๒๒. พาวีสติโม ปริจฺเฉโท

ญาณทสฺสนวิสุทฺธินิทฺเทสวณฺณนา

๑๓๑๙-๒๑. อิทานิ ญาณทสฺสนวิสุทฺธิยา นิทฺเทเส อนุปฺปตฺเต สา ยสฺส ญาณสฺส อนนฺตรํ อุปฺปชฺชติ, ตํ ตาว ทสฺเสนฺโต ‘‘อิโต ปร’’นฺติอาทิมาห. อิโต ปรนฺติ อิโต อนุโลมญาณโต อุปริ. อาวชฺชนิยฐานตฺตาติ อาวชฺชนกิจฺจํ กโรนฺตํ กิริยมโนธาตุ วิย มคฺคสฺส อาวชฺชนฏฺฐาเน ฐิตตฺตา อพฺโพหาริกเมว อุภยวิสุทฺธิลกฺขณาภาวโต. กิญฺจาปิ เอวํ, ตถาปิ วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนาย ปริโยสานตฺตา วิปสฺสนาปกฺขิยเมวาติ อาห ‘‘วิปสฺสนาย โสตสฺมึ, ปติตตฺตา วิปสฺสนา’’ติ. เอเตนสฺส ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธิภชนํ ทสฺเสติ.

๑๓๒๒. ปุถุชฺชเนสุ ภวํ โปถุชฺชนิกํ, ตเทว โคตฺตํ อริเยหิ อสมฺมิสฺสา ปุถุชฺชนสมญฺญาติ โปถุชฺชนิกโคตฺตํ. เอกวํสชานญฺหิ สมานา สมญฺญา ‘‘โคตฺต’’นฺติ วุจฺจติ, คํ ตายติ พุทฺธึ, อภิธานญฺจ เอกํสิกวิสยตาย รกฺขตีติ กตฺวา. วา-สทฺโท วกฺขมานตฺถวิกปฺปเน. อภิภุยฺย ปวตฺติโต โคตฺรภูติ สมฺพนฺโธ. โคตฺตํ วุจฺจติ นิพฺพานํ ‘‘อริโย’’ติ พุทฺธิยา, อภิธานสฺส จ ตายนโต ปวตฺตนโตติ อธิปฺปาโย. ตโต ภวตีติ ตโต โคตฺตโต อารมฺมณปจฺจยโต ภวติ. อิติ-สทฺโท เจตฺถ เหตุตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เตน ยสฺมา ตโต ภวติ, ตสฺมา โคตฺรภูติ อตฺโถ.

๑๓๒๓-๕. ญาณทสฺสนวิสุทฺธิ เอว ญาณทสฺสนสุทฺธิกํ. ตํ สมฺปาเทตุํ ปนิจฺฉตา เตน ภิกฺขุนา ยํ อญฺญํ กิญฺจิปิ กาตพฺพํ, ตํ นตฺถีติ สมฺพนฺโธ. กสฺมา นตฺถีติ เจ อาห ‘‘ยํ หี’’ติอาทิ. ‘‘กตเมวา’’ติ วุตฺเต ‘‘กถ’’นฺติ อนุโยคสฺส อุปฏฺฐิตตฺตา ‘‘อนุโลมาวสานํ หี’’ติอาทินา ตํ สมตฺเถติ.

๑๓๒๖-๗. เอวํ อุปฺปนฺนอนุโลมญาณสฺส ปนสฺส เอเตหิ ตีหิปิ อนุโลมญาเณหิ อตฺตโน พลานุรูเปน ถูลถูเล สจฺจปฏิจฺฉาทกตมมฺหิ อนฺตรธาปิเต สพฺพสงฺขารคเต จิตฺตํ น ปกฺขนฺทติ, น ลคฺคติ, ปทุมปลาสโต อุทกํ วิย ปติกุฏติ ปติวฏฺฏติ, สพฺพํ นิมิตฺตารมฺมณมฺปิ สพฺพํ ปวตฺตารมฺมณมฺปิ ปลิโพธโต อุปฏฺฐาติ, อถสฺส สพฺพสฺมึ นิมิตฺตปฺปวตฺตารมฺมเณ ปลิโพธโต อุปฏฺฐิเต ทุติยสฺส วา ตติยสฺส วา อนุโลมญาณสฺส อนนฺตรํ โคตฺรภุญาณํ อุปฺปชฺชติ. เตนาห ‘‘ตสฺสา’’ติอาทิ. ปฐมาวชฺชนญฺเจว ปฐมาโภคตาปิ จาติ ปฐมาวชฺชนํ ปฐมาโภคภูตํ. สกตฺเถ หิ อยํ ตา-ปจฺจโยติ. ตตฺถ อาวชฺชนํ จิตฺตสนฺตานสฺส ปริณามนวเสน, อาโภโค อตฺตโน อาภุชนวเสน ทฏฺฐพฺโพ.

๑๓๒๘-๓๓. อนนฺตราทีหีติ อนนฺตรสมนนฺตรอาเสวนอุปนิสฺสยนตฺถิวิคตวเสน ฉหิ ปจฺจเยหิ. มุทฺธนฺติ มุทฺธภูตํ. เอกนฺติกตาย เอกวารเมว จ อุปฺปชฺชนโต ปุนราวตฺตาภาเวน ปน อนาวตฺตํ. อนาวชฺชนมฺปิ จาติ อนาวชฺชนมฺปิสมานํ. สญฺญํ ทตฺวา วิยาติ ‘‘เอวํ อุปฺปชฺชาหี’’ติ สญฺญํ ทตฺวา วิย. อนิพฺพิทฺธปุพฺพนฺติ อปทาลิตปุพฺพํ. วิทฺธํเสนฺโตวาติ วินาเสนฺโต เอว. ชายตีติ นิพฺพตฺตติ. เอตฺถ จ อิมํ อุปมํ อาหรนฺติ – เอโก กิร อิสฺสาโส อฏฺฐอุสภมตฺเต ปเทเส ผลกสตํ ฐปาเปตฺวา วตฺเถน มุขํ เวเฐตฺวา สรํ สนฺนยฺหิตฺวา จกฺกยนฺเต อฏฺฐาสิ, อญฺโญ ปุริโส จกฺกยนฺตํ อาวิชฺฌิตฺวา ยทา อิสฺสาสสฺส ผลกํ อภิมุขํ โหติ, ตทา ตตฺถ ทณฺฑเกน สญฺญํ เทติ. อิสฺสาโส ทณฺฑกสญฺญํ อมุญฺจิตฺวาว สรํ ขิปิตฺวา ผลกสตนิพฺพิชฺฌติ. ตตฺถ ทณฺฑกสญฺญํ เทนฺโต วิย โคตฺรภุญาณํ, อิสฺสาโส วิย มคฺคญาณํ, ทณฺฑกสญฺญํ อมุญฺจิตฺวาว ผลกสตํ นิพฺพิชฺฌนํ วิย มคฺคญาณสฺส โคตฺรภุญาเณน ทินฺนสญฺญํ อมุญฺจิตฺวาว นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวา อนิพฺพิทฺธปุพฺพานํ อปทาลิตปุพฺพานํ โลภโทสโมหกฺขนฺธานํ นิพฺพิชฺฌนนฺติ.

๑๓๓๕-๘. อนามตคฺค…เป… มโหทธินฺติ อฏฺฐมภวโต ปฏฺฐาย นิพฺพตฺตกํ อญฺญาตโกฏึ สํสารวฏฺฏทุกฺขมหาสมุทฺทํ. ปาณาติปาตาทิปญฺจเวรานิ เจว ปญฺจวีสติ มหาภยานิ จาติ สพฺพเวรภยานิ. อเนเกปิ อานิสํเสติ รตนตฺตเย นิวิฏฺฐสทฺธาทิเก อานิสํเส. อาทิมคฺเคนาติ โสตาปตฺติมคฺคสงฺขาเตน ปฐมมคฺเคน. ปฐมมคฺคญาณวณฺณนา.

๑๓๓๙. ตสฺเสวานนฺตรนฺติ ตสฺส อนนฺตรํเยว. เทฺวปิ ตีณิ วาติ นาติติกฺขปญฺญสฺส เทฺว, ติกฺขปญฺญสฺส ตีณิ ผลจิตฺตานิ.

๑๓๔๐-๓. ‘‘อชานิตฺวา วทนฺติ เต’’ติ วตฺวา ตตฺถ การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอกสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปญฺจมํ มคฺคจิตฺตนฺติ อิมินาว ฉฏฺฐสฺส อภาวทีปเนน ‘‘เอกํ ผลจิตฺต’’นฺติ วทโต โคทตฺตตฺเถรสฺส วาโทปิ ปฏิกฺขิตฺโต.

๑๓๔๔. ‘‘เอตฺตาวตา’’ติ ปฐมมคฺคสฺส อุปฺปตฺติอนนฺตรํ ผลสฺส อุปฺปตฺติมตฺเตน. โสตาปนฺโนติ วุจฺจตีติ โสตาปนฺโน นาม ทุติโย อริยปุคฺคโลติ วุจฺจติ. โส เทวรชฺชจกฺกวตฺติรชฺชาทิปมาทฏฺฐานํ อาคมฺม ภุสํ ปมตฺโตปิ หุตฺวา กามสุคติยํ สตฺตกฺขตฺตุเมว สนฺธาวิตฺวา สํสริตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตกรณสมตฺโถ โหติ. ยถาห –

‘‘กิญฺจาปิ เต โหนฺติ ภุสํ ปมตฺตา,

น เต ภวํ อฏฺฐมมาทิยนฺตี’’ติ. (ขุ. ปา. ๖.๙; สุ. นิ. ๒๓๒; เนตฺติ. ๑๑๕);

รูปารูปโลเกสุ ปน น ตถา นิยโมติ อาจริยา.

๑๓๔๗. ผลาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน ปหีนกิเลสาทิเก สงฺคณฺหาติ. ตถา จ ‘‘อิมินา วตาหํ มคฺเคน อาคโต’’ติ ปฐมํ มคฺคํ ปจฺจเวกฺขติ, ตโต ‘‘อยํ เม อานิสํโส ลทฺโธ’’ติ ผลํ ปจฺจเวกฺขติ, ตโต ‘‘อิเม นาม เม กิเลสา ปหีนา’’ติ ปหีนกิเลเส ปจฺจเวกฺขติ, ตโต ‘‘อิเม นาม เม กิเลสา อวสิฏฺฐา’’ติ อุปริมคฺคตฺตยวชฺเฌ กิเลเส ปจฺจเวกฺขติ, อวสาเน ‘‘อยํ เม ธมฺโม อารมฺมณโต ปฏิวิทฺโธ’’ติ อมตํ นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขติ. อิติ โสตาปนฺนสฺส ปญฺจ ปจฺจเวกฺขณญาณานิ โหนฺติ. ยถา จ โสตาปนฺนสฺส, เอวํ สกทาคามิอนาคามีนมฺปิ. อรหโต ปน อวสิฏฺฐกิเลสปจฺจเวกฺขณํ นาม นตฺถิ. เอวํ สพฺพานิปิ เอกูนวีสติ ปจฺจเวกฺขณญาณานิ. เตนาห ‘‘ปจฺจเวกฺขณญาณานิ, ภวนฺเตกูนวีสตี’’ติ.

๑๓๔๘-๕๐. ยาสํ ปจฺจเวกฺขณวเสน อิมานิ ญาณานิ ปวตฺตนฺติ, ตา ทสฺเสตุํ ‘‘มคฺโค ผลญฺจา’’ติอาทิมาห. อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉโทเยว เจโส. ปหีนาวสิฏฺฐกิเลสปจฺจเวกฺขณญฺหิ เสขานมฺปิ โหติ วา น วา. น หิ สพฺเพว ตตฺถ สมตฺถา โหนฺติ. เตเนว หิ มหานาโม ภควนฺตํ ปุจฺฉิ ‘‘โก สุ นาม เม ธมฺโม อชฺฌตฺตํ อปฺปหีโน, เยน เม เอกทา โลภธมฺมาปิ จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐนฺตี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๑๗๕). โยคมารภเตติ ตสฺมึเยว วา อาสเน นิสินฺโน, อปเรน วา สมเยน กามราคพฺยาปาทานํ ตนุภาวกราย สกทาคามิมคฺคสงฺขาตาย ทุติยาย ภูมิยา อธิคมตฺถาย วิปสฺสนาโยคํ กโรติ, ทุติยภาโว จสฺส เทสนาวเสน, อุปฺปตฺติวเสน จ เวทิตพฺโพ. สมฺปยุตฺตานํ ปน นิสฺสยภาเวน เต ธมฺมา ภวนฺติ เอตฺถาติ ภูมิ, ยสฺมา วา สมาเนปิ โลกุตฺตรภาเว สยมฺปิ ภวติ, น นิพฺพานํ วิย อปาตุภูตํ, ตสฺมาปิ ‘‘ภูมี’’ติ วุจฺจติ. ญาเณน ปริมชฺชตีติ เตน เตนากาเรน อินฺทฺริยานํ ติกฺขตรตํ สมฺปาเทตฺวา, พลโพชฺฌงฺคานญฺจ ปฏุตรภาวํ สาเธตฺวา ลกฺขณตฺตยํ ตีรณวเสน ปริมชฺชติ.

๑๓๕๑-๒. ตตฺถ อปราปรํ ญาณํ จาเรนฺโต ปริวตฺเตติ. เตนาห ‘‘วิปสฺสนาวีถึ โอคาหตี’’ติ. เหฏฺฐา วุตฺตนเยนาติ อุทยพฺพยญาณาทีนํ อุปฺปาทเน วุตฺตนเยเนว. โคตฺรภุสฺส อนนฺตรนฺติ เอตฺถ โคตฺรภุ วิย โคตฺรภุ. ปฐมมคฺคปุเรจาริกญาณญฺหิ ปุถุชฺชนโคตฺตาภิภวนโต, อริยโคตฺตภวนโต จ นิปฺปริยายโต ‘‘โคตฺรภู’’ติ วุจฺจติ, อิทํ ปน ตํสทิสตาย ปริยายโต โคตฺรภุ. เอกจฺจสํกิเลสวิสุทฺธิยา, ปน อจฺจนฺตวิสุทฺธิยา อารมฺมณกรณโต จ ‘‘โวทาน’’นฺติ วุจฺจติ. เตนาห ปฏฺฐาเน ‘‘อนุโลมํ โวทานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๑๗). ยสฺมา ปน ปฏิสมฺภิทามคฺเค ‘‘อุปฺปาทาทิอภิภวนฏฺฐํ อุปาทาย อฏฺฐ โคตฺรภุธมฺมา สมาธิวเสน อุปฺปชฺชนฺติ, ทส โคตฺรภุธมฺมา วิปสฺสนาวเสน อุปฺปชฺชนฺตี’’ติอาทีสุ (ปฏิ. ม. ๑.๖๐) โคตฺรภุนามวเสเนว อาคตํ, ตสฺมา อิธาปิ ‘‘โคตฺรภุสฺส อนนฺตร’’นฺติ วุตฺตํ โคตฺตสงฺขาตนิพฺพานโต ภูตนฺติ กตฺวา. ทุติยมคฺคญาณวณฺณนา.

๑๓๕๕-๗. ยนฺติ ยสฺมา. สกิเทวาติ เอกวารเมว. อิมํ โลกํ อาคนฺตฺวาติ อิมินา ปญฺจสุ สกทาคามีสุ จตฺตาโร วชฺเชตฺวา เอโกว คหิโต. เอกจฺโจ หิ อิธ สกทาคามิผลํ ปตฺวา อิเธว ปรินิพฺพายติ, เอกจฺโจ อิธ ปตฺวา เทวโลเก ปรินิพฺพายติ, เอกจฺโจ เทวโลเก ปตฺวา ตตฺเถว ปรินิพฺพายติ, เอกจฺโจ เทวโลเก ปตฺวา อิธูปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายตีติ อิเม จตฺตาโรปิ อิธ น คหิตา. โย ปน อิธ ปตฺวา เทวโลเก ยาวตายุกํ วสิตฺวา อิธูปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายติ, อยเมโกว อิธ คหิโตติ. อนฺตกโร ภเวติ ทุกฺขสฺสนฺตกโร ภเวยฺย, ภเว วา อนฺตกโร ภวสฺส อนฺตกโรติ อตฺโถ. ตติยาย ภูมิยา ปตฺติยาติ สมฺพนฺโธ. พฺยาปาทกามราคานํ ปหานายาติ เตสํเยว สกทาคามิมคฺเคน ตนุกรานํ สํโยชนานํ นิรวเสสปฺปหานาย. ตติยมคฺคญาณวณฺณนา.

๑๓๖๓-๗. ปฏิสนฺธิวเสน กามภวสฺส อนาคมนโต อนาคามี. เตนาห ‘‘ตตฺเถว ปรินิพฺพายี’’ติ. ตตฺเถวาติ สุทฺธาวาเส วา อญฺญตฺถ วา ยตฺถ อุปฺปนฺโน, ตตฺเถว ปรินิพฺพายิ. อนาวตฺติสภาโวติ ตสฺมา โลกา อิธ ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน อิมํ โลกํ ปุนราคมนาภาวโต อนาวตฺตนสภาโว, พุทฺธทสฺสนเถรทสฺสนธมฺมสฺสวนานํ ปนตฺถาย อาคมนํ โหติเยว. รูปราคาทิปหานายาติ รูปราคอรูปราคมานอุทฺธจฺจอวิชฺชาสงฺขาตานํ ปญฺจนฺนํ อุทฺธมฺภาคิยสํโยชนานํ นิรวเสสปฺปหานาย. วิทฺธํสายาติ วินาสาย. จตุตฺถมคฺคญาณวณฺณนา.

๑๓๗๑-๔. มหาขีณาสโวติ มหานุภาวโต นิพทฺธปูชาวจนเมตํ, น อุปาทายวจนํ ‘‘ยถา มหาโมคฺคลฺลาโน’’ติ. น หิ จูฬขีณาสโว นาม อตฺถิ. อนุปฺปตฺโต สทตฺโถ สกตฺโถ, ปูชตฺโถ วา เอเตนาติ อนุปฺปตฺตสทตฺโถ, สทตฺโถติ จ อรหตฺตํ เวทิตพฺพํ. ตญฺหิ อตฺตุปนิพนฺธนฏฺเฐน, อตฺตานํ อวิชหนฏฺเฐน, อตฺตโน ปรมตฺถฏฺเฐน จ อตฺตโน อตฺถตฺตา ‘‘สทตฺโถ’’ติ วุจฺจติ. ขีณานิ ทสปิ ภวสํโยชนานิ เอตสฺสาติ ขีณสํโยชโน. ทกฺขิณํ อรหตีติ ทกฺขิเณยฺโย. จตสฺโสปีติ โสตาปตฺติมคฺโค สกทาคามิมคฺโค อนาคามิมคฺโค อรหตฺตมคฺโคติ จตสฺโสปิ. วิสุทฺธิกาเมนาติ อตฺตโน วิสุทฺธึ อิจฺฉนฺเตน. ตโปเยว ธนมสฺสาติ ตโปธโน, เตน.

อิติ อภิธมฺมตฺถวิกาสินิยา นาม

อภิธมฺมาวตารสํวณฺณนาย

ญาณทสฺสนวิสุทฺธินิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.