๒๐. วีสติโม ปริจฺเฉโท
มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธินิทฺเทสวณฺณนา
๑๒๖๓. อิทานิ กงฺขาวิตรณวิสุทฺธิยา อนนฺตรํ อุทฺทิฏฺฐาย มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธิยา นิทฺเทสกฺกโม อนุปฺปตฺโต, สา ปน ยสฺมา โอภาสาทิอุปกฺกิเลสสมฺภเว สติ โหติ, โอภาสาทโย จ อุทยพฺพยญาเณ สมฺภวนฺติ, อุทยพฺพยญาณญฺจ ติลกฺขณวิปสฺสนาย สติ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส จ กลาปสมฺมสนํ อาทิ. ตญฺหิ อตีตาทิเภทภินฺนานํ ธมฺมานํ สงฺขิปิตฺวา ววตฺถานวเสน ปวตฺตนโต อาทิกมฺมิกสฺส สุกรสมฺมสนํ, ตสฺมา ปฐมํ ตตฺเถว อภิโยคํ กโรนฺเตน กมโต ตํ สมฺปาเทตพฺพนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘กลาปสมฺมสเนเนวา’’ติอาทิ อารทฺธํ. อถ วา ทฺวินฺนํ วิสุทฺธีนมนฺตเร กลาปสมฺมสนํ โหติ, ตญฺจ โข ทฺวีสุ เอกาย วิสุทฺธิยา สงฺคเหตพฺพํ, มคฺคามคฺคญาณสฺส จ อาทิภูตตฺตา ตตฺเถวสฺส สงฺคโห ยุตฺโตติ เอตฺเถว นํ สงฺคหิตุกามตาย วุตฺตํ ‘‘กลาปสมฺมสเนเนวา’’ติอาทิ. เกจิ ปน กลาปสมฺมสนํ นาม เอกวิสุทฺธิยมฺปิ น อนฺโตคธนฺติ ตํ อนามสิตฺวาว วิปสฺสนาจารํ วณฺเณนฺติ. กลาปสมฺมสเนเนวาติ อตีตาทิเภทภินฺนานํ ธมฺมานํ สงฺขิปิตฺวา ววตฺถานวเสน กลาปโต, กลาปานํ วา สมฺมสเนน มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิปสฺสนาย โยโค กรณีโย. อถ วา ภุมฺมตฺเถ กรณนิทฺเทสวเสน กลาปสมฺมสเน โยโค กรณีโยติ อตฺโถ. ‘‘กลาปสมฺมสเนเนว โยโค กรณีโย’’ติ วตฺวาปิ ตํ ปน วิสุทฺธิมคฺคโต (วิสุทฺธิ. ๒.๖๙๒) คเหตพฺพนฺติ คนฺถวิตฺถารปริหารตฺถํ อิธ น ทสฺสิตนฺติ.
๑๒๖๔. ปจฺจุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺสาติ สนฺตติปจฺจุปฺปนฺนสฺส, ขณปจฺจุปฺปนฺนสฺส วา. อาทิโต ปน ขณปจฺจุปฺปนฺนสฺส อุทยวยํ ทุปฺปริคฺคหํ, ตสฺมา สนฺตติปจฺจุปฺปนฺนวเสน ปฐมํ อุทยพฺพยานุปสฺสนํ กาตพฺพํ. นิพฺพตฺตีติ ทฺวินฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนานํ วเสน ปฐมาภินิพฺพตฺติ จ ขณนิพฺพตฺติ จ. วิปริณาโมติ วินาโส.
๑๒๖๕. อนุปสฺสนาปิ ญาณนฺติ ยา อุทยสฺส จ วยสฺส จ อนุปสฺสนา, สา ญาณนฺติ วรญาเณน สมฺมาสมฺพุทฺเธน เทสิตํ. ตตฺรายํ ปาฬิ –
‘‘กถํ ปจฺจุปฺปนฺนานํ ธมฺมานํ วิปริณามานุปสฺสเน ปญฺญา อุทยพฺพยานุปสฺสเน ญาณํ? ชาตํ รูปํ ปจฺจุปฺปนฺนํ, ตสฺส นิพฺพตฺติลกฺขณํ อุทโย. วิปริณามลกฺขณํ วโย. อนุปสฺสนา ญาณํ. ชาตา เวทนา…เป… สญฺญา… สงฺขารา… วิญฺญาณํ… ชาตํ จกฺขุํ…เป… ชาโต ภโว ปจฺจุปฺปนฺโน, ตสฺส นิพฺพตฺติลกฺขณํ อุทโย. วิปริณามลกฺขณํ วโย. อนุปสฺสนา ญาณ’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๔๙).
เอตฺถ ปน อุทยทสฺสนํ ยาวเทว ขยทสฺสนนฺติ วยทสฺสนสฺส ปธานตํ ทสฺเสตุํ ‘‘วิปริณามานุปสฺสเน ปญฺญา’’ติ วตฺวา ตํ ปน วยทสฺสนํ อุทยทสฺสนปุพฺพกนฺติ วุตฺตํ ‘‘อุทยพฺพยานุปสฺสเน ญาณ’’นฺติ.
๑๒๖๖-๘. ปุพฺเพ อุปฺปตฺติโตติ ชนนโต ปุพฺเพ อนุปฺปนฺนสฺสาติ วุตฺตํ โหติ. นิจโย ราสิ วา นตฺถิ, ยโต อาคจฺเฉยฺย อุปฺปชฺชมานํ อลทฺธตฺตภาวสฺส สพฺเพน สพฺพํ อวิชฺชมานตฺตา. เตนาห ‘‘ตถา อุปฺปชฺชโต’’ติอาทิ. ยถา อนาคเต อทฺธาเน อิเม ธมฺมา สพฺเพน สพฺพํ นตฺถิ, เอวํ อตีเตปิ อทฺธานนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตถา นิรุชฺฌมานสฺสา’’ติอาทึ วตฺวา อวิชฺชมานานํเยว รูปารูปธมฺมานํ เหตุปจฺจยสมวาเย อุปฺปาโท, อุปฺปชฺชิตฺวา จ สพฺพโส อภาวูปคโมติ อิมมตฺถํ สมุทายคตํ ตเทกเทสภูตาย อุปมาย วิภาเวตุํ อิมสฺมึ ฐาเน อฏฺฐกถาย (วิสุทฺธิ. ๒.๗๒๓) วีณูปมา อาคตา. สา อิธาปิ อาหริตฺวา วตฺตพฺพาติ อธิปฺปาเยน ‘‘เอตฺถ วีณูปมา’’ติอาทิมาห. เอตสฺสตฺถสฺสาติ อวิชฺชมานานํเยว อุปฺปาโท, อุปฺปนฺนานญฺจ ปรโต อภาโวติ อิมสฺส อตฺถสฺส ปกาสเน. วีณูปมาติ วีณาวเสน อาคตา อุปมา. สา ปเนวํ ทฏฺฐพฺพา – ยถา วีณาย วาทิยมานาย อุปฺปนฺนสฺส สทฺทสฺส เนว อุปฺปตฺติโต ปุพฺเพ สนฺนิจโย อตฺถิ, น อุปฺปชฺชมาโน สนฺนิจยโต อาคโต. น นิรุชฺฌมานสฺส ทิสาวิทิสาคมนํ อตฺถิ, น นิรุทฺโธ กตฺถจิ สนฺนิจิโต ติฏฺฐติ, อถ โข วีณญฺจ วีณวาทนญฺจ ปุริสสฺส จ ตชฺชํ วายามํ ปฏิจฺจ อหุตฺวา สมฺโภติ, หุตฺวา ปฏิเวติ, เอวํ สพฺเพปิ รูปารูปธมฺมา อหุตฺวา สมฺโภนฺติ, หุตฺวา ปฏิเวนฺตีติ.
๑๒๖๙-๗๐. เอวํ สงฺเขปโต อุทยพฺพยมนสิการวิธึ ทสฺเสตฺวา ปุน ยานิ เอตสฺเสว อุทยพฺพยญาณสฺส วิภงฺเค ‘‘อวิชฺชาสมุทยา รูปสมุทโย’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๕๐) ปจฺจยสมุทยฏฺเฐน รูปกฺขนฺธสฺส อุทยํ ปสฺสติ, ‘‘ตณฺหาสมุทยา…เป… กมฺมสมุทยา…เป… อาหารสมุทยา รูปสมุทโย’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๕๐) ปจฺจยสมุทยฏฺเฐน รูปกฺขนฺธสฺส อุทยํ ปสฺสติ, นิพฺพตฺติลกฺขณํ ปสฺสนฺโตปิ รูปกฺขนฺธสฺส อุทยํ ปสฺสติ, รูปกฺขนฺธสฺส อุทยํ ปสฺสนฺโต อิมานิ ปญฺจ ลกฺขณานิ ปสฺสติ. ‘‘อวิชฺชานิโรธา รูปนิโรโธ’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๕๐) ปจฺจยนิโรธฏฺเฐน รูปกฺขนฺธสฺส วยํ ปสฺสติ, ‘‘ตณฺหานิโรธา…เป… กมฺมนิโรธา…เป… อาหารนิโรธา รูปนิโรโธ’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๕๐) ปจฺจยนิโรธฏฺเฐน รูปกฺขนฺธสฺส วยํ ปสฺสติ, วิปริณามลกฺขณํ ปสฺสนฺโตปิ รูปกฺขนฺธสฺส วยํ ปสฺสติ, รูปกฺขนฺธสฺส วยํ ปสฺสนฺโต อิมานิ ปญฺจ ลกฺขณานิ ปสฺสติ. ตถา ‘‘อวิชฺชาสมุทยา เวทนาสมุทโย’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๕๐) ปจฺจยสมุทยฏฺเฐน เวทนากฺขนฺธสฺส อุทยํ ปสฺสติ, ‘‘ตณฺหาสมุทยา…เป… กมฺมสมุทยา…เป… ผสฺสสมุทยา เวทนาสมุทโย’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๕๐) ปจฺจยสมุทยฏฺเฐน เวทนากฺขนฺธสฺส อุทยํ ปสฺสติ, นิพฺพตฺติลกฺขณํ ปสฺสนฺโต เวทนากฺขนฺธสฺส อุทยํ ปสฺสติ, เวทนากฺขนฺธสฺส อุทยํ ปสฺสนฺโต อิมานิ ปญฺจ ลกฺขณานิ ปสฺสติ. ‘‘อวิชฺชานิโรธา…เป… ตณฺหานิโรธา…เป… กมฺมนิโรธา…เป… ผสฺสนิโรธา เวทนานิโรโธ’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๕๐) ปจฺจยนิโรธฏฺเฐน เวทนากฺขนฺธสฺส วยํ ปสฺสติ, วิปริณามลกฺขณํ ปสฺสนฺโตปิ เวทนากฺขนฺธสฺส วยํ ปสฺสติ, เวทนากฺขนฺธสฺส วยํ ปสฺสนฺโต อิมานิ ปญฺจ ลกฺขณานิ ปสฺสติ, เวทนากฺขนฺธสฺส วิย สญฺญาสงฺขารวิญฺญาณกฺขนฺธานํ. อยํ ปน วิเสโส – วิญฺญาณกฺขนฺธสฺส ผสฺสฏฺฐาเน ‘‘นามรูปสมุทยา นามรูปนิโรธา’’ติ.
เอวํ เอเกกสฺส ขนฺธสฺส อุทยพฺพยทสฺสเน ทส ทส กตฺวา สมปญฺญาส ลกฺขณานิ วุตฺตานิ, เตสํ วเสนปิ ‘‘เอวมฺปิ รูปสมุทโย, เอวมฺปิ รูปวโย, เอวมฺปิ รูปํ อุเทติ, เอวมฺปิ รูปํ เวตี’’ติ ปจฺจยโต เจว ขณโต จ วิตฺถาเรน จ มนสิการวิธึ ทสฺเสตุํ ‘‘ตสฺเสว ญาณสฺสา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ อวิชฺชาสมุทยาติ อวิชฺชาย อุปฺปาทา, อตฺถิภาวาติ อตฺโถ. นิโรธวิรุทฺโธ หิ อุปฺปาโท อตฺถิภาโว โหติ, ตสฺมา ปุริมภวสิทฺธาย อวิชฺชาย สติ อิมสฺมึ ภเว รูปสมุทโย รูปสฺส อุปฺปาโท โหตีติ อตฺโถ. อาทิ-สทฺทสงฺคหิเตสุ ‘‘ตณฺหาสมุทยา รูปสมุทโย, กมฺมสมุทยา รูปสมุทโย, อาหารสมุทยา รูปสมุทโย’’ติ จ, ตถา วยทสฺสเน ‘‘อวิชฺชานิโรธา รูปนิโรโธ, ตณฺหานิโรธา… กมฺมนิโรธา… อาหารนิโรธา รูปนิโรโธ’’ติ จ อาทีสุ อวิชฺชาทีหิ ตีหิ อตีตกาลิกานิ เตสํ สหการีการณภูตานิ อุปาทานาทีนิปิ คหิตาเนวาติ เวทิตพฺพํ.
ปวตฺติปจฺจเยสุ กพฬีการาหารสฺส พลวตาย โส เอว คหิโต ‘‘อาหารสมุทยา’’ติ. ตสฺมึ ปน คหิเต ปวตฺติปจฺจยตาสามญฺเญน อุตุจิตฺตานิปิ คหิตาเนว โหนฺตีติ จตุสมุฏฺฐานิกรูปสฺส ปจฺจยโต อุทยทสฺสนํ วิภาวิตเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ. อวิชฺชาตณฺหูปนิสฺสยสหิเตเนว กมฺมุนา รูปกายสฺส นิพฺพตฺติ, อสติ จ อวิชฺชูปนิสฺสยาย ภวนิกนฺติยา ชาติยา อสมฺภโวเยวาติ. ยถา รูปสฺส อวิชฺชาตณฺหูปนิสฺสยตา, เอวํ เวทนาทีนมฺปิ ทฏฺฐพฺพา. อาหาโร ปน อุปฺปนฺนสฺส รูปสฺส โปสโก กพฬีการาหารสฺส อธิปฺเปตตฺตา, กามํ ยถาธิฏฺฐานตฺตา วา เทสนาย. อุกฺกฏฺฐนิทฺเทเสน วา อาหารคฺคหณํ. อวิชฺชานิโรธาติ อคฺคมคฺคญาเณน อวิชฺชาย อนุปฺปาทนิโรธโต อนาคตสฺส รูปสฺส อนุปฺปาทนิโรโธ โหติ ปจฺจยาภาเว อภาวโต. ‘‘ตณฺหานิโรธา กมฺมนิโรโธ’’ติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อาหารนิโรธาติ ปวตฺติปจฺจยสฺส กพฬีการาหารสฺส อภาเว. รูปนิโรโธติ ตํสมุฏฺฐานรูปสฺส อภาโว โหตีติ. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺพํ. อยํ ปน วิเสโส – ‘‘ผุฏฺโฐ เวเทติ, ผุฏฺโฐ สญฺชานาติ, ผุฏฺโฐ เจเตตีติ (สํ. นิ. ๔.๙๓), ผสฺสปจฺจยา เวทนา, จกฺขุสมฺผสฺสชา เวทนา, สญฺญา เจตนา’’ติ วจนโต ผสฺโส เวทนาสญฺญาสงฺขารกฺขนฺธานํ ปวตฺติปจฺจโย, ตนฺนิโรธา จ เตสํ นิโรโธ, มหาปทานมหานิทานสุตฺเตสุ, อภิธมฺเม จ อญฺญมญฺญปจฺจยวาเร ‘‘นามรูปปจฺจยา วิญฺญาณ’’นฺติ (ที. นิ. ๒.๕๗, ๙๗; กถา. ๗๑๙) วจนโต นามรูปํ วิญฺญาณสฺส ปวตฺติปจฺจโย, ตนฺนิโรธา จ ตสฺส นิโรโธติ วุตฺตํ ‘‘ผสฺสสมุทยา เวทนาสมุทโย’’ติอาทิ.
๑๒๗๑. ทส ทสาติ รูปกฺขนฺธสฺส อุทยทสฺสเน อวิชฺชา ตณฺหา กมฺมํ อาหาโรติ อิเมสํ ปจฺจยานํ อตฺถิตาสงฺขตลกฺขณานิ เจว รูปสฺส นิพฺพตฺติลกฺขณญฺจาติ อิมานิ ปญฺจ ลกฺขณานิ, วยทสฺสเน อวิชฺชาทีนํ จตุนฺนํ ปจฺจยานํ อนุปฺปาทนิโรโธ, รูปสฺส ขณนิโรโธ จาติ อิมานิ ปญฺจ ลกฺขณานีติ รูปกฺขนฺธสฺส ทส ลกฺขณานิ, ตถา เวทนากฺขนฺธาทีนํ จตุนฺนํ จตฺตาลีส ลกฺขณานีติ เอวํ สมปญฺญาส ลกฺขณานิ โหนฺติ. เตนาห ‘‘ปญฺญาส ลกฺขณานี’’ติ. ลกฺขณฏฺโฐ ปน เตสํ จตุนฺนํ ปจฺจยานํ อตฺถิตา, อนุปฺปาทนิโรโธ จาติ อฏฺฐ ลกฺขียติ เอเตหิ รูปาทีนํ อุทโย จ วโย จาติ ลกฺขณานิ. จตุนฺนญฺหิ ปจฺจยานํ อตฺถิตาหิ รูปาทิอุทโย ลกฺขียติ, อนุปฺปาทนิโรธอจฺจนฺตนิโรเธหิ วโย, นิพฺพตฺติวิปริณามานิ ปน สงฺขตลกฺขณาเนวาติ. ธมฺเม สมนุปสฺสตีติ รูปาทิเก ธมฺเม อุทยพฺพยวนฺเต สมนุปสฺสติ. เอตฺถ จ เกจิ ตาว อาหุ ‘‘อรูปกฺขนฺธานํ อุทยพฺพยทสฺสนํ อทฺธาสนฺตติวเสน, น ขณวเสนา’’ติ, เตสํ มเตน ขณโต อุทยพฺพยทสฺสนเมว น สิยา. อปเร ปนาหุ ‘‘ปจฺจยโต อุทยพฺพยทสฺสเนน อตีตาทิวิภาคํ อนามสิตฺวา สพฺพสาธารณโต อวิชฺชาทิปจฺจยา เวทนาย สมฺภวํ ลพฺภมานตํ ปสฺสติ, น อุปฺปาทํ. อวิชฺชาทิอภาเว จ ตสฺสา อสมฺภวํ อลพฺภมานตํ ปสฺสติ, น ภงฺคกฺขณโต. อุทยพฺพยสฺส ทสฺสเน ปจฺจุปฺปนฺนานํ อุปฺปาทํ, ภงฺคญฺจ ปสฺสตี’’ติ, ตํ อยุตฺตํ. สนฺตติวเสน หิ รูปารูปธมฺเม อุทยพฺพยโต มนสิ กโรนฺตสฺส อนุกฺกเมน ภาวนาย พลปฺปตฺตกาเล ญาณสฺส ติกฺขวิสทภาวปฺปตฺติยา ขณโต อุทยพฺพยา อุปฏฺฐหนฺตีติ.
๑๒๗๒-๕. อยญฺหิ ปฐมํ ปจฺจยโต อุทยพฺพยํ มนสิ กโรนฺโต ปจฺฉา อวิชฺชาทิเก ปจฺจยธมฺเม วิสฺสชฺเชตฺวา อุทยพฺพยวนฺเต ขนฺเธ คเหตฺวา เตสํ ปจฺจยโต อุทยพฺพยทสฺสนมุเขน ขณโตปิ อุทยพฺพยํ มนสิ กโรติ. ตสฺส ยทา ญาณํ ติกฺขํ วิสทํ หุตฺวา ปวตฺตติ, ตทา รูปารูปธมฺมา ขเณ ขเณ อุปฺปชฺชนฺตา, ภิชฺชนฺตา จ หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘เอวํ รูปุทโย โหตี’’ติอาทิ. ตตฺถ เอวํ รูปุทโยติ เอวํ วุตฺตนเยน อวิชฺชาสมุทยา…เป… ตณฺหาสมุทยา…เป… กมฺม…เป… อาหารสมุทยาปิ รูปสฺส สมฺภโว. เอวมสฺส วโยติ เอวํ วุตฺตนเยเนว อวิชฺชานิโรธา…เป… ตณฺหานิโรธา…เป… กมฺม…เป… อาหารนิโรธา รูปสฺส วโย อนุปฺปาโทติ อยํ ปจฺจยโต วิตฺถาเรน มนสิกาโร. อุเทติ เอวํ รูปมฺปีติ เอวํ สมุทยโต กมฺมสมุฏฺฐานรูปมฺปิ อาหารอุตุจิตฺตสมุฏฺฐานรูปมฺปิ อุเทติ อุปฺปชฺชติ นิพฺพตฺตติ. เอวํ รูปํ ตุ เวตีติ กมฺมสมุฏฺฐานรูปมฺปิ อาหารอุตุจิตฺตสมุฏฺฐานรูปมฺปิ เอวํ เวติ นิรุชฺฌตีติ อยํ ขณโต วิตฺถาเรน มนสิกาโร. เตน วุตฺตํ ‘‘เอวํ ปจฺจยโตเปตฺถ ขณโต อุทยพฺพย’’นฺติ. สพฺพธมฺมา ปากฏา โหนฺตีติ อิติ อิเม ธมฺมา อหุตฺวา สมฺโภนฺติ, หุตฺวา ปฏิเวนฺติ. ยถา ปจฺจุปฺปนฺเน, เอวํ อตีตานาคเตปีติ นยวเสน อตีตาทิธมฺมานํ เทฺวธา อุทยพฺพยํ ปสฺสโต สจฺจปฏิจฺจสมุปฺปาทนยลกฺขณเภทา ปากฏา โหนฺติ. ตสฺเสวํ ปากฏีภูตสพฺพธมฺมสภาวสฺส ‘‘เอวํ กิร นามิเม ธมฺมา อนุปฺปนฺนปุพฺพา อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา นิรุชฺฌนฺตี’’ติ นิจฺจนวาว หุตฺวา สงฺขารา อุปฏฺฐหนฺติ. น เกวลญฺจ นิจฺจนวาว, อุทเก ทณฺฑเกน กตเลขา วิย, อารคฺเค ฐปิตสาสโป วิย, วิชฺชุสญฺจาโร วิย จ ปริตฺตกาลฏฺฐายิโน อุปฏฺฐหนฺติ. เตนาห ‘‘อุทเก ทณฺฑราชีวา’’ติอาทิ. อุทเก ทณฺฑราชิอาทโยว กิญฺจาปิ อุตฺตรุตฺตริ อติปริตฺตฏฺฐายิภาวนิทสฺสนตฺถํ ทสฺสิตา, ตถาปิ ทนฺธนิโรธา เอว นิทสฺสิตา, ตโตปิ ลหุตรนิโรธตฺตา สงฺขารานํ. ตถา หิ คมนสฺสาทานํ เทวปุตฺตานํ เหฏฺฐุปริเยน ปริมุขํ ธาวนฺตานํ สิรสิ, ปาเท จ พทฺธขุรธาราสนฺนิปาตโตปิ สีฆตโร รูปนิโรโธ วุตฺโต, ปเคว อรูปธมฺมานํ. น เกวลํ ปริตฺตตรกาลฏฺฐายิโนว อุปฏฺฐหนฺติ, อถ โข อสาราปิ ขายนฺตีติ อาห ‘‘กทลี’’ติอาทิ. ตตฺถ มณฺฑลากาเรน อาวิชฺฌิยมานํ อลาตเมว อลาตจกฺกํ. มนฺโตสธปฺปภาวิตา อินฺทชาลาทิกา มายา.
๑๒๗๖-๗. เอตฺตาวตาติ ยฺวายํ กลาปสมฺมสนนิโยชนโต ปฏฺฐาย ยาว อุทยพฺพยปฏิเวธาย ภาวนา วิธิ อารทฺโธ, เอตฺตาวตา ภาวนาวิธาเนน กลาปสมฺมสนมฺปิ อุทยพฺพยญาณุปฺปาทสฺเสว ปริกมฺมนฺติ. อุทยพฺพยทสฺสนํ ญาณนฺติ สมฺพนฺโธ. ลกฺขณานิ จ…เป… ฐิตนฺติ วยธมฺมเมว อุปฺปชฺชติ, อุปฺปนฺนญฺจ วยํ อุเปตีติ อิมินา อากาเรน สมปญฺญาส ลกฺขณานิ ปฏิวิชฺฌิตฺวา ฐิตํ. อธุนา อุปฺปนฺนํ น ตาว พลปฺปตฺตนฺติ อาห ‘‘ตรุณ’’นฺติ. กลาปสมฺมสนาทิวเสน ปวตฺตสมฺมสนํ นิปฺปริยาเยน วิปสฺสนาสมญฺญํ ลภติ. อุทยพฺพยานุปสฺสนาทิวเสน ปวตฺตเมว ลภตีติ อาห ‘‘ยสฺส จา’’ติอาทิ.
๑๒๗๘-๘๐. อถสฺส อิมาย ตรุณวิปสฺสนาย วิปสฺสนฺตสฺส ทส วิปสฺสนุปกฺกิเลสา อุปฺปชฺชนฺตีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘วิปสฺสนายา’’ติอาทิ. เอตายาติ อุทยพฺพยานุปสฺสนาสงฺขาตาย ตรุณวิปสฺสนาย, น ภงฺคานุปสฺสนาทิสงฺขาตาย ตรุณวิปสฺสนาย, นาปิ นิพฺพิทานุปสฺสนาทิสงฺขาตาย พลววิปสฺสนายาติ อตฺโถ. น หิ ตทา วิปสฺสนุปกฺกิเลสา อุปฺปชฺชนฺตีติ. วิปสฺสกสฺสาติ จ วิปสฺสกสฺเสวาติ เอว-กาโร ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐ. เตเนว วกฺขติ ‘‘สมฺปตฺตปฏิเวธสฺสา’’ติอาทิ. ทิฏฺฐิคฺคาหาทิวตฺถุภาเวน วิปสฺสนํ อุปกฺกิเลสนฺตีติ อุปกฺกิเลสา. สมฺปตฺโต จตุสจฺจผลปฏิเวโธ เยน โส สมฺปตฺตปฏิเวโธ, โส จ โสตาปนฺนาทีนํ อญฺญตโร โหตีติ อาห ‘‘โสตาปนฺนาทิโน’’ติ. อปิจาติ อยํ วกฺขมานสมุจฺจยตฺโถ. อิทญฺจ อุกฺกฏฺฐนิทฺเทสวเสน วุตฺตํ พลววิปสฺสนาปตฺตสฺสาปิ อนุปฺปชฺชนโต. สมฺปตฺตปฏิเวธสฺสาติ วา พลวิปสฺสนาปตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ. โสปิ หิ ปฏิเวธปฺปตฺติยา อาสนฺนารหเทเส ฐิตตฺตา สมฺปตฺตปฏิเวโธ นาม โหติ. เอวญฺจ สติ อปิจาติ วุตฺตสมุจฺจยตฺโถ โหติ. อถ วา อปิ-สทฺโท วุตฺตสมุจฺจยตฺโถ. จ-สทฺโท อวุตฺตสมุจฺจยตฺโถ. เตน นิกฺขิตฺตกมฺมฏฺฐานํ สงฺคณฺหาติ. วิปสฺสนํ อารภิตฺวา อนฺตรา โวสานํ อาปนฺนสฺสาปิ วิปสฺสนุปกฺกิเลสา น อุปฺปชฺชนฺติ. วิปฺปฏิปนฺนสฺสาติ สีลวิปตฺติอาทิวเสน ยถา ตถา วิปฺปฏิปนฺนกสฺส, ครหิตพฺพปฏิปนฺนสฺสาติ อตฺโถ. อถ วา วิปฺปฏิปนฺนสฺสาติ วิปสฺสนาภาวนาสงฺขาตาย สมฺมาปฏิปตฺติยา อภาเวน วิรหิตปฏิปตฺติกสฺส.
๑๒๘๑. วิปสฺสนาปฏิปตฺติเยว หิ สสมฺภารา ปุพฺพภาเค สมฺมาปฏิปตฺติ, ตทญฺญา วิปฺปฏิปตฺติ, เตเนวสฺส วิสุทฺธิปกฺเข ‘‘สมฺมาว ปฏิปนฺนสฺสา’’ติ วุตฺตํ. สา จ นิกฺขิตฺตธุรสฺสาปิ โหตีติ อิมสฺมึ ปกฺเข นิกฺขิตฺตกมฺมฏฺฐาโนปิ อิมินาว สงฺคหิโต โหตีติ. สมฺมาว ปฏิปนฺนสฺสาติ เหฏฺฐา วุตฺตวิธาเนน สมฺมา เอว ปฏิปนฺนสฺส, น วิปฺปฏิปนฺนสฺส วา นิกฺขิตฺตธุรสฺส วา. ยุตฺตโยคสฺสาติ ยุตฺเตน โยเคน, ญาเณน วา ภาวนมนุยุญฺชนสีลสฺส. สา ปน ยุตฺตโยคิตา สมถวเสนาปิ โหตีติ ตนฺนิวตฺตนตฺถมาห ‘‘สทา วิปสฺสกสฺเสวา’’ติ. อุปฺปชฺชนฺตีติ เอตฺถาปิ เอว-กาโร สมฺพนฺธิตพฺโพ, เตน น นุปฺปชฺชนฺตีติ อตฺโถ. อญฺญถา มคฺคามคฺคญาณสฺเสว อสมฺภวโต. กิราติ อนุสฺสุติยํ. สา ปเนสา อนุสฺสุติ ปาฬิวเสเนว อาคตาติ ทฏฺฐพฺพํ. ยถาห –
‘‘กถํ ธมฺมุทฺธจฺจวิคฺคหิตํ มานสํ โหติ? อนิจฺจโต มนสิกโรโต โอภาโส อุปฺปชฺชติ, โอภาโส ธมฺโมติ โอภาสํ อาวชฺเชติ, ตโต วิกฺเขโป อุทฺธจฺจํ, เตน อุทฺธจฺเจน วิคฺคหิตมานโส อนิจฺจโต อุปฏฺฐานํ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. ทุกฺขโต…เป… อนตฺตโต อุปฏฺฐานํ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. ตถา อนิจฺจโต มนสิกโรโต ญาณํ อุปฺปชฺชติ…เป… ปีติ ปสฺสทฺธิ สุขํ อธิโมกฺโข ปคฺคโห อุปฏฺฐานํ อุเปกฺขา นิกนฺติ อุปฺปชฺชติ, นิกนฺติ ธมฺโมติ นิกนฺตึ อาวชฺเชติ, ตโต วิกฺเขโป อุทฺธจฺจํ, เตน อุทฺธจฺเจน วิคฺคหิตมานโส อนิจฺจโต อุปฏฺฐานํ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. ทุกฺขโต…เป… อนตฺตโต อุปฏฺฐานํ ยถาภูตํ นปฺปชานาตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๒.๖).
๑๒๘๒. อิทานิ เตสํ โอภาสาทีนํ สรูปวิภาวนตฺถํ เตสุ อุปฺปนฺเนสุ วิปสฺสนาย อุปกฺกิลิสฺสนาการญฺจ ทสฺเสตุํ ‘‘วิปสฺสนายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. วิปสฺสนาย โอภาโสติ วิปสฺสนาจิตฺตสมุฏฺฐิตํ, สสนฺตติปติตอุตุสมุฏฺฐานญฺจ ภาสุรํ รูปํ. ตตฺถ วิปสฺสนาจิตฺตสมุฏฺฐานํ โยคิโน สรีรฏฺฐเมว ปภสฺสรํ หุตฺวา ติฏฺฐติ, อิตรํ สรีรํ มุญฺจิตฺวา ญาณานุภาวานุรูปํ สมนฺตโต ผรติ, ตํ ตสฺเสว ปญฺญายติ, เตน ผุฏฺโฐกาเส รูปคตมฺปิ ปสฺสติ. ปสฺสนฺโต จ จกฺขุวิญฺญาเณน ปสฺสติ, อุทาหุ มโนวิญฺญาเณนาติ วีมํสิตพฺพเมตนฺติ วทนฺติ. อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน ปน ‘‘ทิพฺพจกฺขุลาภิโน วิย ตํ มโนวิญฺญาณวิญฺเญยฺยเมวาติ ยุตฺตํ วิย ทิสฺสตี’’ติ (วิสุทฺธิ. มหา. ๒.๗๓๓) วุตฺตํ.
๑๒๘๓-๔. มคฺคปฺปตฺโต ผลปฺปตฺโต, อหมสฺมีติ คณฺหตีติ ‘‘น วต เม อิโต ปุพฺเพ เอวรูโป โอภาโส อุปฺปนฺนปุพฺโพ, อทฺธา อริยมคฺคํ ปตฺโตสฺมิ, ผลํ สจฺฉากาสิ’’นฺติ อมคฺคํเยว ‘‘มคฺโค’’ติ คณฺหาติ. ตสฺเสวํ ปน คณฺหโตติ ตสฺส อมคฺคํเยว ‘‘มคฺโค’’ติ คณฺหนฺตสฺส. วิปสฺสนาวีถีติ ปฏิปาฏิยา ปวตฺตมานา วิปสฺสนาว อุกฺกนฺตา นาม โหติ, โยคิโน ‘‘มคฺคํ ปตฺโตสฺมี’’ติ อธิมาเนน วิสฺสฏฺฐตฺตา. วิปสฺสนาวีถินฺติปิ ปาโฐ, ตสฺเสวํ คณฺหโต วิปสฺสนา ตโตเยว วีถึ อุกฺกนฺตา นาม โหตีติ อตฺโถ. โอภาสเมว โส ภิกฺขุ, อสฺสาเทนฺโต นิสีทตีติ โส ภิกฺขุ อตฺตนา อารทฺธํ วิปสฺสนํ วิสฺสชฺเชตฺวา โอภาสเมว โลภวเสน วา ทิฏฺฐิวเสน วา อสฺสาเทนฺโต นิสีทติ. โส โข ปนายํ โอภาโส กสฺสจิ ภิกฺขุโน ปลฺลงฺกฏฺฐานมตฺตเมว โอภาเสนฺโต อุปฺปชฺชติ, กสฺสจิ อนฺโตคพฺภํ, กสฺสจิ พหิคพฺภํ, กสฺสจิ สกลวิหารํ คาวุตํ อฑฺฒโยชนํ โยชนํ ทฺวิโยชนํ ติโยชนํ, กสฺสจิ ปถวีตลโต ปฏฺฐาย ยาว อกนิฏฺฐพฺรหฺมโลกา เอกาโลกํ กุรุมาโน, ยถา สมุทฺทมฺหิ โยชนมตฺเต มจฺฉกจฺฉปา ปญฺญายนฺติ, เอวํ อุปฺปชฺชนฺติ. ภควโต ปน ทสสหสฺสิโลกธาตุํ โอภาเสนฺโต อุทปาทิ.
๑๒๘๕. วิปสฺสนาปีตีติ วิปสฺสนาจิตฺตสมฺปยุตฺตา ปีติ. ขุทฺทิกาทิกา เหฏฺฐา วณฺณิตาเยว, อยญฺจ ปญฺจวิธา ปีติ อุทยพฺพยานุปสฺสนาย วีถิปฏิปนฺนาย อนุกฺกเมน อุปฺปชฺชติ. มตฺถกปฺปตฺเตน ปน อุทยพฺพยญาเณน สทฺธึ ผรณาปีติเยว โหติ. อุปจารปฺปนกฺขณโต อญฺญทาปิ หิ ผรณาปีติ โหติเยวาติ. เตน วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ ‘‘สกลสรีรํ ปูรยมานา อุปฺปชฺชตี’’ติ (วิสุทฺธิ. ๒.๗๓๔; ธ. ส. อฏฺฐ. ๑.ธมฺมุทฺเทสวาร ฌานงฺคราสิวณฺณนา).
๑๒๘๖-๗. โยคิโน…เป… โหนฺติ หีติ ยสฺสายํ ปสฺสทฺธิ อุปฺปนฺนา, ตสฺส โยคิโน รตฺติฏฺฐาเน วา ทิวาฏฺฐาเน วา นิสินฺนสฺส กายจิตฺตานิ ปสฺสทฺธาเนว โหนฺติ, เนว ทรโถ โหตีติ อตฺโถ. ปสฺสทฺธิอาทีนิ ฉ ยุคฬานิ อญฺญมญฺญโยคีนีติ ปสฺสทฺธิยา อุปฺปนฺนาย อิตราปิ อุปฺปนฺนาเยว โหนฺตีติ กิจฺจทสฺสนมุเขน ตา สพฺพาปิ ทสฺเสนฺโต ‘‘ลหูนิ จา’’ติอาทิมาห. เอตฺถ จ กาย-คฺคหเณน รูปกายสฺสาปิ คหณํ เวทิตพฺพํ, น เวทนาทิกฺขนฺธตฺตยสฺเสว. กายปสฺสทฺธิอาทโย หิ รูปกายสฺสาปิ ทรถาทินิมฺมทฺทกาติ. กมฺมญฺญาเนว โหนฺตีติ น เกวลํ กมฺมญฺญาเนว สุวิสทานิ อุชุกานิเยว โหนฺติ, อวินาภาวิตาย ปน ตทุภยํ วิสุํ น วุตฺตํ. กายจิตฺตานํ ปสฺสทฺธาทิภาโว จ เตสํ อปสฺสทฺธาทิเหตุภูตานํ อุทฺธจฺจาทิถินมิทฺธาทิทิฏฺฐิมานาทิเสสนีวรณาทิอสฺสทฺธิยาทิมายาสาเฐยฺยาทิสํกิเลสธมฺมานํ วิทฺธํสนวเสเนว ตทา วิปสฺสนาจิตฺตุปฺปาทสฺส ปวตฺตนโต.
๑๒๘๘-๙๐. มนุสฺสานํ อยนฺติ มานุสี, มนุสฺสโยคฺยกามสุขรติ. ตาทิเสหิ มนุสฺสวิเสเสหิ อนุภวิตพฺพตานติวตฺตนโต ทิพฺพรติปิ สงฺคหิตา, มานุสีสทิสตาย, กามสุขภาเวน ทิพฺพา รติ วา มานุสี, ตสฺสา อติกฺกนฺตตาย น มานุสีติ อมานุสี, ตํ อมานุสึ. สุญฺญาคารนฺติ ยํ กิญฺจิ วิวิตฺตํ เสนาสนํ, วิปสฺสนํ เอว วา, สาปิ หิ นิจฺจภาวาทิสุญฺญตาย, โยคิโน สุขสนฺนิสฺสยตาย จ ‘‘สุญฺญาคาร’’นฺติ วตฺตพฺพตํ ลภติ. จิตฺตสฺส อนุปสมกรานํ กิเลสานํ วิคเมน สนฺตจิตฺตสฺส สํสาเร ภยสฺส อิกฺขเนน ภิกฺขุโน สมฺมา ญาเยน รูปารูปธมฺมานํ อุทยพฺพยานุปสฺสนาทิวเสน เต วิปสฺสโต สมฺมสโต สมฺมารทฺธวิปสฺสนานํ มนุสฺสานํ วิสยตาย อมานุสี วิปสฺสนาปีติสุขสญฺญิตา รติ โหตีติ อยเมตฺถ คาถาย สงฺเขปตฺโถ. ทุติยคาถา ปน อุทยพฺพยญาณเมว สนฺธาย วุตฺตา. ตตฺถ ยโต ยโตติ รูปโต, อรูปโต วา.
๑๒๙๑. ญาณาทโยติ ญาณสทฺธาทโย สตฺต. วุตฺตนเยนาติ ‘‘ญาณนฺติ วิปสฺสนาญาณํ, สทฺธาติ วิปสฺสนาจิตฺตสมฺปยุตฺตา สทฺธา’’ติอาทินา วุตฺตนยานุสาเรน วิปสฺสนาวเสเนว เญยฺยา. ตตฺถ ญาณํ รูปารูปธมฺเม อุทยพฺพยานุปสฺสนาวเสน ตุลยนฺตสฺส ตีเรนฺตสฺส วิสฺสฏฺฐอินฺทวชิรมิว อวิคตเวคํ ติขิณํ สูรํ อติวิสทํ อุปฺปชฺชติ. ตถา หิ เตน โยคี ‘‘มคฺคํ ปตฺโตสฺมี’’ติ มญฺญติ. สทฺธาติ กิเลสกาลุสิยาปคเมน จิตฺตเจตสิกานํ อติสยปสาทภูตา พลวตี สทฺธา, น ปน กมฺมผลํ, รตนตฺตยํ วา สทฺทหนวเสน ปวตฺตา. สติปิ สูปฏฺฐิตา อจลา ปพฺพตราชสทิสา อุปฺปชฺชติ. อิมิสฺสา จ อุปฺปนฺนาย โส ยํ ยํ ฐานํ ปจฺจเวกฺขติ, ตํ ตํ ฐานมสฺส อนุปวิสิตฺวา โอกฺขนฺทิตฺวา ปกฺขนฺทิตฺวา ปริภณฺฑภูตสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส อุปฏฺฐหนฺเต ปรโลกวิสยตฺตา วณฺณายตนวิสยมตีตนฺติ ทิพฺพจกฺขุโน ปรโลโก วิย สติยา อุปฏฺฐาติ. สุขํ ปน สกลสรีรํ อภิสนฺทมานํ อติปณีตํ อุปฺปชฺชติ. ตสฺมิญฺหิ อุปฺปนฺเน ตํสมุฏฺฐิเตหิ อติปณีเตหิ รูเปหิ สพฺโพ กาโย ปริผุโฏ, ปริพฺรูหิโต จ โหติ. อุเปกฺขา ปน วิปสฺสนุเปกฺขา เจว อาวชฺชนุเปกฺขา จ. ตตฺถ วิจินิตวิจยตฺตา สงฺขารานํ วิจินเน มชฺฌตฺตภาเวน ฐิตา วิปสฺสนุเปกฺขา. สา ปน อตฺถโต ตถาปวตฺตา ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขาว. มโนทฺวาราวชฺชนจิตฺตสมฺปยุตฺตา เวทนา อาวชฺชเน อชฺฌุเปกฺขนวเสน ปวตฺติยา อาวชฺชนุเปกฺขาติ วุจฺจติ. ทุวิธา ปเนสา ตทา อุปฺปชฺชติ. ตถา หิ ตสฺมึ สมเย สพฺพสงฺขารานํ อุทยพฺพเย มชฺฌตฺตภูตา วิปสฺสนุเปกฺขา พลวตี อุปฺปชฺชติ, มโนทฺวาเร อาวชฺชนุเปกฺขาปิ. สา หิสฺส ตํ ตํ ฐานํ อาวชฺชนฺตสฺส วิสฺสฏฺฐอินฺทวชิรมิว, ปตฺตปุเฏ ปกฺขนฺทตตฺตนาราโจ วิย จ สูรา ติขิณา หุตฺวา ปวตฺตติ. วีริยมฺปิ อสิถิลมนจฺจารทฺธํ สมฺปยุตฺตธมฺเม กิเลสปกฺขโต โกสชฺชปกฺขโต ปคฺคณฺหนฺตํ สุปคฺคหิตมุปฺปชฺชติ, นิกนฺติ จ โอภาสาทิปฏิมณฺฑิตาย วิปสฺสนาย อาลยํ กุรุมานา ภาวนาย สาติสยปฺปวตฺติยา สุขุมา สนฺตาการา อุปฺปชฺชติ. ยา กิเลโสติ ปริคฺคหิตุมฺปิ น ยุตฺตา. ยถา จ โอภาเส, เอวํ เอเตสุปิ อญฺญสฺมึ อุปฺปนฺเน โยคาวจโร ‘‘น วต เม อิโต ปุพฺเพ เอวรูปา ปีติ อุปฺปนฺนปุพฺพา, เอวรูปา ปสฺสทฺธิ ญาณํ สทฺธา สติ สุขํ อุเปกฺขา วีริยํ นิกนฺติ อุปฺปนฺนปุพฺพา, อทฺธา มคฺคผลปฺปตฺโตสฺมี’’ติ คณฺหาติ, ตสฺเสวํ คณฺหโต วิปสฺสนา วีถิอุกฺกนฺตา นาม โหติ. โส เตเยว อสฺสาเทนฺโต นิสีทติ. อิเม จ ปน วิปสฺสนุปกฺกิเลสา เยภุยฺเยน สมถวิปสฺสนาลาภิโน อุปฺปชฺชนฺติ. โส สมาปตฺติวิกฺขมฺภิตานํ กิเลสานํ อสมุทาจารโต ‘‘อรหา อห’’นฺติ จิตฺตํ อุปฺปาเทตีติ.
๑๒๙๒-๓. อุปเกฺลสสฺส วตฺถุโตติ นิปฺปริยายโต ทิฏฺฐิมานตณฺหา อิธ อุปกฺกิเลสา เตสํ วตฺถุโต อุปฺปตฺติฏฺฐานตาย, น สภาวโต อกุสลตฺตา. ยถา ปน โอภาสาทโย, เอวํ นิกนฺติปิ ทิฏฺฐิคฺคาหาทีนํ ฐานํ โหตีติ วตฺถุภาโวปิสฺสา ยุชฺชเตว. ตํตมาวชฺชมานสฺส, ภาวนา ปริหายตีติ ตํ ตํ โอภาสาทิกํ อาวชฺชมานสฺส ทิฏฺฐิมานตณฺหาวเสน ‘‘มม โอภาโส’’ติอาทิคฺคาหํ ปวตฺเตนฺตสฺส ภาวนา วีถึ โอกฺกมิตฺวา ปริวฏฺฏติ. อปฺปํ สุตเมตสฺสาติ อปฺปสฺสุโต.
๑๒๙๔-๗. พหุสฺสุโต ปน โอภาสาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ ‘‘อยํ โข เม โอภาโส อุปฺปนฺโน, โส โข ปนายํ อนิจฺโจ สงฺขโต ปฏิจฺจสมุปฺปนฺโน ขยธมฺโม วยธมฺโม วิราคธมฺโม นิโรธธมฺโม’’ติ วา, สเจ โอภาโส อตฺตา ภเวยฺย, อตฺตาติ คเหตุํ วฏฺเฏยฺย, อนตฺตา จ ปนายํ อตฺตาติ คหิโต, ตสฺมา ‘‘โส อวสวตฺตนฏฺเฐน อนตฺตา, หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺโจ, อุทยพฺพยปฏิปีฬนฏฺเฐน ทุกฺโข’’ติอาทินา สมนุปสฺสติ, โส เอวํ สมนุปสฺสนฺโต อุปกฺกิเลสชฏํ วิชเฏตฺวา โอภาสาทโย ธมฺมา น มคฺโค, อุปกฺกิเลสวินิมุตฺตํ ปน วีถิปฏิปนฺนํ วิปสฺสนาญาณํ มคฺโคติ มคฺคญฺจ อมคฺคญฺจ ววตฺถเปติ. เตน วุตฺตํ ‘‘สพฺโพภาสาทโย’’ติอาทิ. มคฺคามคฺเคสุ ญาณนฺติ มคฺคามคฺคญาณํ, มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธีติ วุตฺตํ โหติ. มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธิปตฺติยา จ เตน โยคินา ติณฺณํ สจฺจานญฺจ ววตฺถานํ กตํ โหติ. กถํ? ทิฏฺฐิวิสุทฺธิยา ตาว นามรูปววตฺถาปเนน ทุกฺขสจฺจววตฺถานํ กตํ โหติ, กงฺขาวิตรณวิสุทฺธิยา ปจฺจยปริคฺคเหน สมุทยสจฺจสฺส ววตฺถานํ. อภิธมฺมนยสฺมิญฺหิ สพฺพกิเลสา, กมฺมญฺจ สมุทยสจฺจํ, อิมิสฺสํ มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธิยํ สมฺมา มคฺคสฺส อวธารเณน มคฺคสจฺจํ. ตทุปายภูตสฺส หิ มคฺคสฺส อวธารเณน ตํ อวธาริตเมวาติ เอวํ โลกิเยเนว ตาว ญาเณน ติณฺณํ สจฺจานํ ววตฺถานํ กตํ โหติ.
อิติ อภิธมฺมตฺถวิกาสินิยา นาม
อภิธมฺมาวตารสํวณฺณนาย
มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธินิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.