๑๐. ทสโม ปริจฺเฉโท

รูปวิภาควณฺณนา

๖๒๒. อาทิมฺหีติ อุทฺเทสคาถายํ. อิทานีติ จิตฺตเจตสิกวิภาวนานนฺตรํ. วิภาวนนฺติ นิทฺเทสปฏินิทฺเทสวเสน สรูปโต ปกาสนํ.

๖๒๓. รุปฺปตีติ สีตุณฺหาทีหิ วิการมาปชฺชติ, อาปาทียตีติ วา อตฺโถ. วิการาปตฺติ จ สีตาทิวิโรธิปจฺจยสนฺนิธาเน วิสทิสุปฺปตฺติเยว. น หิ ยถาสกํ ปจฺจเยหิ อุปฺปชฺชิตฺวา ฐิตธมฺมานํ อญฺเญน เกนจิ วิการาปาทนํ สกฺกา กาตุํ, ตสฺมา ปุริมุปฺปนฺนรูปสนฺตติ วิย อหุตฺวา ปจฺฉา อุปฺปชฺชมานานํ วิสภาคปจฺจยสมวาเยน วิสทิสุปฺปตฺติเยว อิธ ‘‘รุปฺปน’’นฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวญฺจ กตฺวา สงฺฆิยานํ วิปริณามวาโท ปจฺจกฺขโต โหติ. นนุ จ อรูปธมฺมานมฺปิ วิโรธิปจฺจยสมวาเย วิสทิสุปฺปตฺติ ลพฺภตีติ? สจฺจํ ลพฺภติ, น ปน วิภูตตรา. วิภูตตรา เหตฺถ วิสทิสุปฺปตฺติ อธิปฺเปตา อุกฺกฏฺฐคติวเสน ยถา ‘‘อภิรูปสฺส กญฺญา ทาตพฺพา’’ติ (สํ. นิ. ๓.๗๘).

กุโต เอตํ วิญฺญายตีติ เจ? สีตาทิคฺคหณโต. ตถา หิ วุตฺตํ –

‘‘กิญฺจ, ภิกฺขเว, รูปํ วเทถ, รุปฺปตีติ โข, ภิกฺขเว, ตสฺมา รูปนฺติ วุจฺจติ. เกน รุปฺปติ? สีเตนปิ รุปฺปติ, อุเณฺหนปิ รุปฺปติ, ชิฆจฺฉายปิ รุปฺปติ, ปิปาสายปิ รุปฺปติ, ฑํสมกสวาตาตปสรีสปสมฺผสฺเสนปิ รุปฺปติ, รุปฺปตีติ โข, ภิกฺขเว, ตสฺมา รูปนฺติ วุจฺจตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๗๙).

เอตฺถ หิ สีตาทิคฺคหณํ สีตาทินา ผุฏฺฐสฺส รุปฺปนํ วิภูตตรํ, ตสฺมา ตเทเวตฺถ คหิตนฺติ ญาปนตฺถํ. อิตรถา รุปฺปตีติ สามญฺญวจเนเนว สิทฺเธ สีตาทิคฺคหณํ นิรตฺถกํ สิยาติ.

ยทิ เอวํ, กถํ พฺรหฺมโลเก รูปสมญฺญา? น หิ ตตฺถ อุปฆาตโก สีตาทิผสฺสวิเสโส ลพฺภตีติ? สจฺจํ, ตตฺถาปิ ตํสภาวานติวตฺตนโต. อรุปฺปนสฺสาปิ หิ รุปฺปนสภาวานติวตฺตนโต รูปสมญฺญา โหติ. ยถา อทุทฺธมฺปิ ขีรํ ตํสภาวานติวตฺตนโต ‘‘ทุทฺธ’’นฺติ วุจฺจตีติ. อถ วา กิญฺจาปิ ตตฺถ อุปฆาตโก สีตาทิผสฺสวิเสโส นตฺถิ, อนุคฺคาหโก ปน อตฺถิ. ตถา หิ พฺรหฺมานํ อุตุชรูปํ อตฺถิ, ตสฺมา อตฺเถว ตตฺถ รุปฺปนนฺติ น โกจิ ตตฺถ รูปสมญฺญาย วิพนฺโธติ.

รูปยตีติ วาติ สยํ วิชฺชมานเมว อตฺตโน สนฺตานํ วิการมาปาทยตีติ อตฺโถ. อิติ ปุริมวิคฺคเหน วิการุปฺปตฺติ ‘‘รุปฺปน’’นฺติ ทีปิตํ. อิมินา ปน วิโรธิปจฺจยสนฺนิปาเต วิชฺชมานสฺเสว โย อตฺตโน สนฺตาเน วิสทิสุปฺปตฺติเหตุภาโว, ตํ รุปฺปนนฺติ ทีปิตํ โหติ. อิมสฺมึ ปกฺเข อรูปสฺส รูปสมญฺญาปสงฺโค เอว นตฺถิ. นิรุทฺธเมว หิ ตํ อนนฺตราทิปจฺจเยหิ อรูปํ อุปฺปาเทติ, น วิชฺชมานนฺติ. ฆฏฺฏเน วิการาปตฺติยํ รูป-สทฺทสฺส รุฬฺหี, ตสฺมา อรูปธมฺมานํ ฆฏฺฏนาภาวโต น เตสุ รูปสมญฺญาติ เกจิ. ปฏิฆาโต รุปฺปนนฺติ อปเร, เตสํ มเตน กิญฺจาปิ สปฺปฏิฆรูปานเมว รูปสมญฺญาปสงฺโค, อถ โข อวยวโวหาเรน สมุทาโยปิ โวหรียตีติ สพฺพเมว รูปํ รูปสมญฺญํ ลภติ. เกจิ ปเนตฺถ ‘‘รูปยตีติ วณฺณายตนวเสน วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. ตญฺหิ วณฺณวิการํ อาปชฺชมานํ รูปยติ, หทยงฺคตภาวํ ปกาเสตีติ. ตยิทํ อุปริ วณฺณายตนนิทฺเทเส วิสุํเยว วุจฺจตีติ น ตสฺส อิธ สํวณฺณเน ปโยชนํ อตฺถิ. สุรูโปติ ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณอสีติอนุพฺยญฺชนพฺยามปฺปภาเกตุมาลาทีหิ อลงฺกตตฺตา โสภนรูปกาโย, สภาวตฺโถ วา รูป-สทฺโท ‘‘ยํ โลเก ปิยรูปํ สาตรูป’’นฺติอาทีสุ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๔) วิย, ตสฺมา สุรูโปติ โสภนสภาโว, เตน ทสพลจตุเวสารชฺชาทิอสาธารณคุณวิเสสสมาโยคทีปนโต สตฺถุ ธมฺมกายสมฺปตฺติยาปิ โสภนตา ทสฺสิตา โหติ.

๖๒๔. ภูโตปาทายเภทโตติ เอตฺถ ตทธีนวุตฺติตาย ภวติ เอตฺถ อุปาทารูปนฺติ ภูตํ. อถ วา มหาภูตาเยว อิธ ปุริมปทโลปวเสน ภูต-สทฺเทน วุตฺตา. เตนาห ‘‘จตุพฺพิธา มหาภูตา’’ติ. ภูตานิ อุปาทิยเตว, น ปน สยํ เตหิ อญฺเญหิ วา อุปาทิยตีติ อุปาทายํ. เอวญฺจ กตฺวา จตุนฺนํ มหาภูตานํ อญฺญมญฺญํ นิสฺสาย ปวตฺตมานานมฺปิ อุปาทายรูปตาปสงฺโค นตฺถิ. น หิ เต เกวลํ อญฺญมญฺญํ อุปาทิยนฺเตว, อถ โข สยํ อุปาทายรูเปหิ อุปาทิยนฺติ, ตสฺมา อุปาทาย-สทฺทคฺคหณสามตฺถิยโต น มหาภูตานํ อุปาทายรูปตาปสงฺโคติ. อถ วา ‘‘จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทายรูป’’นฺติ (ธ. ส. ๕๘๔) วจนโต จตุมหาภูตสนฺนิสฺสิตตาว อุปาทายรูปลกฺขณํ, น ภูตตฺตยาทิสนฺนิสฺสิตตาปีติ น เตสํ อุปาทายรูปตาติ. ภูตญฺจ อุปาทายญฺจ ภูโตปาทายํ, เตสํ วเสน เภทโตติ ภูโตปาทายเภทโต. ภูตสทฺทสฺส อุภยลิงฺคตฺตา อาห ‘‘มหาภูตา’’ติ. อุปาทาติ อุปาทายรูปานิ ‘‘ปฏิสงฺขา โยนิโส’’ติอาทีสุ วิย เอตฺถ ย-การโลโป ทฏฺฐพฺโพ.

๖๒๕. กตเม ปน จตฺตาโร มหาภูตา, กถญฺจ เต มหาภูตสญฺญิตา, กานิ จ อุปาทายรูปานิ, กถญฺจ ตานิ ‘‘อุปาทายรูปานี’’ติ วุจฺจนฺตีติ อิทํ โจทนํ หทเย กตฺวา กเมน โสเธนฺโต อาห ‘‘ปถวีธาตู’’ติอาทิ. จตฺตาโรเมติ จตฺตาโร อิเม. มหา จ โส ภูโต จาติ มหาภูโต, เตน มหาภูเตน สเทวเก โลเก มหนฺตภาเวน ปาตุภูเตน สมฺมาสมฺพุทฺเธนาติ อตฺโถ. อถ วา –

‘‘กาโล ฆสติ ภูตานิ,

สพฺพาเนว สหตฺตนา;

โย จ กาลฆโส ภูโต,

ส ภูตปจนึ ปจี’’ติ. (ชา. ๑.๒.๑๙๐) –

อาทีสุ วิย ภูต-สทฺทสฺส สตฺเตสุ, ขีณาสเวสุ จ ปวตฺตนโต มหาภูเตนาติ มหตา สตฺเตน, มหาขีณาสเวนาติ วา อตฺโถ. ขีณาสโวปิ หิ ปริกฺขีณปฏิสนฺธิกตฺตา ภูโตเยว น ภวติ, น จ ภวิสฺสตีติ ภูโตติ วุจฺจติ.

๖๒๖. มหนฺตา ปาตุภูตาติ อุปาทินฺนกสนฺตาเนปิ อนุปาทินฺนกสนฺตาเนปิ สสมฺภารธาตุวเสน มหนฺตา หุตฺวา ภูตา ชาตา นิพฺพตฺตาติ อตฺโถ. เตสํ อนุปาทินฺนกสนฺตาเน –

‘‘ทุเว สตสหสฺสานิ, จตฺตาริ นหุตานิ จ;

เอตฺตกํ พหลตฺเตน, สงฺขาตายํ วสุนฺธรา’’ติ. (ธ. ส. อฏฺฐ. ๕๘๔) –

อาทินา นเยน มหนฺตปาตุภูตตา วุตฺตา. อุปาทินฺนกสนฺตาเนปิ อเนกโยชนสติกมจฺฉกจฺฉปติคาวุตปฺปมาณเทวทานวาทิสรีรวเสน ทฏฺฐพฺพา. วุตฺตมฺปิ เหตํ ‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว, มหาสมุทฺเท โยชนสติกาปิ อตฺตภาวา’’ติอาทิ (อ. นิ. ๘.๒๐; จูฬว. ๓๘๕; อุทา. ๔๕).

มหาภูตสมาติ อเนกพฺภุตวิเสสทสฺสเนน, อเนกภูตทสฺสเนน จ มหนฺตา ภูตา, มหนฺตานิ อพฺภุตานิ วา เอเตสูติ มหาภูตา, มายาการา, ยกฺขาทโย วา ชาติวเสเนว มหนฺตา ภูตาติ มหาภูตา, เตหิ เอเต สมาติ มหาภูตสมา. เอเต หิ ยถา มายาการา อมณึ เอว อุทกํ มณึ กตฺวา ทสฺเสนฺติ, อสุวณฺณํเยว เลฑฺฑุอาทิกํ สุวณฺณํ กตฺวา ทสฺเสนฺติ, ยถา จ สยํ เนว ยกฺขา น ปกฺขิโน สมานา ยกฺขาทิภาวมฺปิ ทสฺเสนฺติ, เอวเมวํ สยํ อนีลาเนว หุตฺวา นีลํ อุปาทายรูปํ ทสฺเสนฺติ, สยํ อปีตาเยว…เป… สยํ อโนทาตาเยว หุตฺวา โอทาตํ อุปาทายรูปํ ทสฺเสนฺตีติ มายาการมหาภูตสามญฺญโต มหาภูตา.

ยถา จ ยกฺขา มหาภูตา ยํ คณฺหนฺติ, เนวสฺส อนฺโตสรีเร ฐานํ อุปลพฺภติ, น สรีรโต พหิ, น จ ตสฺส องฺคมงฺคํ นิสฺสาย น ติฏฺฐนฺติ. ยทิ หิ สรีรสฺส อนฺโต ฐิตา, สกลสรีเร พฺยาปนํ น สิยา. อถ พหิ ฐิตา, ยกฺขคฺคหิตเกน กตกุสลากุสลํ ยกฺขสฺส น สิยา. ยทิ จสฺส องฺคมงฺคํ นิสฺสาย น ฐิตา, ยกฺขคฺคหิตเก ปหเฏ ยกฺขสฺส ทุกฺขเวทนุปฺปตฺติ น สิยา, น จ สรีเร ราชิอุฏฺฐานํ ภเวยฺย. ยสฺมา ปเนตํ สพฺพํ อตฺถิ, ตสฺมา เต อนิทฺทิสิตพฺพฏฺฐานา, เอวเมเตปิ น อญฺญมญฺญสฺส อนฺโต น พหิ ฐิตา อุปลพฺภนฺติ, น จ อญฺญมญฺญํ นิสฺสาย น ติฏฺฐนฺติ. ยทิ หิ เต อญฺญมญฺญสฺส อนฺโต ฐิตา, น สกสกกิจฺจกรา สิยุํ อญฺญมญฺญํ อนุปเวสนโต. อถ อญฺญมญฺญโต พหิ ฐิตา, วินิพฺภุตฺตา สิยุํ, ตถา จ สติ อวินิพฺภุตฺตวาโท ปริหาเยยฺย, ตสฺมา อนิทฺทิสิตพฺพฏฺฐานาติ. ยกฺขมหาภูตสมานตาย มหาภูตสมา. อนิทฺทิสิตพฺพฏฺฐานาปิ เจเต ปติฏฺฐานาทินา ยถาสกกิจฺจวิเสเสน เสสานํ ติณฺณํ อุปการกา โหนฺตา สหชาตาทินา ปจฺจเยน ปจฺจโย หุตฺวา อญฺญมญฺญํ นิสฺสาเยว ติฏฺฐนฺติ.

วญฺจกตฺตา อภูเตนาติ ยกฺขินีอาทโย วิย อภูเตน อตจฺเฉน มนาปวณฺณสณฺฐานาทินา สตฺตานํ วญฺจกตฺตา มหนฺตานิ อภูตานิ เอเตสูติ มหาภูตาติ สมฺมตา. ยถา หิ ยกฺขินีอาทโย มนาเปหิ กาฬสามาทิวณฺเณหิ, ปุถุลปีวรกิสาทิสณฺฐาเนหิ, หตฺถภมุอาทิวิกฺเขเปหิ จ อตฺตโน ภยานกภาวํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา สตฺเต วญฺเจนฺติ, อตฺตโน วสํ เนนฺติ, เอวเมเตปิ อิตฺถิปุริสาทีสุ มนาเปน ฉวิวณฺเณน, มนาเปน องฺคปจฺจงฺคสณฺฐาเนน, มนาเปน จ หตฺถปาทองฺคุลิภมุกวิกฺเขเปน อตฺตโน กกฺขฬตฺตาทิสรีรลกฺขณํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา พาลชนํ วญฺเจนฺติ, อตฺตโน สภาวํ ทฏฺฐุํ น เทนฺตา ตํ อตฺตโน วสํ เนนฺติ.

๖๒๗-๓๐. จกฺขุโสตนฺติอาทีสุ รูปเมว รูปตา. หทยญฺจ ตํ วตฺถุ จ มโนธาตุมโนวิญฺญาณธาตูนนฺติ หทยวตฺถุ, หทยสฺส วา วิญฺญาณสฺส วตฺถูติ หทยวตฺถุ, ปุริมปทโลเปน ปน ‘‘วตฺถุ’’นฺติ วุตฺตํ. กพฬีกาโร อาหาโรเยว อาหารตา. กิญฺจาปิ ธมฺมสงฺคณิยํ รูปนิทฺเทเส กพฬีกาโร อาหาโร โอสาเน อุทฺทิฏฺโฐ, อิธ ปน นิปฺผนฺนรูปานํ เอกฏฺฐาเน ทสฺสนตฺถํ หทยวตฺถุอนนฺตรํ อุทฺทิฏฺโฐติ. ลหุตา อาทิ ยาสํ มุทุตากมฺมญฺญตานนฺติ ลหุตาทโย, ตาสํ ตยํ ลหุตาทิตฺตยํ, ตตฺถ ลหุภาโว ลหุตา, ตถา มุทุตาปิ. กมฺมนิ สาธุ กมฺมญฺญํ, ตสฺส ภาโว กมฺมญฺญตา. ลหุตาทีนํ สยํ อนิปฺผนฺนตฺตา นิปฺผนฺนรูปวิการภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘รูปสฺสา’’ติ วิเสสนํ กตํ. จตุวีสตีติ คณนปริจฺเฉโท, พลวรูปาทีนํ นิเสธนตฺโถ. ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรโต อาวิ ภวิสฺสติ. นิสฺสายาติ นิสฺสาย เอว, น ปน นิสฺสยวเสนปิ. จตูหิ อุปาทาเนหิ นิมุตฺตตาย นิกฺขนฺตํ อุปาทานโต มานสํ เอตสฺสาติ นิรุปาทานมานโส.

๖๓๑-๒. ปตฺถฏตฺตาติ ปุถุตฺตา, เตน ปุถุภาวโต ปุถวี, ปุถวี เอว ปถวีติ นิรุตฺตินเยน สทฺทสิทฺธิ ทีปิตา โหติ. อยํ ปน สมฺภารปถวิยา วเสน ยุชฺชติ. สา หิ ปุถุภูตา ปตฺถฏาติ. ลกฺขณปถวิยา วเสน ปน ปถนฏฺเฐน ปถวี, สหชรูปานํ ปติฏฺฐาภาเวน ปกฺขายติ อุปฏฺฐาตีติ อตฺโถ. ปุริโมปิ วา อตฺโถ ลกฺขณปถวิยา วเสน ลพฺภติ. วายนโตติ สมุทีรณโต, เทสนฺตรุปฺปตฺติเหตุภาเวน ภูตสงฺฆาฏสฺส ปาปนโตติ อตฺโถ. เตเชติ ปริปาเจติ, นิเสติ วา, ติกฺขภาเวน เสสภูตตฺตยํ อุสฺมาเปตีติ อตฺโถ. คาถาพนฺธวเสน เจตฺถ อิติ-สทฺทโลปโต ‘‘เตเชติ’’จฺเจว วุตฺตํ. เอวํ ‘‘อาเปตี’’ติ เอตฺถาปิ. ตสฺมา เตเชตีติ เตโช, อาเปตีติ อาโปติ วุตฺตํ โหติ. อาเปติ ปาลนาติ อนุปาเลตพฺพรูปปริโยสานํ อาเปติ ปตฺถรติ. ตถา เหตํ ‘‘อาพนฺธนกิจฺจ’’นฺติ วุจฺจติ. อาปียตีติ อาโป. โสสียติ ปิวียตีติ อตฺโถติ เกจิ. อยํ ปนตฺโถ สสมฺภาราเป ยุชฺชตีติ วทนฺติ, ลกฺขณาเปปิ ยุชฺชเตว. โสปิ หิ ผรุสปาจนวิโสสนากาเรน เสสภูตตฺตเยน ปียมาโน วิย ปวตฺตตีติ. อาปายตีติ วา อาโป, พฺรูเหติ วฑฺเฒตีติ อตฺโถ. ตถา เหส ปริพฺรูหนรโส. เตสนฺติ ยถาวุตฺตานํ ภูโตปาทายเภทานํ รูปานํ. วกฺขามีติ กเถสฺสามิ. กึ การณาติ อาห ‘‘ลกฺขณาทีสู’’ติอาทิ. หิ-สทฺโท เหตุอตฺโถ. ยสฺมา ลกฺขณาทีสุ ญาเตสุ ธมฺมา อาวิ ภวิสฺสนฺติ, ตสฺมา เตสํ ปรโต อาวิภาวเหตูติ อตฺโถ.

๖๓๓-๔. กานิ ปน ตานิ ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานานิ นาม, เยสุ ญาเตสุ ธมฺมา อาวิ ภวิสฺสนฺตีติ อิมํ โจทนํ โสเธตุํ ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานานิ สรูปโต กเถนฺโต อาห ‘‘สามญฺญํ วา’’ติอาทิ. สามญฺญํ สาธารโณ อนิจฺจาทิโก. สภาโว กกฺขฬาทิผุสนาทิโก อสาธารณภาโว. กิจฺจนฺติ สนฺธารณาทิกิจฺจํ. สมฺปตฺตีติ สมฺปนฺนภาโว. ‘‘สุรโส คนฺธพฺโพ’’ติอาทีสุ หิ คนฺธพฺพสมฺปตฺติยา รส-สทฺเทน วุจฺจมานตฺตา สมฺปตฺติ รโสติ. ผลนฺติ สหชาตนานกฺขณิกวเสน ฐิตํ ผลํ. อุปฏฺฐานนโยติ คเหตพฺพภาเวน ญาณสฺส อุปฏฺฐานากาโร. อาสนฺนการณนฺติ ปธานการณํ.

ลกฺขียติ เอเตนาติ ลกฺขณํ, กกฺขฬตฺตํ ลกฺขณเมติสฺสาติ กกฺขฬตฺตลกฺขณา. นนุ จ กกฺขฬตฺตเมว ปถวีธาตูติ? สจฺจเมตํ. ตถา หิ วิญฺญาตาวิญฺญาตสทฺทตฺถตาวเสน อสมฺภินฺเนปิ ธมฺเม กปฺปนาสิทฺเธน เภเทน เอวํ นิทฺเทโส กโต. เอวญฺหิ อตฺถวิเสสาวโพโธ โหตีติ. อถ วา ลกฺขียตีติ ลกฺขณํ, กกฺขฬา หุตฺวา ลกฺขิยมานา ธาตุ กกฺขฬตฺตลกฺขณาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เสสาสุปิ เอเสว นโย. ปติฏฺฐานรสาติ สหชาตธมฺมานํ ปติฏฺฐานภาวกิจฺจา. อสหชาตานมฺปิ สนฺตติวเสน ปติฏฺฐานภาโว โหเตว. ตโต เอว เนสํ สมฺปฏิจฺฉนากาเรน ญาณสฺส ปจฺจุปฏฺฐาตีติ สมฺปฏิจฺฉนปจฺจุปฏฺฐานา. อิมินา กิจฺจวเสเนเวตฺถ ‘‘ปจฺจุปฏฺฐาน’’นฺติ ทสฺเสติ. ปทฏฺฐานํ ปเนตฺถ จตุนฺนมฺปิ เอกโต กตฺวา วกฺขติ.

ปคฺฆรณลกฺขณาติ ทฺรวตาภาวโต วิสฺสนฺทนลกฺขณา. พฺรูหนรสาติ สหชาตธมฺมานํ มิลาตภาวูปคมนํ อทตฺวา วฑฺฒนกิจฺจา. ตถา หิ สา เตสํ ปีณิตภาวํ ทสฺเสตีติ วุจฺจติ. สงฺคหปจฺจุปฏฺฐานาติ พาหิรกอุทกํ วิย นหานิยจุณฺณสฺส สหชาตธมฺมานํ วิปฺปกิริตุํ อทตฺวา สมฺปิณฺฑนวเสน สงฺคณฺหนปจฺจุปฏฺฐานา. ปริปาจนรสาติ ปริณตภาวกรณรสา. มทฺทวานุปฺปทานปจฺจุปฏฺฐานาติ พาหิรคฺคิ วิย ชตุโลหาทีนํ สหชาตธมฺมานํ มุทุภาวานุปฺปทานปจฺจุปฏฺฐานา. วิตฺถมฺภนลกฺขณาติ ปูรณลกฺขณา. สมุทีรณรสาติ กมฺปนรสา. อภินีหาโร ภูตตฺตยสฺส เทสนฺตรุปฺปตฺติเหตุภาโว, นีหรณํ วา พีชโต องฺกุราทิกสฺส วิย. เอเกกา…เป… ตพฺพาติ ปถวีธาตุ อาปาทิภูตตฺตยปทฏฺฐานา, อาโปธาตุ ปถวีเตชาทิภูตตฺตยปทฏฺฐานาติ เอวํ เอเกกา ธาตุ อวสิฏฺฐภูตตฺตยปทฏฺฐานา.

อาโรหปริณาหวเสน หิ มชฺฌิเม อิมสฺมึ สรีเร ปริคฺคยฺหมานา ปรมาณุเภทสญฺจุณฺณา สุขุมรชภูตา ปถวีธาตุ โทณมตฺตา สิยา. สา จ ตโต อุปฑฺฒปฺปมาณาย อาโปธาตุยา ยถา น วิกิรติ, เอวํ อาพนฺธนวเสน สงฺคหิตา. ยถา ปน ปคฺฆรณสภาวาย อาโปธาตุยา วเสน กิลินฺนภาวํ ปิจฺฉลภาวํ นาปชฺชติ, เอวํ เตโชธาตุยา อนุปาลิตา. ยถา ปน ตสฺสา วเสน น วิกิรียติ, เอวํ วาโยธาตุยา วิตฺถมฺภิตา สงฺฆาตภาวํ ปาปิตา. เอวํ สุขุมรชภูตาปิ อาพนฺธนปริปาจนสมุทีรณกิจฺจาหิ อาโปเตโชวาโยธาตูหิ ลทฺธปจฺจยา สิเนเหน เตมิตา, เตชสา ปริปกฺกา, วายุนา วิตฺถมฺภิตา ปิฏฺฐจุณฺณานิ วิย น อิโต จิโต จ วิกิรียติ วิทฺธํสียติ, อวิกิริยมานา อวิทฺธํสิยมานา นานปฺปการกํ อิตฺถิปุริสลิงฺคาทิภาววิภาคํ อุปคจฺฉติ, อณุถูลทีฆรสฺสถิรกถินาทิภาวญฺจ ปกาเสติ.

ยูสคตา อาพนฺธนาการภูตา ปเนตฺถ อาโปธาตุ ปถวีปติฏฺฐิตา เตชานุปาลิตา วาโยวิตฺถมฺภิตา น คฬติ, น ปคฺฆรติ, น ปริสฺสวติ. เอวํ ตีหิ ธาตูหิ อนุปาลิตา อปคฺฆรมานา อปริสฺสวมานา ปิณฺฑิตภาวํ ทสฺเสติ. เอสา หิ อนุพฺรูหนรสา.

อสิตปีตาทิปริปาจิตา เจตฺถ อุสุมาการภูตา อุณฺหตฺตลกฺขณา เตโชธาตุ ปถวีปติฏฺฐิตา อาโปสงฺคหิตา วาโยวิตฺถมฺภิตา อิมํ กายํ ปริปาเจติ, วณฺณสมฺปตฺติญฺจสฺส อาวหติ. สา หิ ยถานุภุตฺตสฺส อาหารสฺส สมฺมา ปริณามเนน รสาทิสมฺปตฺติยา เหตุภาวํ คจฺฉนฺตี อิมํ กายํ ปริปาเจติ, วณฺณสมฺปตฺติญฺจ อาวหติ. กมฺมูปนิสฺสยาย หิ จิตฺตปสาทเหตุกาย จ สรีเร วณฺณสมฺปทาย เตโชธาตุ วิเสสปจฺจโย, ปเคว อุตุอาหารสมุฏฺฐานาย รูปสมฺปตฺติยาติ. ตาย จ ปน ปริปาจิโต อยํ กาโย น ปูติภาวํ คจฺฉติ.

องฺคมงฺคานุสฏา เจตฺถ สมุทีรณวิตฺถมฺภนลกฺขณา วาโยธาตุ ปถวีธาตุยา อตฺตนิ ปติฏฺฐาปียติ. ยถา สหชาตธมฺเมหิ วิสุํ น โหติ, เอวํ อาโปธาตุยา สงฺคยฺหติ. ยถา สหชาตธมฺมา น ปริสฺสวนฺติ, เอวํ เตโชธาตุยา อนุปาลียติ. สา เอวํ ตีหิ ธาตูหิ ยถารหํ อนุปาลิยมานา อิมํ กายํ วิตฺถมฺเภติ. ตาย ปน วิตฺถมฺภิโต อยํ กาโย น ปริปตติ, อุชุกํ ติฏฺฐติ, อิจฺเจวํ เอเกกาย ธาตุยา ติสฺสนฺนํ ธาตูนํ วเสเนว ปวตฺตนโต วุตฺตํ ‘‘เอเกกา เจตฺถ เสสภูตตฺตยปทฏฺฐานาติ เวทิตพฺพา’’ติ.

เอวํ ภูตรูปานํ สทฺธึ วจนตฺเถหิ ลกฺขณาทโย ทสฺเสตฺวา อิทานิ อุปาทายรูปานิ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘จกฺขตี’’ติอาทิ. อเนกตฺถตฺตา ธาตูนํ จกฺขติ-สทฺทสฺส วิภาวนตฺถตาปิ สมฺภวตีติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘วิภาเวตีติ อตฺโถ’’ติ. จกฺขตีติ ปน วิญฺญาณาธิฏฺฐิตํ สมวิสมํ อาจิกฺขนฺตํ วิย, อภิพฺยตฺตํ วทนฺตํ วิย โหตีติ อตฺโถ. อถ วา จกฺขตีติ วิญฺญาณาธิฏฺฐิตํ รูปํ อสฺสาเทนฺตํ วิย โหตีติ อตฺโถ. จกฺขตีติ หิ อยํ สทฺโท ‘‘มธุํ จกฺขติ, พฺยญฺชนํ จกฺขตี’’ติอาทีสุ วิย อสฺสาทตฺโถ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘จกฺขุํ โข, มาคณฺฑิย, รูปารามํ รูปรตํ รูปสมุทิต’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๒๐๙). วกฺขติ จ ‘‘รูเปสุ อาวิญฺฉนรส’’นฺติ. ยทิ เอวํ ‘‘โสตํ โข, มาคณฺฑิย, สทฺทาราม’’นฺติอาทิวจนโต (ม. นิ. ๒.๒๐๙) โสตาทีนมฺปิ สทฺทาทิอสฺสาทกภาโว อตฺถีติ เตสมฺปิ จกฺขุสทฺทาภิเธยฺยตา อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ นิรุฬฺหตฺตา. นิรุโฬฺห หิ เอส จกฺขุ-สทฺโท โลจเนเยว ปทุมาทีสุ ปงฺกชาทิสทฺทา วิยาติ.

๖๓๕-๖. จกฺขุรูปสฺส นิทฺเทสปฺปกรเณปิ จกฺขุ-สทฺทสามญฺญโต อาคตํ สพฺพมฺปิ จกฺขุํ ปเภทโต ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ จกฺขู’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถาติ ตสฺมึ จกฺขุนิทฺเทเส. ปญฺญามํสปฺปเภทโตติ ปญฺญาจกฺขุ มํสจกฺขูติ เอวํ ปญฺญามํสานํ วเสน ปเภทโต. ตตฺถาติ ตสฺมึ ทุวิเธ จกฺขุมฺหิ. ปญฺญาเยว ปญฺญามยํ. นามโตติ นาเมหิ ปญฺจวิธนฺติ สมฺพนฺโธ. กตเมหิ นาเมหีติ อาห ‘‘พุทฺธธมฺมา’’ติอาทิ. ตตฺถ พุทฺธธมฺมสมนฺเตหีติ พุทฺธจกฺขุ ธมฺมจกฺขุ สมนฺตจกฺขูติ อิเมหิ นาเมหิ. ญาณทิพฺเพหีติ ญาณจกฺขุ ทิพฺพจกฺขูติ จ นาเมหิ. ยถานุกฺกมโตติ ยถาวุตฺตอนุกฺกมโต. นานตฺตนฺติ เภทํ. เมติ มยฺหํ สนฺติกา, มยฺหํ วจนโตติ วา อตฺโถ. นิโพธถ ชานาถ.

๖๓๗. ตตฺถ ‘‘อทฺทสํ โข อหํ, ภิกฺขเว, พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต สตฺเต อปฺปรชกฺเข มหารชกฺเข ติกฺขินฺทฺริเย’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๘๓) อาคตํ พุทฺธจกฺขุ นามาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อาสยานุสเย’’ติอาทิ. ตตฺถ อาสยานุสเยติ สตฺตานํ อาสเย เจว อนุสเย จ, ตสฺมึ ปวตฺตนฺติ อตฺโถ. ตตฺถ อาคนฺตฺวา เสติ จิตฺตํ เอตฺถาติ อาสโย. พฺยคฺฆาสโย วิย. ยถา หิ พฺยคฺโฆ โคจรตฺถาย ปกฺกนฺโตปิ ปุน อาคนฺตฺวา วนคหเนเยว สยติ, เตเนว จ ตํ ตสฺส อาสโยติ วุจฺจติ, เอวํ อญฺญตฺถาปิ ปวตฺตํ จิตฺตํ อาคนฺตฺวา ยตฺถ สยติ, ตํ ตสฺส อาสโยติ เวทิตพฺพํ. โส ปน สสฺสตทสฺสนาทิวเสน จตุพฺพิโธ โหติ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐี จ, ขนฺติ เจวานุโลมิกา;

ยถาภูตญฺจ ยํ ญาณํ, เอตํ อาสยสญฺญิต’’นฺติ. (วิสุทฺธิ. มหา. ๑.๑๓๖; ที. นิ. ฏี. ๑.ปฐมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา; สารตฺถ. ฏี. ๑. ปฐมมหาสงฺคีติวณฺณนา; วิ. วิ. ฏี. ๑.เวรญฺชกณฺฑวณฺณนา)

อนุสยกถา อุปริ อาคมิสฺสติ. อินฺทฺริยานํ ปโรปเรติ สทฺธาปญฺจมกานํ อินฺทฺริยานํ ติกฺขมุทุภาเว. ติกฺขญฺหิ อินฺทฺริยํ อุกฺกฏฺฐคตตฺตา ปรํ, มุทุ อปรํ อนุกฺกฏฺฐคตตฺตา. อิทํ ปน พุทฺธจกฺขุ ฉสุ อสาธารณญาเณสุ ปุริมทฺวยนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

๖๓๘. เหฏฺฐา…เป… สญฺญิตนฺติ ‘‘ตสฺมึเยว อาสเน วิรชํ วีตมลํ ธมฺมจกฺขุํ อุทปาที’’ติ เอวํ วุตฺตํ เหฏฺฐา ตีสุ มคฺเคสุ ญาณํ ธมฺมจกฺขุนฺติ สญฺญิตํ. ญาณํ สพฺพญฺญุตา ปนาติ สพฺพญฺญุภาวสงฺขาตํ ญาณํ. ตญฺหิ สพฺพญฺญูติ อภิธานสฺส, พุทฺธิยา จ ปวตฺตินิมิตฺตตาย สพฺพญฺญุภาโว นาม โหติ. เญยฺยํ สมนฺตจกฺขุนฺติ ขนฺธาทิวเสน สมนฺตโต สพฺพโส ทสฺสนฏฺเฐน สมนฺตจกฺขุนฺติ เญยฺยํ. เตเนวาห –

‘‘น ตสฺส อทฺทิฏฺฐมิธตฺถิ กิญฺจิ,

อโถ อวิญฺญาตมชานิตพฺพํ;

สพฺพํ อภิญฺญาสิ ยทตฺถิ เญยฺยํ,

ตถาคโต เตน สมนฺตจกฺขู’’ติ. (จูฬนิ. โมฆราชมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๘๕);

๖๓๙. ยํ จกฺขุํ อุทปาทีติ อาคตนฺติ ยํ ญาณํ ‘‘อิทํ ทุกฺขนฺติ, ภิกฺขเว, ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ จกฺขุํ อุทปาทิ, ญาณํ อุทปาที’’ติ (มหาว. ๑๕) เอวํ ตตฺถ ตตฺถ สุตฺเตสุ อาคตํ, จตูสุ สจฺเจสุ เตปริวฏฺฏวเสน ‘‘ทุกฺขํ ปริญฺเญยฺยํ ปริญฺญาต’’นฺติ เอวมาทินา ทฺวาทสวิเธน อากาเรน ปวตฺตํ, อิทํ ญาณจกฺขุ. ยา ปน ‘‘อทฺทสํ โข อหํ, ภิกฺขเว, ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธนา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๘๔) อาคตา ปญฺจมชฺฌานสงฺขาตอภิญฺญาจิตฺตสมฺปยุตฺตา ปญฺญา, อยํ ทิพฺพจกฺขูติ ทสฺเสตุํ ‘‘อภิญฺญาจิตฺตชา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺถ จ ปฐมตติยญาณานิ กามาวจรานิเยว. จตุตฺถมฺปิ ปน ปุริมทฺวยมิว กามาวจรนฺติ อานนฺทาจริเยน วุตฺตํ. ญาณจกฺขุํ สหอริยมคฺควิปสฺสนาญาณนฺติปิ ยุชฺชตีติ อปเร. อคฺคมคฺเคน สห วิปสฺสนาปจฺจเวกฺขณญาณนฺติ ปน ยุตฺตํ วิย ทิสฺสติ.

๖๔๐-๔. เอวํ ปญฺญาจกฺขุสฺส ปเภทํ ทสฺเสตฺวา ปุน มํสจกฺขุสฺสาปิ ปเภทํ ทสฺเสตุํ ‘‘มํสจกฺขุปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. สสมฺภารปสาทโตติ สสมฺภารจกฺขุ ปสาทจกฺขูติ อิเมสํ ทฺวินฺนํ วเสน สมฺภรียติ เอเตหีติ สมฺภารา, อวยวา. เต ปน อุปตฺถมฺภกภูตา จตุสมุฏฺฐานิกรูปสนฺตติโย ทฏฺฐพฺพา. สห สมฺภาเรหีติ สสมฺภารํ. สสมฺภารญฺจ นาม มํสปิณฺโฑ ปวุจฺจตีติ สมฺพนฺโธ. อกฺขิกูปฏฺฐินา เหฏฺฐาติ เหฏฺฐาคตอกฺขิกูปสฺส อฏฺฐินา ปริจฺฉินฺโนติ สมฺพนฺโธ. อุทฺธนฺติ อกฺขิกูปโต อุทฺธํ. อุภโต อกฺขิโกฏีหีติ อกฺขิกูปสฺส อุภยภาเค อกฺขิโกฏีหิ. มตฺถลุงฺเคน อนฺตโตติ อกฺขิกูปสฺส อพฺภนฺตเร ฐิเตน มตฺถลุงฺเคน. นฺหารุสุตฺเตน อาพนฺโธติ นหารุรชฺชูหิ อนฺโต มตฺถลุงฺเคน สห อาพนฺโธ. สกโลปิ จ โลโกติ สกโลปิ พาลปุถุชฺชนโลโก. ยนฺติ ยํ มํสปิณฺฑํ. กมลสฺส ทลํ วิยาติ ปุถุลวิปุลนีลตาย นีลุปฺปลทลํ วิย. ชานาตีติ คณฺหาติ. จกฺขุ นาม น ตํ โหตีติ ตถา คยฺหมานํ ตํ จกฺขุ นาม น โหติ. กิญฺจรหิ ตนฺติ อาห ‘‘วตฺถุ ตสฺสาติ วุจฺจตี’’ติ. ตสฺสาติ ตสฺส ยถาธิปฺเปตสฺส ปรมตฺถจกฺขุโน. อิทํ ปนาติ นิคมนํ.

๖๔๕-๗. ตํ ปน สสมฺภารจกฺขุ เยหิ สมฺภาเรหิ สมฺภรียติ, เต สรูปโต, คณนโต จ ทสฺเสตุํ ‘‘วณฺโณ คนฺโธ’’ติอาทิ วุตฺตํ. ภาโวติ อิตฺถิยา อิตฺถิภาโว, ปุริสสฺส ปุมฺภาโวติ ลพฺภมานกภาโว. สมฺภโวติ อาโปธาตุเมว สมฺภวภูตมาห. สณฺฐานนฺติ จ เตน เตนากาเรน สนฺนิวิฏฺเฐสุ มหาภูเตสุ ตํตํสณฺฐานวเสน วิญฺญายมานํ วณฺณายตนมาห. อาโปธาตุวณฺณายตเนหิ จ อนตฺถนฺตรภูตานมฺปิ สมฺภวสณฺฐานานํ วิสุํ วจนํ ตถาภูตานํ, อตถาภูตานญฺจ อาปาทีนํ ยถาวุตฺตมํสปิณฺเฑ วิชฺชมานตฺตา. อาโปธาตุวณฺณายตนานญฺหิ สนฺตานวเสน ปวตฺตมานานํ อวตฺถาวิเสโส สมฺภโว สณฺฐานญฺจาติ. ทเสเตติ จตสฺโส ธาตุโย, ตนฺนิสฺสิตา วณฺณาทโย จาติ อิเม ทส. จตุสมุฏฺฐานาติ อนฺโตคตเหตฺวตฺถมิทํ วิเสสนํ, จตุสมุฏฺฐานิกตฺตาติ วุตฺตํ โหติ.

๖๔๘. จกฺขุ…เป… ชีวิตเมว จาติ อิมานิ เอกนฺตกมฺมสมุฏฺฐานานิ, ปุริมานิ จ จตุสมุฏฺฐานานีติ จตฺตาลีสญฺจ จตฺตาริ จ รูปานิ ภวนฺติ, จตุจตฺตาลีส รูปานิ โหนฺตีติ อตฺโถ.

๖๔๙-๕๒. อิเมสํ ปน รูปานํ วเสนาติ ยถาวุตฺตานํ สงฺเขปโต จุทฺทสนฺนํ, วิตฺถารโต จตุจตฺตาลีสานญฺจ รูปานํ วเสน. ปริปิณฺฑิตนฺติ สมนฺตโต ปิณฺฑิตํ. ยตฺถ เสตมฺปิ อตฺถิ, กณฺหมฺปิ โลหิตมฺปิ ปถวีปิ อาโปปิ เตโชปิ วาโยปิ, อิทํ ปน เสมฺหุสฺสทตฺตา เสตํ โหติ, ปิตฺตุสฺสทตฺตา กณฺหํ, รุหิรุสฺสทตฺตา โลหิตกํ, ปถวุสฺสทตฺตา ปตฺถินํ โหติ, อาปุสฺสทตฺตา ปคฺฆรติ, เตชุสฺสทตฺตา ปริฑยฺหติ, วายุสฺสทตฺตา สมฺภมติ. อิทํ สมฺภารวนฺตตาย สมฺภารจกฺขูติ ปณฺฑิเตหิ พุทฺธาทีหิ ปกาสิตํ ปริทีปิตํ. เอตฺถ สิโตติ เอตํ สสมฺภารจกฺขุํ นิสฺสิโต ตทายตฺตภูโต. เตนาห ‘‘เอตฺถ ปฏิพทฺโธ’’ติ. จตุนฺนํ ปน ภูตานํ ปสาโทติ จตุนฺนํ ภูตานํ ปสนฺนตาสภาโว ปสาโท, ‘‘เสเตน มณฺฑเลนสฺสา’’ติ ปาโฐ ยุชฺชติ. โปตฺถเกสุ ปน ‘‘เสเต ตุ มณฺฑเล ตสฺสา’’ติ ลิขนฺติ. กณฺหมณฺฑลมชฺเฌติ อิธาปิ ‘‘กณฺหมณฺฑลสฺส มชฺเฌ’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘จตุตฺถทู’’ติอาทีสุ วิย ฉนฺทานุรกฺขณตฺถํ วิภตฺติโลปํ กตฺวา ‘‘กณฺหมณฺฑลมชฺเฌ’’ติ วุตฺตํ. เอวญฺหิ อตฺโถ จ โยชนา จ สุฏฺฐุ อุปปนฺนา โหนฺติ. อฏฺฐกถายมฺปิ หิ ‘‘เสตมณฺฑลปริกฺขิตฺตสฺส กณฺหมณฺฑลสฺส มชฺเฌ’’ติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๕๙๖) วุตฺตํ. อปเร ปน ยถาฐิตวเสเนว ปาฐํ คเหตฺวา ‘‘สพฺพโส ปริกฺขิตฺตสฺส ตสฺส สสมฺภารสฺส จกฺขุโน มชฺเฌ เสตมณฺฑเล กณฺหมณฺฑเล มชฺเฌ’’ติ โยเชนฺติ. ทิฏฺฐมณฺฑเลติ อภิมุเข ฐิตานํ สรีรสณฺฐานุปฺปตฺติเทสภูเต ทิฏฺฐมณฺฑเล.

๖๕๓-๕. สนฺธารณา…เป… หุตฺวานาติ สนฺธารณนหาปนมณฺฑนพีชนกิจฺจาหิ จตูหิ ธาตีหิ ขตฺติยกุมาโร วิย สนฺธารณาพนฺธนปริปาจนสมุทีรณกิจฺจาหิ อตฺตนิสฺสยภูตาหิ จตูหิ ธาตูหิ กตูปการํ หุตฺวา. อุตุจิตฺตาทินาติ ตีหิ สนฺตติสมุฏฺฐาปเกหิ อุตุจิตฺตาหาเรหิ. เอตฺถ จ กลาปนฺตรคตา อุตุอาหารา อธิปฺเปตาติ วทนฺติ. อายุนา กตปาลนนฺติ จตุธาตุนิสฺสิเตเนว ชีวิตินฺทฺริเยน รกฺขิยมานํ. ตถา เหตํ กมฺมชรูปปริปาลนลกฺขณํ. วณฺณคนฺธรสาทีหีติ อาทิ-คฺคหเณน โอชํ สงฺคณฺหาติ, ‘‘วณฺณคนฺธรโสชาหี’’ติ วา ปาโฐ. วตฺถุทฺวารญฺจ สาธยนฺติ ยถาโยคํ วตฺถุทฺวารภาวํ สาธยมานํ. จกฺขุวิญฺญาณสฺส หิ นิสฺสยภาวโต วตฺถุภาวํ, ปวตฺติมุขภาวโต ทฺวารภาวญฺจ สาเธติ. สมฺปฏิจฺฉนาทีนํ ปน ตทารมฺมณาวสานานํ อญฺญนิสฺสิตตฺตา ทฺวารภาวเมว สาเธติ, น วตฺถุภาวํ. อูกาสิรสมาเนน ปมาเณนาติ อูกาสิรสมาเนน ปเทสปฺปมาเณน ลกฺขิตํ หุตฺวา อูกาสิรสมานปฺปมาเณ ฐาเนติ วา อตฺโถ. ติฏฺฐตีติ สตฺต อกฺขิปฏลานิ พฺยาเปตฺวา สตฺตสุ ปิจุปฏเลสุ อาสิตฺตเตลํ วิย ติฏฺฐติ. เอวญฺจ กตฺวา จกฺขุสฺส อเนกกลาปคตตา สิทฺธา โหติ. อุปทฺทวานํ ปฏลนิรากรเณปิ หิ จกฺขุ วิชฺชเตวาติ. ยถา จ จกฺขุ, เอวมิมสฺส นิสฺสยภูตา จตสฺโส ธาตุโย, อายุวณฺณาทีนิ จ สตฺต อกฺขิปฏลานิ พฺยาเปตฺวา ฐิตาเนว อวินิพฺโภควุตฺติตฺตาติ คเหตพฺพํ.

๖๕๖. วุตฺตนฺติ ธมฺมเสนาปตินา วุตฺตํ. รูปานิ มนุปสฺสตีติ ม-กาโร ปทสนฺธิกโร ‘‘อญฺญมญฺญํ สมณมจโล’’ติอาทีสุ วิย. อถ วา มนูติ มจฺโจติ อตฺโถ. กิญฺจาปิ จกฺขุ รูปํ น ปสฺสติ, กิญฺจรหิ ตนฺนิสฺสิตํ วิญฺญาณเมว. ตถา หิ ‘‘มญฺจา อุกฺกุฏฺฐึ กโรนฺตี’’ติอาทีสุ วิย นิสฺสิตกิริยํ นิสฺสเย วิย กตฺวา โวหารสมฺภวโต ‘‘จกฺขุปสาเทน ปสฺสตี’’ติ วุตฺตํ. อาจริยโชติปาลตฺเถเรนาปิ หิ อิมินาว อธิปฺปาเยน อิทํ วุตฺตํ. อิทเมตฺถ สนฺนิฏฺฐานํ, กึ จกฺขุ รูปํ ปสฺสติ, อุทาหุ วิญฺญาณนฺติ, กิญฺเจตฺถ – ยทิ จกฺขุ ปสฺเสยฺย, อญฺญวิญฺญาณสมงฺคิโนปิ จกฺขุ ปสฺเสยฺย. อถ วิญฺญาณํ, กุฏฺฏาทิอนฺตริตมฺปิ ปสฺเสยฺย ตสฺส อปฺปฏิฆาตตฺตา? นายํ โทโส. ยสฺส ‘‘จกฺขุ ปสฺสตี’’ติ มตํ, ตสฺสาปิ น สพฺพํ จกฺขุ ปสฺสติ, อถ โข วิญฺญาณาธิฏฺฐิตเมว. ยสฺส ปน วิญฺญาณํ ปสฺสตีติ มตํ, ตสฺสาปิ น สพฺพํ วิญฺญาณํ ปสฺสติ, อถ โข จกฺขุนิสฺสิตเมว, ตญฺจ อนฺตริเต นุปฺปชฺชติ. ยตฺถ อาโลกสฺส กุฏฺฏาทีหิ วินิพนฺโธ, ยตฺถ ปน โส นตฺถิ ผลิกอพฺภปฏลาทิมฺหิ, ตตฺถ อนฺตริเตปิ อุปฺปชฺชติ เอว, ตสฺมา ตํ อนุปฺปนฺนตฺตา อนฺตริตํ น ปสฺสติ. อิทเมว จ สนฺนิฏฺฐานํ, ยํ โข จกฺขุวิญฺญาณํ ปสฺสตีติ. ตญฺหิ ทสฺสนกิจฺจํ. ยทิ เอวํ กถํ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวาติ. เตน ทฺวาเรน กรณภูเตนาติ อยเมตฺถ อภิสนฺธิ. อถ วา นิสฺสิตกิริยา นิสฺสยสฺส ปวุจฺจติ ยถา ‘‘มญฺจา อุกฺกุฏฺฐึ กโรนฺตี’’ติ. อูกาสิรสมูปมนฺติ อูกาสิรสมานูปมํ, อูกาสิรปฺปมาณนฺติ วุตฺตํ โหติ. อิทญฺจสฺส ปติฏฺฐาโนกาสวเสน วุตฺตํ, น ปน อตฺตโน ปมาณวเสน. ตญฺหิ ปรมาณุปริยนฺเตน ปมาเณน อติสุขุมเมวาติ. อูกาสิรปฺปมาเณ ปน ปเทเส อิทํ ปวตฺตติ. น เกวลญฺจ อิทเมว, สพฺพานิปิ สพฺพฏฺฐานิกรูปานิ ตตฺถ ปวตฺตนฺเตว. อิทญฺจ ตตฺถ นิพฺพตฺตนฺตํ ตํ ปเทสํ ปูเรตฺวา เอว นิพฺพตฺตติ. เอกูนปณฺณาสกลาปวเสน จ สเหว ปวตฺตติ, สตฺตรสจิตฺตกฺขณายุกตฺตา รูปานํ, เอเกกสฺส จ จิตฺตสฺส ตีสุ ตีสุ ขเณสุ กมฺมชรูปานํ อุปฺปชฺชมานตฺตา.

๖๕๗. สุณาตีติ โสตนฺติ เอตฺถ กึ โสตํ สุณาติ, อุทาหุ วิญฺญาณนฺติอาทินา เหฏฺฐา วุตฺตนเยน ยถาสมฺภวํ โยเชตพฺพํ. ตนุตมฺพโลมาจิเตติ สสมฺภารโสตพิลสฺส อนฺโต สุขุเมหิ ตมฺพวณฺณโลเมหิ สญฺจิเต. องฺคุลิเวธกสณฺฐาเน ปเทเสติ องฺคุลิมุทฺทิกาสณฺฐานมํสยุตฺเต ปเทเส. วุตฺตปฺปการาหีติ สนฺธารณาทิกิจฺจาหิ. อายุนา ปริปาลิยมานนฺติ เอตฺถ วณฺณาทีหิ ปริวาริตนฺติ สมฺพนฺธิตพฺพํ. ติฏฺฐตีติ ปุพฺเพ วุตฺตนเยน ตํ ปเทสํ ปูเรตฺวา ติฏฺฐติ. เสสํ วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ. ฆายตีติ คนฺโธปาทานํ กโรติ. สายตีติ รสํ วินฺทติ. ชีวิตมวฺหายตีติ เอตฺถ รสคฺคหณมูลกตฺตา อชฺโฌหรณสฺส ชีวิตนิมิตฺตํ อชฺโฌหรณรโส ชีวิตํ, ตํ อวฺหายติ ตสฺมึ นินฺนตาย อวฺหายนฺตมิว โหติ. อุปฺปลทลคฺคสณฺฐาเน ปเทเสติ มชฺเฌ ฉินฺนสฺส อุปฺปลทลสฺส อคฺคภาคสณฺฐาเน ปเทเส. มลานนฺติ กิเลสาทิมลานญฺเจว มลวิสยานญฺจ สาสวธมฺมานํ อนุตฺตริยภาวํ คจฺฉนฺเตสุ กามราคนิทานกมฺมชนิเตสุ กามราคสฺส จ วิเสสปจฺจเยสุ ฆานชิวฺหากาเยสุ กายสฺส วิเสสโต สาสวปจฺจยตฺตา โสเยว เตสํ อาโยติ วุจฺจติ. เตน หิ โผฏฺฐพฺพสุขํ อสฺสาเทนฺตา สตฺตา เมถุนมฺปิ เสวนฺติ. อถ วา กายินฺทฺริยวตฺถุกา จตฺตาโร ขนฺธา พลวกามราคาทิเหตุภาวโต วิเสสโต มลา, เตสมยํ อาโย เหตูติ กาโยติ วุตฺโต. อิมสฺมึ กาเยติ อิมสฺมึ สสมฺภารกาเย. โสปิ หิ กุจฺฉิตานํ เกสาทิมลานํ อายภาวโต กาโยติ วุจฺจติ. ยาวตา อุปาทินฺนกํ อตฺถีติ อิมินา เกสคฺคนขคฺคาทีสุ กายปสาทสฺส อภาวมาห. กปฺปาสปฏเล เสฺนโห วิยาติ อิมินาสฺส นิรนฺตรภาวํ. อิเม จ ปน จกฺขาทโย รูปาทิโคจรนินฺนตาย วมฺมิกอุทกอากาสคามสิวถิกาสงฺขาตโคจรนินฺนตาย อหิสุํสุมารปกฺขิกุกฺกุรสิคาลา วิย ทฏฺฐพฺพา. วิสมชฺฌาสยตาย หิ จกฺขุ วมฺมิกจฺฉิทฺทาภิรตสปฺโป วิย, พิลชฺฌาสยตาย โสตํ อุทกพิลาภิรตสุํสุมาโร วิย, อากาสชฺฌาสยตาย ฆานํ อชฏากาสาภิรตปกฺขิ วิย, คามชฺฌาสยตาย ชิวฺหา คามาภิรตกุกฺกุโร วิย, อุปาทินฺนกชฺฌาสยตาย กาโย อามกสุสานาภิรตสิคาโล วิยาติ. วิสมชฺฌาสยตายาติ จกฺขุสฺส วิสมชฺฌาสยํ วิย โหตีติ กตฺวา วุตฺตา. จกฺขุมโต วา ปุคฺคลสฺส อชฺฌาสยวเสน จกฺขุ วิสมชฺฌาสยํ. เอส นโย เสเสสุปิ.

ทฏฺฐุ…เป… ลกฺขณนฺติ เอตฺถ ทฏฺฐุํ กาเมตีติ ทฏฺฐุกาโม ตสฺส ภาโว ทฏฺฐุกามตา, รูปตณฺหาเยตํ อธิวจนํ. สา ปน อนาคเต จกฺขาทีสุ อาทีนวปฏิจฺฉาทิกาวิชฺชามูลปตฺถนาสภาวา ปากฏา อปากฏาติ ทุวิธา. ตตฺถ ยา อยํ ‘‘อีทิสํ อีทิสญฺจ สุขุมตมวิสยคฺคหณสมตฺถํ จกฺขุ โหตู’’ติ เอวํ กมฺมายูหนโต ปุพฺเพ, ปจฺฉา วา อุปฺปนฺนา ปากฏา. อินฺทฺริยวิเสสํ ปน อนามสิตฺวา อวิเสเสน ปริปุณฺณายตนภวสมฺปตฺตึ ปตฺเถตฺวา, อปตฺเถตฺวา วา ตตฺถ อวิคตตณฺหาวเสน กมฺมํ กโรนฺตสฺส อปฺปหีนภาเวน อนุสยิตา อปิ กมฺมสามตฺถิยวิจิตฺตเหตุภูตา อปากฏา. สา ทุวิธาปิ นิทานํ อุปนิสฺสโย ยสฺส ตํ ทฏฺฐุกามตานิทานํ, ตเทว กมฺมํ, ตํ สมุฏฺฐานเมเตสนฺติ ทฏฺฐุกามตานิทานกมฺมสมุฏฺฐานานิ, เอวํวิธานํ ภูตานํ ปสาโท ทฏฺฐุกามตา…เป… ปสาโท, ตํ ลกฺขณมสฺส, ตถา หุตฺวา ลกฺขียตีติ วา ทฏฺฐุกามตานิทานกมฺมสมุฏฺฐานภูตปสาทลกฺขณํ.

เอตฺถ จ คพฺภเสยฺยกานํ ทินฺนปฏิสนฺธิกํ, อญฺญํ วา กมฺมํ จกฺขาทีนิ นิพฺพตฺเตติ. โอปปาติกานํ ปน ปฏิสนฺธิกฺขเณว ปริปุณฺณายตนานํ นิพฺพตฺตมานานํ ปฏิสนฺธิชนกเมว กมฺมํ ปริปุณฺณสกลมตฺตภาวํ นิพฺพตฺเตตีติ คเหตพฺพํ. กถํ ปน เอกกมฺมุนา นิพฺพตฺตมานานํ จกฺขาทีนํ วิเสโสติ? การณสฺส ภินฺนตฺตา. ตํตํภวปตฺถนาภูตา หิ ตณฺหา ตํตํภวปริยาปนฺนายตนาภิลาสตาย สยํ วิจิตฺตรูปา อุปนิสฺสยภาเวน ตํตํภวนิพฺพตฺตกกมฺมสฺสปิ วิจิตฺตเภทตํ วิทหติ. ยโต ตทาหิตวิเสสํ ตถาวิธสมตฺถตาโยเคน อเนกรูปาปนฺนํ วิย อเนกวิสิฏฺฐสภาวํ ผลํ นิพฺพตฺเตติ, น เจตฺถ สมตฺถตาสมตฺถตาสภาวโต อญฺญา เวทิตพฺพา. การณวิเสเสน อาหิตวิเสสสฺส วิสิฏฺฐผลนิปฺผาทนสมตฺถตาภาวโต เอกสฺเสว กมฺมสฺส โสฬสาทิวิปากนิพฺพตฺตนเหตุภาเวน จ อยมตฺโถ สมฺปฏิจฺฉิตพฺโพ. โลเกปิ เอกสฺเสว สาลิพีชสฺส ปริปุณฺณาปริปุณฺณตณฺฑุลผลนิพฺพตฺติเหตุตา ทิสฺสเตว. กึ วา เอตาย ยุตฺติจินฺตาย, น จินฺติตพฺพเมเวตํ. ยโต กมฺมผลํ จกฺขาทีนิ, กมฺมวิปาโก จ สพฺพโส พุทฺธานํเยว ญาณสฺส วิสโย, น อญฺเญสํ อตกฺกาวจรตฺตา. เตเนว ภควตา ‘‘กมฺมวิปาโก อจินฺเตยฺโย, น จินฺเตตพฺโพ, โย จินฺเตยฺย, อุมฺมาทสฺส วิฆาตสฺส ภาคี อสฺสา’’ติอาทีนวํ (อ. นิ. ๔.๗๗) ทสฺเสตฺวา ปฏิกฺขิตฺตํ.

รูเปสุ อาวิญฺฉนรสนฺติ อาวิญฺฉนํ ปุคฺคลสฺส, อาวชฺชนาทิวิญฺญาณสฺส วา ตนฺนินฺนภาวปฺปตฺติยา เหตุภาโว. อาธารภาวปจฺจุปฏฺฐานนฺติ นิสฺสยปจฺจยภาวโต. อาโลกาทิสนฺนิสฺสเยน กทาจิ อุปฺปชฺชมานานมฺปิ หิ จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชนกาเล จกฺขุํ นิสฺสาย เอว อุปฺปชฺชตีติ. เอตฺถาห – จกฺขุวิญฺญาณุปฺปตฺติสมเย สมฺภวนฺเตสุ มนฺทามนฺทมชฺฌิมายุเกสุ เอกูนปณฺณาสจกฺขูสุ กตมํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส อาธารภาวํ ปจฺจนุโภตีติ? วุจฺจเต –

‘‘ปฏิสนฺธิจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อุปฺปนฺนํ ฐานปฺปตฺตํ ปุเรชาตํ วตฺถุํ นิสฺสาย ทุติยภวงฺคํ อุปฺปชฺชติ, เตน สทฺธึ อุปฺปนฺนํ ฐานปฺปตฺตํ ปุเรชาตํ วตฺถุํ นิสฺสาย ตติยภวงฺคํ อุปฺปชฺชติ, อิมินา นเยน ยาวตายุกํ จิตฺตปฺปวตฺติ เวทิตพฺพา’’ติ (วิสุทฺธิ. ๒.๗๐๐) –

มคฺคามคฺคญาณนิทฺเทเส วุตฺตนเยน เอกจิตฺตกฺขณาตีตํ จกฺขุ รูเป ฆฏฺฏิตฺวา วิญฺญาณสฺส นิสฺสโย โหติ, ตสฺมา ทฺวีสุ ภวงฺคจลเนสุ ปุริมสฺส อนนฺตรปจฺจยภูเตน ภวงฺคจิตฺเตน สห อุปฺปนฺนนฺติ อยมตฺโถ อิธ สีหฬสํวณฺณนายํ, วิสุทฺธิมคฺคสฺส สีหฬสํวณฺณนายญฺจ วุตฺโต.

ตฬากคามมูลวาสิทาฐานาคตฺเถเรน ปน ‘‘อาวชฺชเนน, ตสฺส อนนฺตรปจฺจยภูเตน ภวงฺเคน วา สห อุปฺปนฺนํ จกฺขุ’’นฺติ วุตฺตํ, ตํ ทุวุตฺตํ. เอวญฺหิ สติ อญฺญสฺมึ ฆฏฺฏิเต อญฺญํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส นิสฺสโย โหตีติ วุตฺตํ โหติ, เอวญฺจ ภวงฺคจลนโต เหฏฺฐา ตติยจตุตฺเถหิ ยาว เตรสมจิตฺเตน สห อุปฺปนฺนมฺปิ นิสฺสโย โหตีติ อาปชฺเชยฺย, น เจตํ วตฺตพฺพํ, ตติยจตุตฺถจิตฺตโต ปฏฺฐาย อุปฺปนฺนํ เกสญฺจิ วีถิจิตฺตานํ ทฺวารภาวํ น คจฺฉติ นิรุทฺธตฺตา, มโนทฺวารสฺส นิรุทฺธสฺเสว ทฺวารภาวสฺส ทสฺสนโต. ยทิ สิยา ‘‘ปฏิสนฺธิจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อุปฺปนฺนํ วตฺถุํ นิสฺสาย ทุติยภวงฺคํ อุปฺปชฺชตี’’ติอาทิวจนโต ‘‘เอกจิตฺตกฺขณาตีตเมว นิสฺสโยติ อธิปฺเปต’’นฺติ อิทมฺปิ เอกจิตฺตกฺขณาตีตํ นิสฺสโยติ ยุชฺชตีติ, เอวํ สติ ‘‘ตสฺส อนนฺตรปจฺจยภูเตน ภวงฺเคน วา’’ติ วจนํ ยุชฺเชยฺย, เตน หิ ‘‘จิตฺตกฺขณทฺวยาตีตมฺปิ นิสฺสโย’’ติ ปฏิญฺญาตํ สิยา, ตสฺมา นายํ เถรสฺส อธิปฺปาโยติ ทิสฺสติ. ‘‘เอกจิตฺตกฺขณาติกฺกโม’’ติ จ อนตีเตกจิตฺตกฺขณสฺส ทุพฺพลตาย เอกจิตฺตกฺขณาติกฺกเมน ตสฺส พลวภาวทีปนตฺถํ วุจฺจติ, น ปน ทฺวิติจตุจิตฺตกฺขณาตีตานํ นิสฺสยภาวาภาวโต. เอวญฺจ กตฺวา วุตฺตํ อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน ‘‘สมฺปฏิจฺฉนาทีนิ จุติอาสนฺนานิ ตทุทฺธํ กมฺมชรูปสฺส อนุปฺปตฺติโต เอกสฺมึเยว หทยวตฺถุสฺมึ วตฺตนฺตี’’ติ, ตสฺมา ตํ เถรสฺส มโนรถเมวาติ น สารโต ปจฺเจตพฺพํ.

สหชาเตสุ พหูสุ ปสาเทสุ กึ เอโก นิสฺสโย โหติ, อุทาหุ สพฺเพเยวาติ? นนุ วุตฺตํ ‘‘ปุพฺเพ เอกมฺปิ จกฺขุ วิญฺญาณสฺส ปจฺจโย โหตี’’ติ, กตมํ ปน ตนฺติ? ยํ ตตฺถ วิสทํ หุตฺวา รูปาภิฆฏฺฏนารหํ. วิสุทฺธิมคฺคสีหฬสํวณฺณนายํ ปน ‘‘สพฺเพเยว นิสฺสยา โหนฺตี’’ติ วตฺวา ‘‘ยทิ เอวํ ‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณ’นฺติ เอตฺถ ‘รูเป จา’ติ วจนํ วิย ‘จกฺขูนี’ติปิ พหุวจนํ กตฺตพฺพนฺติ อนุโยคํ กตฺวา ตํวิโสธนตฺถํ ‘สสมฺภารจกฺขุทฺวยนิสฺสิตํ ปสาททฺวยํ นิสฺสาย เอกเมว วิญฺญาณํ อุปฺปชฺชตีติ คเณฺหยฺยุ’นฺติ อิมํ วิปฺปฏิปตฺตึ นิรากโรนฺเตน ภควตา พหุวจนมกตฺวา ‘รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณธาตุยา ตํสมฺปยุตฺตกานญฺจ ธมฺมานํ อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย’ติอาทีสุ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๒) วิย สามญฺญวเสน เอกวจนํ กต’’นฺติ วุตฺตํ. อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน ปน ตเทว สีหฬสํวณฺณนาวจนํ อนิจฺฉนฺเตน ‘‘เอกมฺปิ จกฺขุ วิญฺญาณสฺส ปจฺจโย โหติ, รูปํ ปน อเนกเมว ปจฺจยภาววิเสสโต’’ติ วุตฺตํ. ตถา เจว อเมฺหหิปิ เหฏฺฐา วิภาวิตนฺติ. เยสํ ภูตานมยํ ปสาโท, เตเยว อิมสฺส อาสนฺนการณนฺติ วุตฺตํ ‘‘ทฏฺฐุ…เป… ปทฏฺฐาน’’นฺติ. โสตปสาทาทีนมฺปิ ลกฺขณาทินิทฺเทเส วุตฺตนยานุสาเรน อตฺโถ โยเชตพฺโพ.

๖๕๘. เกจีติ มหาสงฺฆิเยสุ เอกจฺเจ. จกฺขาทีสุ เตชาทิอธิกตา นาม ตนฺนิสฺสยภูตานํ ตทธิกตายาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เตชาธิกาน’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ เตชาธิกานนฺติ ปมาณวเสน จตุนฺนํ ธาตูนํ สมานภาเวปิ กิจฺจวเสน เตโชธาตุอธิกานํ. เอวํ เสเสสุปิ. อากาส …เป… เสสกาติ อากาสาธิกานํ ภูตานํ ปสาโท โสตํ, วายุอธิกานํ ฆานํ, โตยาธิกานํ ชิวฺหา, โผฏฺฐพฺพสงฺขาตปถวาธิกานํ กาโยติ อตฺโถ.

๖๕๙. เอวํ ปน วทนฺตานํ กึ อุตฺตรนฺติ อาห ‘‘เต ปนา’’ติอาทิ. สุตฺตํ อาหรถาติ น ตุมฺหากํ วจนมตฺเตเนว อยมตฺโถ สกฺกา สทฺธาตุํ, ตสฺส ปน ปริทีปกํ สุตฺตมาหรถ. สุตฺเต หิ อาหเฏ ตสฺส เนยฺยตฺถตํ นีตตฺถตํ วิจาเรตฺวา ยทิ ตสฺส วเสน อยมตฺโถ ปญฺญาเยถ, คเณฺหยฺยาม นนฺติ อธิปฺปาโย. สุตฺตเมว…เป… กิญฺจิปีติ อิโต จิโต จ สุตฺตํ คเวสมานาปิ อทฺธา เอกนฺเตน กิญฺจิปิ เอกคาถาปทมตฺตมฺปิ ตทตฺถปริทีปกํ สุตฺตํ น ทกฺขิสฺสนฺเตว เตปิฏเก พุทฺธวจเน ตาทิสสฺเสว สุตฺตนฺตสฺส อภาวโต.

๖๖๐. กิญฺจาปิ สุตฺตนฺตวเสน อยมตฺโถ น ทิสฺสติ, ยุตฺติโต ปน ทิสฺสตีติ เจ, ตมฺปิ นตฺถีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘วิเสเส สตี’’ติอาทิ. ภูตานญฺหิ วิเสเส สติ ปสาโท กถํ ภเว, เนว ภเวยฺย, น จ ภเวยฺย, กึ การณนฺติ อาห ‘‘สมานานญฺหิ ภูตานํ, ปสาโท ปริทีปิโต’’ติ. ยสฺมา สมานานเมว ภูตานํ ปสาโท โปราเณหิ ปริทีปิโต, น วิสมานานํ. ปถวีธาตุอธิกกลาปสฺส หิ กกฺขฬตฺตา, อาโปธาตุอธิกกลาปสฺส วิสฺสนฺทนโต, เตโชธาตุอธิกกลาปสฺส ปริคฺคยฺหมานตฺตา, วาโยธาตุอธิกกลาปสฺส จ วิสฺสรณโต น เตสุ ปสาโท ปติฏฺฐาตุํ สกฺโกติ, ตสฺมา เตสํ กิจฺจโต สมานานํเยว ปสาโท อุปฺปชฺเชยฺย, น วิสมานานนฺติ.

๖๖๑-๒. ยทิ เอวํ กถํ ปสาทานํ วิเสสตาติ อาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. ยสฺมา วุตฺตปฺปกาเรน ปสาทวตฺถุกานํ ภูตานํ วิเสเสน น ภวิตพฺพํ, ตสฺมา เอเตสํ ปสาทนิสฺสยภูตานํ อิทมูนํ, อิทมธิกนฺติ เอตํ วิเสสปริกปฺปนํ สพฺพโส สพฺพากาเรน ปหาย เญยฺยา กมฺมวิเสเสน ปสาทานํ วิเสสตา. ยถา อวิเสเสปิ ภูตานํ รูปานํ รสาทโย อญฺญมญฺญวิสทิสา โหนฺติ, เอวํ จกฺขาทโยปิ ภูตวิเสสาภาเวปิ อญฺญมญฺญวิสทิสา โหนฺติ. โส ปนายํ วิสิฏฺฐภาโว กมฺมวิเสเสน วิญฺญาตพฺโพ. เอกมฺปิ หิ กมฺมํ ปญฺจายตนิกตฺตภาวปตฺถนานิปฺผนฺนํ จกฺขาทิวิเสสเหตุตาย อญฺญมญฺญสฺส อสาธารณวิสิฏฺฐํ สามตฺถิยวิเสสโต. น หิ เยน วิเสเสน จกฺขุสฺส ปจฺจโย, เตเนว โสตสฺส โหติ อินฺทฺริยนฺตรภาวปฺปตฺติโต. ‘‘ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคตา เจตนา กฏตฺตารูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ วจนโต ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิชฺชมานานํ สพฺเพสํเยว กฏตฺตารูปานํ เอกา เจตนา กมฺมปจฺจโย โหตีติ วิญฺญายติ. นานาเจตนาย หิ ตทา อินฺทฺริยุปฺปตฺติยํ สติ ปริตฺเตน จ มหคฺคเตน จ กมฺเมน กฏตฺตารูปํ อาปชฺเชยฺย, น เจกา ปฏิสนฺธิ อเนกกมฺมนิพฺพตฺตา โหตีติ สิทฺธเมเกน กมฺเมน อเนกินฺทฺริยุปฺปตฺติ โหตีติ. ‘‘น หิ ภูตวิเสเสน, โหติ เตสํ วิเสสตา’’ติ อิทํ นิคมนวเสน วุตฺตํ.

๖๖๓. เอวํ กมฺมวิเสสโต วิสิฏฺเฐสุ จ เอเตสุ อารมฺมณคฺคหเณปิ อยํ วิเสโสติ ทสฺเสตุํ ‘‘เอวเมเตสู’’ติอาทิ วุตฺตํ. อปฺปตฺตคาหกนฺติ อสมฺปตฺตคฺคาหกํ อตฺตโน นิสฺสเยน สห อนลฺลียนนิสฺสเย เอว รูปาทิวิสเย วิญฺญาณุปฺปตฺติเหตุภาวโต. เกจิ ปน ตมฺปิ ‘‘สมฺปตฺตคฺคาหกเมวา’’ติ วทนฺติ, ตํ น สุนฺทรํ สานฺตเร อธิเก จ วิสเย วิญฺญาณุปฺปตฺติเหตุภาวโต. ยทิ หิ จกฺขุโสตานิ สมฺปตฺตวิสยเมว คณฺหนฺติ, จกฺขุปสาทโต วิจฺฉินฺนเทเส ฐิเตสุ ตารกาทีสุ นิสฺสยวเสน จ ปมาณโต อธิเกสุ จนฺทมณฺฑลาทีสุ รูปายตเนสุ โสตปสาทโต จ วิจฺฉินฺนเทสสมฺภูเตสุ อุทรจมฺมสนฺธิจมฺมาทิอนฺตริเตสุ กุจฺฉิสทฺทสนฺธิสทฺทาทีสุ ปุถุเลสุ จ สมุทฺทสทฺทาทีสุ สทฺทายตเนสุ วิญฺญาณุปฺปตฺติ น สิยา สมฺปตฺตคฺคาหกานํ กายินฺทฺริยาทีนํ ตถา อทสฺสนโต.

เอตฺถ จ วเทยฺย – อธิฏฺฐานโต พหินฺทฺริยสฺส ปวตฺติ โหตีติ สมฺปตฺตวิสยเมว ยตฺตกํ วิสยํ, ตตฺตกํ วิสยํ คหณาการํ ผริตฺวา คณฺหาติ, ตสฺมา อสิทฺธเมตํ ‘‘สานฺตเร อธิเก จ วิสเย วิญฺญาณุปฺปตฺติเหตุภาวโต’’ติ? ตํ น, อธิฏฺฐานโต พหิ อินฺทฺริยุปฺปตฺติยา เอว อภาวา. อธิฏฺฐานเทเส เอว หิ อินฺทฺริยํ ปวตฺตติ ตตฺถ กิจฺจาทิปฺปโยคทสฺสนโต. สติ จ เอตสฺส พหิ ปวตฺติยํ อธิฏฺฐาเน ปิหิเตปิ วิสยคฺคหณํ สิยา, ตสฺมา อธิฏฺฐานเทเส ฐิตานํเยว จกฺขุโสตานํ อสมฺปตฺตวิสยสฺเสว คหณโต นาสิทฺธเมตํ ‘‘สานฺตเร อธิเก จ วิญฺญาณุปฺปตฺติเหตุภาวโต’’ติ. เตนาหุ โปราณา –

‘‘สพฺพโคจรโยเคปิ, ทิฏฺฐํ รูปรเวสุ ยํ;

วิจฺฉินฺนปุถุวิญฺญาณํ, สมฺปตฺตคฺคาหพาธก’’นฺติ.

ตสฺสตฺโถ – สพฺเพสํ จกฺขาทีนํ โคจเรน รูปาทินา โยเค เอกการิยสาธกตฺตา สมฺพนฺเธ ฆฏฺฏเน วา สมาเน สติ รูปรเวสุ รูปสทฺทายตเนสุ วิสยภูเตสุ จกฺขาทิโต ทูรภาเวน เจว เกนจิ อนนฺตริตภาเวน จ วิจฺฉินฺเนสุ ปมาณโต ปุถุเลสุ จ วิสเยสุ อุปฺปชฺชมานํ ยํ วิญฺญาณํ, ตํ จกฺขุโสตานํ สมฺปตฺตคฺคาหสฺส สมฺปตฺตคฺคหณสฺส พาธกนฺติ.

อปิจ ยทิ จกฺขุ สมฺปตฺตคฺคาหกํ สิยา, อตฺตโน มณฺฑเล ฐิตํ วณฺณมฺปิ ปสฺเสยฺย. ตถา อกฺขิปุเฏ อญฺชนํ ปขุมมูเล อกฺขิวณฺณํ ปขุมมูเล ฆฏฺฏิยมานํ อญฺชนสลากมฺปิ ปสฺเสยฺย, น จ ปเนตํ ทิสฺสติ, ตสฺมา ตนฺนิสฺสเย เทเส ฐิตเมว วิสยํ คณฺหาติ. โสตายตนมฺปิ ยทิ สมฺปตฺตคฺคาหกํ อภวิสฺส, จิตฺตสมุฏฺฐานํ สทฺทายตนํ โสตวิญฺญาณสฺส กทาจิปิ อารมฺมณปจฺจโย น สิยา. น หิ พหิทฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานานํ อุปฺปตฺติ อตฺถิ. ปฏฺฐาเน จ ‘‘สทฺทายตนํ โสตวิญฺญาณธาตุยา อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๒) อวิเสเสเนว สทฺทสฺส โสตวิญฺญาณารมฺมณภาโว วุตฺโต. กิญฺจ ยทิ โสตํ สมฺปตฺตคฺคาหกํ สิยา, อตฺตโน วิสยปเทเสเยว คเหตพฺพโต คนฺธสฺส วิย สทฺทสฺสาปิ ทิสาเทสววตฺถานํ น สิยา. เอวญฺจ สทฺทานุสาเรน กณฺฑํ ปาเตนฺตสฺส สทฺทเวธิโน อตฺตโน กณฺณพิเลเยว สรปาตนํ สิยา, ตสฺมา ยตฺถ อุปฺปนฺโน สทฺโท, ตตฺเถว ฐิโต โสตปเถ อาปาถมาคจฺฉติ.

ยทิ เอวํ กถํ ทูเร ฐิเตหิ รชกาทิสทฺทา จิเรน สุยฺยนฺติ. อสมฺปตฺตคฺคาหกตฺเต หิ ทูราสนฺนเทสวตฺตีนํ สมกเมว สวเนน ภวิตพฺพนฺติ? นยิทเมวํ ทูราสนฺนานํ ยถาปากเฏ สทฺเท คหณวิเสสโต. ยถา หิ ทูราสนฺนานํ วจนสทฺเท ยถาปากเฏว คหณวิเสสโต อกฺขรวิเสสนํ คหณํ, อคฺคหณญฺจ โหติ, เอวํ รชกาทิสทฺเทปิ อาสนฺนสฺส อาทิโต ปภุติ ยาว อวสานา กเมน ปากฏีภูเต, ทูรสฺส จ อวสาเน, มชฺเฌ วา ปิณฺฑวเสน ปวตฺติปากฏีภูเต ยถาปากฏํ นิจฺฉยคฺคาหกานํ โสตวิญฺญาณวีถิยา ปรโต ปวตฺตานํ มโนทฺวาริกชวนานํ คหณวิเสสโต ลหุกํ สุโต, จิเรน สุโตติ อภิมาโน โหติ. โสตวิญฺญาณปฺปวตฺติ ปน อุภยตฺถ สมานา สทฺทสฺส อุปฺปนฺนเทเส ฐิตสฺส อตฺตโน วิชฺชมานกฺขเณเยว โสตาปาถคมนโต. ยทิ สทฺทสฺส ภูตปรมฺปราย สมนฺตโต ปวตฺติ นตฺถิ, กถํ ปฏิโฆสุปฺปตฺตีติ? ทูเร ฐิโตปิ สทฺโท อญฺญตฺถ ปฏิโฆสุปฺปตฺติยา, ภาชนาทิจลนสฺส จ ปจฺจโย โหติ อโยกนฺโต วิย อโยจลนสฺสาติ ทฏฺฐพฺพํ.

เสสํ…เป… คาหกนฺติ ยํ ปน อวเสสํ ฆานชิวฺหากายสงฺขาตํ ปสาทตฺตยํ, ตํ สมฺปตฺตคฺคาหกํ โหติ นิสฺสยวเสน เจว สยญฺจ อตฺตโน นิสฺสเย อลฺลีเนเยว วิสเย วิญฺญาณุปฺปตฺติเหตุภาวโต. คนฺธรสานํ นิสฺสเยสุ ฆานชิวฺหานิสฺสเยหิ สห อลฺลีนาเยว คนฺธรสา วิญฺญายนฺติ. โผฏฺฐพฺพญฺจ ภูตตฺตยรูปํ กายนิสฺสเยน อลฺลีนเมว วิญฺญายตีติ.

วณฺณวิการมาปชฺชมานนฺติ โทสาทีหิ การเณหิ อมนาปวณฺณสฺส อุปฺปตฺติวเสน วณฺณวิการํ อาปชฺชมานํ. หทยงฺคตภาวนฺติ จิตฺตคตํ อชฺฌาสยํ. ปกาเสตีติ รูปมิว ปกาสํ กโรติ, สวิคฺคหมิว ทสฺเสตีติ อตฺโถ. อเนกตฺถตฺตา หิ ธาตูนํ ปกาสนตฺโถ เอว รูป-สทฺโท ทฏฺฐพฺโพ. ตํ ปน รูปนฺติ สมฺพนฺโธ. จกฺขุมฺหิ, จกฺขุสฺส วา ปฏิหนนํ ลกฺขณเมตสฺสาติ จกฺขุปฏิหนนลกฺขณํ. เอวํ โสตปฏิหนนลกฺขณนฺติอาทีสุปิ. ปฏิหนนญฺเจตฺถ วิสยวิสยีนํ อญฺญมญฺญาภิมุขภาโว โยคฺยเทสาวฏฺฐานํ ปฏิฆาโต วิยาติ กตฺวา. ยถา ปฏิฆาเต สติ ทุพฺพลสฺส จลนํ โหติ, เอวํ วิสยาภิมุขภาเว สติ วิสยิโน ตํสมฺพนฺธสฺส จ วตฺถุรูปสฺส, ตนฺนิสฺสิตสฺส จ ภวงฺคสฺส จลนํ โหติ. โส รูปสฺส จกฺขุมฺหิ, จกฺขุสฺส วา รูเป โหติ. เตนาห ‘‘ยมฺหิ จกฺขุมฺหิ อนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ รูปํ สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ ปฏิหญฺญิ วา, ยํ จกฺขุ อนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ รูปมฺหิ สนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ ปฏิหญฺญิ วา’’ติ (ธ. ส. ๕๙๗) จ อาทิ. วิสยภาโว อารมฺมณปจฺจยตา. โคจรภาวปจฺจุปฏฺฐานนฺติ เอตฺถ อนญฺญถาภาโว วิสยตา, ตพฺพหุลตา โคจรภาโวติ อยํ วิสยโคจรานํ วิเสโส. สทฺทายตีติ อุทาหรียติ, สเกหิ วา ปจฺจเยหิ โสตวิญฺเญยฺยภาวํ อุปนียตีติ อตฺโถ. อตฺตานํ คนฺธยตีติ สุคนฺธํ, ทุคฺคนฺธนฺติ วา อตฺตานํ ปกาเสติ. เตนาห ‘‘สูจยตี’’ติ.

๖๖๔. อิตฺถิยา เอว อินฺทฺริยํ อิตฺถินฺทฺริยํ. ยถา จกฺขาทีนิ อินฺทฺริยานิ ปุริสสฺสปิ โหนฺติ, นยิทํ ตถา. อิทํ ปน นิยเมน อิตฺถิยา เอว โหติ, ตสฺมา ‘‘อิตฺถินฺทฺริย’’นฺติ วุจฺจติ. เอวํ ปุริสินฺทฺริเยปิ. อิตฺถิยา ภาโว, อิตฺถีติ ภวติ เอเตน จิตฺตํ, อภิธานํ วาติ อิตฺถิภาโว. ปฏิสนฺธิสมุฏฺฐิโตติ ปฏิสนฺธิยํเยว สมุฏฺฐิโต, ปฏิสนฺธิจิตฺเตน สห เอกกฺขเณ สมุฏฺฐิโต. เอเตน ฐเปตฺวา ลิงฺคปริวตฺตนํ จกฺขุนฺทฺริยาทีนิ วิย อิมสฺส อปาตุภาวมาห. ยญฺเจตํ อิตฺถิลิงฺคาทีติ ยํ ปเนตํ อินฺทฺริยผลภูตํ อิตฺถิลิงฺคาทิ. อาทิ-คฺคหเณน อิตฺถินิมิตฺตอิตฺถิกุตฺตอิตฺถากปฺปานํ สงฺคโห. ตตฺถ วิสทอวิสทหตฺถปาทาทิตา สณฺฐานํ อิตฺถิลิงฺคํ. อิตฺถีนญฺหิ หตฺถปาทคีวาอุรอาทิสณฺฐานํ น ปุริสานํ วิย โหติ. ตถา หิ ตาสํ เหฏฺฐิมกาโย วิสโท, อุปริมกาโย อวิสโท, หตฺถปาทา ขุทฺทกา, มุขํ ขุทฺทกํ, ถนมํสา อวิสทา, ตา นิมฺมสฺสุทาฐิกา. เกสพนฺธวตฺถคฺคหณญฺจ อิตฺถินิมิตฺตํ. ทหรกาเลปิ สุปฺปกมุสลกาทีหิ กีฬา มกจิวาเกน สุตฺตกนฺตนนฺติ จ เอวมาทิ อิตฺถิกุตฺตํ, อิตฺถิกิริยาติ อตฺโถ. อวิสทฏฺฐานคมนาทิอากาโร อิตฺถากปฺโป. ปุริสมฺปิ หิ อวิสทํ ทิสฺวา มาตุคาโม วิย ติฏฺฐติ นิปชฺชติ นิสีทติ ขาทติ ภุญฺชตีติ วทนฺติ. อิทํ ปน อิตฺถิลิงฺคาทิปริทีปนํ อกุสลนฺติ วตฺวา อญฺญถาปิ วณฺเณนฺติ อาจริยา. กถํ? โยนิปเทโส อิตฺถิลิงฺคํ, สราธิปฺปายา อิตฺถินิมิตฺตํ, อวิสทฏฺฐานคมนาทโย อิตฺถิกุตฺตํ, อิตฺถิสณฺฐานํ อิตฺถากปฺโปติ. เอตฺถ จ อธิปฺปาโย นาม ปุริสสฺมึ เมถุนตณฺหา. สา หิ ตาสํ นิจฺจํ พลวตรา ปวตฺตติ, อโต สาปิ อิตฺถีติ สญฺชานนสฺส นิมิตฺตตาย ‘‘อิตฺถินิมิตฺต’’นฺติ วุจฺจติ. กิญฺจาปิ อิตฺถีติ สญฺญาณสฺส นิมิตฺตตาย กุตฺตากปฺปานมฺปิ นิมิตฺเตเยว อนฺโตคธตา, ตถาปิ เตสํ วิสุํ คหณโต สราธิปฺปายา เอว นิมิตฺตภาเวน อธิปฺเปตา.

๖๖๕. กึ ปเนตํ อิตฺถิลิงฺคาทิ อิตฺถินฺทฺริยํ วิย ปฏิสนฺธิสมุฏฺฐิตํ โหตีติ อาห ‘‘อิตฺถินฺทฺริยํ ปฏิจฺเจวา’’ติอาทิ. กิญฺจาปิ หิ อิตฺถิลิงฺคาทีนิ ยถาสกํ กมฺมาทินา ปจฺจเยน สมุฏฺฐหนฺติ, เยภุยฺเยน ปน อิตฺถินฺทฺริยสหิเตเยว สนฺตาเน ตํตทาการา หุตฺวา สมฺภวนฺติ, อิตรตฺถ จ น ภวนฺตีติ เตสํ ตพฺภาวภาวิตํ อุปาทาย ‘‘อิตฺถินฺทฺริยํ ปฏิจฺเจว ชายนฺตี’’ติ วุตฺตานิ. เอวญฺจ กตฺวา วกฺขติ ‘‘อิตฺถิ…เป… การณภาวปจฺจุปฏฺฐาน’’นฺติ. อีทิเสเนว การณภาวสงฺขาเตน อธิปติภาเวน ตสฺส อินฺทฺริยตา วุตฺตา อินฺทฺริยสหิเต สนฺตาเน อิตฺถิลิงฺคาทิอาการรูปปจฺจยานํ อญฺญถา อนุปฺปาทนโต, น ปน อินฺทฺริยาทิปจฺจยสมฺภวโต. ตถา เหตํ ชีวิตินฺทฺริยํ วิย เอกกลาปคตานํ อาหาโร วิย กลาปนฺตรรูปานํ อุปตฺถมฺภกมนุปาลกํ วา น โหติ. เอวญฺจ กตฺวา ชีวิตินฺทฺริยอาหารานํ วิย อิมสฺส อินฺทฺริยปจฺจยตา, อตฺถิอวิคตปจฺจยตา จ ปาฬิยํ น วุตฺตา. ยสฺมา ปจฺจยนฺตราธีนานิ อิตฺถิลิงฺคาทีนิ, ตสฺมา ยตฺถสฺส อาธิปจฺจํ, ตํสทิเสสุ มตจิตฺตกตรูเปสุปิ ตํสณฺฐานตา ทิสฺสติ. ยสฺมา ปเนเต อิตฺถินฺทฺริยํ ปฏิจฺจ ชายนฺตาปิ คพฺภเสยฺยกานํ ปฏิสนฺธิยํ น สมุฏฺฐหนฺติ, ปวตฺเตเยว สมุฏฺฐหนฺติ, ตสฺมา อาห ‘‘ปวตฺเต…เป… ปฏิสนฺธิย’’นฺติ.

๖๖๖-๗. สํเสทชโอปปาติกานํ ปน กิญฺจิ อิตฺถินฺทฺริเยน สห ปฏิสนฺธิยเมว นิพฺพตฺตติ. น จาติ จ-กาโร วจนียนฺตรสมุจฺจเย. ‘‘กิญฺจา’’ติ อิมสฺส อตฺเถ ทฏฺฐพฺโพ. ยสฺมา ลิงฺคาทิอากาเรสุ รูเปสุ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺเญยฺยํ, ตสฺมา อาห ‘‘อิตฺถิลิงฺคาทโย จกฺขุวิญฺเญยฺยา โหนฺตี’’ติ. ยสฺมา ปน ตโต อญฺญานิ ยถาโยคํ โสตวิญฺเญยฺยานิ เจว มโนวิญฺเญยฺยานิ จ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘น วา’’ติ. ยถาวุตฺโต ปปญฺโจ ปุริสินฺทฺริเยปิ ยถาสมฺภวํ โยเชตพฺโพติ อติเทสํ กโรนฺโต อาห ‘‘เอเสวา’’ติอาทิ. เสเสปีติ เอตฺตเกเยว วุตฺเต อิโต เสเสสุ สพฺเพสุปีติ กทาจิ โกจิ จินฺเตยฺยาติ อาห ‘‘ปุริสินฺทฺริเย’’ติ. ปฐมกปฺปานนฺติ ปฐมกปฺปิกนรานํ. เตสญฺหิ อาภสฺสรโลกโต จวิตฺวา อิธูปปนฺนานํ ทีฆสฺส กาลสฺส อจฺจเยน โอฬาริกํ อาหารํ อาหรตํ มุตฺตกรีเสสุ สญฺชาเตสุ เตสํ นิกฺขมนตฺถาย วณมุขานิ ภิชฺชนฺติ, ปุริสสฺส ปุริสภาโว, อิตฺถิยา จ อิตฺถิภาโว ปาตุรโหสิ. ตถา หิ ปุริมตฺตภาเวสุ ปวตฺตอุปจารฌานานุภาเวน ยาว สตฺตสนฺตาเน กามราควิกฺขมฺภนเวโค น ปฏิปสฺสมฺภติ, น ตาว พลวกามราคูปนิสฺสยานิ อิตฺถิปุริสินฺทฺริยานิ ปาตุรเหสุํ. ยทา ปนสฺส วิจฺฉินฺนตาย พลวกามราโค ลทฺธาวสโร อโหสิ, ตทา ตทูปนิสฺสยานิ ตานิ สตฺตานํ สนฺตาเน สญฺชายนฺติ.

๖๖๘. ปรโตติ ปฐมกปฺปโต อปรภาเค. ปวตฺเต…เป… ปริวตฺตตีติ ยถา ตํ โสเรยฺยกเสฏฺฐิปุตฺตสฺส วิยาติ อธิปฺปาโย. อปิ-สทฺเทน ปฐมปาราชิกายํ วินีตวตฺถุปาฬิยํ อาคตภิกฺขุสฺส, ภิกฺขุนิยา วิย จ ปฏิสนฺธิยํ สมุฏฺฐิตสฺสปิ ปวตฺเต ปริวตฺตนํ ทีเปติ. ยถาห –

‘‘เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺส ภิกฺขุโน อิตฺถิลิงฺคํ ปาตุภูตํ โหติ. เตน โข ปน สมเยน อญฺญตริสฺสา ภิกฺขุนิยา ปุริสลิงฺคํ ปาตุภูตํ โหตี’’ติ (ปารา. ๖๙).

ยสฺส ปน ปฏิสนฺธิยํ ทฺวีสุ เอกมฺปิ น สมุฏฺฐิตํ, โส อภาวโก นาม, ตสฺส ปวตฺติยมฺปิ อินฺทฺริยุปฺปตฺติ น โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ.

๖๖๙. กึ ปเนตสฺส อุภยสฺสปิ นิพฺพตฺติยา, วินาสนสฺส จ การณํ, ยโต อิทํ สมุฏฺฐาติ, ปริวตฺตตีติ จ วุจฺจตีติ อิมํ อนุโยคํ มนสิ กตฺวา อาห ‘‘มหตา ปาปกมฺเมนา’’ติอาทิ. ตตฺถ มหตาติ ปรทาริกกมฺมาทินา มหาพเลน. ปาปกมฺเมน อุปนิสฺสยภูเตน. มหตา กุสเลเนวาติ อิทํ สุคตึ สนฺธาย วุตฺตํ. ทุคฺคติยํ ปน อุภยมฺปิ อกุสลกมฺเมเนว ชายติ.

๖๗๐. อินฺทฺริเย วินฏฺเฐ เอกนฺเตเนว ลิงฺคมฺปิ วินสฺสเตวาติ อาห ‘‘อิตฺถิลิงฺคํ วินสฺสตี’’ติ. อยํ ปเนตฺถ อธิปฺปาโย ทฏฺฐพฺโพ – อิเมสุ ทฺวีสุ ปุริสินฺทฺริยํ อุตฺตมํ, อิตฺถินฺทฺริยํ หีนํ, ปุริสินฺทฺริยสฺส อนฺตรธานํ มหนฺเตน อกุสเลน กมฺเมน โหติ, สมุฏฺฐานํ มหนฺเตน กุสลกมฺเมน, อิตฺถินฺทฺริยสฺส อนฺตรธานํ ทุพฺพลากุสเลน, สมุฏฺฐานมฺปิ ทุพฺพลกุสเลน, ทุคฺคติยํ ปน อุภยสฺสาปิ อนฺตรธานํ, สมุฏฺฐานญฺจ อกุสเลเนว โหตีติ. ยทิ สุคติยํ อิตฺถินฺทฺริยมฺปิ กุสเลเนว นิพฺพตฺตติ, กถญฺจรหิ ‘‘ปรทาริกกมฺมํ กตฺวา นิรเย ปจฺจิตฺวา เตเนว ปาปกมฺเมน ปญฺจสตกฺขตฺตุํ มนุสฺสโลเก อิตฺถี หุตฺวา นิพฺพตฺตตี’’ติอาทิวจนนฺติ? นายํ วิโรโธ นิสฺสนฺทผลวเสน วุตฺตตฺตา. ตถา หิ ปฏิสนฺธิยํ ตาว ปุริสินฺทฺริยนิพฺพตฺตนารหมฺปิ กมฺมํ กทาจิ ปรทาริกาทินา พลวปาปกมฺเมน ปฏิพาหิตสามตฺถิยํ อสฺส, ตทา อตฺตโน ปุริสินฺทฺริยนิพฺพตฺตเน อสมตฺถตาย อิตฺถินฺทฺริยเมว นิพฺพตฺเตติ. ปวตฺติยํ ปน อตฺตโน พลวภาเวน อิตฺถินฺทฺริยูปนิสฺสยํ ปรทาริกมกุสลกมฺมํ ปฏิพาหิตฺวา ปฏิสนฺธิโต ปฏฺฐาย ปุริสินฺทฺริยํ สมุฏฺฐาเปนฺตํ กทาจิ ลทฺธสามคฺคิตาสญฺชาตพลวิเสเสน ปรทาริกาทินา กมฺเมน ปฏิพาหิตสามตฺถิยํ ภเวยฺย, ตทา อตฺตโน ทุพฺพลตาย ปุริสินฺทฺริยํ น นิพฺพตฺเตติ, อิตฺถินฺทฺริยเมว นิพฺพตฺเตติ. เอวํ ปรทาริกาทิกมฺมูปนิสฺสเยน อิตฺถินฺทฺริยสฺส นิพฺพตฺตนโต ตํ เตน นิพฺพตฺติตํ กตฺวา วุจฺจติ.

๖๗๑-๒. ยทา ปน ตํ กมฺมํ ปุน สามคฺคิปฏิลาภโต, ปริกฺขีณปาปกมฺมตาย วา พลวปฺปตฺตํ อภวิสฺส, ตทา ทินฺนเวธํ วิย รุกฺขํ ตทปคเม อตฺตโน พลานุรูปํ ปุริสินฺทฺริยํ นิพฺพตฺเตติ, อิตฺถินฺทฺริยํ ปน อตฺตโน การณาภาวโต นุปฺปชฺชติ. อุภยสฺส ปน นิพฺพตฺติยมฺปิ วิสทิสินฺทฺริยนิพฺพตฺตนโต ปุเร สตฺตรสมจิตฺตสฺส ฐิติกาลมุปาทาย ตํตํสมุฏฺฐาปกกมฺมํ ตํ ตํ อินฺทฺริยํ น ชเนติ. สตฺตรสมจิตฺเตน สห อุปฺปนฺนํ วิสทิสินฺทฺริยุปฺปตฺติโต ปุริมจิตฺเตน สห นิรุชฺฌติ. ยทิ หิ สตฺตรสมจิตฺตุปฺปาทโต ปรมฺปิ อุปฺปชฺเชยฺย, อิตรํ นุปฺปชฺชติ เอกสฺมึ สนฺตาเน ทฺวินฺนํ สหุปฺปตฺติยา อนิจฺฉิตตฺตา. เตเนว หิ ‘‘ยสฺส วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตี’’ติ (ยม. ๓.อินฺทฺริยยมก.๑๘๘) อิมสฺมึ ปเญฺห ‘‘โน’’ติ (ยม. ๓.อินฺทฺริยยมก.๑๘๘) ปฏิกฺเขโป กโตติ. เอวญฺจ กตฺวา วกฺขติ ‘‘อุภโตพฺยญฺชนสฺสาปี’’ติอาทิ. เอกสฺมิญฺจ นิรุทฺเธ ตปฺปฏิพทฺธานิ ลิงฺคาทีนิ กติปยทิวเสหิ นิรุชฺฌนฺติ, เตสุ นิรุทฺเธสุ อิตรานิ อนุกฺกเมน ชายนฺตีติ อาจริยา. อิตฺถินิมิตฺตุปฺปาทกกมฺมโต, ปุริสนิมิตฺตุปฺปาทกกมฺมโต วาติ อุภโต ทุวิธํ พฺยญฺชนมสฺสาติ อุภโตพฺยญฺชโน. ตสฺสาปีติ ยสฺส ทุวิธํ พฺยญฺชนมตฺถิ, ตสฺสาปิ เอกเมว อินฺทฺริยํ สิยา, กึ ปน อิตรสฺสาติ ทสฺเสติ.

นนุ จ ทุวิเธ พฺยญฺชเน สติ อินฺทฺริยทฺวเยนาปิ ภวิตพฺพํ, พฺยญฺชนญฺหิ ตํ ตํ อินฺทฺริยํ ปฏิจฺจ ชายตีติ? สจฺจํ ชายติ, เอตฺถาปิ อิตฺถิอุภโตพฺยญฺชนสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ ปฏิจฺจ อิตฺถินิมิตฺตเมว ยาวชีวํ ปวตฺตติ, ปุริสอุภโตพฺยญฺชนสฺส ปุริสินฺทฺริยํ ปฏิจฺจ ปุริสนิมิตฺตเมว, อิตรํ ปน น ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยปุริสินฺทฺริยเหตุโต ชายติ. ตํ ปน เยน การเณน โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอวํ สนฺเต’’ติ อนุโยคํ กตฺวา ‘‘น จาภาโว’’ติอาทินา โสธนํ ตุ วุตฺตํ. เอวํ สนฺเตติ เอกสฺมึเยว อินฺทฺริเย สติ. อภาโว จาติ ยํ ปฏิจฺจ ชายติ, ตสฺส อภาวโต ปุริสอุภโตพฺยญฺชนสฺส อิตฺถิพฺยญฺชนาภาโว, อิตฺถิอุภโตพฺยญฺชนสฺส ปุริสพฺยญฺชนาภาโวติ อตฺโถ. น จาภาโว สิยาติ เนว ทุติยพฺยญฺชนสฺส อภาโว สิยา. น ตํ พฺยญฺชนการณนฺติ ตํ อินฺทฺริยํ ทุติยพฺยญฺชนการณํ น โหติ. กสฺมา? สทา อภาวโต. อิตฺถิอุภโตพฺยญฺชนสฺส หิ ยทา อิตฺถิยา ราคจิตฺตํ อุปฺปชฺชติ, ตทา ปุริสพฺยญฺชนํ ปากฏํ โหติ, อิตฺถิพฺยญฺชนํ ปฏิจฺฉนฺนํ คุฬฺหํ โหติ, ตถา อิตรสฺส อิตรํ. ยทิ จ เตสํ อินฺทฺริยํ ทุติยพฺยญฺชนการณํ ภเวยฺย, สทาปิ พฺยญฺชนทฺวยํ ติฏฺเฐยฺย, น ปน ติฏฺฐติ, ตสฺมา เวทิตพฺพเมตํ ‘‘น ตสฺส ตํ พฺยญฺชนการณ’’นฺติ. กิญฺจรหิ การณนฺติ เจ? อาห ‘‘ตสฺสา…เป… การณ’’นฺติ. ตตฺถ กมฺมสหายนฺติ ปุริมภวสิทฺธสฺส อินฺทฺริยนิพฺพตฺตกกมฺมสฺส สหายํ. ราคจิตฺตนฺติ อิตฺถิยา ปุริสสฺมึ, ปุริสสฺส อิตฺถิยํ วา อุปฺปนฺนํ เมถุนราคจิตฺตํ. ตสฺมิญฺหิ อุปฺปนฺเน ตํ ปากฏํ โหติ, ตสฺมึ ปฏิปฺปสฺสทฺเธ ปฏิจฺฉนฺนํ โหติ. ยสฺมา ปนิมสฺส เอกเมว อินฺทฺริยํ โหติ, ตสฺมา อิตฺถิอุภโตพฺยญฺชนโก สยมฺปิ ปรํ อุทฺทิสฺส คพฺภํ คณฺหาติ, อตฺตานํ อุทฺทิสฺส ปรมฺปิ คณฺหาเปติ. โส หิ อิตฺถินฺทฺริยวนฺตตาย สยํ คณฺหาติ, ปเรสุ อุปกฺกมกรณโต ปรํ คณฺหาเปติ. ปุริสอุภโตพฺยญฺชนโก ปเรสุ อุปกฺกมกรณโต ปรํ คพฺภํ คณฺหาเปติ, สยํ ปน ปุริสินฺทฺริยวนฺตตาย คพฺภํ น คณฺหาติ.

ยสฺมา อิตฺถินฺทฺริเย สติ อิตฺถิลิงฺคาทโย โหนฺติ, เตสุ จ สนฺเตสุ อิตฺถีติ ปกาโส โหติ, ตสฺมา ตํ ตสฺส ปกาสนการณนฺติ อาห ‘‘อิตฺถีติ ปกาสนรส’’นฺติ. ทุวิธมฺปิ ปเนตํ อินฺทฺริยํ กายปสาโท วิย สกลสรีรพฺยาปกเมว, น จสฺส กายปสาเทน สงฺกโร ลกฺขณเภทโต, นิสฺสยเภทโต จ.

๖๗๓. สหชรูปปริปาลนลกฺขณนฺติ ยถา อตฺตนา สหชาตรูปานิ ตีสุ ขเณสุ ปวตฺตนฺติ, เอวํ อนุปาลนลกฺขณํ. ชีวิตินฺทฺริยสฺส เอกนฺตกมฺมชตฺตา สหชคฺคหเณเนว อนุปาเลตพฺพานมฺปิ กมฺมชภาโวว สิทฺโธติ กมฺมชคฺคหณํ น กตํ. ยถาสกํ ขณตฺตยมตฺตฏฺฐายีนมฺปิ กมฺมชรูปานํ ปวตฺติเหตุภาเวเนว ตํ อนุปาลกํ. เตนาห ‘‘เตสํ ปวตฺตนรส’’นฺติ. ปวตฺตนญฺเจตฺถ วุตฺตนเยน เตสํ ยาปนํ ฐปนํ ฐิติเหตุกตา. น หิ กมฺมชานํ กมฺมเมว ฐิติเหตุ ภวิตุํ สกฺโกติ อาหารชาทีนํ อาหาราทิ วิย. กึ การณํ? ตงฺขณาภาวโต. กมฺมญฺหิ นิรุทฺธํ รูปสฺส ปจฺจโย โหติ, ตโต ตํสมุฏฺฐานรูปานิ มตปิติกา วิย ปุตฺตา จูฬปิตุอาทินิสฺสเยน อญฺญนิสฺสเยเนว ปวตฺตนฺติ, อญฺญญฺจ เตสํ ยาปนสมตฺถํ นตฺถิ อญฺญตฺร ชีวิตินฺทฺริเยนาติ ตเทว เตสํ ปวตฺตนรสํ. อาหารชาทโย ปน ธรมานกปิติกา วิย ปุตฺตา อญฺญนิรเปกฺขา สกสกปจฺจยวเสเนว ปวตฺตนฺติ. อาหาราทโย หิ อตฺตโน อตฺถิกฺขเณเยว รูปานิ สมุฏฺฐาเปตฺวา เตสํ ฐิติปวตฺติยาว ติฏฺฐนฺติ, ตโต ตํสมุฏฺฐานานิ ชีวิตินฺทฺริยนิรเปกฺขานิ. เสสานิปิ ตํตํปจฺจยวเสเนว ติฏฺฐนฺตีติ น อญฺญํ ฐปนการณํ ปจฺจาสีสนฺติ. กมฺมสมุฏฺฐานมฺปิ เจตํ อุปฺปาทโต ปฏฺฐาเยว อนุปาลกํ. ยาเปตพฺพานิ ปวตฺเตตพฺพานิ สหชาตภูตานิ ปทฏฺฐานเมตสฺสาติ ยาเปตพฺพภูตปทฏฺฐานํ.

๖๗๔. มโนวิญฺญาณธาตูติ ฐเปตฺวา อรูปาวจรวิปากมโนวิญฺญาณธาตุํ อวเสสา มโนวิญฺญาณธาตุ. เตนาห ‘‘ปญฺจโวกาเร’’ติ. ปญฺจโวกาเร มโนธาตุ, มโนวิญฺญาณธาตุโย จ ยํ รูปํ นิสฺสาย ปวตฺตนฺติ, ตํ ‘‘วตฺถู’’ติ ปวุจฺจตีติ สมฺพนฺโธ. ปญฺจโวกาเรติ จ วิเสสนํ มโนวิญฺญาณธาตุวเสน กตํ, มโนธาตุ ปน จตุโวการภเว นตฺเถว. ปาฬิยํ อนาคตสฺสาปิ หทยวตฺถุโน อาคมโต, ยุตฺติโต จ อตฺถิภาโว วิญฺญาตพฺโพ. ตตฺถ อาคโม ตาว –

‘‘ยํ รูปํ นิสฺสาย มโนธาตุ จ มโนวิญฺญาณธาตุ จ ปวตฺตนฺติ, ตํ รูปํ มโนธาตุยา จ มโนวิญฺญาณธาตุยา จ ตํสมฺปยุตฺตกานญฺจ ธมฺมานํ นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๘) –

เอวมาทิ ปฏฺฐานวจนํ. ยุตฺติ ปน เอวํ เวทิตพฺพา – นิปฺผนฺนอุปาทายรูปนิสฺสยํ ธาตุทฺวยํ ปญฺจโวการภเว รูปปฏิพทฺธวุตฺติตฺตา. ยํ ยญฺหิ รูปปฏิพทฺธวุตฺติ, ตํ ตํ นิปฺผนฺนอุปาทายรูปนิสฺสยํ ทิสฺสติ ยถา จกฺขุวิญฺญาณธาตุ. ตตฺถ น ตาว รูปายตนาทีนํ, โอชาย จ ตนฺนิสฺสยตา ยุชฺชติ อินฺทฺริยปฏิพทฺธโต พหิปิ เตสํ ปวตฺติทสฺสนโต, นาปิ อิตฺถินฺทฺริยปุริสินฺทฺริยานํ ตทุภยวิรหิเต อภาวกสนฺตาเนปิ ธาตุทฺวยทสฺสนโต. ชีวิตินฺทฺริยสฺสาปิ สหชปริปาลนลกฺขณกิจฺจนฺตรํ วิชฺชตีติ น ตนฺนิสฺสยตา ยุชฺชติ. ตญฺหิ กิจฺจนฺตเร ปสุตํ น อิมาสํ นิสฺสโย ภวิตุํ สกฺโกติ, ตสฺมา ปาริเสสโต เตสํ นิสฺสโย หทยวตฺถุ นาม อตฺถีติ วิญฺญาตพฺพํ. โหตุ ตาว ธาตุทฺวยนิสฺสโย วตฺถุ, อุปาทายรูปญฺจ, ตํ ปเนตํ กมฺมสมุฏฺฐานํ ปฏินิยตกิจฺจํ หทยปฺปเทเส ฐิตเมกนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. กถเมตํ วิญฺญายตีติ? วุจฺจเต – วตฺถุรูปภาวโต กมฺมสมุฏฺฐานํ จกฺขุ วิย. ยญฺหิ วิญฺญาณสฺส วตฺถุภูตํ รูปํ, ตํ กมฺมสมุฏฺฐานํ ยถา จกฺขุปสาโท, ตโต เอว ปฏินิยตกิจฺจํ อฏฺฐึ กตฺวา มนสิ กตฺวา สพฺพํ เจตสา สมนฺนาหริตฺวา กิญฺจิ จินฺเตนฺตสฺส หทยปฺปเทสสฺส ขิชฺชนโต ตตฺเถทํ ติฏฺฐตีติ วิญฺญายติ. ยถาหุ อาจริยา –

‘‘กมฺมชํ วตฺถุภาวา ตํ, จกฺขุํว นิยตกฺริยํ;

จินฺตาย จ อุโรเขทา, ตตฺร ติฏฺฐนฺติ วิชานิย’’นฺติ.

ยทิ มโนธาตุมโนวิญฺญาณธาตูนํ นิสฺสยภูตํ หทยวตฺถุ นาม อตฺถิ, กสฺมา ปเนตํ รูปกณฺเฑ น วุตฺตํ. น หิ ลพฺภมานสฺส อวจเน การณํ อตฺถีติ? โน นตฺถิ การณนฺตรสมฺภวโต. กึ ปน ตํ การณํ? เทสนาเภโท. ยถา หิ จกฺขุวิญฺญาณาทีนิ เอกนฺตโต จกฺขาทินิสฺสยานิ, น เอวํ มโนวิญฺญาณํ เอกนฺเตน หทยวตฺถุนิสฺสิตํ ปญฺจโวการภเวเยว ตนฺนิสฺสยตฺตา, เอกนฺเตน นิสฺสิตวเสเนว จ วตฺถุเทสนา ปวตฺตา. ‘‘อตฺถิ รูปํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส วตฺถุ, อตฺถิ รูปํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส น วตฺถู’’ติอาทินา (ธ. ส. ๕๘๔) จกฺขุวิญฺญาณาทีหิ นิสฺสิเตหิ วิเสสิตตฺตา. ยมฺปิ เอกนฺเตน หทยวตฺถุนิสฺสยํ ตสฺส วเสน ‘‘อตฺถิ รูปํ มโนวิญฺญาณสฺส วตฺถู’’ติอาทินา ทุกาทีสุ วุจฺจมาเนสุ น ตทนุคุณา อารมฺมณทุกาทโย สมฺภวนฺติ. น หิ ‘‘อตฺถิ รูปํ มโนวิญฺญาณสฺส อารมฺมณํ, อตฺถิ รูปํ น มโนวิญฺญาณสฺส อารมฺมณ’’นฺติ สกฺกา วตฺตุนฺติ วตฺถารมฺมณทุกา ภินฺนคติกา สิยุํ, น เอกรสา เทสนา ภเวยฺย, เอกรสญฺจ เทสนํ เทเสตุํ ตตฺถ ภควโต อชฺฌาสโย, ตสฺมา ตตฺถ หทยวตฺถุ น วุตฺตํ, น อลพฺภมานตฺตา. เอสา หิ ภควโต ปกติ, ยํ เอกรเสเนว เทสนํ เทเสตุํ ลพฺภมานสฺสาปิ กสฺสจิ อคฺคหณํ. ตถา หิ นิกฺเขปกณฺเฑปิ จิตฺตุปฺปาทวิภาเคน อวุจฺจมานตฺตา อวิตกฺกาวิจารปทวิสชฺชเน วิตกฺโก วิจาโร จาติ วตฺตุํ น สกฺกาติ อวิตกฺกวิจารมตฺตปทวิสชฺชเน ลพฺภมาโนปิ วิตกฺโก น อุทฺธโฏ, อญฺญถา ‘‘วิตกฺโก จา’’ติ วตฺตพฺพํ สิยาติ. นิสฺสยภาวโต อุปริ อาโรเปตฺวา วหนฺตํ วิย ปจฺจุปฏฺฐาตีติ อุพฺพาหนปจฺจุปฏฺฐานํ.

๖๗๕. จตูสุ อาหาเรสุ อิธ รูปาธิการโต กพฬีกาโร อาหาโร คเหตพฺโพติ อาห ‘‘อาหารตาติ กพฬีกาโร อาหาโร’’ติ. ตตฺถ กพฬํ กรียตีติ กพฬีกาโร. อาหรียตีติ อาหาโร, กพฬํ กตฺวา อชฺโฌหรียตีติ อตฺโถ. อิทญฺจ สวตฺถุกํ กตฺวา อาหารํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. กพฬีการาหารสฺส ปน โอชา อิธ อาหาโร นาม. เตนาห ‘‘ยาย โอชายา’’ติอาทิ. โส จ รูปาหรณสภาโว อุปตฺถมฺภนพลกโร องฺคมงฺคานุสารีรสาหรณภูโต ภูตนิสฺสิโต เอโก วิเสโส. พาหิราหารปจฺจยํ ปฏิลภิตฺวา เอว อชฺฌตฺติกาหาโร รูปํ อุปฺปาเทตีติ อยํ อชฺฌตฺติกาหารสฺส อุปนิสฺสยภาเวนาปิ รูปํ อาหรตีติ อาห ‘‘โอชฏฺฐมกํ รูปํ อาหรตี’’ติ. โอชา อฏฺฐมี ยสฺส ตํ โอชฏฺฐมกํ. ยาย โอชายาติ อตฺตโน อุทยานนฺตรํ รูปชนนโต โอชาสงฺขาตาย โอทนกุมฺมาสาทิวตฺถุคตาย ยาย ผรณโอชาย. ยตฺถ ยตฺถาติ ยมฺหิ ยมฺหิ ชนปเท, นคราทีสุ จ. ‘‘กพฬีกาโร อาหาโร’’ติ ปวุจฺจติ ตพฺพตฺถุกตฺตาติ อธิปฺปาโย.

๖๗๖. กึ ปน วตฺถุโน กิจฺจํ, กึ โอชายาติ เจ? ปริสฺสยหรณํ วตฺถุสฺส กิจฺจํ, ปาลนํ โอชายาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อนฺนปานาทิก’’นฺติอาทิ. อคฺคึ หรติ กมฺมชนฺติ กมฺมชเตชํ คณฺหาติ. อนฺโตกุจฺฉิยญฺหิ โอทนาทิวตฺถุสฺมึ อสติ กมฺมชเตโช อุฏฺฐหิตฺวา อุทรปฏลสงฺขาตมุปาทินฺนรูปํ คณฺหาติ, ‘‘ฉาโตมฺหิ, อาหารํ เม เทถา’’ติ วทาเปติ, ภุตฺตกาเล อุทรปฏลํ มุญฺจิตฺวา อนุปาทินฺนกวตฺถุํ คณฺหาติ, อถ สตฺโต เอกคฺโค โหติ. ยถา หิ ฉายารกฺขโส ฉายาปวิฏฺฐํ ทิสฺวา คเหตฺวา เทวสงฺขลิกาย พนฺธิตฺวา อตฺตโน ภวเน โมทนฺโต ฉาตกาเล อาคนฺตฺวา สีเส ทํสติ, โส ทฏฺฐตฺตา วิรวติ, ตํ วิรวํ สุตฺวา สเจ อญฺเญปิ มนุสฺสา อาคจฺฉนฺติ, โส อาคตาคเต คเหตฺวา ขาทิตฺวา สกภวเน โมทติ, เอวํ ยํ ยํ อนฺนปานาทิกํ วตฺถุ, ตํ ตํ กมฺมชเตโช คเหตฺวา ชีราเปตฺวา ปุน อุทรปฏลํ คณฺหาติ, ตสฺมา อนฺนปานาทิกํ วตฺถุ อตฺตโน อุทรปฏลํ ปวิฏฺฐกาเล อุปาทินฺนกายํ คเหตฺวา ฐิตํ ตโต โมเจตฺวา อตฺตานํ คณฺหาปนวเสน ตํ อตฺตโน สนฺติกํ หรติ. เกวลนฺติ โอชาวิยุตฺตํ วตฺถุ ชีวิตํ กมฺมชภูตํ ตํ ปาเลตุํ น สกฺโกติ.

๖๗๗. โอชา…เป… ปาจกนฺติ โอชา ชีวิตํ ปาเลตุํ สกฺโกติ, กมฺมชํ เตชํ หริตุํ น สกฺโกติ อามาสยสฺส อปุณฺณโตติ อธิปฺปาโย. อุปตฺถมฺภนปจฺจุปฏฺฐาโนติ โอชฏฺฐมกรูปหรณวเสเนว อิมสฺส กายสฺส อุปตฺถมฺภนวเสน ปจฺจุปฏฺฐาติ. กาเยนาติ รูปกาเยน. อตฺตโน ภาวนฺติ อตฺตโน อธิปฺปายํ. วิญฺญาเปนฺตานนฺติ ปเรสํ สญฺญาเปนฺตานํ. กายคฺคหณานุสาเรนาติ ผนฺทมานกายคตวณฺณสฺส คหณภูตานํ จกฺขุทฺวาริกชวนานนฺตรปฺปวตฺตานํ นิจฺฉยคฺคหณสงฺขาตานํ มโนทฺวาริกชวนานํ อนุสฺสรเณน เตสํ อนนฺตรนฺติ อตฺโถ. ปญฺจทฺวาเร หิ รูปาทิอารมฺมเณ อาปาถคเต ยถาปจฺจยํ กุสลากุสลชวเน อุปฺปชฺชิตฺวา ภวงฺคํ โอติณฺเณ มโนทฺวาริกชวนํ ตเทวารมฺมณํ กตฺวา ภวงฺคํ โอตรติ, ปุน ตสฺมึเยว ทฺวาเร วิสยํ ววตฺถาเปตฺวา ชวนํ ภวงฺคํ โอตรติ, ตสฺมา จกฺขุทฺวาริกชวนานนฺตรปฺปวตฺตานํ ทฺวินฺนํ ชวนวารานมนนฺตรํ ตติยวาเร ปวตฺตาย มโนทฺวารชวนวีถิยา เอว คหิตาย เอตาย กรณภูตาย จตุตฺถวาเร มโนทฺวาเร ชวเนเนว ภาโว วิญฺญายติ. เอเตน วิญฺญตฺติ-สทฺทสฺส กรณสาธนตา วุตฺตา. สยํ วาติอาทินา ปน กมฺมสาธนตฺตมาห.

เอวํ วิญฺญตฺติ-สทฺทสฺส การกทฺวเย สมฺภวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ กาย-สทฺเทน สห กมฺมธารยสมาสํ ทสฺเสตุํ, ‘‘กาโย’’ติ โวหารสฺส วิญฺญตฺติยมฺปิ จ ปวตฺตึ ทสฺเสนฺโต ‘‘กาเยน สํวโร’’ติอาทิสุตฺตมาห. กายวิปฺผนฺทเนน อธิปฺปายวิญฺญาปนเหตุตฺตาติ วิปฺผนฺทมานกาเยน กรณภูเตน อธิปฺปายวิญฺญาปนเหตุภาวโต กาเยน วิญฺญตฺตีติปิ กายวิญฺญตฺตีติ สมฺพนฺโธ. อยํ ปเนตฺถ อตฺโถ – วิญฺญตฺติยา กายวิปฺผนฺทนสฺส เหตุภาวโต ตํเหตุกํ กายวิปฺผนฺทนสงฺขาตํ กายํ คเหตฺวา อธิปฺปายชานนโต วิญฺญตฺติ อธิปฺปายวิญฺญาปนสฺส การณภาเวน คยฺหตีติ กาเยน อธิปฺปายํ วิญฺญาเปตีติ. ตถา กายวิปฺผนฺทนํ คเหตฺวา ตสฺส การณเมตฺถ อตฺถีติ วิญฺญตฺติยา คยฺหมานตฺตา สยญฺจ กาเยน วิญฺญายติ, ตสฺมา กาเยน วิญฺญตฺตีติปิ กายวิญฺญตฺตีติ.

๖๗๘. จิตฺตชานิลธาตุยาติ อภิกฺกมาทิปวตฺตกจิตฺตสมุฏฺฐานวาโยธาตุยา. อาการวิการตาติ อาการภูโต วิกาโร. กสฺส ปน สา อาการวิการตาติ? สามตฺถิยโต วาโยธาตุอธิกานํ จิตฺตชมหาภูตานํ. กึ ตํ สามตฺถิยํ? จลนเหตุตา, จิตฺตชตา, อุปาทายรูปตา จ. อถ วา จิตฺตชานิลธาตุยา เอกา อาการวิการตาติ สมฺพนฺโธ. น เกวลญฺหิ สามิวจนํ จลนสมฺพนฺธาเปกฺขาย เอว, อถ โข อาการวิการสมฺพนฺธาเปกฺขายปีติ.

ยทิ เอวํ, กถํ วิญฺญตฺติยา อุปาทายรูปตฺตํ. ‘‘จิตฺตชานิลธาตุยา’’ติ หิ วจเนน วาโยธาตุยาว อาการวิการตา วิญฺญตฺติ อาปชฺชติ, น จ เอกภูตนิสฺสิตํ อุปาทายรูปํ นาม อตฺถิ ‘‘จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทายรูป’’นฺติ (ธ. ส. ๕๘๔) วจนโตติ? นายํ โทโส, จตุนฺนํ วิการตา จตูสุ เอกสฺสปิ โหติ จตุสาธารณธนํ วิย. อนิลธาตุอธิกกลาโป วา อิธ ‘‘อนิลธาตู’’ติ วุจฺจติ, ตทธิเก ตํโวหารโต ยถา สมฺภารธาตุยา อธิกภาเวน ปถวีโวหาโร, ตสฺมา วาโยธาตุอธิกานํ จิตฺตชมหาภูตานํ เอกา อาการวิการตา กายวิญฺญตฺตีติ น โกจิ วิโรโธ. อธิกตา จสฺสา สามตฺถิยโต ทฏฺฐพฺพา, น ปมาณโต. อิตรถา หิ เตสํ อวินิพฺโภควุตฺติตา น ยุชฺเชยฺย. อธิกตา หิ อตฺตโน อธิกวเสน อิตเรหิ วินิพฺโภคปฺปวตฺติโต โหติ. สามตฺถิยาธิกญฺจ การณานุการิตาย. การณญฺหิ อภิกฺกมาทิปวตฺตกํ จิตฺตํ, ตํ จลนาธิปฺปายสภาวํ ตโต สมุฏฺฐิเต กลาเป อนุกโรนฺเต วาโยธาตุยา เอว อธิกตฺตํ ยุตฺตนฺติ. เกจิ ปน ‘‘วาโยธาตุยา เอว อาการวิการตา’’ติ คณฺหนฺติ, เตสํ มเตน อุปาทารูปตฺตํ ทุรูปปนฺนํ. น หิ เอกสฺส วิกาโร จตุนฺนํ อุปาทารูปนฺติ สกฺกา วตฺตุํ.

กีทิสี ปนายํ วิการตาติ อาห ‘‘สหชาตสฺส รูปสฺส จลเน เหตู’’ติ. ตตฺถ สหชาตสฺสาติ อตฺตนา สหชาตสฺส. ยสฺมา อุตุจิตฺตาหารชานํ จลนํ จิตฺตชรูปสมฺพนฺเธเนว โหติ, นทีโสตจลเนน ตตฺถ ปกฺขิตฺตสุกฺขโคมยปิณฺฑาทีนํ วิย. วิญฺญตฺติวเสน ปน จิตฺตชานเมว จลนํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สหชาตสฺสา’’ติ. รูปสฺสาติ รูปกายสฺส. จลเนติ สนฺถมฺภนสนฺธารณจลนสงฺขาเต จลิตภาเว. สนฺถมฺภนาทิกมฺปิ หิ จลนาภิมุขตาย จลนนฺติ ยุชฺชติ. เหตูติ เหตุภูตา สหการีการณภูตา. เอตฺตาวตา จ กึ วุตฺตํ โหติ? กายวิญฺญตฺติ นาม เนว ผนฺทมานรูปกาโย, น จ ผนฺทมานา วาโยธาตุ, อถ โข มหนฺตํ ปาสาณํ อุกฺขิปนฺตสฺส สพฺพถาเมน คหณกาเล สรีรสฺส อุสฺสาหนวิกาโร วิย รูปกายสฺส ปริปฺผนฺทนปจฺจยภาเวน ลพฺภมาโน เอโก อาการวิกาโร กายวิญฺญตฺติ นามาติ วุตฺตํ โหติ.

นนุ จ ผนฺทมานวณฺณาทิวินิมุตฺโต โกจิ วิกาโร อตฺถิ, ตสฺส วณฺณคฺคหณานนฺตรํ คหณํ โหตีติ กถเมตํ วิญฺญายตีติ? อธิปฺปายคฺคหณโต. น หิ วิญฺญตฺติวิการรหิเตสุ รุกฺขจลนาทีสุ อธิปฺปายคฺคหณํ ทิฏฺฐํ, หตฺถจลนาทีสุ ปน ทิฏฺฐํ, ตสฺมา ผนฺทมานวณฺณาทิวินิมุตฺโต โกจิ วิกาโร อตฺถิ อธิปฺปายสฺส วิญฺญาปโกติ สมฺปฏิจฺฉิตพฺพเมตํ เอกนฺเตน. ญาปโก จ เหตุ สยํ คหิโตเยว อตฺตโน ญาเปตพฺพมตฺถํ ญาเปติ, น วิชฺชมานมตฺเตนาติ. ญาเปตพฺพวณฺณคฺคหณานนฺตรํ วิการคฺคหณมฺปิ อนุมานโต สิทฺธํ. ตถา หิ วทนฺติ –

‘‘วิสยตฺตมนาปนฺนา,

สทฺทา เนวตฺถโพธกา;

น สตฺตามตฺตโต อตฺเถ,

เต อญฺญาตา ปกาสกา’’ติ.

ยทิ วิการคฺคหณเมว การณมธิปฺปายคฺคหณสฺส, กสฺมา อคฺคหิตสงฺเกตานํ อธิปฺปายคฺคหณํ น โหตีติ? น เกวลํ วิการคฺคหณเมว อธิปฺปายสฺส คหณสฺส การณํ, อถ โข ปุริมสิทฺธสมฺพนฺธคฺคหณญฺจ อิมสฺส อุปนิสฺสโยติ ทฏฺฐพฺพํ. ยถา หิ อรญฺเญ อุทกติตฺเถ อุสฺสาเปตฺวา ฐปิตโคสีสาทีนิ อุทกนิมิตฺตานิ ทิสฺวา ตทนนฺตรปฺปวตฺตาย อวิญฺญายมานนฺตราย มโนทฺวารชวนวีถิยา โคสีสาทีนํ อุทกสหจารีปการสญฺญาณาการํ คเหตฺวา ‘‘อุทกเมตฺถ อตฺถี’’ติ ชานนํ, เอวํ ผนฺทมานวณฺณํ คเหตฺวา ตทนนฺตปฺปวตฺตาย อวิญฺญายมานนฺตราย มโนทฺวารวีถิยา ปุริมคฺคหิตสมฺพนฺธูปนิสฺสยสหิตาย สาธิปฺปายวิการคฺคหณํ โหตีติ.

๖๘๑-๒. สหชรูปจลนสฺส วิญฺญตฺติวิการสหิตาย วาโยธาตุยา เหตุภาโว ยุตฺโต, กึ สพฺพา เอว วาโยธาตุ สหชรูปํ จาเลตีติ อิมํ โจทนํ โสเธตุํ ‘‘ลภิตฺวา ปนุปตฺถมฺภ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อุปตฺถมฺเภตีติ อุปตฺถมฺภํ, อุปตฺถมฺภกปจฺจยนฺติ อตฺโถ. เอกาวชฺชนวีถิยนฺติ มโนทฺวาริกชวนวีถึ สนฺธายาห ปญฺจทฺวาริกวีถิยา วิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปกตฺตาภาวโต. เหฏฺฐาหิ ฉหิ จ จิตฺเตหีติ สตฺตสุ ชวเนสุ เหฏฺฐิเมหิ ฉหิ ชวเนหิ สมุฏฺฐิตํ วาโยธาตุํ อุปตฺถมฺภํ ลภิตฺวาติ สมฺพนฺโธ. เกจิ ปน โปตฺถเกสุ ‘‘วาโยธาตุสมุฏฺฐิต’’นฺติ ปาฐํ ทิสฺวา อุปตฺถมฺภนฺติ ภาวสาธนวเสน คเหตฺวา เหฏฺฐา ฉหิ จิตฺเตหิ อุปฺปนฺนวาโยธาตุสมุฏฺฐิตํ อุปตฺถมฺภํ ลภิตฺวาติ โยเชนฺติ. วิญฺญตฺติสหิตตฺตนาติ สยํ วิญฺญตฺติสหิตา อตฺตนา สหชาตํ จิตฺตชรูปํ เทสนฺตรุปฺปตฺติเหตุภาเวน จลยติ, น อิตราติ อตฺโถ.

อยํ ปเนตฺถาธิปฺปาโย – ยถา นาม สตฺตหิ ยุเคหิ อากฑฺฒิตพฺพสกเฏ สตฺตมยุคยุตฺตา เอว โคณา เหฏฺฐา ฉสุ ยุเคสุ ยุตฺตโคเณหิ ลทฺธุปตฺถมฺภา สกฏํ จาเลนฺติ, ปฐมยุคาทิยุตฺตา ปน สนฺถมฺภนสนฺธารณมตฺตเมว สาเธนฺตา เตสํ อุปตฺถมฺภกา โหนฺติ, เอวเมวํ สตฺตมชวนสมุฏฺฐิตา วาโยธาตุ เหฏฺฐา ฉหิ ชวเนหิ สมุฏฺฐิตวาโยธาตุโต ลทฺธุปตฺถมฺภา จิตฺตชรูปํ จาเลติ. ปฐมชวนาทิสมุฏฺฐิตา ปน สนฺถมฺภนสนฺธารณมตฺตํ สาเธนฺตา ตสฺส อุปตฺถมฺภกา โหนฺติ, เทสนฺตรุปฺปตฺติเยว เจตฺถ จลนํ อุปฺปนฺนเทสโต เกสคฺคมตฺตมฺปิ ธมฺมานํ จลนาภาวโต, อิตรถา ธมฺมานํ อพฺยาปารตา, ขณิกตา จ น สิยา. กถํ ปนสฺส สหชรูปานํ เทสนฺตรุปฺปตฺติยา เหตุภาโวติ? ยถา อตฺตนา สหชรูปานิ เหฏฺฐิมชวนาทิสมุฏฺฐิตรูเปหิ ปติฏฺฐิตฏฺฐานโต อญฺญตฺถ อุปฺปชฺชนฺติ, เอวํ เตหิ สห ตตฺถ อุปฺปตฺติเยวสฺส เทสนฺตรุปฺปตฺติเหตุภาโวติ ทฏฺฐพฺพํ.

อถ ผนฺทมานวณฺณคฺคหณานนฺตรํ วิญฺญตฺติคฺคหณสฺส วุตฺตตฺตา วิญฺญตฺติสหิตาติ สตฺตมชวนสมุฏฺฐิตาย เอว จ วิเสสิตตฺตา จลนาการสหิตาเยว วาโยธาตุ วิการสหิตาติ? นยิทเมวํ เทสนฺตรุปฺปตฺติเหตุภาเวน จลยิตุมสกฺโกนฺติโยปิ สนฺถมฺภนสนฺธารณมตฺตกรเณน ปฐมชวนาทิสมุฏฺฐานวาโยธาตุโยปิ วิญฺญตฺติวิการสหิตา เอว. เยน ทิสาภาเคน คนฺตฺวา อภิกฺกมาทีนิ ปวตฺเตตุกาโม ตทภิมุขภาววิการสมฺภวโต. อธิปฺปายสหภาวินญฺหิ วิการํ วิญฺญตฺติมาจิกฺขนฺติ. เตเนว หิ ภควตา ‘‘กตมํ ตํ รูปํ กายวิญฺญตฺติ? ยา กุสลจิตฺตสฺส วา…เป… อพฺยากตจิตฺตสฺส วา อภิกฺกมนฺตสฺส วา…เป… ปสาเรนฺตสฺส วา กายสฺส ถมฺภนา สนฺถมฺภนา สนฺถมฺภิตตฺตํ วิญฺญตฺติ วิญฺญาปนา วิญฺญาปิตตฺตํ. อิทํ ตํ รูปํ กายวิญฺญตฺตี’’ติ (ธ. ส. ๗๒๐) สนฺถมฺภนสนฺธารณานมฺปิ ปจฺจยภาวากาโร กายวิญฺญตฺตีติ วุตฺโต. เอวญฺจ กตฺวา มโนทฺวาราวชฺชนสฺสาปิ วิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปกตาวจนํ สุฏฺฐุ อุปปนฺนํ โหติ.

๖๘๓-๔. จิตฺตชาตาย ปถวีธาตุยา อุปาทินฺนกฆฏฺฏเน ปจฺจโย โย อาการวิกาโร, อยํ วจีวิญฺญตฺติ วิญฺเญยฺยาติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ จิตฺตชาตายาติ วจีเภทปฺปวตฺตกจิตฺตสมุฏฺฐานาย. อุปาทินฺนกฆฏฺฏเนติ อุปาทินฺนกกลาปสงฺขาตสฺส อกฺขรุปฺปตฺติฏฺฐานสฺส ฆฏฺฏนสญฺญิเต กิจฺเจ ฆฏฺฏนสฺสาติ อตฺโถ. ปจฺจโยติ ตสฺส สหการีการณภูโต. เอโก อาการวิกาโรติ ฆฏฺฏิยมานอุปาทินฺนรูปโต, ฆฏฺฏนฺติ ยา ปถวีธาตุโต จ วินิวฏฺโฏ ปถวีธาตุยา อุปาทินฺนฆฏฺฏนปจฺจยสภาวรูโป เอโก อาการวิการวิเสโสติ อตฺโถ. ปถวิธาตุยาติ สามิวจนํ ‘‘อุภยสมฺพนฺธาเปกฺข’’นฺติอาทิ กายวิญฺญตฺติยํ วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ. อยํ ปน วิเสโส – ยถา ตตฺถ ผนฺทมานวณฺณคฺคหณานนฺตรํ คยฺหติ, เอวมิธ สุยฺยมานสทฺทสวนานนฺตรนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อิทญฺจ สนฺถมฺภนาทีนํ อภาเวน ฆฏฺฏเนน สทฺธึเยว สทฺทสฺส อุปฺปชฺชนโต ‘‘ลภิตฺวา ปนุปตฺถมฺภ’’นฺติอาทินโย น ลพฺภติ. ฆฏฺฏนญฺหิ ปฐมชวนาทีสุปิ ลพฺภเตว. เตนาห ‘‘สทฺทวสา’’ติ. อถ ฆฏฺฏนจลนานํ โก วิเสโสติ? ฆฏฺฏนํ ปจฺจยวิเสเสน ภูตกลาปานํ อญฺญมญฺญํ อาสนฺนตรุปฺปาทตา, จลนํ เอกสฺสาปิ เทสนฺตรุปฺปาทนปรมฺปรตาติ อยเมเตสํ วิเสโส. โคสีสาทิอุปมาเปตฺถ ยถาสมฺภวํ โยเชตพฺพา. สาวาติ สา เอว สหสทฺทา วิญฺญตฺติ. สกฺยกุลินฺทุนาติ สุปริสุทฺธคคนตลสฺส สกฺกราชกุลสฺส อวภาสกฏฺเฐน ตสฺส นิสากรภูเตน. อถ วา อินฺทติ ปรมิสฺสริยํ กโรตีติ อินฺทุ. อินฺทุ-สทฺทสฺส อุตฺตมวาจกตฺตา สกฺกกุลุตฺตเมนาติ อตฺโถ.

๖๘๕. อถ วิญฺญตฺติ ตาว สหสทฺทาว, สทฺโท ปน จิตฺตโช อวิญฺญตฺติโก อตฺถีติ เจ? นตฺถีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สทฺโท น จิตฺตโช’’ติอาทิ. วิญฺญตฺติฆฏฺฏนนฺติ วิญฺญตฺติปจฺจยํ ปถวีธาตุยา ฆฏฺฏนํ. ธาตุสงฺฆฏฺฏเนเนวาติอาทินา วุตฺตเมวตฺถํ สมตฺเถติ. ยสฺมา ธาตุสงฺฆฏฺฏเนเนว สทฺโท ชายติ, น เตน วินา, ตสฺมาติ อตฺโถ. อเนน จ เย วทนฺติ ‘‘วิตกฺกวิปฺผารสทฺโท น โสตวิญฺเญยฺโยติ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตตฺตา จิตฺตสมุฏฺฐาโน วิตกฺกวิปฺผารสทฺโท วิญฺญตฺติยา วินาปิ อุปฺปชฺชติ. ‘ยา ตาย วาจาย วิญฺญตฺติ วิญฺญาปนา’ติ (ธ. ส. ๖๓๖) หิ วจนโต อโสตวิญฺเญยฺเยน สทฺเทน สห วิญฺญตฺติ น อุปฺปชฺชติ, ตโตว จิตฺตโชปิ สทฺทนวโก อตฺถี’’ติ, เตสํ วาทํ ปฏิกฺขิปติ. มหาอฏฺฐกถาวาโทปิ หิ สทฺโทว โหติ, น โสตวิญฺเญยฺโยติ วิรุทฺธเมตนฺติ มญฺญมาเนหิ สงฺคหกาเรหิ ปฏิกฺขิตฺโตว. อานนฺทาจริโย ปน มหาอฏฺฐกถาวาทํ อปฺปฏิกฺขิปิตฺวาว ตตฺถ อธิปฺปายํ วณฺเณติ. กถํ? ‘‘ชิวฺหาตาลุจลนาทิกรวิตกฺกสมุฏฺฐิตํ วิญฺญตฺติสหชเมว สุขุมสทฺทํ ทิพฺพโสเตน สุตฺวา อาทิสตี’’ติ สุตฺเต, ปฏฺฐาเน จ โอฬาริกํ สทฺทํ สนฺธาย โสตวิญฺญาณสฺส อารมฺมณปจฺจยภาโว วุตฺโตติ อิมินา อธิปฺปาเยน วิตกฺกวิปฺผารสทฺทสฺส อโสตวิญฺเญยฺยตา วุตฺตาติ.

๖๘๖-๗. วิญฺญาปนโตติ วจีโฆเสน อธิปฺปายวิญฺญาปนเหตุตฺตา. สยํ วิญฺเญยฺยโตติ คหณานุสาเรน วจีโฆเสน วา เหตุนา สยํ วิญฺเญยฺยตฺตา. ตสฺสาติ วิญฺญตฺติสทฺทสฺส. สมฺภโว การกทฺวเยติ วิญฺญาปยตีติ วิญฺญตฺติ, วิญฺญายตีติ วิญฺญตฺตีติ เอวํ เหตุมฺหิ, กมฺมนิ วา ตสฺส สมฺภโว นิพฺพตฺติ โหตีติ อตฺโถ. กึ ปเนตํ วิญฺญตฺติทฺวยํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ, อุทาหุ กมฺมาทิสมุฏฺฐานนฺติ อาห ‘‘น วิญฺญตฺติทฺวย’’นฺติอาทิ. อฏฺฐ รูปานิ วิยาติ สกสกกลาปคตอฏฺฐรูปานิ วิย, วิญฺญตฺติทฺวยสฺส เอกโต วุจฺจมานตฺตา กายวิญฺญตฺติสหชกลาเป สทฺโท น ลพฺภตีติ วจีวิญฺญตฺติกลาเป ลพฺภมานมฺปิ ตํ หิตฺวา ‘‘อฏฺฐ’’อิจฺเจว วุตฺตํ.

ยถาวุตฺตวิการคฺคหณมุเขน ‘‘อยํ อิทํ นาม กาตุกาโม’’ติ ตํสมงฺคิโน อธิปฺปาโย วิญฺญายตีติ อาห ‘‘อธิปฺปายปฺปกาสนรสา’’ติ. กายวิปฺผนฺทนเหตุภูตาย วาโยธาตุยา วิการตฺตา ตสฺสา กายวิปฺผนฺทนสฺส เหตุภาวากาเรน ปจฺจุปฏฺฐานนฺติ วุตฺตํ ‘‘กาย…เป… ปจฺจุปฏฺฐานา’’ติ. วาโยธาตุยา กิจฺจาธิกตาย อาห ‘‘จิตฺตสมุฏฺฐานวาโยธาตุปทฏฺฐานา’’ติ. วจีโฆสสฺส เหตุภาวปจฺจุปฏฺฐานาติ วุตฺตนเยเนว วจีโฆสสงฺขาตสฺส จิตฺตชสทฺทสฺส เหตุภาวปจฺจุปฏฺฐานา.

เกจิ ปเนตฺถ ‘‘ฆฏฺฏเน ปจฺจโยติ วุตฺตตฺตา ฆฏฺฏนานนฺตรํ สทฺทสฺส อุปฺปตฺติ โหตีติ คเหตฺวา จิตฺตสมุฏฺฐานปถวีธาตุ อุปาทินฺนฆฏฺฏนมตฺตํ กโรติ, ฆฏฺฏิตกฺขเณ อุตุสมุฏฺฐาโนว สทฺโท อุปฺปชฺชติ, โส ปน จิตฺตปจฺจยตฺตา ปริยาเยน จิตฺตสมุฏฺฐาโนติ วุจฺจตี’’ติ วทนฺติ. เตสํ มเตน จิตฺตชสทฺโทเยว น ลพฺภติ, ตสฺมา เอวํ อคฺคเหตฺวา อุทกตาปนกาเล อนฺโตอุทเกเยว อุปฺปชฺชนกสทฺโท วิย อุปาทินฺเน ฆฏฺเฏตฺวา อุปฺปชฺชมานจิตฺตสมุฏฺฐานปถวีธาตุยา อุปฺปตฺติสมกาลเมว ตสฺมึ กลาเป นวมํ หุตฺวา อนฺโตเยว ภูติกสทฺโท อุปฺปชฺชตีติ คเหตพฺพํ, ตสฺมา จิตฺตสมุฏฺฐานสทฺโทปิ วจีวิญฺญตฺติวเสเนว อุปฺปชฺชติ, อจฺฉราปหรณาทิสทฺโท ปน วจีวิญฺญตฺติยา อภาวโต จิตฺตปจฺจยอุตุสมุฏฺฐาโนเยวาติ.

๖๘๘. วิคฺคหาภาวโต น กสฺสติ, กสิตุํ ฉินฺทิตุํ น สกฺโกตีติ อกาโส, โสเยว อากาโสติ อาห ‘‘น กสฺสตีติ อากาโส’’ติ, โก ปเนโสติ อาห ‘‘รูปานํ วิวโร’’ติ, กณฺณจฺฉิทฺทาทิรูปานํ อนฺตรนฺติ อตฺโถ. อเนน อชฏากาสมาห. โย…เป… ปริจฺเฉโทติ ปน อิมินา อิธาธิปฺเปตมากาสํ, โส ปน รุฬฺหีวเสน อากาโสติ ปวุจฺจติ.

รูปานิ ปริจฺฉินฺทติ, สยํ วา เตหิ ปริจฺฉิชฺชติ, เตสํ วา ปริจฺเฉทมตฺตนฺติ รูปปริจฺเฉโท, ตํ ลกฺขณเมตสฺสาติ รูปปริจฺเฉทลกฺขโณ. อยญฺหิ ตํ ตํ รูปกลาปํ ปริจฺฉินฺทนฺโต วิย โหติ. เตนาห ‘‘รูปปริยนฺตปฺปกาสนรโส’’ติ. ‘‘อยํ รูปานํ เหฏฺฐิโม ปริยนฺโต, อยํ อุปริโม’’ติ เอวํ วิภาวนกิจฺโจติ อตฺโถ. อตฺถโต ปน ยสฺมา รูปานํ ปริจฺเฉทมตฺตํ หุตฺวา คยฺหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘รูปมริยาทปจฺจุปฏฺฐาโน’’ติ. เอตฺถาห – กึ ปเนส รูเป ปริจฺฉินฺทนฺโต จตุสมุฏฺฐานกลาปโต ปริจฺฉินฺทติ, อถ เอกสมุฏฺฐานพหุกลาปโต, อุทาหุ เอเกกสมุฏฺฐานเอเกกกลาปโต, เอเกกรูปโต วาติ? เอเกกสมุฏฺฐานเอเกกกลาปโตติ ทฏฺฐพฺพํ.

ยทิ หิ จตุสมุฏฺฐานกลาปโต, เอกสมุฏฺฐานพหุกลาปโต วา ปริจฺฉินฺทติ, เอวํ สติ สมฺผุฏฺฐภาวปจฺจุปฏฺฐาโน วา ปริจฺฉินฺเทยฺย, เอกกลาปคตรูปานํ วิย นานากลาปคตรูปานมฺปิ อวินิพฺโภควุตฺติตา วา อาปชฺเชยฺย. อถ วา เอเกกรูปโต ปริจฺฉินฺทติ, เอวํ สติ เอเกกกลาปคตรูปานมฺปิ นานากลาปคตรูปานํ วิย อญฺญมญฺญวินิพฺโภควุตฺติตาปสงฺโค สิยา, อุภยมฺปิ ปเนตํ อนิฏฺฐํ, ตสฺมา เอเกกสมุฏฺฐานเอเกกกลาปโต ปริจฺฉินฺทตีติ ทฏฺฐพฺพํ.

อสมฺผุฏฺฐภาวฉิทฺทวิวรภาวปจฺจุปฏฺฐาโน วาติ อสมฺผุฏฺฐภาวปจฺจุปฏฺฐาโน วา ฉิทฺทวิวรภาวปจฺจุปฏฺฐาโน วาติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ ยสฺมึ กลาเป ภูตานํ ปริจฺเฉโท, เตเหว อสมฺผุฏฺฐภาเวน ปจฺจุปฏฺฐานโต อสมฺผุฏฺฐภาวปจฺจุปฏฺฐาโน. กิญฺจาปิ หิ กลาปนฺตรภูตา กลาปนฺตรภูเตหิ สมฺผุฏฺฐาว เอกฆนปิณฺฑภาเวน ปวตฺตตฺตา, ตถาปิ ธมฺมโต อญฺญมญฺญํ วิวิตฺตตฺตา อสํกิณฺณา เอว. เตสํ ยา วิวิตฺตตา อญฺญมญฺญํ อสํกิณฺณตา, อยํ ปริจฺเฉโท. ภูตนฺตเรหิ วิย เตหิ โส อสมฺผุฏฺโฐว, อิตรถา ปริจฺฉินฺนตา น สิยา เตสํ ภูตานํ พฺยาปิภาวาปตฺติโต. อพฺยาปิภาโว หิ อสมฺผุฏฺฐตา. เตนาห ภควา อิมสฺส นิทฺเทเส ‘‘อสมฺผุฏฺฐํ จตูหิ มหาภูเตหี’’ติ (ธ. ส. ๖๓๗).

อถ วา กลาปนฺตรภูตานํ อญฺญมญฺญํ อสํกิณฺณภาเวน ปจฺจุปฏฺฐานโต อสมฺผุฏฺฐตาปจฺจุปฏฺฐานภาโว วุตฺโต, กณฺณจฺฉิทฺทมุขวิวราทิวเสน ฉิทฺทวิวรภาวสฺส ปจฺจุปฏฺฐานโต ฉิทฺทวิวรภาวปจฺจุปฏฺฐานตา วุตฺตา. รูปปริจฺเฉเท หิ สติ ฉิทฺทวิวรภาโว โหติ. เยสํ รูปานํ ปริจฺเฉโท, ตตฺเถว เตสํ ปริจฺเฉทภาเวน ลพฺภตีติ วุตฺตํ ‘‘ปริจฺฉินฺนรูปปทฏฺฐาโน’’ติ.

๖๘๙-๙๑. รูปสฺสลหุตาทิตฺตยนิทฺเทเสติ รูปสฺสลหุตา รูปสฺสมุทุตา รูปสฺสกมฺมญฺญตาติ อิมสฺส รูปลหุตาทิตฺตยสฺส นิทฺเทเส สมฺปตฺเต อิทํ วุจฺจตีติ อธิปฺปาโย. เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนวาติ อรูปสฺส ลหุตาทีสุ ‘‘กายลหุภาโว กายลหุตา’’ติอาทินา วุตฺตนยานุสาเรเนว ‘‘รูปสฺส ลหุภาโว ลหุตา’’ติอาทินา รูปสมฺพนฺธีภาเวน รูปวิการาปิ วิญฺญาตพฺพา. รูปสฺส ลหุภาโว ลหุตา, สา รูปสฺส ครุภาววูปสมลกฺขณา, ครุภาวนิมฺมทฺทนรสา, อทนฺธตาปจฺจุปฏฺฐานา, ลหุรูปปทฏฺฐานา. รูปสฺส มุทุภาโว มุทุตา, สา รูปสฺส ถทฺธภาววูปสมลกฺขณา, ถทฺธภาวนิมฺมทฺทนรสา, สพฺพกิริยาสุ อวิโรธิตาปจฺจุปฏฺฐานา, มุทุรูปปทฏฺฐานา. รูปสฺส กมฺมญฺญภาโว กมฺมญฺญตา, สา รูปสฺส อกมฺมญฺญภาววูปสมลกฺขณา, อกมฺมญฺญภาวนิมฺมทฺทนรสา, สรีรกิริยาสุ อนุกูลภาวปจฺจุปฏฺฐานา, กมฺมญฺญรูปปทฏฺฐานาติ. อตฺโถ ปเนตฺถ ตตฺถ ตตฺถ อเมฺหหิ วุตฺตานุสาเรน เวทิตพฺโพ. อิมา ปน ติสฺโส รูปานํ วิการภาวโต ‘‘รูปวิการา’’ติ วุจฺจนฺตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ติสฺโส…เป… วิภาวินา’’ติ วุตฺตํ.

ยถากฺกมํ ปเนตา รูปสฺส ทนฺธตฺตกรธาตุกฺโขภปฏิปกฺขปจฺจยสมุฏฺฐานา, ถทฺธตฺตกรธาตุกฺโขภปฏิปกฺขปจฺจยสมุฏฺฐานา, รูปานํ สรีรกิริยาสุ อนนุกูลภาวกรธาตุกฺโขภปฏิปกฺขปจฺจยสมุฏฺฐานาติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ธาตุกฺโขโภติ วาตปิตฺตเสมฺหปโกโป, รสาทิธาตูนํ วา วิการาวตฺถา, ทฺวิธา วุตฺตาปิ อตฺถโต ปถวีธาตุอาทีนํเยว วิกาโรติ ทฏฺฐพฺพํ. ปฏิปกฺขปจฺจยา สปฺปายอุตุอาหาราวิกฺขิตฺตจิตฺตตา, สา จ ตํตํวิการสฺส วิเสสปจฺจยภาวโต วุตฺตา, อวิเสเสน ปน สพฺเพสํ ปจฺจยา, ตถา หิ เต กทาจิปิ อญฺญมญฺญํ น วิชหนฺติ. ตถา อวิชหนฺตานํ ปน ทุพฺพิชานียํ นานตฺตนฺติ ตํปกาสนตฺถํ ‘‘เอตาส’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. กมโตว นิทสฺสนนฺติ สมฺพนฺโธ. ลหุตาย หิ อโรคี นิทสฺสนํ, มุทุตาย มทฺทิตจมฺมํ, กมฺมญฺญตาย สุธนฺตสุวณฺณํ.

นนุ เจตฺถ อโรคิโน ตาว นิทสฺสนํ ยุตฺตํ ตสฺส อินฺทฺริยพทฺธสนฺตานตฺตา, สุปริมทฺทิตจมฺมสุธนฺตสุวณฺณานํ ปน กถํ. น หิ อนินฺทฺริยพทฺธรูปสนฺตาเน ลหุตาทีนิ สมฺภวนฺติ ตถา ธาตุกฺโขภปฏิปกฺขปจฺจยาภาวโต? สจฺจํ, มุทุกมฺมญฺญสทิสรูปนิทสฺสนมตฺตเมตํ, น ปน ตตฺถ อิธาธิปฺเปตมุทุตากมฺมญฺญตาสภาวโต. ยทิ เอวํ, กถํ ตูลปิจุอาทีสุ ลหุภาวาทิกนฺติ? น ตตฺถ ปรมตฺถโต ลหุภาวาทิกํ อตฺถิ, ครุภาวาทิเหตูนํ ปน อภาวโต ตตฺถ ลหุภาวาทิโวหาโร.

กมฺมํ กาตุํ น สกฺโกติ เอกนฺเตน ตาสํ ปจฺจุปฺปนฺนปจฺจยาเปกฺขตฺตา, อิตรถา สพฺพทาภาวินีหิ ลหุตาทีหิ ภวิตพฺพํ สิยาติ. อทนฺธตาลกฺขณาติ อครุภาวลกฺขณา. ครุภาวสฺส วิโนทนํ ขิปนํ อปนยนํ กิจฺจเมติสฺสาติ ครุภาววิโนทนรสา. กิญฺจาปิ หิ อยํ รูปานํ ครุภาวํ วิโนเทตุํ น สกฺโกติ, ครุรูปปฏิปกฺขานํ ปน อทนฺธรูปานํ วิการตฺตา ‘‘ชาติ นํ อุปฺปาเทตี’’ติอาทีสุ วิย ปริยาเยน ครุภาวํ วิโนเทติ นาม. ตสฺสญฺหิ วิชฺชมานายํ อุปฺปนฺนรูปานํ อครุภาโวเยวาติ. เอส นโย มุทุตากมฺมญฺญตาสุ. เจตสิกลหุตาทโย ปน อตฺตโน อตฺตโน ปจฺจนีกานํ ตํตํอกุสลธมฺมานํ วิทฺธํสกภาเวน ปวตฺตนฺตีติ วิการมตฺตภาวโต นิปฺปริยาเยเนว ตาสํ ตํกิจฺจตา ลพฺภตีติ ทฏฺฐพฺพํ. ลหุปริวตฺติตปจฺจุปฏฺฐานาติ อทนฺธสฺส อโรคีปุริสสฺส อปราปรํ สงฺกนฺติ ปริวตฺตนํ วิย อทนฺธปริวตฺตนํ หุตฺวา ปจฺจุปฏฺฐานาติ อตฺโถ. ยสฺส รูปสฺส ลหุตา, ตตฺเถว วิการภาเวน อุปลพฺภนโต ลหุรูปปทฏฺฐานา. เอวมิตราสุปิ. อถทฺธตาติ อกถินตา. อตฺตโน มุทุภาเวเนว สพฺพกิริยาสุ อวิรุทฺธา หุตฺวา ปจฺจุปฏฺฐาตีติ อวิโรธิตาปจฺจุปฏฺฐานา. มุทุ หิ กตฺถจิ น วิรุชฺฌติ. ตีสุปิ ฐาเนสุ ปฏิปกฺขตฺเถ อ-กาโร. ทนฺธตาทิเหตูนํ ปฏิปกฺขสมุฏฺฐานตฺตา ลหุตาทีนนฺติ เกจิ. อปเร ปน สตฺตาปฏิเสเธติ วทนฺติ. สรีเรน กตฺตพฺพกิริยานํ อนุกูลตาสงฺขาโต กมฺมญฺญภาโว ลกฺขณเมติสฺสาติ สรีรกิริยานุกูลกมฺมญฺญภาวลกฺขณา. อกมฺมญฺญํ ทุพฺพลํ นาม โหตีติ กมฺมญฺญตา อทุพฺพลภาวปจฺจุปฏฺฐานา วุตฺตา.

๖๙๒. รูปานมาจโย โยติอาทีสุ โย นิปฺผนฺนรูปานํ อาทิโต จโย, ยถาปจฺจยํ ตโต ตโต อาคตสฺส วิย จโยติ วา อาจยสงฺขาโต รูปานํ ปฐมุปฺปาโท วฑฺฒิ จ, โส อุปจโยติ อุทฺเทเส วุตฺโต ‘‘อุปญฺญตฺตํ อุปสิตฺต’’นฺติอาทีสุ วิย อุป-สทฺทสฺส ปฐมูปริอตฺถทสฺสนโต. ยา ปน เตสํเยว รูปานํ อนุปฺปพนฺธตา อนุปฺปพนฺธวเสน ปวตฺติ, สา สนฺตตีติ ปวุจฺจติ. ปฏิสนฺธิกฺขเณ หิ รูปุปฺปตฺติอาทิจยภาวโต อาจโย นาม, ตโต ปรํ ยาว สตฺตรสมจิตฺตุปฺปาทา วฑฺฒิภาวโต อุปจโย นาม. ตทา หิ รูปสฺส กมฺมจิตฺตอุตูหิ จโยเยว, น หานิ. อถ วา ยาว อาหารสมุฏฺฐาน รูปุปฺปาโท, จกฺขาทิอุปฺปาโท วา, ตาว อุปจโย นาม, ตโต ปรํ ปน จุติปริโยสานํ สนฺตติ นาม. เอวญฺจ กตฺวา –

‘‘โย อายตนานํ อาจโย, โส รูปสฺส อุปจโย. โย รูปสฺส อุปจโย, สา รูปสฺส สนฺตตี’’ติ (ธ. ส. ๖๔๑-๖๔๒) –

เอวํ อุปจยสนฺตตีนํ อตฺถโต นานตฺตาภาวทีปนตฺถํ วุตฺตาย ปาฬิยา อฏฺฐกถายํ –

‘‘อาจโย นาม นิพฺพตฺติ, อุปจโย นาม วฑฺฒิ, สนฺตติ นาม ปวตฺตี’’ติ วตฺวา ‘‘นทีตีเร ขตกูปสฺมิญฺหิ อุทกุคฺคมนกาโล วิย อาจโย นิพฺพตฺติ, ปริปุณฺณกาโล วิย อุปจโย วฑฺฒิ, อชฺโฌตฺถริตฺวา คมนกาโล วิย สนฺตติ ปวตฺตี’’ติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๖๔๑; วิสุทฺธิ. ๒.๔๔๔) –

อุปมา วุตฺตา. ‘‘รูปานมาจโย’’ติ เจตฺถ พหุวจนนิทฺเทเสน อุปฺปาโท นาม อุปฺปชฺชมานานํ วิกาโร. วิการตฺเต จ สติ อตฺตโน วิการวนฺตธมฺมเภทภินฺนตฺตา เอกกฺขเณปิ อุปฺปชฺชมานานํ พหูนมฺปิ รูปานํ วิสุํ วิสุํเยว อุปฺปาทวิการภาโว, น ปิณฺฑสฺเสวาติ ทีปิตํ โหติ. น เกวลญฺจ รูปานเมว อุปฺปตฺติ อีทิสี, อถ โข อรูปธมฺมานมฺปิ อุปฺปาโท รูปารูปธมฺมานํ ชรตา, อนิจฺจตา, รูปสฺส ลหุมุทุกมฺมญฺญตา จาติ ทฏฺฐพฺพํ.

๖๙๓. ชาติรูปนฺติ ทีปิตํ อฏฺฐกถาสุ อุภยสฺสปิ รูปุปฺปาทสภาวตฺตาติ อธิปฺปาโย. ยทิ เอวํ, กสฺมา วิภชฺช วุตฺตํ? ภควตา ตเถว เทสิตตฺตา. ภควตาปิ กสฺมา ตถา เทสิตนฺติ อาห ‘‘วุตฺตมาการนานตฺตา’’ติอาทิ. อาการนานตฺตํ เหฏฺฐา วิภาวิตเมว. อกฺขรสฺส ปฐมุปฺปตฺติ อุปจโย, ปุนปฺปุนํ อุปฺปตฺติ สนฺตติ. เอวํ ติสมุฏฺฐานรูปานมฺปิ ทฏฺฐพฺพนฺติ เอวํ เตสํ อาการนานตฺตํ วณฺเณนฺติ. เวเนยฺยานํ วเสน วาติ ตทา กิร โสตูนํ เอวํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ, อยํ ชาติ สพฺเพสํ ธมฺมานํ ปภโว, สยํ ปน น กุโตจิ ชายติ, ยถา ตํ ‘‘ปกติวาทีนํ ปกตี’’ติ. เตสํ มิจฺฉาคาหํ วิธเมนฺโต ‘‘ชาติ นาม น อญฺญา, อุปจยสนฺตติวเสน ฐิตา รูปุปฺปตฺติเยว ปน ตถา วุจฺจติ, สา จ ยสฺส อุปฺปาโท, ตสฺส ปจฺจเยเหว ชาตปริยายํ ลพฺภตี’’ติ ทสฺสนตฺถํ อุปจโย สนฺตตีติ ทฺวิธา ภินฺทิตฺวา เทเสตีติ อาจริยา.

ปุพฺพนฺตโต ปุพฺพโกฏฺฐาสโต, อนาคตภาวโตติ อตฺโถ. อุปฺปชฺชมาเน รูปธมฺเม อุปฺปาโท อนาคตกฺขณโต อุมฺมุชฺชาเปนฺโต วิย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อุมฺมุชฺชาปนรโส’’ติ. ‘‘อิเม รูปธมฺมา สมฺปฏิจฺฉถ เน’’ติ นิยฺยาเตนฺโต วิย คยฺหตีติ วุตฺตํ ‘‘นิยฺยาตนปจฺจุปฏฺฐาโน’’ติ. ปริปุณฺณภาวปจฺจุปฏฺฐานตา อุปริ จโย อุปจโยติ อิมสฺส อตฺถสฺส วเสน เวทิตพฺพา. ยถา อุปฺปาทกฺขณปฺปตฺตํ อุปฺปนฺนํ นาม โหติ อาทิกมฺเม ตปฺปจฺจยวเสน, เอวํ อุปฺปาทกฺขณคตํ อุปจิตํ นาม โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อุปจิตรูปปทฏฺฐาโน’’ติ.

ปวตฺติลกฺขณาติ อนุปฺปพนฺธโต อุปฺปตฺติวเสน ปวตฺตมานรูปานํ ปวตฺตนนฺติ ลกฺขิตพฺพา. อนุปฺปพนฺธนรสาติ ปุพฺพาปรวเสน อนุปฺปพนฺธนกิจฺจา. อสติ หิ อุปฺปาเท ปุพฺพาปรวเสน อนุปฺปพนฺโธ น สิยา. อนุปฺปพนฺธรสตฺตาเยว อนุปจฺเฉทวเสน คเหตพฺพโต อาห ‘‘อนุปจฺเฉทปจฺจุปฏฺฐานา’’ติ. ปุพฺพาปรวเสน ฆฏิตรูเปสุ อุปลพฺภนโต วุตฺตํ ‘‘อนุปฺปพนฺธรูปปทฏฺฐานา’’ติ.

๖๙๔. ชีรณนฺติ ชิณฺณภาโว, อภินวภาวหานีติ อตฺโถ.

ปากฏา รูปธมฺเมสุ ขณฺฑิจฺจาทิภาเวน ทนฺตาทีสุ วิการทสฺสนโต, อิตรา ตทภาวโต อปากฏา. กามํ รูปธมฺมานมฺปิ ขณิกชรา ปฏิจฺฉนฺนา เอว, ยา ‘‘อวีจิชรา’’ติ วา วุจฺจติ. อรูปธมฺมานํ ปน ชราย สุฏฺฐุ ปฏิจฺฉนฺนภาวทสฺสนตฺถํ ‘‘ปากฏา รูปธมฺเมสู’’ติ อวิเสเสน วุตฺตํ. ขณฺฑิจฺจาทิวิกาโร ปน ขณิกชราย นตฺถิ. รูปปริปาโก รูปธมฺมานํ ชิณฺณตา, ชรํ ปตฺตสฺส ภงฺโค อวสฺสํภาวีติ วุตฺตํ ‘‘อุปนยนรสา’’ติ, ภงฺคูปนยนกิจฺจาติ อตฺโถ. สภาวานปคเมปีติกกฺขฬตฺตาทิสภาวานปคเมปิ, ฐิติกฺขเณ หิ ชรา นาม, น จ ตทา ธมฺมสภาวํ วิชหติ. นวภาโว อุปฺปาทาวตฺถา, ตสฺสา อปคมภาเวน คยฺหตีติ อาห ‘‘นวภาวาปคมปจฺจุปฏฺฐานา’’ติ. วีหิปุราณภาโว วิยาติ วีหิภาวานปคเมปิ อภินวภาวาปคมนกโร วีหิปุราณภาโว วิย. วีหิปุราณภาโว สพฺพาวตฺถานิ อปเนติ, อยํ ปน เกวลํ อุปฺปาทาวตฺถเมว อปเนติ. ปริโต สพฺพโต ภิชฺชนนฺติ ลกฺขิตพฺพาติ ปริเภทลกฺขณา. นิจฺจํ นาม ธุวํ, รูปํ ปน ขณภงฺคิตาย น นิจฺจนฺติ อนิจฺจํ, ตสฺส ภาโว อนิจฺจตา. สา ปน ฐิติปฺปตฺตรูปํ ฐิติยเมว วินาสนภาเวน สํสีเทนฺตี วิย โหตีติ สํสีทนรสา. ยสฺมา จ สา ภงฺคภาวโต ขยวยากาเรเนว คยฺหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ขยวยภาวปจฺจุปฏฺฐานา’’ติ. อนุกฺกเมน วินาโส ขโย นาม, ทีปวฏฺฏิกาย สห เตลสฺส วิย สห นิโรโธ วโยติ วทนฺติ.

๖๙๖-๗. สโมธานโตติ ราสิโต. เกจีติ อภยคิริวาสิโน. มิทฺธรูปสฺส วทนสีลา, มิทฺธวาโท วา เอเตสนฺติ มิทฺธวาทิโน. มิทฺธรูปํ นามาติ อุตุจิตฺตาหารวเสน ติสมุฏฺฐานํ มิทฺธํ นาม รูปํ. เต ปฏิกฺขิปิตพฺพาติ สมฺพนฺโธ. กถํ ปฏิกฺขิปิตพฺพาติ อาห ‘‘มุนีสี’’ติอาทิ. นตฺถิ นีวรณาติ โสตาปตฺติมคฺเคน วิจิกิจฺฉานีวรณสฺส, อนาคามิมคฺเคน กามจฺฉนฺทพฺยาปาทกุกฺกุจฺจนีวรณานํ, อรหตฺตมคฺเคน ถินมิทฺธนีวรณานญฺจ ปหีนตฺตา. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – ยทิ มิทฺธํ รูปํ สิยา, อปฺปหาตพฺพํ ภเวยฺย. รูปกฺขนฺโธ อภิญฺเญยฺโย ปริญฺเญยฺโย น ปหาตพฺโพ น ภาเวตพฺโพ น สจฺฉิกาตพฺโพ. ‘‘กตเม ธมฺมา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพา. จตูสุ ภูมีสุ กุสลํ, จตูสุ ภูมีสุ วิปาโก, ตีสุ ภูมีสุ กิริยาพฺยากตํ, รูปญฺจ นิพฺพานญฺจ, อิเม ธมฺมา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพา’’ติ (ธ. ส. ๑๔๐๗) วจเนน รูปธมฺมานํ ปหานาภาวโต. เอวญฺจ สติ ตสฺส นีวรณภาโว วิรุชฺเฌยฺย นีวรณานํ ปหาตพฺพตฺตา. น หิ นีวรณานํ อปฺปหาตพฺพตฺเต –

‘‘ยา เม กงฺขา ปุเร อาสิ, ตํ เม อกฺขาสิ จกฺขุมา;

อทฺธา มุนีสิ สมฺพุทฺโธ, นตฺถิ นีวรณา ตวา’’ติ. (สุ. นิ. ๕๔๖) –

นีวรณปฺปหาเนน ภควโต โถมนํ ยุชฺเชยฺย. ยทิ สิยา, ‘‘รูปํ, ภิกฺขเว, น ตุมฺหากํ, ตํ ปชหถาติอาทิวจนโต (ม. นิ. ๑.๒๔๗; สํ. นิ. ๓.๓๓-๓๔) รูปสฺส ปหาตพฺพตาปิ ปญฺญายตีติ? ตํ น, ตพฺพิสยฉนฺทราคปฺปหานสฺส ตตฺถ อธิปฺเปตตฺตา. เตนาห ภควา ‘‘โย, ภิกฺขเว, รูเป ฉนฺทราควินโย, ตํ ตตฺถ ปหาน’’นฺติ. น จ ปเนตํ น สกฺกา วตฺตุํ เอตฺถาปิ ‘‘ตพฺพิสยฉนฺทราคปฺปหานวเสเนว วุตฺต’’นฺติ สาธกวจนภาวโต, กามจฺฉนฺทาทีนํ ตตฺถ ปหานสฺส อนธิปฺเปตตฺตา จ, ตสฺมา ‘‘นตฺถิ นีวรณา ตวา’’ติอาทิวจเนหิ วิรุชฺฌนโต น มิทฺธํ รูปนฺติ.

ยทิ ปน ปโร ทฬฺหมูฬฺหคฺคาหิตาย ตํวิสยฉนฺทราคปฺปหานวเสเนว นีวรณปฺปหานํ อธิปฺเปตนฺติ สกวาทํ โอฑฺเฑยฺย, ตสฺส ตนฺนิเสธนตฺถํ ปุน ถินมิทฺธนีวรณสฺส อวิชฺชานีวรเณน สห สมฺปโยควจนญฺจ อาหรนฺโต อาห ‘‘ถินมิทฺธนีวรณ’’นฺติอาทิ. ถินมิทฺธนีวรณญฺเจว อวิชฺชานีวรณญฺจ นีวรเณน สมฺปยุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘จตูหิ สมฺปโยโค’’ติ (ธาตุ. ๓) วจนโต อรูปธมฺมานเมว อญฺญมญฺญสฺส สมฺปโยโค ลพฺภติ, น รูปธมฺมานํ อญฺญมญฺญํ อรูเปน วา, ตสฺมา ยทิ มิทฺธํ รูปํ สิยา, น ตํ สมฺปโยควจนมรหตีติ. อถ สิยา – ยถาลาภวจนเมตฺถ สกฺกา วิญฺญาตุํ, ‘‘สกฺขรกถลมฺปิ มจฺฉคุมฺพมฺปิ จรนฺตมฺปิ ติฏฺฐนฺตมฺปี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๔๙) วิย. ยถา หิ ‘‘สกฺขรกถลิกํ มจฺฉคุมฺพมฺปิ จรนฺตมฺปิ ติฏฺฐนฺตมฺปี’’ติอาทีสุ สกฺขรกถลิกสฺส จรณาโยคโต มจฺฉคุมฺพาเปกฺขาย จรณํ, อุภยาเปกฺขาย ฐานนฺติ เอวํ ยถาลาโภ โยชียติ, เอวมิธาปิ ถินาเปกฺขาย สมฺปโยควจนํ, อุภยาเปกฺขาย นีวรณวจนนฺติ? ตมฺปิ น, รูปภาวสฺเสว อสิทฺธตฺตา. สิทฺเธ หิ รูปภาเว อสมฺภวโต ยถาลาภโยชนา ยุชฺเชยฺยาติ. เอตฺตเกเนว มิทฺธสฺส อรูปภาเว สิทฺเธปิ ยถา ทฺวิกฺขตฺตุํ พนฺธํ สุพนฺธํ โหติ, เอวมเนกสุตฺตสาธิตํ อปฺปธํสิยํ โหตีติ ปฏฺฐานปฺปกรเณ ‘‘นีวรณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ…เป… ปจฺจยา’’ติ (ปฏฺฐา. ๓.๘.๘) อิมสฺส วิภงฺเค ‘‘อรูเป…เป… อุปฺปชฺชตี’’ติ (ปฏฺฐา. ๓.๘.๘) วุตฺตํ อรูปภวุปฺปตฺติมฺปิ อาหรนฺโต อาห ‘‘มหาปกรณปฏฺฐาเน’’ติอาทิ. ฌานนิกนฺติอาทีนมฺปิ ธมฺมโต โลภาทิภาวโต กามจฺฉนฺทนีวรณาทีหิ อภินฺนตฺตา วุตฺตํ ‘‘กามจฺฉนฺทนีวรณ’’นฺติอาทิ.

เอตฺถ สิยา – ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาวรณา นีวรณา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๕.๕๑) ถินมิทฺธสฺส นีวรณภาเวน เอกโต อาคตตฺตา อิธาปิ ‘‘ถินมิทฺธนีวรณ’’นฺติ เอกโต วุตฺตํ, ถินเมว จ ปน อรูปภเว อุปฺปชฺชติ ถินมิทฺธนฺติ? ตยิทมสารํ, กุกฺกุจฺจสฺส น คหิตตฺตา. ยทิ หิ เอกโต คหิตมตฺเตเนว อิธาปิ เอกโต คหณํ สิยา, กุกฺกุจฺจสฺสปิ ตตฺถ เอกโต วุตฺตสฺส อิธ คหณํ สมฺภเวยฺย, น จ ปเนวํ อตฺถิ อุทฺธจฺจนีวรณนฺเตฺวว วุตฺตตฺตา, ตสฺมา น ตสฺส อรูปภวุปฺปตฺตึ สกฺกา ปฏิพาหิตุนฺติ. อาทิ-สทฺเทน ‘‘เกวโล หายํ, ภิกฺขเว, อกุสลราสิ, ยทิทํ ปญฺจ นีวรณา (อ. นิ. ๕.๕๒), อิเม ปญฺจ นีวรเณ ปหาย, วิคตถินมิทฺโธติ ตสฺส ถินมิทฺธสฺส จตฺตตฺตา วนฺตตฺตา มุตฺตตฺตา ปหีนตฺตา ปฏินิสฺสฏฺฐตฺตา, เตน วุจฺจติ วิคตถินมิทฺโธติ, อิทํ จิตฺตํ อิมมฺหา ถินมิทฺธมฺหา โสเธติ วิโสเธติ ปริโสเธติ โมเจติ วิโมเจติ ปริโมเจติ วา’’ติ (วิภ. ๕๕๑) เอวมาทึ ปาฬึ สงฺคณฺหาติ.

ยทิปิ สิยา ทุวิธํ มิทฺธํ รูปํ, อรูปญฺจ. ตตฺถ ยํ อรูปํ, ตํ นีวรเณสุ เทสิตํ, น รูปนฺติ? ตมฺปิ น, วิเสสวจนาภาวโต. น หิ วิเสเสตฺวา มิทฺธํ นีวรเณสุ เทสิตํ ‘‘ยทปิ, ภิกฺขเว, ถินํ, ตทปิ นีวรณํ, ยทปิ มิทฺธํ, ตทปิ นีวรณํ, ถินมิทฺธํ นีวรณนฺติ อิติ หิทํ อุทฺเทสํ อาคจฺฉตี’’ติ อวิเสเสน วุตฺตตฺตา, ตสฺมา มิทฺธสฺส ทุวิธตํ ปริกปฺเปตฺวาปิ น สกฺกา นีวรณภาวํ นิวตฺเตตุํ. สกฺกา หิ วตฺตุํ ยํ ตํ อรูปโต อญฺญํ มิทฺธํ ปริกปฺปิตํ, ตมฺปิ นีวรณํ มิทฺธสภาวตฺตา อิตรํ นีวรณํ วิยาติ. ยทิ มิทฺธสฺส รูปภาวํ น สมฺปฏิจฺฉถ, กถํ ภควโต นิทฺทา โหติ, นนุ มิทฺธสฺส ‘‘นิทฺทา ปจลายิกา’’ติอาทินา วิภงฺเค วุตฺตตฺตา นิทฺทาภาโว สิทฺโธติ? นยิทเมวํ, อิตฺถิลิงฺคาทีสุ วิย นิทฺทาเหตุโน มิทฺธสฺส นิทฺทาภาเวน วิภตฺตตฺตา. เอวมฺปิ นิทฺทาเหตุโน มิทฺธสฺส อภาวโต กถํ ภควโต นิทฺทาติ เจ? สา ภควโต นตฺถีติ น สกฺกา วตฺตุํ ‘‘อภิชานามิ โข ปนาหํ อคฺคิเวสฺสน…เป… ทิวา สุปิตา’’ติอาทิวจนโต (ม. นิ. ๑.๓๘๗) น นิทฺทา ภควโต มิทฺเธน, อถ โข สรีรเคลญฺเญน, ตญฺจ ภควโต นตฺถีติ น สกฺกา วตฺตุํ ‘‘ปิฏฺฐิ เม อาคิลายติ, ตมหํ อายมิสฺสามี’’ติ (ม. นิ. ๒.๒๒; สํ. นิ. ๔.๒๔๓) วจนโต. น เจตฺถ เอวมวธารณํ ทฏฺฐพฺพํ ‘‘มิทฺธเมว นิทฺทาเหตู’’ติ, ตสฺมา อญฺโญปิ อตฺถิ นิทฺทาเหตุ. โก ปน โสติ? สรีรเคลญฺญํ, ตสฺมา น ภควโต นิทฺทา มิทฺธเหตุกาติ ทฏฺฐพฺพํ.

๖๙๘. วิสุํ วิสุํ อภาวํ ทสฺเสตฺวาติ วาโยธาตุอาทิโต วิสุํ วิสุํ นตฺถิภาวํ ทสฺเสตฺวา. กถํ ปน โส ทสฺสิตพฺโพติ อาห ‘‘วาโยธาตุยา’’ติอาทิ. ตตฺถ กายพลํ นาม อตฺถโต วาโยธาตุยา ปวตฺติอาการวิเสโส ตสฺสา วิปฺผารภาวโต. ยโต พาลานํ พลนฺติ วทนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘วาโยธาตุยา คหิตาย พลรูปํ คหิตเมวา’’ติ. สมฺภโว กามธาตุยํ เอกจฺจสตฺตานํ อินฺทฺริยปริปากปจฺจโย อาโปธาตุยา ปวตฺติอาการวิเสโสติ อาห ‘‘อาโปธาตุยา สมฺภวรูป’’นฺติ. คหิตาย คหิตเมวาติ สมฺพนฺโธ. อุปจยสนฺตติวินิมุตฺโต รูปุปฺปาโท นตฺถิ, อุปฺปาทาวตฺถาย จ อญฺญา ชาติ นาม นตฺเถวาติ วุตฺตํ ‘‘อุปจยสนฺตตีหิ ชาติรูป’’นฺติ. กมฺมสมุฏฺฐานสฺสปิ โรคสฺส วิสภาคปจฺจยสมุปฺปนฺโน ธาตุกฺโขโภ อาสนฺนการณํ, ปเคว อิตรสฺส. โส อตฺถโต รูปธมฺมานํ ปากาวตฺถา ฐิติภงฺคกฺขเณสุ เอว สิยาติ วุตฺตํ ‘‘ชรตาอนิจฺจตาทีหิ โรครูปํ คหิต’’นฺติ.

๖๙๙-๗๐๔. รูปานิ สมุฏฺฐหนฺติ ชายนฺติ เอเตหีติ รูปสมุฏฺฐานานิ. กานิ ปน ตานีติ อาห ‘‘อุตุจิตฺตาหารกมฺมานี’’ติ.

อาหาโร รูปเหตุโยติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท ปกฺขิปิตพฺโพ, กมฺมํ, อุตุ จ จิตฺตญฺจ อาหาโรติ อิเม รูปเหตุโยติ. รูปเหตุโยติ จ รูปสฺส ชนกปจฺจยาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘เอเตเหวา’’ติอาทิ. เอกเมกํเยว สมุฏฺฐานํ เอเตสนฺติ เอกสมุฏฺฐานา. นนุ เอกโต เอว ปจฺจยโต ปจฺจยุปฺปนฺนสฺส อุปฺปตฺติ นตฺถีติ? สจฺจํ นตฺถิ, รูปชนกปจฺจเยสุ เอกโตติ อยเมตฺถ อภิสนฺธิ. อฏฺฐินฺทฺริยานีติ จกฺขาทีนิ ปญฺจ, อิตฺถิปุริสินฺทฺริยทฺวยํ, ชีวิตญฺจาติ อฏฺฐินฺทฺริยานิ. กายวจีวิญฺญตฺติวเสน วิญฺญตฺติทฺวยํ.

ทฺวีหีติ โกจิ จิตฺเตน, โกจิ อุตุนา จาติ เอวํ ทฺวีหิ. น หิ เอกสฺเสว เทฺว เอกกฺขเณ ปจฺจยา โหนฺติ. เอวํ เสเสสุปิ. อุตุอาหาร…เป… กตนฺติ เอเกกํ อุตุนา, อาหาเรน, จิตฺเตน จาติ ตีหิ กตํ. จตสฺโส จาปิ ธาตุโยติ จตฺตาริ มหาภูตานิ. ตานิ หิ นิสฺสตฺตนิชฺชีวฏฺเฐน ธาตูติ วุจฺจนฺติ. กมฺมาทีหิ จตูหิ ภวนฺตีติ จตุพฺภวา. เทฺวติ ชรตา อนิจฺจตา.

๗๐๕-๖. อิทานิ มิสฺสกสมุฏฺฐานานิปิ คเหตฺวา ตํตํปจฺจยชาตานํ คณนปริจฺเฉทํ ทสฺเสตุํ ‘‘กมฺเมนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อฏฺฐินฺทฺริยานิ วตฺถุ สุทฺธฏฺฐกํ สนฺตตฺยูปจยากาสาติ วีสติ กมฺมชา. วิญฺญตฺติทฺวยํ สทฺโท ลหุตาทิตฺตยํ สุทฺธฏฺฐกาทโย เอกาทสาติ สตฺตรส เจตสา ชายเร, จิตฺตชาติ อตฺโถ. สทฺโท ลหุตาทิตฺตยํ สุทฺธฏฺฐกาทโย เอกาทสาติ ทสปญฺเจว ปนฺนรส อุตุนา ชายเร. ลหุตาทิตฺตยํ สุทฺธฏฺฐกาทโย เอกาทสาติ จุทฺทส อาหารโต. ชรตาอนิจฺจตาหิ เต อฏฺฐสฏฺฐิ จ โหนฺเตวาติ สมฺพนฺโธ.

๗๐๗-๘. ‘‘ชรตา…เป… สมุฏฺฐิตา’’ติ วตฺวา ปุน ตตฺถ การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘ชาตสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ชาตสฺส ปากเภทตฺตาติ ชรตาย ชาตธมฺมสฺส ปากตฺตา, อนิจฺจตาย จ เภทตฺตาติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ชรตาอนิจฺจตา นาม อุปฺปนฺนธมฺมสฺส โหนฺติ, โน อุปฺปชฺชมานสฺส. ยทิ หิ อุปฺปชฺชมานสฺส สิยุํ, ตทา ตาสมฺปิ ชายมานตฺตปริยาโย ยุชฺเชยฺย. อุปฺปนฺนธมฺมสฺส ปน ชาติโต ปรํ อิมาสํ สมฺภวโต น ชายนฺตีติ วตฺตุํ วฏฺฏตีติ. ยทิ ปน โกจิ เตสมฺปิ ชาตภาเว โก วิโรโธติ ปฏิปชฺเชยฺย, ตสฺส ตํ ทุคฺคาหํ วิธเมนฺโต อาห ‘‘ชาเยยฺยุ’’นฺติอาทิ. โหนฺตุ นาม เตสมฺปิ ปากเภทา, ตทาปิ โก วิโรโธติ อาห ‘‘น หี’’ติอาทิ. ปาโก น ปริปจฺจตีติ สมฺพนฺโธ, เอเตน น ภิชฺชตีติ ทีปิตํ โหติ. ปกฺกสฺส หิ ภงฺโค นิยโต. เภโท วา น จ ภิชฺชตีติ เอตฺถาปิ ปากภาโวปิ วุตฺโตว. น หิ อปกฺกํ ภิชฺชตีติ, อญฺญถา อุปฺปาทภงฺคานํ อนญฺญตฺตปฺปสงฺคโต. นตฺถิ ตนฺติ ปากเภทานํ ปจฺจนํ ภิชฺชนํ นตฺถีติ วุตฺตเมวตฺถํ สงฺขิปิตฺวา อาห.

เอตฺตาวตา จ กึ วุตฺตํ โหติ? ยทิ ชรตาอนิจฺจตา เกนจิ ปจฺจเยน ชาเยยฺยุํ, ตทา อุปฺปนฺนสฺส นาม ชราย, ภงฺเคน จ ภวิตพฺพนฺติ เตสํ ชรตาอนิจฺจตาปิ สิยุํ, น จ ปเนตา อุปลพฺภนฺติ. กสฺมา? ยสฺมา น ชรตา อญฺญชราย ชีรติ, ภิชฺชติ วา, น จ ภงฺโค อญฺเญน ภงฺเคน ภิชฺชติ, ชีรติ วา, อิตรถา สาปิ ชรา อปราย ชราย, ภงฺเคน จ ชีรติ, ภิชฺชติ, โส จ ภงฺโค อญฺญาย ชราย, อญฺเญน ภงฺเคน ชีรติ, ภิชฺชตีติ อนวฏฺฐานปฺปสงฺคโตติ วุตฺตํ โหติ.

๗๐๙-๑๐. ‘‘ชาตสฺสา’’ติอาทิ นิคมนํ. อถ วา อุตฺตริ วตฺตพฺพโจทนาย ผลฐปนํ. ‘‘สิยา กตฺถจี’’ติอาทิ ปรมตาสงฺกนํ. เอตฺถาติ เอตสฺมึ ‘‘ชรตาอนิจฺจตาทฺวยํ น ปจฺจติ, น ภิชฺชติ วา’’ติ อธิกาเร. รูปสฺสูปจโยตีติ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, เตน ‘‘รูปสฺส อุปจโย สนฺตตี’’ติ วจเนนาติ อตฺโถ. เอวํ ปาโกปิ ปจฺจตุ, เภโทปิ ปริภิชฺชตูติ สมฺพนฺโธ. อยํ ปเนตฺถ อธิปฺปาโย – ยถา กมฺมาทีหิ อุปฺปชฺชนกรูปนิทฺเทเส ‘‘กตมํ ตํ รูปํ อุปาทินฺนํ? จกฺขายตนํ…เป… กายายตนํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ, ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ…เป… โผฏฺฐพฺพายตนํ อากาสธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬีกาโร อาหาโร’’ติอาทินา (ธ. ส. ๖๕๒) อุปจยสนฺตตีนํ นิทฺทิฏฺฐตฺตา ชาติ ชายตีติ ทีปิตํ โหติ ตสฺสา อปรชาติยา อภาเวปิ. เอวํ ชราภงฺคานํ อปรชราภงฺคาภาเวปิ ชีรณํ, ภิชฺชนญฺจ สมฺปฏิจฺฉิตพฺพํ, อิตรถา ชาติยาปิ เภทนา ตทวตฺถาเยวาติ.

๗๑๑. ‘‘น เจวา’’ติอาทิ ยถาสงฺกิตปรมตสฺส ปฏิกฺขิปนํ. ยทิ ชายตีติ น วิญฺญาตพฺพํ, เอวญฺจ สติ นิทฺเทเส กสฺมา วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ชายมานสฺสา’’ติอาทิ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อสติปิ ชาติยา ชายมานตฺเต ชายมานานํ ธมฺมานํ อภินิพฺพตฺติภาวโต ตสฺสา ตปฺปจฺจยภาวโวหาโร อนุมโตติ ตตฺถ วุตฺตา, น ปน ปรมตฺถโต ชายมานตฺตา. ชายมานสฺส หิ อภินิพฺพตฺติมตฺตํ ชาติ, ตสฺมา อสิทฺเธน อสิทฺธสาธนเมตนฺติ.

๗๑๒-๗. ‘‘ตตฺถา’’ติอาทินา ปุนปิ ปรมตาสงฺกํ กตฺวา ปฏิกฺขิปติ. ตตฺถ เยสํ ธมฺมานํ ยา ชาติ, สา ตปฺปจฺจยตฺตโวหารํ, อภินิพฺพตฺติสมฺมุติญฺจ ลภเตวาติ สมฺพนฺโธ. ตถาติ ยถา ลภเตว, ตถา. ยํตํ-สทฺทา หิ อพฺยภิจาริตสมฺพนฺธา. เตสํ ธมฺมานํ ปจฺจยา เอติสฺสาติ ตปฺปจฺจยา, ตสฺสา ภาโว ตปฺปจฺจยตฺตํ, ตปฺปจฺจยตฺเตน ปวตฺโต โวหาโร ตปฺปจฺจยตฺตโวหาโร, ตํ กมฺมปจฺจยภาวาทิโวหารนฺติ อตฺโถ. อภินิพฺพตฺติสมฺมุตินฺติ อภินิพฺพตฺตติ ชายตีติ เอวํ อภินิพฺพตฺติวเสน ปวตฺตสมฺมุตึ. กมฺมาทิสมฺภวนฺติ กมฺมาทิจตุปจฺจยสมุฏฺฐานํ. ชนกานํ ปจฺจยานํ อานุภาวกฺขณุปฺปาเท อภาวโตติ สมฺพนฺโธ. อยํ ปเนตฺถ อตฺโถ – เย เต รูปานํ ชนกปจฺจยา, เตสํ ตทุปฺปาทนํ ปติ อนุปรตพฺยาปารานํ โย โส ปจฺจยูปลกฺขณิโย กิจฺจานุภาวกฺขโณ, ตทา ชายมานานํ ธมฺมานํ วิการภาเวน ลพฺภมานตํ สนฺธาย วิเนยฺยปุคฺคลวเสน ชาติยา ปจฺจยโต ชาตตฺตํ อนุญฺญาตํ ตโต ปุเร, ปจฺฉา จ อนุปลพฺภมานตฺตา, เอวญฺจ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘ชาติยา ปน ลพฺภตี’’ติ. ชราภงฺคานํ ปน ปจฺจยานุภาวกฺขณโต อุตฺตริ ฐิติภงฺคกฺขเณสุ ลพฺภมานตฺตา น เอวํ อนุญฺญาตุํ สกฺกาติ, ชาติยา ปน ลพฺภติ โส โวหาโรติ อธิปฺปาโย. ตปฺปจฺจยตฺตโวหารนฺติอาทิคาถาทฺวยํ นิคมนวเสน วุตฺตํ.

๗๑๘-๙. อถ กึ อิมาย คีวากณฺฑูยาย, นนุ วุตฺตํ ภควตา สุตฺตนฺเต ‘‘ชรามรณํ, ภิกฺขเว, อนิจฺจํ สงฺขตํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺน’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๒๐), ตสฺมา กถเมตํ วุจฺจติ, ชรตา อนิจฺจตา เจว น เกหิจิ สมุฏฺฐิตาติ โย วเทยฺย, ตสฺส วิตกฺกํ ทสฺเสตฺวา ปฏิกฺขิปิตุํ ‘‘อนิจฺจ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. กสฺมา น วตฺตพฺพนฺติ อาห ‘‘สา หิ ปริยายเทสนา’’ติ. ปริยายเทสนตฺตเมว วิภาเวตุํ ‘‘อนิจฺจาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตถา-สทฺเทน ‘‘สงฺขตาน’’นฺติ สงฺคณฺหาติ.

๗๒๐-๓. อนิจฺจํ สงฺขตญฺจาติ จ-สทฺเทน ‘‘ปฏิจฺจสมุปฺปนฺน’’นฺติ สงฺคณฺหาติ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – อนิจฺจสงฺขตธมฺมานํ ชรามรณตฺตา เตสุ สนฺเตสุ โหติ, อสนฺเตสุ น โหติ. น หิ อชาตํ ปริปจฺจติ, ภิชฺชติ วา, ตสฺมา ตํ ชาติปจฺจยตํ สนฺธาย ‘‘ชรามรณํ สงฺขตํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนํ, ตโตเยว จ อนิจฺจ’’นฺติ ปริยาเยน สุตฺเต อาคตํ. ยถา วิญฺญตฺติอาทีนํ นิปฺปริยายโต จิตฺตสมุฏฺฐานตาภาเวปิ จิตฺตชานํ วิการตฺตา จิตฺตสมุฏฺฐานภาโวติ. วิญฺญตฺติโย วิยาติ จ นิทสฺสนมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ ลหุตาทีนมฺปิ จิตฺตชาทิภาวสฺส ปริยาเยเนว อิจฺฉิตตฺตา. นิปฺปริยาเยน อฏฺฐารเสว นิปฺผนฺนรูปานิ กมฺมาทิสมุฏฺฐานานีติ. ตยนฺติ ชาติชราภงฺคสงฺขาตานํ ลกฺขณรูปตฺตยํ.

ขํปุปฺผํวาติ อากาสกุสุมํ วิย. ยถา อากาสกุสุมํ สพฺพโส อชาตตฺตา นตฺถิ, เอวมิทมฺปิ นตฺถีติ อตฺโถ. นิจฺจํ วาสงฺขตํ วิยาติ ยถา อสงฺขตํ นิพฺพานํ เกนจิ อสงฺขตตฺตา นิจฺจํ ธุวํ, เอวมิทมฺปิ เกนจิ อสงฺขตตฺตา นิจฺจํ สสฺสตํ วาติ อตฺโถ. โนภยํ ปนิทนฺติ อิทํ ปน อุภยมฺปิ ขํปุปฺผํ วิย โน นตฺถิ, น จ นิพฺพานํ วิย อสงฺขตํ วาติ อตฺโถ. นิสฺสยายตฺตวุตฺติโตติ ชายมานปริปจฺจมานภิชฺชมานานํ ชาติอาทิมตฺตภาเวน ชายมานาทินิสฺสยปฏิพทฺธวุตฺติตฺตา. ตเมว นิสฺสยายตฺตวุตฺติตํ สมตฺเถตุํ ‘‘ภาเว ปถวิยาทีน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อยํ ปเนตฺถ สงฺเขปตฺโถ – ปถวีอาทีนํ นิสฺสยานํ ภาเว ชาติอาทิตฺตยํ ปญฺญายติ, ตสฺมา โน นตฺถิ, ยสฺมา จ เตสํ อภาเว น ปญฺญายติ, ตสฺมา น นิจฺจนฺติ อิมเมว จ อภินิเวสํ นิเสเธตุํ ภควตา ชาติยา จตุชตฺตํ, ชรามรณสฺส จ อนิจฺจาทิปริยาโย วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺพํ.

๗๒๔-๕. นิปฺผนฺนานิ นามาติ ‘‘รูปสฺส ปริจฺเฉโท, รูปสฺส วิกาโร, รูปสฺส ลกฺขณ’’นฺติอาทินา ปริจฺเฉทาทิภาวํ อติกฺกมิตฺวา อตฺตโน กกฺขฬตฺตาทินา สภาเวน ปริจฺฉิชฺช คเหตพฺพตฺตา, อปริยาเยเนว กมฺมาทิปจฺจเยหิ นิปฺผนฺนตฺตา วา นิปฺผนฺนานิ นาม. ตพฺพิปรีตโต อนิปฺผนฺนา.