๙. เสทกสุตฺตํ

๓๘๕. เอกํ สมยํ ภควา สุมฺเภสุ วิหรติ เสทกํ นาม สุมฺภานํ นิคโม. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ภูตปุพฺพํ, ภิกฺขเว, จณฺฑาลวํสิโก จณฺฑาลวํสํ อุสฺสาเปตฺวา เมทกถาลิกํ อนฺเตวาสึ อามนฺเตสิ – ‘เอหิ ตฺวํ, สมฺม เมทกถาลิเก, จณฺฑาลวํสํ อภิรุหิตฺวา มม อุปริขนฺเธ ติฏฺฐาหี’ติ. ‘เอวํ, อาจริยา’ติ โข, ภิกฺขเว, เมทกถาลิกา อนฺเตวาสี จณฺฑาลวํสิกสฺส ปฏิสฺสุตฺวา จณฺฑาลวํสํ อภิรุหิตฺวา อาจริยสฺส อุปริขนฺเธ อฏฺฐาสิ. อถ โข, ภิกฺขเว, จณฺฑาลวํสิโก เมทกถาลิกํ อนฺเตวาสึ เอตทโวจ – ‘ตฺวํ, สมฺม เมทกถาลิเก, มมํ รกฺข, อหํ ตํ รกฺขิสฺสามิ. เอวํ มยํ อญฺญมญฺญํ คุตฺตา อญฺญมญฺญํ รกฺขิตา สิปฺปานิ เจว ทสฺเสสฺสาม, ลาภญฺจ [ลาเภ จ (สี.)] ลจฺฉาม, โสตฺถินา จ จณฺฑาลวํสา โอโรหิสฺสามา’ติ. เอวํ วุตฺเต, ภิกฺขเว, เมทกถาลิกา อนฺเตวาสี จณฺฑาลวํสิกํ เอตทโวจ – ‘น โข ปเนตํ, อาจริย, เอวํ ภวิสฺสติ. ตฺวํ, อาจริย, อตฺตานํ รกฺข, อหํ อตฺตานํ รกฺขิสฺสามิ. เอวํ มยํ อตฺตคุตฺตา อตฺตรกฺขิตา สิปฺปานิ เจว ทสฺเสสฺสาม, ลาภญฺจ ลจฺฉาม, โสตฺถินา จ จณฺฑาลวํสา โอโรหิสฺสามา’’’ติ. ‘‘โส ตตฺถ ญาโย’’ติ ภควา เอตทโวจ, ‘‘ยถา เมทกถาลิกา อนฺเตวาสี อาจริยํ อโวจ. อตฺตานํ, ภิกฺขเว, รกฺขิสฺสามีติ สติปฏฺฐานํ เสวิตพฺพํ; ปรํ รกฺขิสฺสามีติ สติปฏฺฐานํ เสวิตพฺพํ. อตฺตานํ, ภิกฺขเว, รกฺขนฺโต ปรํ รกฺขติ, ปรํ รกฺขนฺโต อตฺตานํ รกฺขติ’’.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, อตฺตานํ รกฺขนฺโต ปรํ รกฺขติ? อาเสวนาย, ภาวนาย, พหุลีกมฺเมน – เอวํ โข, ภิกฺขเว, อตฺตานํ รกฺขนฺโต ปรํ รกฺขติ. กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปรํ รกฺขนฺโต อตฺตานํ รกฺขติ? ขนฺติยา, อวิหึสาย, เมตฺตจิตฺตตาย, อนุทยตาย – เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปรํ รกฺขนฺโต อตฺตานํ รกฺขติ. อตฺตานํ, ภิกฺขเว, รกฺขิสฺสามีติ สติปฏฺฐานํ เสวิตพฺพํ; ปรํ รกฺขิสฺสามีติ สติปฏฺฐานํ เสวิตพฺพํ. อตฺตานํ, ภิกฺขเว, รกฺขนฺโต ปรํ รกฺขติ, ปรํ รกฺขนฺโต อตฺตานํ รกฺขตี’’ติ. นวมํ.