา. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘สพฺพปฺปกาเรน โก สมตฺโถ วิญฺญาตุ’’นฺติ อิทํ วจนํ สมตฺถิตํ ภวติ, ธารณพลทสฺสนญฺจ น วิรุชฺฌติ สุตาการาวิรุชฺฌนสฺส อธิปฺเปตตฺตา. น เหตฺถ อตฺถนฺตรตาปริหาโร ทฺวินฺนํ อตฺถานํ เอกวิสยตฺตา, อิตรถา เถโร ภควโต เทสนาย สพฺพถา ปฏิคฺคหเณ สมตฺโถ อสมตฺโถ จาติ อาปชฺเชยฺยาติ.

‘‘โย ปโร น โหติ, โส อตฺตา’’ติ เอวํ วุตฺตาย นิยกชฺฌตฺตสงฺขาตาย สสนฺตติยํ วตฺตนโต ติวิโธปิ เม-สทฺโท กิญฺจาปิ เอกสฺมึเยว อตฺเถ ทิสฺสติ, กรณสมฺปทานสามินิทฺเทสวเสน ปน วิชฺชมานเภทํ สนฺธายาห – ‘‘เม-สทฺโท ตีสุ อตฺเถสุ ทิสฺสตี’’ติ.

กิญฺจาปิ อุปสคฺโค กิริยํ วิเสเสติ, โชตกภาวโต ปน สติปิ ตสฺมึ สุต-สทฺโท เอว ตํ ตมตฺถํ วทตีติ อนุปสคฺคสฺส สุต-สทฺทสฺส อตฺถุทฺธาเร สอุปสคฺคสฺส คหณํ น วิรุชฺฌตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สอุปสคฺโค จ อนุปสคฺโค จา’’ติ อาห. อสฺสาติ สุตสทฺทสฺส. กมฺมภาวสาธนานิ อิธ สุตสทฺเท สมฺภวนฺตีติ วุตฺตํ – ‘‘อุปธาริตนฺติ วา อุปธารณนฺติ วา อตฺโถ’’ติ. มยาติ อตฺเถ สตีติ ยทา เม-สทฺทสฺส กตฺตุวเสน กรณนิทฺเทโส, ตทาติ อตฺโถ. มมาติ อตฺเถ สตีติ ยทา สมฺพนฺธวเสน สามินิทฺเทโส, ตทา.

สุตสทฺทสนฺนิฏฺฐาเน ปยุตฺเตน เอวํ-สทฺเทน สวนกิริยาโชตเกน ภวิตพฺพนฺติ วุตฺตํ – ‘‘เอวนฺติ โสตวิญฺญาณาทิวิญฺญาณกิจฺจนิทสฺสน’’นฺติ. อาทิ-สทฺเทน สมฺปฏิจฺฉนาทีนํ โสตทฺวาริกวิญฺญาณานํ ตทภินีหฏานญฺจ มโนทฺวาริกวิญฺญาณานํ คหณํ เวทิตพฺพํ. สพฺเพสมฺปิ วากฺยานํ เอวการตฺถสหิตตฺตา ‘‘สุต’’นฺติ เอตสฺส สุตเมวาติ อยมตฺโถ ลพฺภตีติ อาห – ‘‘อสฺสวนภาวปฺปฏิกฺเขปโต’’ติ. เอเตน อวธารเณน นิยามตํ ทสฺเสติ. ยถา จ สุตํ สุตเมวาติ นิยาเมตพฺพํ, ตํ สมฺมา สุตํ โหตีติ อาห – ‘‘อนูนาธิกาวิปรีตคฺคหณนิทสฺสน’’นฺติ. อถ วา สทฺทนฺตรตฺถาโปหนวเสน สทฺโท อตฺถํ วทตีติ สุตนฺติ อสฺสุตํ น โหตีติ อยเมตสฺส อตฺโถติ วุตฺตํ – ‘‘อสฺสวนภาวปฺปฏิกฺเขปโต’’ติ. อิมินา ทิฏฺฐาทิวินิวตฺตนํ กโรติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – น อิทํ มยา ทิฏฺฐํ, น สยมฺภุญาเณน สจฺฉิกตํ, อถ โข สุตํ, ตญฺจ สมฺมเทวาติ. เตเนวาห – ‘‘อนูนาธิกาวิปรีตคฺคหณนิทสฺสน’’นฺติ. อวธารณตฺเถ วา เอวํ-สทฺเท อยมตฺถโยชนา – ‘‘กรียตี’’ติ ตทเปกฺขสฺส สุต-สทฺทสฺส อยมตฺโถ วุตฺโต ‘‘อสฺสวนภาวปฺปฏิกฺเขปโต’’ติ. เตเนวาห – ‘‘อนูนาธิกาวิปรีตคฺคหณนิทสฺสน’’นฺติ. สวน-สทฺโท เจตฺถ กมฺมตฺโถ เวทิตพฺโพ ‘‘สุยฺยตี’’ติ.

เอวํ สวนเหตุสวนวิเสสวเสน ปทตฺตยสฺส เอเกน ปกาเรน อตฺถโยชนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปการนฺตเรหิ ตํ ทสฺเสตุํ – ‘‘ตถา เอว’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตสฺสาติ ยา สา ภควโต สมฺมุขา ธมฺมสฺสวนากาเรน ปวตฺตา มโนทฺวารวิญฺญาณวีถิ, ตสฺสา. สา หิ นานปฺปกาเรน อารมฺมเณ ปวตฺติตุํ สมตฺถา. ตถา จ วุตฺตํ – ‘‘โสตทฺวารานุสาเรนา’’ติ. นานปฺปกาเรนาติ วกฺขมานานํ อเนกวิหิตานํ พฺยญฺชนตฺถคฺคหณานํ นานากาเรน. เอเตน อิมิสฺสา โยชนาย อาการตฺโถ เอวํ-สทฺโท คหิโตติ ทีเปติ. ปวตฺติภาวปฺปกาสนนฺติ ปวตฺติยา อตฺถิภาวปฺปกาสนํ. สุตนฺติ ธมฺมปฺปกาสนนฺติ ยสฺมึ อารมฺมเณ วุตฺตปฺปการา วิญฺญาณวีถิ นานปฺปกาเรน ปวตฺตา, ตสฺส ธมฺมตฺตา วุตฺตํ, น สุตสทฺทสฺส ธมฺมตฺถตฺตา. วุตฺตสฺเสวตฺถสฺส ปากฏีกรณํ ‘‘อยเญฺหตฺถา’’ติอาทิ. ตตฺถ วิญฺญาณวีถิยาติ กรณตฺเถ กรณวจนํ, มยาติ กตฺตุอตฺเถ.

เอวนฺติ นิทฺทิสิตพฺพปฺปกาสนนฺติ นิทสฺสนตฺถํ เอวํ-สทฺทํ คเหตฺวา วุตฺตํ นิทสฺเสตพฺพสฺส นิทสฺสิตพฺพตฺตาภาวาภาวโต. เตน เอวํ-สทฺเทน สกลมฺปิ สุตฺตํ ปจฺจามฏฺฐนฺติ ทสฺเสติ. สุตสทฺทสฺส กิริยาสทฺทตฺตา สวนกิริยาย จ สาธารณวิญฺญาณปฺปพนฺธปฺปฏิพทฺธตฺตา ตตฺถ จ ปุคฺคลโวหาโรติ วุตฺตํ – ‘‘สุตนฺติ ปุคฺคลกิจฺจปฺปกาสน’’นฺติ. น หิ ปุคฺคลโวหารรหิเต ธมฺมปฺปพนฺเธ สวนกิริยา ลพฺภตีติ.

ยสฺส จิตฺตสนฺตานสฺสาติอาทิปิ อาการตฺถเมว เอวํ-สทฺทํ คเหตฺวา ปุริมโยชนาย อญฺญถา อตฺถโยชนํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ตตฺถ อาการปญฺญตฺตีติ อุปาทาปญฺญตฺติ เอว ธมฺมานํ ปวตฺติอาการุปาทานวเสน ตถา วุตฺตา. สุตนฺติ วิสยนิทฺเทโสติ โสตพฺพภูโต ธมฺโม สวนกิริยากตฺตุปุคฺคลสฺส สวนกิริยาวเสน ปวตฺติฏฺฐานนฺติ กตฺวา วุตฺตํ. จิตฺตสนฺตานวินิมุตฺตสฺส ปรมตฺถโต กสฺสจิ กตฺตุอภาเวปิ สทฺทโวหาเรน พุทฺธิปริกปฺปิตเภทวจนิจฺฉาย จิตฺตสนฺตานโต อญฺญํ วิย ตํสมงฺคึ กตฺวา วุตฺตํ – ‘‘จิตฺตสนฺตาเนน ตํสมงฺคีโน’’ติ. สวนกิริยาวิสโยปิ โสตพฺพธมฺโม สวนกิริยาวเสน ปวตฺตจิตฺตสนฺตานสฺส อิธ ปรมตฺถโต กตฺตุภาวโต, สวนวเสน จิตฺตปวตฺติยา เอว วา สวนกิริยาภาวโต ตํกิริยากตฺตุ จ วิสโย โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ – ‘‘ตํสมงฺคีโน กตฺตุวิสเย’’ติ. สุตาการสฺส จ เถรสฺส สมฺมานิจฺฉิตภาวโต อาห – ‘‘คหณสนฺนิฏฺฐาน’’นฺติ. เอเตน วา อวธารณตฺถํ เอวํ-สทฺทํ คเหตฺวา อยมตฺถโยชนา กตาติ ทฏฺฐพฺพํ.

ปุพฺเพ สุตานํ นานาวิหิตานํ สุตฺตสงฺขาตานํ อตฺถพฺยญฺชนานํ อุปธาริตรูปสฺส อาการสฺส นิทสฺสนสฺส, อวธารณสฺส วา ปกาสนสภาโว เอวํ-สทฺโทติ ตทาการาทิอุปธารณสฺส ปุคฺคลปญฺญตฺติยา อุปาทานภูตธมฺมปฺปพนฺธพฺยาปารตาย วุตฺตํ – ‘‘เอวนฺติ ปุคฺคลกิจฺจนิทฺเทโส’’ติ. สวนกิริยา ปน ปุคฺคลวาทิโนปิ วิญฺญาณนิรเปกฺขา นตฺถีติ วิเสสโต วิญฺญาณพฺยาปาโรติ อาห – ‘‘สุตนฺติ วิญฺญาณกิจฺจนิทฺเทโส’’ติ. เมติ สทฺทปฺปวตฺติยา เอกนฺเตเนว สตฺตวิสยตฺตา วิญฺญาณกิจฺจสฺส จ ตตฺเถว สโมทหิตพฺพโต ‘‘เมติ อุภยกิจฺจยุตฺตปุคฺคลนิทฺเทโส’’ติ วุตฺตํ. อวิชฺชมานปญฺญตฺติวิชฺชมานปญฺญตฺติสภาวา ยถากฺกมํ เอวํสทฺทสุตสทฺทานํ อตฺถาติ เต ตถารูปปญฺญตฺติอุปาทานพฺยาปารภาเวน ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘เอวนฺติ ปุคฺคลกิจฺจนิทฺเทโส, สุตนฺติ วิญฺญาณกิจฺจนิทฺเทโส’’ติ. เอตฺถ จ กรณกิริยากตฺตุกมฺมวิเสสปฺปกาสนวเสน ปุคฺคลพฺยาปารวิสยปุคฺคลพฺยาปารนิทสฺสนวเสน คหณาการคฺคาหกตพฺพิสยวิเสสนิทฺเทสวเสน กตฺตุกรณพฺยาปารกตฺตุนิทฺเทสวเสน จ ทุติยาทโย จตสฺโส อตฺถโยชนา ทสฺสิตาติ ทฏฺฐพฺพํ.

สพฺพสฺสปิ สทฺทาธิคมนียสฺส อตฺถสฺส ปญฺญตฺติมุเขเนว ปฏิปชฺชิตพฺพตฺตา สพฺพปญฺญตฺตีนญฺจ วิชฺชมานาทิวเสน ฉสุ ปญฺญตฺติเภเทสุ อนฺโตคธตฺตา เตสุ ‘‘เอว’’นฺติอาทีนํ ปญฺญตฺตีนํ สรูปํ นิทฺธาเรนฺโต อาห – ‘‘เอวนฺติ จ เมติ จา’’ติอาทิ. ตตฺถ เอวนฺติ จ เมติ จ วุจฺจมานสฺสตฺถสฺส อาการาทิโน ธมฺมานํ อสลฺลกฺขณภาวโต อวิชฺชมานปญฺญตฺติภาโวติ อาห – ‘‘สจฺจิกฏฺฐปรมตฺถวเสน อวิชฺชมานปญฺญตฺตี’’ติ. ตตฺถ สจฺจิกฏฺฐปรมตฺถวเสนาติ ภูตตฺถอุตฺตมตฺถวเสน. อิทํ วุตฺตํ โหติ – โย มายามรีจิอาทโย วิย อภูตตฺโถ, อนุสฺสวาทีหิ คเหตพฺโพ วิย อนุตฺตมตฺโถ จ น โหติ, โส รูปสทฺทาทิสภาโว, รุปฺปนานุภวนาทิสภาโว วา อตฺโถ สจฺจิกฏฺโฐ ปรมตฺโถ จาติ วุจฺจติ, น ตถา ‘‘เอวํ เม’’ติปทานํ อตฺโถติ. เอตเมวตฺถํ ปากฏตรํ กาตุํ ‘‘กิเญฺหตฺถ ต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. สุตนฺติ ปน สทฺทายตนํ สนฺธายาห – ‘‘วิชฺชมานปญฺญตฺตี’’ติ. เตเนว หิ ‘‘ยญฺหิ ตํ เอตฺถ โสเตน อุปลทฺธ’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘โสตทฺวารานุสาเรน อุปลทฺธ’’นฺติ ปน วุตฺเต อตฺถพฺยญฺชนาทิ สพฺพํ ลพฺภติ. ตํ ตํ อุปาทาย วตฺตพฺพโตติ โสตปถมาคเต ธมฺเม อุปาทาย เตสํ อุปธาริตาการาทิโน ปจฺจามสนวเสน เอวนฺติ, สสนฺตติปริยาปนฺเน ขนฺเธ อุปาทาย เมติ วตฺตพฺพตฺตาติ อตฺโถ. ทิฏฺฐาทิสภาวรหิเต สทฺทายตเน ปวตฺตมาโนปิ สุตโวหาโร ‘‘ทุติยํ ตติย’’นฺติอาทิโก วิย ปฐมาทีนิ ทิฏฺฐมุตวิญฺญาเต อเปกฺขิตฺวา ปวตฺโตติ อาห – ‘‘ทิฏฺฐาทีนิ อุปนิธาย วตฺตพฺพโต’’ติ. อสฺสุตํ น โหตีติ หิ สุตนฺติ ปกาสิโต อยมตฺโถติ.

อตฺตนา ปฏิวิทฺธา สุตฺตสฺส ปการวิเสสา เอวนฺติ เถเรน ปจฺจามฏฺฐาติ อาห – ‘‘อสมฺโมหํ ทีเปตี’’ติ. นานปฺปการปฺปฏิเวธสมตฺโถ โหตีติ เอเตน วกฺขมานสฺส สุตฺตสฺส นานปฺปการตํ ทุปฺปฏิวิชฺฌตญฺจ ทสฺเสติ. สุตสฺส อสมฺโมสํ ทีเปตีติ สุตาการสฺส ยาถาวโต ทสฺสิยมานตฺตา วุตฺตํ. อสมฺโมเหนาติ สมฺโมหาภาเวน, ปญฺญาย เอว วา สวนกาลสมฺภูตาย ตทุตฺตริกาลปญฺญาสิทฺธิ. เอวํ อสมฺโมเสนาติ เอตฺถาปิ วตฺตพฺพํ. พฺยญฺชนานํ ปฏิวิชฺฌิตพฺโพ อากาโร นาติคมฺภีโร, ยถาสุตธารณเมว ตตฺถ กรณียนฺติ สติยา พฺยาปาโร อธิโก, ปญฺญา ตตฺถ คุณีภูตาติ วุตฺตํ – ‘‘ปญฺญาปุพฺพงฺคมายา’’ติอาทิ ‘‘ปญฺญาย ปุพฺพงฺคมา’’ติ กตฺวา. ปุพฺพงฺคมตา เจตฺถ ปธานภาโว ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๑, ๒) วิย, ปุพฺพงฺคมตาย วา จกฺขุวิญฺญาณาทีสุ อาวชฺชนาทีนํ วิย อปฺปธานตฺเต ปญฺญา ปุพฺพงฺคมา เอติสฺสาติ อยมฺปิ อตฺโถ ยุชฺชติ, เอวํ สติปุพฺพงฺคมายาติ เอตฺถาปิ วุตฺตนยานุสาเรน ยถาสมฺภวมตฺโถ เวทิตพฺโพ. อตฺถพฺยญฺชนสมฺปนฺนสฺสาติ อตฺถพฺยญฺชนปริปุณฺณสฺส, สงฺกาสนปฺปกาสนวิวรณวิภชนอุตฺตานีกรณปญฺญตฺติวเสน ฉหิ อตฺถปเทหิ อกฺขรปทพฺยญฺชนาการนิรุตฺตินิทฺเทสวเสน ฉหิ พฺยญฺชนปเทหิ จ สมนฺนาคตสฺสาติ วา อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

โยนิโสมนสิการํ ทีเปติ เอวํ-สทฺเทน วุจฺจมานานํ อาการนิทสฺสนาวธารณตฺถานํ อวิปรีตสทฺธมฺมวิสยตฺตาติ อธิปฺปาโย. อวิกฺเขปํ ทีเปตีติ ‘‘จิตฺตปริยาทานํ กตฺถ ภาสิต’’นฺติอาทิปุจฺฉาวเส ปกรณปฺปตฺตสฺส วกฺขมานสฺส สุตฺตสฺส สวนํ สมาธานมนฺตเรน น สมฺภวตีติ กตฺวา วุตฺตํ. วิกฺขิตฺตจิตฺตสฺสาติอาทิ ตสฺเสวตฺถสฺส สมตฺถนวเสน วุตฺตํ. สพฺพสมฺปตฺติยาติ อตฺถพฺยญฺชนเทสกปฺปโยชนาทิสมฺปตฺติยา. อวิปรีตสทฺธมฺมวิสเยหิ วิย อาการนิทสฺสนาวธารณตฺเถหิ โยนิโสมนสิการสฺส, สทฺธมฺมสฺสวเนน วิย จ อวิกฺเขปสฺส ยถา โยนิโสมนสิกาเรน ผลภูเตน อตฺตสมฺมาปณิธิปุพฺเพกตปุญฺญตานํ สิทฺธิ วุตฺตา ตทวินาภาวโต. เอวํ อวิกฺเขเปน ผลภูเตน การณภูตานํ สทฺธมฺมสฺสวนสปฺปุริสูปนิสฺสยานํ สิทฺธิ ทสฺเสตพฺพา สิยา อสฺสุตวโต สปฺปุริสูปนิสฺสยรหิตสฺส จ ตทภาวโต. น หิ วิกฺขิตฺตจิตฺโตติอาทินา สมตฺถนวจเนน ปน อวิกฺเขเปน การณภูเตน สปฺปุริสูปนิสฺสเยน จ ผลภูตสฺส สทฺธมฺมสฺสวนสฺส สิทฺธิ ทสฺสิตา. อยํ ปเนตฺถ อธิปฺปาโย ยุตฺโต สิยา, สทฺธมฺมสฺสวนสปฺปุริสูปนิสฺสยา น เอกนฺเตน อวิกฺเขปสฺส การณํ พาหิรงฺคตฺตา, อวิกฺเขโป ปน สปฺปุริสูปนิสฺสโย วิย สทฺธมฺมสฺสวนสฺส เอกนฺตการณนฺติ. เอวมฺปิ อวิกฺเขเปน สปฺปุริสูปนิสฺสยสิทฺธิโชตนา น สมตฺถิตาว. โน น สมตฺถิตา วิกฺขิตฺตจิตฺตานํ สปฺปุริสปยิรุปาสนาภาวสฺส อตฺถสิทฺธตฺตา. เอตฺถ จ ปุริมํ ผเลน การณสฺส สิทฺธิทสฺสนํ นทีปูเรน วิย อุปริ วุฏฺฐิสพฺภาวสฺส, ทุติยํ การเณน ผลสฺส สิทฺธิทสฺสนํ ทฏฺฐพฺพํ เอกนฺตวสฺสินา วิย เมฆวุฏฺฐาเนน วุฏฺฐิปฺปวตฺติยา.

ภควโต วจนสฺส อตฺถพฺยญฺชนปฺปเภทปริจฺเฉทวเสน สกลสาสนสมฺปตฺติโอคาหนากาโร นิรวเสสปรหิตปาริปูริตาการณนฺติ วุตฺตํ – ‘‘เอวํ ภทฺทโก อากาโร’’ติ. ยสฺมา น โหตีติ สมฺพนฺโธ. ปจฺฉิมจกฺกทฺวยสมฺปตฺตินฺติ อตฺตสมฺมาปณิธิปุพฺเพกตปุญฺญตาสงฺขาตคุณทฺวยํ. อปราปรํ วุตฺติยา เจตฺถ จกฺกภาโว, จรนฺติ เอเตหิ สตฺตา สมฺปตฺติภเวสูติ วา. เย สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, จกฺกานิ, เยหิ สมนฺนาคตานํ เทวมนุสฺสานํ จตุจกฺกํ วตฺตตี’’ติอาทิ (อ. นิ. ๔.๓๑). ปุริมปจฺฉิมภาโว เจตฺถ เทสนากฺกมวเสน ทฏฺฐพฺโพ. ปจฺฉิมจกฺกทฺวยสิทฺธิยาติ ปจฺฉิมจกฺกทฺวยสฺส อตฺถิตาย. สมฺมาปณิหิตตฺโต ปุพฺเพ จ กตปุญฺโญ สุทฺธาสโย โหติ ตทสิทฺธิเหตูนํ กิเลสานํ ทูรีภาวโตติ อาห – ‘‘อาสยสุทฺธิ สิทฺธา โหตี’’ติ. ตถา หิ วุตฺตํ – ‘‘สมฺมาปณิหิตํ จิตฺตํ, เสยฺยโส นํ ตโต กเร’’ติ (ธ. ป. ๔๓), ‘‘กตปุญฺโญสิ ตฺวํ, อานนฺท, ปธานมนุยุญฺช, ขิปฺปํ โหหิสิ อนาสโว’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๐๗) จ. เตเนวาห – ‘‘อาสยสุทฺธิยา อธิคมพฺยตฺติสิทฺธี’’ติ. ปโยคสุทฺธิยาติ โยนิโสมนสิการปุพฺพงฺคมสฺส ธมฺมสฺสวนปฺปโยคสฺส วิสทภาเวน. ตถา จาห – ‘‘อาคมพฺยตฺติสิทฺธี’’ติ, สพฺพสฺส วา กายวจีปโยคสฺส นิทฺโทสภาเวน. ปริสุทฺธกายวจีปโยโค หิ วิปฺปฏิสาราภาวโต อวิกฺขิตฺตจิตฺโต ปริยตฺติยํ วิสารโท โหตีติ.

นานปฺปการปฏิเวธทีปเกนาติอาทินา อตฺถพฺยญฺชเนสุ เถรสฺส เอวํ-สทฺทสุต-สทฺทานํ อสมฺโมหทีปนโต จตุปฺปฏิสมฺภิทาวเสน อตฺถโยชนํ ทสฺเสติ. ตตฺถ โสตปฺปเภทปฏิเวธทีปเกนาติ เอเตน อยํ สุต-สทฺโท เอวํ-สทฺทสนฺนิธานโต, วกฺขมานาเปกฺขาย วา สามญฺเญเนว โสตพฺพธมฺมวิเสสํ อามสตีติ ทสฺเสติ. มโนทิฏฺฐิกรณานํ ปริยตฺติธมฺมานํ อนุเปกฺขนสุปฺปฏิเวธา วิเสสโต มนสิการปฺปฏิพทฺธาติ เต วุตฺตนเยน โยนิโสมนสิการทีปเกน เอวํ-สทฺเทน โยเชตฺวา, สวนธารณวจีปริจยา ปริยตฺติธมฺมา วิเสเสน โสตาวธานปฺปฏิพทฺธาติ เต อวิกฺเขปทีปเกน สุต-สทฺเทน โยเชตฺวา ทสฺเสนฺโต สาสนสมฺปตฺติยา ธมฺมสฺสวเน อุสฺสาหํ ชเนติ. ตตฺถ ธมฺมาติ ปริยตฺติธมฺมา. มนสา อนุเปกฺขิตาติ ‘‘อิธ สีลํ กถิตํ, อิธ สมาธิ, อิธ ปญฺญา, เอตฺตกา เอตฺถ อนุสนฺธโย’’ติอาทินา นเยน มนสา อนุ อนุ เปกฺขิตา. ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธาติ นิชฺฌานกฺขนฺติ ภูตาย, ญาตปริญฺญาสงฺขาตาย วา ทิฏฺฐิยา ตตฺถ ตตฺถ วุตฺตรูปารูปธมฺเม ‘‘อิติ รูปํ, เอตฺตกํ รูป’’นฺติอาทินา สุฏฺฐุ ววตฺถเปตฺวา ปฏิวิทฺธา.

สกเลน วจเนนาติ ปุพฺเพ ตีหิ ปเทหิ วิสุํ วิสุํ โยชิตตฺตา วุตฺตํ. อสปฺปุริสภูมินฺติ อกตญฺญุตํ, ‘‘อิเธกจฺโจ ปาปภิกฺขุ ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ ปริยาปุณิตฺวา อตฺตโน ทหตี’’ติ (ปารา. ๑๙๕) เอวํ วุตฺตํ อนริยโวหาราวตฺถํ. สา เอว อนริยโวหาราวตฺถา อสทฺธมฺโม. นนุ จ อานนฺทตฺเถรสฺส ‘‘มเมทํ วจน’’นฺติ อธิมานสฺส, มหากสฺสปตฺเถราทีนญฺจ ตทาสงฺกาย อภาวโต อสปฺปุริสภูมิสมติกฺกมาทิวจนํ นิรตฺถกนฺติ? นยิทเมวํ, ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติ วทนฺเตน อยมฺปิ อตฺโถ วิภาวิโตติ ทสฺสนโต. เกจิ ปน ‘‘เทวตานํ ปริวิตกฺกาเปกฺขํ ตถาวจนนฺติ เอทิสี โจทนา อนวกาสา’’ติ วทนฺติ. ตสฺมึ กิร ขเณ เอกจฺจานํ เทวตานํ เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ ‘‘ภควา ปรินิพฺพุโต, อยญฺจ อายสฺมา เทสนากุสโล อิทานิ ธมฺมํ เทเสติ, สกฺยกุลปฺปสุโต ตถาคตสฺส ภาตา จูฬปิตุปุตฺโต, กึ นุ โข สยํ สจฺฉิกตํ ธมฺมํ เทเสติ, อุทาหุ ภควโต เอว วจนํ ยถาสุต’’นฺติ, เอวํ ตทาสงฺกิตปฺปการโต อสปฺปุริสภูมิสโมกฺกมาทิโต อติกฺกมาทิ วิภาวิตนฺติ. อตฺตโน อทหนฺโตติ ‘‘มเมท’’นฺติ อตฺตนิ อฏฺฐเปนฺโต. อปฺเปตีติ นิทสฺเสติ. ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺเถสุ ยถารหํ สตฺเต เนตีติ เนตฺติ, ธมฺโมเยว เนตฺติ ธมฺมเนตฺติ.

ทฬฺหตรนิวิฏฺฐา วิจิกิจฺฉา กงฺขา. นาติสํสปฺปนํ มติเภทมตฺตํ วิมติ. อสฺสทฺธิยํ วินาเสติ ภควตา ภาสิตตฺตา สมฺมุขา จสฺส ปฏิคฺคหิตตฺตา ขลิตทุรุตฺตาทิคฺคหณโทสาภาวโต จ. เอตฺถ จ ปญฺจมาทโย ติสฺโส อตฺถโยชนา อาการาทิอตฺเถสุ อคฺคหิตวิเสสเมว เอวํ-สทฺทํ คเหตฺวา ทสฺสิตา, ตโต ปรา จตสฺโส อาการตฺถเมว เอวํ-สทฺทํ คเหตฺวา วิภาวิตา, ปจฺฉิมา ปน ติสฺโส ยถากฺกมํ อาการตฺถํ นิทสฺสนตฺถํ อวธารณตฺถญฺจ เอวํ-สทฺทํ คเหตฺวา โยชิตาติ ทฏฺฐพฺพํ.

เอก-สทฺโท อญฺญเสฏฺฐอสหายสงฺขาทีสุ ทิสฺสติ. ตถา เหส ‘‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ อิตฺเถเก อภิวทนฺตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๒๗) อญฺญตฺเถ ทิสฺสติ, ‘‘เจตโส เอโกทิภาว’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๒๘; ปารา. ๑๑) เสฏฺเฐ, ‘‘เอโก วูปกฏฺโฐ’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๔๐๕; ๒.๒๑๕; ม. นิ. ๑.๘๐; สํ. นิ. ๓.๖๓; จูฬว. ๔๔๕) อสหาเย ‘‘เอโกว โข, ภิกฺขเว, ขโณ จ สมโย จ พฺรหฺมจริยวาสายา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๘.๒๙) สงฺขายํ. อิธาปิ สงฺขายนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘เอกนฺติ คณนปริจฺเฉทนิทฺเทโส’’ติ. กาลญฺจ สมยญฺจาติ ยุตฺตกาลญฺจ ปจฺจยสามคฺคิญฺจ. ขโณติ โอกาโส. ตถาคตุปฺปาทาทิโก หิ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส โอกาโส ตปฺปจฺจยปฺปฏิลาภเหตุตฺตา. ขโณ เอว จ สมโย. โย ขโณติ จ สมโยติ จ วุจฺจติ, โส เอโก เอวาติ หิ อตฺโถ. มหาสมโยติ มหาสมูโห. สมโยปิ โขติ สิกฺขาปทปูรณสฺส เหตุปิ. สมยปฺปวาทเกติ ทิฏฺฐิปฺปวาทเก. ตตฺถ หิ นิสินฺนา ติตฺถิยา อตฺตโน อตฺตโน สมยํ ปวทนฺตีติ. อตฺถาภิสมยาติ หิตปฺปฏิลาภา. อภิสเมตพฺโพติ อภิสมโย, อภิสมโย อตฺโถ อภิสมยฏฺโฐติ ปีฬนาทีนิ อภิสเมตพฺพภาเวน เอกีภาวํ อุปเนตฺวา วุตฺตานิ. อภิสมยสฺส วา ปฏิเวธสฺส วิสยภูโต อตฺโถ อภิสมยฏฺโฐติ ตาเนว ตถา เอกตฺเตน วุตฺตานิ. ตตฺถ ปีฬนํ ทุกฺขสจฺจสฺส ตํสมงฺคิโน หึสนํ อวิปฺผาริกตากรณํ. สนฺตาโป ทุกฺขทุกฺขตาทิวเสน สนฺตปนํ ปริทหนํ.

ตตฺถ สหการิการเณ สนิชฺฌํ สเมติ สมเวตีติ สมโย, สมวาโย. สเมติ สมาคจฺฉติ เอตฺถ มคฺคพฺรหฺมจริยํ ตทาธารปุคฺคเลหีติ สมโย, ขโณ. สเมติ เอตฺถ, เอเตน วา สํคจฺฉติ สตฺโต, สภาวธมฺโม วา สหชาตาทีหิ, อุปฺปาทาทีหิ วาติ สมโย, กาโล. ธมฺมปฺปวตฺติมตฺตตาย อตฺถโต อภูโตปิ หิ กาโล ธมฺมปฺปวตฺติยา อธิกรณํ กรณํ วิย จ กปฺปนามตฺตสิทฺเธน รูเปน โวหรียตีติ. สมํ, สห วา อวยวานํ อยนํ ปวตฺติ อวฏฺฐานนฺติ สมโย, สมูโห ยถา ‘‘สมุทาโย’’ติ. อวยวสหาวฏฺฐานเมว หิ สมูโหติ. อวเสสปจฺจยานํ สมาคเม เอติ ผลํ เอตสฺมา อุปฺปชฺชติ ปวตฺตติ จาติ สมโย, เหตุ ยถา ‘‘สมุทโย’’ติ. สเมติ สํโยชนภาวโต สมฺพทฺโธ เอติ อตฺตโน วิสเย ปวตฺตติ, ทฬฺหคฺคหณภาวโต วา สํยุตฺตา อยนฺติ ปวตฺตนฺติ สตฺตา ยถาภินิเวสํ เอเตนาติ สมโย, ทิฏฺฐิ. ทิฏฺฐิสํโยชเนน หิ สตฺตา อติวิย พชฺฌนฺตีติ. สมิติ สงฺคติ สโมธานนฺติ สมโย, ปฏิลาโภ. สมสฺส ยานํ, สมฺมา วา ยานํ อปคโมติ สมโย, ปหานํ. อภิมุขํ ญาเณน สมฺมา เอตพฺโพ อภิสเมตพฺโพติ อภิสมโย, ธมฺมานํ อวิปรีโต สภาโว. อภิมุขภาเวน สมฺมา เอติ คจฺฉติ พุชฺฌตีติ อภิสมโย, ธมฺมานํ อวิปรีตสภาวาวโพโธ. เอวํ ตสฺมึ ตสฺมึ อตฺเถ สมยสทฺทสฺส ปวตฺติ เวทิตพฺพา. สมยสทฺทสฺส อตฺถุทฺธาเร อภิสมยสทฺทสฺส อุทาหรณํ วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ. อสฺสาติ สมยสทฺทสฺส. กาโล อตฺโถ สมวายาทีนํ อตฺถานํ อิธ อสมฺภวโต, เทสเทสกปริสานํ วิย สุตฺตสฺส นิทานภาเวน กาลสฺส อปทิสิตพฺพโต จ.

กสฺมา ปเนตฺถ อนิยมิตวเสเนว กาโล นิทฺทิฏฺโฐ, น อุตุสํวจฺฉราทิวเสน นิยเมตฺวาติ อาห – ‘‘ตตฺถ กิญฺจาปี’’ติอาทิ. อุตุสํวจฺฉราทิวเสน นิยมํ อกตฺวา สมยสทฺทสฺส วจเน อยมฺปิ คุโณ ลทฺโธ โหตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เย วา อิเม’’ติอาทิมาห. สามญฺญโชตนา หิ วิเสเส อวติฏฺฐตีติ. ตตฺถ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารสมโย เทวสิกํ ฌานสมาปตฺตีหิ วีตินามนกาโล, วิเสสโต สตฺตสตฺตาหานิ. สุปฺปกาสาติ ทสสหสฺสิโลกธาตุยา ปกมฺปนโอภาสปาตุภาวาทีหิ ปากฏา. ยถาวุตฺตเภเทสุ เอว สมเยสุ เอกเทสํ ปการนฺตเรหิ สงฺคเหตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘โย จาย’’นฺติอาทิมาห. ตถา หิ ญาณกิจฺจสมโย อตฺตหิตปฺปฏิปตฺติสมโย จ อภิสมฺโพธิสมโย, อริยตุณฺหีภาวสมโย ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารสมโย, กรุณากิจฺจปรหิตปฺปฏิปตฺติธมฺมิกถาสมโย เทสนาสมโยเยว.

กรณวจเนน นิทฺเทโส กโตติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถาติ อภิธมฺมวินเยสุ. ตถาติ ภุมฺมกรเณหิ. อธิกรณตฺโถ อาธารตฺโถ. ภาโว นาม กิริยา, กิริยาย กิริยนฺตรลกฺขณํ ภาเวนภาวลกฺขณํ. ตตฺถ ยถา กาโล สภาวธมฺมปริจฺฉินฺโน สยํ ปรมตฺถโต อวิชฺชมาโนปิ อาธารภาเวน ปญฺญาโต ตงฺขณปฺปวตฺตานํ ตโต ปุพฺเพ ปรโต จ อภาวโต ‘‘ปุพฺพเณฺห ชาโต, สายเนฺห คจฺฉตี’’ติ จ อาทีสุ, สมูโห จ อวยววินิมุตฺโต อวิชฺชมาโนปิ กปฺปนามตฺตสิทฺโธ อวยวานํ อาธารภาเวน ปญฺญาปียติ ‘‘รุกฺเข สาขา, ยวราสิยํ สมฺภูโต’’ติอาทีสุ, เอวํ อิธาปีติ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘อธิกรณํ…เป… ธมฺมาน’’นฺติ. ยสฺมึ กาเล, ธมฺมปุญฺเช วา กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ, ตสฺมึ เอว กาเล, ธมฺมปุญฺเช จ ผสฺสาทโยปิ โหนฺตีติ อยญฺหิ ตตฺถ อตฺโถ. ยถา ‘‘คาวีสุ ทุยฺหมานาสุ คโต, ทุทฺธาสุ อาคโต’’ติ โทหนกิริยาย คมนกิริยา ลกฺขียติ, เอวํ อิธาปิ ‘‘ยสฺมึ สมเย, ตสฺมึ สมเย’’ติ จ วุตฺเต ‘‘สตี’’ติ อยมตฺโถ วิญฺญายมาโน เอว โหติ ปทตฺถสฺส สตฺตาวิรหาภาวโตติ สมยสฺส สตฺตากิริยาย จิตฺตสฺส อุปฺปาทกิริยา, ผสฺสาทีนํ ภวนกิริยา จ ลกฺขียตีติ. ยสฺมึ สมเยติ ยสฺมึ นวเม ขเณ, ยสฺมึ โยนิโสมนสิการาทิเหตุมฺหิ, ปจฺจยสมวาเย วา สติ กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ, ตสฺมึเยว ขเณ เหตุมฺหิ ปจฺจยสมวาเย จ ผสฺสาทโยปิ โหนฺตีติ อุภยตฺถ สมยสทฺเท ภุมฺมนิทฺเทโส กโต ลกฺขณภูตภาวยุตฺโตติ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘ขณ…เป… ลกฺขียตี’’ติ.

เหตุอตฺโถ กรณตฺโถ จ สมฺภวติ ‘‘อนฺเนน วสติ, อชฺเฌเนน วสติ, ผรสุนา ฉินฺทติ, กุทาเลน ขณตี’’ติอาทีสุ วิย. วีติกฺกมญฺหิ สุตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา โอติณฺเณ วตฺถุสฺมึ ตํ ปุคฺคลํ ปฏิปุจฺฉิตฺวา วิครหิตฺวา จ ตํ ตํ วตฺถุํ โอติณฺณกาลํ อนติกฺกมิตฺวา เตเนว กาเลน สิกฺขาปทานิ ปญฺญาเปนฺโต ภควา วิหรติ สิกฺขาปทปญฺญตฺติเหตุญฺจ อเปกฺขมาโน ตติยปาราชิกาทีสุ วิย.

อจฺจนฺตเมว อารมฺภโต ปฏฺฐาย ยาว เทสนานิฏฺฐานํ ปรหิตปฺปฏิปตฺติสงฺขาเตน กรุณาวิหาเรน. ตทตฺถโชตนตฺถนฺติ อจฺจนฺตสํโยคตฺถโชตนตฺถํ. อุปโยควจนนิทฺเทโส กโต ยถา ‘‘มาสํ อชฺเฌตี’’ติ. โปราณาติ อฏฺฐกถาจริยา. อภิลาปมตฺตเภโทติ วจนมตฺเตน วิเสโส. เตน สุตฺตวินเยสุ วิภตฺติพฺยตฺตโย กโตติ ทสฺเสติ.

อิทานิ ‘‘ภควา’’ติ อิมสฺส อตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘ภควาติ ครู’’ติอาทิ. ภควาติ วจนํ เสฏฺฐนฺติ เสฏฺฐวาจกํ วจนํ, เสฏฺฐคุณสหจรณํ เสฏฺฐนฺติ วุตฺตํ. อถ วา วุจฺจตีติ วจนํ, อตฺโถ. ยสฺมา โย ‘‘ภควา’’ติ วจเนน วจนีโย อตฺโถ, โส เสฏฺโฐติ อตฺโถ. ภควาติ วจนมุตฺตมนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. คารวยุตฺโตติ ครุภาวยุตฺโต ครุคุณโยคโต. ครุกรณํ วา สาติสยํ อรหตีติ คารวยุตฺโต, คารวารโหติ อตฺโถ. สิปฺปาทิสิกฺขาปกา ครู โหนฺติ, น จ คารวยุตฺตา, อยํ ปน ตาทิโส น โหติ, ตสฺมา ครูติ วตฺวา คารวยุตฺโตติ วุตฺตนฺติ เกจิ. วุตฺโตเยว, น อิธ วตฺตพฺโพ วิสุทฺธิมคฺคสฺส อิมิสฺสา อฏฺฐกถาย เอกเทสภาวโตติ อธิปฺปาโย.

ธมฺมสรีรํ ปจฺจกฺขํ กโรตีติ ‘‘โย โว, อานนฺท, มยา ธมฺโม จ วินโย จ เทสิโต ปญฺญตฺโต, โส โว มมจฺจเยน สตฺถา’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๑๖) วจนโต ธมฺมสฺส สตฺถุภาวปริยาโย วิชฺชตีติ กตฺวา วุตฺตํ. วชิรสงฺฆาตสมานกาโย ปเรหิ อเภชฺชสรีรตฺตา. น หิ ภควโต รูปกาเย เกนจิ สกฺกา อนฺตราโย กาตุนฺติ. เทสนาสมฺปตฺตึ นิทฺทิสติ วกฺขมานสฺส สกลสุตฺตสฺส เอวนฺติ นิทฺทิสนโต. สาวกสมฺปตฺตึ นิทฺทิสติ ปฏิสมฺภิทาปตฺเตน ปญฺจสุ ฐาเนสุ ภควตา เอตทคฺเค ฐปิเตน มยา มหาสาวเกน สุตํ, ตญฺจ โข มยา สุตํ, น อนุสฺสุติกํ, น ปรมฺปราภตนฺติ อิมสฺส อตฺถสฺส ทีปนโต. กาลสมฺปตฺตึ นิทฺทิสติ ‘‘ภควา’’ติ ปทสฺส สนฺนิธาเน ปยุตฺตสฺส สมยสทฺทสฺส กาลสฺส พุทฺธุปฺปาทปฺปฏิมณฺฑิตภาวทีปนโต. พุทฺธุปฺปาทปรมา หิ กาลสมฺปทา. เตเนตํ วุจฺจติ –

‘‘กปฺปกสาเย กลิยุเค, พุทฺธุปฺปาโท อโห มหจฺฉริยํ;

หุตาวหมชฺเฌ ชาตํ, สมุทิตมกรนฺทมรวินฺท’’นฺติ. (ที. นิ. ฏี. ๑.๑; สํ. นิ. ฏี. ๑.๑.๑ เทวตาสํยุตฺต);

ภควาติ เทสกสมฺปตฺตึ นิทฺทิสติ คุณวิสิฏฺฐสตฺตุตฺตมครุคารวาธิวจนภาวโต.

เอวํนามเก นคเรติ กถํ ปเนตํ นครํ เอวํนามกํ ชาตนฺติ? วุจฺจเต, ยถา กากนฺทสฺส อิสิโน นิวาสฏฺฐาเน มาปิตา นครี กากนฺที, มากนฺทสฺส นิวาสฏฺฐาเน มาปิตา มากนฺที, กุสมฺพสฺส นิวาสฏฺฐาเน มาปิตา โกสมฺพีติ วุจฺจติ, เอวํ สวตฺถสฺส อิสิโน นิวาสฏฺฐาเน มาปิตา นครี สาวตฺถีติ วุจฺจติ. เอวํ ตาว อกฺขรจินฺตกา วทนฺติ. อฏฺฐกถาจริยา ปน ภณนฺติ – ‘‘ยํ กิญฺจิ มนุสฺสานํ อุปโภคปริโภคํ, สพฺพเมตฺถ อตฺถี’’ติ สาวตฺถิ. สตฺถสมาโยเค จ ‘กึ ภณฺฑมตฺถี’ติ ปุจฺฉิเต ‘สพฺพมตฺถี’ติ วจนมุปาทาย สาวตฺถิ.

‘‘สพฺพทา สพฺพูปกรณํ, สาวตฺถิยํ สโมหิตํ;

ตสฺมา สพฺพมุปาทาย, สาวตฺถีติ ปวุจฺจติ. (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๔; ขุ. ปา. อฏฺฐ. ๕.มงฺคลสุตฺตวณฺณนา; อุทา. อฏฺฐ. ๕; ปฏิ. ม. ๒.๑.๑๘๔);

‘‘โกสลานํ ปุรํ รมฺมํ, ทสฺสเนยฺยํ มโนรมํ;

ทสหิ สทฺเทหิ อวิวิตฺตํ, อนฺนปานสมายุตํ.

‘‘วุทฺธึ เวปุลฺลตํ ปตฺตํ, อิทฺธํ ผีตํ มโนรมํ;

อาฬกมนฺทาว เทวานํ, สาวตฺถิปุรมุตฺตม’’นฺติ. (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๔; ขุ. ปา. อฏฺฐ. ๕.มงฺคลสุตฺตวณฺณนา);

อวิเสเสนาติ น วิเสเสน, วิหารภาวสามญฺเญนาติ อตฺโถ. อิริยาปถวิหาโร…เป… วิหาเรสูติ อิริยาปถวิหาโร ทิพฺพวิหาโร พฺรหฺมวิหาโร อริยวิหาโรติ เอเตสุ จตูสุ วิหาเรสุ. สมงฺคิปริทีปนนฺติ สมงฺคิภาวปริทีปนํ. เอตนฺติ วิหรตีติ เอตํ ปทํ. ตถา หิ ตํ ‘‘อิเธกจฺโจ คิหิสํสฏฺโฐ วิหรติ สหนนฺที สหโสกี’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๔.๒๔๑) อิริยาปถวิหาเร อาคตํ, ‘‘ยสฺมึ สมเย, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ วิวิจฺเจว กาเมหิ … ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๔๙๙; วิภ. ๖๒๔) ทิพฺพวิหาเร, ‘‘โส เมตฺตาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรตี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๕๕๖; ๓.๓๐๘; ม. นิ. ๑.๗๗, ๔๕๙, ๕๐๙; ๒.๓๐๙, ๓๑๕, ๔๕๑, ๔๗๑; ๓.๒๓๐, วิภ. ๖๔๒, ๖๔๓) พฺรหฺมวิหาเร, ‘‘โส โขหํ, อคฺคิเวสฺสน, ตสฺสาเยว กถาย ปริโยสาเน ตสฺมึเยว ปุริมสฺมึ สมาธินิมิตฺเต อชฺฌตฺตเมว จิตฺตํ สณฺฐเปมิ สนฺนิสาเทมิ เอโกทึ กโรมิ, สมาทหามิ, เยน สุทํ นิจฺจกปฺปํ วิหรามี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๘๗) อริยวิหาเร.

ตตฺถ อิริยนํ ปวตฺตนํ อิริยา, กายปฺปโยโค. ตสฺสา ปวตฺตนูปายภาวโต ฐานาทิ อิริยาปโถ. ฐานสมงฺคี วา หิ กาเยน กิญฺจิ กเรยฺย คมนาทีสุ อญฺญตรสมงฺคี วา. อถ วา อิริยติ ปวตฺตติ เอเตน อตฺตภาโว, กายกิจฺจํ วาติ อิริยา, ตสฺสา ปวตฺติยา อุปายภาวโต ปโถติ อิริยาปโถ, ฐานาทิ เอว. โส จ อตฺถโต คตินิวตฺติอาทิอากาเรน ปวตฺโต จตุสนฺตติรูปปฺปพนฺโธ เอว. วิหรณํ, วิหรติ เอเตนาติ วา วิหาโร. ทิวิ ภโว ทิพฺโพ, ตตฺถ พหุลปฺปวตฺติยา พฺรหฺมปาริสชฺชาทิเทวโลเก ภโวติ อตฺโถ. ตตฺถ โย ทิพฺพานุภาโว, ตทตฺถาย สํวตฺตตีติ วา ทิพฺโพ, อภิญฺญาภินีหารวเสน มหาคติกตฺตา วา ทิพฺโพ, ทิพฺโพ จ โส วิหาโร จาติ ทิพฺพวิหาโร, จตสฺโส รูปาวจรสมาปตฺติโย. อรูปสมาปตฺติโยปิ เอตฺเถว สงฺคหํ คจฺฉนฺติ. พฺรหฺมานํ, พฺรหฺมาโน วา วิหารา พฺรหฺมวิหารา, จตสฺโส อปฺปมญฺญาโย. อริโย, อริยานํ วา วิหาโร อริยวิหาโร, จตฺตาริ สามญฺญผลานิ. โส หิ เอกํ อิริยาปถพาธนนฺติอาทิ ยทิปิ ภควา เอเกนปิ อิริยาปเถน จิรตรํ กาลํ อตฺตภาวํ ปวตฺเตตุํ สกฺโกติ, ตถาปิ อุปาทินฺนกสรีรสฺส อยํ สภาโวติ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ยสฺมา วา ภควา ยตฺถ กตฺถจิ วสนฺโต เวเนยฺยานํ ธมฺมํ เทเสนฺโต นานาสมาปตฺตีหิ จ กาลํ วีตินาเมนฺโต วสตีติ สตฺตานํ อตฺตโน จ วิวิธหิตสุขํ หรติ อุปเนติ อุปฺปาเทติ, ตสฺมา วิวิธํ หรตีติ วิหรตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

เชตสฺส ราชกุมารสฺสาติ เอตฺถ อตฺตโน ปจฺจตฺถิกชนํ ชินาตีติ เชโต. โสตสทฺโท วิย หิ กตฺตุสาธโน เชตสทฺโท. อถ วา รญฺญา ปเสนทิโกสเลน อตฺตโน ปจฺจตฺถิกชเน ชิเต ชาโตติ เชโต. รญฺโญ หิ ชยํ อาโรเปตฺวา กุมาโร ชิตวาติ เชโตติ วุตฺโต. มงฺคลกามตาย วา ตสฺส เอวํนามเมว กตนฺติ เชโต. มงฺคลกามตาย หิ เชยฺโยติ เอตสฺมึ อตฺเถ เชโตติ วุตฺตํ. วิตฺถาโร ปนาติอาทินา ‘‘อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม’’ติ เอตฺถ สุทตฺโต นาม โส, คหปติ, มาตาปิตูหิ กตนามวเสน, สพฺพกามสมิทฺธตาย ปน วิคตมจฺเฉรตาย กรุณาทิคุณสมงฺคิตาย จ นิจฺจกาลํ อนาถานํ ปิณฺฑมทาสิ. เตน อนาถปิณฺฑิโกติ สงฺขํ คโต. อารมนฺติ เอตฺถ ปาณิโน, วิเสเสน วา ปพฺพชิตาติ อาราโม, ตสฺส ปุปฺผผลาทิโสภาย นาติทูรนจฺจาสนฺนตาทิปญฺจวิธเสนาสนงฺคสมฺปตฺติยา จ ตโต ตโต อาคมฺม รมนฺติ อภิรมนฺติ, อนุกฺกณฺฐิตา หุตฺวา นิวสนฺตีติ อตฺโถ. วุตฺตปฺปการาย วา สมฺปตฺติยา ตตฺถ ตตฺถ คเตปิ อตฺตโน อพฺภนฺตรํเยว อาเนตฺวา รเมตีติ อาราโม. โส หิ อนาถปิณฺฑิเกน คหปตินา เชตสฺส ราชกุมารสฺส หตฺถโต อฏฺฐารสหิรญฺญโกฏีหิ สนฺถาเรน กิณิตฺวา อฏฺฐารสหิรญฺญโกฏีหิ เสนาสนานิ การาเปตฺวา อฏฺฐารสหิรญฺญโกฏีหิ วิหารมหํ นิฏฺฐาเปตฺวา เอวํ จตุปญฺญาสหิรญฺญโกฏิปริจฺจาเคน พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส นิยฺยาติโต, ตสฺมา ‘‘อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราโม’’ติ วุจฺจตีติ อิมมตฺถํ นิทสฺเสติ.

ตตฺถาติ ‘‘เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม’’ติ ยํ วุตฺตํ วากฺยํ, ตตฺถ. สิยาติ กสฺสจิ เอวํ ปริวิตกฺโก สิยา, วกฺขมานากาเรน กทาจิ โจเทยฺย วาติ อตฺโถ. อถ ตตฺถ วิหรตีติ ยทิ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม วิหรติ. น วตฺตพฺพนฺติ นานาฐานภูตตฺตา สาวตฺถิเชตวนานํ, ‘‘เอกํ สมย’’นฺติ จ วุตฺตตฺตาติ อธิปฺปาโย. อิทานิ โจทโก ตเมว อตฺตโน อธิปฺปายํ ‘‘น หิ สกฺกา’’ติอาทินา วิวรติ. อิตโร สพฺพเมตํ อวิปรีตํ อตฺถํ อชานนฺเตน ตยา วุตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘น โข ปเนตํ เอวํ ทฏฺฐพฺพ’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ เอตนฺติ ‘‘สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม’’ติ เอตํ วจนํ. เอวนฺติ ‘‘ยทิ ตาว ภควา’’ติอาทินา ยํ ตํ ภวตา โจทิตํ, ตํ อตฺถโต เอวํ น โข ปน ทฏฺฐพฺพํ, น อุภยตฺถ อปุพฺพํ อจริมํ วิหารทสฺสนตฺถนฺติ อตฺโถ. อิทานิ อตฺตนา ยถาธิปฺเปตํ อวิปรีตมตฺถํ, ตสฺส จ ปฏิกจฺเจว วุตฺตภาวํ, เตน จ อปฺปฏิวิทฺธตํ ปกาเสนฺโต ‘‘นนุ อโวจุมฺห…เป… เชตวเน’’ติ อาห. เอวมฺปิ ‘‘เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม วิหรติ’’จฺเจว วตฺตพฺพํ, น ‘‘สาวตฺถิย’’นฺติ โจทนํ มนสิ กตฺวา วุตฺตํ – ‘‘โคจรคามนิทสฺสนตฺถ’’นฺติอาทิ.

อวสฺสญฺเจตฺถ โคจรคามกิตฺตนํ กตฺตพฺพํ. ตถา หิ ตํ ยถา เชตวนาทิกิตฺตนํ ปพฺพชิตานุคฺคหกรณาทิอเนกปฺปโยชนํ, เอวํ โคจรคามกิตฺตนมฺปิ คหฏฺฐานุคฺคหกรณาทิวิวิธปโยชนนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สาวตฺถิวจเนนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปจฺจยคฺคหเณน อุปสงฺกมปยิรุปาสนานํ โอกาสทาเนน ธมฺมเทสนาย สรเณสุ สีเลสุ จ ปติฏฺฐาปเนน ยถูปนิสฺสยํ อุปริวิเสสาธิคมาวหเนน จ คหฏฺฐานุคฺคหกรณํ, อุคฺคหปริปุจฺฉานํ กมฺมฏฺฐานานุโยคสฺส จ อนุรูปวสนฏฺฐานปริคฺคเหเนตฺถ ปพฺพชิตานุคฺคหกรณํ เวทิตพฺพํ. กรุณาย อุปคมนํ, น ลาภาทินิมิตฺตํ. ปญฺญาย อปคมนํ, น วิโรธาทินิมิตฺตนฺติ อุปคมนาปคมนานํ นิรุปกฺกิเลสตํ วิภาเวติ. ธมฺมิกสุขํ นาม อนวชฺชสุขํ. เทวตานํ อุปการพหุลตา ชนวิวิตฺตตาย. ปจุรชนวิวิตฺตญฺหิ ฐานํ เทวา อุปสงฺกมิตพฺพํ มญฺญนฺติ. ตทตฺถปรินิปฺผาทนนฺติ โลกตฺถนิปฺผาทนํ, พุทฺธกิจฺจสมฺปาทนนฺติ อตฺโถ. เอวมาทินาติ อาทิ-สทฺเทน สาวตฺถิกิตฺตเนน รูปกายสฺส อนุคฺคณฺหนํ ทสฺเสติ, เชตวนาทิกิตฺตเนน ธมฺมกายสฺส. ตถา ปุริเมน ปราธีนกิริยากรณํ, ทุติเยน อตฺตาธีนกิริยากรณํ. ปุริเมน วา กรุณากิจฺจํ, อิตเรน ปญฺญากิจฺจํ. ปุริเมน จสฺส ปรมาย อนุกมฺปาย สมนฺนาคมํ, ปจฺฉิเมน ปรมาย อุเปกฺขาย สมนฺนาคมํ ทีเปติ. ภควา หิ สพฺพสตฺเต ปรมาย อนุกมฺปาย อนุกมฺปติ, น จ ตตฺถ สิเนหโทสานุปติโต ปรมุเปกฺขกภาวโต. อุเปกฺขโก จ น ปรหิตสุขกรเณ อปฺโปสฺสุกฺโก มหาการุณิกภาวโต. ตสฺส มหาการุณิกตาย โลกนาถตา, อุเปกฺขกตาย อตฺตนาถตา.

ตถา เหส โพธิสตฺตภูโต มหากรุณาย สญฺโจทิตมานโส สกลโลกหิตาย อุสฺสุกฺกมาปนฺโน มหาภินีหารโต ปฏฺฐาย ตทตฺถนิปฺผาทนตฺถํ ปุญฺญญาณสมฺภาเร สมฺปาเทนฺโต อปริมิตํ กาลํ อนปฺปกํ ทุกฺขมนุโภสิ, อุเปกฺขกตาย สมฺมา ปติเตหิ ทุกฺเขหิ น วิกมฺปิตตา. มหาการุณิกตาย สํสาราภิมุขตา, อุเปกฺขกตาย ตโต นิพฺพินฺทนา. ตถา อุเปกฺขกตาย นิพฺพานาภิมุขตา, มหาการุณิกตาย ตทธิคโม. ตถา มหาการุณิกตาย ปเรสํ อหึสาปนํ, อุเปกฺขกตาย สยํ ปเรหิ อภายนํ. มหาการุณิกตาย ปรํ รกฺขโต อตฺตโน รกฺขณํ, อุเปกฺขกตาย อตฺตานํ รกฺขโต ปเรสํ รกฺขณํ. เตนสฺส อตฺตหิตาย ปฏิปนฺนาทีสุ จตุตฺถปุคฺคลภาโว สิทฺโธ โหติ. ตถา มหาการุณิกตาย สจฺจาธิฏฺฐานสฺส จ จาคาธิฏฺฐานสฺส จ ปาริปูรี, อุเปกฺขกตาย อุปสมาธิฏฺฐานสฺส จ ปญฺญาธิฏฺฐานสฺส จ ปาริปูรี. เอวํ ปุริสุทฺธาสยปฺปโยคสฺส มหาการุณิกตาย โลกหิตตฺถเมว รชฺชสมฺปทาทิภวสมฺปตฺติยา อุปคมนํ, อุเปกฺขกตาย ติณายปิ อมญฺญมานสฺส ตโต อปคมนํ. อิติ สุวิสุทฺธอุปคมาปคมสฺส มหาการุณิกตาย โลกหิตตฺถเมว ทานวเสน สมฺปตฺตีนํ ปริจฺจชนา, อุเปกฺขกตาย จสฺส ผลสฺส อตฺตโน อปจฺจาสีสนา. เอวํ สมุทาคมนโต ปฏฺฐาย อจฺฉริยพฺภุตคุณสมนฺนาคตสฺส มหาการุณิกตาย ปเรสํ หิตสุขตฺถํ อติทุกฺกรการิตา, อุเปกฺขกตาย กายมฺปิ อนลงฺการิตา.

ตถา มหาการุณิกตาย จริมตฺตภาเว ชิณฺณาตุรมตทสฺสเนน สญฺชาตสํเวโค, อุเปกฺขกตาย อุฬาเรสุ เทวโภคสทิเสสุ โภเคสุ นิรเปกฺโข มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขมิ. ตถา มหาการุณิกตาย ‘‘กิจฺฉํ วตายํ โลโก อาปนฺโน’’ติอาทินา (ที. นิ. ๒.๕๗; สํ. นิ. ๒.๔, ๑๐) กรุณามุเขเนว วิปสฺสนารมฺโภ, อุเปกฺขกตาย พุทฺธภูตสฺส สตฺต สตฺตาหานิ วิเวกสุเขเนว วีตินามนํ. มหาการุณิกตาย ธมฺมคมฺภีรตํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ธมฺมเทสนาย อปฺโปสฺสุกฺกนํ อาปชฺชิตฺวาปิ มหาพฺรหฺมุโน อชฺเฌสนาปเทเสน โอกาสกรณํ, อุเปกฺขกตาย ปญฺจวคฺคิยาทิเวเนยฺยานํ อนนุรูปสมุทาจาเรปิ อนญฺญถาภาโว. มหาการุณิกตาย กตฺถจิ ปฏิฆาตาภาเวนสฺส สพฺพตฺถ อมิตฺตสญฺญาภาโว, อุเปกฺขกตาย กตฺถจิปิ อนุโรธาภาเวน สพฺพตฺถ สิเนหสนฺถวาภาโว. มหาการุณิกตาย ปเรสํ ปสาทนา, อุเปกฺขกตาย ปสนฺนากาเรหิ น วิกมฺปนา. มหาการุณิกตาย ธมฺมานุราคาภาเวน ตตฺถ อาจริยมุฏฺฐิอภาโว, อุเปกฺขกตาย สาวกานุราคาภาเวน ปริวารปริกมฺมตาภาโว. มหาการุณิกตาย ธมฺมํ เทเสตุํ ปเรหิ สํสคฺคมุปคจฺฉโตปิ อุเปกฺขกตาย น ตตฺถ อภิรติ. มหาการุณิกตาย คามาทีนํ อาสนฺนฏฺฐาเน วสโตปิ อุเปกฺขกตาย อรญฺญฏฺฐาเน เอว วิหรณํ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ปุริเมนสฺส ปรมาย อนุกมฺปาย สมนฺนาคมํ ทีเปตี’’ติ.

ตนฺติ ตตฺราติ ปทํ. ‘‘เทสกาลปริทีปน’’นฺติ เย เทสกาลา อิธ วิหรณกิริยาวิเสสนภาเวน วุตฺตา, เตสํ ปริทีปนนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยํ สมยํ…เป… ทีเปตี’’ติ อาห. ตํ-สทฺโท หิ วุตฺตสฺส อตฺถสฺส ปฏินิทฺเทโส, ตสฺมา อิธ กาลสฺส เทสสฺส วา ปฏินิทฺเทโส ภวิตุมรหติ, น อญฺญสฺส. อยํ ตาว ตตฺร-สทฺทสฺส ปฏินิทฺเทสภาเว อตฺถวิภาวนา. ยสฺมา ปน อีทิเสสุ ฐาเนสุ ตตฺร-สทฺโท ธมฺมเทสนาวิสิฏฺฐํ เทสกาลญฺจ วิภาเวติ, ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘ภาสิตพฺพยุตฺเต วา เทสกาเล ทีเปตี’’ติ. เตน ตตฺราติ ยตฺร ภควา ธมฺมเทสนตฺถํ ภิกฺขู อาลปติ ภาสติ, ตาทิเส เทเส, กาเล วาติ อตฺโถ. น หีติอาทินา ตเมวตฺถํ สมตฺเถติ. นนุ จ ยตฺถ ฐิโต ภควา ‘‘อกาโล โข ตาวา’’ติอาทินา พาหิยสฺส ธมฺมเทสนํ ปฏิกฺขิปิ, ตตฺเถว อนฺตรวีถิยํ ฐิโต ตสฺส ธมฺมํ เทเสสีติ? สจฺจเมตํ, อเทเสตพฺพกาเล อเทสนาย อิทํ อุทาหรณํ. เตเนวาห – ‘‘อกาโล โข ตาวา’’ติ.

ยํ ปน ตตฺถ วุตฺตํ – ‘‘อนฺตรฆรํ ปวิฏฺฐมฺหา’’ติ, ตมฺปิ ตสฺส อกาลภาวสฺเสว ปริยาเยน ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ตสฺส หิ ตทา อทฺธานปริสฺสเมน รูปกาเย อกมฺมญฺญตา อโหสิ, พลวปีติเวเคน นามกาเย. ตทุภยสฺส วูปสมํ อาคเมนฺโต ปปญฺจปริหารตฺถํ ภควา ‘‘อกาโล โข’’ติ ปริยาเยน ปฏิกฺขิปิ. อเทเสตพฺพเทเส อเทสนาย ปน อุทาหรณํ ‘‘อถ โข ภควา มคฺคา โอกฺกมฺม อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ (สํ. นิ. ๒.๑๕๔), วิหารปจฺฉายายํ ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีที’’ติ (ที. นิ. ๑.๓๖๓) จ เอวมาทิกํ อิธ อาทิสทฺเทน สงฺคหิตํ. ‘‘อถ โข โส, ภิกฺขเว, พาโล อิธ ปุพฺเพ เนสาโท อิธ ปาปานิ กมฺมานิ กริตฺวา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๒๕๑) ปทปูรณมตฺเต โข-สทฺโท, ‘‘ทุกฺขํ โข อคารโว วิหรติ อปฺปติสฺโส’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๒๑) อวธารเณ, ‘‘กิตฺตาวตา นุ โข, อาวุโส, สตฺถุ ปวิวิตฺตสฺส วิหรโต สาวกา วิเวกํ นานุสิกฺขนฺตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๑) อาทิกาลตฺเถ, วากฺยารมฺเภติ อตฺโถ. ตตฺถ ปทปูรเณน วจนาลงฺการมตฺตํ กตํ โหติ, อาทิกาลตฺเถน วากฺยสฺส อุปญฺญาสมตฺตํ. อวธารณตฺเถน ปน นิยมทสฺสนํ, ตสฺมา อามนฺเตสิ เอวาติ อามนฺตเน นิยโม ทสฺสิโต โหติ.

ภควาติ โลกครุทีปนนฺติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ ปุพฺเพปิ ภควาสทฺทสฺส อตฺโถ วุตฺโตติ? ยทิปิ วุตฺโต, ตํ ปนสฺส ยถาวุตฺเต ฐาเน วิหรณกิริยาย กตฺตุ วิเสสทสฺสนตฺถํ กตํ, น อามนฺตนกิริยาย, อิธ ปน อามนฺตนกิริยาย, ตสฺมา ตทตฺถํ ปุน ‘‘ภควา’’ติ ปาฬิยํ วุตฺตนฺติ ตสฺสตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ภควาติ โลกครุทีปน’’นฺติ อาห. เตน โลกครุภาวโต ตทนุรูปํ ปฏิปตฺตึ ปตฺเถนฺโต อตฺตโน สนฺติกํ อุปคตานํ ภิกฺขูนํ อชฺฌาสยานุรูปํ ธมฺมํ เทเสตุํ เต อามนฺเตสีติ ทสฺเสติ. กถาสวนยุตฺตปุคฺคลวจนนฺติ วกฺขมานาย จิตฺตปริยาทานเทสนาย สวนโยคฺคปุคฺคลวจนํ. จตูสุปิ ปริสาสุ ภิกฺขู เอว เอทิสานํ เทสนานํ วิเสเสน ภาชนภูตาติ สาติสยํ สาสนสมฺปฏิคฺคาหกภาวทสฺสนตฺถํ อิธ ภิกฺขุคฺคหณนฺติ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สทฺทตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ภิกฺขโกติ ภิกฺขูติ ภิกฺขนธมฺมตาย ภิกฺขูติ อตฺโถ. ภิกฺขาจริยํ อชฺฌุปคโตติ พุทฺธาทีหิ อชฺฌุปคตํ ภิกฺขาจริยํ, อุญฺฉาจริยํ, อชฺฌุปคตตฺตา อนุฏฺฐิตตฺตา ภิกฺขุ. โย หิ อปฺปํ วา มหนฺตํ วา โภคกฺขนฺธํ ปหาย อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต, โส กสิโครกฺขาทิชีวิกากปฺปนํ หิตฺวา ลิงฺคสมฺปฏิจฺฉเนเนว ภิกฺขาจริยํ อชฺฌุปคตตฺตา ภิกฺขุ, ปรปฺปฏิพทฺธชีวิกตฺตา วา วิหารมชฺเฌ กาชภตฺตํ ภุญฺชมาโนปิ ภิกฺขาจริยํ อชฺฌุปคโตติ ภิกฺขุ, ปิณฺฑิยาโลปโภชนํ นิสฺสาย ปพฺพชฺชาย อุสฺสาหชาตตฺตา วา ภิกฺขาจริยํ อชฺฌุปคโตติ ภิกฺขูติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อาทินา นเยนาติ ‘‘ฉินฺนภินฺนปฏธโรติ ภิกฺขุ, ภินฺทติ ปาปเก อกุสเล ธมฺเมติ ภิกฺขุ, ภินฺนตฺตา ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ ภิกฺขู’’ติอาทินา (วิภ. ๕๑๐) วิภงฺเค อาคตนเยน. ญาปเนติ อวโพธเน, ปฏิเวทเนติ อตฺโถ.

ภิกฺขนสีลตาติ ภิกฺขเนน ชีวนสีลตา, น กสิวาณิชฺชาทินา ชีวนสีลตา. ภิกฺขนธมฺมตาติ ‘‘อุทฺทิสฺส อริยา ติฏฺฐนฺตี’’ติ (ชา. ๑.๗.๕๙) เอวํ วุตฺตา ภิกฺขนสภาวตา, น ยาจนโกหญฺญสภาวตา. ภิกฺขเน สาธุการิตาติ ‘‘อุตฺติฏฺเฐ นปฺปมชฺเชยฺยา’’ติ (ธ. ป. ๑๖๘) วจนํ อนุสฺสริตฺวา ตตฺถ อปฺปมชฺชนา. อถ วา สีลํ นาม ปกติสภาโว, อิธ ปน ตทธิฏฺฐานํ. ธมฺโมติ วตํ. สาธุการิตาติ สกฺกจฺจการิตา อาทรกิริยา. หีนาธิกชนเสวิตนฺติ เย ภิกฺขุภาเว ฐิตาปิ ชาติมทาทิวเสน อุทฺธตา อุนฺนฬา, เย จ คิหิภาเว ปเรสํ อธิกภาวมฺปิ อนุปคตตฺตา ภิกฺขาจริยํ ปรมการุญฺญตํ มญฺญนฺติ, เตสํ อุภเยสมฺปิ ยถากฺกมํ ‘‘ภิกฺขโว’’ติ วจเนน หีนชเนหิ ทลิทฺเทหิ ปรมการุญฺญตํ ปตฺเตหิ ปรกุเลสุ ภิกฺขาจริยาย ชีวิกํ กปฺเปนฺเตหิ เสวิตํ วุตฺตึ ปกาเสนฺโต อุทฺธตภาวนิคฺคหํ กโรติ. อธิกชเนหิ อุฬารโภคขตฺติยกุลาทิโต ปพฺพชิเตหิ พุทฺธาทีหิ อาชีววิโสธนตฺถํ เสวิตํ วุตฺตึ ปกาเสนฺโต ทีนภาวนิคฺคหํ กโรตีติ โยเชตพฺพํ. ยสฺมา ‘‘ภิกฺขโว’’ติ วจนํ อามนฺตนภาวโต อภิมุขีกรณํ, ปกรณโต สามตฺถิยโต จ สุสฺสุสาชนนํ สกฺกจฺจสวนมนสิการนิโยชนญฺจ โหติ, ตสฺมา ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ภิกฺขโวติ อิมินา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สาธุกํ สวนมนสิกาเรติ สาธุกสวเน สาธุกมนสิกาเร จ. กถํ ปน ปวตฺติตา สวนาทโย สาธุกํ ปวตฺติตา โหนฺตีติ? ‘‘อทฺธา อิมาย สมฺมาปฏิปตฺติยา สกลสาสนสมฺปตฺติ หตฺถคตา ภวิสฺสตี’’ติ อาทรคารวโยเคน กถาทีสุ อปริภวาทินา จ. วุตฺตญฺหิ ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สุณนฺโต สทฺธมฺมํ ภพฺโพ นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? กถํ น ปริโภติ, กถิตํ น ปริโภติ, น อตฺตานํ ปริโภติ, อวิกฺขิตฺตจิตฺโต ธมฺมํ สุณาติ เอกคฺคจิตฺโต, โยนิโส จ มนสิกโรติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สุณนฺโต สทฺธมฺมํ ภพฺโพ นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺต’’นฺติ (อ. นิ. ๕.๑๕๑). เตเนวาห – ‘‘สาธุกํ สวนมนสิการายตฺตา หิ สาสนสมฺปตฺตี’’ติ.

ปุพฺเพ สพฺพปริสาสาธารณตฺเตปิ ภควโต ธมฺมเทสนาย ‘‘เชฏฺฐเสฏฺฐา’’ติอาทินา ภิกฺขูนํ เอว อามนฺตเน การณํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ภิกฺขู อามนฺเตตฺวาว ธมฺมเทสนาย ปโยชนํ ทสฺเสตุํ ‘‘กิมตฺถํ ปน ภควา’’ติ โจทนํ สมุฏฺฐาเปติ. ตตฺถ อญฺญํ จินฺเตนฺตาติ อญฺญวิหิตา. วิกฺขิตฺตจิตฺตาติ อสมาหิตจิตฺตา. ธมฺมํ ปจฺจเวกฺขนฺตาติ หิยฺโย ตโต ปรํ ทิวเสสุ วา สุตธมฺมํ ปติ ปติ มนสา อเวกฺขนฺตา. ภิกฺขู อามนฺเตตฺวา ธมฺเม เทสิยมาเน อาทิโต ปฏฺฐาย เทสนํ สลฺลกฺเขตุํ สกฺโกนฺตีติ อิมมตฺถํ พฺยติเรกมุเขน ทสฺเสตุํ ‘‘เต อนามนฺเตตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ภิกฺขโวติ เจตฺถ สนฺธิวเสน อิ-การโลโป ทฏฺฐพฺโพ. ภิกฺขโว อิตีติ อยํ อิติ-สทฺโท เหตุปริสมาปนาทิอตฺถปทตฺถวิปริยายปการาวธารณนิทสฺสนาทิอเนกตฺถปฺปเภโท. ตถา เหส ‘‘รุปฺปตีติ โข, ภิกฺขเว, ตสฺมา รูปนฺติ วุจฺจตี’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๓.๗๙) เหตฺวตฺเถ ทิสฺสติ. ‘‘ตสฺมาติห เม, ภิกฺขเว, ธมฺมทายาทา ภวถ, มา อามิสทายาทา. อตฺถิ เม ตุเมฺหสุ อนุกมฺปา. กินฺติ เม สาวกา ธมฺมทายาทา ภเวยฺยุํ, โน อามิสทายาทา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๙) ปริสมาปเน. ‘‘อิติ วา อิติ เอวรูปา นจฺจคีตวาทิตวิสูกทสฺสนา ปฏิวิรโต’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๑๓) อาทิอตฺเถ. ‘‘มาคณฺฑิโยติ ตสฺส พฺราหฺมณสฺส สงฺขา สมญฺญา ปญฺญตฺติ โวหาโร นามํ นามกมฺมํ นามเธยฺยํ นิรุตฺติ พฺยญฺชนมภิลาโป’’ติอาทีสุ (มหานิ. ๗๓, ๗๕) ปทตฺถวิปริยาเย. ‘‘อิติ โข, ภิกฺขเว, สปฺปฏิภโย พาโล, อปฺปฏิภโย ปณฺฑิโต, สอุปทฺทโว พาโล, อนุปทฺทโว ปณฺฑิโต, สอุปสคฺโค พาโล, อนุปสคฺโค ปณฺฑิโต’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๑๒๔) ปกาเร. ‘‘อตฺถิ อิทปฺปจฺจยา ชรามรณนฺติ ปุฏฺเฐน สตา, ‘อานนฺท, อตฺถี’ติสฺส วจนียํ. ‘กึ ปจฺจยา ชรามรณ’นฺติ อิติ เจ วเทยฺย. ชาติปจฺจยา ชรามรณํ อิจฺจสฺส วจนีย’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๙๖) อวธารเณ. ‘‘อตฺถีติ โข, กจฺจาน, อยเมโก อนฺโต, นตฺถีติ โข, กจฺจาน, อยํ ทุติโย อนฺโต’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๒.๑๕; สํ. นิ. ๓.๙๐) นิทสฺสเน. อิธาปิ นิทสฺสเน เอว ทฏฺฐพฺโพ. ภิกฺขโวติ หิ อามนฺตนากาโร. ตเมส อิติ-สทฺโท นิทสฺเสติ ‘‘ภิกฺขโวติ อามนฺเตสี’’ติ. อิมินา นเยน ‘‘ภทฺทนฺเต’’ติอาทีสุปิ ยถารหํ อิติ-สทฺทสฺส อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปุพฺเพ ‘‘ภควา อามนฺเตสี’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘ภควโต ปจฺจสฺโสสุ’’นฺติ อิธ ‘‘ภควโต’’ติ สามิวจนํ อามนฺตนเมว สมฺพนฺธิอนฺตรํ อเปกฺขตีติ อิมินา อธิปฺปาเยน ‘‘ภควโต อามนฺตนํ ปฏิอสฺโสสุ’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘ภควโต’’ติ ปน อิทํ ปฏิสฺสวสมฺพนฺเธน สมฺปทานวจนํ ยถา ‘‘เทวทตฺตาย ปฏิสฺสุโณตี’’ติ. ยํ นิทานํ ภาสิตนฺติ สมฺพนฺโธ. อิมสฺส สุตฺตสฺส สุขาวคาหณตฺถนฺติ กมลกุวลยุชฺชลวิมลสาทุรสสลิลาย โปกฺขรณิยา สุขาวตรณตฺถํ นิมฺมลสิลาตลรจนาวิลาสโสภิตรตนโสปานํ วิปฺปกิณฺณมุตฺตาตลสทิสวาลุกาจุณฺณปณฺฑรภูมิภาคํ ติตฺถํ วิย สุวิภตฺตภิตฺติวิจิตฺรเวทิกาปริกฺขิตฺตสฺส นกฺขตฺตปถํ ผุสิตุกามตาย วิย ปฏิวิชมฺภิตสมุสฺสยสฺส ปาสาทวรสฺส สุขาโรหนตฺถํ ทนฺตมยสณฺหมุทุผลกญฺจนลตาวินทฺธมณิคณปฺปภาสมุทยุชฺชลโสภํ โสปานํ วิย สุวณฺณวลยนูปุราทิสงฺฆฏฺฏนสทฺทสมฺมิสฺสิตสฺส กถิตหสิตมธุรสฺสรเคหชนวิชมฺภิตวิจริตสฺส อุฬารอิสฺสริยวิภวโสภิตสฺส มหาฆรสฺส สุขปฺปเวสนตฺถํ สุวณฺณรชตมณิมุตฺตาปวาฬาทิชุติวิสฺสรวิชฺโชติตสุปฺปติฏฺฐิตวิสาลทฺวารพาหํ มหาทฺวารํ วิย จ อตฺถพฺยญฺชนสมฺปนฺนสฺส พุทฺธานํ เทสนาญาณคมฺภีรภาวสํสูจกสฺส อิมสฺส สุตฺตสฺส สุขาวคาหตฺถํ.

เอตฺถาห – ‘‘กิมตฺถํ ปน ธมฺมวินยสงฺคเห กยิรมาเน นิทานวจนํ, นนุ ภควตา ภาสิตวจนสฺเสว สงฺคโห กาตพฺโพ’’ติ? วุจฺจเต, เทสนาย ฐิติอสมฺโมสสทฺเธยฺยภาวสมฺปาทนตฺถํ. กาลเทสเทสกนิมิตฺตปริสาปเทเสหิ อุปนิพนฺธิตฺวา ฐปิตา หิ เทสนา จิรฏฺฐิติกา โหติ อสมฺโมสธมฺมา สทฺเธยฺยา จ. เทสกาลกตฺตุเหตุนิมิตฺเตหิ อุปนิพทฺโธ วิย โวหารวินิจฺฉโย. เตเนว จ อายสฺมตา มหากสฺสเปน ‘‘จิตฺตปริยาทานสุตฺตํ, อาวุโส อานนฺท, กตฺถ ภาสิต’’นฺติอาทินา เทสาทิปุจฺฉาสุ กตาสุ ตาสํ วิสฺสชฺชนํ กโรนฺเตน ธมฺมภณฺฑาคาริเกน ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติอาทินา อิมสฺส สุตฺตสฺส นิทานํ ภาสิตํ. อปิจ สตฺถุสมฺปตฺติปฺปกาสนตฺถํ นิทานวจนํ. ตถาคตสฺส หิ ภควโต ปุพฺพจรณานุมานาคมตกฺกาภาวโต สมฺมาสมฺพุทฺธภาวสิทฺธิ. น หิ สมฺมาสมฺพุสฺส ปุพฺพจรณาทีหิ อตฺโถ อตฺถิ สพฺพตฺถ อปฺปฏิหตญาณจารตาย เอกปฺปมาณตฺตา จ เญยฺยธมฺเมสุ. ตถา อาจริยมุฏฺฐิธมฺมมจฺฉริยสาสนสาวกานานุราคาภาวโต ขีณาสวภาวสิทฺธิ. น หิ สพฺพโส ขีณาสวสฺส เต สมฺภวนฺตีติ สุวิสุทฺธสฺส ปรานุคฺคหปฺปวตฺติ. เอวํ เทสกสํกิเลสภูตานํ ทิฏฺฐิสีลสมฺปทาทูสกานํ อวิชฺชาตณฺหานํ อจฺจนฺตาภาวสํสูจเกหิ ญาณปฺปหานสมฺปทาภิพฺยญฺชนเกหิ จ สมฺพุทฺธวิสุทฺธภาเวหิ ปุริมเวสารชฺชทฺวยสิทฺธิ, ตโต จ อนฺตรายิกนิยฺยานิกธมฺเมสุ สมฺโมหาภาวสิทฺธิโต ปจฺฉิมเวสารชฺชทฺวยสิทฺธีติ ภควโต จตุเวสารชฺชสมนฺนาคโม อตฺตหิตปรหิตปฺปฏิปตฺติ จ นิทานวจเนน ปกาสิตา โหติ. ตตฺถ ตตฺถ สมฺปตฺตปริสาย อชฺฌาสยานุรูปํ ฐานุปฺปตฺติกปฺปฏิภาเนน ธมฺมเทสนาทีปนโต, อิธ ปน รูปครุกานํ ปุคฺคลานํ อชฺฌาสยานุรูปํ ฐานุปฺปตฺติกปฺปฏิภาเนน ธมฺมเทสนาทีปนโตติ โยเชตพฺพํ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สตฺถุสมฺปตฺติปฺปกาสนตฺถํ นิทานวจน’’นฺติ.

ตถา สาสนสมฺปตฺติปฺปกาสนตฺถํ นิทานวจนํ. ญาณกรุณาปริคฺคหิตสพฺพกิริยสฺส หิ ภควโต นตฺถิ นิรตฺถกา ปฏิปตฺติ, อตฺตหิตตฺถา วา. ตสฺมา ปเรสํ เอว อตฺถาย ปวตฺตสพฺพกิริยสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สกลมฺปิ กายวจีมโนกมฺมํ ยถาปวตฺตํ วุจฺจมานํ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺเถหิ ยถารหํ สตฺตานํ อนุสาสนฏฺเฐน สาสนํ, น กปฺปรจนา. ตยิทํ สตฺถุจริตํ กาลเทสเทสกปริสาปเทเสหิ สทฺธึ ตตฺถ ตตฺถ นิทานวจเนหิ ยถารหํ ปกาสียติ. ‘‘อิธ ปน รูปครุกานํ ปุคฺคลาน’’นฺติอาทิ สพฺพํ ปุริมสทิสเมว. เตน วุตฺตํ – ‘‘สาสนสมฺปตฺติปฺปกาสนตฺถํ นิทานวจน’’นฺติ. อปิจ สตฺถุโน ปมาณภาวปฺปกาสเนน วจเนน สาสนสฺส ปมาณภาวทสฺสนตฺถํ นิทานวจนํ, ตญฺจ เทสกปฺปมาณภาวทสฺสนํ เหฏฺฐา วุตฺตนยานุสาเรน ‘‘ภควา’’ติ จ อิมินา ปเทน วิภาวิตนฺติ เวทิตพฺพํ. ภควาติ หิ ตถาคตสฺส ราคโทสโมหาทิสพฺพกิเลสมลทุจฺจริตโทสปฺปหานทีปเนน วจเนน อนญฺญสาธารณสุปริสุทฺธญาณกรุณาทิคุณวิเสสโยคปริทีปเนน ตโต เอว สพฺพสตฺตุตฺตมภาวทีปเนน อยมตฺโถ สพฺพถา ปกาสิโต โหตีติ. อิทเมตฺถ นิทานวจนปฺปโยชนสฺส มุขมตฺตนิทสฺสนํ.

นิกฺขิตฺตสฺสาติ เทสิตสฺส. เทสนา หิ เทเสตพฺพสฺส สีลาทิอตฺถสฺส เวเนยฺยสนฺตาเนสุ นิกฺขิปนโต ‘‘นิกฺเขโป’’ติ วุจฺจติ. สุตฺตนิกฺเขปํ วิจาเรตฺวาว วุจฺจมานา ปากฏา โหตีติ สามญฺญโต ภควโต เทสนาย สมุฏฺฐานสฺส วิภาคํ ทสฺเสตฺวา ‘‘เอตฺถายํ เทสนา เอวํสมุฏฺฐานา’’ติ เทสนาย สมุฏฺฐาเน ทสฺสิเต สุตฺตสฺส สมฺมเทว นิทานปริชานเนน วณฺณนาย สุวิญฺเญยฺยตฺตา วุตฺตํ. ตตฺถ ยถา อเนกสตอเนกสหสฺสเภทานิปิ สุตฺตนฺตานิ สํกิเลสภาคิยาทิปฏฺฐานนยวเสน โสฬสวิธตํ นาติวตฺตนฺติ, เอวํ อตฺตชฺฌาสยาทิสุตฺตนิกฺเขปวเสน จตุพฺพิธภาวนฺติ อาห – ‘‘จตฺตาโร หิ สุตฺตนิกฺเขปา’’ติ. เอตฺถ จ ยถา อตฺตชฺฌาสยสฺส อฏฺฐุปฺปตฺติยา จ ปรชฺฌาสยปุจฺฉาหิ สทฺธึ สํสคฺคเภโท สมฺภวติ ‘‘อตฺตชฺฌาสโย จ ปรชฺฌาสโย จ, อตฺตชฺฌาสโย จ ปุจฺฉาวสิโก จ, อฏฺฐุปฺปตฺติโก จ ปรชฺฌาสโย จ, อฏฺฐุปฺปตฺติโก จ ปุจฺฉาวสิโก จา’’ติ อชฺฌาสยปุจฺฉานุสนฺธิสพฺภาวโต, เอวํ ยทิปิ อฏฺฐุปฺปตฺติยา อตฺตชฺฌาสเยนปิ สํสคฺคเภโท สมฺภวติ, อตฺตชฺฌาสยาทีหิ ปน ปุรโต ฐิเตหิ อฏฺฐุปฺปตฺติยา สํสคฺโค นตฺถีติ น อิธ นิรวเสโส วิตฺถารนโย สมฺภวตีติ ‘‘จตฺตาโร สุตฺตนิกฺเขปา’’ติ วุตฺตํ. ตทนฺโตคธตฺตา วา เสสนิกฺเขปานํ มูลนิกฺเขปวเสน จตฺตาโรว ทสฺสิตา. ยถาทสฺสนเญฺหตฺถ อยํ สํสคฺคเภโท คเหตพฺโพติ.

ตตฺรายํ วจนตฺโถ – นิกฺขิปียตีติ นิกฺเขโป, สุตฺตํ เอว นิกฺเขโป สุตฺตนิกฺเขโป. อถ วา นิกฺขิปนํ นิกฺเขโป, สุตฺตสฺส นิกฺเขโป สุตฺตนิกฺเขโป, สุตฺตเทสนาติ อตฺโถ. อตฺตโน อชฺฌาสโย อตฺตชฺฌาสโย, โส อสฺส อตฺถิ การณภูโตติ อตฺตชฺฌาสโย. อตฺตโน อชฺฌาสโย เอตสฺสาติ วา อตฺตชฺฌาสโย. ปรชฺฌาสเยปิ เอเสว นโย. ปุจฺฉาย วโส ปุจฺฉาวโส, โส เอตสฺส อตฺถีติ ปุจฺฉาวสิโก. สุตฺตเทสนาวตฺถุภูตสฺส อตฺถสฺส อุปฺปตฺติ อตฺถุปฺปตฺติ, อตฺถุปฺปตฺติเยว อฏฺฐุปฺปตฺติ ตฺถ-การสฺส ฏฺฐ-การํ กตฺวา. สา เอตสฺส อตฺถีติ อฏฺฐุปฺปตฺติโก. อถ วา นิกฺขิปียติ สุตฺตํ เอเตนาติ สุตฺตนิกฺเขโป, อตฺตชฺฌาสยาทิ เอว. เอตสฺมึ อตฺถวิกปฺเป อตฺตโน อชฺฌาสโย อตฺตชฺฌาสโย. ปเรสํ อชฺฌาสโย ปรชฺฌาสโย. ปุจฺฉียตีติ ปุจฺฉา, ปุจฺฉิตพฺโพ อตฺโถ. ปุจฺฉาวเสน ปวตฺตํ ธมฺมปฺปฏิคฺคาหกานํ วจนํ ปุจฺฉาวสิกํ, ตเทว นิกฺเขปสทฺทาเปกฺขาย ปุลฺลิงฺควเสน วุตฺตํ – ‘‘ปุจฺฉาวสิโก’’ติ. ตถา อฏฺฐุปฺปตฺติ เอว อฏฺฐุปฺปตฺติโกติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

อปิเจตฺถ ปเรสํ อินฺทฺริยปริปากาทิการณนิรเปกฺขตฺตา อตฺตชฺฌาสยสฺส วิสุํ สุตฺตนิกฺเขปภาโว ยุตฺโต เกวลํ อตฺตโน อชฺฌาสเยเนว ธมฺมตนฺติฏฺฐปนตฺถํ ปวตฺติตเทสนตฺตา. ปรชฺฌาสยปุจฺฉาวสิกานํ ปน ปเรสํ อชฺฌาสยปุจฺฉานํ เทสนาปวตฺติเหตุภูตานํ อุปฺปตฺติยํ ปวตฺติตานํ กถมฏฺฐุปฺปตฺติยา อนวโรโธ, ปุจฺฉาวสิกอฏฺฐุปฺปตฺติกานํ วา ปรชฺฌาสยานุโรเธน ปวตฺติตานํ กถํ ปรชฺฌาสเย อนวโรโธติ? น โจเทตพฺพเมตํ. ปเรสญฺหิ อภินีหารปริปุจฺฉาทิวินิมุตฺตสฺเสว สุตฺตเทสนาการณุปฺปาทสฺส อฏฺฐุปฺปตฺติภาเวน คหิตตฺตา ปรชฺฌาสยปุจฺฉาวสิกานํ วิสุํ คหณํ. ตถา หิ พฺรหฺมชาลธมฺมทายาทสุตฺตาทีนํ วณฺณาวณฺณอามิสุปฺปาทาทิเทสนานิมิตฺตํ ‘‘อฏฺฐุปฺปตฺตี’’ติ วุจฺจติ. ปเรสํ ปุจฺฉํ วินา อชฺฌาสยํ เอว นิมิตฺตํ กตฺวา เทสิโต ปรชฺฌาสโย, ปุจฺฉาวเสน เทสิโต ปุจฺฉาวสิโกติ ปากโฏยมตฺโถติ. อตฺตโน อชฺฌาสเยเนว กเถสีติ ธมฺมตนฺติฏฺฐปนตฺถํ กเถสิ. วิมุตฺติปริปาจนียา ธมฺมา สทฺธินฺทฺริยาทโย. อชฺฌาสยนฺติ อธิมุตฺตึ. ขนฺตินฺติ ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺตึ. มนนฺติ ปญฺญตฺติจิตฺตํ. อภินีหารนฺติ ปณิธานํ. พุชฺฌนภาวนฺติ พุชฺฌนสภาวํ, ปฏิวิชฺฌนาการํ วา. รูปครุกานนฺติ ปญฺจสุ อารมฺมเณสุ รูปารมฺมณครุกา รูปครุกา. จิตฺเตน รูปนินฺนา รูปโปณา รูปปพฺภารา รูปทสฺสนปฺปสุตา รูเปน อากฑฺฒิตหทยา, เตสํ รูปครุกานํ.

ปฏิเสธตฺโถติ ปฏิกฺเขปตฺโถ. กสฺส ปน ปฏิกฺเขปตฺโถติ? กิริยาปธานญฺหิ วากฺยํ, ตสฺมา ‘‘น สมนุปสฺสามี’’ติ สมนุปสฺสนากิริยาปฏิเสธตฺโถ. เตนาห – ‘‘อิมสฺส ปน ปทสฺสา’’ติอาทิ. โย ปโร น โหติ, โส อตฺตาติ โลกสมญฺญามตฺตสิทฺธํ สตฺตสนฺตานํ สนฺธาย – ‘‘อห’’นฺติ สตฺถา วทติ, น พาหิรกปริกปฺปิตํ อหํการวิสยํ อหํการสฺส โพธิมูเลเยว สมุจฺฉินฺนตฺตา. โลกสมญฺญานติกฺกมนฺตา เอว หิ พุทฺธานํ โลกิเย วิสเย เทสนาปวตฺติ. ภิกฺขเวติ อาลปเน การณํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. อญฺญนฺติ อเปกฺขาสิทฺธตฺตา อญฺญตฺถสฺส ‘‘อิทานิ วตฺตพฺพอิตฺถิรูปโต อญฺญ’’นฺติ อาห. เอกมฺปิ รูปนฺติ เอกํ วณฺณายตนํ. สมํ วิสมํ สมฺมา ยาถาวโต อนุ อนุ ปสฺสตีติ สมนุปสฺสนา, ญาณํ. สํกิลิสฺสนวเสน อนุ อนุ ปสฺสตีติ สมนุปสฺสนา, ทิฏฺฐิ. โน นิจฺจโตติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, เอวมาทิโกติ อตฺโถ. เตน ‘‘ทุกฺขโต สมนุปสฺสตี’’ติ เอวมาทีนิ สงฺคณฺหาติ. โอโลเกนฺโตปีติ เทวมนุสฺสวิมานกปฺปรุกฺขมณิกนกาทิคตานิ รูปานิ อนวเสสํ สพฺพญฺญุตญฺญาเณน โอโลเกนฺโตปิ. สามญฺญวจโนปิ ยํ-สทฺโท ‘‘เอกรูปมฺปี’’ติ รูปสฺส อธิคตตฺตา รูปวิสโย อิจฺฉิโตติ ‘‘ยํ รูป’’นฺติ วุตฺตํ. ตถา ปุริสสทฺโท ปริยาทิยิตพฺพจิตฺตปุคฺคลวิสโยติ รูปครุกสฺสาติ วิเสสิตํ. คหณํ ‘‘เขปน’’นฺติ จ อธิปฺเปตํ, ปริยาทานญฺจ อุปฺปตฺตินิวารณนฺติ อาห – ‘‘จตุภูมกกุสลจิตฺต’’นฺติ. ตญฺหิ รูปํ ตาทิสสฺส ปริตฺตกุสลสฺสปิ อุปฺปตฺตึ นิวาเรติ, กิมงฺคํ ปน มหคฺคตานุตฺตรจิตฺตสฺสาติ โลกุตฺตรกุสลจิตฺตสฺสปิ อุปฺปตฺติยา นิวารณํ โหตุํ สมตฺถํ, โลกิยกุสลุปฺปตฺติยา นิวารกตฺเต วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ ‘‘จตุภูมกกุสลจิตฺตํ ปริยาทิยิตฺวา’’ติ วุตฺตํ. น หิ กามคุณสฺสาทปฺปสุตสฺส ปุริสสฺส ทานาทิวเสน สวิปฺผาริกา กุสลุปฺปตฺติ สมฺภวติ. คณฺหิตฺวา เขเปตฺวาติ อตฺตานํ อสฺสาเทตฺวา ปวตฺตมานสฺส อกุสลจิตฺตสฺส ปจฺจโย โหนฺตํ ปวตฺตินิวารเณน มุฏฺฐิคตํ วิย คเหตฺวา อนุปฺปาทนิโรเธน เขเปตฺวา วิย ติฏฺฐติ. ตาว มหติ โลกสนฺนิวาเส ตสฺส ปริยาทิยฏฺฐานํ อวิจฺเฉทโต ลพฺภตีติ อาห – ‘‘ติฏฺฐตี’’ติ ยถา ‘‘ปพฺพตา ติฏฺฐนฺติ, นชฺโช สนฺทนฺตี’’ติ. เตนาห – ‘‘อิธ อุภยมฺปิ วฏฺฏตี’’ติอาทิ.

ยถยิทนฺติ สนฺธิวเสน อาการสฺส รสฺสตฺตํ ยการาคโม จาติ อาห – ‘‘ยถา อิท’’นฺติ. อิตฺถิยา รูปนฺติ อิตฺถิสรีรคตํ ตปฺปฏิพทฺธญฺจ รูปายตนํ. ปรมตฺถสฺส นิรุโฬฺห, ปฐมํ สาธารณโต สทฺทสตฺถลกฺขณานิ วิภาเวตพฺพานิ, ปจฺฉา อสาธารณโตติ ตานิ ปาฬิวเสน วิภาเวตุํ – ‘‘รุปฺปตีติ โข…เป… เวทิตพฺพ’’นฺติ อาห. ตตฺถ รุปฺปตีติ สีตาทิวิโรธิปจฺจเยหิ วิการํ อาปาทียติ, อาปชฺชตีติ วา อตฺโถ. วิการุปฺปตฺติ จ วิโรธิปจฺจยสนฺนิปาเต วิสทิสุปฺปตฺติ วิภูตตรา, กุโต ปนายํ วิเสโสติ เจ? ‘‘สีเตนา’’ติอาทิวจนโต. เอวญฺจ กตฺวา เวทนาทีสุ อนวเสสรูปสมญฺญา สามญฺญลกฺขณนฺติ สพฺพรูปธมฺมสาธารณํ รูปฺปนํ. อิทานิ อตฺถุทฺธารนเยน รูปสทฺทํ สํวณฺเณนฺโต ‘‘อยํ ปนา’’ติอาทิมาห. รูปกฺขนฺเธ วตฺตตีติ ‘‘โอฬาริกํ วา สุขุมํ วา’’ติอาทิวจนโต (ม. นิ. ๑.๓๖๑; ๒.๑๑๓; ๓.๘๖, ๘๙; วิภ. ๒). รูปูปปตฺติยาติ เอตฺถ รูปภโว รูปํ อุตฺตรปทโลเปน. รูปภวูปปตฺติยาติ อยเญฺหตฺถ อตฺโถ. กสิณนิมิตฺเตติ ปถวีกสิณาทิสญฺญิเต ปฏิภาคนิมิตฺเต. รูปฺปติ อตฺตโน ผลสฺส สภาวํ กโรตีติ รูปํ, สภาวเหตูติ อาห – ‘‘สรูปา…เป… เอตฺถ ปจฺจเย’’ติ. กรจรณาทิอวยวสงฺฆาตภาเวน รูปียติ นิรูปียตีติ รูปํ, รูปกาโยติ อาห – ‘‘อากาโส…เป… เอตฺถ สรีเร’’ติ.

รูปยติ วณฺณวิการํ อาปชฺชมานํ หทยงฺคตภาวํ ปกาเสตีติ รูปํ, วณฺณายตนํ. อาโรหปริณาหาทิเภทรูปคตํ สณฺฐานสมฺปตฺตึ นิสฺสาย ปสาทํ อาปชฺชมาโน รูปปฺปมาโณติ วุตฺโตติ อาห – ‘‘เอตฺถ สณฺฐาเน’’ติ. ปิยรูปนฺติอาทีสุ สภาวตฺโถ รูปสทฺโท. อาทิสทฺเทน รูปชฺฌานาทีนํ สงฺคโห. ‘‘รูปี รูปานิ ปสฺสตี’’ติ เอตฺถ อชฺฌตฺตํ เกสาทีสุ ปริกมฺมสญฺญาวเสน ปฏิลทฺธรูปชฺฌานํ รูปํ, ตํ อสฺส อตฺถีติ รูปีติ วุตฺโต. อิตฺถิยา จตุสมุฏฺฐาเน วณฺเณติ อิตฺถิสรีรปริยาปนฺนเมว รูปํ คหิตํ, ตปฺปฏิพทฺธวตฺถาลงฺการาทิรูปมฺปิ ปน ปุริสจิตฺตสฺส ปริยาทายกํ โหตีติ ทสฺเสตุํ – ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. คนฺธวณฺณคฺคหเณน วิเลปนํ วุตฺตํ. กามํ ‘‘อสุกาย อิตฺถิยา ปสาธน’’นฺติ สลฺลกฺขิตสฺส อกายปฺปฏิพทฺธสฺสปิ วณฺโณ ปฏิพทฺธจิตฺตสฺส ปุริสสฺส จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺเฐยฺย, ตํ ปน น เอกนฺติกนฺติ เอกนฺติกํ ทสฺเสนฺโต ‘‘กายปฺปฏิพทฺโธ’’ติอาห. อุปกปฺปตีติ จิตฺตสฺส ปริยาทานาย อุปกปฺปติ. ปุริมสฺเสวาติ ปุพฺเพ วุตฺตอตฺถสฺเสว ทฬฺหีกรณตฺถํ วุตฺตํ ยถา ‘‘ทฺวิกฺขตฺตุํ พนฺธํ สุพนฺธ’’นฺติ. นิคมนวเสน วา เอตํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. โอปมฺมวเสน วุตฺตนฺติ ‘‘ยํ เอวํ ปุริสสฺส จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐตี’’ติ สกลเมวิทํ ปุริมวจนํ อุปมาวเสน วุตฺตํ, ตตฺถ ปน อุปมาภูตํ อตฺถํ ทสฺเสตุํ – ‘‘ยถยิทํ…เป… อิตฺถิรูป’’นฺติ วุตฺตํ. ปริยาทาเน อานุภาโว สมฺภโว ปริยาทานานุภาโว, ตสฺส ทสฺสนวเสน วุตฺตํ.

อิทํ ปน ‘‘อิตฺถิรูป’’นฺติอาทิวจนํ ปริยาทานานุภาเว สาเธตพฺเพ ทีเปตพฺเพ วตฺถุ การณํ. นาโค นาม โส ราชา, ทีฆทาฐิกตฺตา ปน ‘‘มหาทาฐิกนาคราชา’’ติ วุตฺโต. อสํวรนิยาเมนาติ จกฺขุทฺวาริเกน อสํวรนีหาเรน. นิมิตฺตํ คเหตฺวาติ ราคุปฺปตฺติเหตุภูตํ รูปํ สุภนิมิตฺตํ คเหตฺวา. วิสิกาทสฺสนํ คนฺตฺวาติ สิวถิกทสฺสนํ คนฺตฺวา. ตตฺถ หิ อาทีนวานุปสฺสนา อิชฺฌติ. วตฺถุโลเภน กุโต ตาทิสาย มรณนฺติ อสทฺทหนฺโต ‘‘มุขํ ตุมฺหากํ ธูมวณฺณ’’นฺติ เต ทหรสามเณเร อุปฺปณฺเฑนฺโต วทติ.

รตนตฺตเย สุปฺปสนฺนตฺตา กากวณฺณติสฺสาทีหิ วิเสสนตฺถญฺจ โส ติสฺสมหาราชา สทฺธาสทฺเทน วิเสเสตฺวา วุจฺจติ. ทหรสฺส จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐตีติ อธิการวเสน วุตฺตํ. นิฏฺฐิตุทฺเทสกิจฺโจติ คาเม อสปฺปายรูปทสฺสนํ อิมสฺส อนตฺถาย สิยาติ อาจริเยน นิวาริตคามปฺปเวโส ปจฺฉา นิฏฺฐิตุทฺเทสกิจฺโจ หุตฺวา ฐิโต. เตน วุตฺตํ – ‘‘อตฺถกามานํ วจนํ อคฺคเหตฺวา’’ติ. นิวตฺถวตฺถํ สญฺชานิตฺวาติ อตฺตนา ทิฏฺฐทิวเส นิวตฺถวตฺถํ ตสฺสา มตทิวเส สิวถิกทสฺสนตฺถํ คเตน ลทฺธํ สญฺชานิตฺวา. เอวมฺปีติ เอวํ มรณสมฺปาปนวเสนปิ. อยํ ตาเวตฺถ อฏฺฐกถาย อนุตฺตานตฺถทีปนา.

เนตฺตินยวณฺณนา

อิทานิ ปกรณนเยน ปาฬิยา อตฺถวณฺณนํ กริสฺสาม. สา ปน อตฺถสํวณฺณนา ยสฺมา เทสนาย สมุฏฺฐานปฺปโยชนภาชเนสุ ปิณฺฑตฺเถสุ จ นิทฺธาริเตสุ สุกรา โหติ สุวิญฺเญยฺยา จ, ตสฺมา สุตฺตเทสนาย สมุฏฺฐานาทีนิ ปฐมํ นิทฺธารยิสฺสาม. ตตฺถ สมุฏฺฐานํ นาม เทสนานิทานํ, ตํ สาธารณมสาธารณนฺติ ทุวิธํ. ตตฺถ สาธารณมฺปิ อชฺฌตฺติกพาหิรเภทโต ทุวิธํ. ตตฺถ สาธารณํ อชฺฌตฺติกสมุฏฺฐานํ นาม โลกนาถสฺส มหากรุณา. ตาย หิ สมุสฺสาหิตสฺส ภควโต เวเนยฺยานํ ธมฺมเทสนาย จิตฺตํ อุทปาทิ, ยํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘สตฺเตสุ จ การุญฺญตํ ปฏิจฺจ พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกสี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๒๘๓; มหาว. ๙; สํ. นิ. ๑.๑๗๓). เอตฺถ จ เหตาวตฺถายปิ มหากรุณาย สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ ยาวเทว สํสารมโหฆโต สทฺธมฺมเทสนาหตฺถทาเนหิ สตฺตสนฺตารณตฺถํ ตทุปฺปตฺติโต. ยถา จ มหากรุณา, เอวํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ทสพลญาณาทโย จ เทสนาย อพฺภนฺตรสมุฏฺฐานภาเวน วตฺตพฺพา. สพฺพญฺหิ เญยฺยธมฺมํ เตสํ เทเสตพฺพาการํ สตฺตานญฺจ อาสยานุสยาทึ ยาถาวโต ชานนฺโต ภควา ฐานาฏฺฐานาทีสุ โกสลฺเลน เวเนยฺยชฺฌาสยานุรูปํ วิจิตฺตนยเทสนํ ปวตฺเตสีติ. พาหิรํ ปน สาธารณํ สมุฏฺฐานํ ทสสหสฺสมหาพฺรหฺมปริวารสฺส สหมฺปติพฺรหฺมุโน อชฺเฌสนํ. ตทชฺเฌสนุตฺตรกาลญฺหิ ธมฺมคมฺภีรตาปจฺจเวกฺขณาชนิตํ อปฺโปสฺสุกฺกตํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตฺวา ธมฺมสฺสามี ธมฺมเทสนาย อุสฺสาหชาโต อโหสิ. อสาธารณมฺปิ อพฺภนฺตรพาหิรเภทโต ทุวิธเมว. ตตฺถ อพฺภนฺตรํ ยาย มหากรุณาย เยน จ เทสนาญาเณน อิทํ สุตฺตํ ปวตฺติตํ, ตทุภยํ เวทิตพฺพํ. พาหิรํ ปน รูปครุกานํ ปุคฺคลานํ อชฺฌาสโย. สฺวายมตฺโถ อฏฺฐกถายํ วุตฺโต เอว.

ปโยชนมฺปิ สาธารณาสาธารณโต ทุวิธํ. ตตฺถ สาธารณํ ยาว อนุปาทาปรินิพฺพานํ วิมุตฺติรสตฺตา ภควโต เทสนาย. เตเนวาห – ‘‘เอตทตฺถา กถา, เอตทตฺถา มนฺตนา’’ติอาทิ. อสาธารณํ ปน เตสํ รูปครุกานํ ปุคฺคลานํ รูเป ฉนฺทราคสฺส ชหาปนํ, อุภยมฺเปตํ พาหิรเมว. สเจ ปน เวเนยฺยสนฺตานคตมฺปิ เทสนาพลสิทฺธิสงฺขาตํ ปโยชนํ อธิปฺปายสมิชฺฌนภาวโต ยถาธิปฺเปตตฺถสิทฺธิยา มหาการุณิกสฺส ภควโตปิ ปโยชนเมวาติ คเณฺหยฺย, อิมินา ปริยาเยนสฺส อพฺภนฺตรตาปิ สิยา.

อปิจ เตสํ รูปครุกานํ ปุคฺคลานํ รูปสฺมึ วิชฺชมานสฺส อาทีนวสฺส ยาถาวโต อนวโพโธ อิมิสฺสา เทสนาย สมุฏฺฐานํ, ตทวโพโธ ปโยชนํ. โส หิ อิมาย เทสนาย ภควนฺตํ ปโยเชติ ตนฺนิปฺผาทนปรายํ เทสนาติ กตฺวา. ยญฺหิ เทสนาย สาเธตพฺพํ ผลํ, ตํ อากงฺขิตพฺพตฺตา เทสกํ เทสนาย ปโยเชตีติ ปโยชนนฺติ วุจฺจติ. ตถา เตสํ ปุคฺคลานํ ตทญฺเญสญฺจ เวเนยฺยานํ รูปมุเขน ปญฺจสุ อุปาทานกฺขนฺเธสุ อาทีนวทสฺสนญฺเจตฺถ ปโยชนํ. ตถา สํสารจกฺกนิวตฺติสทฺธมฺมจกฺกปฺปวตฺติสสฺสตาทิมิจฺฉาวาทนิรากรณํ สมฺมาวาทปุเรกฺขาโร อกุสลมูลสมูหนนํ กุสลมูลสมาโรปนํ อปายทฺวารปิทหนํ สคฺคมคฺคทฺวารวิวรณํ ปริยุฏฺฐานวูปสมนํ อนุสยสมุคฺฆาตนํ ‘‘มุตฺโต โมเจสฺสามี’’ติ ปุริมปฏิญฺญาวิสํวาทนํ ตปฺปฏิปกฺขมารมโนรถวิสํวาทนํ ติตฺถิยธมฺมนิมฺมถนํ พุทฺธธมฺมปติฏฺฐาปนนฺติ เอวมาทีนิปิ ปโยชนานิ อิธ เวทิตพฺพานิ.

ยถา เต ปุคฺคลา รูปครุกา, เอวํ ตทญฺเญ จ สกฺกายครุกา สกฺกายสฺมึ อลฺลีนา สงฺขตธมฺมานํ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส จ ปฏิปตฺตึ อชานนฺตา อสทฺธมฺมสฺสวนสาธารณปริจริยมนสิการปรา สทฺธมฺมสฺสวนธารณปริจยปฺปฏิเวธวิมุขา จ ภววิปฺปโมกฺเขสิโน เวเนยฺยา อิมิสฺสา เทสนาย ภาชนํ.

ปิณฺฑตฺตา เจตฺถ รูปคฺคหเณน รูปธาตุรูปายตนรูปกฺขนฺธปริคฺคณฺหนํ รูปมุเขน จตุธมฺมานํ วฏฺฏตฺตยวิจฺเฉทนูปาโย อาสโวฆาทิวิเวจนํ อภินนฺทนนิวารณสงฺคติกฺกโม วิวาทมูลปริจฺจาโค สิกฺขตฺตยานุโยโค ปหานตฺตยทีปนา สมถวิปสฺสนานุฏฺฐานํ ภาวนาสจฺฉิกิริยาสิทฺธีติ เอวมาทโย เวทิตพฺพา.

อิโต ปรํ ปน โสฬส หารา ทสฺเสตพฺพา. ตตฺถ ‘‘รูป’’นฺติ สหชาตา ตสฺส นิสฺสยภูตา ตปฺปฏิพทฺธา จ สพฺเพ รูปารูปธมฺมา ตณฺหาวชฺชา ทุกฺขสจฺจํ. ตํสมุฏฺฐาปิกา ตทารมฺมณา จ ตณฺหา สมุทยสจฺจํ. ตทุภเยสํ อปฺปวตฺติ นิโรธสจฺจํ. นิโรธปฺปชานนา ปฏิปทา มคฺคสจฺจํ. ตตฺถ สมุทเยน อสฺสาโท, ทุกฺเขน อาทีนโว, มคฺคนิโรเธหิ นิสฺสรณํ, รูปารมฺมณสฺส อกุสลจิตฺตสฺส กุสลจิตฺตสฺส จ ปริยาทานํ ผลํ. ยญฺหิ เทสนาย สาเธตพฺพํ ปโยชนํ, ตํ ผลนฺติ วุตฺโตวายมตฺโถ. ตทตฺถํ หิทํ สุตฺตํ ภควตา เทสิตนฺติ. ยถา ตํ กุสลจิตฺตํ น ปริยาทิยติ, เอวํ ปฏิสงฺขานภาวนาพลปริคฺคหิตา อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารตา อุปาโย. ปุริสสฺส กุสลจิตฺตปริยาทาเนนสฺส รูปสฺส อญฺญรูปาสาธารณตาทสฺสนาปเทเสน อตฺถกาเมหิ ตโต จิตฺตํ สาธุกํ รกฺขิตพฺพํ. อยเมตฺถ ภควโต อาณตฺตีติ อยํ เทสนาหาโร. อสฺสาทาทิสนฺทสฺสนวิภาวนลกฺขโณ หิ เทสนาหาโร. วุตฺตเญฺหตํ เนตฺติปฺปกรเณ –

‘‘อสฺสาทาทีนวตา, นิสฺสรณมฺปิ จ ผลํ อุปาโย จ;

อาณตฺตี จ ภควโต, โยคีนํ เทสนาหาโร’’ติ. (เนตฺติ. ๔ นิทฺเทสวาร);

เทสียติ สํวณฺณียติ เอตาย สุตฺตตฺโถติ เทสนา, เทสนาย สหจรณโต วา เทสนา. นนุ จ อญฺเญปิ หารา เทสนาสงฺขาตสฺส สุตฺตสฺส อตฺถสํวณฺณนาโต เทสนาย สหจาริโน วาติ? สจฺจเมตํ, อยํ ปน หาโร เยภุยฺเยน ยถารุตวเสเนว วิญฺญายมาโน เทสนาย สห จรตีติ วตฺตพฺพตํ อรหติ, น ตถาปเร. น หิ อสฺสาทาทีนวนิสฺสรณาทิสนฺทสฺสนรหิตา สุตฺตเทสนา อตฺถิ. กึ ปน เตสํ อสฺสาทาทีนํ อนวเสสานํ วจนํ เทสนาหาโร, อุทาหุ เอกจฺจานนฺติ? นิรวเสสานํเยว. ยสฺมิญฺหิ สุตฺเต อสฺสาทาทีนวนิสฺสรณานิ สรูปโต อาคตานิ, ตตฺถ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. ยตฺถ ปน เอกเทเสน อาคตานิ, น จ สรูเปน, ตตฺถ อนาคตํ อตฺถวเสน นิทฺธาเรตฺวา หาโร โยเชตพฺโพ.

สยํ สมนฺตจกฺขุภาวโต ตํทสฺสเนน สภาวโต จ ‘‘อห’’นฺติ วุตฺตํ. ภิกฺขนสีลตาทิคุณโยคโต อภิมุขีกรณตฺถญฺจ, ‘‘ภิกฺขเว’’ติ วุตฺตํ. อตฺตาภาวโต อปรตาทสฺสนตฺถญฺจ ‘‘อญฺญ’’นฺติ วุตฺตํ. เอกสฺส อนุปลพฺภทสฺสนตฺถํ อเนกภาวปฺปฏิเสธนตฺถญฺจ ‘‘เอกรูปมฺปี’’ติ วุตฺตํ. ตาทิสสฺส รูปสฺส อภาวโต อทสฺสนโต จ ‘‘น สมนุปสฺสามี’’ติ วุตฺตํ. ตสฺส ปจฺจามสนโต อนิยมโต จ ‘‘ย’’นฺติ วุตฺตํ. อิทานิ วุจฺจมานาการปรามสนโต ตทญฺญาการนิเสธนโต จ ‘‘เอว’’นฺติ วุตฺตํ. วิสภาคินฺทฺริยวตฺถุโต สภาควตฺถุสฺมึ ตทภาวโต จ ‘‘ปุริสสฺสา’’ติ วุตฺตํ. นิมิตฺตคฺคาหสฺส วตฺถุภาวโต ตถา ปริกปฺปิตตฺตา จ ‘‘จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐตี’’ติ วุตฺตํ. เอวนฺติ วุตฺตาการปรามสนตฺถญฺเจว นิทสฺสนตฺถญฺจ ‘‘ยถา’’ติ วุตฺตํ. อตฺตโน ปจฺจกฺขภาวโต ภิกฺขูนํ ปจฺจกฺขกรณตฺถญฺจ ‘‘อิท’’นฺติ วุตฺตํ. อิตฺถิสนฺตานปริยาปนฺนโต ตปฺปฏิพทฺธภาวโต จ ‘‘อิตฺถิรูป’’นฺติ วุตฺตนฺติ เอวํ อนุปทวิจยโต วิจโย หาโร. วิจียนฺติ เอเตน, เอตฺถ วา ปทปญฺหาทโยติ วิจโย, วิจิติ เอว วา เตสนฺติ วิจโย. ปทปุจฺฉาวิสฺสชฺชนปุพฺพาปรานุคฺคหนํ อสฺสาทาทีนญฺจ วิเสสนิทฺธารณวเสน ปวิจยลกฺขโณ หิ วิจโย หาโร. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘ยํ ปุจฺฉิตญฺจ วิสฺสชฺชิตญฺจ, สุตฺตสฺส ยา จ อนุคีติ;

สุตฺตสฺส โย ปวิจโย, หาโร วิจโยติ นิทฺทิฏฺโฐ’’ติ. (เนตฺติ. ๔ นิทฺเทสวาร);

อนาทิมติ สํสาเร อิตฺถิปุริสานํ อญฺญมญฺญรูปาภิรามตาย ‘‘อิตฺถิรูปํ ปุริสสฺส จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐตี’’ติ ยุชฺชตีติ อยํ ยุตฺติหาโร. พฺยญฺชนตฺถานํ ยุตฺตายุตฺตวิภาควิภาวนลกฺขโณ หิ ยุตฺติหาโร. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘สพฺเพสํ หารานํ, ยา ภูมี โย จ โคจโร เตสํ;

ยุตฺตายุตฺติปริกฺขา, หาโร ยุตฺตีติ นิทฺทิฏฺโฐ’’ติ. (เนตฺติ. ๔ นิทฺเทสวาร);

ยุตฺตีติ จ อุปปตฺติ สาธนยุตฺติ, อิธ ปน ยุตฺติวิจารณา ยุตฺติ อุตฺตรปทโลเปน ‘‘รูปภโว รูป’’นฺติ ยถา. ยุตฺติสหจรณโต วา ยุตฺติ.

อิตฺถิรูปํ อโยนิโส โอโลกิยมานํ อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารตาย ปทฏฺฐานํ, สา กุสลานํ ธมฺมานํ อภาวนาย ปทฏฺฐานํ, สา สพฺพสฺสปิ สํกิเลสปกฺขสฺส ปริวุทฺธิยา ปทฏฺฐานํ. พฺยติเรกโต ปน อิตฺถิรูปํ โยนิโส โอโลกิยมานํ สติปฏฺฐานภาวนาย ปทฏฺฐานํ, สา โพชฺฌงฺคานํ ภาวนาปาริปูริยา ปทฏฺฐานํ, สา วิชฺชาวิมุตฺตีนํ ปาริปูริยา ปทฏฺฐานํ, กุสลสฺส จิตฺตสฺส ปริยาทานํ สมฺโมหาภินิเวสสฺส ปทฏฺฐานํ, โส สงฺขารานํ ปทฏฺฐานํ, สงฺขารา วิญฺญาณสฺสาติ สพฺพํ อาวตฺตติ ภวจกฺกํ. พฺยติเรกโต ปน กุสลสฺส จิตฺตสฺส อปริยาทานํ เตสํ เตสํ กุสลานํ ธมฺมานํ อุปฺปาทาย ปาริปูริยา ปทฏฺฐานนฺติ อยํ ตาว อวิเสสโต นโย. วิเสสโต ปน สีลสฺส อปริยาทานํ อวิปฺปฏิสารสฺส ปทฏฺฐานํ, อวิปฺปฏิสาโร ปาโมชฺชสฺสาติอาทินา ยาว อนุปาทาปรินิพฺพานํ เนตพฺพํ. อยํ ปทฏฺฐาโน หาโร. สุตฺเต อาคตธมฺมานํ ปทฏฺฐานภูเต ธมฺเม เตสญฺจ ปทฏฺฐานภูเตติ สมฺภวโต ปทฏฺฐานภูตธมฺมนิทฺธารณลกฺขโณ หิ ปทฏฺฐาโน หาโร. วุตฺตญฺเจตํ –

‘‘ธมฺมํ เทเสติ ชิโน, ตสฺส จ ธมฺมสฺส ยํ ปทฏฺฐานํ;

อิติ ยาว สพฺพธมฺมา, เอโส หาโร ปทฏฺฐาโน’’ติ. (เนตฺติ. ๔ นิทฺเทสวาร);

ปทฏฺฐานนฺติ อาสนฺนการณํ. อิธ ปน ปทฏฺฐานวิจารณา ปทฏฺฐาโนติอาทิ ยุตฺติหาเร วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

เอกรูปนฺติ จ รูปายตนคฺคหเณน ฉนฺนมฺปิ พาหิรานํ อายตนานํ คหณํ พาหิรายตนภาเวน เอกลกฺขณตฺตา. จิตฺตนฺติ มนายตนคฺคหเณน ฉนฺนมฺปิ อชฺฌตฺติกานํ อายตนานํ คหณํ อชฺฌตฺติกายตนภาเวน เอกลกฺขณตฺตา. เอวํ ขนฺธธาตาทิวเสนปิ เอกลกฺขณตา วตฺตพฺพา. อยํ ลกฺขโณ หาโร. ลกฺขียนฺติ เอเตน, เอตฺถ วา เอกลกฺขณธมฺมา อวุตฺตาปิ เอกจฺจวจเนนาติ ลกฺขโณ. สุตฺเต อนาคเตปิ ธมฺเม วุตฺตปฺปกาเร อาคเต วิย นิทฺธาเรตฺวา ยา สํวณฺณนา, โส ลกฺขโณ หาโร. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘วุตฺตมฺหิ เอกธมฺเม, เย ธมฺมา เอกลกฺขณา เกจิ;

วุตฺตา ภวนฺติ สพฺเพ, โส หาโร ลกฺขโณ นามา’’ติ. (เนตฺติ. ๔ นิทฺเทสวาร);

นิทาเน อิมิสฺสา เทสนาย รูปครุกานํ ปุคฺคลานํ รูปสฺมึ อนาทีนวทสฺสิตา วุตฺตา, ‘‘กถํ นุ โข อิเม อิมํ เทสนํ สุตฺวา รูเป อาทีนวทสฺสนมุเขน สพฺพสฺมิมฺปิ ขนฺธปญฺจเก สพฺพโส ฉนฺทราคํ ปหาย สกลวฏฺฏทุกฺขโต มุจฺเจยฺยุํ, ปเร จ ตตฺถ ปติฏฺฐาเปยฺยุ’’นฺติ อยเมตฺถ ภควโต อธิปฺปาโย. ปทนิพฺพจนํ นิรุตฺตํ, ตํ ‘‘เอว’’นฺติอาทินิทานปทานํ ‘‘นาห’’นฺติอาทิปาฬิปทานญฺจ อฏฺฐกถายํ ตสฺสา ลีนตฺถวณฺณนาย จ วุตฺตนยานุสาเรน สุกรตฺตา น วิตฺถารยิมฺห.

ปทปทตฺถเทสนาเทสนานิกฺเขปสุตฺตสนฺธิวเสน ปญฺจวิธา สนฺธิ. ตตฺถ ปทสฺส ปทนฺตเรน สมฺพนฺโธ ปทสนฺธิ. ปทตฺถสฺส ปทตฺถนฺตเรน สมฺพนฺโธ ปทตฺถสนฺธิ, โย ‘‘กิริยาการกสมฺพนฺโธ’’ติ วุจฺจติ. นานานุสนฺธิกสฺส สุตฺตสฺส ตํตํอนุสนฺธีหิ สมฺพนฺโธ, เอกานุสนฺธิกสฺส จ ปุพฺพาปรสมฺพนฺโธ เทสนาสนฺธิ, ยา อฏฺฐกถายํ ‘‘ปุจฺฉานุสนฺธิ, อชฺฌาสยานุสนฺธิ, ยถานุสนฺธี’’ติ ติธา วิภตฺตา. อชฺฌาสโย เจตฺถ อตฺตชฺฌาสโย ปรชฺฌาสโยติ ทฺวิธา เวทิตพฺโพ. เทสนานิกฺเขปสนฺธิ จตุนฺนํ สุตฺตนิกฺเขปานํ วเสน เวทิตพฺพา. สุตฺตสนฺธิ อิธ ปฐมนิกฺเขปวเสเนว เวทิตพฺพา. ‘‘กสฺมา ปเนตฺถ อิทเมว จิตฺตปริยาทานสุตฺตํ ปฐมํ นิกฺขิตฺต’’นฺติ นายมนุโยโค กตฺถจิ น ปวตฺตติ. อปิจ อิเม สตฺตา อนาทิมติ สํสาเร ปริพฺภมนฺตา อิตฺถิปุริสา อญฺญมญฺเญสํ ปญฺจกามคุณสงฺขาตรูปาภิรามา, ตตฺถ อิตฺถี ปุริสสฺส รูเป สตฺตา คิทฺธา คธิตา ลคฺคา ลคฺคิตา อาสตฺตา, สา จสฺสา ตตฺถ อาสตฺติ ทุพฺพิเวจนียา. ตถา ปุริโส อิตฺถิยา รูเป, ตตฺถ จ ทสฺสนสํสคฺโค ครุตโร อิตเรสญฺจ มูลภูโต. เตเนว หิ ภควา ‘‘กถํ นุ โข มาตุคาเม ปฏิปชฺชิตพฺพ’’นฺติ (ที. นิ. ๒.๒๐๓) ปุฏฺโฐ ‘‘อทสฺสนเมวา’’ติ อโวจ. ตสฺมา ภควา ปญฺจสุ กามคุเณสุ รูเป ฉนฺทราคหาปนตฺถํ อิทเมว สุตฺตํ ปฐมํ เทเสสิ. นิพฺพานาธิคมาย ปฏิปตฺติยา อาทิ เรสา ปฏิปตฺตีติ. ยํ ปน เอกิสฺสา เทสนาย เทสนนฺตเรน สํสนฺทนํ, อยมฺปิ เทสนาสนฺธิ. สา อิธ เอวํ เวทิตพฺพา. ‘‘นาหํ, ภิกฺขเว…เป… ติฏฺฐตี’’ติ อยํ เทสนา. ‘‘เย โข, ภิกฺขเว, จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสํหิตา รชนียา, ตญฺเจ ภิกฺขุ อภินนฺทติ อภิวทติ อชฺโฌสาย ติฏฺฐติ, ตสฺส ตํ อภินนฺทโต อภิวทโต อชฺโฌสาย ติฏฺฐโต อุปฺปชฺชนฺติ อเนเก ปาปกา อกุสลา ธมฺมา’’ติ (สํ. นิ. ๔.๑๑๘) อิมาย เทสนาย สํสนฺทติ. ตถา ‘‘รูเป มญฺญติ, รูเปสุ มญฺญติ, รูปโต มญฺญติ, รูปํ ‘เม’ติ มญฺญติ. รูปํ, ภิกฺขเว, อนภิชานํ อปริชานํ อวิราชยํ อปฺปชหํ อภพฺโพ ทุกฺขกฺขยายา’’ติ (สํ. นิ. ๔.๑๑๒) เอวมาทีหิ เทสนาหิ สํสนฺทตีติ อยํ จตุพฺยูโห หาโร. วิยูหียนฺติ วิภาเคน ปิณฺฑียนฺติ เอเตน, เอตฺถ วาติ พฺยูโห, นิพฺพจนาทีนํ จตุนฺนํ พฺยูโหติ จตุพฺยูโห, จตุนฺนํ วา พฺยูโห เอตฺถาติ จตุพฺยูโห. นิพฺพจนาธิปฺปายาทีนํ จตุนฺนํ วิภาคลกฺขโณ หิ จตุพฺยูโห หาโร. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘เนรุตฺตมธิปฺปาโย, พฺยญฺชนมถ เทสนานิทานญฺจ;

ปุพฺพาปรานุสนฺธี, เอโส หาโร จตุพฺยูโห’’ติ. (เนตฺติ. ๔ นิทฺเทสวาร);

‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, อญฺญํ…เป… อิตฺถิรูป’’นฺติ เอเตน อโยนิโสมนสิกาโร ทีปิโต. ยํ ตตฺถ จิตฺตํ ปริยาทิยติ, เตน โยนิโสมนสิกาโร. ตตฺถ อโยนิโสมนสิกโรโต ตณฺหาวิชฺชา ปริวฑฺฒนฺติ, ตาสุ ตณฺหาคหเณน นว ตณฺหามูลกา ธมฺมา อาวฏฺฏนฺติ, อวิชฺชาคหเณน อวิชฺชามูลกํ สพฺพํ ภวจกฺกํ อาวฏฺฏติ, โยนิโสมนสิการคฺคหเณน จ โยนิโสมนสิการมูลกา ธมฺมา อาวฏฺฏนฺติ, จตุพฺพิธญฺจ สมฺปตฺติจกฺกนฺติ. อยํ อาวฏฺโฏ หาโร. อาวฏฺฏยนฺติ เอเตน, เอตฺถ วา สภาควิสภาคา จ ธมฺมา, เตสํ วา อาวฏฺฏนนฺติ อาวฏฺโฏ. เทสนาย คหิตธมฺมานํ สภาคาสภาคธมฺมวเสน อาวฏฺฏนลกฺขโณ หิ อาวฏฺโฏ หาโร. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘เอกมฺหิ ปทฏฺฐาเน, ปริเยสติ เสสกํ ปทฏฺฐานํ;

อาวฏฺฏติ ปฏิปกฺเข, อาวฏฺโฏ นาม โส หาโร’’ติ. (เนตฺติ. ๔ นิทฺเทสวาร);

รูปํ จตุพฺพิธํ กมฺมสมุฏฺฐานํ, จิตฺตสมุฏฺฐานํ, อุตุสมุฏฺฐานํ, อาหารสมุฏฺฐานํ, ตถา อิฏฺฐํ อิฏฺฐมชฺฌตฺตํ อนิฏฺฐํ อนิฏฺฐมชฺฌตฺตนฺติ. อิธ ปน อิฏฺฐํ อธิปฺเปตํ. จิตฺตํ กุสลจิตฺตเมตฺถ เวทิตพฺพํ. ตํ กามาวจรํ, รูปาวจรํ, อรูปาวจรํ, โลกุตฺตรนฺติ จตุพฺพิธํ. เวทนาทิสมฺปยุตฺตธมฺมเภทโต อเนกวิธนฺติ อยํ วิภตฺติหาโร. วิภชียนฺติ เอเตน, เอตฺถ วา สาธารณาสาธารณานํ สํกิเลสโวทานธมฺมานํ ภูมิโยติ วิภตฺติ. วิภชนํ วา เอเตสํ ภูมิโยติ วิภตฺติ. สํกิเลสธมฺเม โวทานธมฺเม จ สาธารณาสาธารณโต ปทฏฺฐานโต ภูมิโต วิภชนลกฺขโณ หิ วิภตฺติหาโร. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘ธมฺมญฺจ ปทฏฺฐานํ, ภูมิญฺจ วิภชฺชเต อยํ หาโร;

สาธารเณ อสาธารเณ จ เนยฺโย วิภตฺตี’’ติ. (เนตฺติ. ๔ นิทฺเทสวาร);

อิตฺถิรูปํ ปุริสสฺส จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐติ อโยนิโส มนสิกโรโต, โยนิโส มนสิกโรโต น ปริยาทิยติ สุสํวุตินฺทฺริยตฺตา สีเลสุ สมาหิตสฺสาติ อยํ ปริวตฺโต หาโร. ปฏิปกฺขวเสน ปริวตฺตียนฺติ อิมินา, เอตฺถ วา สุตฺเต วุตฺตธมฺมา, ปริวตฺตนํ วา เตสนฺติ ปริวตฺโต. นิทฺทิฏฺฐานํ ธมฺมานํ ปฏิปกฺขโต ปริวตฺตนลกฺขโณ หิ ปริวตฺโต หาโร. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘กุสลากุสเล ธมฺเม, นิทฺทิฏฺเฐ ภาวิเต ปหีเน จ;

ปริวตฺตติ ปฏิปกฺเข, หาโร ปริวตฺตโน นามา’’ติ. (เนตฺติ. ๔ นิทฺเทสวาร);

ภิกฺขเว, สมณา ปพฺพชิตาติ ปริยายวจนํ. อญฺญํ ปรํ กิญฺจีติ ปริยายวจนํ. รูปํ วณฺณํ จกฺขุวิญฺเญยฺยนฺติ ปริยายวจนํ. สมนุปสฺสามิ โอโลเกสฺสามิ ชานามีติ ปริยายวจนํ. เอวํ อิตฺถํ อิมํ ปการนฺติ ปริยายวจนํ. ปุริสสฺส ปุคฺคลสฺสาติ ปริยายวจนํ. จิตฺตํ วิญฺญาณํ มโนติ ปริยายวจนํ. ปริยาทาย คเหตฺวา เขเปตฺวาติ ปริยายวจนํ. ติฏฺฐติ ธรติ ฐาตีติ ปริยายวจนํ. ยถา เยน ปกาเรน เยนากาเรนาติ ปริยายวจนํ. อิตฺถี นารี มาตุคาโมติ ปริยายวจนนฺติ อยํ เววจโน หาโร. วิวิธํ วจนํ เอกสฺเสวตฺถสฺส วาจกเมตฺถาติ วิวจนํ, วิวจนเมว เววจนํ. วิวิธํ วุจฺจติ เอเตน อตฺโถติ วา วิวจนํ, วิวจนเมว เววจนํ. เอกสฺมึ อตฺเถ อเนกปริยายสทฺทปฺปโยชนลกฺขโณ หิ เววจโน หาโร. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘เววจนานิ พหูนิ ตุ, สุตฺเต วุตฺตานิ เอกธมฺมสฺส;

โย ชานาติ สุตฺตวิทู, เววจโน นาม โส หาโร’’ติ. (เนตฺติ. ๔ นิทฺเทสวาร);

รูปํ กาฬสามาทิวเสน อเนกธา ปญฺญตฺตํ. ปุริโส ขตฺติยาทิวเสน อเนกธา ปญฺญตฺโต. จิตฺตํ ปริตฺตมหคฺคตาทิวเสน อเนกธา ปญฺญตฺตํ. ‘‘ปริยาทายา’’ติ เอตฺถ ปริยาทานํ ปริยาทายกานํ ปาปธมฺมานํ วเสน วีติกฺกมปริยุฏฺฐานาทินา จ อเนกธา ปญฺญตฺตํ. อยํ ปญฺญตฺติหาโร. ปกาเรหิ, ปเภทโต วา ญาปียนฺติ อิมินา, เอตฺถ วา อตฺถาติ ปญฺญตฺติ. เอเกกสฺส ธมฺมสฺส อเนกาหิ ปญฺญตฺตีหิ ปญฺญาเปตพฺพาการวิภาวนลกฺขโณ หิ ปญฺญตฺติหาโร. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘เอกํ ภควา ธมฺมํ, ปญฺญตฺตีหิ วิวิธาหิ เทเสติ;

โส อากาโร เญยฺโย, ปญฺญตฺตี นาม โส หาโร’’ติ. (เนตฺติ. ๔ นิทฺเทสวาร);

วิโรธิปจฺจยสมวาเย วิสทิสุปฺปตฺติรุปฺปนวณฺณวิการาปตฺติยา ตํสมงฺคิโน หทยงฺคตภาวปฺปกาสนํ รูปฏฺโฐติ อนิจฺจตามุเขน โอตรณํ, อนิจฺจสฺส ปน ทุกฺขตฺตา ทุกฺขตามุเขน, ทุกฺขสฺส จ อนตฺตกตฺตา สุญฺญตามุเขน โอตรณํ. จิตฺตํ มโนวิญฺญาณธาตุ, ตสฺสา ปริยาทายิกา ตณฺหา ตเทกฏฺฐา จ ปาปธมฺมา ธมฺมธาตูติ ธาตุมุเขน โอตรณํ. เอวํ ขนฺธายตนาทิมุเขหิปิ โอตรณํ วตฺตพฺพนฺติ อยํ โอตรโณ หาโร. โอตารียนฺติ อนุปฺปเวสียนฺติ เอเตน, เอตฺถ วา สุตฺตาคตา ธมฺมา ปฏิจฺจสมุปฺปาทาทีสูติ โอตรโณ. ปฏิจฺจสมุปฺปาทาทิมุเขน สุตฺตตฺถสฺส โอตรณลกฺขโณ หิ โอตรโณ หาโร. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘โย จ ปฏิจฺจุปฺปาโท, อินฺทฺริยขนฺธา จ ธาตุอายตนา;

เอเตหิ โอตรติ โย, โอตรโณ นาม โส หาโร’’ติ. (เนตฺติ. ๔ นิทฺเทสวาร);

นาหํ, ภิกฺขเว…เป… สมนุปสฺสามีติ อารมฺโภ. เอวํ ปุริสสฺส จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐตีติ ปทสุทฺธิ, น ปน อารมฺภสุทฺธิ. ยถยิทนฺติอาทิ ปทสุทฺธิ เจว อารมฺภสุทฺธิ จาติ อยํ โสธโน หาโร. โสธียนฺติ สมาธียนฺติ เอเตน, เอตฺถ วา สุตฺเต ปทปทตฺถปญฺหารมฺภาติ โสธโน. สุตฺเต ปทปทตฺถปญฺหารมฺภานํ โสธนลกฺขโณ หิ โสธโน หาโร. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘วิสฺสชฺชิตมฺหิ ปเญฺห, คาถายํ ปุจฺฉิตายมารพฺภ;

สุทฺธาสุทฺธปริกฺขา, หาโร โส โสธโน นามา’’ติ. (เนตฺติ. ๔ นิทฺเทสวาร);

อญฺญนฺติ สามญฺญโต อธิฏฺฐานํ กสฺสจิ วิเสสสฺส อนามฏฺฐตฺตา. เอกรูปมฺปีติ ตํ อวิกปฺเปตฺวา วิเสสวจนํ. ยถยิทนฺติ สามญฺญโต อธิฏฺฐานํ อนิยมวจนภาวโต. อิตฺถิรูปนฺติ ตํ อวิกปฺเปตฺวา วิเสสวจนนฺติ อยํ อธิฏฺฐาโน หาโร. อธิฏฺฐียนฺติ อนุปฺปวตฺตียนฺติ เอเตน, เอตฺถ วา สามญฺญวิเสสภูตา ธมฺมา วินา วิกปฺเปนาติ อธิฏฺฐาโน. สุตฺตาคตานํ ธมฺมานํ อวิกปฺปนวเสเนว สามญฺญวิเสสนิทฺธารณลกฺขโณ หิ อธิฏฺฐาโน หาโร. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘เอกตฺตตาย ธมฺมา, เยปิ จ เวมตฺตตาย นิทฺทิฏฺฐา;

เตน วิกปฺปยิตพฺพา, เอโส หาโร อธิฏฺฐาโน’’ติ. (เนตฺติ. ๔ นิทฺเทสวาร);

รูปสฺส กมฺมาวิชฺชาทโย กมฺมจิตฺตาทโย จ เหตุ. สมนุปสฺสนาย อาวชฺชนาทโย. กุสลสฺส จิตฺตสฺส โยนิโส มนสิการาทโย. ปริยาทายาติ เอตฺถ ปริยาทานสฺส อโยนิโสมนสิการาทโยติ อยํ ปริกฺขาโร หาโร. ปริกโรติ อภิสงฺขโรติ ผลนฺติ ปริกฺขาโร, เหตุ ปจฺจโย จ. ปริกฺขารํ อาจิกฺขตีติ ปริกฺขาโร, หาโร. ปริกฺขารวิสยตฺตา, ปริกฺขารสหจรณโต วา ปริกฺขาโร. สุตฺเต อาคตธมฺมานํ ปริกฺขารสงฺขาตเหตุปจฺจเย นิทฺธาเรตฺวา สํวณฺณนาลกฺขโณ หิ ปริกฺขาโร หาโร. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘เย ธมฺมา ยํ ธมฺมํ, ชนยนฺติปฺปจฺจยา ปรมฺปรโต;

เหตุมวกฑฺฒยิตฺวา, เอโส หาโร ปริกฺขาโร’’ติ. (เนตฺติ. ๔ นิทฺเทสวาร);

ปุริสสฺส จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐตีติ เอตฺถ ปริยาทายิกา วิเสสโต ตณฺหาวิชฺชา เวทิตพฺพา ตาสํ วเสน ปริยาทานสมฺภวโต. ตาสุ ตณฺหาย รูปมธิฏฺฐานํ, อวิชฺชาย อรูปํ. วิเสสโต ตณฺหาย สมโถ ปฏิปกฺโข, อวิชฺชาย วิปสฺสนา. สมถสฺส เจโตวิมุตฺติ, ผลวิปสฺสนาย ปญฺญาวิมุตฺติ. ตถา หิ ตา ราควิราคา อวิชฺชาวิราคาติ วิเสเสตฺวา วุจฺจนฺตีติ อยํ สมาโรปโน หาโร. สมาโรปียนฺติ เอเตน, เอตฺถ วา ปทฏฺฐานาทิมุเขน ธมฺมาติ สมาโรปโน. สุตฺเต อาคตธมฺมานํ ปทฏฺฐานเววจนภาวนาปหานสมาโรปนวิจารณลกฺขโณ หิ สมาโรปโน หาโร. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘เย ธมฺมา ยํ มูลา, เย เจกตฺถา ปกาสิตา มุนินา;

เต สมาโรปยิตพฺพา, เอส สมาโรปโน หาโร’’ติ. (เนตฺติ. ๔ นิทฺเทสวาร);

เอตฺตาวตา จ –

‘‘เทสนา วิจโย ยุตฺติ, ปทฏฺฐาโน จ ลกฺขโณ;

จตุพฺยูโห จ อาวฏฺโฏ, วิภตฺติ ปริวตฺตโน.

เววจโน จ ปญฺญตฺติ, โอตรโณ จ โสธโน;

อธิฏฺฐาโน ปริกฺขาโร, สมาโรปโน โสฬโส’’ติ. (เนตฺติ. ๑ อุทฺเทสวาร) –

เอวํ วุตฺตา โสฬส หารา ทสฺสิตาติ เวทิตพฺพา. หรียนฺติ เอเตหิ, เอตฺถ วา สุตฺตเคยฺยาทิวิสยา อญฺญาณสํสยวิปลฺลาสาติ หารา. หรนฺติ วา สยํ ตานิ, หรณมตฺตเมว วาติ หารา ผลูปจาเรน. อถ วา หรียนฺติ โวหรียนฺติ ธมฺมสํวณฺณกธมฺมปฺปฏิคฺคาหเกหิ ธมฺมสฺส ทานคฺคหณวเสนาติ หารา. อถ วา หารา วิยาติ หารา. ยถา หิ อเนกรตนาวลิสมูโห หารสงฺขาโต อตฺตโน อวยวภูตรตนสมฺผสฺเสหิ สมุปชนิยมานหิลาทสุโข หุตฺวา ตทุปโภคิชนสรีรสนฺตาปํ นิทาฆปริฬาหูปชนิตํ วูปสเมติ, เอวเมว เตปิ นานาวิธปรมตฺถรตนปฺปพนฺธา สํวณฺณนาวิเสสา อตฺตโน อวยวภูตปรมตฺถรตนาธิคเมน สมุปฺปาทิยมานนิพฺพุติสุขา ธมฺมปฺปฏิคฺคาหกชนหทยปริตาปํ กามราคาทิกิเลสเหตุกํ วูปสเมนฺตีติ. อถ วา หารยนฺติ อญฺญาณาทินีหารํ อปคมํ กโรนฺติ อาจิกฺขนฺตีติ วา หารา. อถ วา โสตุชนจิตฺตสฺส หรณโต รมณโต จ หารา นิรุตฺตินเยน ยถา ‘‘ภเวสุ วนฺตคมโน ภควา’’ติ (วิสุทฺธิ. ๑.๑๔๔; ปารา. อฏฺฐ. ๑.เวรญฺชกณฺฑวณฺณนา).

อิโต ปรํ ปน นนฺทิยาวฏฺฏาทิปญฺจวิธนยา เวทิตพฺพา – ตตฺถ ตณฺหาวิชฺชา สมุทยสจฺจํ, ตาสํ อธิฏฺฐานาทิภูตา รูปธมฺมา ทุกฺขสจฺจํ, เตสํ อปฺปวตฺติ นิโรธสจฺจํ, นิโรธปฺปชานนา ปฏิปทา มคฺคสจฺจํ. ตณฺหาคหเณน เจตฺถ มายาสาเฐยฺยมานาติมานมทปฺปมาทปาปิจฺฉตาปาปมิตฺตตาอหิริกอโนตฺตปฺปาทิวเสน อกุสลปกฺโข เนตพฺโพ. อวิชฺชาคหเณน วิปรีตมนสิการโกธูปนาหมกฺขปฬาสอิสฺสามจฺฉริย- สารมฺภโทวจสฺสตาภวทิฏฺฐิวิภวทิฏฺฐิอาทิวเสน อกุสลปกฺโข เนตพฺโพ. วุตฺตวิปริยายโต กุสลปกฺโข เนตพฺโพ. กถํ? อมายาอสาเฐยฺยาทิวเสน อวิปรีตมนสิการาทิวเสน จ. ตถา สมถปกฺขิยานํ สทฺธินฺทฺริยาทีนํ, วิปสฺสนาปกฺขิยานํ อนิจฺจสญฺญาทีนญฺจ วเสน โวทานปกฺโข เนตพฺโพติ อยํ นนฺทิยาวฏฺฏสฺส นยสฺส ภูมิ. โย หิ ตณฺหาอวิชฺชาหิ สํกิเลสปกฺขสฺส สุตฺตตฺถสฺส สมถวิปสฺสนาหิ โวทานปกฺขสฺส จ จตุสจฺจโยชนมุเขน นยนลกฺขโณ สํวณฺณนาวิเสโส, อยํ นนฺทิยาวฏฺฏนโย นาม. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘ตณฺหญฺจ อวิชฺชมฺปิ จ, สมเถน วิปสฺสนาย โย เนติ;

สจฺเจหิ โยชยิตฺวา, อยํ นโย นนฺทิยาวฏฺโฏ’’ติ. (เนตฺติ. ๔ นิทฺเทสวาร);

นนฺทิยาวฏฺฏสฺส วิย อาวฏฺโฏ เอตสฺสาติ นนฺทิยาวฏฺโฏ. ยถา หิ นนฺทิยาวฏฺโฏ อนฺโต ฐิเตน ปธานาวยเวน พหิทฺธา อาวฏฺฏติ, เอวมยมฺปิ นโยติ อตฺโถ. อถ วา นนฺทิยา ตณฺหาย ปโมทสฺส วา อาวฏฺโฏ เอตฺถาติ นนฺทิยาวฏฺโฏ.

เหฏฺฐา วุตฺตนเยน คหิเตสุ ตณฺหาวิชฺชาตปฺปกฺขิยธมฺเมสุ ตณฺหา โลโภ, อวิชฺชา โมโห, อวิชฺชาย สมฺปยุตฺโต โลหิเต สติ ปุพฺโพ วิย ตณฺหาย สติ สิชฺฌมาโน อาฆาโต โทโส อิติ ตีหิ อกุสลมูเลหิ คหิเตหิ, ตปฺปฏิปกฺขโต กุสลจิตฺตคฺคหเณน จ ตีณิ กุสลมูลานิ คหิตานิ เอว โหนฺติ. อิธาปิ โลโภ สพฺพานิ วา สาสวกุสลมูลานิ สมุทยสจฺจํ, ตนฺนิพฺพตฺตา เตสํ อธิฏฺฐานโคจรภูตา อุปาทานกฺขนฺธา ทุกฺขสจฺจนฺติอาทินา สจฺจโยชนา เวทิตพฺพา. ผลํ ปเนตฺถ วิโมกฺขตฺตยวเสน นิทฺธาเรตพฺพํ, ตีหิ อกุสลมูเลหิ ติวิธทุจฺจริตสํกิเลสมลวิสมอกุสลสญฺญาวิตกฺกาทิวเสน อกุสลปกฺโข เนตพฺโพ, ตถา ตีหิ กุสลมูเลหิ ติวิธสุจริตสมกุสลสญฺญาวิตกฺกสทฺธมฺมสมาธิวิโมกฺขมุขาทิวเสน โวทานปกฺโข เนตพฺโพติ อยํ ติปุกฺขลสฺส นยสฺส ภูมิ. โย หิ อกุสลมูเลหิ สํกิเลสปกฺขสฺส กุสลมูเลหิ โวทานปกฺขสฺส สุตฺตตฺถสฺส จ จตุสจฺจโยชนามุเขน นยนลกฺขโณ สํวณฺณนาวิเสโส, อยํ ติปุกฺขลนโย นาม. ตีหิ อวยเวหิ โลภาทีหิ สํกิเลสปกฺเข, อโลภาทีหิ จ โวทานปกฺเข ปุกฺขโล โสภโนติ ติปุกฺขโล. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘โย อกุสเล สมูเลหิ,

เนติ กุสเล จ กุสลมูเลหิ;

ภูตํ ตถํ อวิตถํ,

ติปุกฺขลํ ตํ นยํ อาหู’’ติ. (เนตฺติ. ๔ นิทฺเทสวาร);

วุตฺตนเยน คหิเตสุ ตณฺหาวิชฺชาตปฺปกฺขิยธมฺเมสุ วิเสสโต ตณฺหาทิฏฺฐีนํ วเสน อสุเภ ‘‘สุภ’’นฺติ, ทุกฺเข ‘‘สุข’’นฺติ จ วิปลฺลาสา, อวิชฺชาทิฏฺฐีนํ วเสน อนิจฺเจ ‘‘นิจฺจ’’นฺติ, อนตฺตนิ ‘‘อตฺตา’’ติ วิปลฺลาสา เวทิตพฺพา. เตสํ ปฏิปกฺขโต กุสลจิตฺตคฺคหเณน สิทฺเธหิ สติวีริยสมาธิปญฺญินฺทฺริเยหิ จตฺตาริ สติปฏฺฐานานิ สิทฺธานิเยว โหนฺติ.

ตตฺถ จตูหิ อินฺทฺริเยหิ จตฺตาโร ปุคฺคลา นิทฺทิสิตพฺพา. กถํ? ทุวิโธ หิ ตณฺหาจริโต มุทินฺทฺริโย ติกฺขินฺทฺริโยติ, ตถา ทิฏฺฐิจริโต. เตสุ ปฐโม อสุเภ ‘‘สุภ’’นฺติ วิปริเยสคฺคาหี สติพเลน ยถาภูตํ กายสภาวํ สลฺลกฺเขนฺโต ภาวนาพเลน ตํ วิปลฺลาสํ สมุคฺฆาเตตฺวา สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกมติ. ทุติโย อสุเข ‘‘สุข’’นฺติ วิปริเยสคฺคาหี ‘‘อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๖; อ. นิ. ๔.๑๔; ๖.๕๘) วุตฺเตน วีริยสํวรภูเตน วีริยพเลน ปฏิปกฺขํ วิโนเทนฺโต ภาวนาพเลน ตํ วิปลฺลาสํ วิธเมตฺวา สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกมติ. ตติโย อนิจฺเจ ‘‘นิจฺจ’’นฺติ วิปลฺลาสคฺคาหี สมถพเลน สมาหิตจิตฺโต สงฺขารานํ ขณิกภาวํ สลฺลกฺเขนฺโต ภาวนาพเลน ตํ วิปลฺลาสํ สมุคฺฆาเตตฺวา สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกมติ. จตุตฺโถ สนฺตติสมูหกิจฺจารมฺมณฆนวญฺจิตตาย ผสฺสาทิธมฺมปุญฺชมตฺเต อนตฺตนิ ‘‘อตฺตา’’ติ มิจฺฉาภินิเวสี จตุโกฏิกสุญฺญตามนสิกาเรน ตํ มิจฺฉาภินิเวสํ วิทฺธํเสนฺโต สามญฺญผลํ สจฺฉิกโรติ. สุภสญฺญาทีหิ จตูหิปิ วา วิปลฺลาเสหิ สมุทยสจฺจํ, เตสมธิฏฺฐานารมฺมณภูตา ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ทุกฺขสจฺจนฺติอาทินา สจฺจโยชนา เวทิตพฺพา. ผลํ ปเนตฺถ จตฺตาริ สามญฺญผลานิ, จตูหิ เจตฺถ วิปลฺลาเสหิ จตุราสโวฆโยคคนฺถอคติตณฺหุปาทานสลฺลวิญฺญาณฏฺฐิติอปริญฺญาทิวเสน อกุสลปกฺโข เนตพฺโพ, ตถา จตูหิ สติปฏฺฐาเนหิ จตุพฺพิธชฺฌานวิหาราธิฏฺฐานสุขภาคิยธมฺมอปฺปมญฺญาสมฺมปฺปธานอิทฺธิปาทาทิวเสน โวทานปกฺโข เนตพฺโพติ อยํ สีหวิกฺกีฬิตสฺส นยสฺส ภูมิ. โย หิ สุภสญฺญาทีหิ วิปลฺลาเสหิ สกลสฺส สํกิเลสปกฺขสฺส สทฺธินฺทฺริยาทีหิ จ โวทานปกฺขสฺส จตุสจฺจโยชนาวเสน นยนลกฺขโณ สํวณฺณนาวิเสโส, อยํ สีหวิกฺกีฬิโต นาม. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘โย เนติ วิปลฺลาเสหิ,

กิเลเส อินฺทฺริเยหิ สทฺธมฺเม;

เอตํ นยํ นยวิทู,

สีหวิกฺกีฬิตํ อาหู’’ติ. (เนตฺติ. ๔ นิทฺเทสวาร);

อสนฺตาสนชวปรกฺกมาทิวิเสสโยเคน สีโห ภควา, ตสฺส วิกฺกีฬิตํ เทสนา วจีกมฺมภูโต วิหาโรติ กตฺวา วิปลฺลาสตปฺปฏิปกฺขปริทีปนโต สีหสฺส วิกฺกีฬิตํ เอตฺถาติ สีหวิกฺกีฬิโต, นโย. พลวิเสสโยคทีปนโต วา สีหวิกฺกีฬิตสทิสตฺตา นโย สีหวิกฺกีฬิโต. พลวิเสโส เจตฺถ สทฺธาทิพลํ, ทสพลานิ เอว วา.

อิเมสํ ปน ติณฺณํ อตฺถนยานํ สิทฺธิยา โวหารนยทฺวยํ สิทฺธเมว โหติ. ตถา หิ อตฺถนยตฺตยทิสาภาเวน กุสลาทิธมฺมานํ อาโลจนํ ทิสาโลจนํ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘เวยฺยากรเณสุ หิ เย,

กุสลากุสลา ตหึ ตหึ วุตฺตา;

มนสา โอโลกยเต,