๘. อฏฺฐโม ปริจฺเฉโท

ปกิณฺณกนิทฺเทสวณฺณนา

๔๗๕. อิทานิ ปน สพฺเพสํ, เอเตสํ มานสํ มยา;

ปาฏวตฺถาย ภิกฺขูนํ, กถียติ ปกิณฺณกํ.

อิทานิ ปน กาเล เอเตสํ ติเหตุกทฺวิเหตุกอเหตุกานํ สพฺเพสํ ปุคฺคลานํ ปกิณฺณกํ มานสํ ภิกฺขูนํปาฏวตฺถาย ภิกฺขูนํ เฉกภาวตฺถาย มยา กถียเต อุจฺจเต.

๔๗๖-๘๕. ปนฺถมกฺกฏโก อุณฺณนาภิ ปนฺถมกฺกฏโก นาม ปญฺจสุ ทิสาสุ ตสฺส สุตฺตํ ปสาเรตฺวา ชาลมชฺเฌ นิปชฺชติ. ปฐมาย ทิสาเยตฺถ เอตฺถ เอตาสุ ทิสาสุ ปฐมาย ทิสาย ปสาริเต สุตฺเต ปาณเกน ปฏงฺเคน วา มกฺขิกาย วา ฆฏฺฏิเต สติ สา อุณฺณนาภิ กิญฺจิ จลิตฺวา ผนฺทนํ กตฺวา นิปนฺนฏฺฐานโต สุตฺตานุสาเรน สุตฺตํ อนุสาเรตฺวา ตสฺส ปาณกสฺส ยูสํ ยูสสงฺขาตํ โสณิตํ ปิวติ. ปุนาคนฺตฺวา ตตฺเถว ตสฺมึ ชาลมชฺเฌเยว ยถาสุขํ นิปชฺชติ, ยถา ปฐมาย ทิสาย จลนาทิกํ กิริยํ กโรติ, เอวเมว ทุติยาทีสุ จตูสุ ทิสาสุ จลนาทิกํ กิริยํ กโรติ, เอวํ ปญฺจสุ ทิสาสุ สุตฺตํ วิย ปญฺจ ปสาทา ปณฺฑิเตน ทฏฺฐพฺพา, มชฺเฌ มกฺกฏโก วิย จ จิตฺตํ ปน ปณฺฑิเตน ทฏฺฐพฺพํ. ปาณกาทีหิ ขุทฺทกติรจฺฉาเนหิ ตสฺส สงฺฆฏฺฏนา วิย อารมฺมเณ ปน ปสาทานํ สงฺฆฏฺฏนา ปณฺฑิเตน ทฏฺฐพฺพา. ชาลมชฺเฌ นิปนฺนาย อุณฺณนาภิยา ตํ จลนํ วิย ปสาเท ฆฏฺเฏตีติ ปสาทฆฏฺฏนํ, กึ ตํ? อารมฺมณํ. ตตฺถ ติสฺสํ วีถิยํ ปสาทฆฏฺฏนํ อารมฺมณํ คเหตฺวา มโนธาตุกิริยาจิตฺตํ ภวงฺคํ อาวฏฺเฏตีติ ภวงฺคาวฏฺฏนํ มตํ ภควตา. ตสฺส ปนฺถมกฺกฏกสฺส สุตฺตานุสารํว สุตฺตํ อนุคมนํ วิย วีถิจิตฺตปฺปวตฺตนํ ปณฺฑิเตน ทฏฺฐพฺพํ. สีเส ปน วิชฺฌิตฺวา อสฺส มกฺกฏสฺส ยูสปานํ วิย ชวนสฺส จิตฺตสฺส อารมฺมเณสุ ปวตฺตนํ ปณฺฑิเตน ทฏฺฐพฺพํ. ปุน อาคนฺตฺวา สุตฺตชาลมชฺเฌ นิปชฺชนํ ยถา วตฺถุํเยว หทยวตฺถุํ เอว นิสฺสาย จิตฺตสฺส ปริวตฺตนํ ปณฺฑิเตน ทฏฺฐพฺพํ.

๔๘๖-๙๓. อิทํ ตุ ปน โอปมฺมํ, อตฺถํ ทีเปติ กึ ตุ หิ อิทํ โอปมฺมํ กํ อตฺถํ ทีเปติ ปกาเสติ? ปฐมํ ปสาเท อารมฺมเณน ฆฏฺฏิเต สติ ปสาทวตฺถุโต ปสาโท วตฺถุ นิสฺสโย เอตสฺสาติ ปสาทวตฺถุ, จิตฺตํ, ตโต ปสาทวตฺถุโต, ปฐมํ เอว วตฺถุสนฺนิสฺสิตํ ภวงฺคสงฺขาตํ มโน ชายติ, อิติปิ อตฺโถ เตน โอปมฺเมน ทีปิโต. เอเกการมฺมณํ ทฺวีสุ ทฺวีสุ ทฺวาเรสุ สพฺพโส สพฺพปฺปกาเรน ปน อาปาถํ อาคจฺฉติ, อยมตฺโถปิ เตน โอปมฺเมน ทีปิโต ‘‘ทฺวีสุ ทฺวีสุ ทฺวาเรสู’’ติ, เอกํ รูปารมฺมณํ เอกสฺมึเยว ขเณ จกฺขุทฺวาเร, มโนทฺวาเร จาติ ทฺวีสุ ทฺวาเรสุ อาปาถํ อาคจฺฉตีติ อตฺโถ. โสตทฺวาราทีสุปิ เอเสว นโย เญยฺโย. รูปํ จกฺขุปสาทมฺหิ ฆฏฺเฏตฺวา ตงฺขเณ ปน ตสฺส ขเณ ปน ตถา มโนทฺวาเร ปน อาปาถํ อาคจฺฉติ, ภวงฺคจลนสฺส ปจฺจโย โหตีติ อตฺโถ. น สํสโย เอตสฺมึ วจเน สํสโย นตฺถิ. ยถา ขโค ยถา สกุโณ. หิ สจฺจํ มยา วุตฺตํ วจนํ. รุกฺขคฺเค รุกฺขโกฏิยํ นิลียนฺโตว สาขิโน สาขํ ฆฏฺเฏติ, ตสฺส ฉายา ภูมิยํ ปถวิยํ ผรติ ปฏิหญฺญติ. อิธาติ นิปาโต. สาขาย สกุเณน ฆฏฺฏนํ ภูมิยํ ฉายาผรณาปิ จ อปุพฺพํ อจริมํ เอกกฺขณสฺมึเยว ชายเร ชายนฺติ. เอวเมว ปน รูปสฺส, ปสาทสฺส จ ฆฏฺฏนํ, ตเถว อตฺถโต อตฺถวเสน ภวงฺคจลนสฺสาปิ ปจฺจยตฺเตน ปจฺจยภาเวน มโนทฺวาเร อาปาถํ อาคมนํ อปุพฺพํ อจริมํ เอกกฺขเณเยว โหติ.

๔๙๔-๗. ตโต ปรํ ภวงฺคโสตํ ฉินฺทิตฺวา จกฺขุทฺวาเร จกฺขุปสาเท ยถากฺกมํ อาวชฺชเน สมุปฺปนฺเน, ทสฺสเน สมุปฺปนฺเน, สมฺปฏิจฺฉเน สมุปฺปนฺเน, สนฺตีรเณ สมุปฺปนฺเน, ตถา โวฏฺฐพฺพเน จ สมุปฺปนฺเน กุสลํ ชวนจิตฺตํ ชวติ, ตถา อกุสลเมว จิตฺตํ ชวติ. โสตทฺวาราทีสุปิ สทฺทาทีนํ อารมฺมณานํ ฆฏฺฏเน เอเสว นโย อวิเสเสน วิญฺญุนา วิญฺเญยฺโย. เอตสฺส อตฺถสฺส ทีปเน โทวาริโกปมาทีนิ วจนานิ อุทฺธริตฺวา ตโต ปกรณโต นีหริตฺวา เอตฺถ เอตสฺมึ วีถิยาธิกาเร วิญฺญุนา ทสฺเสตพฺพานิ.

๔๙๘-๙. อสมฺเภเทน จกฺขุสฺสาติ ตสฺสาปิ จกฺขุ อสมฺภินฺนํ โหติ. ชีวิตา นิรุทฺธมฺปิ ปิตฺเตน วา เสเมฺหน วา รุหิเรน วา ปลิพุทฺธํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส ปจฺจโย ภวิตุํ อสกฺโกนฺตํ สมฺภินฺนํ นาม, สกฺโกนฺตํ อสมฺภินฺนํ นาม โหติ. เตน จกฺขุปสาทสฺส อสมฺภินฺเนน รูปาปาถคมเนน อาโลกสนฺนิสฺสเยนาปิ. เตน ติวิเธน ปจฺจเยน สมนกฺการเหตุนา ปญฺจทฺวาราวชฺชนปจฺจเยน สห ปวตฺตเนน. เอเตหิ ปน จตูหิ ปจฺจเยหิ สํ เอกโต อินฺติ ปวตฺตนฺตีติ สเมตา, สเมเตหิ สหคเตหิ สมาคมํ เอกีภาวํ อาคเตหิ, ตํ จกฺขุวิญฺญาณํ จกฺขุปสาทนิสฺสิตํ วิญฺญาณํ สมฺปยุตฺเตหิ เจตสิเกหิ สห ชายเต.

๕๐๐-๑. อสมฺเภเทน โสตสฺส โสตปสาทสฺส อสมฺภินฺเนน สทฺทาปาถคเมน จ สทฺทสฺส อาปาถคมเนน จ. อากาสนิสฺสเยนาปิ ปิหิตกณฺณจฺฉิทฺทสฺส โสตวิญฺญาณํ นุปฺปชฺชติ. เตน ติวิเธน ปจฺจเยน. สมนกฺการเหตุนา ปญฺจทฺวาราวชฺชนปจฺจเยน สห ปวตฺเตน. เอเตหิ ปน จตูหิ ปจฺจเยหิ สเมเตหิ สหคเตหิ สมาคมํ เอกีภาวํ อาคเตหิ ตํ โสตวิญฺญาณํ สมฺปยุตฺเตหิ สห ชายติ.

๕๐๒-๓. อสมฺเภเทน ฆานสฺส ฆานปสาทสฺส อสมฺภินฺเนน คนฺธาปาถคเมน จ คนฺธสฺส อาปาถคมเนน จ. วาโยสนฺนิสฺสเยนาปีติ ฆานพิลมฺหิ ปวิสนฺเตน วายุนาติ อตฺโถ. เตน ติวิเธน ปจฺจเยน. สมนกฺการเหตุนา ปญฺจทฺวาราวชฺชนปจฺจเยน สห ปวตฺเตน. เอเตหิ ปน จตูหิ ปจฺจเยหิ สเมเตหิ สหคเตหิ สมาคมํ เอกีภาวํ อาคเตหิ ตํ ฆานวิญฺญาณํ สมฺปยุตฺเตหิ สห ชายติ.

๕๐๔-๕. อสมฺเภเทน ชิวฺหาย ชิวฺหาย อสมฺภินฺเนน รสาปาถคเมน จ รสสฺส อาปาถคมเนน จ. อาโปสนฺนิสฺสเยนาปีติ ชิวฺหาเตมนํ อาปํ ลทฺธา จ อุปฺปชฺชติ, เตน วินา สุกฺขขาทนีเย ชิวฺหาย สายิเตปิ ชิวฺหาวิญฺญาณํ นุปฺปชฺชตีติ อตฺโถ. เตน ติวิเธน ปจฺจเยน. สมนกฺการเหตุนา ปญฺจทฺวาราวชฺชนปจฺจเยน สห ปวตฺเตน. เอเตหิ ปน จตูหิ ปจฺจเยหิ สเมเตหิ สหคเตหิ สมาคมํ เอกีภาวํ อาคเตหิ ตํ ชิวฺหาวิญฺญาณํ สมฺปยุตฺเตหิ สห ชายติ.

๕๐๖-๗. กายปสาทสฺส อสมฺเภเทน โผฏฺฐพฺพสฺส อาปาถคมเนน จ. ปถวีนิสฺสเยนาปีติ เตน วินา กายทฺวารมฺปีติ พหิทฺธา มหาภูตารมฺมณํ อชฺฌตฺติกํ กายปสาทํ ฆฏฺเฏตฺวา ปสาทปจฺจเยสุ มหาภูเตสุ ปฏิหญฺญติ. เตน ติวิเธน ปจฺจเยน. สมนกฺการเหตุนา ปญฺจทฺวาราวชฺชนปจฺจเยน สห ปวตฺเตน. เอเตหิ ปน จตูหิ ปจฺจเยหิ สเมเตหิ สหคเตหิ สมาคมํ เอกีภาวํ อาคเตหิ ตํ กายวิญฺญาณํ สมฺปยุตฺเตหิ สห ชายติ.

๕๐๘-๙. อสมฺเภทา มนสฺสาปีติ มนนฺติ ภวงฺคจิตฺตํ. ตํ นิรุทฺธมฺปิ อาวชฺชนจิตฺตสฺส ปจฺจโย ภวิตุํ อสมตฺถํ มนฺทตมคตเมว วตฺตมานมฺปิ สมฺภินฺนํ นาม โหติ. อาวชฺชนสฺส ปจฺจโย ภวิตุํ สมตฺถํ อสมฺภินฺนํ นาม. มนสฺส อสมฺเภเทน ธมฺมสฺส อาปาถคมเนน จ วตฺถุสนฺนิสฺสเยน หทยวตฺถุสนฺนิสฺสเยน. เตน ติวิเธน ปจฺจเยน. สมนกฺการเหตุนา มโนทฺวาราวชฺชเนน สห ปวตฺเตน. เอเตหิ ปน จตูหิ ปจฺจเยหิ สเมเตหิ สหคเตหิ สมาคมํ เอกีภาวํ อาคเตหิ ตํ มโนวิญฺญาณํ ตํ มโนวิญฺญาณสงฺขาตํ ชวนจิตฺตํ สมฺปยุตฺเตหิ สห ชายเต.

๕๑๐-๑๑. มโน ภวงฺคจิตฺตํ นาม วิภาวินา เวทิตพฺพํ. อาวชฺชนกฺริยาจิตฺตํ อาวชฺชนกิริยาจิตฺตทฺวยํ สมนกฺกาโร นาม วิภาวินา สญฺญิตํ. วตฺถุสนฺนิสฺสเยน อิติ อยํ ปาโฐ สพฺพตฺถ สพฺเพสุ ภเวสุ น คจฺฉติ. ปญฺจหิ ขนฺเธหิ โวกาโร โวกิณฺโณติ ปญฺจโวกาโร, ปญฺจโวการภวํ สนฺธาย การณํ กตฺวา ‘‘วตฺถุสนฺนิสฺสเยนา’’ติ อยํ ปาโฐ ปน กถิโต มยา, ปญฺจโวการภโว นาม กามรูปภโว, อรูปภโว จตุโวการภโว นาม, อสญฺญีภโว เอกโวการภโว นาม. อยํ ปาโฐ จตุโวการอรูปภวํ สนฺธาย น กถิโตติ อตฺโถ. วตฺถุสฺส รูปตฺตา อรูปภเว กถํ วตฺถุสนฺนิสฺสโย ภเวยฺยาติ อตฺโถ.

๕๑๒-๔. ปฏิสนฺธาทิจิตฺตานิ, สพฺพาเนกูนวีสติ โหนฺติ, กามาวจเรสุ ทส, รูเปสุ ปญฺจ, อรูปีสุ จตฺตาริ, สพฺพานิ ปฏิสนฺธิจิตฺตานิ เอกูนวีสติ โหนฺติ. กมฺมํ นาม กุสลากุสลเจตนา. กมฺมนิมิตฺตํ นาม รูปานิ ปญฺจารมฺมณานิ ปญฺญตฺติ จ มหคฺคตจิตฺตญฺจ. ตถา คตินิมิตฺตกํ นาม กปฺปรุกฺขาทโย, อกุสลปกฺเข รูปาทิอารมฺมณภูตา โลหกุมฺภาทโย จ. อิติ เอวํ อิมินา มยา วุตฺตปฺปกาเรน เตสํ ปฏิสนฺธาทิจิตฺตานํ อารมฺมณํ ติวิธํ ภควตา อุทีริตํ. กามาวจรสนฺธีนํ ปริตฺตารมฺมณํ กามาวจรารมฺมณํ ภควตา มตํ. ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปาทิปญฺจารมฺมณํ, คตินิมิตฺตํ ปญฺจารมฺมณญฺจ ปจฺจุปฺปนฺนญฺจ โหติ. อตีตํ วา กมฺมํ กุสลากุสลเจตนา อตีตาเยว, น ปจฺจุปฺปนฺนา. อนาคตํ อารมฺมณํ นตฺถิ.

๕๑๕-๒๖. อฏฺเฐว จ มหาวิปากา, ตีณิ สนฺตีรณานิ จาติ เอกาทสวิธํ จิตฺตํ ตทารมฺมณสญฺญิตํ. เอกาทสวิเธ จิตฺเต ตทารมฺมณสญฺญิเต ปุญฺญวิปากานิ กุสลวิปากา ทส โหนฺติ, อปุญฺญชํ อกุสลวิปากํ ปน เอกํ โหติ. มหาวิปากา รูปารูปภวทฺวเย น ชายนฺติ, กามรูปภเว สนฺตีรณตฺตยํ โหติ. ยานิ ตทารมฺมณจิตฺตานิ สตฺถุนา ชิเนน วุตฺตานิ, เตสุ ตทารมฺมณจิตฺเตสุ เอกมฺปิ ตทารมฺมณจิตฺตํ รูปารูปภวทฺวเย ตทารมฺมณํ หุตฺวา กทาจิปิ นปฺปวตฺตติ. กสฺมา การณา? ตตฺถ ตสฺมึ รูปารูปภวทฺวเย ‘‘ตทารมฺมณํ น โหตี’’ติ วจนํ โจทโก ภเวยฺย, พีชสฺสาภาวโต ปน น โหตีติ ปริหาโร. อกามาวจรารมฺมเณ อกามาวจรธมฺเม อิทํ ตทารมฺมณมานสํ เนว อนุพนฺธติ. หิ กสฺมา การณา? ปริตฺตารมฺมณตฺตา จ เอกนฺเตน อวสฺสํ ตทารมฺมณมานสสฺส กามาวจรารมฺมณตฺตา จ ตถา อปริจิตตฺตา จ สพฺพทา นานุพนฺธติ. ตญฺหิ ยถา ปิตรํ วา ปิตุสทิสํ วา ญาตึ อนุพนฺธนฺโตปิ ตรุณทารโก ฆรทฺวารนฺตรวีถิจตุกฺกาทิมฺหิ ปริจิเตเยว เทเส อนุพนฺธติ, น อรญฺญํ วา ยุทฺธภูมึ วา คจฺฉติ, เอวํ กามาวจเร ธมฺเม อนุพนฺธนฺตมฺปิ มหคฺคตโลกุตฺตรธมฺมมารพฺภ ปวตฺตมาเน ธมฺเม นานุพนฺธติ. ยสฺมา จสฺส สพฺโพ กามาวจรปาโก จ กิริยามโนธาตุ กิริยาอเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุ โสมนสฺสสหคตา อิเม ธมฺมา ปริตฺตารมฺมณาติ เอวํ อจฺจนฺตํ ปริตฺตเมว อารมฺมณํ วุตฺตํ, ตสฺมา เจตํ มหคฺคตโลกุตฺตรารมฺมเณ กามาวจรธมฺเมปิ นานุพนฺธตีติ เวทิตพฺพํ.

๕๒๗-๓๒. กึ เตน ยุตฺติวาเทน, วุตฺตํ อฏฺฐกถาสุ หิ ‘‘ชนกํ เตน ตุลฺย’’นฺติอาทิเกน เตน, ยุตฺติยา วาโท ยุตฺติวาโท, ‘‘ชนกํ เตน ตุลฺย’’นฺติอาทิกาย ยุตฺติกถาย กึ ปโยชนํ วุตฺตํ? อฏฺฐกถาสุ หิ สจฺจํ ‘‘กึ เตน ยุตฺติวาเทนา’’ติ วจนํ, ‘‘อตฺถกถาสู’’ติ วตฺตพฺเพ สมาเส หิ ตฺถ-สฺส ฏฺฐ-การํ กตฺวา ‘‘อฏฺฐกถาสู’’ติ วุตฺตํ. กามาวจเร ธมฺเม ปฏิจฺจ ตทารมฺมณภาวทีปกํ วจนํ อาจริเยน วุตฺตํ. ตทารมฺมณจิตฺตานิ, เอกาทสปิ สพฺพโส สพฺพปฺปกาเรนปิ ตทารมฺมณจิตฺตานิ นามโคตฺตํ ปนารพฺภ ติสฺสาทิกํ นามปญฺญตฺตึ ปฏิจฺจ กจฺจายนโคตฺตกสฺสปโคตฺตาทิกํ โคตฺตปญฺญตฺตึ ปฏิจฺจ ชวเน ชวิเตปิ จ ตทารมฺมณํ น คณฺหนฺติ, รูปารูปภเวสุ วา ตทารมฺมณํ น คณฺหนฺติ. ยทา ปญฺญตฺติมารพฺภ, ชวเน ชวิเตปิ วา ยทา มยา วุตฺตาย ปญฺญตฺติยา เสสปญฺญตฺตึ ปฏิจฺจ ชวเน ชวิเตปิ วา ตทารมฺมณํ น ลพฺภเต อาจริเยน, ตถา ทุกฺขอนิจฺจอนตฺตลกฺขณารมฺมณิกาย วิปสฺสนาย ตทารมฺมณํ น ลพฺภเต อาจริเยน. ตทารมฺมณา น ลพฺภนฺติ, มิจฺฉตฺตนิยเตสุปิ มิจฺฉตฺเต มิจฺฉาสภาเว ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺตฺยาทิวเสน นิยตานิ จตฺตาริ ทิฏฺฐิยุตฺตชวนานิ มิจฺฉตฺตนิยตานิ, มิจฺฉตฺตนิยเตสุปิ ตทารมฺมณํ น ลพฺภเต อาจริเยน, โลกุตฺตรธมฺเม อารพฺภ ชวเน คเตปิ ตทารมฺมณํ น ลพฺภเต อาจริเยน. ตถา มหคฺคเต ธมฺเม อารพฺภ ชวเน ชวิเตปิ ตทารมฺมณํ น ลพฺภเต อาจริเยน, ปฏิสมฺภิทาญาณํ อารพฺภ ชวเน ชวิเตปิ ตทารมฺมณํ น ลพฺภเต อาจริเยน. มโนทฺวาเรปิ สพฺเพสํ ชวนานํ อนนฺตรํ อนุปุพฺพโต ตทารมฺมณจิตฺตานิ ภวนฺติ.

๕๓๓-๔. มโนทฺวาเร อารมฺมณฆฏฺฏนา น วิชฺชติ. ภวงฺคโต เจตโส วีถิจิตฺตสฺส วุฏฺฐานํ กถํ เกน ปกาเรน โหติ? มโนทฺวาเรปิ ฆฏฺฏนาย วินา ฆฏฺฏนํ วชฺเชตฺวา อาปาถํ อาคจฺฉนฺเตว ยสฺมา การณา, ตสฺมา วีถิจิตฺตานํ สมฺภโว โหติ.

๕๓๕-๖. ทฺวาทสาปุญฺญจิตฺตานํ ทฺวาทสอกุสลจิตฺตานํ วิปากา สตฺตสตฺตติ ปาปปากา ทฺวาทสปาปจิตฺตานํ วิปากา จตุราสีติ ปวตฺติยํ โหนฺติ. เอกสฺส โสมนสฺสยุตฺตทิฏฺฐิสมฺปยุตฺตากุสลสฺส จกฺขุโสตฆานชิวฺหากายวิญฺญาณานิ, สมฺปฏิจฺฉนํ, อุเปกฺขายุตฺตสนฺตีรณานิ จาติ สตฺต อกุสลปากา โหนฺติ. ตถา เสสานํ เอกาทสนฺนํ อกุสลานมฺปิ สตฺต วิปากา โหนฺติ. เอกาทสวิธานํ ตุ, หิตฺวา อุทฺธจฺจมานสํ อุทฺธจฺจมานสํ หิตฺวา เอกาทสวิธานํ ปฏิสนฺธิโย เอกาทสวิธา เจว ภวนฺติ.

๕๓๗-๘. กฺริยจิตฺเตสุ สพฺเพสุ ยํ อาวชฺชนทฺวยํ ชวนํ น จ โหติ, ตํ อาวชฺชนทฺวยํ กรณมตฺตตฺตา กิริยามตฺตตฺตา วาตปุปฺผสมํ วาตปุปฺเผน สทิสํ มตํ ภควตา. อยเมตฺถาธิปฺปาโย – ขีณาสเว อุปฺปนฺนกาเล วา ตํ อาวชฺชนทฺวยํ กิริยจิตฺตํ ภวิตุํ ยุตฺตํ. สพฺเพสุ ปุถุชฺชเนสุ อุปฺปนฺนกาเล กถํ กิริยา โหตีติ เจ? กรณมตฺตตฺตา อผลทายกํ วาตปุปฺผํ วิย อผลทายกํ กิริยจิตฺตํ ภวิตุํ ยุตฺติหาโร กิริยา ปน โหติ. ยํ สพฺพํ กิริยจิตฺตํ กิจฺจสาธนโต ชวนกิจฺจสาธนวเสน ชวนตฺตํ ชวนภาวํ ปตฺตํ ฉินฺนมูลสฺส รุกฺขสฺส ปุปฺผํ อผลํ โหติ ยถา, เอวํ ฉินฺนาวิชฺชาตณฺหามูลสฺส วีตราคสฺส ตํ สพฺพํ กิริยจิตฺตํ อผลํ วิปากวิรหิตํ สิยา ภเวยฺย.

๕๓๙-๔๐. ปฏิจฺจ ปน เอตสฺมา, ผลเมตีติ ปจฺจโย เอกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เอตสฺมา ธมฺมโต ผลํ เอติ ปวตฺตติ ตสฺมา ปจฺจโย, โย ธมฺโม ยสฺส ธมฺมสฺส ฐิติยา อุปฺปตฺติยาปิ อุปกาโร นาม โหติ, โส ธมฺโม ตสฺส ธมฺมสฺส ปจฺจโยติ ปจฺจโย นาม ปณฺฑิเตน ปวุจฺจเต. สมฺภโว ปภโว เหตุ การณํ ปจฺจโย มโต ภควตา. อิทํ วจนํ อญฺญตฺถ ทีปนวจนํ.

๕๔๑. โลภาทิ ปน โย ธมฺโม, มูลฏฺเฐนุปการโก โย โลภาทิ ปน ธมฺโม มูลภาเวน ผลธมฺมสฺส อุปการโก, โส โลภาทิธมฺโม ผลธมฺมสฺส เหตูติ เหตุ นาม วิภาวินา วิญฺญาตพฺโพ.

๕๔๒. โลโภ โทโส จ โมโห จ ตถา อโลภาทโย ตโย เหตู, เต ฉ เอว เหตุโย โหนฺติ, ชาติโต ชาติวเสน กุสลชาติอกุสลชาติอพฺยากตชาติวเสน นวธา นวหิ โกฏฺฐาเสหิ สิยุํ.

๕๔๓-๔. ธมฺมานํ กุสลาทีนํ, กุสลาทิตฺตสาธโก โย ธมฺโม กุสลาทีนํ ธมฺมานํ กุสลาทิตฺตสาธโก กุสลาทิภาวสาธโก, โส ธมฺโม มูลฏฺโฐ นาม. เอวํ วจนํ เอเก เอกจฺเจ อาจริยา วทนฺติ. เอวํ สนฺเต กุสลากุสลาทีนํ ธมฺมานํ กุสลาทิตฺตสาธกวเสน มูลฏฺเฐ สนฺเต ตํสมุฏฺฐานรูปีสุ เตหิ จิตฺเตหิ สมุฏฺฐานรูเปสุ เตหิ จิตฺเตหิ สมุฏฺฐิเตสุ จิตฺตชรูเปสุ เหตูนํ โลภาทิเหตูนํ เหตุปจฺจยตา กทาจิปิ เนว สมฺปชฺชติ. อยเมตฺถาธิปฺปาโย – ยทิ จิตฺเตสุ รูปานิ สมุฏฺฐาเปนฺเตสุ เต โลภาทโยปิ จิตฺตานํ สมฺปยุตฺตจิตฺตานํ เอกุปฺปาทตฺตา จ รูปานิ สมุฏฺฐาเปนฺติเยว. ตทา เตสํ มเต เตสํ จิตฺตชรูปานํ กุสลาทิตฺตํ สิยา. น จ กทาจิ รูปานิ กุสลาทินามกานิ ทิสฺสนฺติ ยสฺมา, ตสฺมา จิตฺตชรูปานํ กุสลาทิภาวญาปนตฺถํ เตสํ จิตฺตชรูปานํ เต โลภาทโย เหตุปจฺจยา น โหนฺติ, อิติ วจนํ วตฺตพฺพํ สิยา. เอวญฺจ สติ จิตฺตชรูปานิ นาม กทาจิปิ วิยุตฺตานิ จรนฺติ, ตสฺมา กุสลาทิตฺตสาธโก มูลฏฺโฐ น โหติ.

๕๔๕-๖. หิ สจฺจํ ‘‘เอวํ สนฺเต ตุ เหตูน’’นฺติอาทิกํ วจนํ. เต โลภาทโย เหตู เตสํ รูปานํ กุสลาทิตํ กุสลาทิภาวํ น สาเธนฺติ น นิปฺผาเทนฺติ. เต เหตู เตสํ ปน รูปานํ ปจฺจยา น จ น โหนฺติเยว, ตสฺมา การณา กุสลาทีนํ ธมฺมานํ กุสลาทิตฺตสาธโก โย ธมฺโม, โส ธมฺโม มูลฏฺโฐติ มูลสภาโว นาม สมยญฺญุนา สมยวิชานนสีเลน วิญฺญุนา คนฺตพฺโพ ชานิตพฺโพ.

๕๔๗. สุปฺปติฏฺฐิตภาวสฺส, สาธเนนุปการโก สุปฺปติฏฺฐิตภาวํ สาธเนน อุปการโก โย อตฺโถ, โส อตฺโถ เหตูนํ โลภาทีนํ มูลฏฺโฐ มูลสภาโว อิติ จ คหณํ วิภาวินา วิญฺญาตพฺพํ.

๕๔๘-๙. กุสลากุสลา เหตู กุสลา เหตู, อกุสลา เหตู, กฺริยาเหตู สพฺพโส สพฺพปฺปกาเรน สพฺเพ กิริยาเหตุโย จ สมฺปยุตฺตานํ ปญฺจโวการภูมิยํ สมฺปยุตฺตานํ ธมฺมานํ อญฺญมญฺญปจฺจยภาเวน เหตุปจฺจยตํ ยาตา คตา. ตํสมุฏฺฐานานํ จิตฺตชรูปานญฺจ เหตุปจฺจยตํ ยาตา คตา, เอเต เหตู จตุโวการภูมิยํ สมฺปยุตฺตานํ เอว ธมฺมานํ เหตุปจฺจยตํ ยาตา คตา.

๕๕๐-๑. กาเม วิปากเหตูปิ อตฺตนา สมฺปยุตฺตานํ เหตุปจฺจยตํ ยาตา, ปฏิสนฺธิกฺขเณปิ กฏตฺตารูปชาตานํ กมฺมชรูปานํ เหตุปจฺจยตํ ยาตา, ตสฺมา ปฏิสนฺธิจิตฺตุปฺปาทกฺขเณเยว กมฺมชรูปานํ อุปฺปาโท โหติ, ยสฺมา การณา ปวตฺติยํ จิตฺตชานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจยตํ คตา.

๕๕๒-๕. รูเป วิปากเหตู กามาวจรภูมิยํ เหตุโย วิย เหตุปจฺจยา โหนฺติ, ปญฺจโวกาเร โลกุตฺตรวิปากเหตโว จิตฺตชานํ รูปานญฺจ สมฺปยุตฺตานญฺจ ปญฺจโวการภูมิยํ เหตุปจฺจยา โหนฺติ. จตุโวกาเร โลกุตฺตรวิปากชา เหตโว สมฺปยุตฺตานํ เอว จตุโวการภูมิยํ เหตุปจฺจยา ภวนฺติ. อิตเร จตุโวกาเร อรูปภเว วิปากชา เหตโว สมฺปยุตฺตานํ เอว สภูมิยํ อตฺตโน ภูมิยํ อรูปภูมิยํ เหตุปจฺจยา โหนฺติ. เหตุตฺโถ เหตูนํ อตฺโถ เหตุโย เจว เหตุปจฺจโย เจว เหตุปจฺจยสมฺภโว เหตุปจฺจยุปฺปตฺติ, เอวเมว เอวํ อิมินา ปกาเรน. สญฺชาโต สุขเหตุ ยสฺสาติ สญฺชาตสุขเหตุ, เตน วิญฺเญยฺโย.

๕๕๖-๘. ฉนฺโท จิตฺตญฺจ วีริยํ วีมํสา จาติ จตุธาธิปตี โลกาธิปตินา สตฺถุนา วุตฺตา. ฉนฺทํ เชฏฺฐกํ กตฺวา จิตฺตสฺส อุปฺปตฺติกาลสฺมึ โย ฉนฺโท, โส ฉนฺทาธิปติ นาม, ฉนฺทํ ธุรํ กตฺวา สมาธิกรณจิตฺตสฺส เอเสว นโย เสเสสุปิ จ ตีสุ มยา วุตฺตโต ฉนฺทาธิปติโต เสเสสุปิ จ อธิปตีสุ. โย ธมฺโม เชฏฺฐฏฺเฐน อุปการโก, โส ธมฺโม อธิปตีติ อธิปติ นาม ภควตา นิทฺทิฏฺโฐ.

๕๕๙. สุมติมติวิโพธนํ วิจิตฺตํ,

กุมติมตินฺธนปาวกํ ปธานํ;

อิมมติมธุรํ อเวทิ โย โย,

ชินวจนํ สกลํ อเวทิ โส โส.

โย โย ชโน อิมํ อภิธมฺมาวตารํ สุมติมติวิโพธนํ สุมตีนํ สุนฺทรมตีนํ ปณฺฑิตานํ มติยา วิโพธนกรํ วิจิตฺตํ กุมตีนํ กุจฺฉิตมตีนํ พาลานํ มติอินฺธเน ปธานํ ปาวกํ อติมธุรกรํ อเวทิ ชานิ, โส โส ชโน สกลํ ชินวจนํ อเวทิ ชานิ.

อิติ อภิธมฺมาวตารฏีกาย

ปกิณฺณกนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อฏฺฐโม ปริจฺเฉโท.