๑. ปุพฺพสุตฺตํ
๘๒๓. สาวตฺถินิทานํ. ‘‘ปุพฺเพว เม, ภิกฺขเว, สมฺโพธา อนภิสมฺพุทฺธสฺส โพธิสตฺตสฺเสว สโต เอตทโหสิ – ‘โก นุ โข เหตุ, โก ปจฺจโย อิทฺธิปาทภาวนายา’ติ? ตสฺส มยฺหํ, ภิกฺขเว, เอตทโหสิ – ‘อิธ ภิกฺขุ ฉนฺทสมาธิปฺปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวติ – อิติ เม ฉนฺโท น จ อติลีโน ภวิสฺสติ, น จ อติปฺปคฺคหิโต ภวิสฺสติ, น จ อชฺฌตฺตํ สํขิตฺโต ภวิสฺสติ, น จ พหิทฺธา วิกฺขิตฺโต ภวิสฺสติ. ปจฺฉาปุเรสญฺญี จ วิหรติ – ยถา ปุเร ตถา ปจฺฉา, ยถา ปจฺฉา ตถา ปุเร; ยถา อโธ ตถา อุทฺธํ, ยถา อุทฺธํ ตถา อโธ; ยถา ทิวา ตถา รตฺตึ, ยถา รตฺตึ ตถา ทิวา. อิติ วิวเฏน เจตสา อปริโยนทฺเธน สปฺปภาสํ จิตฺตํ ภาเวติ’’’.
‘‘วีริยสมาธิปฺปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวติ – อิติ เม วีริยํ น จ อติลีนํ ภวิสฺสติ, น จ อติปฺปคฺคหิตํ ภวิสฺสติ, น จ อชฺฌตฺตํ สํขิตฺตํ ภวิสฺสติ, น จ พหิทฺธา วิกฺขิตฺตํ ภวิสฺสติ. ปจฺฉาปุเรสญฺญี จ วิหรติ – ยถา ปุเร ตถา ปจฺฉา, ยถา ปจฺฉา ตถา ปุเร; ยถา อโธ ตถา อุทฺธํ, ยถา อุทฺธํ ตถา อโธ; ยถา ทิวา ตถา รตฺตึ, ยถา รตฺตึ ตถา ทิวา. อิติ วิวเฏน เจตสา อปริโยนทฺเธน สปฺปภาสํ จิตฺตํ ภาเวติ.
‘‘จิตฺตสมาธิปฺปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวติ – อิติ เม จิตฺตํ น จ อติลีนํ ภวิสฺสติ, น จ อติปฺปคฺคหิตํ ภวิสฺสติ, น จ อชฺฌตฺตํ สํขิตฺตํ ภวิสฺสติ, น จ พหิทฺธา วิกฺขิตฺตํ ภวิสฺสติ. ปจฺฉาปุเรสญฺญี จ วิหรติ – ยถา ปุเร ตถา ปจฺฉา, ยถา ปจฺฉา ตถา ปุเร; ยถา อโธ ตถา อุทฺธํ, ยถา อุทฺธํ ตถา อโธ; ยถา ทิวา ตถา รตฺตึ, ยถา รตฺตึ ตถา ทิวา. อิติ วิวเฏน เจตสา อปริโยนทฺเธน สปฺปภาสํ จิตฺตํ ภาเวติ.
‘‘วีมํสาสมาธิปฺปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวติ – อิติ เม วีมํสา น จ อติลีนา ภวิสฺสติ, น จ อติปฺปคฺคหิตา ภวิสฺสติ, น จ อชฺฌตฺตํ สํขิตฺตา ภวิสฺสติ, น จ พหิทฺธา วิกฺขิตฺตา ภวิสฺสติ. ปจฺฉาปุเรสญฺญี จ วิหรติ – ยถา ปุเร ตถา ปจฺฉา, ยถา ปจฺฉา ตถา ปุเร; ยถา อโธ ตถา อุทฺธํ, ยถา อุทฺธํ ตถา อโธ; ยถา ทิวา ตถา รตฺตึ, ยถา รตฺตึ ตถา ทิวา. อิติ วิวเฏน เจตสา อปริโยนทฺเธน สปฺปภาสํ จิตฺตํ ภาเวติ.
‘‘เอวํ ภาวิเตสุ โข, ภิกฺขุ, จตูสุ อิทฺธิปาเทสุ เอวํ พหุลีกเตสุ, อเนกวิหิตํ อิทฺธิวิธํ ปจฺจนุโภติ – เอโกปิ หุตฺวา พหุธา โหติ, พหุธาปิ หุตฺวา เอโก โหติ; อาวิภาวํ, ติโรภาวํ; ติโรกุฏฺฏํ ติโรปาการํ ติโรปพฺพตํ อสชฺชมาโน คจฺฉติ, เสยฺยถาปิ อากาเส; ปถวิยาปิ อุมฺมุชฺชนิมุชฺชํ กโรติ, เสยฺยถาปิ อุทเก; อุทเกปิ อภิชฺชมาเน [อภิชฺชมาโน (สี. ปี. ก.)] คจฺฉติ, เสยฺยถาปิ ปถวิยํ; อากาเสปิ ปลฺลงฺเกน กมติ, เสยฺยถาปิ ปกฺขี สกุโณ; อิเมปิ จนฺทิมสูริเย เอวํมหิทฺธิเก เอวํมหานุภาเว ปาณินา ปริมสติ [ปรามสติ (สี. สฺยา. กํ.)] ปริมชฺชติ; ยาว พฺรหฺมโลกาปิ กาเยน วสํ วตฺเตติ.
‘‘เอวํ ภาวิเตสุ โข, ภิกฺขุ, จตูสุ อิทฺธิปาเทสุ เอวํ พหุลีกเตสุ ทิพฺพาย โสตธาตุยา วิสุทฺธาย อติกฺกนฺตมานุสิกาย อุโภ สทฺเท สุณาติ – ทิพฺเพ จ มานุเส จ, ทูเร สนฺติเก จาติ.
‘‘เอวํ ภาวิเตสุ โข, ภิกฺขุ, จตูสุ อิทฺธิปาเทสุ เอวํ พหุลีกเตสุ, ปรสตฺตานํ ปรปุคฺคลานํ เจตสา เจโต ปริจฺจ ปชานาติ. สราคํ วา จิตฺตํ ‘สราคํ จิตฺต’นฺติ ปชานาติ; วีตราคํ วา จิตฺตํ ‘วีตราคํ จิตฺต’นฺติ ปชานาติ; สโทสํ วา จิตฺตํ ‘สโทสํ จิตฺต’นฺติ ปชานาติ; วีตโทสํ วา จิตฺตํ ‘วีตโทสํ จิตฺต’นฺติ ปชานาติ; สโมหํ วา จิตฺตํ ‘สโมหํ จิตฺต’นฺติ ปชานาติ; วีตโมหํ วา จิตฺตํ ‘วีตโมหํ จิตฺต’นฺติ ปชานาติ; สํขิตฺตํ วา จิตฺตํ ‘สํขิตฺตํ จิตฺต’นฺติ ปชานาติ; วิกฺขิตฺตํ วา จิตฺตํ ‘วิกฺขิตฺตํ จิตฺต’นฺติ ปชานาติ; มหคฺคตํ วา จิตฺตํ ‘มหคฺคตํ จิตฺต’นฺติ ปชานาติ; อมหคฺคตํ วา จิตฺตํ ‘อมหคฺคตํ จิตฺต’นฺติ ปชานาติ; สอุตฺตรํ วา จิตฺตํ ‘สอุตฺตรํ จิตฺต’นฺติ ปชานาติ; อนุตฺตรํ วา จิตฺตํ ‘อนุตฺตรํ จิตฺต’นฺติ ปชานาติ; สมาหิตํ วา จิตฺตํ ‘สมาหิตํ จิตฺต’นฺติ ปชานาติ; อสมาหิตํ วา จิตฺตํ ‘อสมาหิตํ จิตฺต’นฺติ ปชานาติ; วิมุตฺตํ วา จิตฺตํ ‘วิมุตฺตํ จิตฺต’นฺติ ปชานาติ; อวิมุตฺตํ วา จิตฺตํ ‘อวิมุตฺตํ จิตฺต’นฺติ ปชานาติ’’.
‘‘เอวํ ภาวิเตสุ โข, ภิกฺขุ, จตูสุ อิทฺธิปาเทสุ เอวํ พหุลีกเตสุ, อเนกวิหิตํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรติ, เสยฺยถิทํ – เอกมฺปิ ชาตึ เทฺวปิ ชาติโย ติสฺโสปิ ชาติโย จตสฺโสปิ ชาติโย ปญฺจปิ ชาติโย ทสปิ ชาติโย วีสมฺปิ ชาติโย ตึสมฺปิ ชาติโย จตฺตาลีสมฺปิ ชาติโย ปญฺญาสมฺปิ ชาติโย ชาติสตมฺปิ ชาติสหสฺสมฺปิ ชาติสตสหสฺสมฺปิ อเนเกปิ สํวฏฺฏกปฺเป อเนเกปิ วิวฏฺฏกปฺเป อเนเกปิ สํวฏฺฏวิวฏฺฏกปฺเป – ‘อมุตฺราสึ เอวํนาโม เอวํโคตฺโต เอวํวณฺโณ เอวมาหาโร เอวํสุขทุกฺขปฺปฏิสํเวที เอวมายุปริยนฺโต, โส ตโต จุโต อมุตฺร อุทปาทึ [อุปฺปาทึ (สี.)]; ตตฺราปาสึ เอวํนาโม เอวํโคตฺโต เอวํวณฺโณ เอวมาหาโร เอวํสุขทุกฺขปฺปฏิสํเวที เอวมายุปริยนฺโต, โส ตโต จุโต อิธูปปนฺโน’ติ. อิติ สาการํ สอุทฺเทสํ อเนกวิหิตํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรติ.
‘‘เอวํ ภาวิเตสุ โข ภิกฺขุ, จตูสุ อิทฺธิปาเทสุ เอวํ พหุลีกเตสุ, ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน สตฺเต ปสฺสติ จวมาเน อุปปชฺชมาเน หีเน ปณีเต สุวณฺเณ ทุพฺพณฺเณ, สุคเต ทุคฺคเต ยถากมฺมูปเค สตฺเต ปชานาติ – ‘อิเม วต, โภนฺโต, สตฺตา กายทุจฺจริเตน สมนฺนาคตา วจีทุจฺจริเตน สมนฺนาคตา มโนทุจฺจริเตน สมนฺนาคตา อริยานํ อุปวาทกา มิจฺฉาทิฏฺฐิกา มิจฺฉาทิฏฺฐิกมฺมสมาทานา; เต กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปนฺนา. อิเม วา ปน, โภนฺโต, สตฺตา กายสุจริเตน สมนฺนาคตา วจีสุจริเตน สมนฺนาคตา มโนสุจริเตน สมนฺนาคตา อริยานํ อนุปวาทกา สมฺมาทิฏฺฐิกา สมฺมาทิฏฺฐิกมฺมสมาทานา; เต กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปนฺนา’ติ. อิติ ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน สตฺเต ปสฺสติ จวมาเน อุปปชฺชมาเน หีเน ปณีเต สุวณฺเณ ทุพฺพณฺเณ, สุคเต ทุคฺคเต ยถากมฺมูปเค สตฺเต ปชานาติ.
‘‘เอวํ ภาวิเตสุ โข, ภิกฺขุ, จตูสุ อิทฺธิปาเทสุ เอวํ พหุลีกเตสุ, อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติ. ปฐมํ.