๒. ทุติยวคฺโค
๑. กปฺปสหสฺสสุตฺตํ
๙๐๙. เอกํ สมยํ อายสฺมา อนุรุทฺโธ สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู เยนายสฺมา อนุรุทฺโธ เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา อนุรุทฺเธน สทฺธึ…เป… เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู อายสฺมนฺตํ อนุรุทฺธํ เอตทโวจุํ –
‘‘กตเมสํ อายสฺมา อนุรุทฺโธ ธมฺมานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา มหาภิญฺญตํ ปตฺโต’’ติ? ‘‘จตุนฺนํ ขฺวาหํ, อาวุโส, สติปฏฺฐานานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา มหาภิญฺญตํ ปตฺโต. กตเมสํ จตุนฺนํ? อิธาหํ, อาวุโส, กาเย กายานุปสฺสี วิหรามิ…เป… เวทนาสุ…เป… จิตฺเต…เป… ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหรามิ อาตาปี สมฺปชาโน สติมา, วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ – อิเมสํ ขฺวาหํ, อาวุโส, จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา มหาภิญฺญตํ ปตฺโต. อิเมสญฺจ ปนาหํ, อาวุโส, จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา กปฺปสหสฺสํ อนุสฺสรามี’’ติ. ปฐมํ.
๒. อิทฺธิวิธสุตฺตํ
๙๑๐. ‘‘อิเมสญฺจ ปนาหํ, อาวุโส, จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา อเนกวิหิตํ อิทฺธิวิธํ ปจฺจนุโภมิ – เอโกปิ หุตฺวา พหุธา โหมิ…เป… ยาว พฺรหฺมโลกาปิ กาเยน วสํ วตฺเตมี’’ติ. ทุติยํ.
๓. ทิพฺพโสตสุตฺตํ
๙๑๑. ‘‘อิเมสญฺจ ปนาหํ, อาวุโส, จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา ทิพฺพาย โสตธาตุยา วิสุทฺธาย อติกฺกนฺตมานุสิกาย อุโภ สทฺเท สุณามิ ทิพฺเพ จ มานุเส จ เย ทูเร สนฺติเก จา’’ติ. ตติยํ.
๔. เจโตปริยสุตฺตํ
๙๑๒. ‘‘อิเมสญฺจ ปนาหํ, อาวุโส, จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา ปรสตฺตานํ ปรปุคฺคลานํ เจตสา เจโต ปริจฺจ ปชานามิ – สราคํ วา จิตฺตํ ‘สราคํ จิตฺต’นฺติ ปชานามิ…เป… อวิมุตฺตํ วา จิตฺตํ ‘อวิมุตฺตํ จิตฺต’นฺติ ปชานามี’’ติ. จตุตฺถํ.
๕. ฐานสุตฺตํ
๙๑๓. ‘‘อิเมสญฺจ ปนาหํ, อาวุโส, จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา ฐานญฺจ ฐานโต อฏฺฐานญฺจ อฏฺฐานโต ยถาภูตํ ปชานามี’’ติ. ปญฺจมํ.
๖. กมฺมสมาทานสุตฺตํ
๙๑๔. ‘‘อิเมสญฺจ ปนาหํ, อาวุโส, จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนานํ กมฺมสมาทานานํ ฐานโส เหตุโส วิปากํ ยถาภูตํ ปชานามี’’ติ. ฉฏฺฐํ.
๗. สพฺพตฺถคามินิสุตฺตํ
๙๑๕. ‘‘อิเมสญฺจ ปนาหํ, อาวุโส, จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา สพฺพตฺถคามินิปฺปฏิปทํ ยถาภูตํ ปชานามี’’ติ. สตฺตมํ.
๘. นานาธาตุสุตฺตํ
๙๑๖. ‘‘อิเมสญฺจ ปนาหํ, อาวุโส, จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา อเนกธาตุนานาธาตุโลกํ ยถาภูตํ ปชานามี’’ติ. อฏฺฐมํ.
๙. นานาธิมุตฺติสุตฺตํ
๙๑๗. ‘‘อิเมสญฺจ ปนาหํ, อาวุโส, จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา สตฺตานํ นานาธิมุตฺติกตํ ยถาภูตํ ปชานามี’’ติ. นวมํ.
๑๐. อินฺทฺริยปโรปริยตฺตสุตฺตํ
๙๑๘. ‘‘อิเมสญฺจ ปนาหํ, อาวุโส, จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา ปรสตฺตานํ ปรปุคฺคลานํ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตํ ยถาภูตํ ปชานามี’’ติ. ทสมํ.
๑๑. ฌานาทิสุตฺตํ
๙๑๙. ‘‘อิเมสญฺจ ปนาหํ, อาวุโส, จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา ฌานวิโมกฺขสมาธิสมาปตฺตีนํ สํกิเลสํ โวทานํ วุฏฺฐานํ ยถาภูตํ ปชานามี’’ติ. เอกาทสมํ.
๑๒. ปุพฺเพนิวาสสุตฺตํ
๙๒๐. ‘‘อิเมสญฺจ ปนาหํ, อาวุโส, จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา อเนกวิหิตํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรามิ, เสยฺยถิทํ – เอกมฺปิ ชาตึ เทฺวปิ ชาติโย…เป… อิติ สาการํ สอุทฺเทสํ อเนกวิหิตํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรามี’’ติ. ทฺวาทสมํ.
๑๓. ทิพฺพจกฺขุสุตฺตํ
๙๒๑. ‘‘อิเมสญฺจ ปนาหํ, อาวุโส, จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน สตฺเต ปสฺสามิ จวมาเน อุปปชฺชมาเน…เป… อิติ ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน ยถากมฺมูปเค สตฺเต ปชานามี’’ติ. เตรสมํ.
๑๔. อาสวกฺขยสุตฺตํ
๙๒๒. ‘‘อิเมสญฺจ ปนาหํ, อาวุโส, จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐ ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรามี’’ติ. จุทฺทสมํ.
ทุติโย วคฺโค.
ตสฺสุทฺทานํ –
มหาภิญฺญํ อิทฺธิ ทิพฺพํ, เจโตปริยํ ฐานํ กมฺมํ;
สพฺพตฺถธาตุธิมุตฺติ, อินฺทฺริยํ ฌานํ ติสฺโส วิชฺชาติ.
อนุรุทฺธสํยุตฺตํ อฏฺฐมํ.