๒๔. จตุวีสติโม ปริจฺเฉโท

ปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา

๑๓๙๕. รูปํ รูปสฺสาติ รูปํ รูปสฺส. อรูปสฺส นามสฺส.

๑๓๙๖. มิสฺสกสฺสาติ นามรูปมิสฺสกสฺสาติ อตฺโถ.

๑๓๙๗. ติปญฺจ จาติ ปนฺนรส จ.

๑๓๙๙. เอโกติ กมฺมปจฺจโย. เทฺวกาลิโกติ อตีตปจฺจุปฺปนฺนกาลวเสน ทฺวีสุ กาเลสุ นิยุตฺโต. ทสฺสิโตติ ภควตา เทสิโต.

อิติ อภิธมฺมาวตารฏีกาย

ปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

จตุวีสติโม ปริจฺเฉโท.

นิคมนกถาวณฺณนา

๑๔๐๑. สุมติมติวิจารโพธโนติ สุมตีนํ สุนฺทรปญฺญานํ กวีนํ มติยา วิจารสฺส โพธโน. วิมติวิโมหวินาสโนติ วิมตีนํ พาลานํ วิโมหสฺส วินาสโน. กุมติมติมหาตโมนาโสติ กุมตีนํ พาลานํ มหาตมสนฺนิภาย มติยา นาสโก. ปฏุมติภาสกโรติ ปฏูนํ ปณฺฑิตานํ ติกฺขปญฺญาย โอภาสกโร.

๑๔๐๒. สุมตินามโก ภิกฺขุ อสมานโต อสทิสาย ปูชาย มม อายาจิโต ยโต ยสฺมา การณา, ตโต ตสฺมา การณา อยํ อภิธมฺมาวตาโร. ปทาโต ปทาติ โกฏฺฐาสโต โกฏฺฐาสโต. หิตวิภาวนา ภาวนาติ หิตปฺปกาสนาย ภาวนาย มยา รจิโต. อถ วา อหํ สุมตินา ภิกฺขุนา อสมานโต มานโต อายาจิโต ยโต ยสฺมา, ตโต ตสฺมา.

๑๔๐๕. ติวิธา พฺยปฺปถานญฺหิ คติโยติ พฺยปฺปถานํ วจนานํ อตฺถคนฺถยุตฺติวเสน ติวิธา คติโย.

๑๔๐๖. นิกายนฺตรลทฺธีหีติ อญฺญสฺมึ นิกาเย ลทฺธีหิ. วาจนามคฺคนิสฺสิโตติ วจนปฺปพนฺธนิสฺสิโต.

๑๔๑๐. อสํกิณฺณกุลากุเลติ อสมฺมิสฺสกุเลหิ อากิณฺเณ. สุปสนฺนสิโตทเกติ มธุรสีโตทเก.

๑๔๑๑. สงฺกเฏติ สมฺพาเธ.

๑๔๑๒. เกลาสสิขราการปาสาทปฏิมณฺฑิเตติ รชตปพฺพตมตฺถกนิเภหิ ปาสาเทหิ อลงฺกเต.

๑๔๑๓. วิวิธาการจารุปาการโคปุเรติ วิวิธสณฺฐานมนุญฺญปาการทฺวารโกฏฺฐเก.

๑๔๑๔. สลฺเลขาติ สลฺเลขวุตฺติ. สาขเลฺยติ สขิลภาเว. สตาติ สติสมฺปนฺเนน.

๑๔๑๕. วสฺสวลาหกา เทวาติ วสฺสวลาหกภูตา เทวา อมรา.

นิคมนกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อภิธมฺมาวตารปุราณฏีกา นิฏฺฐิตา.

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส

อภิธมฺมาวตาร-อภินวฏีกา

(ปฐโม ภาโค)

คนฺถารมฺภกถา

(ก) วิสุทฺธกรุณาญาณํ, พุทฺธํ สมฺพุทฺธปูชิตํ;

ธมฺมํ สทฺธมฺมสมฺภูตํ, วนฺเท สํฆํ นิรงฺคณํ.

(ข) สาริปุตฺตํ มหาเถรํ, ปริยตฺติวิสารทํ;

นมามิ สนฺตวุตฺตึ เม, คุรุํ คารวภาชนํ.

(ค) วนฺทนฺเตน มยา เอวํ,

ยา ลทฺธา ปุญฺญสมฺปทา;

หิตฺวา ตสฺสานุภาเวน,

อนฺตราเย อเสสโต.

(ฆ) มหาวิหารวาสีนํ, เถรานํ ถิรสีลินํ;

วํสาลงฺการภูเตน, ภูตานุคฺคหการินา.

(ง) เถเรน พุทฺธทตฺเตน, รจิตํ ยํ มโนรมํ;

ปิฏเก อภิธมฺมสฺมึ, โอตารุปายภาวโต.

(จ) อภิธมฺมาวตาโรติ, ลทฺธนาเมน วิสฺสุตํ;

นานานิปุณคมฺภีรนยํ ปกรณุตฺตมํ.

(ฉ) อตฺถสํวณฺณนํ ตสฺส, อารภิสฺสํ ยถาพลํ;

ปาโมชฺชชนนตฺถาย, อาภิธมฺมิกภิกฺขุนนฺติ.

คนฺถารมฺภกถาวณฺณนา

๑. ปรมนิปุณวิจิตฺตนยสมนฺนาคตํ สกสมยสมยนฺตรคหนวิคฺคาหณสมตฺถํ สุวิมลวิปุลปญฺญาเวยฺยตฺติยชนนํ ปกรณมิทมารภนฺโตยมาจริโย ปฐมํ ตาว รตนตฺตยปฺปณามกรเณน อนฺตรายนิวารณญฺเจว ปญฺญาปาฏวญฺจ ปตฺเถติ. รตนตฺตยปฺปณาโม หิ อตฺถโต ปณามกิริยาภินิปฺผาทิกา กุสลเจตนา. สา จ วนฺทเนยฺยวนฺทกานํ เขตฺตชฺฌาสยสมฺปทาหิ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียภูตา ยถาลทฺธสมฺปตฺตินิมิตฺตกสฺส กมฺมสฺส อนุพลปฺปทานวเสน ตนฺนิพฺพตฺติตวิปากสนฺตติยา อนฺตรายกรานิ อุปปีฬกอุปจฺเฉทกกมฺมานิ ปฏิพาหิตฺวา ตนฺนิทานานํ ยถาธิปฺเปตสิทฺธิวิพนฺธกานํ โรคาทิอนฺตรายานมปฺปวตฺตึ สาเธติ, ราคาทิมลวิกฺขาลเนน จ จิตฺตสนฺตานํ ปริโสเธตฺวา ตนฺนิสฺสิตาย ปญฺญาย ยถาธิปฺเปตสิทฺธิสมฺปาทกํ ติกฺขวิสทภาวมาวหติ. กิญฺจิ อาจิณฺณเมตํ ปณฺฑิตานํ, ยทิทํ คนฺถสมารมฺเภ รตนตฺตยปฺปณามกรณํ, ตสฺมา สปฺปุริสาจารานุรกฺขณตฺถญฺจ อาทิมฺหิ รตนตฺตยวนฺทนา อารทฺธาติ เอวมาทินา อญฺญานิปิ พหูนิ ปโยชนานิ นิทฺธาเรตพฺพานิ. ตานิ ปน ตตฺถ ตตฺถ พหุธา วิตฺถาริตานีติ ตํ ปปญฺจปริสฺสมํ ฐเปตฺวา ยถานุปฺปตฺตเมว ตาว วณฺณยิสฺสาม.

เอตฺถ จ รตนตฺตยปฺปณามํ กตฺตุกาโม ตถาคตมูลกตฺตา เสสรตนานํ ปฐมํ ตาว ตถาคตสฺส โถมนาปุพฺพงฺคมํ ปณามมารภนฺโต อาห ‘‘อนนฺตกรุณาปญฺญ’’นฺติอาทิ. โถมนาปุพฺพงฺคเมน หิ ปณาเมน สตฺถุ คุณาติสยโยโค, ตโต จสฺส อนุตฺตรวนฺทนียภาโว, เตน จ อตฺตโน วนฺทนาย เขตฺตงฺคตภาโว, เขตฺตงฺคตาย จ วนฺทนาย ยถาธิปฺเปตนิปฺผตฺติยา เหตุภาโว จ ทสฺสิโต โหติ.

ตตฺถ วนฺทิตฺวาติ ปุพฺพกาลกิริยานิทฺเทโส. ตสฺส ปน โอสานคาถายํ ‘‘ปวกฺขามี’’ติ อิมินา อปรกาลกิริยาวจเนน สห สมฺพนฺโธ. พุทฺธนฺติ วนฺทนกิริยาย กมฺมนิทฺเทโส. ‘‘อนนฺตกรุณาปญฺญ’’นฺติอาทิกํ ปน ตพฺพิเสสนํ. ตตฺถ กิรตีติ กรุณา, ปรทุกฺขํ วิกฺขิปติ อปเนตีติ อตฺโถ. กิรียติ ทุกฺขิเตสุ ปสารียตีติ วา กรุณา. อถ วา กโรตีติ กรุณา, ปรทุกฺเข สติ สาธูนํ กมฺปนํ หทยเขทํ ชนยตีติ อตฺโถ. กิณาตีติ วา กรุณา, ปรสฺส ทุกฺขํ ปจฺจยเวกลฺลกรณโต หึสตีติ อตฺโถ. ปชานาตีติ ปญฺญา, ยถาสภาวํ ปกาเรหิ ปฏิวิชฺฌตีติ อตฺโถ. กรุณา จ ปญฺญา จ กรุณาปญฺญา, นตฺถิ เอตาสํ อนฺโตติ อนนฺตา, อนนฺตา กรุณาปญฺญา เอตสฺสาติ อนนฺตกรุณาปญฺโญ, ตํ อนนฺตกรุณาปญฺญํ.

เอตฺถ จ อุปฺปาทวยนฺตตาวเสน เจว สนฺตติปริโยสานวเสน จ สติปิ ภควโต กรุณาปญฺญานํ สปริยนฺตภาเว อนนฺตารมฺมเณสุ ปวตฺตนโต อนนฺตตา เวทิตพฺพา. สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส หิ สพฺพสตฺตานํ ทุกฺขาปนยนาการปฺปวตฺตา อนญฺญสาธารณา มหากรุณา กญฺจิ สตฺตํ อวชฺเชตฺวา สพฺเพสุ สตฺเตสุ นิรวเสเสน ปวตฺตติ, ตถา สพฺพธมฺมสภาวโพธนสมตฺถา สพฺพญฺญุตญฺญาณสงฺขาตา ปญฺญาปิ สกลเญยฺยธมฺเมสุ อนวเสสโต ปวตฺตติ, ตสฺมา อนนฺตารมฺมณปฺปวตฺตกรุณาญาณวนฺตตาย อนนฺตกรุณาปญฺโญ ภควา. กรุณาปญฺญาคฺคหเณน เจตฺถ ภควโต สพฺพโลกิยโลกุตฺตรคุณสมฺปตฺติ ทสฺสิตา โหติ. ตถา หิ กรุณาคฺคหเณน โลกิเยสุ มหคฺคตภาวปฺปตฺตาสาธารณคุณทีปนโต สกลโลกิยคุณสมฺปตฺติ ทสฺสิตา, ปญฺญาคฺคหเณน สพฺพญฺญุตญฺญาณปทฏฺฐานมคฺคญาณทีปนโต สพฺพโลกุตฺตรคุณสมฺปตฺติ ทสฺสิตาติ.

อปิจ สพฺพพุทฺธคุณานํ กรุณา อาทิ, ปญฺญา ปริโยสานํ. มหากรุณาสญฺโจทิตมานโส หิ ภควา สํสารปงฺกโต สตฺตานํ สมุทฺธรณตฺถาย กตาภินีหาโร อนุปุพฺเพน ปารมิโย ปูเรตฺวา อนุตฺตรสมฺมาสมฺโพธิยา อธิคเมน สกลพุทฺธคุเณ ปฏิลภิ. อิติ สกลพุทฺธคุณานํ ตนฺนิทานภาวโต กรุณา สพฺพพุทฺธคุณานมาทิ, สพฺพญฺญุตญฺญาณปทฏฺฐานสฺส ปน มคฺคญาณสฺส ปฏิลภนโต อุตฺตริกรณียาภาวโต ปญฺญา ปริโยสานํ. อาทิปริโยสานทสฺสเนน จ สกลพุทฺธคุณา นยโต ทสฺสิตา โหนฺติ. นยคฺคาโห เอว หิ สพฺพพุทฺธคุณานํ ทสฺสนุปาโย, อิตรถา ตาทิสสฺส สพฺพญฺญุพุทฺธสฺสปิ วจนปถาตีตํ ตถาคตคุณํ อนุปทํ วณฺเณนฺโต โก นาม ปริโยสานมาหริตุํ สกฺกุเณยฺยาติ.

เอวํ กรุณาปญฺญามุเขน สงฺเขปโต สกลพุทฺธคุเณหิ ภควนฺตํ โถเมตฺวาปิ ปุน อตฺตโน พุทฺธคุณสํกิตฺตเน อติตฺตาภาเวน เจว ปเรสญฺจ ปสาทพาหุลฺลชนนตฺถํ ตทนฺโตคเธปิ วิสิฏฺฐคุเณ ปธานภาเวน นีหริตฺวา ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ตถาคต’’นฺติอาทิ. ตตฺถ ‘‘ตถาคต’’นฺติ ตถา อาคตตาทีหิ อฏฺฐหิ การเณหิ ตถาคตํ. วุตฺตเญฺหตํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๒; พุ. วํ. อฏฺฐ. ๑.๒ นิทานกถา; อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๑๗๐) –

‘‘อฏฺฐหิ การเณหิ ภควา ตถาคโต, ตถา อาคโตติ ตถาคโต, ตถา คโตติ ตถาคโต, ตถลกฺขณํ อาคโตติ ตถาคโต, ตถธมฺเม ยาถาวโต อภิสมฺพุทฺโธติ ตถาคโต, ตถทสฺสิตาย ตถาคโต, ตถวาทิตาย ตถาคโต, ตถาการิตาย ตถาคโต, อภิภวนฏฺเฐน ตถาคโต’’ติ.

‘‘กถํ ภควา ตถา อาคโตติ ตถาคโต? ยถา สพฺพโลกหิตาย อุสฺสุกฺกมาปนฺนา ปุริมกา สมฺมาสมฺพุทฺธา อาคตา, กึ วุตฺตํ โหติ? มนุสฺสตฺตาทิอฏฺฐงฺคสมนฺนาคเตน เยน อภินีหาเรน เต ภควนฺโต อาคตา, เตเนว จ อภินีหาเรน อยมฺปิ ภควา อาคโต, ยถา จ เต ภควนฺโต สมตึส ปารมิโย ปูเรตฺวา ปญฺจมหาปริจฺจาคาทีนิ สมฺปาเทตฺวา อาคตา, ยถา จ เต สตฺตตึส โพธิปกฺขิยธมฺเม ภาเวตฺวา พฺรูเหตฺวา อาคตา, ตถา อยมฺปิ ภควา อาคโตติ เอวํ ตาว ตถา อาคโต’’ติ ตถาคโต. (๑)

‘‘กถํ ตถา คโตติ ตถาคโต? ยถา สมฺปติชาตา เต ภควนฺโต สตฺตปทวีติหาเรน คตา, ยถา วา เต สมถวิปสฺสนามคฺเคหิ ตํ ตํ อกุสลปกฺขํ วิธมิตฺวา คตา, ตถา อยมฺปิ ภควา คโต, เอวํ ตถา คโตติ ตถาคโต. (๒)

‘‘กถํ ตถลกฺขณํ อาคโตติ ตถาคโต? ยสฺมา เตสํ เตสํ ธมฺมานํ ยํ สภาวสรสลกฺขณํ ตถํ อวิตถํ, ตญฺเจส ตถลกฺขณํ อาคโต ยาถาวโต อธิคโต, ตสฺมา ตถลกฺขณํ อาคโตติ ตถาคโต คมนตฺถานํ พุชฺฌนตฺถสมฺภวโต. ตถา หิ วทนฺติ ‘เย คติอตฺถา, เต พุชฺฌนตฺถา. เย พุชฺฌนตฺถา, เต คติอตฺถา’ติ. (๓)

‘‘กถํ ตถธมฺเม ยาถาวโต อภิสมฺพุทฺโธติ ตถาคโต? ยสฺมา ‘อิทํ ทุกฺขนฺติ, ภิกฺขเว, ตถเมตํ อวิตถเมต’นฺติอาทิวจนโต (สํ. นิ. ๕.๑๐๙๐) ‘อวิชฺชาย สงฺขารานํ ปจฺจยฏฺโฐ สงฺขารานํ อวิชฺชาปจฺจยสมฺภูตสมุทาคตฏฺโฐ ตโถ อวิตโถ อนญฺญโถ’ติอาทิวจนโต จ ตถธมฺมสงฺขาเต สจฺจปฏิจฺจสมุปฺปาเท ยาถาวโต อาคโต อภิสมฺพุทฺโธ, ตสฺมา ตถธมฺเม ยาถาวโต อภิสมฺพุทฺโธติ ตถาคโต. (๔)

‘‘กถํ ตถทสฺสิตาย ตถาคโต? ยสฺมา อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อปริมาณานํ สตฺตานํ ฉทฺวารคฺคหิเต อารมฺมเณ อวิปรีตเมว ปสฺสติ ชานาติ, ญตฺวา จ ปเนวํ ‘กตมํ ตํ รูปายตนํ, ยํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทายา’ติอาทินา (ธ. ส. ๖๑๖ อาทโย) ตถเมส อวิปรีตํ วิภชติ ทสฺเสติ, ตสฺมา ตถํ อาคจฺฉติ ปสฺสติ ชานาติ, ตํ วา อาคมยติ ทสฺเสตีติ ตถาคโตติ เอวํ ตถทสฺสิตาย ตถาคโต. (๕)

‘‘กถํ ตถวาทิตาย ตถาคโต? ยสฺมา เอส อภิสมฺโพธิโต ยาว ปรินิพฺพานา ราคมทาทินิมฺมถนวเสน เอกสทิสเมว ธมฺมํ ตถํ อวิตถํ ภาสติ, ตสฺมา ตถํ คทติ, ตโถ อวิปรีโต อาคโทวจนเมตสฺสาติ วา ท-การสฺส ต-การํ กตฺวา ตถาคโตติ วุตฺโตติ เอวํ ตถวาทิตาย ตถาคโต. (๖)

‘‘กถํ ตถาการิตาย ตถาคโต? ภควา หิ ‘ยถา วาที ตถา การี’ติ (อ. นิ. ๔.๒๓; จูฬนิ. โปสาลมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๘๓) วจนโต อตฺตโน วาจาย อนุรูปเมว กโรติ, ตสฺมา ยถา วาจา, ตถา กาโยปิ คโต ปวตฺโต อิมสฺสาติ ตถาคโตติ เอวํ ตถาการิตาย ตถาคโต. (๗)

‘‘กถํ อภิภวนฏฺเฐน ตถาคโต? ยสฺมา ปเนส อนุปมาย สกลโลกิยโลกุตฺตรคุณสมฺปทาย สมนฺนาคตตฺตา สเทวกํ โลกํ อภิภุยฺย ปวตฺตติ, ตสฺมา อภิภวนฏฺเฐน ตถาคโตติ วุจฺจตี’’ติ.

ตเตฺรวํ ปทสิทฺธิ เวทิตพฺพา – อคโท วิยาติ อคโท, เทสนาวิลาโส เจว ปุญฺญุสฺสโย จ. เตน เหส มหานุภาโว ภิสกฺโก วิย ทิพฺพาคเทน สปฺเป สพฺพปรปฺปวาทิโน, สเทวกญฺจ โลกํ อภิภวติ. อิติ สพฺพโลกาภิภวเน ตโถ อวิปรีโต ยถาวุตฺโต อคโท เอตสฺสาติ ท-การสฺส ต-การํ กตฺวา ตถาคโตติ วุจฺจตีติ อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถาโร ปน ทีฆาคมสํวณฺณนาทีสุ คเหตพฺโพ. อาห เจตฺถ –

‘‘ยเถว โลกมฺหิ วิปสฺสิอาทโย,

สพฺพญฺญุภาวํ มุนโย อิธาคตา;

ตถา อยํ สกฺยมุนีปิ อาคโต,

ตถาคโต วุจฺจติ เตน จกฺขุมา. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๒; อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๑๗๐; พุ. วํ. อฏฺฐ. ๑.๒ นิทานกถา);

‘‘ปหาย กามาทิมเล ยถา คตา,

สมาธิญาเณหิ วิปสฺสิอาทโย;

มเหสิโน สกฺยมุนี ชุตินฺธโร,

ตถา คโต เตน ตถาคโต มโต.

‘‘ตถญฺจ ธาตฺวายตนาทิลกฺขณํ,

สภาวสามญฺญวิภาคเภทโต;

สยมฺภุญาเณน ชิโนยมาคโต,

ตถาคโต วุจฺจติ สกฺยปุงฺคโว.

‘‘ตถานิ สจฺจานิ สมนฺตจกฺขุนา,

ตถา อิทปฺปจฺจยตา จ สพฺพโส;

อนญฺญเญยฺเยน ยโต วิภาวิตา,

ยาถาวโต เตน ชิโน ตถาคโต.

‘‘อนนฺตเภทาสุปิ โลกธาตุสุ,

ชินสฺส รูปายตนาทิโคจเร;

วิจิตฺตเภเท ตถเมว ทสฺสนํ,

ตถาคโต เตน สมนฺตโลจโน.

‘‘ยโต จ ธมฺมํ ตถเมว ภาสติ,

กโรติ วาจายนุโลมมตฺตโน;

คุเณหิ โลกํ อภิภุยฺยิรียติ,

ตถาคโต เตนปิ โลกนายโก’’ติ. (อิติวุ. อฏฺฐ. ๓๘; ที. นิ. ฏี. ๑.๗);

เกนจิ คุเณน อตฺตโน วิสิฏฺฐสฺส กสฺสจิ อภาวโต นตฺถิ เอตสฺส อุตฺตโรติ อนุตฺตโร. ภควโต หิ อวีจิโต ปฏฺฐาย ยาว ภวคฺคํ ติริยํ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ น โกจิ เกนจิ คุเณน สมสโมปิ อตฺถิ, กุโต ปน อุตฺตริตโร. ยถาห –

‘‘รูเป สีเล สมาธิมฺหิ, ปญฺญาย จ อสาทิโส;

วิมุตฺติยา สมสโม, ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตเน’’ติ.

วินฺทิตฺวาติ ตีหิ วนฺทนาหิ ตนฺนินฺนตาทิวเสน นมสฺสิตฺวา. กายวจีมโนทฺวารวเสน หิ ติสฺโส วนฺทนา. ยถาห ‘‘ติสฺโส อิมา, ภิกฺขเว, วนฺทนา กาเยน วนฺทติ, วจสา วนฺทติ, มนสา วนฺทตี’’ติ. ตตฺถ พุทฺธาทิคุณารมฺมณา กามาวจรกุสลกิริยานมญฺญตรา เจตนา กายวิญฺญตฺตึ สมุฏฺฐาเปตฺวา กายทฺวารปฺปวตฺติวเสน อุปฺปนฺนา กายวนฺทนาติ วุจฺจติ, สาเยว วจีวิญฺญตฺตึ สมุฏฺฐาเปตฺวา วจีทฺวารปฺปวตฺติวเสน อุปฺปนฺนา วจีวนฺทนาติ, อุภยวิญฺญตฺติโย ปน อสมุฏฺฐาเปตฺวา เกวลํ มโนทฺวารปฺปวตฺติวเสน อุปฺปนฺนา มโนวนฺทนาติ. สิรสาติ อุตฺตมงฺเคน กรณภูเตน. อพุชฺฌิ, โพเธตีติ วา พุทฺโธ. อยญฺหิ จตุสจฺจธมฺเม สยมฺปิ อพุชฺฌิ, ปเรปิ โพเธติ, ตสฺมา พุชฺฌนโพธนฏฺเฐน ‘‘พุทฺโธ’’ติ วุจฺจติ. ยถาห ‘‘พุชฺฌิตา สจฺจานีติ พุทฺโธ, โพเธตา ปชายาติ พุทฺโธ’’ติ (มหานิ. ๑๙๒; จูฬนิ. ปารายนตฺถุติคาถานิทฺเทส ๙๗; ปฏิ. ม. ๑.๑๖๒). อถ วา พุธ-สทฺทสฺส ชาครณวิกสนตฺเถสุปิ ปวตฺตนโต อพุชฺฌิ สวาสนสมฺโมหนิทฺทาย อจฺจนฺตํ วิคโต, พุทฺธิยา วิกสิตวาติ วา พุทฺโธ. ภควา หิ วตฺถุสภาวทสฺสนวิพนฺธิกาย อวิชฺชาสงฺขาตาย นิทฺทาย อริยมคฺคญาเณน สห วาสนาย สมุจฺฉินฺนตฺตา ตโต อจฺจนฺตํ วิคโต. ปรมรุจิรสิริโสภคฺคสมาคเมน วิกสิตมิว ปทุมํ อปริมิตคุณคณาลงฺกตสพฺพญฺญุตญฺญาณสมาคเมน วิกสิโต วิกาสมนุปฺปตฺโต, ตสฺมา ชาครณวิกสนตฺถวเสนปิ ‘‘พุทฺโธ’’ติ วุจฺจติ.

เอตฺตาวตา จ ทฺวีหิ อากาเรหิ ภควโต โถมนา กตา โหติ อตฺตหิตสมฺปตฺติโต, ปรหิตปฏิปตฺติโต จ. ตาสุ อตฺตหิตสมฺปตฺติ อนาวรณญาณาธิคโม สวาสนสกลสํกิเลสานมจฺจนฺตปฺปหานํ อนุปาทิเสสนิพฺพานาธิคโม จ, ปรหิตปฏิปตฺติ ปน อาสยปฺปโยควเสน ทุวิธํ ปรหิตสมีหนํ. ตตฺถ ธมฺมเทสนาย อภาชเนสุ เทวทตฺตาทีสุ วิโรธิสตฺเตสุปิ นิจฺจํ หิตชฺฌาสยตา อปริปากคตินฺทฺริยานํ อินฺทฺริยปริปากกาลาคมนญฺจ อาสโย นาม. ตทญฺญสตฺตานํ ปน ลาภสกฺการาทินิรเปกฺขจิตฺตสฺส ยานตฺตยมุเขน สพฺพทุกฺขนิยฺยานิกธมฺมเทสนา ปโยโค นาม. ทุวิธาสุ ปเนตาสุ ปรหิตปฏิปตฺตีสุ, ติวิธาสุ จ อตฺตหิตสมฺปตฺตีสุ อนนฺตกรุณา-วจเนน, ตถา อาคตฏฺเฐน จ ตถาคต-สทฺเทน อาสยวเสน ปรหิตปฏิปตฺติ ทสฺสิตา, โพธนฏฺเฐน พุทฺธ-สทฺเทน, ตถทสฺสนฏฺเฐน จ ตถาคตฏฺเฐน จ ตถาคตสทฺเทน ปโยควเสน, อนนฺตปญฺญา-วจเนน, ญาณคติทีปเกน ตถาคต-สทฺเทน, พุชฺฌนชาครณวิกสนฏฺเฐน จ พุทฺธ-สทฺเทน ติวิธาปิ อตฺตหิตสมฺปตฺติ, อนุตฺตรวจเนน จ อตฺตหิตปรหิตสมฺปตฺติ ปกาสิตาติ เวทิตพฺพา.

อปิจ เหตุผลสตฺตูปการสมฺปทาวเสน ตีหากาเรหิปิ ภควโต โถมนา ปวตฺตตีติ ตํวเสนเปตฺถ โถมนา ทฏฺฐพฺพา. ตตฺถ เหตุสมฺปทา นาม มหากรุณาสมาโยโค, โพธิสมฺภารสมฺภรณญฺจ ตมฺมูลกตฺตา สกลพุทฺธคุณานํ. ผลสมฺปทา ปน จตุพฺพิธา ญาณสมฺปทา, ปหานสมฺปทา, อานุภาวสมฺปทา, รูปกายสมฺปทา จาติ. ตาสุ สพฺพญฺญุตญฺญาณปทฏฺฐานํ มคฺคญาณํ, มคฺคญาณปทฏฺฐานํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, ตมฺมูลกานิ จ ทสพลาทิญาณานิ ญาณสมฺปทา นาม. อคฺคมคฺคภาวนาย สพฺพกิเลสานํ สห วาสนาหิ อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทนํ ปหานสมฺปทา. อจินฺเตยฺยาปริมิตานํ สพฺพโลกหิตานํ นิปฺผาทเน, สเทวกโลกาภิภวเน จ อาธิปจฺจํ อานุภาวสมฺปทา. สกลโลกนยนาภิเสกภูตา ปน ลกฺขณานุพฺยญฺชนปฏิมณฺฑิตา อตฺตภาวสมฺปตฺติ รูปกายสมฺปทา นาม. สตฺตูปกาโร เหฏฺฐา วุตฺตปรหิตปฏิปตฺติวเสเนว เวทิตพฺโพ. อิมาสุ ปน อนนฺตกรุณา-วจเนน, ตถา อาคตฏฺเฐน จ ตถาคต-สทฺเทน เหตุสมฺปทา ทสฺสิตา. ผลสมฺปทาสุ ญาณสมฺปทา เจว ปหานสมฺปทา จ อนนฺตปญฺญา-วจเนน, อภิสมยปริทีปเกน ตถาคตสทฺเทน, พุชฺฌนชาครณวิกสนฏฺเฐน, จ พุทฺธ-สทฺเทน ทสฺสิตา, อานุภาวสมฺปทาปิ อภิภวนฏฺเฐน ตถาคต-สทฺเทน, อนุตฺตร-วจเนน จ วิภาวิตา, รูปกายสมฺปทา ปน รูปคฺคปฺปตฺติทีปเกน อนุตฺตร-สทฺเทน ทสฺสิตาติ ทฏฺฐพฺพํ.

เอวํ พุทฺธรตนสฺส โถมนาปุพฺพงฺคมํ ปณามํ กตฺวา อิทานิ เสสรตนานมฺปิ ปณามมารภนฺโต อาห ‘‘ธมฺมํ สาธุคณมฺปิ จา’’ติ. ภควโต โถมเนน จ สฺวากฺขาตตาทโย ธมฺมคุณา, สุปฺปฏิปนฺนตาทโย สงฺฆคุณา จ ทสฺสิตา โหนฺติ ตปฺปภวสฺส อนญฺญถาภาวโตติ น เตสํ วิสุํ โถมนา กตา. อธิคตมคฺเค สจฺฉิกตนิโรเธ ปุคฺคเล ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมาเน จ อปายทุกฺเขสุ เจว วฏฺฏทุกฺเขสุ จ อปตมาเน กตฺวา ธาเรตีติ ธมฺโม, โส จตุนฺนํ อริยมคฺคานํ, จตุนฺนญฺจ สามญฺญผลานํ, นิพฺพานสฺส, ปริยตฺติธมฺมสฺส จ วเสน ทสวิโธ. วุตฺตเญฺหตํ ฉตฺตวิมาเน –

‘‘ราควิราคมเนชมโสกํ,

ธมฺมมสงฺขตมปฺปฏิกูลํ;

มธุรมิมํ ปคุณํ สุวิภตฺตํ,

ธมฺมมิมํ สรณตฺถมุเปหี’’ติ. (วิ. ว. ๘๘๗);

เอตฺถ หิ กามราคาทิเภโท สพฺโพปิ ราโค วิรชฺชติ เอเตนาติ ‘‘ราควิราโค’’ติ มคฺโค กถิโต. เอชาสงฺขาตาย ตณฺหาย, อนฺโตนิชฺฌานลกฺขณสฺส จ โสกสฺส ตทุปฺปตฺติยํ สพฺพโส ปริกฺขีณตฺตา ‘‘อเนชมโสก’’นฺติ ผลํ กถิตํ. เกนจิ ปจฺจเยน อสงฺขตตฺตา ‘‘ธมฺมมสงฺขต’’นฺติ นิพฺพานํ วุตฺตํ. อวิโรธทีปนโต ปน อตฺถพฺยญฺชนสฺส สมฺปนฺนตาย, ปกฏฺฐคุณวิภาวนโต สุฏฺฐุ วิภชิตตฺตา จ ‘‘อปฺปฏิกูล’’นฺติอาทินา สพฺโพปิ ปริยตฺติธมฺโม กถิโต. ตตฺถ อริยมคฺคนิพฺพานานิ นิปฺปริยาเยเนว อปายาทิโต ธารณโต ธมฺโม, ผลปริยตฺติโย ปน ปริยาเยน. ตถา เหตฺถ ธารณํ นาม อปายาทินิพฺพตฺตกกิเลสวิทฺธํสนํ. อิติ อริยมคฺคสฺส กิเลสสมุจฺเฉทกตาย, นิพฺพานสฺส จ อาลมฺพณภาเวน ตสฺส ตทตฺถสิทฺธิเหตุตายปิ อุภินฺนมฺปิ นิปฺปริยายโต ลพฺภติ. อิตเรสุ ปน อริยผลสฺส มคฺเคน สมุจฺฉินฺนกิเลสานํ ปฏิปสฺสทฺธกิจฺจตาย, มคฺคานุกูลปฺปวตฺติโต ปริยตฺติธมฺมสฺส จ ตทธิคมเหตุตายาติ อุภินฺนมฺปิ ปริยายโตว ลพฺภตีติ.

อตฺตหิตปรหิตํ สาเธนฺตีติ สาธู, เตสํ คโณ สมุทาโยติ สาธุคโณ, สาธุ จายํ คโณ จาติ วา สาธุคโณ, สาธุโน วา สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อายตฺโต คโณ ตสฺส โอรสปุตฺตภาวโตติ สาธุคโณ. โส ปน จตุนฺนํ อริยมคฺคสมงฺคีนํ, จตุนฺนญฺจ ผลสมงฺคีนํ วเสน อฏฺฐวิโธ อริยสงฺโฆ, ตํ สาธุคณํ. ปิจาติ นิปาตสมุทาโย, เอโก วา นิปาโต, ติณฺณํ รตนานํ วนฺทนกิริยาย สมฺปิณฺฑนตฺโถ. เกจิ ‘‘คโณ’’ติ อิธ ปกรณโตว อริยคณปุคฺคโลว ลพฺภตีติ สาธูติ ภาวนปุํสกวเสน ‘‘วนฺทิตฺวา’’ติ อิมินา สห โยเชนฺติ, ตทา ปน สาธูติ ภยลาภาทิวิรเหน สกฺกจฺจํ อาทรนฺติ อตฺโถ.

๒. เอวํ ปกรณารมฺเภ ยถาธิปฺเปตํ รตนตฺตยปฺปณามํ กตฺวา อิทานิ ยตฺถ ปาฏวตฺถาย อิทํ ปกรณํ ปฏฺฐปียติ, ตํ สทฺธึ เทสกเทสปฏิคฺคาหกสมฺปตฺตีหิ วิภาเวตฺวา ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ปณฺฑุกมฺพลนามายา’’ติอาทิ. ตตฺถ เทวราชสฺส ปณฺฑุกมฺพลนามาย สิลาย วิมเล สีตเล ตเล นิสินฺโน อตุลวิกฺกโม เทวเทเวหิ ปูชิโต เทวเทโว เทวปุรกฺขโต เทวานํ เทวโลกสฺมึ ยํ ธมฺมํ เทเสสีติ สมฺพนฺโธ.

อยํ ปเนตฺถ อตฺโถ – ปณฺฑุกมฺพลสริกฺขวณฺณตาย ‘‘ปณฺฑุกมฺพล’’นฺติ นามํ สมญฺญา เอติสฺสาติ ปณฺฑุกมฺพลนามา. สา หิ สกฺกสฺส ตาทิสปุญฺญานุภาเวน นิพฺพตฺตา ปณฺฑุกมฺพลชยสุมนปุปฺผสมาเนน วณฺเณน สพฺพกาลํ วิโรจติ, ปมาณโต ปน สฏฺฐิโยชนายามา, ปญฺญาสโยชนวิตฺถารา, ปนฺนรสโยชนุพฺเพธา จ โหติ. สิลายาติ อวยวสมฺพนฺเธ สามิวจนํ. ตุลาย สมฺมิโต ตุโลฺย, น ตุโลฺย อตุโลฺย, อตุโลฺย วิกฺกโม พลํ เอตสฺสาติ อตุลฺยวิกฺกโม. สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส หิ ปรมปารมิตานุภาวสํสิทฺเธน หตฺถิคณนาย โกฏิสหสฺสหตฺถีนํ, ปุริสคณนาย ทสโกฏิสหสฺสปุริสานํ พเลหิ สมปฺปมาเณน กายพเลน, อปฺปมาเณน จ ญาณพเลน น กสฺสจิ เทวพฺรหฺมาทีสุ อญฺญตรสฺส พลตุลนาย อุปเนตพฺพํ อตฺถิ. อถ วา อนญฺญสาธารณตฺตา อตุโลฺย ปรกฺกมสงฺขาโต อปริมาณคุณวิเสสาวเหน อนญฺญสาธารเณน สมฺมปฺปธาเนน สมนฺนาคตตฺตา วา อตุโลฺย สมฺมปฺปธานสงฺขาโต วิกฺกโม อิมสฺสาติ อตุลฺยวิกฺกโม. ‘‘อตุลฺยวิกฺกโม’’ติ จ วตฺตพฺเพ คาถาพนฺธวเสน ย-การโลปํ กตฺวา ‘‘อตุลวิกฺกโม’’ติ วุตฺตํ. อถ วา สมฺมิตตฺเถ อ-การปจฺจยสฺสาปิ สมฺภวโต อตุโล วิกฺกโม อสฺสาติ ‘‘อตุลวิกฺกโม’’ติ วุตฺตํ.

ทิพฺพนฺตีติ เทวา, ปญฺจกามคุณาทีหิ กีฬนฺติ, เตสุ วา วิหรนฺติ, วิชยสมตฺถตาโยเคน พาหิรพฺภนฺตริเก ปจฺจตฺถิเก วิเชตุํ อิจฺฉนฺติ, อิสฺสริยธนาทิสกฺการทานคฺคหณํ, ตํตํอตฺถานุสาสนญฺจ กโรนฺตา โวหรนฺติ, ปุญฺญญาณานุภาวปฺปตฺตาย ชุติยา โชเตนฺติ, ยถาธิปฺเปตญฺจ วิสยํ อปฺปฏิฆาเตน คจฺฉนฺติ, ยถิจฺฉิตนิปฺผาทเน จ สกฺโกนฺตีติ อตฺโถ. อถ วา เทวนียา ตํตํพฺยสนนิตฺถรณตฺถิเกหิ ‘‘สรณํ ปรายณ’’นฺติ คมนียา, อภิตฺถวนียา โสภาวิเสสโยเคน กมนียาติ วา เทวา, เต ติวิธา – สมฺมุติเทวา อุปปตฺติเทวา วิสุทฺธิเทวาติ. ตตฺถ สมฺมุติเทวา นาม มหาสมฺมตาทโย ขตฺติยา. อุปปตฺติเทวา นาม จาตุมหาราชิเก อุปาทาย ตทุตฺตริเทวา. วิสุทฺธิเทวา นาม ขีณาสวา. อิธ ปน อุปปตฺติเทวา ทฏฺฐพฺพา. โน จ โข เตปิ อวิเสเสน, ฐเปตฺวา ปน ยามาทิเก จาตุมหาราชิกตาวตึสวาสิโนว อธิปฺเปตา. เตสํ จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ รญฺชนโต ราชา, เทวานํ ราชา อิสฺสโร เทวราชา, ตสฺส เทวราชสฺส, ‘‘สกฺกสฺส เทวรญฺโญ’’ติ อธิปฺปาโย. น หิ อญฺเญสํ เทวโลเกสุ นิสินฺโน ภควา อภิธมฺมปิฏกํ เทเสสีติ.

๓. ยนฺติ อนิยมนิทฺเทโส, ตสฺส ปน ‘‘ตตฺถา’’ติ อิมินา นิยมนํ เวทิตพฺพํ. ยถาวุตฺตานํ ติณฺณมฺปิ เทวานํ อุตฺตโม เทโว เตหิ สพฺเพหิ อธิกตรํ กีฬนาทิโยคโตติ เทวเทโว, ภควา. โส หิ นิรติสยาย อภิญฺญากีฬาย อุตฺตเมหิ ทิพฺพพฺรหฺมอริยวิหาเรหิ สปรสนฺตานสิทฺธาย ปญฺจวิธมารวิชยิจฺฉานิพฺพตฺติยา จิตฺติสฺสริยสตฺตธนาทิสมฺมาปฏิปตฺติอเวจฺจปฺปสาทสกฺการทานคฺคหณสงฺขาเตน, ยถาปราธยถานุโลมยถาธมฺมานุสาสนสงฺขาเตน จ โวหาราติสเยน ปรมาย ปญฺญาย จ สรีรปฺปภาสงฺขาตาย ชุติยา อนุปมาย ญาณสรีรคติยา มารวิชยสพฺพญฺญุตญฺญาณปรหิตนิปฺผาทเนสุ อปฺปฏิหตาย สตฺติยา จ สมนฺนาคตตฺตา สเทวเกน วา โลเกน ‘‘สรณ’’นฺติ คมนียโต, อภิตฺถวนียโต, ภตฺติวเสน กมนียโต จ สพฺเพ เต เทเว เตหิ เตหิ คุเณหิ อภิภุยฺย ฐิโตติ สพฺพเทเวหิ ปูชนียตโร เทโว, วิสุทฺธิเทวภาวสงฺขาตสฺส วา สพฺพญฺญุคุณาลงฺการสฺส อธิคตตฺตา อญฺเญสญฺจ เทวานํ อติสเยน เทโวติ เทวเทโว. เทวานนฺติ ตทา ธมฺมปฏิคฺคาหกานํ ทสสหสฺสจกฺกวาฬาธิวาสีนํ มาตุเทวปุตฺตปฺปมุขานํ อุปปตฺติเทวานํ. วิสุทฺธิเทวานมฺเปตฺถ คหณนฺติ วทนฺติ. เต ปน อุปปตฺติเทเวเสฺวว สงฺคหิตา มนุสฺสอรหนฺตานํ ตตฺถ อภาวโต. เทวเทเวหีติ วิสุทฺธิเทเวหิ. วิสุทฺธิเทวา หิ วุตฺตนเยน อิตรเทเวหิ สาติสยํ กีฬนาทิโยคโต อิธ ‘‘เทวเทวา’’ติ อธิปฺเปตา, เตหิ. ปูชิโตติ ปูชิตพฺโพ, ปูชิตุํ อรโหติ อตฺโถ. เอเตน วิสุทฺธิเทเวสุปิ ภควโต อคฺคปุคฺคลตํ ทีเปติ. เทเสสีติ มธุรกรวีกสทฺทสทิสํ พฺรหฺมสฺสรํ นิจฺฉาเรนฺโต ปกาเสสิ. เทวโลกสฺมินฺติ ตาวตึสเทวโลเก. สภาวสามญฺญลกฺขณํ ธาเรตีติ ธมฺโม, กุสลาทิเภโท อภิธมฺโม, อิธ ปน ตปฺปกาสกํ อภิธมฺมปิฏกํ ‘‘ธมฺม’’นฺติ วุตฺตํ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘ปิฏกุตฺตเม’’ติ. เทวปุรกฺขโตติ ทสสหสฺสจกฺกวาฬวาสิทิพฺพพฺรเหฺมหิ ปุรกฺขโต, ปริวาริโตติ อตฺโถ.

นนุ จ ‘‘เทวาน’’นฺติ วจเนเนว เทวปุรกฺขตภาโว สิทฺโธติ กึ ‘‘เทวปุรกฺขโต’’ติ วจเนน? นายํ โทโส. ภควา หิ กทาจิ จูฬปนฺถกตฺเถราทีนํ วิย ปรมฺมุเขปิ นิสีทิตฺวา โอภาสํ วิสฺสชฺเชตฺวา สตฺตานํ สมฺมุเข นิสินฺนํ วิย ทสฺเสนฺโต ธมฺมํ เทเสติ, กทาจิปิ ปารายนิกพฺราหฺมณาทีนํ วิย สมฺมุเขปิ นิสีทิตฺวา อญฺเญหิ จ ปริวุโต อญฺเญสมฺปิ ธมฺมํ เทเสติ, อิธ ปน น ตถา, เทเวหิเยว ปริวุโต เทวานํ เทเสตีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘เทวปุรกฺขโต’’ติปิ วตฺตพฺพเมวาติ.

๔. เอวเมตสฺมึ ปกรเณ คารวชนนตฺถํ เตน สมฺปาเทตพฺพปาฏววิสยํ อภิธมฺมปิฏกํ เทสกาทิสมฺปตฺตีหิ สห วิภาเวตฺวา อิทานิ ยถาธิปฺเปตปกรณารมฺภปโยชนาภิธานาภิเธยฺยโสตุชนสมุสฺสาหนกรณปฺปการานิ จ วิภาเวตุํ ‘‘ตตฺถาห’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘ปาฏวตฺถายา’’ติ อิมินา ปกรณารมฺภปโยชนํ วุตฺตํ. ‘‘อภิธมฺมาวตาร’’นฺติ อิมินา อภิธานาภิเธยฺยานิ. ‘‘มธุร’’นฺติอาทีหิ ปกรณํ วิเสเสติ. ‘‘สมาเสนา’’ติ จ อิมินา โสตุชนสมุสฺสาหนกรณปฺปการานีติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘อห’’นฺติ กตฺตุภูตํ อตฺตานํ นิทฺทิสติ. ตถา หิ โย ปโร น โหติ, โส นิยกชฺฌตฺตสงฺขาโต อตฺตา ‘‘อห’’นฺติ วุจฺจติ.

ปฏุโน ภาโว ปาฏวํ, ตํเยว อตฺโถ ปโยชนฏฺเฐนาติ ปาฏวตฺโถ, ตทตฺถาย. ตํ สนฺธาย วิวิธนยคฺคหณสมตฺถสฺส สุตมยญาณสฺส อุปฺปาทนตฺถนฺติ วุตฺตํ โหติ. สํสาเร ภยํ อิกฺขนฺติ, ภินฺทนฺติ วา ปาปเก อกุสเล ธมฺเมติ ภิกฺขู, เตสํ. ปิฏกญฺจ ตํ อุตฺตมญฺจาติ ปิฏกุตฺตมํ, ตสฺมึ ปิฏกุตฺตเม, อภิธมฺมปิฏเกติ อธิปฺปาโย. ตญฺหิ ปริยตฺติภาชนตฺถโต ปิฏกํ, ตีสุ ปิฏเกสุ วิสิฏฺฐภาวโต อุตฺตมญฺจาติ ปิฏกุตฺตมํ. ตตฺถ ปริยตฺติภาชนตฺถโตติ ปริยตฺติอตฺเถน เจว ภาชนตฺเถน จ. ตถา หิ ‘‘มา ปิฏกสมฺปทาเนนา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๓.๖๖) ปริยตฺติ ปิฏกนฺติ วุจฺจติ. ‘‘อถ ปุริโส อาคจฺเฉยฺย กุทาลปิฏก’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๒๘; อ. นิ. ๓.๗๐) ยํ กิญฺจิ ภาชนมฺปิ. ตสฺมา อิทมฺปิ ปริยาปุณิตพฺพฏฺเฐน ปริยตฺติ, อภิธมฺมตฺถานมาธารณตฺเถน ภาชนญฺจาติ ปริยตฺติภาชนตฺถโต ปิฏกนฺติ วุจฺจติ. เตเนวาหุ –

‘‘ปิฏกํ ปิฏกตฺถวิทู,

ปริยตฺติพฺภาชนตฺถโต อาหุ;

เตน สโมธาเนตฺวา,

ตโยปิ วินยาทโย เญยฺยา’’ติ. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.ปฐมมหาสงฺคีติกถา; ปารา. อฏฺฐ. ๑.ปฐมมหาสงฺคีติกถา; ธ. ส. อฏฺฐ. นิทานกถา);

วิสิฏฺฐภาโว ปนสฺส โลกโวหารมติกฺกมฺม ยถาสภาววเสน เทสนโต, วิสิฏฺฐธมฺมกฺขนฺธวิภาวนโต จ เวทิตพฺโพ. เอตฺถ หิ ‘‘สตฺโต ปุคฺคโล ภิกฺขู’’ติอาทิกํ โลกโวหารมติกฺกมฺม ‘‘ขนฺธธาตุอายตน’’นฺติอาทินา ยถาธมฺมวเสเนว พาหุลฺลเทสนา ปวตฺตา, น อิตเรสุ วิย ยถาวุตฺตโวหารวเสน, ยโต อิทํ ยถาธมฺมสาสนนฺติ วุจฺจติ. สพฺพสงฺขตธมฺมวิสิฏฺโฐ เจตฺถ ปญฺญากฺขนฺโธ วิเสสโต วิภาวิโต, ตสฺมา ติณฺณมฺปิ ปิฏกานํ พุทฺธวจนภาเวปิ ยถาสภาวานติกฺกมเทสนาทิโต อิทเมว ตีสุ ปิฏเกสุ วิสิฏฺฐนฺติ ยุตฺตํ. อปิจ ธมฺมาติเรกธมฺมวิเสสภาวโต จสฺส วิสิฏฺฐภาโว เวทิตพฺโพ. อภิธมฺเม หิ นิปฺปเทสโต ขนฺธายตนาทิธมฺมานํ วิภตฺตตฺตา อิตรทฺวยโต อติเรกตรา, วิสิฏฺฐา จ ปาฬิ โหติ, ตสฺมา อติเรกสฺส, วิสิฏฺฐสฺส จ ปาฬิธมฺมสฺส วเสน อิทเมว ตีสุ ปิฏเกสุ อุตฺตมนฺติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. ยถาวุตฺตวิสิฏฺฐภาวโยคโตเยว เจตํ ‘‘อภิธมฺมปิฏก’’นฺติ วุจฺจติ อภิ-สทฺทสฺส วิสิฏฺฐภาวโชตนโต. อปิจ วุฑฺฒิมนฺตาทิธมฺมานํ เอตฺถ วุตฺตตฺตา เจตํ อภิธมฺมปิฏกํ. ยถาหุ โปราณา –

‘‘ยํ เอตฺถ วุฑฺฒิมนฺโต, สลกฺขณา ปูชิตา ปริจฺฉินฺนา;

วุตฺตาธิกา จ ธมฺมา, อภิธมฺโม เตน อกฺขาโต’’ติ. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.ปฐมมหาสงฺคีติกถา; ปารา. อฏฺฐ. ๑.ปฐมมหาสงฺคีติกถา; ธ. ส. อฏฺฐ. นิทานกถา);

ตถา เหตฺถ ‘‘รูปูปปตฺติยา มคฺคํ ภาเวติ, เมตฺตาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรตี’’ติอาทินา (ธ. ส. ๑๖๐ อาทโย) วุฑฺฒิมนฺโตปิ ธมฺมา วุตฺตา, ‘‘รูปารมฺมณํ วา สทฺทารมฺมณํ วา’’ติอาทินา (ธ. ส. ๑) นเยน อารมฺมณาทีหิ ลกฺขิตพฺพตฺตา สลกฺขณาปิ ‘‘เสกฺขา ธมฺมา อเสกฺขา ธมฺมา, โลกุตฺตรา ธมฺมา’’ติอาทินา นเยน ปูชิตา ปูชารหาปิ ‘‘ผสฺโส โหติ, เวทนา โหตี’’ติอาทินา (ธ. ส. ๑) นเยน สภาวปริจฺฉินฺนตฺตา ปริจฺฉินฺนาปิ ‘‘มหคฺคตา ธมฺมา อปฺปมาณา ธมฺมา (ธ. ส. ติกมาติกา ๑๒, ทุกมาติกา ๙๙), อนุตฺตรา ธมฺมา’’ติอาทินา นเยน อธิกา วิสิฏฺฐาปิ ธมฺมา วุตฺตา, ตสฺมา อภิ-สทฺทสฺส วุฑฺฒิอาทิอตฺเถสุปิ ปวตฺตนโต ‘‘วุฑฺฒิมนฺโต ธมฺมา เอตฺถา’’ติอาทินา นิพฺพจเนน อิทํ ปิฏกํ ‘‘อภิธมฺม’’นฺติ วุจฺจติ. อภิธมฺมํ โอตรนฺติ อเนนาติ อภิธมฺมาวตารํ นาม ปกรณํ. อิมินา ปนสฺส อตฺถานุคตมภิธานํ ทสฺเสติ. ตุ-สทฺโท ปทปูรเณ. อาจริเยน หิ คาถาปทปูรณตฺถํ เยภุยฺเยน ตตฺถ ตตฺถ นิปาตา วุจฺจนฺติ. ยตฺถ ปน เนสํ ปโยชนวิเสโส ทิสฺสติ, ตตฺเถว ตมตฺถํ วกฺขาม. มธุรนฺติ นิปฺปริยายโต มธุร-สทฺโทยํ ชิวฺหาวิญฺเญยฺเย รสวิเสเส วตฺตติ, อิธ ปน อิฏฺฐภาวสามญฺเญน อตฺถพฺยญฺชนสมฺปตฺติ มธุรสทฺเทน วุตฺตา. ภวติ หิ ตํสทิสสฺส ตํ-สทฺเทนาภิธานํ ยถา ‘‘อคฺคิมาณโว’’ติ. เตน ปน มธุเรน โยคโต อิทมฺปิ มธุรํ ยถา นีลคุณโยคโต นีลุปฺปลนฺติ. นิปุณคมฺภีราย พฺยญฺชนสมฺปตฺติยา เจว อตฺถสมฺปตฺติยา จ อภิธมฺมวิสยํ มตึ วฑฺเฒตีติ มติวฑฺฒนํ. อถ วา พฺยญฺชนสมฺปตฺติยา ‘‘มธุร’’นฺติ วุตฺตํ, อตฺถสมฺปตฺติยา ‘‘มติวฑฺฒน’’นฺติ.

๕. ตาฬนฺติ กุญฺจิกํ, กุญฺจิกาสทิสนฺติ อตฺโถ. มุยฺหนฺติ เตนาติ โมโห, อวิชฺชาเยตํ อธิวจนํ, โมโหเยว อภิธมฺมมหาปุรํ ปวิสนฺตานํ ปเวสนนิวารณตฺตา กวาฏภูโตติ โมหกวาฏํ, ตสฺส. วิฆาเฏติ, วิฆาฏียติ อเนนาติ วา วิฆาฏนํ. นนุ จ อวิชฺชากวาฏํ ปญฺญาย อุคฺฆาฏียติ. สา หิ ตสฺสา อุชุวิปจฺจนีกภูตาติ? สจฺจํ, อิทมฺปิ ตสฺสา การณภาเวน ‘‘โมหกวาฏวิฆาฏนกร’’นฺติ วุตฺตํ. การณการณมฺปิ หิ การณวเสน วุจฺจติ ยถา ‘‘โจเรหิ คาโม ทฑฺโฒ, ติเณหิ ภตฺตํ สิทฺธ’’นฺติ.

๖. สุทุตฺตรนฺติ ธมฺมตฺถเทสนาปฏิเวธสงฺขาตจตุคมฺภีรภาวปฏิสํยุตฺตตาย มนฺทพุทฺธีหิ ตริตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา อติทุตฺตรํ, เตเนว เจทํ มโหทธิสมานตฺตา ‘‘มโหทธี’’ติ วุตฺตํ. มหณฺณโวปิ หิ จตุราสีติโยชนสหสฺสคมฺภีโร น สกฺกา อญฺญตฺร สิเนรุปพฺพตราชโต เกนจิ ปติฏฺฐํ ลทฺธุํ, เอวมิทมฺปิ จตุคมฺภีรตาปฏิสํยุตฺตํ อญฺญตฺร ตถาคตา น เกนจิ ปติฏฺฐํ ลทฺธุํ สกฺกาติ. ตรนฺตานนฺติ อตฺถคฺคหณวเสน อุตฺตริตุกามานํ. เอตฺถ จ ‘‘ตรํวา’’ติ อธิการวเสน วตฺตพฺพํ, วกฺขมานํ วา อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. ตรนฺตานนฺติ ปรตีรสมฺปาปุณนตฺถํ อุตฺตรนฺตานํ. ตรํวาติ อุฬุมฺปํ วิย, ตํสมานนฺติ อตฺโถ. มกรา นาม มจฺฉชาติกา, เตสํ อากโร นิวาสภูมีติ มกรากโร, ตํ.

๗. อภิธมฺเม นิยุตฺตา อาภิธมฺมิกา, เตสํ. หตฺถสารํ วิยาติ หตฺถสารํ. ยถา หิ มนุสฺสานํ พหูสุ รตนาทีสุ วิชฺชมาเนสุปิ อาปทาสุ จ สุขปริโภคตฺถํ หตฺเถ กยิรมานํ สารรตนาทิกํ ‘‘หตฺถสาร’’นฺติ วุจฺจติ, เอวมิทมฺปิ สติปิ มหนฺเต อภิธมฺมปิฏเก ตสฺส สพฺพโส วิตฺติณฺณตาย ปริหริตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา ตทตฺถสารสมฺปิณฺฑนวเสน กยิรมานํ อาภิธมฺมิกภิกฺขูนํ สุขปริหรณตฺถาย สมฺปชฺชตีติ หตฺถสารสทิสตฺตา ‘‘หตฺถสาร’’นฺติ วุตฺตํ. ปวกฺขามีติ ปกาเรน กเถสฺสามิ, อนาคตวจนญฺเจตํ, วตฺตมานสมีปตฺตา วา อนาคเต วตฺตมานูปจารโต วตฺตมานวจนํ, ปฏิญฺญานนฺตรเมว วกฺขตีติ. อตฺถวเสน ปกาเรน กเถนฺโตปิ สทฺทวเสน สงฺขิปิตฺวา กเถสฺสามีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สมาเสนา’’ติ. สมสนํ สํขิปนํ สมาโส, เตน สมาเสน, น พฺยาสวเสนาติ วุตฺตํ โหติ. เอตฺตาวตา จ ปโยชนาภิธานาภิเธยฺยโสตุชนสมุสฺสาหนกรณปฺปการานิ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ยสฺมา โสตุชนสมุสฺสาหนํ นาม เตสํ สกฺกจฺจสวเน นิยุญฺชนํ, ตสฺมา เต ตตฺถ นิโยเชนฺโต อาห ‘‘ตํ สุณาถ สมาหิตา’’ติ. สกฺกจฺจสวนปฏิพทฺธา หิ สมฺมาปฏิปตฺตีติ. ตตฺถ ตนฺติ ตํ มยา วกฺขมานํ อภิธมฺมาวตารํ สุณาถ นิสามยถ. สมาหิตา สมฺมา อาหิตา, อวิกฺขิตฺตจิตฺตาติ อตฺโถ.

คนฺถารมฺภกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.