๓. ฉฬินฺทฺริยวคฺโค
๑. ปุนพฺภวสุตฺตํ
๔๙๑. ‘‘ปญฺจิมานิ, ภิกฺขเว, อินฺทฺริยานิ. กตมานิ ปญฺจ? สทฺธินฺทฺริยํ…เป… ปญฺญินฺทฺริยํ. ยาวกีวญฺจาหํ, ภิกฺขเว, อิเมสํ ปญฺจนฺนํ อินฺทฺริยานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ นาพฺภญฺญาสึ, เนว ตาวาหํ, ภิกฺขเว, สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย ‘อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ’ติ ปจฺจญฺญาสึ [อภิสมฺพุทฺโธ ปจฺจญฺญาสึ (สี. สฺยา. กํ.)]. ยโต จ ขฺวาหํ, ภิกฺขเว, อิเมสํ ปญฺจนฺนํ อินฺทฺริยานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ อพฺภญฺญาสึ, อถาหํ, ภิกฺขเว, สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย ‘อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ’ติ ปจฺจญฺญาสึ. ญาณญฺจ ปน เม ทสฺสนํ อุทปาทิ – ‘อกุปฺปา เม วิมุตฺติ [เจโตวิมุตฺติ (สี. ปี. ก.)], อยมนฺติมา ชาติ, นตฺถิทานิ ปุนพฺภโว’’’ติ. ปฐมํ.
๒. ชีวิตินฺทฺริยสุตฺตํ
๔๙๒. ‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, อินฺทฺริยานิ. กตมานิ ตีณิ? อิตฺถินฺทฺริยํ, ปุริสินฺทฺริยํ, ชีวิตินฺทฺริยํ – อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ อินฺทฺริยานี’’ติ. ทุติยํ.
๓. อญฺญินฺทฺริยสุตฺตํ
๔๙๓. ‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, อินฺทฺริยานิ. กตมานิ ตีณิ? อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ, อญฺญินฺทฺริยํ, อญฺญาตาวินฺทฺริยํ – อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ อินฺทฺริยานี’’ติ. ตติยํ.
๔. เอกพีชีสุตฺตํ
๔๙๔. ‘‘ปญฺจิมานิ, ภิกฺขเว, อินฺทฺริยานิ. กตมานิ ปญฺจ? สทฺธินฺทฺริยํ…เป… ปญฺญินฺทฺริยํ – อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจินฺทฺริยานิ. อิเมสํ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจนฺนํ อินฺทฺริยานํ สมตฺตา ปริปูรตฺตา อรหํ โหติ, ตโต มุทุตเรหิ อนฺตราปรินิพฺพายี โหติ, ตโต มุทุตเรหิ อุปหจฺจปรินิพฺพายี โหติ, ตโต มุทุตเรหิ อสงฺขารปรินิพฺพายี โหติ, ตโต มุทุตเรหิ สสงฺขารปรินิพฺพายี โหติ, ตโต มุทุตเรหิ อุทฺธํโสโต โหติ อกนิฏฺฐคามี, ตโต มุทุตเรหิ สกทาคามี โหติ, ตโต มุทุตเรหิ เอกพีชี [เอกพีชิ (ก.)] โหติ, ตโต มุทุตเรหิ โกลํโกโล โหติ, ตโต มุทุตเรหิ สตฺตกฺขตฺตุปรโม โหติ, ตโต มุทุตเรหิ ธมฺมานุสารี โหติ, ตโต มุทุตเรหิ สทฺธานุสารี โหตี’’ติ. จตุตฺถํ.
๕. สุทฺธกสุตฺตํ
๔๙๕. ‘‘ฉยิมานิ, ภิกฺขเว, อินฺทฺริยานิ. กตมานิ ฉ? จกฺขุนฺทฺริยํ, โสตินฺทฺริยํ, ฆานินฺทฺริยํ, ชิวฺหินฺทฺริยํ, กายินฺทฺริยํ, มนินฺทฺริยํ – อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ฉ อินฺทฺริยานี’’ติ. ปญฺจมํ.
๖. โสตาปนฺนสุตฺตํ
๔๙๖. ‘‘ฉยิมานิ, ภิกฺขเว, อินฺทฺริยานิ. กตมานิ ฉ? จกฺขุนฺทฺริยํ…เป… มนินฺทฺริยํ. ยโต โข, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อิเมสํ ฉนฺนํ อินฺทฺริยานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ ปชานาติ – อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก โสตาปนฺโน อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ’’ติ. ฉฏฺฐํ.
๗. อรหนฺตสุตฺตํ
๔๙๗. ‘‘ฉยิมานิ, ภิกฺขเว, อินฺทฺริยานิ. กตมานิ ฉ? จกฺขุนฺทฺริยํ, โสตินฺทฺริยํ, ฆานินฺทฺริยํ, ชิวฺหินฺทฺริยํ, กายินฺทฺริยํ, มนินฺทฺริยํ. ยโต โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อิเมสํ ฉนฺนํ อินฺทฺริยานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ วิทิตฺวา อนุปาทาวิมุตฺโต โหติ – อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ‘ภิกฺขุ อรหํ ขีณาสโว วุสิตวา กตกรณีโย โอหิตภาโร อนุปฺปตฺตสทตฺโถ ปริกฺขีณภวสํโยชโน สมฺมทญฺญา วิมุตฺโต’’’ติ. สตฺตมํ.
๘. สมฺพุทฺธสุตฺตํ
๔๙๘. ‘‘ฉยิมานิ, ภิกฺขเว, อินฺทฺริยานิ. กตมานิ ฉ? จกฺขุนฺทฺริยํ, โสตินฺทฺริยํ, ฆานินฺทฺริยํ, ชิวฺหินฺทฺริยํ, กายินฺทฺริยํ, มนินฺทฺริยํ. ยาวกีวญฺจาหํ, ภิกฺขเว, อิเมสํ ฉนฺนํ อินฺทฺริยานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ นาพฺภญฺญาสึ, เนว ตาวาหํ, ภิกฺขเว, สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺส มณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย ‘อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ’ติ ปจฺจญฺญาสึ. ยโต จ ขฺวาหํ, ภิกฺขเว, อิเมสํ ฉนฺนํ อินฺทฺริยานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ อพฺภญฺญาสึ, อถาหํ, ภิกฺขเว, สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย ‘อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ’ติ ปจฺจญฺญาสึ. ญาณญฺจ ปน เม ทสฺสนํ อุทปาทิ – ‘อกุปฺปา เม วิมุตฺติ, อยมนฺติมา ชาติ, นตฺถิทานิ ปุนพฺภโว’’’ติ. อฏฺฐมํ.
๙. ปฐมสมณพฺราหฺมณสุตฺตํ
๔๙๙. ‘‘ฉยิมานิ, ภิกฺขเว, อินฺทฺริยานิ. กตมานิ ฉ? จกฺขุนฺทฺริยํ, โสตินฺทฺริยํ, ฆานินฺทฺริยํ, ชิวฺหินฺทฺริยํ, กายินฺทฺริยํ, มนินฺทฺริยํ. เย หิ เกจิ, ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา อิเมสํ ฉนฺนํ อินฺทฺริยานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ นปฺปชานนฺติ, น เม เต, ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมเณสุ วา สมณสมฺมตา พฺราหฺมเณสุ วา พฺราหฺมณสมฺมตา, น จ ปเนเต อายสฺมนฺโต สามญฺญตฺถํ วา พฺรหฺมญฺญตฺถํ วา ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรนฺติ’’. ‘‘เย จ โข เกจิ, ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา อิเมสํ ฉนฺนํ อินฺทฺริยานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ ปชานนฺติ, เต โข เม, ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมเณสุ เจว สมณสมฺมตา พฺราหฺมเณสุ จ พฺราหฺมณสมฺมตา, เต จ ปนายสฺมนฺโต สามญฺญตฺถญฺจ พฺรหฺมญฺญตฺถญฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรนฺตี’’ติ. นวมํ.
๑๐. ทุติยสมณพฺราหฺมณสุตฺตํ
๕๐๐. ‘‘เย หิ เกจิ, ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา จกฺขุนฺทฺริยํ นปฺปชานนฺติ, จกฺขุนฺทฺริยสมุทยํ นปฺปชานนฺติ, จกฺขุนฺทฺริยนิโรธํ นปฺปชานนฺติ, จกฺขุนฺทฺริยนิโรธคามินึ ปฏิปทํ นปฺปชานนฺติ; โสตินฺทฺริยํ…เป… ฆานินฺทฺริยํ…เป… ชิวฺหินฺทฺริยํ…เป… กายินฺทฺริยํ…เป… มนินฺทฺริยํ นปฺปชานนฺติ, มนินฺทฺริยสมุทยํ นปฺปชานนฺติ, มนินฺทฺริยนิโรธํ นปฺปชานนฺติ, มนินฺทฺริยนิโรธคามินึ ปฏิปทํ นปฺปชานนฺติ. น เม เต, ภิกฺขเว…เป… สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรนฺติ.
‘‘เย จ โข เกจิ, ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา จกฺขุนฺทฺริยํ ปชานนฺติ, จกฺขุนฺทฺริยสมุทยํ ปชานนฺติ, จกฺขุนฺทฺริยนิโรธํ ปชานนฺติ, จกฺขุนฺทฺริยนิโรธคามินึ ปฏิปทํ ปชานนฺติ, โสตินฺทฺริยํ…เป… ฆานินฺทฺริยํ…เป… ชิวฺหินฺทฺริยํ…เป… กายินฺทฺริยํ…เป… มนินฺทฺริยํ ปชานนฺติ, มนินฺทฺริยสมุทยํ ปชานนฺติ, มนินฺทฺริยนิโรธํ ปชานนฺติ, มนินฺทฺริยนิโรธคามินึ ปฏิปทํ ปชานนฺติ, เต โข เม, ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมเณสุ เจว สมณสมฺมตา พฺราหฺมเณสุ จ พฺราหฺมณสมฺมตา, เต จ ปนายสฺมนฺโต สามญฺญตฺถญฺจ พฺรหฺมญฺญตฺถญฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรนฺตี’’ติ. ทสมํ.
ฉฬินฺทฺริยวคฺโค ตติโย.
ตสฺสุทฺทานํ –
ปุนพฺภโว ชีวิตญฺญาย, เอกพีชี จ สุทฺธกํ;
โสโต อรหสมฺพุทฺโธ, เทฺว จ สมณพฺราหฺมณาติ.