(๑๖) ๑. เอกธมฺมปาฬิ-ปฐมวคฺควณฺณนา
๒๙๖. เอกธมฺมปาฬิวณฺณนายํ อิธ ธมฺม-สทฺโท สภาวตฺโถ ‘‘กุสลา ธมฺมา’’ติอาทีสุ วิยาติ อาห – ‘‘เอกสภาโว’’ติ. เอกนฺเตนาติ เอกํเสน, อวสฺสนฺติ อตฺโถ. วฏฺเฏติ สํสารวฏฺเฏ. นิพฺพินฺทนตฺถายาติ อนภิรมนตฺถาย. วิรชฺชนตฺถายาติ อรชฺชนตฺถาย. วิรชฺชนายาติ ปลุชฺชนาย. เตเนวาห – ‘‘วิคมายา’’ติ. ราคาทีนํ นิโรธายาติ มคฺคญาเณน ราคาทีนํ นิโรธนตฺถาย. มคฺคญาเณน นิโรธนํ นาม อจฺจนฺตํ อปฺปวตฺติกรณนฺติ อาห – ‘‘อปฺปวตฺติกรณตฺถายา’’ติ. ยถา ขาทนียสฺส มุเข กตฺวา ขาทนํ นาม ยาวเทว อชฺโฌหรณตฺถํ, เอวํ ราคาทีนํ นิโรธนํ วฏฺฏนิโรธนตฺถเมวาติ วุตฺตํ – ‘‘วฏฺฏสฺเสว วา นิรุชฺฌนตฺถายา’’ติ. ยสฺมา กิเลเสสุ ขีเณสุ อิตรํ วฏฺฏทฺวยมฺปิ ขีณเมว โหติ, ตสฺมา มูลเมว คณฺหนฺโต ‘‘อุปสมายาติ กิเลสวูปสมนตฺถายา’’ติ อาห. สงฺขตธมฺมานํ อภิชานนํ นาม ตตฺถ ลกฺขณตฺตยาโรปนมุเขเนวาติ อาห – ‘‘อนิจฺจาทิ…เป… อภิชานนตฺถายา’’ติ. สมฺพุชฺฌิตพฺพานิ นาม จตฺตาริ อริยสจฺจานิ ตพฺพินิมุตฺตสฺส เญยฺยสฺส อภาวโต. ‘‘จตุนฺนํ สจฺจานํ พุชฺฌนตฺถายา’’ติ วตฺวา ตยิทํ พุชฺฌนํ ยสฺส ญาณสฺส วเสน อิชฺฌติ, ตสฺส ญาณสฺส วเสน ทสฺเสตุํ – ‘‘โพธิ วุจฺจตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อปฺปจฺจยนิพฺพานสฺสาติ อมตธาตุยา.
อุสฺสาหชนนตฺถนฺติ กมฺมฏฺฐาเน อภิรุจิอุปฺปาทนาย. วิสกณฺฏโกติ คุฬสฺส วาณิชสมญฺญา. ‘‘กิสฺมิญฺจิ เทเส เทสภาสา’’ติ เกจิ. อุจฺฉุรโส สมปากปกฺโก จุณฺณาทีหิ มิสฺเสตฺวา ปิณฺฑีกโต คุโฬ, อปิณฺฑีกโต ผาณิตํ. ปากวิเสเสน ขณฺฑขณฺฑเสทิโต ขณฺโฑ, มลาภาวํ อาปนฺโน สกฺกรา.
สรตีติ สติ. อนุ อนุ สรตีติ อนุสฺสติ, อนุ อนุรูปา สตีติปิ อนุสฺสติ. ทุวิธํ โหตีติ ปโยชนวเสน ทุวิธํ โหติ. จิตฺตสมฺปหํสนตฺถนฺติ ปสาทนียวตฺถุสฺมึ ปสาทุปฺปาทเนน ภาวนาจิตฺตสฺส ปริโตสนตฺถํ. วิปสฺสนตฺถนฺติ วิปสฺสนาสุขตฺถํ. อุปจารสมาธินา หิ จิตฺเต สมาหิเต วิปสฺสนาสุเขน อิชฺฌติ. จิตฺตุปฺปาโทติ ภาวนาวเสน ปวตฺโต จิตฺตุปฺปาโท. อุปหญฺญติ ปติหญฺญติ ปฏิกูลตฺตา อารมฺมณสฺส. ตโต เอว อุกฺกณฺฐติ, กมฺมฏฺฐานํ ริญฺจติ, นิรสฺสาโท โหติ ภาวนสฺสาทสฺส อลพฺภนโต. ปสีทติ พุทฺธคุณานํ ปสาทนียตฺตา. ตถา จ กงฺขาทิเจโตขิลาภาเวน วินีวรโณ โหติ. ทเมตฺวาติ นีวรณนิรากรเณน นิพฺพิเสวนํ กตฺวา. เอวํ กมฺมฏฺฐานนฺตรานุยุญฺชเนน จิตฺตปริทมนสฺส อุปมํ ทสฺเสนฺโต, ‘‘กถ’’นฺติอาทิมาห.
โก อยํ…เป… อนุสฺสรีติ โก อยํ มม อพฺภนฺตเร ฐตฺวา อนุสฺสริ. ปริคฺคณฺหนฺโตติ พาหิรกปริกปฺปิตสฺส อนุสฺสรกสฺส สพฺพโส อภาวทสฺสนเมตํ. เตนาห – ‘‘น อญฺโญ โกจี’’ติ. ทิสฺวาติ ปริเยสนนเยน วุตฺตปฺปการํ จิตฺตเมว อนุสฺสรีติ ทิสฺวา สพฺพมฺเปตนฺติ เอตํ หทยวตฺถุอาทิปฺปเภทํ สพฺพมฺปิ. อิทญฺจ รูปํ ปุริมญฺจ อรูปนฺติ อิทํ รุปฺปนสภาวตฺตา รูปํ, ปุริมํ อตํสภาวตฺตา อรูปนฺติ สงฺเขปโต รูปารูปํ ววตฺถเปตฺวา. ปญฺจกฺขนฺเธ ววตฺถเปตฺวาติ โยชนา. สมฺภาวิกาติ สมุฏฺฐาปิกา. ตสฺสาติ สมุทยสจฺจสฺส. นิโรโธติ นิโรธนิมิตฺตํ. อปฺปนาวาโรติ ยถารทฺธาย เทสนาย นิคมนวาโร.
๒๙๗. เอเสว นโยติ อิมินา ยฺวายํ ‘‘ตํ ปเนต’’นฺติอาทินา อตฺถนโย พุทฺธานุสฺสติยํ วิภาวิโตติ อติทิสติ, สฺวายํ อติเทโส ปโยชนวเสน นวสุปิ อนุสฺสตีสุ สาธารณวเสน วุตฺโตปิ อานาปานสฺสติอาทีสุ ตีสุ วิปสฺสนตฺถาเนว โหนฺตีติ อิมินา อปวาเทน นิวตฺติโตติ ตาสํ เอกปฺปโยชนตาว ทฏฺฐพฺพา. ธมฺเม อนุสฺสติ ธมฺมานุสฺสตีติ สมาสปทวิภาคทสฺสนมฺปิ วจนตฺถทสฺสนปกฺขิกเมวาติ อาห – ‘‘อยํ ปเนตฺถ วจนตฺโถ’’ติ. ธมฺมํ อารพฺภาติ หิ ธมฺมสฺส อนุสฺสติยา วิสยภาวทสฺสนเมตํ. เอส นโย เสเสสุปิ. สีลํ อารพฺภาติ อตฺตโน ปาริสุทฺธิสีลํ อารพฺภ. จาคํ อารพฺภาติ อตฺตโน จาคคุณํ อารพฺภ. เทวตา อารพฺภาติ เอตฺถ เทวตาคุณสทิสตาย อตฺตโน สทฺธาสีลสุตจาคปญฺญาสุ เทวตาสมญฺญา. ภวติ หิ ตํสทิเสปิ ตพฺโพหาโร ยถา ‘‘ตานิ โอสธานิ, เอส พฺรหฺมทตฺโต’’ติ จ. เตนาห – ‘‘เทวตา สกฺขิฏฺฐาเน ฐเปตฺวา’’ติอาทิ. ตตฺถ เทวตา สกฺขิฏฺฐาเน ฐเปตฺวาติ ‘‘ยถารูปาย สทฺธาย สมนฺนาคตา ตา เทวตา อิโต จุตา ตตฺถ อุปปนฺนา, มยฺหมฺปิ ตถารูปา สทฺธา สํวิชฺชติ. ยถารูเปน สีเลน, ยถารูเปน สุเตน, ยถารูเปน จาเคน, ยถารูปาย ปญฺญาย สมนฺนาคตา ตา เทวตา อิโต จุตา ตตฺถ อุปปนฺนา, มยฺหมฺปิ ตถารูปา ปญฺญา สํวิชฺชตี’’ติ เอวํ เทวตา สกฺขิฏฺฐาเน ฐเปตฺวา. อสฺสาสปสฺสาสนิมิตฺตํ นาม ตตฺถ ลทฺธพฺพปฺปฏิภาคนิมิตฺตํ. คตาติ อารมฺมณกรณวเสน อุปคตา ปวตฺตา.
อุปสมฺมติ เอตฺถ ทุกฺขนฺติ อุปสโม, นิพฺพานํ. อจฺจนฺตเมว เอตฺถ อุปสมฺมติ วฏฺฏตฺตยนฺติ อจฺจนฺตูปสโม, นิพฺพานเมว. ขิโณติ เขเปติ กิเลเสติ ขโย, อริยมคฺโค. เต เอว อุปสเมตีติ อุปสโม, อริยมคฺโค เอว. ขโย จ โส อุปสโม จาติ ขยูปสโม. ตตฺรจายํ อุปสโม ธมฺโม เอวาติ ธมฺมานุสฺสติยา อุปสมานุสฺสติ เอกสงฺคโหติ? สจฺจํ เอกสงฺคโห ธมฺมภาวสามญฺเญ อธิปฺเปเต, สงฺขตธมฺมโต ปน อสงฺขตธมฺโม สาติสโย อุฬารตมปณีตตมภาวโตติ ทีเปตุํ วิสุํ นีหริตฺวา วุตฺตํ. อิมเมว หิ วิเสสํ สนฺธาย ภควา – ‘‘ธมฺมานุสฺสตี’’ติ วตฺวาปิ อุปสมานุสฺสตึ อโวจ อนุสฺสรนฺตสฺส สวิเสสํ สนฺตปณีตภาเวน อุปฏฺฐานโต. เอวญฺจ กตฺวา อิธ ขยูปสมคฺคหณมฺปิ สมตฺถิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ยเถว หิ สมาเนปิ โลกุตฺตรธมฺมภาเว ‘‘ยาวตา, ภิกฺขเว, ธมฺมา สงฺขตา วา อสงฺขตา วา, วิราโค เตสํ อคฺคมกฺขายตี’’ติอาทิวจนโต (อิติวุ. ๙๐) มคฺคผลธมฺเมหิ นิพฺพานธมฺโม สาติสโย, เอวํ ผลธมฺมโต มคฺคธมฺโม กิเลสปฺปหาเนน อจฺฉริยธมฺมภาวโต, ตสฺมา อจฺจนฺตูปสเมน สทฺธึ ขยูปสโมปิ คหิโตติ ทฏฺฐพฺพํ. วิปสฺสนตฺถาเนว โหนฺตีติ กสฺมา วุตฺตนฺติ? ‘‘เอกนฺตนิพฺพิทายาติอาทิวจนโต’’ติ เกจิ, ตํ อการณํ พุทฺธานุสฺสติอาทีสุปิ ตถา เทสนาย อาคตตฺตา. ยถา ปน พุทฺธานุสฺสติอาทีนิ กมฺมฏฺฐานานิ วิปสฺสนตฺถานิ โหนฺติ, นิมิตฺตสมฺปหํสนตฺถานิปิ โหนฺติ, น เอวเมตานิ, เอตานิ ปน วิปสฺสนตฺถาเนวาติ ตถา วุตฺตํ.
ปฐมวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.